250115-542 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ029.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2525 อภิณหปัจจเวกขณ์ (86 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข10 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ถ้าเราได้พยายามปฏิบัติธรรมให้เข้าแนวหรือเข้าทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านใดยืนยันว่ามีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นไม่มีทางอื่นซึ่งสรุปย่อๆลงก็เรียกว่ามักอันมีองค์ 8 ทางมักแปลว่าทางทางปฏิบัติอันมีองค์ 8 เท่านี้เป็นทางเดียวทางเอกที่นี่ในส่วนประกอบที่จะปฏิบัติมักองค์ 8 นั้นก็ขยายความไปได้เราก็ได้พยายามขยายความกันหลายในหลักวิชาก็ขยายไปจนกระทั่งถึงสติปัฏฐานซึ่งก็มีหลักย่ออยู่ที่สมโภชทรง 7 ซึ่งก็เคยขยายให้ฟังแล้ว แล้วก็ได้เคยขยายเป็นภาษาเคียงไปอีกให้ฟังว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรเราก็ปฏิบัติมีสตินี่แหละรู้ตัวทั่วพร้อมนั่นแหละปฏิบัติให้รู้กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมนั้นเป็นหลัก 3 ทาง 3 กำพระกิริยาที่จะแสดงออกทางควบคุมเคยเขียนไว้ตั้งแต่ในหนังสือคนคืออะไรว่าทางสามทางนี้เราระวังจะออกเพราะฉะนั้นกายกรรมจะแสดงออกให้ระมัดระวังพอดีกรรมจะแสดงออกให้ระมัดระวังมโนกรรมจะแสดงออกให้ระมัดระวังควบคุมมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวกายวจีมโนให้ฟังพร้อมจริงๆ แล้วก็วิเคราะห์วิจัยเป็นวิจัยสมโภชทรงเป็นธรรมวิจัยสมโภชจงให้จริงๆอย่าให้มันเป็นทุจริตอันเกินฐานเราอย่าให้มันมิจฉาอันเกินฐานะของเราเรากำหนดตัวเราเองว่าเราจะมีกายวจีมโนให้ดีอย่างนี้อยู่ในแวดวงโดยเฉพาะหลักซ้อนลงไปว่าเป็นหลักของศีลก็ดีหลักกรรมฐานก็ตามหลักตบะก็ตามอย่าให้มันละเมิดออกไปเป็นทุจริตในแง่เชิงที่เราได้ตั้งให้แก่ตนให้สำคัญเพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมศีลหรือหลักกรรมฐานก็ประกอบอยู่ในนี้ควบคุมกายวจีมโนจริงๆส่วนที่จะรับเข้านั้นก็คือทวารทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจสัมผัสแล้วเราจะรับเข้ามาปรุงร่วมกับจิตกับ กับวจีของเราเนี่ยเราจะต้องพยายามวิเคราะห์แล้ววิจัยอีกอย่าให้มันมาร่วมมันมาเป็นเหตุปัจจัยทำให้เราอะไรต่อออกไปหรือว่ารับเข้าไว้จนกลายเป็นสั่งสมกิเลสหรือสั่งสมไม่พอแสดงออกตอบโต้เป็นกิเ

อ่านต่อ

ลสย้อนออกไปอีกก็จะต้องตรวจตามพยายามพิจารณารู้เห็นจริงว่าเรารับสัมผัสกระทบด้วยทวารทั้ง 6 นี่แหละไม่มีอื่นแล้วเราก็เอามาร่วมปรุงร่วมรู้ร่วมกระทำบทกิริยาออกทั้งกายทั้งวจีทางมโนก็สัมพันธ์กันระหว่างทวารทั้ง 6 นี้เพราะทวารรับคือ 6 ทวารทวารจ่ายออกคือ 3 ทวารเป็น 9 ทวารทั้งหมดที่เคยสรุปเคยเขียนไว้ในคนคืออะไร เมื่อเราได้ควบคุมทวารออก 3 ทวารทวารเข้าอีก 6 ทวารนี้ยังดีมีปัญญารู้แจ้งวิเคราะห์วิจัยกันอย่างจริงจังเลยอย่าให้เป็นอกุศลอย่าให้เป็นทุจริตอย่าให้เป็นชั่วบาปอย่าให้เป็นความผิดอันสมเหมาะกับฐานะของเราเราจะมีกรรมฐานเราจะมีศีลเราจะมีตบะเราจะมีหลักประพฤติอันที่เราได้กำหนดสมาทานสมาทานหมายความว่าเราสวยเอาไว้ประพฤติให้มีเสมอๆถ้าบอกว่าอย่าทำอย่างนี้เราก็อย่าให้ได้เรื่อยๆอย่าไปกระทำอย่าให้มันเกิดอาการบทบาทถ้าเราบอกว่าเราจะทำอย่างนี้ก็จงทำอย่างนั้นให้ได้เป็นอภิสมาจารให้ดีขึ้นดีขึ้น ลักษณะบอกว่าเป็นบาปสมาจารย์คือเราจะต้องละเว้นเลิกหลุดวางปล่อยก็อย่าให้ได้อย่าทำให้ได้จริงๆอย่าให้มันเป็นจริงๆหลักการกว้างๆใหญ่ๆก็เป็นดังนี้สัมพันธ์กับตัวชีวิตไม่ว่าตะวันออกทวารเข้าหรือจะอธิบายโพธิปักขิยธรรม 37 ในนัยยะซ้อนลงไปอีกมันก็อยู่ในหลักการนี้ทั้งสิ้นนี่เป็นนักองค์ 8 ปฏิบัติแล้วจะสั่งสมเป็นสมาธิดังที่ได้ยืนยันแล้วยืนยันอีกในมหาจักรีศึกาวิมุติเป็นที่สุดอย่างแท้จริงญาณและมีมนุษย์ประดิษฐ์เกิดเองก็เกิดมาจากสมาธิที่มันได้สั่งสมและองค์ 7 องค์ 7 ที่เพื่อ เมื่อปฏิบัติถูกปฏิบัติตนไตร่ตรองจริงแล้วก็เกิดสภาวะที่ละก็ดีที่ทำให้ยิ่งก็ดีอันใดทำให้ยิ่งก็ทำให้ยิ่งอันใดควรละละให้จริงรักกันแล้วก็ทำให้ยิ่งกันสนับสนุนสอดคล้องกันอยู่อย่างนี้เราจะเกิดอธิจิตจิตของเราจะกล้าแข็งมีอำนาจทางจิตสามารถปล่อยปละละวางปัญญาก็จะละเอียดละออรู้ลึกรู้ซึ้งรู้ความจริงที่แม่นชัดแม่นตรงเห็นรู้และทำได้เสมอๆสลับซับซ้อนเป็นสภาพหมุนรอบเชิญซ้อนอันลึกซึ้งลึกซึ้งขึ้นเสมอๆนี่เป็นเรื่องที่กำชับกัญชากันอีกอธิบายกันอีกเป็นบทอธิบายที่ใช้หัวข้อใช้หลักธรรมมาขยายความให้พวกเราได้ยืนยันยืนยันว่าเราได้ปฏิบัติอย่าง มีดถูกทางถูกมัดองค์ 8 ของพระพุทธเจ้าดีอยู่หรือขั้นตอนฐานะกระบอกซอยไว้แล้วว่าขั้นตอนของเราเองมีตบะหรือว่ามีสมาทานบทสมาทานหรือว่ามีกรรมฐานอะไรก็เรียกมีศีลก็เรียกมีวินัยก็เรียกมีพรตก็คือหลักปฏิบัติที่จริงเพราะมันเป็นตัวประพฤติก็เรียกเรามีอย่างนั้นจริงหรือเปล่าแล้วเราก็ประพฤติให้ซ้ำซากให้เกิดผลจริงให้เป็นไปได้จริงเป็นพระโมลีเป็นตาคือมากหลายซ้ำซากอยู่นั่นแหละจนเกิดปรากฏแล้วไอ้สิ่งที่มันหลุดก็ปรากฏออกหรือไอ้สิ่งที่สามารถลดการคลายก็ปรากฏได้ไอ้สิ่งที่อยู่เหนือก็ปรากฏจริงให้เกิดผลเป็นวิ พี่มดหลุดพ้นจางคลายออกจากอกุศลชั่วบาปทั้งปวงทุจริตทั้งปวงได้จริงๆเราก็ต้องประพฤติปฏิบัติพิสูจน์และกระทำจริงๆนี่เป็นเรื่องที่เล่าให้ฟังซ้ำให้ฟังย้ำไม่ฟังเราจะดูถูกกายกรรมดูถูกวจีกรรมโดยเราไม่สำรวมสังวรไม่อ่านรู้เข้าไปอีกไม่ได้เราต้องอ่านรู้เรานึกว่าเราพูดดีแล้วแต่ในพูดนั่นแหละยังไม่ดีเรานึกว่าทำกิริยาดีแล้วกายกรรมดีแล้วในคำกริยานั่นแหละยังมีไม่ดีหรือยังมีดีกว่านั้นจริงๆเรายังมีข้อบกพร่องในสิ่งเหล่านี้อีกมากหลายชั้นหลายเชิงหลายระดับเหลือเกิน แต่เราก็ประมาทว่าเราทำดีแล้วทุกอันในขณะที่เราทำดีแล้วถ้าเรามีปัญญารู้ว่าดีกว่านี้ยังมีอีกแล้วก็จะรู้ว่าเออในองค์ประกอบอย่างนี้ถ้าเราทำดีอย่างนี้จนเขาก็สามารถเป็นคุณเป็นข้าเป็นประโยชน์เราก็สามารถทำได้แนบเนียนสุภาพเรียบร้อยดีงามสละสลวยกว่านี้นั่นคือความเจริญอยู่ทุกเมื่อทุกเมื่อไม่ว่าจะเป็นกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมแล้วเราก็จะกระทบรับสัมผัสทางทวารทั้ง 6 จะรู้เท่าทันจะนิ่งแน่มีสติสัมปชัญญะความแข็งแรงมั่นคงสุภาพเรียบร้อยสุขุมประณีตสละสลวยงดงามไม่หวือหวาวู่วามฟู่ฟ่าหลบนั่นเลี้ยงนี่หรือว่าบกพร่องนั่นบกพร่องหนี้เลยเป็นอันขาดคิดว่า อธิบายแค่นี้นักปฏิบัติพวกเราก็คงจะได้สังวรสำรวมเป็นสังวรปธานประหารประธานและก็ภาวนาประธานเกิดมาเกิดผลเกิดสิ่งที่เป็นไปได้สุดท้ายก็คืออนุรักษ์ธนาประธานคือจะต้องติดตามรักษาสิ่งที่ได้ที่ดีนี้ไว้ไปตลอดเสมอๆและก็พัฒนาสิ่งดีเกิดขึ้นตามที่เรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เราต้องมีอากาศกริยามีอิริยาบถมีการกระทำการงานอยู่ตลอดไปเพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ให้ชัดแจ้งไม่เช่นนั้นเราทำสิ่งที่สัมพันธ์กันโรคสัมพันธ์กับผู้อื่นสัมพันธ์กับความกว้างขวางอะไรไปอีกไม่ได้เราจะต้องสัมพันธ์ให้ได้เป็นประโยชน์ท่านได้จริงประโยชน์ตนก็เรียนรู้ จบผู้ที่ตัดรูปติดต่อรูปความสงบความสูงสุดที่ดีที่สุดแห่งจิตแล้วและเราก็สามารถรังสรรค์สร้างสรรค์ไปได้ไม่ขัดไม่แย้งไม่ค้านกันทุกคนเห็นร่วมทุกคนเห็นดีหรือมากคนเห็นร่วมมากคนเห็นดีสามารถทำได้ปานฉะนี้นั่นคือผลสำเร็จขอให้ทุกคนฟังไตร่ตรองแล้วก็เอารายละเอียดเหล่านี้มากำกับตนประพฤติตนให้ได้สมแก่ฐานานุรูปมีจิตปฏิปันโนคือผู้ประพฤติธรรมนั้นได้ธรรมะสมควรแก่ธรรมตามฐานานุกรมแต่ละบุคคลเถิด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน