เพลง ฟากฟ้าฝั่งฝัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพลง ฟากฟ้าฝั่งฝัน
แม้ไกลปานไปฟากฟ้า ข้ามสุริยาอีกดวง เลยจักรวาลทั้งปวง อยู่สรวงฤาห้วงแดนใด ยากแค้นไกลแสนกรากกรำ คร่ำทรมานปานไหน เจอมารพาลโหดโฉดภัย ร้อนร้ายกว่าไฟก็ทน แน่วจริงแล้วใจไม่หน่าย เกิดตายแล้วตายกี่หน มุ่งเพียรขอเพียงให้คน เมตตาผองชนจริงใจ นั้นคือแดนดังฝั่งฝัน ช่วยกันและกันดีไหม หวงโลภหลงโกรธอยู่ไย บุญไซร้ใครสร้างต่างเป็นของตน. เพลง“ฟากฟ้าฝั่งฝัน”นี้ หะแรกคำร้องคือเพลง“ก้าว นี้จริงใจ”ที่สิกขมาตุ“กล้าข้ามฝัน”นำคำร้องมาให้อาตมาใส่ ทำนอง ตั้งแต่ ๙ ก.ค. ๒๕๓๓ ต่อมาอาตมาเห็นว่าน่าจะ มีคำร้องที่ให้เนื้อหากว้างและลึกกว่านี้ จึงแต่งคำร้องใส่ ใหม่เป็นเพลง“ฟากฟ้าฝั่งฝัน”แทนเนื้อเดิม“ก้าวนี้จริงใจ”นั่น เอง เพลง“ฟากฟ้าฝั่งฝัน”จึงเกิดมาแทนที่เพลง“ก้าวนี้จริงใจ” เริ่มแต่งคำร้องตั้งแต่ ๑๔ ก.พ. ๒๕๓๔ จนเสร็จเรียบร้อย ๑๗ ก.พ. ๒๕๓๔ แล้วให้ ปฏิพล เหมวรานันท์ แยกเสียง ประสาน มณีนุช เสมรสุต ขับร้อง บรรเลงออกเป็นอัลบั้มและแผ่นลองเพล์ ชุด“ฟากฟ้าฝั่งฝัน” วางตลาด ธ.ค. ๒๕๓๔ ทุกวันนี้ก็ยังหาฟังจากยูทูป หรือกูเกิล ได้อยู่ เพลง“ฟากฟ้าฝั่งฝัน”นี้เนื้อหาสาระของเพลงเป็น เพลงโลกุตระแท้ชัดเจนในศิลปะคือ“มงคลอันอุดม(เอตัมมังคล มุตตมัง)” ตั้งแต่เริ่มต้นเพลงก็เป็นการตั้งปณิธานอย่างมุ่งมั่นสุดใจเต็มร้อยด้วยอุดมการณ์ของผู้ที่จะพากเพียรทำงาน ทางธรรมอย่างแน่วแน่ที่จะให้มวลมนุษย์เมตตากันและกัน อย่างจริงใจ ให้คนมีจิตใจเจริญเป็นผู้มีจิตใจบรรลุธรรมถึงขั้น อัปปมัญญาหรือพรหมวิหาร ๔ ให้ได้ ซึ่งมนุษย์จะมีจิตใจเป็น คนเช่นนั้นได้ก็ต้องรู้ธรรมประพฤติธรรมกันอย่างสัมมาทิฏฐิ การตั้งปณิธานนี้มีความปักมั่นแม้จะมีอุปสรรคสุด ยากเย็นแสนเข็ญหนักหนาสาหัสต้องฝ่าฟันกันปานใดๆ ก็ จะทำงานนี้ตลอดไ
อ่านต่อ
ปให้มีผลสำเร็จให้ได้ ต่อให้ต้องใช้เวลาเดินทางถึงขั้นข้ามฟ้าข้ามดวงสุริยาอาทิตย์ ข้ามจักรวาล ทั้งหลายทั้งปวง สุดห้วงเอกภพแดนใด จะแสนไกลกรากกรำต้องเคร่งคร่ำพร่ำบ่นทนสาธยายอธิบายจนปากเปียกปากแฉะทรมานทรกรรมขนาดไหน จะเจอมารพาลโหดโฉดภัย ร้อนร้ายกว่าไฟก็ทน แน่วจริงแน่ใจ ไม่มีเบื่อหน่าย จะเกิดจะตายกี่ครั้งกี่หน กี่ชาติ กี่กัปป์กี่กัลป์ ก็มุ่งมาดพากเพียรสืบสานธรรมะ แพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้า อันตนแน่ใจว่า เป็นงานที่ดีที่สุดของความเป็นคน ไม่มีงานใดจะดีกว่านี้ มี“งาน”นี้เท่านั้นที่จะทำให้คนเจริญ ถึงขั้นเป็นอาริยชน จริงๆ ซึ่ง“คน”นั้นมี“ใจ”เป็นประธานสิ่งทั้งปวงนั่นแหละ“เจริญ” เมื่อช่วยให้คนมีจิตใจเจริญเป็น“อาริยชน”แล้ว คนก็จะสำนึกสำเหนียก“ช่วยคน”ประชาชนด้วยกัน โดยมี “เมตตา” แท้ๆพาคนให้พ้นทุกข์พ้นยาก พ้นการเบียดเบียน หยุดเข่นฆ่ากัน คนที่บรรลุ“ความรู้-ความจริง” ก็จะหันมาช่วยเหลือเกื้อกูลอุ้มชูอนุเคราะห์กันและกัน ทำประโยชน์ต่อคนหมู่มาก(พหุชนหิตายะ) ช่วยคนหมู่มากให้เป็นสุข(พหุชนสุขายะ) เพราะมี“ปัญญา”อันเป็นความฉลาดโลกุตระเข้าใจกระทั่งถึงความเป็น“อุตุนิยาม-พีชนิยาม-จิตนิยาม-กรรมนิยาม-ธรรมนิยาม” เป็นผู้บรรลุธรรมจริง จึงช่วยมวลมนุษย์และเอื้อโลกได้มากแแน่แท้(โลกานุกัมมปายะ) เพราะรู้ยิ่งทั้ง“โลกาธิปไตย-อัตตาธิปไตย-ธรรมาธิปไตย”ครบสัมบูรณ์ ด้วย“ปัญญา”ที่ไม่ ใช่มีแต่“เฉโก” อันเป็นความฉลาดของปุถุชนกันอยู่เท่านั้่น • สมณะโพธิรักษ์ (๓ มี.ค. ๖๑) *[หลังปก“เราคิดอะไร”ฉบับ ๓๓๓ เม.ย. ๖๑ ครั้งที่ ๙๐]