เพลง ฝั่งฝันชาวหินฟ้า.docx

โฟลเดอร์เนื้อเพลงพ่อครู เพลงพ่อครู
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.56 KB
วันที่แก้ไข15 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เพลง ฝั่งฝันชาวหินฟ้า

ฝั่งฝัน ณ ดวงจินต์ชาวหินฟ้า คือฝันว่า ฟ้างามอร่ามใส ฝันว่า ดินดีอุดมผสมไพร และฝันว่า น้ำใสยังไหลริน ทั้งฝันว่า น้ำใจในมนุษย์ เปรียบประดุจ น้ำสะอาด ณ หาดหิน ฝันว่า คนหรรษา ไร้ราคิน ทุกสิ่งสิ้น ที่ฝันเห็นจักเป็นจริง.

เพลง“ฝั่งฝันชาวหินฟ้า”นี้ เป็นบทกวีของ“ท่านจันทร์” ท่านเขียนขึ้นมาเมื่อเราสร้างชุมชนชาวอโศกแห่งแรก คือ “ปฐมอโศก” ซึ่งเริ่มจากแผ่นดินที่เป็นท้องนาร้างๆแล้ว ทิ้งเปล่าไม่ได้ทำอะไร สมาชิกขาวอโศกรวมตัวกันบริจาคเงินออกมาช่วยกันซื้อไว้ เนื้อที่ประมาณ ๔๐-๕๐ ไร่แต่แรก และได้ซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้ก็มีกว่าร้อยไร่ แล้วเราก็ปรับปรุง ถือเป็นสถานที่“ชุมชน”แห่งแรกของชาวอโศกที่เจตนาจะให้เป็น“เสนาสนสัปปายะ”ผืนแผ่นดินบ้านเรือนดินน้ำฟ้าอากาศที่เจริญน่าอยู่น่าอาศัย เสนาสนะคือแผ่นดินสถานที่เราก็ทำกันใหม่หมด ตั้งแต่ทำแผ่นดินที่รกร้าง แผ่นดินลุ่มต่ำโขลกเขลกเลอะเทอะ เราก็ซื้อหาดินมาใส่ถมขึ้นให้สูง ไปขนหินหนักแสนหนักจากที่ไกลแสนไกลมาเสริมผสม ทำภูเขาขึ้นมาตามประสาเท่าที่คนจะสร้างได้ ทำแม่น้ำลำธาร สร้างป่าเขาลำเนาไพร ด้วยเรี่ยวด้วยแรงเท่าที่จะอุตสาหะวิริยะทำได้ มีแมกไม้หลายหลากพันธุ์ ไม้ล้มลุก ไม้เลื้อย ไม้ใหญ่ ไม้เล็กสารพัน มีน้ำไหลเป็นสายธาร มีน้ำตกให้น้ำแตกซ่าช่วยสร้างอ็อกซิเยน ตามประสา ปลูกต้นไม้ใบหญ้าให้กลองสายลมรื่นไหลบริสุทธิ์พอได้บรรยากาศสะอาดชื่นรื่นรมย์ มีร่มเงา ไม่ถูกแดดเผาจนกรอบเกรียม โดยเฉพาะ“หิน”ซึ่งมีทั้งก้อนเล็กก้อนใหญ่หนัก ๑๐ ตัน ๑๐๐ ตัน เราก็ขนมาเสริมผสมให้เป็นดินแดนที่มีสิ่งแวดล้อมอันบริบูรณ์ตามความรู้ความฝันของเรา จนกระทั่งเกิดคำว่า “ชาวหินฟ้า”ขึ้นในชาวอโศกเรา ถึงขนาดตั้งนามสกุลกันเป็น“ชาวหินฟ้า”ก็เพราะซาบซึ้งในคว

อ่านต่อ

ามเป็น“หิน”นี่เอง ที่เราถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ“ฟ้า” และมี“บุคคลสัปปายะ-อาหารสัปปายะ-ธรรมสัปปายะ” อยู่รวมกันเป็นสังคมมนุษย์เจริญพร้อมทั้งทางวัตถุสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะจิตวิญญาณของบุคคลที่เจริญแบบพุทธโลกุตระ อันเป็น“สัปปายะ ๔”ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า คือเป็นสถานที่มีองค์ประกอบเป็นไปตาม“ความฝัน”ของเรา ซึ่งยุคนี้ปัจจุบันนี้ คนในโลกทั้งโลก ได้หลง ได้ลืม ได้เลือน ได้เลื่อนเปื้อนเลอะเทอะกันไปแล้วจริงๆ จนกระทั่งไม่เห็นคุณค่าที่สำคัญยิ่งของ“ความเป็นชีวิตในความเป็นมนุษย์”นั้น มันต้องมีสิ่งแวดล้อมอันพอเหมาะของดินน้ำไฟลม ที่มีฟ้างามอร่ามใส .. ดินดีอุดมผสมไพร .. น้ำใสยังไหลริน เป็นบรรยากาศที่ต้องมีอยู่ไม่ขาดพร่องไปจากชีวิตและสังคมมนุษย์ที่มีลมหายใจอยู่กับชีวิตยังไม่ตายนี้อย่างสำคัญมากๆยิ่ง ตามที่ควรจะเป็น “ฝั่งฝันชาวหินฟ้า”กวีบทนี้ของ“ท่านจันทร์ (สมณะเพาะพุทธ เพื่อมนุษยชาติ ส่วนฉายาคือ“จันทเสฏโฐ”)” อาตมานำมาใส่ทำนองเป็นเพลงเสร็จ ๒๔ พ.ค. ๒๕๓๔ และอัดเสียงให้วัชราภรณ์ สุขสวัสดิ์ ขับร้องเป็นคนแรก ในอัลบั้มชุด“ฟากฟ้าฝั่งฝัน” ออกวางตลาดเมื่อ ธ.ค. ๒๕๓๔ ท่านจันทร์ใช้นามปากกาในครั้งนั้นว่า“ดินน้ำลมไฟ นาวาบุญนิยม” • สมณะโพธิรักษ์ • (๗ มี.ค. ๖๒) *[หลังปก“เราคิดอะไร”ฉบับ ๓๔๕ เม.ย. ๖๒ ครั้งที่ ๑๐๒]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน