250205-551 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ029.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2525 อภิณหปัจจเวกขณ์ (86 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข10 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

จับคู่เด็กเกิดศรัทธาจะเกิดความเห็นและเชื่อแม้จะเห็นชื่อเป็นความเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิแต่เรายังไม่ได้ปฏิบัติยังไม่ได้ประพฤติยังไม่ได้เกิดสภาพธรรมที่เราสัมผัสรถสัมผัสสภาวะที่ได้รองรับได้เกิดจริงเราก็จะยังไม่มีปัญญาที่แท้หรือว่าไม่มีตัวศรัทธาที่จะคงมั่นศรัทธาที่จะคงมั่นก็คือศรัทธาที่จะต้องมีปัญญาเห็นแจ้งแต่ไม่เปลี่ยนแปลงมันเป็นความเข้าใจเป็นความมีจริงส่งจริงยืนยันจริงศรัทธาที่มีปัญญาเป็นศรัทธาที่ไม่งมงายเป็นศรัทธาที่ขายความเป็นศรัทธาที่บอกความกระจ่างมันก็เป็นศรัทธาที่ยืน ยืนยันไม่คลอนแคลนง่ายๆนั้นเมื่อเราได้เห็นได้รู้ได้เข้าใจด้วยศรัทธาที่เป็นตัวเพิ่งรู้หรือจะเรียกว่าปัญญาแรกเทวารู้เเรกหรือศรัทธาเชื่อถือแรกก็ได้เชื่อถือแรกหรือปัญญาที่รู้แรกแต่ยังไม่ได้ปฏิบัติจนมีเกิดผลเกิดในสิ่งรับรสจริงก็ให้ปฏิบัติขึ้นเมื่อผู้ใดศรัทธาในอะไรมันจะเกิดความขมมีขมันเรียกว่าวิริยะเกิดความเพียรเกิดความอยากจะเป็นไปจะได้จะมีให้มันเกิดศรัทธาเพราะฉะนั้นจะมีพลังจะมีอาการเอาที่เอาแรงเอาเวลาเอาอะไรต่ออะไรเข้าไปทำให้เกิดแรงพอแต่ถ้าศรัทธาไม่แรงศรัทธาเบาๆอันอื่นที่ไม่มีกิเลสแล้วก็มีจุดที่เราชอบมากกว่า มันก็จะแบ่งเวลาแบ่งกำลังไปทำสิ่งที่เราชอบมากกว่านั่นก่อนแต่ถ้าเผื่อว่าศรัทธาที่เราเห็นเป็นศรัทธาในสิ่งใดมันมีแรงมากกว่ามันก็จะมีวิริยะหรือมีเพียรอันนั้นมามากกว่าเมื่อมีเพียรแล้วมันก็จะเกิดผลเกิดสติการใส่ใจหรือการมีสติที่การเกิดรับรู้พิจารณาเปิดกว้างรับอยู่เสมอพยายามที่จะรับพยายามที่จะรู้พยายามที่จะใส่ใจมันจะเกิดเพราะฉะนั้นความรู้สึกตัวทั่วพร้อมถ้าเราเข้าใจแล้วเราก็จะมีความรู้สึกตัวให้ดีให้รับโดยมีปัญญาเข้าไปกรองเข้าไปพยายามเลือกเฟ้นแล้วก็แบ่งเอาจัดสรรเอาเรียกว่ามีธรรม จัดสรรเอาถ้ามันเกินไปก็มีถ้ามันน้อยไปหรือว่ามันผิด

อ่านต่อ

