เพลง หยาดอรุณ.docx

โฟลเดอร์เนื้อเพลงพ่อครู เพลงพ่อครู
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.74 KB
วันที่แก้ไข15 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เพลง หยาดอรุณ

• หยาดอรุณเริ่มทิวา แผ้วเวหาฟ้าจะรุ่ง หยดน้ำค้างพร่างแววรุ้ง ช่วยเปรอปรุงหย่อมไม้ชื่น • มวลหมู่นกกาถลาเริงร่อน แสงแดดอ่อนๆปลุกไม้ตื่นฟื้น ฝูงหมู่ควายเบิ่งมองนิ่งยืน เห็นคนขนฟืนแบกหาบไป • สุขจริงเอ๋ยไม่เคยเห็น ล้วนแลเป็นผองชีวิตใหม่ โอ้เราโง่เขลากระไร เพิ่งประจักษ์ใจในภาพงาม • แดดสาดสีเริ่มแจ่มตา ม่านเวหาฟ้าอร่าม หมู่ดอกไม้แข่งความงาม เปล่งดอกยามมีแสงต้อง • ชวนหมู่ภมรให้โผบินมา ลิ้มดอมเริงร่าผวาแซ่ซร้อง ผืนแผ่นนาสดสีน่ามอง ทุกชีวิตต้องตื่นทำงาน • บ้างจูงควายบ้างเกี่ยวคา ไถแรกนาถอนดำโปรยหว่าน ได้ชมสุขสราญ ชื่นใจใดปานงามอรุณ เพลง“หยาดอรุณ”นี้ แรกเริ่มคือเพลง“หยาดชีวิต” ที่“สุภาว์ เทวกุล”แต่งเป็นบทกวี แล้วมาให้อาตมาใส่ทำนอง เป็นเพลงประกอบละครโทรทัศน์ เรื่อง“เจ้าหญิงน้ำค้าง” อาตมาใช้เวลาแต่งภายในเวลาไม่ถึง ๒ ชั่วโมงก็เสร็จ เมื่อ ๑๘ มิ.ย. ๒๕๑๑ ตอนนั้น นงลักษณ์ โรจนพรรณ เป็นนางเอกขับร้องนำหมู่ “เนียม คงชาติ”แยกเสียงประสาน ต่อมาจากเค้าเดิมของเพลง“หยาดชีวิต” อาตมาปรับปรุงใหม่ทั้งหมด แต่งทั้งเนื้อร้องใหม่และทำนอง เป็นเพลง“หยาดอรุณ” เสร็จเรียบร้อยเมื่อ ๑๕ พ.ย. ๒๕๑๒ เพื่อใช้ประกอบในภาพยนต์เสียงสีในฟิล์ม ๓๕ ม.ม. เรื่อง“โทน” ซึ่งยุคนั้นมีแต่ภาพยนต์ ๑๖ ม.ม.ไม่มีเสียงในฟิล์ม ยังใช้พากย์กันอยู่เลย เรื่อง“โทน”นี้คณะผู้สร้างตั้งใจให้เป็นภาพยนต์เท่าเทียมมาตรฐานสากล เป็นภาพยนต์เสียงสีเทคนิก ประกอบการทางศิลป์ทุกด้านให้บริบูรณ์ และตั้งใจใช้เพลงประกอบเป็น“จุดขาย”กันตั้งแต่เปิดซีนแรกของภาพยนต์กันไปเลยทีเดียว คือเพลง“ปิดเทอม”อย่างสนุกสนาน นาย“โทน”พระเอกหนุ่มนักเรียนบ้านนอกที่เป็นนักเรียนมาเรียนในกรุง ก็จะได้เดินทางกลับถิ่นกำเนิดบ้านนอก เปิดตัวโชว์วงด

อ่านต่อ

นตรีคณะ“ดิอิมพอสสิเบิล”เต็มรูป แล้วทำให้ต่อเนื่องด้วยเพลง“เริงรถไฟ” นายโทนขึ้นรถไฟ กลับไปบ้านนอกพบเพื่อนเก่าคือ“สังข์ทอง” ก็ร้องเพลง“โทน” ต้อนรับเพื่อนอย่างสนิทสนม แล้วก็เชื่อมต่อกันไปด้วยเพลงอื่นๆตามนิยายรักโลภโกรธหลงอีกมากมายหลายเพลงในภาพยนต์เรื่องนี้ เพลง“หยาดอรุณ”นี้ลงทุนอย่างแพงที่สุดทั้งจ้าง“อดิง ดิล่า”ชาวฟิลลิปปินส์แยกเสียงประสาน ทั้งจ้างวงดุริยางค์ทหารเรือมาบรรลเลงอัดเสียงกันทีเดียว อัดเสียงกันเมื่อวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๑๒ โดยนักร้อง“ขวัญดาว”๖ คน ร่วมกันร้อง เนื้อหาของเพลงก็ชื่นชมในธรรมชาติยามเช้า หยาดอรุณเริ่มทอแสง ในบรรยากาศบ้านนอกชนบท ที่ผิดแผกแตกต่างจากยามเช้าของบรรยากาศเมืองกรุงราวกับดงเพลิงกับแดนหิมะปานฉะนั้นทีเดียว คนในกรุงที่ต่างก็มุ่งแสวงหาความเจริญรุ่งเรืองทุกวันนี้ไม่รู้จัก“หยาดอรุณ”กันแล้ว ตื่นเช้าขึ้นมาก็พบแต่เสียงที่เสี่ยงภัยกับควันพิษ โผล่พ้นประตูบ้านก็มีแต่“ความสับสนวุ่นวาย” ต่างมุ่นเมาด้วยความเร่งรีบเร่าร้อนแย่งชิงเอาเปรียบเอารัดกันสารพัดพฤติการและความสุดฉลาดของแต่ละคนในสังคม โอ!...ชีวิตคนเอ๋ยมันจะเจริญและเฉลียวฉลาดอีแบบนี้ไปอีกๆๆๆๆถึงไหนกันหนอ!? • สมณะโพธิรักษ์ • (๒๔ ส.ค. ๖๒) *[หลังปก“เราคิดอะไร”ฉบับ ๓๔๙ ส.ค. ๖๒ ครั้งที่ ๑๐๖]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน