201216-172 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
ศุกร์ที่ 16 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกวิทยาศาสตร์ว่าโดยทุกทั้งหลายแหล่ผู้ที่ปฏิบัติธรรมจะต้องเข้าใจคำว่าทุกข์อย่างชัดเจนจริงๆเข้าใจอย่างรู้ละเอียดละออว่าอย่างนี้อาการอย่างนี้ลักษณะนี้เราเรียกว่าทุกข์ทุกข์นั้นเป็นของแต่ละบุคคลย่อม อยู่อย่างนี้เป็นทุกข์บุคคลย่อมรู้ว่าอย่างนี้เป็นเหตุของทุกข์บางอย่างเป็นความสุขที่ผู้นั้นยึดถือว่าเป็นความสุขและก็ไอ้ตัวความสุขที่ผู้นั้นหลงยึดถือนั่นแหละมันจะเป็นเหตุแห่งทุกข์ในโอกาสต่อไปได้ง่ายที่สุดทั้งผู้รู้จะพึงลดหย่อนหรือเข้าใจรู้เท่าทันสิ่งใดจะเลิกได้ผู้นั้นเจริญทุกข์ทันทีมันก็จะเข้าใจทุกข์นั้นมันก็คือตัวผู้เจ้าของที่จะรู้ทุกข์อริยสัจนั่นเองครับเพราะว่าเราปรารถนาสิ่งใด แล้วเราเองเราก็ยังหลงสิ่งนั้นอยู่ว่าจะเอามาเสพท่านได้ถ้ามีแต่เป็นขึ้นแล้วก็เป็นสุขหรือแม้แต่ได้มีเป็นแล้วก็ยังไม่พอยังหวงแหนเป็นของเป็นของของตัวด้วยไม่จ่ายแจกไม่เผยแพร่ไม่เอาให้แก่ผู้อื่นหรือผู้อื่นมาเอาไปเราก็หวงแหนเราก็เป็นทุกข์ซ้อนซ้ำยอกย้อนอีกเพราะฉะนั้นผู้ใดรู้ตัวทุกข์ที่แท้จริงตั้งแต่ต้นต้นตั้งแต่จิตที่เดียวอาการอย่างนี้เป็นอาการอึดอัดขัดเคืองข้องใจไม่เข้าใจยังไม่พ้นวิกฤตอิจฉา มีเรื่องอะไรที่ยังคลางแคลงล้วนแล้วแต่เป็นความทุกข์ที่ละเอียดอาการของโทรศัพท์อาการของความโกรธแค้นร้อนร้อนรนสิ่งอย่างนี้มันเป็นอาการของผู้ที่อยู่ด้วยความลำบากถ้าผู้ใดเข้าใจแล้วก็ปล่อยวางรู้เท่าทันไม่มีโทรศัพท์มูลนิธิอย่างแท้จริงไม่ว่าอย่างหยาบหรืออย่างละเอียดผู้นั้นเป็นผู้วางทุกข์ได้เพราะที่ 1 ชั้นที่ 1 แม้แต่ความสุขหลงว่าสุขแล้วเราก็เพ้อเลยไม่ระมัดระวัง ความสุขก็จะเกาะเชื้อทำเป็นเหตุแห่งทุกข์และก็ทำให้เราเองจะพลอยทุกข์ไปในความไม่ส
อ่านต่อ
นใจในสิ่งที่เราเพลิดเพลินและสิ่งสิ่งที่หลงปิติสิ่งที่หลงยินดีสิ่งที่จะยึดว่าอย่างนี้ต้องเกิดต้องมีต้องเป็นพื้นที่สุขที่สุดเราก็จะหลงว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องได้เป็นของของเราไว้หวงแหนสะสมวนกลับมาในรูปแบบเดิมอีกเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดรู้อาการของจิตอย่างแท้จริงว่าแม้แต่สุขก็เป็นแต่เพียงเครื่องอาศัยและก็รู้เท่าทันไม่สะสมไม่หลงวัฒน์เที่ยงไม่หลงว่าจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นอาจจะไม่ได้อาการอย่างนี้อาจจะไม่ได้อารมณ์อย่างนี้ ก็ได้จริงๆด้วยก็มีได้จริงๆด้วยผู้ใดไม่ยึดมั่นถือมั่นแม้แต่สุขอย่างนี้จะอาศัยสุขบ้างแล้วก็ไม่หลงติดหลงเสพหลงเสพคุณทำความคุ้นจนตัวเองหลงติดเอาได้จริงๆผู้นั้นสักแต่ว่าได้ว่ามีว่าเป็นและไม่ประมาทจะลดหย่อนด้วยซ้ำไปว่าสุขให้มันมีน้อยลงให้มีจางลงให้มีรสชาติคลายเบาอย่าให้มีรสจัดจ้านลงไปเรื่อยๆปล่อยสติปัญญาวางด้วยปัญญารู้เท่าทันด้วยปัญญาเป็นที่สุดอยู่เสมอผู้นั้นก็จะไม่มีเชื้อถ้าพูดได้ถึงสุดยอดจริงผู้นั้นก็จะรู้แต่ว่าสุข เครื่องอาศัยแต่สุขเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงสุขจะหมายเอาจริงจังไม่ได้มันจะต้องปลดปล่อยต้องรู้เท่าทันอย่างแท้จริงผู้นั้นก็จะมีเครื่องอาศัยพอสมควรและถ้ายิ่งผู้ไม่ประมาทก็จะทำให้มันจางคลายทำให้เบามาหาอุเบกขาเป็นแต่เพียงสิ่งที่รู้ความดีเกิดรู้ความจริงเกิดว่าสิ่งที่จริงแม้ว่าจะเป็นการงานที่ดีเราเป็นผู้สร้างเราเป็นผู้ทำเราเป็นผู้ครอบครองแล้วก็ให้แก่ผู้อื่นได้รับสิ่งที่ดีนี้ไปเราก็เกิดจิตก็แค่มุขที่ตาเป็นมุทิตาจิตเป็นจิตที่ออกเขาก็ได้ดีนี้ไปแล้วหนอ จักรวาลไม่ได้เห่อเหิมไม่ได้ตื่นเต้นไม่ได้หวือหวาอะไรในใจสิ่งนั้นก็ยิ่งเป็นสิ่งสงบอยู่เป็นรสชาติที่เบาบางพากเพียรจะรู้ดีก็ทำดีคนอื่นมารับส่วนดีนั่นไปแล้วเราก็รู้ในความดีนั้นเกิดความดีนั้นสืบต่อความดีนั้นดำเนินบทบาทไปและเราก็ปล่อยก็วางให้บทบาทความดีให้เกิดเป็นตามด้วยของมันไม่ได้ยึดถือต่ออีกเราก็ยังคงทำดีอื่นขึ้นมาให้แก่โลกต่อๆไปด้วยแล้วก็เป็นผู้ที่จะอยู่อย่างสบายเป็นอุเบกขาเป็นผู้ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เป็น มีอารมณ์ที่จางวางพรายได้ผ่อนเบาได้ไม่จัดจ้านจึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่ไม่ติดสุขที่จะเป็นสมุทัยแห่งทุกข์อย่างแท้จริงแล้วผู้ใดปลดปล่อยอาการโทสะหมดอาการที่จะติดยึดหรือว่าติดเป็นราคะจิตเป็นโลภะก็ไม่มีรู้เท่าทันเสมอจนกลายเป็นจิตที่มีแต่ตัวรู้ดีเห็นดีอย่างสูงก็แค่ยินดีแล้วก็ปล่อยตัวยินดีนั้นไปเราก็จะเป็นผู้ที่หวังได้ว่าในการพ้นเป็นผู้ที่จะไม่มีเชื้อเป็นการทำเชื้อนั้นให้หมดสิ้นให้จางคลายไปได้อย่างแท้จริง อารมณ์ของจิตที่ละเอียดอ่อนอย่างนี้เราต้องรู้ว่ามันเป็นตัวทุกข์แท้ที่จัดจ้านชัดเจนกับตัวที่เป็นสาเหตุเรียกว่าสมุทัยทุกข์เมื่อเราไม่มีตัวทุกข์ที่ชัดเจนแม้เราจะทำงานอยู่อย่างหนักแม้เราจะร้อนแม้เราจะเย็นแม้เราจะต้องต่อสู้ด้วยบทบาทงานการที่จะต้องต่อสู้อยู่อย่างสมควรหนักหนาต้องใช้การคิดแก้ไขปรับปรุงหรือว่าจะต้องใช้ปัญญาอย่างยิ่งใช้กำลังกายอย่างยิ่งอยู่กับงานนั้นๆเพื่อจรรโลงสร้างสรรค์โลกสร้างสรรค์สร้างสรรค์มนุษย์อื่นเพื่อประโยชน์เขาอื่นอยู่หนักขนาดใดก็ตามมันก็ไม่ได้ใช้ตัวทุกข์มันไม่ใช่ ผู้ที่หลงว่าสิ่งนั้นเป็นตัวทุกข์ก็คือผู้นั้นยังไม่อาจจะทนได้ผู้นั้นไม่อาจจะสามารถที่จะกระทำดำเนินบทบาทนั้นต่อไปได้ทนไม่ได้หรือต้องทนได้ยากมันจึงเป็นความทุกข์ถ้าผู้นั้นเข้าใจอย่างชัดแจ้งอยู่ว่ามันทนได้แล้วมันก็เป็นสิ่งดีแล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่เกินขอบเขตทำไปไม่เกิดการแตกแยกปากหมาทำร้ายทำร้ายจนเกินเรื่องเกินควรกลายเป็นเบียดเบียนสัตว์ถ้าไม่สามารถที่จะประสานติดมีการเสื่อมมากกว่าการเกิดดีเมื่อผู้ใดได้วิเคราะห์อย่างนี้แล้วผู้นั้นกระทำถูกตรงและก็กระทำอยู่ได้งานหนักหนาอันนั้นมันไม่ใช่ มันเป็นความเป็นจริงของเหตุปัจจัยนั้นที่กำลังเกิดอยู่สังขารอยู่เป็นวิสังขารของผู้มีปัญญารู้เท่าทันสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เป็นอัตถะอิทธาภิสังขารหรือเป็นปุญญาภิสังขารเป็นสังขารที่อยู่เหนือมีวิชาอยู่เหนือสังขารนั้นไม่ใช่ทุกข์เพราะการที่จะรู้ทุกข์อย่างละเอียดละออการที่จะเข้าใจทุกข์ที่แท้จริงที่เกิดที่จิตจึงเป็นการยากมากและการที่จะรู้เหตุแห่งทุกข์ด้วยจึงเป็นความละเอียดอ่อนที่ลึกซึ้งอีกถ้าผู้ใดรู้เท่าทันทุกข์รู้เท่าทันสมุนไพรของทุกข์และเราก็ไม่หลงในสมุดไทยไม่ทำให้มันสั่งสมเป็นเหตุ เราก็อยู่กับทุกอย่างจริงอยู่กับสิ่งที่เกิดจากเก่งเราจะเรียกใช้ภาษาเรียกว่าอยู่กับทุกข์ก็ได้เรารู้ว่าทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปและผู้นั้นอยู่กับทุกข์ได้อย่างไม่ลำบากอยู่ยังทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากก.พช่วยเหลือโลกอยู่อย่างแท้จริงผู้นั้นก็มีนิโรธจะเรียกว่านิโรธก็เป็นความสามารถของผู้นั้นว่าผู้นั้นไม่ได้ทำด้วยเหตุที่ไม่ได้เห็นแก่ตนไม่ได้โลภไม้แก่ตนและไม่ได้ทำด้วยอำนาจโทสะไม่ว่าอย่างกลางอย่างละเอียดหรือว่าอย่างยาไม่ได้มีความโลภมาให้แก่ตนอย่างแท้จริงเพราะเราไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อตนอะไรแต่เป็นไป การอุ้มชูโลกเกื้อกูลโลกมันเป็นเมตตาหนึ่งเท่านั้นเองผู้นั้นก็เป็นผู้ที่มีนิโรธอย่างสะอาดเป็นนิโรธอย่างสูงอย่างอุดมคติสูงของพุทธพรุ่งนี้จึงมีสัมมากัมมันตะบทบาทของการงานเป็นกรรมโยนิเป็นกรรมพันธุ์ทุกเป็นกัมมะปฏิสนธิเป็นผู้ที่มีธรรมทายาทเป็นกรรมฐานเป็นสิ่งที่เกิดจากกรรมเป็นที่สุดเป็นผู้ที่รู้กรรมมันลึกซึ้งรู้กรรมทั้งที่เรียกว่ากรรมมันก็มีเราสร้างกุศลถึงพร้อมอยู่เป็นผู้ยำกุศลให้ถึงพร้อมและเป็นผู้ จะทำกรรมทายาทเป็นผู้กระทำการงานที่เป็นการงานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ได้กระทำมาก่อนเราและเราก็ได้ทำอย่างนี้ดำเนินบทต่อต่อไปดำเนินบทต่อๆไปของผู้รู้มีการอนุโลมปฏิโลมอย่างรู้ชัดและทำไปได้อย่างนุ่มนวลมีผลสูงมีประโยชน์สูงแล้วก็ยอมลดราวาศอกในส่วนที่ความลับลาอยู่ในตัวเป็นผู้ใช้ปัญญาอันยิ่งจึงเป็นธรรมดาหญ้าหรือเป็นผู้กระทำกรรมการกระทำที่เป็นกุศลเจริญยิ่งต่อไปได้อยู่ไม่เสื่อมสูญทำความเกิด มันด่าอยู่ตลอดเวลาเป็นกรรมมาอยู่นิกรรมพันธุ์ทุกเผ่าพันธุ์ของพุทธเผ่าพันธุ์ของธรรมะที่เรียกว่าพุทธศาสนาจึงเกิดอยู่จึงเป็นที่พึ่งของโลกและของตนอยู่เป็นกัมมะปฏิสนธิได้อย่างนี้แหละจึงเรียกว่าพุทธผู้ที่จะรู้เรื่องของกรรมเป็นที่สุดเป็นกรรมมันนิยมศาสนาพุทธจึงถือกรรมเป็นเรื่องละเอียดเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่เข้าใจแจ้งแทงทะลุแล้วก็ทำได้จริงนี่เป็นส่วนที่จะแยกแยะเอาเองเกิดปัญญาอันยิ่งนักคณิตศาสตร์ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ไม่ใช่ นิยมที่มีผู้บันดาลแต่เราพูดที่เป็นพระอริยะหรือเป็นผู้ที่ได้แทงทะลุกรรมแทงทะลุทุกอริยสัจสมุดไทยอริยสัจและมีนิโรธทุกนิโรธอริยสัจดำเนินบทบาทเป็นมรรคอริยมรรคองค์ 8 อยู่จึงเป็นผู้ที่ดำเนินทำหรือเป็นผู้ที่ก่อกรรมเองกรรมนั้นเป็นกุศลอันถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทอย่างยิ่งชีวิตของคุณนั้นพึ่งมีเซรามิคเพื่อความเป็นจริงของตนเพื่อความรู้ทุกความรู้สมุทัยของทุกข์ผึ้งทุกข์นิโรธและก็ดำเนิน ปาดอยู่เป็นผู้ที่พ้นทุกข์นิโรธทักหาไม่มีปฏิปทาของชาวโลกเรามีการงานเรามีคุณธรรมเรามีสิ่งที่เสริมสารติไม่ได้ทิ้งไม่ได้ทวงไม่ได้พร้อมกันนั้นเราก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนจริงๆในจิตใจแม้จะอยู่อย่างที่เขาเห็นว่าเรามีบทบาทการงานต่อสู้อยู่กับภาวะโลกอย่างไรผู้นั้นก็เป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นอยู่อย่างเต็มที่แท้จริงจึงเรียกว่าพูดถึงพุทธธรรมอันสุดยอด