ไปก็มีก็เลือกให้ดีมันก็จะได้สิ่งที่เป็นเนื้อเป็นแก่นเข้ามามากขึ้น Assistant แล้วก็พักไว้ก่อนไม่เข้าฐานไม่เข้ากรรมฐานแต่เป็นความรู้เสริมก็ไม่เป็นไรแล้วก็รู้ไว้แต่อันใดเป็นความรู้ที่มันตรงตัวเลยกำลังเดี๋ยวนี้ทีเดียวกำลังเหมาะกับกรรมฐานของเรากำลังเหมาะขนาดของเราเรามีทำเอาไว้ใจเลือกเฟ้นเราก็มีวิริยะเสริมหนุนอยู่ด้วยเพียรได้แล้วก็เอามาฝึกอบรมเข้าจนเป็นเนื้อเป็นตัวจนเป็นรูปเป็นร่างในอาศัยในลิ้มรสเราก็จะเกิดศรัทธาแท้ศรัทธาที่มีปัญญาศรัทธามีวิริยะมีมีสติแล้วจะเกิดสมาธิคือจิตรับรส จิตจะเกิดตั้งมั่นในตนเองจะเกิดมีความแน่นอนมั่นคงขึ้นเห็นจริงเห็นจังขึ้นตัวปัญญาก็ตามมาเป็นปัญญาที่เรียกว่าปัญญาขั้นอธิบายหรือเป็นญาณทัศนะวิเศษเป็นตัวที่เห็นแจ้งในสิ่งที่เราได้เราเป็นเรามีหรือมรรคผลที่เราเกิดมีอินทรีย์ 5 มีศรัทธามีวิริยะสติสมาธิปัญญามันจะเกิดส่งผลอย่างนี้เรื่อยไปเราปฏิบัติอย่างพวกชง 7 ก็เหมือนกันมันก็จะเกิดเราจะทำด้วยสติแล้วก็มีโพชฌงค์มีการมีธรรมะวิริยะมีการวิจัยและก็มีวิริยะเราก็จะได้ดีเพิ่มขึ้นเรียกว่าปิติซอยเราไปอีกมีปิติ ดีแล้วตัวดีตัวนั้นน่ะมันเป็นดียังไงมันดีดีใจดีดีใจนั่นหมายความว่าเราได้ดีแล้วเราเกิดยังมีกิเลสซ้อนและก็ดีใจไม่มีกิเลสสอนเราลดกิเลสลงกิเลสดีใจลดลงมันก็จะแน่นดีตัวเนื้อที่ได้ดีขึ้นตัวเนื้อที่ได้นั่นแหละทางธรรมตัวที่ได้คือการลดกิเลสลงตัวรถกิเลสลงนั้นแล้วไม่ใช่มีกิเลสใหม่มีปิติเป็นกิเลสใหม่หลงยินดีรุนแรงและเราก็มีอะไรแรงเกินไปแล้วก็ไปหลงติดอยู่ในแรงๆแรงๆน่ะมันก็ไม่สงบเพราะว่าแรงๆแล้วก็จะไปแรงๆปะทะกับไอ้โน่นไอ้นี่ก็ไม่ไปสักทีมันจะสงบรวบจะสงบทั้งกิเลสของเราลดลงทั้งความเป็นอยู่ทั้งความเกี่ยวข้องความสัมพันธ์ความจะอยากให้ผู้อื่นรู้หรือ ผู้อื่นได้เป็นบ้างอะไรพวกนี้ก็จะพอดีพอไปจะไม่เกิดว่าได้สงบจิตจากกิเลสแต่เราก็เกิดมันไม่สงบเพราะเราเองไปมีปิติแรงแล้วก็ไปทำอะไรด้านนอกที่เราไม่เข้าใจมันจะเกิดทุกข์ซ้อนเมื่อทุกข์ซ้อนถ้าเราไม่รู้แล้วเราก็จะเกิดว่าเอ๊ะนี่ถ้าไม่ใช่นี่มันเกิดว่าเรายิ่งได้ดีแล้วก็เกิดทุกข์มันจะเวียนกลับมันจะส่งผลให้เราเวียนกลับหรือส่งผลให้เราว่าเอ๊ะอย่างนั้นไม่เอาดีกว่าเพราะว่าได้แล้วเอาสาวไปให้คนอื่นเขาดีแล้วตัวเองก็เกิดทุกข์แต่ก็ไม่รู้ว่าทุกข์นั้นมันคนละตัวเพราะเหตุคนละเหตุอ่าสมุทัยคนละสมุทัยทุกข์ที่จริงเราลดแล้วลดกิเลสอื่นมาแล้วแต่ทีนี้พอได้ดีแล้วก็ไปช่วยได้แสดงมานะแสดงความใหญ่แล้วไปเกิดกระทบสัมผัสเกิดทุกข์ แล้วก็เลยมาหลงผิดเพราะมันคนละเหตุแล้วก็เลยทำให้เรากลับไปไปเสพกิเลสเก่าคืนอีกก็มีเหมือนกันเพราะฉะนั้นตัวนี้แหละเป็นตัวสำคัญถ้าเราไม่รู้เท่าทันเหตุแห่งเหตุตัวที่แท้แห่งมันเองแต่เราไปกลับเข้าใจคำกลางๆว่าทุกข์ซึ่งมันเกิดได้จากเหตุใดคนละตัวเราก็สับสนและเราก็ไม่รู้ตกลงก็วนเวียนไปวนเวียนมาได้เพราะความไม่รู้แจ้งชัดอย่างนี้ก็เป็นได้ก็ขอให้เราได้จับให้แม่นสิ่งที่ได้แล้วได้ชัดเจนที่ดับแล้วดับไปอย่าไปวนเวียนเอาใหม่อีกเอามาอีกติดมาอีกได้นะเพราะฉะนั้นเป็นเศษเหตุกล่าวไปเสพปัจจัยเก่าอีกติดได้อีกเหมือนถ้าเผื่อว่าเราไม่ไหม้แล้วเรารู้ชัดเราไม่ไปวนเวียนเสพอีกเรารู้ว่าเหตุที่มันทำให้ทุกข์ใหม่เนี่ยไปเข้ามานะแล้ว แม่มานะแล้วก็จะสงบเป็นปัสสัทธิที่สบายทั้ง 2 ส่วนทั้งสภาพที่ลดกิเลสส่วนตนทั้งกิเลสส่วนที่เป็นมานะที่จะไปทำอะไรให้มันดีพอเป็นเพราะไปแล้วก็จะเป็นภาษาที่เป็นสงบอย่าง 2 ชั้นอันนี้ก็สั่งสมลงเป็นสมาธิได้ทั้งกิเลสเบื้องต่ำเบื้องตัวตนทั้งกิเลสเบื้องที่จะมันเฟ้อซึ่งมันไม่ใช่กิเลสเพื่อตัวเพื่อตนและกิเลสเพื่อผู้อื่นแต่ก็ท้าทายเป็นทุกข์ได้ถือดีถือตัวถือตนถือแก่ผู้อื่นอย่างพวกนี้เราก็จะต้องละเอียดเกิดสมาธิที่มั่นคงขึ้นสั่งสมไปเรื่อยๆเป็นสมาชิกสมทบชงสุดท้ายมันก็จะเป็นเลิศและอุเบกขาอุเบกขาเป็นเลิศนั้นคือสภาพที่มันเยี่ยมยิ่งสภาพ เปิดได้ว่างโปร่งสะอาดเป็นอัตราใหม่เป็นอรหัตตาแต่เราจะไปติดอุเบกขาเป็นอัตตาอยู่เป็นวิปัสสนูปกิเลสอีกไม่ได้คือเป็นได้สิ่งที่เป็นวิปัสสนาแท้เป็นความรู้ด้วยปัญญาแต่เราก็ไม่รู้เท่าทันสิ่งที่ได้ว่าว่างมาโปร่งนี้ไปติดมันอีกหรือเป็นตัวตนเองเราก็ไม่สมบูรณ์สุดมันแม้แต่อุเบกขาสุดท้ายที่มีลักษณะดีเยี่ยมถูกต้องตามหลักการของศาสนาพุทธก็ตามถ้าเราล้างไม่ได้ก็ยังเป็นเศษสุดท้ายอยู่ถ้าเราละได้เราก็จะสมบูรณ์โพชฌงค์ 7 ถึงอุเบกขาโพชฌงค์ข้อที่ 7 นี้แหละเป็นฐานที่จะก้าวเดินไปสู่นิพพานสูงสุดเพราะฉะนั้นเราได้ฐานนิพพานคืออุเบกขาเราก็จะต้องไม่ติดแม้แต่อุเบกขาหรือ แม้แต่นิพพานทีเดียวเนี่ยอธิบายอย่างใช้หลักการไม่กี่ข้อแล้วก็อธิบายย่อๆก็คิดว่าเป็นการทบทวนเป็นการอธิบายมีนัยยะที่ลึกซ้อนละเอียดอยู่ในนี้พอสมควรฟังดีๆถ้าไม่เข้าใจก็เอามาฟังใหม่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนักแต่ว่ามันก็เป็นสภาพลึกซึ้งอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สำคัญนี้ด้วยก็ขอให้พวกเราได้ไตร่ตรองทบทวนและประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องลงตัวตามทฤษฎีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังนี้เราจะเกิดมีมรรคจริงผลจริงและเราก็จะได้ไปสู่ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ถึงที่สุดได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน