สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน สาธารณโภคีเกิดได้เพราะมีแก่นโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข1 พฤศจิกายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน สาธารณโภคีเกิดได้เพราะมีแก่นโลกุตระ การเป็นคนจน มันเป็นประโยชน์สูงมากๆต่อสังคมต่อประเทศต่อโลก การมาเป็นคนจน เป้าหมายอย่าไปกลัวการจน คนที่เป็นคนจนได้เป็นคนจนอุดมสมบูรณ์เป็นคนจนที่มีสมรรถนะ เป็นคนจนอันประเสริฐเป็นคนจนที่มีความยิ่งใหญ่ ไม่ใช่คนจนที่กระจอกที่มีความเกียจคร้านไม่มีความรู้ความสามารถ แต่เป็นคนจนที่ไม่สะสม ไม่สะสมก็ต้องจน แต่ทำได้มากสร้างได้มากแล้วก็สะพัดออกไป จึงเป็นนักเศรษฐศาสตร์มือ 1 ของโลก คนจนนี่ เป็นนักเศรษฐศาสตร์มือ 1 ของโลก เศรษฐกิจของโลกไม่สะสม ถ้าคุณเก่งมากๆ มีสมรรถนะที่สูงก็สร้างองค์กรองค์การของคุณ คุณก็จะมีเครือข่ายเหมือนกับที่ทุนนิยมสร้าง ก็ได้เงินทองเข้ากองกลางองค์กรคุณมากมาย คนอื่นๆก็เจ๊ง ก็ถูกคุณเอาเปรียบมาได้ คุณเก่งสะสมได้ นิสัยความคิดที่จะเอาให้แก่ตัวเองได้อย่างรวยไม่เลือกหน้า ขอให้กูรวย คนพวกนี้เห็นแก่ตัวร้ายกาจมากที่สุด ความคิดของอาตมานี่นะ อาตมาก็ยังงงๆ อยู่นี่ว่า ทำไมประเทศจึงไม่พยายามสร้างสังคมประเทศเรา ให้คนในประเทศของเรา ทำงานเลี้ยงตัวเองให้ได้ เน้นอันนี้เลย 1.ทำงานเป็น ทำงานที่สำคัญ อย่าเอาเวลาแรงงานทุนรอนไปใช้เรื่องความฟุ่มเฟือยออกนอกสาระปัจจัยชีวิต ไกลเกินไป ให้มารู้จักปัจจัยชีวิตแล้วร่วมกันทำให้เกิดความพอเพียงไม่อดตาย ไม่ต้องเห่อตามโลกที่ส่งไปเป็นแฟชั่นสินค้า มอมเมา สาระชีวิตไม่จำเป็นหรอกสิ่งเหล่านั้น คนส่วนใหญ่ในประเทศเขาก็ไม่ค่อย ฟุ้งเฟ้อ นอกจากพวกไฮโซ ที่มายกย่องสิ่งเหล่านั้นให้คนทำตาม แล้วกดขี่คนที่หลงไปด้วย เป็นการไม่มีความรู้ มาอยู่อย่าง มอซอ มาอยู่อย่างเป็นสาระ อย่างพวกเรา คนชาวอโศกไม่ต้องแต่งตัวอะไรมาก มาเป็นชาวอโศกก็จะลดละเรื่องการแต่งตัว โลกเขาก็ไม่ได้หยุดการโฆษณาแฟชั่นการแต่

อ่านต่อ

งตัวนะ เขาก็ยังบ้ากันไม่หยุดหย่อน มีแต่หนักหน้า แต่ชาวอโศกนี้เฉยๆ จนไม่รู้ว่าเขาโฆษณาอะไรกัน ถ้าเมืองไทยสามารถเข้าใจ สิ่งที่ถูกต้องอย่างนี้ แล้วก็มีนโยบายของประเทศ อย่าไปส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นอบายมุข การแต่งเนื้อตัวมีแฟชั่นกีฬาการละเล่น การสวยงามรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่มันเกินการณ์ อาหาร อินเดียนี่ยอดเลย ไม่รู้กี่พันปีก็กินแกงถั่วกันอยู่อย่างนั้น ตีไม่แตก ใครไปเอาอะไรไปเท่าไหร่ คนไทยก็พยายามไปค้าขายที่อินเดียก็ขายไม่ออก ไปเมืองฝรั่งขายออก ในอินเดียร้านค้าอาหารไทยไปที่อินเดีย หงิก คนอินเดียไม่หลงติดตามเลย เป็นวัฒนธรรมสิ่งที่เขาทำเป็นจิตวิญญาณลึก แน่น ไม่มีอะไร ตีแตกได้ง่ายๆ อินเดียนี้เป็นตัวอย่างของสิ่งที่ไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับโลก ได้อย่างเก่งมาก ดีมาก แต่อาตมาก็ว่ามันก็อย่างว่าไม่รู้จักสมัยหนัก เหมือนกัน แต่อาตมาก็ว่าดี เขาอยู่รอด ถ้าจะว่าจริงจริงแล้วสู้ประเทศไทยไม่ได้ จะบอกว่า มีเนื้อหาสาระธรรมะ ทุกวันนี้อาตมาเอาโลกุตรธรรมมาฟื้นได้ดีขึ้นมาก เข้าใจกันได้เยอะ มีเครื่องบ่งชี้คือ คนไทยเอา รับคุณธรรมโลกุตรธรรมของในหลวงได้ แม้จะไม่อยู่ในสภาพเต็มรูป แต่เป็นความเข้าใจเฉลี่ยว่า จะต้องปฏิบัติตามคำพ่อสอน พ่อพาทำอะไรจะทำตาม ท่านเองท่านปฏิบัติประพฤติมีพระจริยวัตร สุดยอดแล้วเป็นรูปธรรมดีแล้ว เพราะฉะนั้นดำเนินตามเถอะ ถ้าจะว่าจริงๆแล้ว ในหลวงนี่ ทรงงานที่เป็นงานที่เหมาะสมกับสังคม อยู่ในภาวะพอเหมาะพอดี เรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง คนจึงรับได้ แต่อาตมานี่เอาโลกุตรธรรมที่ลึกถึง จิตเจตสิกรูปนิพพาน คนรับไม่ค่อยไหว แต่อาตมาจำเป็นต้องเอามาฟื้นคืนเพราะว่ามันได้ผิดเพี้ยน ล้มล้างโลกุตรธรรมไปมาก ศาสนาพุทธจะไปไม่ถึง 5000 ปี อาตมาจึงต้องทำ ทั้งที่เขาไม่ค่อยรู้เรื่องกัน อาตมาก็เก่งเท่านี้ แต่จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องทำให้นานที่สุด ให้ได้มากที่สุดจนกว่าจะทำไม่ได้ จนกว่าขันธ์นี้จะทำไม่ได้ อาตมาจะพยายามประคอง ขันธ์ให้นานที่สุด ในหลวง พระชนมายุ 89 ปี ทรงงานบริหารประเทศ 70 ปี ท่านก็ถึงวาระที่ต้องไป อาตมาก็ต้องพยายาม ท่านทรงงาน 70 ปี อาตมายังทำงานสังคม 47 ปี จะต้องทำไปอีกอย่างน้อย 23 ปี อาตมาตั้งใจทำเลยกว่านั้นเพราะว่าทำยาก เป็นนามธรรม อาตมาไม่มีปัญหาเพราะมีคนฟังน้อย อาตมามาทำงานศาสนาไม่ใช่เพื่อจะหาบริวาร ไม่ใช่เพื่อคนนิยมชมชอบเชิดชู เอาลาภยศสรรเสริญโลกียสุข หรือให้คนมาชมว่า เป็นผู้วิเศษเป็นผู้ยอดเยี่ยมก็ไม่ใช่ แต่มาทำงานเพื่อจะเปิดเผยธรรมะ ให้พวกเรา ละหน่ายคลาย ลดกิเลส นี่เป็นคำสอนพระพุทธเจ้าเลย มาทำงานเพื่อรักษาแก่นของศาสนาพุทธคือวิมุติ พระสูตรมีว่า...เขามีความยินดี มีความดำริเต็มเปี่ยมในลาภและความสรรเสริญ เขาย่อมยกตนข่มผู้อื่นว่า เรามีลาภสักการะและความสรรเสริญ ส่วนภิกษุอื่นนอกนี้ไม่ปรากฏ มีศักดาน้อย. เขาย่อมมัวเมา ถึงความประมาท เพราะลาภสักการะและความสรรเสริญนั้น เมื่อเป็นผู้ประมาทแล้วย่อมอยู่เป็นทุกข์ เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีความต้องการแก่นไม้แสวงหาแก่นไม้ เที่ยวเสาะหาแก่นอยู่ เมื่อต้นไม้ใหญ่มีแก่นตั้งอยู่ ละเลยแก่น ละเลยกระพี้ ละเลยเปลือก ละเลยสะเก็ดไปเสีย ตัดเอากิ่งและใบถือไป สำคัญว่าแก่น. มหาสาโรปมสูตร ล.12 ข.347 ตอนนี้ศาสนาพุทธ ไม่เหลือ แก่นคือวิมุติก็ไม่มี กระพี้คือปัญญาก็ไม่มี เปลือกคือสมาธิก็ไม่มี สะเก็ดคือศีลก็ไม่มี มีแต่ใบดอกผลออกเต็มที่คือ ลาภยศสรรเสริญสักการะ แม้แต่ ศีลก็ไม่รู้จัก เขาบอกว่าศีลมี 227 ข้อ ทั้งที่ศีลก็คือธรรมนูญ เป็นจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล 43 ข้อ แต่พระไม่รู้จักกันแล้ว 227 คือวินัย ตั้งขึ้นมาเพราะว่าพระภิกษุทำผิดกัน เหมือนเป็นกฎหมายอาญาที่ต้องมีบทลงโทษ ส่วนศีลไม่มีทัณฑ์ ศีลปฏิบัติแล้วจะเจริญทางศาสนา ในธรรมะ ไม่เข้าใจกันแล้วศีลก็ไม่มี แต่ยังดีที่พูดถึงศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ซึ่งอยู่ในจุลศีลทั้งนั้น แต่ถามพระว่าก็มีศีล 227 มันไม่ใช่ สะเก็ดก็ยังไม่มีคือไม่มีศีล พูดไปแล้วเขาก็จะเกลียดชัง อาตมาไม่ได้เป็นคนอยากให้ใครเกลียดชังนะ แต่จำเป็นต้องพูดสัจธรรมไม่มีทางเลือก แล้วก็ขอพูดตรงๆว่าไม่มีใครกล้าพูดอย่างอาตมา ว่าอย่างนี้ถูกอย่างนี้ผิดกันตรงๆ ไม่ใช่อวดดีอะไร อาตมาก็ขอบคุณยุคสมัย ถ้าเป็นสมัยพระพุทธเจ้าก็ต้องเดินออกไปประกาศธรรมะ ก็คงจะผอมกว่านี้นะ อาตมาไม่มีปัญหา ขอให้เป็นสัจจะเป็นปรมัตถ์ของพระพุทธเจ้าให้รักษานี้เอาไว้ ถ้าไม่รักษาอันนี้เอาไว้ก็ไปไม่รอดศาสนาพุทธทุกวันนี้ มหาเถรสมาคมไม่เหลืออะไรแล้ว วงการศาสนาไม่เหลืออะไรแล้ว ดีนะที่ยังมีพระสังฆราชที่รักษาศาสนา ดีนะ มันกำลังฟื้นคืนขึ้นมา แต่มันเหลวเละ จนว่าที่สังฆราชที่จะได้ขึ้น จริงๆเขาว่าเป็นสมีแล้วถึงขีดนั้นแล้ว เสร็จแล้วก็เปลี่ยนมา ประเทศไทยยังดี เอาล่ะมันเวียนกลับมาได้สมเด็จพระสังฆราชองค์นี้ก็ดีแล้วประเทศไทย ช่วยพยุงเอาไว้ เหมาะสมแล้ว อาตมาก็ยังคิดว่า ต้องเป็นหน้าที่ให้อาตมาว่า นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง ทางเจโตก็มีสมเด็จสังฆราช ส่วนปัญญาก็มีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ประยุทธ์ปยุตโต

การจะให้คนมาเข้าใจเรื่องคนจนอันวิเศษ เป็นเรื่องของฐานะ อย่างในหลวงก็เป็นคนจนอันประเสริฐในฐานะของพระองค์ แต่คนไม่เข้าใจว่าพระองค์เป็นคนจน ไม่มีใครเข้าใจได้ง่ายๆ แต่ท่านต้องอยู่ในฐานะพระเจ้าแผ่นดิน ทีนี้พวกแดงไม่เข้าท่า ไม่รู้จักฐานะขั้นตอนของสังคม เรื่องสังคมมนุษยชาติเขาไม่เข้าใจ ก็ไปหาว่า เป็นศักดินา พวกลำเอียงไปข้างนั้นก็ว่าไป เป็นเรื่องของคนไม่มีปัญญา อาตมาก็ไม่เก่งด้านพูดวิชาการ ถ้าคนเราเข้าใจเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ที่สอนให้คนมักน้อย หรือมาจน อัปปิจฉะคือกล้าจน เอาแต่น้อยๆ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็เอาของพระพุทธเจ้ามาขยายต่อ ว่ามาเป็นคนจน มาขาดทุนคือกำไร เราเสียนี่แหละคือเราได้ ท่านก็ไม่ได้ขยายความต่อ ท่านก็ทรงงานของท่าน ส่วนหน้าที่พูดจนปากเปียกปากแฉะก็คืออาตมา ถ้านักบริหารนักเศรษฐกิจเข้าใจเศรษฐกิจแบบคนจน แล้วมาสอนกันอย่างวิชาการ มาบริหารกันอย่างคนจนแบบคนจน ดังที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ ทำความเข้าใจให้จริง เข้าเนื้อ ทำเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์แบบคนจน บริหารแบบคนจน ถ้าทำได้ประเทศไทยจะเป็นประเทศมหาอํานาจ เป็นมหาอำนาจที่มีธรรมาธิปไตย ไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่เป็นเจ้าโลก อย่างที่เป็น อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย ไม่ใช่แน่นอน แต่เป็นมหาอำนาจ ที่เป็นธรรมาธิปไตย ตอนนี้ส่อแสดง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงแสดง คนเข้าใจโดยปริยาย คนไทยเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวพุทธเข้าใจแล้ว Bomb of love ฮือฮา แสดงออกความรักในหลวง รักในคุณวิเศษของในหลวงคือเศรษฐกิจแบบพอเพียง แบบคนจน แบบขาดทุนคือกำไร แล้วในหลวงท่านบริหารอย่างพ่อกับลูก นี่ล่ะสุดยอด นี่คือสังคมประเทศไทยเป็นตัวอย่างของโลก จะเป็นตัวอย่างจริงๆ คอยดู จะเป็นตัวอย่างในการบริหารทางด้านเศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์แม้แต่สังคมศาสตร์ อาตมาว่าไม่น่าจะเกิน 20 ปี เมืองไทยจะเด่น เป็นตัวอย่างของสังคม 601027_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่ช่วยเศรษฐกิจโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน