190615-045 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-แดนอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
ขณะนี้เป็นเวลาก่อนฉันของเช้าวันที่ 15 มิถุนายนพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำผู้ฝึกธรรมะพิจารณาอาหารและธรรมสถานแดนอโศกคือเราต้องเรียนเมื่อเรามาอยู่โรงเรียนสถานที่นี้เป็นสถานที่ที่จะอบรมบ่มนิสัยและปรับปรุงใจปรับปรุงจิตเพราะฉะนั้นบทบาทหรือว่าการกระทำโดยจารีตประเพณีแบบอย่างถ้าจะต้องพยายามทำความเข้าใจ ทำตามตั้งแต่ว่าเราจะดูสิ้นสลับกันนอนกินเราก็จะมีแบบอย่างอยู่เราก็จะมีการงานให้เป็นแบบอย่างตามขั้นตอนและแม้เวลานอนเราก็จะมีเวลามีแบบอย่างที่เราจะต้องเรียนรู้ชีวิตรอด 24 ชั่วโมงพอเราควรจะทำตัวอย่างไรควรจะรู้ว่าที่ทำอย่างนั้นมีเหตุผลอะไรทำแล้วเราได้ผลประโยชน์ จังไรจะต้องอ่านจะต้องพยายามพิจารณาทำความเข้าใจเองให้ได้หรือถ้าไม่ได้ก็ถามไถ่พี่ๆหรือว่ารุ่นพี่ไม่เข้าใจไมตรีเป็นน้องก็อาจจะมาช้ากว่าแต่เขาเข้าใจได้ก่อนก็มีสาระหรือคนดูถามแต่คุณดูวิเคราะห์กันดูวิจัยกันดูถ้าเราเป็นผู้เรียนรู้สิ่งที่ไม่ควรจะกระทำมากกว่ากายกรรมอย่างนั้นอย่างนั้นเขาจะเรียนรู้วิธีการก็ไม่ควรจะทำไม่ควรจะพูดอย่างนั้นอย่างนั้น และเราก็จะระงับใจของเราให้ได้ไม่เคยชินในการทำทั้งทางกายการพูดมาอย่างหนึ่งเมื่อเรามาเรียนรู้แล้วจะรู้ว่าโอ้เรานี้จะต้องปรับปรุงกายกรรมที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นสิ่งนั้นจึงหยาบแม้แต่กิริยาอาการกายอย่างนี้มันไม่งามไม่เหมาะอยากอยู่เราก็จะปรับปรุงมาจิตใจของเรายังก่อนคิดถึงกรุงไปเจริญอย่างโน้นอย่างโน้นหยาบจะต้องเปลี่ยนให้มาคิดเห็นในทางที่ดีหรือแม้แต่จะให้มันพัก ให้มันหยุดเลยเราก็จะหัดทำให้มันหยุดจากสิ่งนั้นสิ่งนี้มันเลิกจากทำอย่างโน้นอย่างนี้คิดอย่างโน้นอย่างนี้ให้มาคิดอย่างดีให้มาทำอย่างดีเกี่ยวกับเรียนติดเชื้อให้มาจากอกุศลมาเป็นกุศลซื้อมากที่สุดเรามีอำนาจสามารถที่จะทำให้จิตเราหยุด
อ่านต่อ
ชะงักผ่อนเบาจากสิ่งที่มันเคยไปคิดถึงอยู่ลงมาเป็นจิตที่สงบระงับและแม้ที่สุดหยุดคิดหยุดรู้เรียกว่าอสัญญีสงบหมดก็ได้หรือไม่ธรรมดาแต่เราเรียนรู้แต่เฉพาะ เรื่องของกิเลสตัณหาราคะโทสะโมหะที่เป็นอาการของจิตเราก็รู้ชัดแล้วก็ไล่ออกเปลี่ยนออกให้จิตมันรับรู้และมีแต่ตัวดีมีเจตนาดีมีจิตกุศลเท่านั้นพยากรณ์ พระสมเด็จพระอริยะถ้าทำได้หมดเกลี้ยงเท่าที่เราเคยมีอยู่ในจิตแล้วเราอ่านอาสวะออกไม่ผิดซ่อนแฝงละเอียดบางแล้วก็รู้แน่และก็ทำได้จริงๆเมื่อรู้ต่อเมื่อไม่รู้เท่านั้นที่เราต้องทำไม่ได้ความรู้สึกของเราไม่รู้อย่างอนลงไปในจิตลึกก็ไม่รู้ไม่รู้เท่านั้นเราจึงทำไม่ได้ต่อเมื่อให้รู้แล้วไม่ว่าจะอ่อนจะบางนาจะอยากเราก็ดับได้เปลี่ยนจิตเป็นดีได้ทุกทีไปเหตุผลสำเร็จอย่างนั้นผู้นั้นเรียกว่าพระอรหันต์ เป็นผู้ที่ซื่อตรงพระพุทธรูปเจ็บจริงๆสามารถรู้จิตได้อย่างแท้อดเจตนาที่เป็นกรรมอย่างแท้จริงผู้นี้จึงเรียกว่าพระอรหันต์พยายามอ่านรู้จิตของตนให้ลึกซึ้งและก็รู้ความจริงที่เราสามารถอยากรู้ได้ว่าอาการของจิตและก็ทำให้ซื่อตรงและก็เป็นบุษบาเธอ