สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน พระโพธิสัตว์กับสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.25 KB
วันที่แก้ไข1 พฤศจิกายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน พระโพธิสัตว์กับสาธารณโภคี มาเข้าสู่เรื่อง แบบคนจน ในหลวงเรานี้เป็นพระโพธิสัตว์ อาตมาไม่ได้พูดเล่นโดยไม่มีเหตุผลหลักฐานอ้างอิง เป็นความรู้อันวิเศษของพระโพธิสัตว์ ในหลวงเป็นผู้ที่มีความรู้แล้วก็มีพระจริยวัตรที่เป็นพระโพธิสัตว์ ทุกวันนี้ บูชาเคารพนับถือในหลวงเพราะอะไร เพราะพระองค์มีพระจริยวัตร เป็นพระโพธิสัตว์ เดี๋ยวนี้ค่อยๆเข้าใจพระโพธิสัตว์เพิ่มเติมขึ้นมาแล้ว พระโพธิสัตว์คือใคร คือผู้ที่ชีวิตตัวเองสบายแล้ว ชีวิตตัวเองไม่ต้องห่วงแล้วไม่มีตัวตนของตัวเองแล้ว เพราะฉะนั้นชีวิตนี้จึงเป็นชีวิตที่รับใช้มวลชน พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) แท้จริง ทีนี้ในหลวงนี่ ท่านทรงมีพระจริยวัตรจริงๆเลย กระทำรับใช้ประชาชนเพื่อมวลประชาชนจึงเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ความรู้พฤติกรรมจริงของพระองค์ 70 ปี อาตมาก็เป็นผู้ที่ทำงานรับใช้ประชาชนเพื่อประชาชน แต่ไม่ได้ทำด้านรูปธรรม รับใช้ประชาชนด้านนามธรรม ให้เข้าใจสัจธรรมของพระโพธิสัตว์ สัจธรรมที่รับใช้มวลมนุษย์ แล้วอาตมาพาพวกเรามารับใช้มวลมนุษย์ รับใช้ประเทศชาติมาตลอด ทุกวันนี้เรื่องเศรษฐกิจ รับใช้ประเทศชาติทำเศรษฐกิจขั้นสาธารณโภคี สร้างสรรสิ่งที่จำเป็นสิ่งที่สำคัญ สิ่งที่ไม่สำคัญไม่ไปเสียเวลา ไม่เอาเวลาทุนรอนแรงงานไปทำสิ่งมอมเมาเป็นพิษ ไม่สำคัญเท่าพาพวกเรามาสร้างสรรสิ่งที่สำคัญ จนทุกวันนี้ เป็นแต่เพียงว่าเราไม่ส่งเสริมอุตสาหกรรมทำวัตถุ เทคโนโลยี มันยาก เราไม่เก่งทางนั้น เวลาเราก็มีเท่าที่ทุกคนมี เราก็มาทำทางถนัดที่เหมาะสมกับประเทศไทยที่เป็นประเทศเหมาะสมทางด้านกสิกรรม หากเอาแรงงานมาแข่งขันไถนาเก่งก็จะดียิ่งเลย เอาแ

อ่านต่อ

รงงานไปเตะลูกฟุตบอลโลกกลมๆ เก่งก็เสียแรงงานเปล่า จนเด็กๆไม่รู้ประสีประสา เห็นคน 22 คนแย่งลูกบอลกัน 1 ลูก เขาก็เลยเอาลูกบอลอีก 1 ลูกไปให้ เพราะสงสาร ผู้ใหญ่แย่งลูกบอลกัน 22 คน มันเสียเวลา แล้วหากไปเตะชนะมาก็ดังระดับชาติ ประเทศไหนเขาจะโง่หนักไปเสียเวลาอย่างนั้น ออกกำลังกายเราไม่ว่า จะเตะบอล จะไปแข่งขันเอาแพ้ชนะมันเป็นอบายมุขแล้ว ยิ่งไปแข่งขันเอาเงินทองก็เละเลย สรุปอันหนึ่ง ในวงการศาสนาพุทธ ถ้ายุคใดกาละใดที่ไปหลงเห็นว่า การละเล่นกับมหรสพ การบันเทิงเริงรมย์มีราคาไปหลงใหลเชิดหน้าชูตา แล้วค่าตัวนักกีฬากับนักแสดงมีค่าตัวแพงนั้นเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและศาสนาเสื่อม จะเห็นได้ว่าอินเดียไม่เด่นในเรื่องพวกนี้ หนังเขาก็เชยๆ ร้องเพลง รอบภูเขาแม่น้ำของเขาอย่างนั้น เครื่องกีฬาเขาก็ไม่เด่นอะไร พลเมืองเขามีตั้ง 1.324 billion (2016) ทุกอย่างเป็นธรรมะสอง อินเดียเป็นเมืองคนจน แต่รวยที่สุดก็อินเดียแหละ เขาซุกไว้ไม่เปิดเผย ไม่อวดอ้าง แต่จีนนี่โชว์ คนละเรื่อง เป็นลักษณะของมัน อาตมาไม่มีความเก่งที่จะขยายความ 601027_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่ช่วยเศรษฐกิจโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน