200816-124 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ009.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 16 สิงหาคมพุทธศักราช 2520 ไปรษณีย์พวกเราไปด้วยปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกทุกคนอย่าได้ประมาทพยายามมีสติปัฏฐานคำว่าสติปัฏฐานไม่ได้หมายความว่าเรารู้แล้วว่าสติปัฏฐานหมายความว่าเราจะต้องรู้กายรู้เวทนารู้สึกธรรมเป็นแต่เพียงบัญญัติภาษานั่นคือเรามีสติปัฏฐานไม่ใช่เรามีสติปัฏฐานก็คือเราจะต้องเป็นผู้ที่รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอเป็น จะกำหนดหมายให้แก่ตัวเองศึกษาและเรียนรู้อยู่มีศีลสิกขาปัญญาสิกขาจนกระทั่งถึงจิตของเรากระทำกับจิตมีงานติดอยู่จึงเรียกว่าเอกายนะมะโคนอกจากจะมีการทำธุรกิจก็จะต้องมีปัญญานั่นแหละแยกแยะออกสู่บริการมีเวทนานี่จิตที่ทำอารมณ์อารมณ์อารมณ์อารมณ์ใดเป็นอารมณ์ควรตัดควรปล่อยอารมณ์ใดเป็นอารมณ์ควรที่จะให้แต่คุณให้มีขึ้นให้ตั้งมั่นเราจะต้องรู้อารมณ์ของจิตของเราเสมอเสมอเรียกว่ามีสติมีสัมปชัญญะมีปัญญาธรรมะจะมีปัญญาทางธรรม ก็เป็นนักปฏิบัติมีการอบรมฝึกหัดมีการเรียนรู้อยู่แม้ในวันหนึ่ง 24 ชั่วโมงเราจะไม่มีตลอด 24 ชั่วโมงแต่เราก็จะมีอยู่มากชั่วโมงโดยเราแน่ใจเรารู้ตนเองจริงๆว่าเราเป็นผู้มีบทปฏิบัติสติปัฏฐานอยู่ในขณะรู้สึกตัวที่ไม่ได้นอนหลับเราจะมีบทปฏิบัติอยู่จริงมีปฏิปทามีศีลสมาธิปัญญามีการรู้ในหลักเกณฑ์ที่เราสมาทานไว้ไม่ให้ละเมิดเราก็รู้อยู่ว่าเราไม่ละเมิดไม่ใช่มีศีลเกษตรแต่เพียงรับปากไว้แล้วก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนไม่ใช่ เรามีสติรู้อยู่ว่าสิ่งที่เราสมาทานสิ่งที่เป็นศีล 8 ของเราก็ดีศีล 10 ของเราก็ดีหรือศีลโอวาทปาฏิโมกข์ของเราทั้งหมดก็ดีที่เราจะพึงกระทำได้ตามขั้นตอนตามความสามารถเราก็ได้ระลึกอยู่เราก็ได้ทำให้สะอาดอยู่บริสุทธิ์อยู่แล้วเราก็รู้ผลว่ามันว่างเบาง่ายสบายเป็นไปได้ดีหรือบางทีศีลนั้นยังไม่สะอาดยังทำให้เราจิตใจยังตะวันไว้จิตใจของเรายังต่อสู้อย่างอดทนข่มขืนอ
อ่านต่อ
ยู่ก็ตามเราก็รู้อยู่ว่าเรากำลังต่อสู้เรากำลังทำให้มันสำเร็จตรงมีการรู้ว่าเรามีความสามารถในการทำให้เป็นการคลายทำให้มันอ่อนทำให้มันเบา ทำให้มันเป็นผู้ชนะเราชนะมันเพราะว่าไม่ซ้ำมันไม่สามารถที่จะสู้เราได้เราสามารถที่จะทำให้มันจางคลายหรือดับสนิทหรือเบาบางลงไปได้เรียกว่าเราชนะมันอยู่เสมอเราก็รู้ว่าเราได้ปฏิบัติเรามีผลได้โดยปกติจึงจะเรียกว่ามีสติปัฏฐานเป็นผู้ปฏิบัติจริงมีผลรู้อย่างนั้นจริงเพราะงั้นก็ขออย่าให้ประมาทเราเป็นนักปฏิบัติเป็นพระโยคาวจรหากผู้ที่ยังไม่หมดจิตก็ยังมีจิตที่จะเข้าช่องให้ทำกับตนเท่าที่เราเองยังเหลือเศษที่เรายังจะต้องทำอยู่อันใดที่ได้แล้วก็ขอให้แม่ใจขอให้เห็นได้ชัดเจนอย่าสงสัยเรียนวนอีก ที่บอกว่ายานี้ก็ไปห้ามไม่ได้หรอกที่จริงถ้ามันยังสงสัยมันก็สงสัยแต่ว่าต้องทำให้แจ้งทำให้รอดทำให้แน่ใจว่าด้วยเหตุปัจจัยอย่างนี้เท่านี้ขั้นตอนขนาดนี้เรามั่นใจแล้วเราเด็ดเดี่ยวแล้วเด็ดขาดแล้วแม้จะกระทบสัมผัสสิ่งใดสติมันก็เต็มมันก็รู้ชัดแล้วมันก็ไม่ได้หลงไหลไม่ได้เป็นทาสให้รู้ทุกอย่างที่เราทำได้เป็นขั้นตอนเราจึงจะเป็นผู้ที่เก็บกวาดหรือเป็นผู้ที่กระทำแก่ตนสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นลำดับลำดับเหลือน้อยเข้าน้อยเข้าเบาบางเข้าแล้วก็รู้ผลแห่งความเบาสบายง่ายต่อชีวิตนอกจากเราเบาง่ายและเราก็ยังเป็นคนมีประโยชน์แม้จะหนักหนาก็หนักหนาด้วยสภาวะการงานสภาวะกรรมกิริยาที่เราจะเช็ค มั่นใจหรือว่าเจตนาประกอบด้วยความรู้ด้วยสติสัมปชัญญะที่รู้ว่าไอ้นี่เป็นประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ต่ออะไรก็ได้ในโลกที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเราไม่จำเป็นจะต้องทำเพื่อตนนั่นแหละคือเรารักตัวละตนยิ่งผู้ใดรู้ยิ่งกว่าเราทำอะไรก็ไม่ได้เผื่อตนเลยแม้แต่จะกินจะนอนแม้แต่จะมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้เพื่อตนอะไรตนไม่ได้เสพจนไม่ได้เอาอะไรมาสั่งสมมาเป็นความชอบความชื้นมาเป็นสิ่งที่เราจะต้องมีต้องเป็นสิทธิ์เป็นเชื้อไปอีกพระอรหันต์จะรู้อย่างนี้รู้ว่าเราไม่ได้สะสมอะไรเป็นชิ้นเป็นเชื้อของเราเป็นเลยจริงๆไม่ใช่ปากพูดไม่ใช่ภาษาแต่มันรู้ด้วยใจจริงๆว่าทำนี่เป็นการเสียสละเป็นการให้เป็นการยอม เรายอมเหนื่อยยอมเหน็บยอมทำยอมสร้างยอมก่อยอมเป็นโรงอยู่โดยเราเองไม่จำเป็นจะต้องไปแบ่งเอาส่วนได้จากสิ่งที่เราทำเลยไม่ว่ากรณีใดๆก็ได้ถ้าเป็นปัจจัย 4 นะน่ะส่วนมากญาติโยมพระถวายเราอยู่แล้วเราไม่ต้องไปซักฉันไปสร้างมันก็ยังได้อยู่หรอกเพราะฉะนั้นการงานที่เราจะทำเป็นนโยบายหรือว่าเป็นหลักเป็นตัวอย่างให้แก่ญาติโยมเท่านั้นเป็นการงานที่เราเสียสละแท้ๆเป็นการงานที่จะสื่อสารศาสนาและช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นตามที่เราเข้าใจว่างานนี้มันต้องทำอย่างนี้มันต้องประกอบอย่างนี้เพื่อผลอย่างนั้นอย่างนั้นคือผลที่ไปให้ประชาชนก็ได้รับผลดีสูงขึ้นเจริญขึ้นเอง เป็นสิทธิ์ส่วนของ 2 เป็น 10 ส่วนของเราเราก็รู้เราก็เข้าใจอันนี้ก็เป็นผลประโยชน์ที่โลกได้รับและเราก็มีค่าจากสิ่งเหล่านี้เองและเราก็มีกำไรตรงที่เราได้รับประโยชน์สุขเบาว่างง่ายสบายแม้จะหนักก็หนักเป็นค่าและถูกเราก็รู้ตัวสูงและยืนเมื่อไรเราก็สุขเราไม่หยุดเราก็ทำแม้เราทำอยู่เราก็ไม่มีอะไรคัดค้านในใจวางใจปล่อยใจเบาใจแน่ใจเห็นจริงว่าเราเองเราทำเพื่อประโยชน์อย่างนั้นอย่างนั้นไม่ได้อีกนานแล้วเอาใจแม้จะเหนื่อยแม้จะฝืนอยู่บางอย่างอาจจะร้อนอาจจะหนักแล้วก็รู้ว่าเราทำเพื่ออะไรแค่ไหนแล้วมันก็ผ่านไปตามอายุการผ่านไปเป็นชั่วโมงเป็นวันไป เพลงสิ่งที่เกิดก็เกิดมาจริงถ้าเราทำได้มากก็เป็นค่ามากเราก็เดินทางไปหาตายเพราะฉะนั้นก่อนจะตายเราก็มีประโยชน์ได้ใครก็ไม่สาปแช่งใครก็ยกย่องบูชาได้ถ้าเมื่อเรามีคุณค่าจริงๆมีประโยชน์ต่อโลกจริงๆและเราก็เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มันซ้อนแฝงอยู่จริงๆแม้เราทำงานเราก็ปล่อยวางได้แล้วก็สุขได้เราก็เย็นใจได้นี่แหละเป็นผลของศาสนาให้พวกคุณอ่านอ่านให้เห็นชัดแจ้งอันใดได้ดีแล้วก็ไม่รู้ดีแล้วอะไรยังกำลังกระทำอยู่ให้กำลังกระทำจะให้ดีอันใดยังไม่หมดยังเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้รู้ว่าสิ่งนี้เหลือบาทแรงของเราเราจะต้องพักไว้ก่อนก็ให้ ถ้าเป็นขึ้นเป็นอันหรือเป็นสัตว์เป็นส่วนเป็นสภาวะที่แท้จริงไปนั่นคือพระโยคาวจรที่จะมีประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่นถูกทำนองคลองธรรมและเป็นผู้ที่ปฏิบัติอยู่ในนมโคเป็นผู้ปฏิบัติที่เรียกว่าอยู่ในเอกมัยโคหรือเป็นผู้ปฏิบัติในทางสายเอกสายเดียวที่มีสติปัฏฐานนำอยู่ตลอดเวลาให้มีให้อ่านออกจริงๆอย่าเอาแต่ภาษาทุกวันทุกเวลาขอให้พวกเราเข้าใจและให้เป็นประโยชน์ต่อตนสูงยิ่งสูงยิ่งอย่าเข้าใจผิดจนกระทั่งสิ่งเราได้แล้วเราก็ไม่รู้โง่และก็ซ้ำแซะเราพ้นทุกข์แล้วเราก็ยังนึกว่าเราทุกข์เพราะทุกข์ในส่วนที่ทุกข์แล้วก็จะเป็นลมโขงอีก ถูกแล้วแล้วกำลังจะกลับไปทุกข์เหล้าอยู่อีกอย่างนี้เรียกว่าโง่ซ้ำซ้อนท่านใดมันพ้นแล้วก็ให้รู้ไปท่านใดที่ยังไม่พ้นยังทำอยู่แต่มันจะบางลงบางลงบางลงเรียกว่าเรารู้อย่างสัมมาทิฏฐิรู้แน่รู้ชัดในสักกายะต่างๆในกายในเวทนาหรือในจิตมันยิ่งเน้นเข้าไปเหลือแต่จิตในด้านวัตถุนอกเราไม่กังวลอะไรแล้วยิ่งเป็นพระอนาคามียิ่งจะเห็นชัดว่าเหลือแต่จิตกระทำอารมณ์ส่วนใหญ่เป็นสภาพคือเป็นอัตตาอยู่ฉะนั้นที่เราจะเขียนมันจนวัตถุนั้นเราไม่สงสัยก็ไม่รู้ต้องแบ่งขั้นตอนในเรื่องของธนาคารมีคดีถือเป็นพระอริยะชั้นที่ยังวุ่นวายกับวัตถุและยังเรายังพ่ายแพ้ต่อวัตถุนอกอยู่พอดีก็ ช่วยชัดเป็นชั้นเป็นเชิงหรือยิ่งเราไม่รู้อะไรเลยมันก็ไม่รู้อะไรเลยนั่นแหละปุถุชนตอนนั้นเราเป็นพระอริยะแล้วเราต้องรู้ขั้นตอนที่เราได้ขึ้นมาแม้นิดแม้น้อยแม่มากจะไปตามลำดับแม้ที่สุดไปจนกระทั่งถึงอนาคามีและเป็นอรหันต์สูงสุดได้ถึงจะได้เป็นผู้ที่ยืนยันศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเป็นของจริงเป็นสัจธรรมมีความประเสริฐในความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง