220723-2-138 ทางเอกภาค2-ตอน138(หน้า287)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์192 KB
วันที่แก้ไข5 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศกจากรามาต่อเมื่อวานนี้เราได้พยายามที่จะขยายคำว่าธีระลูกประธานผ้าและชีวะรูปประธานธาตุให้พิสดารคือให้รู้ให้เข้าใจโดยอาศัยภาษามนุษย์โลกอย่างโลกโลกเป็นอุทาหรณ์เป็นเครื่องเทียบเคียงให้ชัดๆขึ้นมา เพื่อที่เราจะได้เข้าใจเพราะเป็นสภาพที่รู้ยากเห็นยากเป็นเรื่องที่เกิดวิสัยของผู้ที่หยาบหยาบหรือว่าผู้ที่ยังไม่ละเอียดละออยังไม่กินไม่แยบคายเพียงพอจะรู้ได้แม้จะฟังภาษาเข้าใจถ้ามีปัญญามากก็ได้แต่เข้าใจเท่านั้นแหละแล้วก็ไม่แม่นเปล่าไม่ถูกสภาวะไม่ได้อย่างถึงอะไรได้ง่ายๆเพราะว่าสภาพอย่างนั้นมันสภาพที่กำลังกล่าวถึงนี้มันมีแง่หยาบที่พอเข้าใจได้อยู่แค่นั้นเองแต่ทีนี้ถ้าเกิดจริงๆแล้วในจิต เวลาที่มันมีก็มันไม่มีที่เรียกว่านิโรธแต่ว่ามันไม่เช่นนิโรธสภาพของการล้างอนุสัยอาสวะออกไปหมดวันนี้โรจน์คือดับไม่ให้รู้กับดับลงไปรู้จริงๆล้างออกไปจริงๆจนกระทั่งไม่เหลือมันต่างกันตอนนี้เราทำความลืมหรือว่าเราอยู่ช่วงพักช่วงนึงมันก็นิโรธมันก็ดับมันก็ไม่มีอะไรจะใช้คำว่าไม่มีอะไรแต่ที่จริงน่ะมันมีมันเหลือแต่ก่อนหรือมันเหลืออะไรต่ออะไรอยู่แล้วมันก็ยังมีบทบาทอยู่มันยังทำงานตามเชื้อที่มันเหลือ เปลี่ยนเป็นภาษาพระอภิธรรมท่านทิ้งไว้ในทะเบียนสมาคมมีเหตุรุนดันอะไรอยู่มีเหตุที่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้เป็นไปอยู่แต่มันยังไม่เกลี้ยงรางสิ้นอนุสัยเปลี่ยนทีนี้ส่วนพระอรหันต์หรือว่าผู้ที่เป็นไปตามธรรมของพระพุทธเจ้านั้นจะต้องหมดสนิทดับสนิทกันจริงๆอาจจะเป็นความสูงกันอย่างไม่เหลือซากกันได้จริงๆศูนย์สนิททันทีได้แพ้อย่างเกลี้ยงเกลาหมดเป็นสภาพที่เรากำลังอธิบายกันมาขยายความว่ามันไม่มี ลักษณะแม้แต่ว่าเป็นธาตุดินธาตุน้ำธาตุไ

อ่านต่อ

ฟธาตุลมแล้วก็เป็นลักษณะของนามธรรมด้วยไม่ใช่ลักษณะของวัตถุไม่ใช่มหาภูตรูปแต่ว่าก็มีลักษณะที่เราจะเอาความหมายเข้าใจความหมายเข้าใจคุณลักษณะของมันได้ว่านามธรรมหรือจิตมันจะเป็นลักษณะอย่างนี้มันมีความแตกต่างกันอยู่ถ้าบอกว่ามันจะมีลักษณะอย่างดินมันก็เพียงอาศัยอุปทานและรูปนี้หมายความว่าอาศัยรูปลักษณะที่เหมือนๆคล้ายๆเกี่ยวกับอย่างนั้นอย่างนั้นแหละเหมือนมันเหมือนการที่ว่ามันเป็นธาตุดินที่ไม่มีคุณลักษณะอย่างไรนามธรรมก็จะมีคุณ สำคัญคล้ายๆอย่างนั้นแต่มันไม่ใช่ตัวดินไม่ใช่ธาตุวัตถุลักษณะน้ำลักษณะไฟลักษณะลมมันไม่มีอย่างนั้นแล้วเกลี้ยงไปเราจะต้องตรวจสะอาดได้จิตของเราจริงๆว่าจิตสะอาดมันไม่มีอะไรเชื่อเขาอย่างนั้นอย่างนั้นไม่มีจนกระทั่งไปถึงปัจจุบันขาดสติแล้วก็ไปจนกระทั่งถึงที่กันจะรักฉันจะอนุมูลหลังสุภาษิตทั้งนักข่าวจะติดราคาสติอีกเหมือนกันนะที่จริงในบาลีในนั้นเขาไม่ได้ใส่ไว้แต่ว่ามันละไว้ในฐานที่ถูกใจเพื่อว่า งามอะไรก็ไม่มีอะไรมาตั้งเกาะลงไปแต่ไม่ใช่ว่าไม่รู้มันรู้หมดรู้ความเป็นธาตุดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมอย่างหยาบนะแม่นอนมันรู้แม้แต่อย่างละเอียดมันก็รู้ในภายในจิตวิญญาณอ้อนี่มันเกาะมันเกาะอย่างงี้มันตกผลึกมันเป็นถึงขนาดแบบธาตุดินเลยทีเดียวเกาะกลุ่มกันแน่นเปรี๊ยะเลยแข็งโป๊กเลยก็รู้ไม่ยอมแตกเลยเชียวนะรู้หรือว่าเกาะกันอยู่แล้วก็ยังยืดๆจัดๆเร็วๆหลายๆไปได้แต่มันก็ยังไม่ยอมจากกันอยู่นั่นเองเหมือนอย่างธาตุน้ำก็รู้มันยังมีอยู่เก็บเกี่ยวก๊อกๆอยู่นั่นแล้วเหนียวหนึบหนับๆเหมือนยางเหนียวก็รู้ว่ามันยัง ฤทธิ์แสดงเดชแสดงบทแสดงบาตรอยู่อย่างบางทีก็จัดจ้านบางทีก็ไม่เอาถ่านอะไรเป็นอย่างเตโชธาตุก็รู้แต่เป็นลักษณะจิตทั้งนั้นลักษณะย้อนอธิบายย้อนลักษณะที่มันยังดันไหวอยู่อะไรต่างๆเพราะงั้นอย่างใดก็รู้หมดดีชั่วรู้หมดสัญญารู้หมดหยาบละเอียดรู้หมดแต่ไม่มีอะไรหยั่งลงนะขาดสติไม่มีทั้งสิ้นไม่มีอะไรอย่างติดไม่มีเกาะไม่มีติดเราจะรับรู้ก็หมายความว่าเรารับยึดและรับรู้แต่พอรู้แล้วก็ปล่อยเลิกก่อนเลิกวางก็วางศูนย์ก็ศูนย์ไม่มีอะไรกังวลไม่มีอะไรลำบากเดือดร้อนอยู่จิตจิตเรา เมื่อวานจิตเรายึดกับยึดยึดตามเจตนามีเจตนาเป็นที่สุดก็เจตนาตามไปตามที่เรามีเราเป็นอนุเคราะห์ไปในโลกอย่างนี้แหละเราเรียกว่าเราเห็นจริงเห็นแจ้งในจิตของเราจิตของเราคือวิญญาณตัววิญญาณธาตุตัวธาตุรู้แท้ในขณะที่เรากำลังรู้จิตของเราเนี่ยเราตัวที่เอาไปรู้นี่เราเรียกมันว่าวิญญาณมันเป็นวิญญาณเป็นนามมาขันหนึ่งรู้อะไรรู้จิตจิตที่มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้รู้จิตที่มันรับก็รู้รับจิตที่มันวางรู้วางมันซ้อนๆกันอยู่เพื่อที่จะตั้งบัญญัติรู้แต่แท้จริงมันก็คือตัวจริงของเรานั่นแหละมีบทบาทเป็นวิตกจะเรียกซ้อน วิตกกับวิจารณ์ก็ได้จิตทั้งหมดกับอากาศพฤติกรรมของมันและเราก็รู้ซ้อนอยู่ในจิตทั้งหมดนั่นแหละจิตทั้งหมดเป็นธาตุรู้ถ้าจะเรียกว่าจิตทั้งหมดเป็นธาตุรู้มันก็รู้มันรู้พฤติกรรมของจิตเองมันเป็นการรู้ที่บอกใครก็ยากอธิบายให้หมดสิ้นก็แสนยากเก่งขนาดเก่งๆก็ยังอธิบายก็ยังยากที่จะเข้าใจผู้ที่จะตามรู้ตามเข้าใจได้ด้วยก็จะต้องมีปัญญาพอที่จะรู้ตามกันจริงๆได้หรือมีสภาวะธรรมจะรู้ด้วยกันจริงๆได้มันจึงจะพอรู้ถึงตอนนั้นก็ยังชื่อว่ายา