200209-089 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเวลาก่อนฉันของวันที่ 9 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ไปรษณีย์ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกโทรขึ้นชื่อว่าเป็นมุนีหรือเป็นสมณะจะต้องเป็นผู้ที่มีเมตตามีจิตใจอ่อนโยนเอื้อเฟื้อเกื้อกูลบุญชูช่วยเหลือหรือเป็นผู้ที่ให้ได้มากที่สุดเพราะฉะนั้นเราจะต้องดูสิ่งที่เรากระทำอยู่ทุกวันนี้ลักษณะมันย้อนแย้งการให้ของคนไข้ก็ต้องให้มันเป็นลักษณะ บางทีเราให้เวลาเราดุเราด่าก็ให้เหมือนกันแต่การให้อย่างถูกด่าไม่ต้องรู้ว่าต้องใช้กับคนที่เขาศรัทธาเราและเขาเชื่อฟังอย่างดีถ้าคนไม่ศรัทธาก็ไม่เชื่อฟังแล้วไปดุไปด่านะไม่ใช่การให้เป็นการแตกแยกทำลายแม้แต่เราจะชี้เราจะบอกส่วนที่ชัดเจนในส่วนที่จริงบางสิ่งบางอย่างไรจึงต้องระมัดระวังแทนโดยเราจะต้องยอมรับรู้ซะก่อนว่าเราจะบอกสิ่งนี้ออกไปซึ่งมีออกไปชัดเจนแล้วก็จะรู้ชัดเจนแม้เขารู้แล้วถ้าเขาจะรู้แล้วเขาจะโกรธหรือว่าเขาจะต้อง แบ่งแยก 8 แยกเราก็จะต้องรู้ความจริงก่อนว่าเราเจตนาเอาล่ะเป็นการแยกไว้ก่อนเป็นการโกรธเสียก่อนเราก็จะต้องรู้จริงๆว่าจะต้องยอมให้โกรธยอมให้แย่โดยมีเหตุผลเพียงพอว่าทำไมถึงยอมให้โกรธทำไมถึงยอมให้แย่แล้วเราต้องคำนวนให้สูงขึ้นไปว่าถ้าแพงฟังเพลงโจรกรรมตีกันทะเลาะวิวาทบาตรมาร่วมแรงถ้าคนอย่างนั้นเราไม่เอาเราจะยอมให้โกรธโกรธอยู่บ้านในใจชีวิตอยู่บ้างแต่ไม่ทันรุนแรงแต่มันจำยอมเพราะว่าถึงขั้นนี้ถ้าอ่อนกว่านั้นได้ก็จะต้องให้อ่อนที่สุดพอลงมาเป็นจุดเทียนเขาแยก หมายความว่าคนยังไม่หมดกิเลสต้องมีคนที่มีกินแล้วแล้วเขาก็ไม่มีฤทธิ์มีแรงแล้วจะต้องมีความจะไม่มีฤทธิ์มีแรงตอบโต้มาจนถึงขั้นทำบาปซ้ำต่อไปอีกรุนแรงแล้วต้องรู้ว่าจำเป็นต้องระงับไว้นี่เป็นการระงับอย่างนี้กันเป็นปักทรัพยากรให้เขาไม่ทำอันนั้นมากหรือไม่ให้เขาตอบโต้มาอีกแต
อ่านต่อ
่เราก็จำเป็นที่จะต้องแสดงสัจธรรมและสัจธรรมนั้นมันจะบาดใจเขาก็จำเป็นเพราะเราจะไม่ ซื้อสัจธรรมส่วนขาวส่วนดำไม่ได้บางทีก็เป็นการเทาถ้าคนมีปัญญาพอสมควรเขาก็จะรู้สึกตัวแล้วก็จะยอมรับแล้วก็จะพอเพราะฉะนั้นจะต้องให้เขายอมรับด้วยชี้ให้ชัดในเขาเห็นว่าเป็นความจริงอันนี้จะเป็นอำนาจต่อรองแม้เขาจะไม่ชอบใจแต่ถ้าเกิดเขาเห็นว่าอันนี้เป็นความจริงเป็นสัตว์จะทำเขาก็จะหยุดจะมีกิเลสอยู่อย่างไรเขาก็จะไม่กล้ารุนแรงเกินไปได้ก่อนสำคัญเราจะต้องรู้ว่าเราแสดงไปนี้ให้เขายอมรับในเหตุผลให้เขาเข้าใจให้ได้วันนี้แหละอันนี้ถูกกว่านี้ผิดที่เขาทำอย่างนี้ง่ายๆชัดๆอาจจะต้องมีลักษณะอย่างนั้นเราไปจริงๆทีเดียวทั้งนั้นก็จะโกรธเคืองจะมีอารมณ์ประกายก็ช่วยไม่ได้หรอกอันนั้นมันเป็นสัตว์จริง ใจอยู่ถ้าเป็นไปได้ยิ่งกว่านี้ไม่ให้เกิดการโกรธเกลียดแต่เป็นแนวร่วมประสานกันไปเลยได้นั่นแหละเป็นผลที่หมายที่เราต้องการจะกระทำเพราะฉะนั้นส่วนที่มันจะต้องเกิดการขัดใจกันบ้างขอให้มีน้อยที่สุดส่วนที่ปรึกษาและก็ประสานกันได้บ้างแม่จะอยู่ประสานกันโดยที่ห่างๆไม่ใช่ว่าประสานกันอย่างแนบสนิทก็ให้เป็นไปเพราะเราจะพยายามเมตตาเกื้อกูลไปศาลทุกส่วนส่วนผู้ที่จะประสานกันได้ใกล้กับสมาชิกเข้ามานั้นแน่นอนที่สุดอันนั้นเป็นเจตนารมณ์อันนั้นเป็นที่หมายอันนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการสุดท้ายช่วยกันเลยแต่อันนี้อันเดียวกันไม่เห็นขัดแย้งลงร่องลงช่องกันเพราะการเห็นขัดแย้งงานห้ามไม่ได้ช่วย ที่จะไม่เห็นมีมันต้องมีแต่ต้องฉลาดในการที่จะรู้เพราะแม้ผู้จะเป็นศัตรูผู้จะเป็นผู้ที่เห็นขัดแย้งกับเราคนละความคิดคนละความอ่านแล้วก็จะต้องมีมาตรการและมีการกระทำอะไรก็ตามแต่ที่จะต้องให้เขาไม่เกิดโกรธเกลียดหรือว่ารุนแรงบาดหมางทะเลาะเข่นฆ่าเราจะต้องไม่ให้เกิดต้องเกื้อกูลต้องเอื้อเฟื้อต้องหาทางประนีประนอมอย่างดีที่สุดที่จะดีที่สุดได้เพื่อผลในการยังอยู่เป็นภราดรภาพในโลกและสิ่งนั้นแหละคือสันติภาพในมันจะมีการขัดขัดกันอยู่บ้างแต่เราก็ยังมีการร่วมกันเป็นแนวประสานถ้าไม่มีการร่วมเป็นแนวประสานแล้วสิ่งที่มันขัดกันนั้นก็ดำเนินไปไม่ตลอดมันจะมีแต่ทิ่มแทงกัน ซ้อนกันแต่ถึงอย่างนั้นก็ตามถ้าเราไปพูดที่ไม่พอสึกเราเป็นผู้ที่มาก็สงบก็ระงับมันก็ยังไม่เกิดสุขได้แต่ถ้าเกิดว่าทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างมีกี่ท่าในการระงับด้วยกันทั้งคู่แต่การพยายามระมัดระวังสังวรเพื่อที่จะไม่แรงแม้จะประกาศโฆษณาของตัว dy ของฝ่ายหนึ่งไม่ดียังไงมันก็ยังมีการระงับถึงได้พอประมาณอันนี้ก็ดำเนินไปบทบาทจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์เองระยะเวลาจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์เองเพราะของใครถูกจริงหรือของใครดีจริงมันเป็นระยะสุดท้ายแต่ต้องไม่ลืมว่าสมณะหรือมีเงินจะต้องมีเมตตาเกื้อกูลและที่สุดก็ปล่อยยอมเลิกเราไม่ร่วมด้วยแล้วก็ตัดเฉยและเลิกมาแต่ถ้าเกิดว่าจะร่วมด้วยกันทั้งปลาและต้องมีการร่วมและก็มีการเข้าใจผิดๆ ต้องยอมให้แก่ที่สุดของแต่ละบุคคลเขาจะทำดังนั้นเมื่อเขายึดถือที่ติดเขาแล้วเขาก็ทำถ้าเราก็ยึดถือจิตของเราด้วยเราก็ทำให้ตกลงกันว่าจะโกรธกันจะชวนกันต่างคนต่างทำต่างคนต่างพิสูจน์เพราะต่างคนต่างแน่ใจว่าตัวเองถูกเพราะงั้นมึงไม่ยอมกันแล้วก็ต่างคนต่างทำยอดรวมกันนี่เป็นสำคัญมากจะเกินไปอย่าทำร้ายกันสิ่งที่ดีต้องร่วมกันไปนี่เป็นทางออกที่เราจะกระทำกับผู้ใดก็ตามที่รู้สึกว่าเกิดการขัดแย้งขึ้นมาและโดยที่สุดแต่จะต้องเกิดเป็นเมตตาเอ็นดูคือเกื้อกูลคือการมองลึกที่สุดแล้วก็จบสิ้นแล้วก็เลิกกันมานั่นเป็นที่สุดของเราคือกรมธรรม์แต่ไม่ใช่กรมธรรม์อย่างรุนแรงถ้าเป็นผู้อื่นถ้าผู้ที่เป็นกรมธรรม์หรือพวกเราหมู่เหล่านี้เราก็ทำเพื่อ เป็นอำนาจต่อรองเท่านั้นเองนั้นต้องเป็นความรู้ชั้นต่อไปที่จะเข้าใจได้แต่ตอนนี้ก็ให้รู้ถึงเมตตากรุณาเกื้อกูลให้มากและต้องฝึกฝนให้มากอย่าให้จิตของเราเป็นอัตตาธิปไตยเอาตนเป็นใหญ่แล้วก็จีรังฟันแทงออกมาอย่าให้เกิดอันนั้นเป็นอันขาด