590804_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาทำบุญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590804_ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาทำบุญ
พ่อครูว่า….วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2559 ที่บวรราชธานีอโศก ทุกวันพฤหัสบดี จะเป็นวันที่ตอบปัญหา ….ส่งมาได้ทาง ไลน์ @บุญนิยมทีวี เบอร์โทรศัพท์ 094 2587007 และ 094 2598885 0822712xxx… รับก็รับครับ ธรรมนูญ พ่อว่าไงก็ว่างั้น ถ้ามันจะโง่ ก็ขอโง่ให้ตายซักชาติ 0815428xxx… นมัสการครับ อยากให้หลวงปู่ให้ทัศนคติ แด่ผู้เคยประพฤติปฏิบัติผิดพลาด ทั้งทางโลกและทางธรรมด้วยครับ ขอบพระคุณอย่าสูงครับ พ่อครูว่า ...แม้แต่พระพุทธเจ้าก็เคยปฏิบัติที่ผิดมาก่อน และเราจะมีทัศนคติอย่างไรกับการปฏิบัติที่ผิด เมื่อเรารู้ว่าเราทำไปแล้วผิด สิ่งที่ทำผ่านไปเป็นกรรมที่ทำไปแล้ว เป็นอันทำ ทำไปแล้วจะลบล้างไม่ได้ ก็เป็นวิบาก จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวจะหลงลืมอย่างไรก็แล้วแต่ ยิ่งเป็นการกระทำทั้งทั้งที่รู้ ก็สมน้ำหน้า แต่ถ้าไม่รู้ตัว ทำไปแล้ว ก็รู้ว่าผิดทีหลัง ก็เป็นอกุศลวิบาก ที่นี้จะทำอย่างไรเมื่อผิดแล้ว ธรรมะของพระพุทธเจ้าสอนว่า กรรมที่ทำไปแล้ว ลบไม่ได้ เมื่อทำไปแล้วกรรมวิบากก็เป็นอย่างหนึ่ง กิเลสก็เป็นอย่างหนึ่ง อันนี้จะอธิบายทีหลัง ผู้ใดทำกรรมที่เป็นวิบาก จะเป็นกุศลหรืออกุศลธรรมแล้ว ก็เป็นเราเป็นของเรา แล้วจะออกฤทธิ์กับเรา จะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ ก็มีเหตุปัจจัย จะแรง จะเบา ก็เป็นไปตามสัจจะของมัน เป็นอจินไตย ไม่ต้องไปคิด แต่มันจะออกกับเราแน่ ทำไปแล้วเมื่อรู้ตัวว่าผิด ก็ต้องจำไว้ว่าอย่าทำอีก นี่เป็นประเด็นแรกที่สำคัญ 2 ทำแต่กุศลให้ถึงพร้อม ทำแต่ดีไปเถิด เคยอธิบายไว้ว่า กุศล กับ อกุศล เมื่อทำไปแล้วจะ สะสมทั้ง 2 อย่าง มันก็จะดันกัน ถ้า กุศลมากก็ดันอกุศลให้มาหาไม่ทัน แต่ถ้ากุศลมันน้อยแต่อกุศลมีมาก มันก็มาทัน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเติมกุศล
อ่านต่อ
ให้มากไว้ แล้วอกุศลก็จะขึ้นมาไม่ได้ไม่ทัน นี่คือวิธีการที่จะไม่ให้เราได้รับผลจากกรรมวิบาก เป็นวิธีเดียวไม่มีวิธีอื่นของศาสนาพุทธ เป็นวิธีที่เราจะไม่ได้รับทุกข์ในปัจจุบัน เราจะไม่ได้รับวิบากกรรมได้นั้น หนึ่งเราต้องทำกุศลให้มาก ให้กั้นไว้ อกุศลจะได้มาไม่ทัน แล้วทุกจุบันจะต้องอ่านเหตุปัจจัยที่เป็นบาป เป็นอกุศลคือจิตใจที่มีกิเลส ที่เป็นตัวการทำให้เราก่ออกุศลกรรม จึงต้องเรียนรู้กิเลสในภพปัจจุบัน แล้วเรียนรู้ที่จะฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน จนกิเลสเรารู้จักเราได้ทุกตัวที่มากระทบ และเราก็ฆ่าได้เสร็จหมด จนกิเลสไม่เกิดอีก บุญคือการฆ่า คือการ ชำระกิเลส ให้จบหมด ก็เลิกทำบุญ จนแข็งแรงเป็น พระอรหันต์ไม่ต้องทำบุญ กำจัดกิเลสหมดแล้ว ทุกกรรมกิริยาก็เป็น กุศลถ่ายเดียว จากนี้ไปมีแต่กุศลๆๆๆ กุศลก็ยันอกุศลไปโน่น ตกไปฟากไหนๆ ไม่มีทางตามทันได้ สัพพปาปัสสอกรณัง กุสลสูปสัมปทา สจิตตปริโยทปนัง นี่คือวิธีของศาสนาพุทธ สุดยอดเลย จะไม่ได้รับทุกข์รับภัยอะไรอีก ถ้ายังอยู่จะมีแต่กุศล จนกว่าจะปรินิพพาน จะทำอย่างไรเมื่อรู้ตัวว่าได้ทำผิดไปแล้ว? 1.หยุดอย่าทำอีก 2.ทำแต่กุศล 3.ล้างกิเลสให้ได้ คือวิธีที่ศาสนาพุทธสอน ที่อาตมาทำมา แล้วนำมายืนยันกับพวกเรา
_พ่อครูครับ ผมจะรับรัฐธรรมนูญ 2559 เพราะนักกฏหมายขี้โกงบอกไม่รับแสดงว่าต้องดีแน่ๆ พ่อครูว่า ...อีกฝ่ายหนึ่งที่บอกว่าไม่ดี คือศัตรูของอันนี้ บอกว่าไม่ดี ก็แสดงว่ารัฐธรรมนูญนี้ดีแน่ อาตมาก็เคยย้ำ เขาก็คิดว่าไม่รับ ลุงตู่ก็จะต้องอยู่ต่อ มันเหมือนไม่มีเกียรติ อาตมาก็ว่าต้องรับสิ เราก็ได้คะแนนรับนี่มากกว่า ก็ยิ่งมีเกียรติ นี่คือเหตุการณ์ทุกวันนี้ ที่ซับซ้อนสับสน จนงงไปหมด แต่อาตมาว่าไม่ต้องคิดมากเลย ถ้าเราต้องการให้ลุงตู่อยู่ เราก็ให้รับให้อยู่อย่างมีเกียรติก็จบ เพราะความเห็นตรงกันที่ต้องการให้ลุงตู่อยู่
_ปัญญาชนคือผู้รู้ _พ่อครูเคยกล่าวว่า ผู้บรรลุสัมมาสมาธิได้จริง จะรู้แจ้งรู้จริง ตามความเป็นจริงของมนุษย์ ที่กาย วาจา ใจ รู้ทันผัสสะภายนอก คือโอฬาริกอัตตา รู้ถึงรูปภายใน คือมโนมยอัตตา ผู้น้อยเข้าใจถูกไหม? พ่อครูว่า ...ถูกต้อง
_ส่วนเจโตสมาธิ ได้แต่จมอยู่ในภวังค์ ติดอยู่กับทิฏฐิ 62 ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสในพรหมชาลสูตร ดังพ่อครูเคยกล่าวไว้ พ่อครูว่า ...การ นั่งหลับตา ไม่มีวิจัย จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ แยกวิตกวิจารไม่ออก แต่ของพระพุทธเจ้านี้รู้เรื่องหมด
_ผลหลังประชามติ จะเป็นอย่างไร จะผ่าน มิผ่าน ก็ขอให้จบ ที่การยอมรับกติกา ที่เคารพในสิทธิกันและกันไม่ใช่กฏกติกูที่ชวนตีกัน ยอมรับทุกสิทธิ์ เสียง โดยสงบสันติ รักกัน เพื่อแม่ พ่อครูว่า...ดีแล้ว ทุกคนให้มองกันในแง่ดี แล้วพากันทำดี เพื่อประเทศชาติ
_0833208xxx… คนรู้แจ้งคือคนมีสัมมาสติ รู้ว่าจิตตนคือพุทธะ จะชื่นชมธรรมะบำเพ็ญไม่ผิดในมโน วจีและกายกรรม หูตาจมูกลิ้นกายใจสะอาดสงบ รู้จักเป็นผู้ให้ในการอันควรทุกเมื่อ บังเกิดจิตมหาเมตตากรุณาฉุดช่วยตนและคนอื่นให้รู้แจ้งในธรรมะบรรลุสู่มรรคผล พ่อครูว่า...อันนี้อาตมาว่าโมเมหรือเปล่า? คำว่าพุทธะนี้เป็นความหมายลึกซึ้ง จบเลยเป็นผู้รู้จริง ไม่ใช่แค่ภาษา แต่เป็นรู้จบเลย เป็นผู้สดชื่นเบิกบาน มีสติเต็ม ไม่มีง่วงเหงา ไม่วุ่นวาย เป็นคนมีพลังสติเต็มดี
_จากหินไท....ฝากถามพ่อครูครับ ครั้งหนึ่งมีท่านผู้รู้เคยมาทำการตรวจสอบพ่อครูว่า ท่านบรรลุธรรมจริงหรือไม่(น่าจะ20ปีล่วงมาแล้ว) มีการทำการเป็นระบบเขาน่าจะเป็นอาจารย์ที่ไหนสักแห่ง และน่าจะเป็นเปรียญธรรม 9ประโยคด้วย เขาได้มาค้นหาข้อมูลในห้องสมุดที่สันติอโศกของเราด้วย วันสรุปตรวจสอบไปทำกันที่ ม.ธรรมศาสตร์ วันนั้นพ่อครูก็เดินทางไปรับการตรวจสอบจากเขาคนนั้นผมจำชื่ออาจารย์คนนั้นไม่ได้ เขาบอกว่าพ่อครูไม่ได้บรรลุธรรม ผมจำได้ว่า พ่อครูก็ไม่ได้พูดอะไร อยากถามพ่อครูว่าคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นั้น ผมเองมองว่า เขาเองแม้จะได้เปรียญธรรม 9ประโยค แต่เขาก็คือคนที่ล้มเหลว เพราะสึกออกมาเป็นคนธรรมดา ตอบออกสื่อก็น่าจะดีเป็นการทบทวนประวัติศาตร์อีกหน้าหนึ่งของพ่อครู เคยได้ยินว่ามีแต่พระไปถามเรื่องการบรรลุธรรมของพ่อครูที่โคราช แต่นี่เป็นฆราวาส มาทำการตรวจสอบ ผมอยู่ในเหตุการณ์ แต่จำไม่ค่อยได้ครับ กราบนมัสการครับ กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง
พ่อครูว่า….เป็นเหตุการที่เราจะเดิน มีสมณะ สิกขมาตุ เดินจากแดนอโศก นครปฐม เป็นธรรมสถาน อยู่กำแพงแสน เราเดินจากที่นั่นไปโคราช เดินสามเดือน ไปปักกลดที่ศาลากลาง เรื่องราวเขาก็รู้ว่าชาวอโศกเดินทางมา ทางมหาเถรสมาคมก็จะเล่นงาน ก็มีเจ้าคณะจังหวัดพาพระเลขาธิการคณะไป บุกไปพบอาตมาไปสอบเลยว่ามาทำไม อาตมาก็เลยบอกว่ามาเผยแพร่ธรรมะ เขาก็เลยบอกว่าเอาอะไรมาเผยแพร่ อาตมาก็บอกว่าเอาธรรมะ ท่านก็บอกว่าบรรลุธรรมแล้วหรือ ท่านเป็นเปรียญ 9 อาตมาก็จำได้ จิตตอนนั้น ก็บอกว่าเขาลบหลู่เรา มีน้ำเสียง มีกิริยาท่าทางที่ส่อแสดงเช่นนั้น อาตมาก็คงหุ่นไม่ให้นะ ซึ่งก็ไม่เคยบอกกับใครว่าบรรลุอย่างไร พระพุทธเจ้าก็สอนไว้ในอภิณหปัจจเวกขณ์ ไว้ว่าบอกอย่างไม่เก้อเขิน อาตมาก็บอกสำนวนคำต่อคำว่า จะให้ตอบ ก็ตอบได้ ถ้า โสดากับสกิทา ผมก็ผ่านแล้ว …. ตอบแค่นี้ พอต่อไปท่านก็ขึ้นเสียง ว่าโสดาด้วยหรือ ? เอ้า จดๆๆๆ บอกเลขาจดใหญ่ ท่านจะเอาผิดที่อวดอุตริมนุสธรรม ก็ไม่เห็นว่าอะไร จะเอาเรื่องต่อ ก็ไม่รู้ แต่จากวันนั้นไปท่านก็เสียชีวิต ตายโหงรถคว่ำ กระเด็นจมขี้โคลนเลย ท่านเจ้าคุณองค์นี้ นั่นคือ ครั้งแรกที่อาตมาตอบไปอย่างเปิดเผย คุณหินไทก็ถามว่าคิดอย่างไร? ก็จำได้ว่า ไม่ค่อยจะพูดอะไรใหม่ๆ ไม่ค่อยอยากจะคุย ตัวเองอาตมานั้น ต้องการจะให้คนมาศึกษา อาตมามีความรู้เท่าไหร่ ก็จะพยายามแนะนำความรู้ แล้วให้คนเขาเอาความรู้มาจับอาตมา เช่น โสดาฯมีกาย วจี มโน อย่างไร จนคนนั้นเขาปฏิบัติ ก็จะมีคุณธรรมของตน อย่างน้อยก็มีภาษาที่จะเอามาตรวจสอบ เรียนรู้คบหากันไป ใช้เวลาจนกว่าเขาจะตอบได้เองว่า เป็นอย่างที่อาตมาพูดไว้ว่าใช่ เขาก็จะรู้ของเขาเอง ถ้าเขาไม่รู้ ก็แล้วไป ถ้ารู้ก็คือรู้ ไม่ต้องไปบังคับไปหาอะไร ถือว่าเป็นอิสรเสรีภาพ ตามกามลามสูตร อาตมาก็ชอบที่จะทำเช่นนี้ อาตมาแม้จะจำไม่ได้เต็มที่ แต่ก็จำได้ว่าไม่ได้พูดอะไรมาก ส่วนมากอาตมาจะพูดเมื่อจำเป็น ไม่จำเป็นก็ไม่บอก แม้จะมาบังคับให้อาตมาตอบ แม้ผู้รักษาการอธิบดีกรมการศาสนามาถามอาตมาว่าสึกหรือยัง เป็นฆรวาส หรือยัง อาตมาก็บอกว่า ไม่ขอตอบใดๆ …
_จากคุณทุกข์ อัศวิน ประทับใจ..ที่พ่อครูใส่ใจ ปัญหาของบ้านเมือง..ในวาระที่ใกล้ลงประชามติ..เชื่อมั่นว่า..พ่อครูได้พิจารณาแล้วเจ้าค่ะ ด้วย กติกาใหม่ของ รัฐธรรมนูญที่กำลังจะลงประชามตินี้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า..ท่านตู่เขียว..จะเข้ามาเป็น นายก..เพื่อแก้ไขปัญหาของชาติได้อีกวาระหนึ่งเจ้าคะ จะซ้ำรอย..คราวทักษิณ ที่ลวงด้วยวาทะ.."รวยแล้วไม่โกง" รัฐธรรมนูญที่ให้ลงมตินี้ มีซ่อนกลลวง หลายจุด เหมือนกับ สนับสนุนกลุ่มทุน จึงขออนุญาติ..เรียนปรึกษาเพื่อบรรเทาความวิตกกังวล เจ้าค่ะ กราบ ด้วยความเคารพอย่างสูง
พ่อครูว่า...ในชีวิต อาตมาเป็นโพธิสัตว์ เป็นลูกพระพุทธเจ้า เกิดมาเป็นมนุษย์ พระพุทธเจ้าสอนแล้ว อาตมาปฏิบัติตาม ให้อาตมาเห็นจริงว่าเกิดมาเป็นมนุษย์นี้เกิดมาทำไม? เกิดมาเป็นคนมีประโยชน์ คือคำตอบ ไม่ใช่เป็นคนผลาญพร่า หนักแผ่นดิน ไม่ใช่เกิดมาเอาเปรียบ เป็นคนนิสัยชั่ว เป็นคนแล้วต้องคิดให้ออก อย่าเอาแต่เบียดเบียน เป็นภาระคนอื่น ต้องทำงานต้องมีความรู้โดยเฉพาะรู้กิเลสตัวเอง พระพุทธเจ้าค้นพบ เราเกิดมาในยุคพระพุทธเจ้า เรียนรู้ให้สัมมาทิฏฐิ แล้วลดกิเลสจนหมดความเห็นแก่ตัว แล้วขยัน ทำเพื่อมนุษยชาติ พหุชนหิตายะ (เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก) นี่ เป็นความจริงของผู้อรหันต์ทุกคน ยิ่งเป็นโพธิสัตว์ก็ยิ่งจริง การใส่ใจปัญหาบ้านเมืองคือ ช่วยพลเมือง มนุษยชาติ เป็นโพธิสัตว์อรหันต์ จะใส่ใจเช่นนี้ ไม่ห่วงตัวเอง มั่นใจว่าตนทำสิ่งดีงามให้คนอื่นเลี้ยงไว้ ปรปฏิภัทธาเมชีวิกา ตัวเราเองไม่เปลืองผลาญ แต่กินน้อยใช้น้อย มักน้อยสันโดษ คนดูแลเลี้ยงดูง่าย สุภโร ไม่ต้องห่วงเลย เมื่อบรรลุธรรม จะไม่มีปัญหาในชีวิตตัวเอง ทำงานเพื่อผู้อื่นถ่ายเดียว ไม่ต้องห่วงตัวเองว่าจะกินจะไปจะมาจะอยู่อย่างไรเลย พิสูจน์ตามบารมี ไม่ว่าจะเป็นสมณะ สิกขมาตุ แม้แต่ฆราวาสพวกเราเอง ขอให้จริงเถิด คุณสมบัติเช่นนี้ของคนเรา จะเอาไปช่วยส่วนกลางของประเทศเลย ถ้ามีโอกาสแล้ว มีผู้ยินดีพลเมืองยินดี ให้เราทำ เราไม่ยัดเยียดตัวเอง เราก็จะพยายาม เมื่อพลเมืองต้องการเรา ก็เต็มใจไปทำ
_ด้วยกติกาใหม่ของรัฐธรรมนูญ ที่จะลงประชามติ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านตู่เขียวจะเข้ามาเป็นนายกฯ เพื่อแก้ไขปัญหาชาติ ได้อีกวาระหนึ่ง พ่อครูว่า … ถ้าไม่มั่นใจก็ต้องช่วย อย่างน้อยไปลงคะแนนเสียงอย่างที่ว่า ทำอย่างถูกต้องต่อไป อาตมาว่าแม้แต่ฝ่ายแดงลึกๆก็รู้ว่าอะไรถูกต้อง แต่เขาต้องการอำนาจไปเอาประโยชน์ส่วนตัวอีก ลึกๆมนุษยชาติรู้ว่า อะไรดี ถูกต้องจริง ทำให้ตรงเท่านั้น อาตมาไม่เชื่อว่าลุงตู่จะทำเหมือนทักษิณจะไปวัดรอยเขาทำไม ไม่เชื่อเลย
โดยสามัญสำนึก ที่คุณประยุทธได้ทำมาแล้ว มันเป็นตัวอย่างที่ทำมา อาตมาดูแล้วตัดสินว่าไม่ใช่ แต่จะให้คุณประยุทธนี้ไปหักโค่น จัดการนายทุนใหญ่ตูมตามทันที อาตมาว่าใจร้อนไปไหม ต้องทำตามลำดับๆ ใจเย็นๆ สิ่งที่คุณกังวลอาตมาว่าลุงตู่รู้อยู่นะ ต้องให้เวลาเพราะความหมักหมม สิ่งเลวร้ายพอกหางหมูมากไปแล้ว เวลา 84 ปี นานมาก
_เนกขัมสิตอุเบกขา ที่เป็นฐานนิพพาน มีลำดับอย่างไร? พ่อครูว่า ...การทำ นั่งหลับตา ก็อุเบกขาได้ แต่มัน ไม่ได้ล้างอัตตา สิ้นเกลี้ยงตามลำดับ เลยไม่เป็นเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย อย่างที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ จึงไม่เข้าขาย เนกขัมสิตอุเบกขา ในมโนปวิจาร 18 ที่เกิดจากทวาร 6 แล้วสุข ทุกข์ ไม่สุข ไม่ทุกข์ ก็ได้ เกิดทาง 6 ทวาร ก็เป็น 18 ของโลกีย์ก็เป็น คนไม่รู้ก็สั่งสมหนาไปเรื่อยๆ พอเป็นผู้สัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า ก็ค่อยๆล้างไป ทำธรรมะสองให้เป็นหนึ่งได้ (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) คือทำให้โลกีย์เป็นโลกุตระ แล้ว โลกุตระไม่ได้หนี แต่อยู่เหนือโลกีย์ นี่คือสุดยอดความรู้ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ นี่คือ ฐานนิพพาน คุณ เริ่มจากรอบศีล แล้วเรียนรู้ตามกรอบศีล อย่างที่เกิดกระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ ลดละไปตามลำดับในศีลแต่ละข้อๆ ส่วน จิตก็มีปฏิบัติ ดำริในสังกัปปะ มีดำริ ในกามพยาบาทวิหิงสา ดับกิเลสภายนอกก่อนแล้ว ดับในรูปาวจร อรูปาวจร ก็จบ ได้อุเบกขา เป็นฐานนิพพาน สั่งสมอุเบกขาเจริญเป็น ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ก็ทำให้แข็งแรงพัฒนาเจริญยิ่งขึ้น โดยจิตจะเป็นมุทุธาตุ เป็นจิตหัวอ่อน ไม่ใช่จิตอ่อนแอ ในสายจิต เจโตจะเปลี่ยนได้เร็ว ไว แววไว ปัญญาจะรู้ได้เร็ว ทั้งปัญญาและเจโต แคล่วคล่องว่องไวเรียกว่า มุทุธาตุ เป็นกายกัมมัญญตา ทำงานได้ดี พร้อมไปด้วย สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 จะทำงานกับสังคมโลกจิตก็ไม่ขุ่นหมอง เป็นปภัสสร เจริญด้วยองค์ 5 เป็น นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ก็ค่อยเรียนรู้ไป
_หลวงปู่จะมีอายุอยู่กับชาวอโศกกี่ปีครับ แล้วจะอยู่ได้เท่ากับที่หลวงปู่คิดได้ไหมครับ พ่อครูว่า ..หลวงปู่ตั้งใจอยู่ 151 ปี ก็ไม่ได้พูดเล่น จะพยายามทำให้ได้ ดูสิว่าจะอยู่ได้หรือไม่? อาตมาเป็น โรคปักขันธิกาพาธ คือเป็นโรคไปตำหนิไปว่าเขา พระพุทธเจ้าก็ตำหนิเขาหนัก ไม่ใช่โรคอื่นมากมาย อาตมารู้ว่าโรคประจำอาตมา เป็นโรควิบากคือ ไอ ปักขันธิกาพาธ กับอีกโรคคือ รู้สึกจิ๊กๆๆเหมือนเข็มแทง ก็ค่อยบอกไป เป็นปัญหาวิบาก อาตมาก็พยายามสร้างกุศลให้กั้นเป็นกำแพงลดวิบาก
_จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดี พ่อครูว่า ...อาตมาบอกคุณไม่ได้ว่ารับหรือไม่? แต่อาตมาเองรับ
_การรักษาผลคือการทำดียิ่งขึ้นๆ เพราะทุกอย่างขึ้นกับหลักไม่เที่ยงสิ่งที่มีนี้ไม่เที่ยงแต่สิ่งที่มีนี้เที่ยงอย่างเดียวคือนิพพาน ความไม่มีนี้โลกีย์ไม่เที่ยงมีแต่นิพพานตัวเดียวเที่ยงทำไมเที่ยงก็เพราะว่าไม่มีที่ไปแล้ว ผู้เป็นอรหันต์แล้วทำทีไรก็นิพพานจึงมีแต่สะสมความไม่มีคือนิพพานมันก็เลยเที่ยง
_พระพุทธเจ้า ทำบุญบารมีมาเยอะ เพราะเหตุใดวิบากกรรมตามทันได้อีก พ่อครูว่า ...วิบากนี้ไม่หมด แต่สร้างอื่นได้ ให้เบาบาง วิบากมันเยอะมาก แต่มันยังไม่ออกฤทธิ์ เช่น พระพุทธเจ้าสมณโคดมอายุ 80 ปี ช่วงเวลา 80 ปีก็จะมีวิบาก ตามเวลา ถ้าพระพุทธเจ้าจะอยู่ต่อก็จะมีวิบากตามมาอีก เพราะคนเราเกิดมามีวิบากมหาศาล มีแต่เลิกจบไปปรินิพพานก็จบ
_อโศกแปลว่าอะไร? พ่อครูว่า ...โศกแปลว่าเศร้าโศก อโศกคือ ไม่มีความโศกเศร้าว
_พ่อครูคะทำไมกิเลสรู้ได้ยากจังเลย แม้รู้แล้วก็เอาออกยากอีก ช่วยแนะแบบง่ายๆคะ พ่อครูว่า ...ถ้ากิเลสรู้ง่าย ก็เป็นอรหันต์กันหมดสิ กิเลสรู้ไม่ง่าย ในยุคที่เป็นยุคคนเกิดมา เป็นคนสะอาด กิเลสก็ไม่มาก เรียนรู้ก็ง่าย ก็เป็นอาริยะง่าย พอกิเลสมากขึ้น ก็รู้ยากขึ้น เมื่อยุคนี้ปลายภัทรกัปป์ แต่ละคนวิบากมาก ก็เลยรู้กิเลสยาก ที่แนะอยู่ทุกวันนี้ง่ายที่สุดแล้ว
_จากนักเรียน สัมมาสิกขาปฐมอโศก ฝากท่านดาวดินถามมา พ่อครูว่า ...ถ้าคุณเข้าใจอย่างที่อาตมาเข้าใจ เทวดาเป็นจิตวิญญาณ ถ้าคุณเองไม่ใช่อาตมา ก็ไปเข้าใจ เชื่อว่าเทวดามีรูปร่าง ก็จะอุปาทาน ยึดแบบมีรูปร่าง แม้คุณไม่ตายก็นึกเห็นเทวดาเป็นรูปร่าง ตายไปก็เห็นเช่นนั้น หรือวิบากคุณ เป็นเทวดารูปร่าง ก็เป็นเช่นนั้น มีรูปร่างพระพุทธเจ้าก็ว่า เป็น มโนมยอัตตา จิตปั้นได้สำเร็จ เช่น คนเห็นผี ตอนเป็นๆ เขาเห็นจริงๆ แต่ไม่มีของจริง จิตเขาหลอน มีอุปทาน เห็นพร้อมกันก็ได้เป็นอุปาทานหมู่
_การทำบุญ อะไรที่ทำแล้วได้กุศลสูงสุด และการทำบุญให้ผู้ตายวิธีไหนจะได้กุศลสูงสุด? พ่อครูว่า ...การทำบุญให้ผู้ตาย วิธีไหนจะได้กุศลสูงสุด คำตอบคือ อย่าทำ เพราะทำอย่างไรก็ไม่ได้ เสียเวลาทุนรอนแรงงานเปล่าๆ แล้วการทำบุญที่จริงคือ สันตานังปุนาติ วิโสเทติ คือการชำระจิตสันดานให้หมดจด อาตมาก็ต้องเหนื่อยหนัก เพราะสอนบุญผิดๆกันมา สอนกันว่าได้เป็นตัวตน แต่ที่จริง บุญมีหน้าที่ประหารกิเลสอย่างเดียว ทำแล้วหมดหน้าที่ ผู้ทำบุญเป็นคือ ประหารกิเลสเป็น
_ความรักมีหลายมิติ แต่เด็กนักเรียนมักมีแต่ความรักมิติที่ สามคือ เห็นแก่ญาติเท่านั้น คนข้างนอกก็เป็น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พ่อครูว่า ...ตั้งข้อสังเกตก็จริงนะ คนที่เห็นแก่ลูกอย่างเดียว ไม่เห็นแก่ญาติก็ไม่ค่อยมีนะ คนก็มีภูมิที่เกื้อกูลกัน เผื่อแผ่จากลูก มาให้ญาติ ดีไม่ดี ลูกไม่ดี ก็ให้ญาติดีกว่า ก็มีจริงได้ ก็เพราะว่าญาตินั้นกว้างกว่าลูก คนมีปฏิภาณ ปัญญาดี ก็เห็นแก่ญาติกว้างขึ้น แต่ก็ยังไม่กว้างกว่านั้นอีก
_ทำไมคนต้องมีความรักด้วย มีแล้วผิดหรือไม่? พ่อครูว่า ...รักร้อยทุกข์ร้อย รัก สิบทุกข์สิบ รักแสนทุกข์แสน รักล้านทุกข์ล้าน ไม่มีรักเลยไม่ทุกข์เลย ไม่มีรักมีแต่ความเมตตาเกื้อกูลอย่างนั้นเจริญที่สุด
_หลวงปู่คะ หลวงปู่เทศน์เกือบทุกวัน ไม่เหนื่อย หรือเจ็บคอบ้างไหม?หลวงปู่ไม่เคยบอก พวกเราว่าจะเลิกเทศน์ แล้วความรักที่แท้จริงคืออะไรคะ พ่อครูว่า… เป็นวิบากดีอย่างหนึ่ง ที่ไม่เจ็บคอ แต่คันคอเลยไอ ถามว่าเหนื่อยไหม ถ้าinput น้อยกว่า output ก็อ่อนแรง ถ้ามากก็ตายได้ เหมือนต้นไม้ก็ธรรมดา หลวงปู่ก็เหนื่อย แต่บารมียังดีไม่เจ็บคอ ความรักที่แท้จริงคือเมตตาเกื้อกูลช่วยเหลือผู้อื่น คือความรักของพระเจ้า ของพระพรหม
_ทานกับหุตังต่างกันอย่างไร? พ่อครูว่า ... หุตัง คือ สิ่งที่เป็นผลในจิต ต้องมีประโยชน์ทางโลกุตรธรรม ทำทานแล้วทำใจในใจ ลดกิเลสได้ ไหม ถ้าทำได้ ก็มีหุตัง ถามว่าทานกับหุตังต่างกันอย่างไร อานิสงค์คือประโยชน์ ของพุทธประโยชน์แท้คือลดกิเลส ถ้าทำทานแล้วล้างกิเลสได้ก็มีอานิสงส์ หุตังก็คือจิตมีผลล้างกิเลสได้ หุตังคือ จิตที่ได้ประโยชน์
_Jolin Lee… กราบนมัสการพ่อครู สมณะ พระคุณเจ้า สิกขมาต ที่เคารพยิ่ง ทุกรูปเจ้าค่ะ ผู้น้อยรับชมจาก กรุงจากาตาร์ อินโดนีเซีย สัญญาณชัดเจนดีมากทั้งภาพและเสียงเจ้าค่ะ 🙏
_อัน อัน… กราบนมัสการพ่อครูค่ะ..เสียงตามสายจากสีมาอโศก ดังถึงชุมชนอย่าเซากิจเลย..เป็นบุญได้ฟังทุกวัน จากfacebook บุญนิยมทีวี
_0878681xxx… กราบนมัสการค่ะหลวงปู่ หนูอยู่สีมาอโศก แต่ถ้าจะลงประชามติหนูต้องไปลงที่พิษณุโลก ซึ่งมันค่อนข้างไกลมาก และติดงานจันทร์-ศุกร์ ถ้าไป ก็ต้องไป-กลับ หลวงปู่ว่าหนูควรไปลงประชามติมั้ยคะ???
_วันนี้หนูได้ไปเดินรณรงค์ประชามติมา มีทหารกองบิน 21 เขาบอกว่า ดูสิเขาไม่มีเงินซื้อรองเท้าใส่ เขาจนหรือเปล่า แทนที่เขาจะดูเสื้อผ้าก็ไปดูที่เท้าแทน หนูควรจะดีใจหรืออายดีคะหรือควรที่จะไปตบหน้าเขาแล้วบอกว่าอย่าพูดแบบนี้นะ พ่อครูว่า ...อย่าไปตบเขานะ อย่าคิดอย่างนั้นไม่ดี เขาว่าเราไม่ใส่รองเท้า ก็ไม่เป็นเรา เราก็มีแต่เราไม่ใส่
_0818203xxx… กราบนมัสการพ่อครูครับความต่างของอัตตากับตัณหาอุปาทานมีไหมครับหากมีมีอย่างไรครับขอบคุณครับ พ่อครูว่า ...อัตตามีลีลาอย่างหนึ่ง เรียกว่าตัณหา ลีลาอีกอย่างเรียกว่าอุปาทาน ถ้าคุณยังล้างไม่หมด ก็มีอัตตา อัตตา เป็นคำรวม แปลว่าตัวตนที่ดี และไม่ดีทั้งหมด พลังงานอัตตาส่วนหนึ่งเป็นอุปาทาน มีลักษณะยึดเป็นตัวเป็นก้อน ส่วน ตัณหา เป็นพลังงานที่เคลื่อน เป็นผลักหรือดูด
_(กราบ)นมัสการพ่อท่าน วันนี้ลูกป่วย ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก แต่ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ จวบกับได้แช่จ้างเจ๋งไว้ครบ 24 ชั่วโมงต้องนำไปพ่นที่นาแรงรัก ลูกถามสมณะว่าต้องใส่ปุ๋ยเมื่อไร ท่านบอกว่าต้องใส่เลย เพราะมันทำงานร่วมกัน ลูกจึงต้องใส่ปุ๋ย 200 กิโลกรัม แทบคลานขึ้นคันนา แต่ลูกรู้สึกสนุก มันส์ดีสู้กับเวทนา แบบนี้เรียกว่า ซาดีส หรือเปล่าคะ จากไลน์คุณ Sayan
พ่อครูว่า… การลงคะแนนประชามติ ถ้าคุณไม่ไปลงคะแนน ฝ่ายไม่รับก็จะเอาคะแนนที่ไม่ไปลงนี้ไปนับด้วย ใครไปลงคะแนนให้ฝ่ายไม่รับนี้ ฉลาดน้อย คิดกลับไปกลับมา มีแต่เหตุผลว่าไม่รับแล้วให้ลุงตู่อยู่นี้ อาตมาก็ว่าลุงตู่ก็อยู่อย่างมีเกียรติดีกว่า
_ร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนเรือลากจูง …จบ