190616-046 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-แดนอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นภาคเช้าวันที่ 16 มิถุนายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านได้นำหมู่นักปฏิบัติธรรมพิจารณาอาหารแดนอโศกตำบลทุ่งลูกนกอำเภอกำแพงแสนจังหวัดนครปฐมโดยเราต้องสำเนียงเสมอว่าเราเป็นผู้มาเรียนเพื่อเป็นผู้มาเรียนแล้วก็ต้องพยายามเรียนรู้ตามพี่ๆตัวตามผู้ใหญ่ 40 พยายามพึ่งพาเป็นพาไปบางสิ่งบางอย่างทำอย่างโน้นอย่างนี้ก็ต้องคอยสังเกตเอาเพราะบางอันบางอย่างอาจจะไม่ได้บอกด้วยปากแต่ว่ากระทำได้กา ที่มีอยู่อย่างโน้นอย่างนี้ก็ดีก็ต้องตาไม่ถึงจิตจิตจิตจิตจิตรู้ยากก็ต้องเอากายไปก่อนการรู้ไม่ได้ทำไม่ได้ก็ต้องพยายามฝึกเพียรเพื่อฝึกเพี้ยนกายก็ได้เพราะจีก็ได้ฟังออกรู้ตามสงสัยก็ถามแล้วเราก็จะเขียนเข้าไปถึงจิตเราจะทำอะไรตามถ้าเข้าใจยังไม่ได้ก็ต้องพยายามถามพยายามพิจารณาเอาดูทำไมต้องทำอย่างนี้ทำไมต้องมีแบบนี้ทำไมต้องมีอย่างนี้ทำไมต้องมีจารีตอย่างนี้ทำไมต้องมีประเพณีอย่างนี้ให้ ความเข้าใจเหตุผลว่าดีหมายเอาตรงไหนถ้ามากไปถ้าน้อยไปหรือว่าส่วนที่มันไม่ดีไม่เหมาะสมกับสถานที่ไม่เหมาะสมกับบุคคลไม่เหมาะสมกับกาละหรือไม่เหมาะสมกับสิ่งประกอบเราก็ต้องพิจารณาให้รู้วิเคราะห์วิจัยให้ออกถ้ามันเหมาะสมเหมาะสมได้อย่างไรมีเหตุมีผลคิดดูไตร่ตรองดูถ้ากว่าจะก่อนจะไกรทองพวกนี้เราในฐานะคุณน้อยความหมายก็อย่าไปคิดอะไรมากเพราะผู้ใหญ่ก่อนจะคิดอะไรก่อนจะพาทำอะไรนั้นน่ะจะต้องใส่ซองแล้วเลือกสรรแล้วได้รับมา อย่างดีแล้วเข้าใจเหตุเข้าใจผลแล้วจึงเอามาทำตามที่เราได้ไว้ใจผู้ใหญ่นั้นแล้วเพราะเรื่องสำคัญที่ผู้ใหญ่พยายามที่จะให้เรามุ่งเข้าไปเอาสำคัญนอกจากว่าทำอะไรก็ทำตามไปซะยิ่งบอกแล้วก็จะยิ่งทำซะแม่อย่างนั้นแล้วก็ต้องพยายามให้มันเข้าไปหาตนให้มากเกินจิตดูจิตมีผัสสะอะไรที่มีกิเลสโลภะโทสะนี้เป็นการศึกษาชั้นสำคัญของเราใครจะมามุ่งหมายอ่านเรื่องกิเลสตัณหาคือ
อ่านต่อ
พวกเรามีโลภะโทสะพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นโมฆะคือเป็นสิ่งที่หลงผิดหลงกลับเพราะเป็นทางกลับท้ายเป็น หัวอะไรอยู่ตลอดเวลามาชนิดไหนถ้าจะมาดูให้เห็นจริงไม่เห็นให้เห็นว่ามันกลับแล้วยังหรือว่าอันใดไม่กลับก็คือยังไงแล้วเราจะทำให้ถูกจะให้เห็นชัดแล้วก็จะทำตามให้ได้หมดโลกพระหมดโทรศัพท์หมดกิเลสตัณหาภายในจิตจิตละอ่อนโยนหินอ่อนเบากว่าง่ายแล้วก็รู้ดีจะกระทำอะไรต่ออะไรก็มีความรู้ดีเป็นตัวนำซึ่งเรียกว่าญาณทัศนะเรียกว่าอธิปัญญาเป็นยอดของพระอรหันต์หรือยอดของพระผู้รู้คือผู้เจริญทำอะไรมีเหตุมีผลทำลายรู้ดีเข้าใจดีทำแล้วจะต้องพยายามเอาแต่สิ่ง จะเกิดผลดีเป็นที่ตั้งไม่ได้ทำอะไรสุกเอาเผากินทำอะไรตามใจชอบไปเรื่อยๆไม่มีเหตุมีผลไม่ใช่เราทำทุกอย่างเราทำงานด้วยเจ็บถึงเราไม่ใช่ทำเพราะอยากทำแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำถ้าเมื่อใดมันมีเหตุผลมันสมควรจะต้องทำมันเป็นการดีแล้วไม่ได้ทำเพราะอยากทำเราไม่อยากเราไม่ได้ทำเพราะไม่อยากทำก็ไม่ใช่อยากทำก็ไม่ใช่แต่เราทำเพราะรู้ดีเพราะเห็นดีเพราะเข้าใจดีพระยินดีอะไรก็ตามแต่ภาษาอินเดียที่เอามาขายกันเพราะเรารู้ดีมันเองหรือแบบเป็นกุศลเราก็ยังกุศลนั้นให้ถึงพร้อมเป็นไปตาม เขาจะทำการงานเราก็ทำการพักตามที่เหมาะที่ควรพวกเราท่านผู้มาใหม่ก็พยายามดูไล่เรียงขึ้นมาตามลำดับสงสัยอะไรให้ถามถ้าช้ากลัวไถ่ถามแล้วก็ผู้ชายแล้วก็พูดเป็นพี่รุ่นพี่ก็จะบอกบางทีบอกไม่ได้ก็จะมาบอกให้มาถามรุ่นพ่อคุณยายขึ้นไปตามลำดับแล้วก็เป็นไปตามลำดับตามลำดับซึ่งก็จะช่วยกันดูกันให้พยายามสำรวจเสมอว่าเรามาศึกษาถ้าเราเป็นผู้มาศึกษากินข้าวชาวบ้านเขาแล้วเราไม่ศึกษาชื่อเราเป็นครูมดเท็จชื่อว่าเราเป็นคนหลอกลวง ดูว่าเราเป็นผู้ไม่สู้เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดเราจะต้องศึกษาจะต้องฝึกฝนจะต้องเรียนรู้แม้เราไม่ได้ไปสอนเขาไม่ได้ไปทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นเลยเราก็จะต้องซื่อสัตย์ต่องานนี้คืองานศึกษาตนภาคเรียนเขาให้ตัวเองเจริญ