อันนี้ทัศนันท์อันนี้กำลังพูดอยู่นี่แหละเป็นลักษณะกำลังอธิบายอยู่นี่แหละเป็นเรื่องที่เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันอยู่ตรงๆอยู่ว่าพยายามอธิบายพยายามชี้ขึ้นมาพยายามสื่อความหมายออกมาให้ผู้อื่นจะให้รู้ตามด้วยทั้งปฏิภาณด้วยทั้งสมมติที่บัญญัติเท่าที่มันมีอยู่ในโลกเอามาเทียบเคียงเอามาแทนเพราะว่าภาษาอังกฤษจริงๆน่ะไอ้ตัวอย่างนั้นอย่างนั้นของมันเองจะไปตั้งชื่อใส่มันใหม่ให้มันมีอะไรต่ออะไรเหมือนอย่างพระอภิธรรมพยายามตั้งชื่อมันก็อย่างนั้นแหละมันก็เป็นชื่อใหม่ในโลกมันไม่มีแล้วคนในโลกนี้คือคนรู้รู้โลกส่วนอีกโลกุตระนั้นมันอีกโลกหนึ่งมันเป็นโรคอันที่เร็วกว่าจะบอกว่ามันปิดบังมันไม่รู้ได้ง่ายคนมันไม่รู้ได้ง่ายผู้ที่เขาเป็นรู้แล้วก็มันอีกโลกนึง เปิดถึงกันถ้าคนที่อยู่โลกียะกับโลกิยะคนอยู่โลกุตระก็อยู่โลกุตระมันคนละโลกมันพูดได้ที่กำลังจะข้ามสะพานกำลังจะเดินกำลังจะเอื้อมกำลังจะมีรัศมีมีรังสีหรือมีเชื้อที่จะเข้าไปแตะไปจับไปติดอะไรกันก็พอจะรู้กันดีสำหรับการดาวน์โหลดฟังภาษาฟังอะไรก็เทียบเหมือนกันเราจะบอกว่านิพพานมันเป็นยังไงถ้าคนอยู่โลกียะเขาก็บอกว่านิภาเนี่ยมันยิ่งกว่าสุขนะพอเรากินยากกระเทียมได้แค่ศุกร์อ๋อสุขเหรอเวลาเราได้มันเต็มที่ สุขเราได้เสพสมสุขสมแล้วได้รถอะไรเต็มที่แล้วสุขเขาก็เดาไปอย่างนั้นแหละอ๋อมันสุดยอดนี่มันคงจะมีอะไรแถมมาอีกนิดนึงมันยอดสุดขนาดนี้มันยังมีอะไรอีกหน่อยนึงถ้าบอกว่าคนนั้นเป็นเชื้อโลกีย์จริงๆไม่มีความเข้าใจอะไรเลยทางโลกุตระเขาก็จะดาวน์อย่างนี้ก็เดาแหมมันสุกอร่อยสุดยอดอ๋อยอดอย่างนี้เหรอบวกความยอดลงไปอีกให้อีกว่ายิ่งกว่าสุกมันก็เป็นเรื่องของโลกีย์อย่างเก่ามันไม่ได้เป็นโลกุตระเลยมันไม่ใช่นิพพานเขาตั้งชื่อว่าไอ้สี่ยอดสุขที่ได้เนี่ยยิ่งกว่าหรือว่าที่เป็นอีกอันนึงของโลกชื่อมันว่านิพพานเรียกภาษาโดยพระวันนี้ผ่านเงียบไปตั้งชื่อพระใส่ใหม่ของชื่อของโลกุ โลกโลกุตระทีนี้พออธิบายให้โลกิยะฟังก็บอกว่านิพพานยอดไปได้อะไรได้นิพพานหรือเปล่ามันเป็นยังไงอธิบายว่าปรมังสุขังอธิบายมาเป็นภาษาโลกีย์เข้าพรรษาโลกกี่คำว่าสุขมาอธิบายปรมังก็ขยายขยายสูงว่ามันยิ่งกว่าสุกอย่างยิ่งพวกยิ่งแปลว่าสุขอย่างยิ่งยิ่งเป็นภาษาโลกเลยที่นี่แปลว่าสุขอย่างยิ่งเป็นภาษาโลกิยะเลยว่าอ๋อสุขอย่างยิ่งเหรอเหมือนกับเราเลยกินอาหารอร่อยสมใจมันเป็นสุขอย่างปรุงเป็นสุขอย่างเสพสมสำหรับคนละ มันไม่เป็นอย่างนั้นแล้วเพราะฉะนั้นคนที่จะรู้สึกว่าวันศุกร์ก็จะต้องเป็นผู้ที่อ้อได้รับรสความรักความว่างความจางคลายความเลิกไปแล้วมันเป็นอย่างนี้สบายกว่านะเบาง่ายไม่ต้องหนักหนาไม่ต้องเวียนวนไม่ต้องเกิดอีกไม่ต้องยุ่งยากแล้วเราไม่ควรติดแล้วอันนี้มันมีใจเห็นแล้วมันไม่ต้องการก็ได้แล้วมันก็ปล่อยได้สำหรับคนที่เข้าร่วมอุจจาระส่วนคนโลกียะบอกเฮ้ยได้แล้วก็ตายจะไม่เอาก็ตายไม่เสร็จก็ตายของอร่อยๆชีวิตชีวาชีวิตชีวาไม่เป็นชีวิตชีวาจะได้ยังไงเขาจะยังไม่รู้สึกว่ามันจะดียังไงแล้วเขาจะคิดไม่ออกมันจะไม่สุกยังไงไม่ได้สิ่งที่เราจะต้องได้ไม่ไม่ไม่เสพสิ่งที่เราจะเสร็จเค้าก็คำนวณดาวน์ไม่ออกคำนึง มันจึงยากในการบอกสำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อยังไม่มีราศีหรือยังไม่มีแนวโน้มที่จะเข้าไปสู่โลกุตระพูดกันยังไงยังไงก็ยากพูดที่พอมีก็พอตามกันได้หรือยิ่งพรุ่งนี้ด้วยกันแล้วชัดชัดแม้จะพูดไม่ชัดเท่าไหร่ก็พอเข้าใจดีๆทีเดียวว่าสื่อความหมายอ๋ออย่างนี้เรามีผู้มีแล้วจึงฟังได้ง่ายผู้มีบ้านก็พอฟังได้ผมไม่มีเลยพูดกันให้ตายก็ไม่รู้เรื่องเพราะมันเป็นภาษาอีกโลกหนึ่งเพราะมันเป็นสภาพสิ่งแวดล้อมอย่างนี้แหละเรียกว่าอันนี้ทัศนันท์จะอธิบายยังไงยังไงจะสื่อความหมายจากพยายามพูดยังไงก็คนรู้ยากยิ่งเป็นตัวสูญญากาศ ว่างๆแล้วของใครของมันมันว่างขนาดไหนว่างอย่างไรผู้นั้นต้องรู้ด้วยตนเองผู้ที่ยิ่งเก่งและยิ่งดูเหมือนไม่ว่างแต่ยิ่งเห็นชัดว่ามันว่างพูดจริงๆเก่งยิ่งเป็นพระอริยะเป็นพระอรหันต์ชั้นสูงสูงนะยิ่งดูเหมือนไม่ว่างแต่ท่านยิ่งเห็นชัดบอกว่าว่างก็ว่างก็หลุดก็ปล่อยแล้วมันยิ่งมีความคิดแน่มีความถี่ในความรู้คือจิตรู้น่ะมันยิ่งเร็วมันยิ่งบางเบาละเอียดเข้าไปรู้ของตนได้คนอื่นรู้ไม่เท่าคนอื่นจะต้องขยายช้าๆโตๆงี้ถึงจะรู้แต่ท่านก็รู้แล้วท่านจึงยิ่งเร็วกว่า จับไม่ทันก็ยิ่งดูเหมือนท่านไม่ว่างแต่ท่านกลับยิ่งเห็นชัดว่าวางมันเป็นประเด็นสำคัญมันเป็นความย้อนกลับมันเป็นการย้อนกลับมาตีโทนกลับเพราะพลังของจิตเพราะความวิจิตรของจิตเพราะความเก่งของจิตเพราะฉะนั้นพระอรหันต์ยิ่งจะรู้ได้เร็วกว่าปกติผ่านปัญญาญาณญาณยิ่งแหลมเพราะฉะนั้นพระอรหันต์ใหม่ๆนี้ต้องเล่นสโลโมชั่นอรหันต์ใหม่ๆต้องช้าๆชัดๆเพลงเป็นรูปแบบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นอะไรชอบคล่องเพราะฉะนั้นยิ่งเป็นสารีบุตรโตยิ่งเหมือนลิง ฟังปรับนี้เป็นคำอธิษฐานนะยิ่งเป็นสารีบุตรตอยิ่งเร็วยิ่งเหมือนลิงดูแล้วท่านไม่เห็นว่างตรงไหนท่านไม่เห็นมีสุขท่านไม่เห็นเป็นสภาพที่เรียกว่าเป็นที่ดีนั้นอันนั้นอันนั้นไปแล้วรู้ไหมเนี่ยมันไม่จับไม่ติดผู้ที่ไม่สามารถที่จะรู้ได้ชัดมันเร็วมันมันวับๆๆไปเลยพวกนั้นไม่มีรายละเอียดเข้าใจไม่ได้ก็ไอ้ผมไปเลยเพราะผู้ที่จะต้องรู้ชัดเห็นชัดก็ต้องค่อยๆชักช้าเอามาแยกให้เห็นเป็นตัวตัวที่มาแบบสโลโมชั่นจริงๆมันจึงดูแล้วกลับกันเพราะโพธิรักษ์เหมือนนี้กับพระโพธิรักษ์ เมื่อก่อนต่างกันมีความร้อนสูงกว่ากันมีรอบเร็วมากกว่ากันแต่ว่าสบายก็สบายอยู่ในใจพอๆกันเมื่อก่อนนู้นก็สบายอย่างนึงเดี๋ยวนี้ก็สบายอย่างนึงพ่อรู้ข่าวว่าแม้ว่าเราจะเปลี่ยนค่าจากการหยุดอยู่เฉยๆกับเราเอามาทำประโยชน์ไปเราก็รู้ว่าเราเอามาทำประโยชน์เราก็ทำไปมันก็ต้องแน่นอนแล้วมันก็ต้องมีความเคลื่อนมีความไหวมีการปรุงมีการสร้างมีการเป็นอะไรไปอยู่แล้วก็เข้าใจแต่เราเองเราปรงระวางแล้วก็ปลงๆอยู่ในตัวถึงเวลาที่จะพักก็พักไม่ได้ยากเย็นอะไรและเราก็รู้ความจริงของเราซ่อนลงไปอีกว่า แม้ว่าเราจะให้เย็นโดยสภาพของธรรมดาของสิ่งที่มันเป็นจริงทั้งทำตัววัตถุตัวเกี่ยวกับทางด้านดินน้ำไฟลมมันไม่ได้เย็นสนิทเหมือนก็ยังสมัยก่อนก็รู้สมัยก่อนธาตุดินน้ำไฟลมของส่วนตัวตั้งแต่เมื่อก่อนใหม่ๆที่ไม่ได้มีงานมากอะไรนั้นน่ะถ้าเรานั้นเย็นก็เดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้ถ้าเหล่านั้นไม่เย็นเท่าเดี๋ยวนี้เพราะฉะนั้นจะเป็นโรคเป็นภัยจะเป็นนู่นเป็นนี่จะเป็นอะไรต่ออะไรเดี๋ยวนี้ไวกว่าไวกว่าแต่ก่อนแต่ก่อนไม่ไหวแต่ก่อนคงทนทนทานเป็นแบบนึงเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทนทานนะในเรื่องของธาตุดินน้ำไฟลมก็จริงแต่เดี๋ยวก่อนเดือนเครื่องร้อนไวพอ เป็นไอ้โน่นไอ้นี่ได้ง่ายมันก็จริงเพราะเราใช้มันอันนี้มันก็เป็นความรู้สิ่งที่ยกตัวอย่างขึ้นมาให้ฟังเพื่อจะได้เทียบเคียงเห็นจริงของจริงอันนี้เป็นลักษณะที่พูดพอฟังแต่ก็ยากรู้เหมือนกันตนเองลูกตนเองชัดๆแต่พูดให้คุณฟังคุณก็ต้องอาศัยพิสูจน์หรือว่ามีอาศัยหลักฐานอยู่ด้วยกันใครที่คลุกคลีมานานรับรู้รับสังเกตมาเอามาฟังดูเดี๋ยวนี้ก็จะพอเข้าใจถ้าคนไหนไม่รู้เรื่องก็ฟังภาษาไปเฉยๆตรงไหนเป็นรูปจริงมีสภาพจริงเป็นอะไรไม่ได้เคยคลุกคลีไม่ได้เคยอยู่ด้วยไม่ได้เคยสังเกตมาตั้งแต่บทบาทชีวิตเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นถ้ามีโอกาสกิริยาสีสันถึงอะไรทุกอย่างอ้าวตัวเอง ก็ไม่เข้าใจไม่รู้ฟังแต่ภาษาก็ไม่ได้ส่วนผู้ที่ได้ฟังก็ได้เห็นจริงมาด้วยก็จะได้รู้เพิ่มเติมมันยังมีสิ่งเป็นไปมันยังมีสิ่งเปลี่ยนไปมันยังมีสิ่งกลับไปกลับมาอะไรต่ออะไรต่างๆนานามันจึงยากรู้ยิ่งวนเร็วยิ่งสลับสับเปลี่ยนไปก็เหมือนกับสับปรับแต่ที่จริงไม่ใช่หรอกครับมันก็วนเวียนวนเวียนเป็นไปตามเรื่องตามราวที่จริงไม่ใช่ว่ามันเพราะๆๆนะเปลี่ยนสภาพมาในขณะนี้ตัวเองเปลี่ยนสภาพมานี่ก็ไม่ใช่ว่าเพราะๆๆเปลี่ยนไม่ใช่มันเป็นไปตามอ่ากาละเป็นไปตามเหตุปัจจัยมันก็เปลี่ยนไปใช้เวลาเหมือนกันไม่ใช่เพราะๆๆเปลี่ยนอันนี้ทัศนา มีลักษณะที่มันมีจริงแต่ว่าผู้เห็นก็รู้เห็นตนของตนบอกไม่ได้จนกระทั่งถึงไม่พูดเลยพูดไม่ได้อย่างที่ซุสไปถึงไปถามพระอรหันต์เจ้าต่างๆที่ท่านประกาศว่าท่านเองท่านอาสวะสิ้นแล้วจบแล้วท่านก็ประกาศของท่านผู้ชมทุกท่านแม้แต่ต่อหน้าสำนักพระพุทธเจ้าอยู่คือพระพุทธเจ้าสำนักอยู่ท่านเหล่านี้ก็กล่าวแต่ไม่ใช่เป็นปลายแปลว่าไปอยู่ต่อหน้าสำนักของพระพุทธเจ้าไม่มีสำนักของท่านหรอกว่าอยู่สำนักอยู่ต่อหน้าอยู่หน้าสำนักงานนั้นก็มาถามขนาดนั้นพระพุทธเจ้ากับพระนั่งอยู่ที่นั่นด้วย สุนัขบ้าถามทางทีไรท่านก็บอกไม่รู้เธอจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจเราก็รู้ด้วยปัญญาจริงๆแบบนี้แหละมันอันนี้ทัศนันท์มันจะพูดยังไงมันพูดไม่ออกมันไม่เป็นอย่างนี้ก็ยกตัวอย่างองค์ที่ท่านพูดไม่ได้จริงๆอันนี้ทัศนัยมันรู้ของตัวรู้ๆอยู่นี่แหละรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งก็บอกไปว่ามันเป็นอย่างนั้นน่ะแล้วก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลยนะพระอรหันต์รุ่นชุดนี้ที่พูดอยู่เนี่ยแม่อธิบายอะไรเลยถามยังไงก็บอกไม่รู้ว่าจะมาบอกอย่างนี้ผมยิ่งไม่เข้าใจในรายละเอียดในความลึกซึ้งของที่ท่านพูด ขายของหน่อยได้ไหมไม่รู้เธอจะรู้หรือไม่รู้ก็ช่างเราค่อยตรัสรู้ด้วยเรารู้ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งก็มีแต่ลูกเดียวก็จะต้องไปหาพระพุทธเจ้าเพราะตอนนี้บอกแล้วว่าอยู่ตอนนี้พระพุทธเจ้าอยู่ที่นี่เองไม่ได้ไกลได้ใกล้อะไรออกจากพระอรหันต์นี้ก็เข้าไปหาพระพุทธเจ้าเพราะเขาไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทูลถามท่านเหมือนอย่างกะถามพระพวกนี้แต่พระพุทธเจ้าท่านไม่ใช่พระพวกนี้ท่านพอมีปฏิภาณไม่ใช่พอมีแต่มีจนสูติบัตรต้องได้เข้าใจเลยทีเดียวแหละไม่ใช่ว่าพอมีมันยากแต่ยากถึงยังไงพระพุทธเจ้าก็มีความสามารถมีพระปัญญาธิคุณพระบริสุทธิคุณมีพระกรุณาธิคุณเข้าใจได้จนต้อง ขอโทษขอโพยต้องตัวเองจงรู้ความผิดของตนที่ตนจนจิตลามกก็ขอบอกคืนจิตลามกไม่เอาอีกแล้วจิตลามกตอนนี้ถึงขนาดนั้นจิตไม่ดีอย่างนี้ไม่เอาอีกแล้วนี่นี่ก็ยกตัวอย่างประกอบเรื่องเอาเรื่องมาประกอบเพื่อที่จะให้เข้าใจขึ้นว่ามันยากอย่างนี้ผู้พอสามารถจะอธิบายได้ว่าจะสามารถอธิบายพอสมควรก็อาจจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างผมก็พยายามอธิบายแต่ถ้าผมอธิบายเหมือนพระพุทธเจ้าท่านตรัสกับศาสนาก็เสร็จแล้วถึงกราบคารวะโอ้โหขอโทษขออภัยที่ได้มีถอนจิตอย่างนั้นเลยได้ไหมมันก็แจ๋วเลยสินะนี่พูดแล้วพูดดีก็พูดแล้วพูดดี ไปเข้ามึงไม่เข้ามั่งใจแล้วมันเข้าบ้างไม่เข้าบ้างหายใจไม่เข้าหูเข้าล็อคเข้าหูน่ะมันเข้าเข้าไปจนขี้หูหลุดก็เข้าบางทีก็ขี้หูหลุดแต่มันก็ยังไม่ถึงจ่ายมันไม่เข้าใจมันไม่เป็นปัญญาติดมันไม่เข้าถึงมันไม่เข้าถึงใจมันไม่เกิดวันอาทิตย์ใช่ไหมมันเกิดซ้ำกันน้อมันไม่เกิดสัมปันนามันไม่เป็นไปถึงขั้นฟันนะตั้งเข้ายันเข้าไปมีอายุเข้ามันไม่ขึ้นอย่างนั้นเอ้าก็เอาพยายามถึงยังไงก็พยายามมันจะอ่านอย่างไรก็พยายาม พ่อท่านผู้รู้นี้ก็รู้พูดได้แล้วได้แล้วเป็นแล้วมีวิญญาณธาตุอันสว่างไสวแล้วก็สว่างไสวเป็นสัพพะโสเปล่าผู้รู้ของตนก็รู้อยู่จะให้คนอื่นรู้ด้วยยากยังไงยังไงตัวเองก็รู้ตัวหรือตัวเองรู้พูดยังไงเขาฟังไม่ได้ยังไงคนอื่นเขาจะว่ายังไงคนอื่นเขาจะกล่าวยังไงเขาจะลบล้างก็จะอย่างนู้นอย่างนี้ก็เข้าใจที่เขาพูดของเราก็ยังมีอยู่มันก็พูดแล้วก็เข้าใจของเราก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ซึ่งก็ไม่เหมือนที่เขาพูดซะทีเดียวมันรู้อยู่สว่างไสวกับตัวมาพังอยู่แม้ผู้นั้นจะรู้ของตนแล้วพูดไม่ออกอธิบายอันนี้ทัศนันท์พูดให้ใครรู้ไม่ได้รู้ได้แต่ตนหรือพวกนั้นจะรู้ของตนจริงๆแล้วพูดให้คนอื่นฟังได้ด้วยก็มันก็พังมันก็สว่างไสวอยู่อย่างนั้นไปทีเดียวเพราะว่าท่านได้ดับ ตนของจิตหลงจิตวิญญาณที่ดีดดิ้นยึดแสบจนหมดเกลี้ยงกระทั่งทุนลีละอองแห่งความยังไม่เข้าใจยังไม่รู้รอบโทษโทษให้แก่ตนดีแล้วแม้ที่สุดถึงขั้นอุปทานจิตขั้นสุดท้ายอันละเอียดยิบซึ่งมีพีระรูปประธานภาคกับชีวการภาคท่านก็รู้แจ้งและพยายามไม่ให้มันเหลือมีอำนาจเป็นเชื้อที่จะก่อให้เกิดต่อภพข้ามชาติในโลกหน้าได้เป็นอันขาดท่านดับชีวิตที่ไม่พึงเกิดได้เด็ดขาดแล้วจริงๆที่เรียกว่าวิญญาณนักษัตรนิโรธเทนะเหมือนคำว่าวิญญาณนั้นศักดิ์กับวิญญาณเนี่ยพอ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] พอเสร็จแล้วก็บอกว่าธรรมชาติที่เป็นเครื่องรู้หรือว่าธรรมชาติรู้มันเป็นธรรมชาติรู้ที่ชี้บอกใครไม่ได้ง่ายๆไม่มีที่สุดสว่างเรืองรองสรรพคุณทางสว่างทั่วไปอะไรอย่างนี้แล้วก็แปลอะไรมาจนกระทั่งมาถึงวิญญาณนักศึกษานิโรธในน้ำก็แปลว่าเพราะได้ดับวิญญาณแล้วมันอะไรกันแน่เพราะระดับวิญญาณแล้วก็คนก็เลยไม่เข้าใจตัววิญญาณวิญญาณไปแปลเป็นภาษาไทยว่าธรรมชาติรู้พอมาถึงวิญญาณและศักดิ์เพราะได้ดับวิญญาณคนก็เข้าใจซ้อนสิมันซ้อนดับวิญญาณเกลี้ยงไม่มีวิญญาณเลยเป็นธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่ดับวิญญาณเกลี้ยงเลย ภาษามันหยาบรู้ไหมฟังดีๆนะเพราะเขาแปลในฉบับหลวงภาษามันก็เลยกลายเป็นภาษาหยาบมันตีกลับแล้วเอาตัวชาติมาแทนตัวดับชาติเอาตัววิญญาณซึ่งไม่ต้องดับวิญญาณมาเป็นตัวที่ต้องดับมันนะมันวนเลยฟังดีๆนะมันวนเพราะเขาแปลเป็นภาษาที่ในพระไตรปิฎกฉบับหลวงเขาแปลแล้วมันกังวลอย่างนี้เอาตัวเกิดมาเป็นตัวมาเป็นตัวที่ตายแล้วแล้วเอาตัวตายแล้วมาแปลตัวเกิดมาเป็นตัวเกิดมันก็เลยคนก็เลยเข้าใจกลับนี่แหละมันเบี้ยวอย่างนี้ศาสนามันกลับกันศาสนามันกลับหลังหันแบบ ฟังดีๆนะนี่ก็พยายามที่จะอธิบายพยายามจะอธิบายที่บัญญัติภาษามาให้ฟังเขาแปลผลสุดท้ายเขาก็ใช้คำว่าเพราะได้ดับวิญญาณแล้ววิญญาณและสัตว์นิโรธเทนะเอตังอุบลรัตน์ตีติที่กล่าวมาทั้งหมดนี้หรือเป็นอย่างทั้งหมดนี้นี่แหละมันได้เกิดขึ้นแล้วอุปสรรคลักษณะนี้มันได้เกิดขึ้นแล้วจริงคือมีตั้งแต่วิญญาณในทัศนามาจนกระทั่งถึงวิญญาณและสัตว์นิโรธตังค์อุปสรรคคือทวนนั้นแต่วันนั้นอย่างใหญ่แล้วก็อุปสรรคปรากฏขึ้นแล้วในผู้นั้น ปรากฏขึ้นแล้วในผู้นั้นเป็นสภาพนี้ได้ปรากฏขึ้นแล้วนี่ก็จบสภาพที่เรียกว่าท่านิโรธอริยสัจแล้วก็เกิดสภาพนี้ในสภาพที่สูงสุดจะเหลือก็แต่ความบริสุทธิ์แท้ๆในจิตไว้ยึดไว้ปรุงเพื่อเพียงเพื่อแก่โรคแก่ผู้อื่นโดยจริงซึ่งก็จะมีสัมมาทิฏฐิฟังดีๆนะทีนี้ทวนย้อนหลังทวนย้อนหลังกลายเป็นมีอุปทานแล้วนะตอนนี้กลายเป็นมีอุปทานและทีนี้ถ้าจะบอกบัญญัติเลยที่ตั้งชื่อ มันยังมีพระธาตุดินน้ำไฟลมธาตุอากาศธาตุน้ำเอ้ยธาตุวิญญาณมันก็มีธาตุ 6 นี้เป็นทีละเป็นจีรณาเป็นธีระอนุปาทิเสสนิพพานเป็นอุป ที่เป็นอุปทานอย่างมิจฉาทิฐิก็เรียกเต็มเลยว่าทิศถูกประทานเป็นความยึดยึดความเห็นยึดความเห็นที่ถูกประทานแปลว่าความเห็นอุปทานก็แปลว่าความยึดยึดความเห็นของตนอันนี้ถ้าเขายึดก็ไม่ต้องต้นอีกผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วนี่ท่านก็ยึดความเห็นของตนนะแต่ว่าเป็นความเห็นที่สัมมาสมาธิทุกประการหนึ่งซึ่งก็มีก็จะมีสัมมาที่ถูกประทานหนึ่งคือยึดความเห็นที่ถูกที่ดีไว้ท่านกลับมายึดแล้วตอนนี้ยึดสิ่งที่ถูกที่ดีไว้ที่ถูกปรารถนาที่ถูกประทานเรียนท่านไม่สงสัยท่านยึดใครมาว่าท่านยึดยึดใครจะบอกว่า ชายยุทธมันๆซะด้วยนะยิ่งยึดศีลยึดวินัยยึดธรรมยึดมั่นเลยเชียวแหละอย่างพระเยซูนี้ยึดจนตายก็เอาตรึงกางเขนถึงกางเกงไปก็เอาอะไรขว้างปาเอาอะไรมาบ้างยกตัวอย่างอย่างพระเยซูท่านยืนหยัดธรรมะท่านบอกว่าเรื่องจริงท่านยึดในความเห็นอย่างนี้แหละถูกแล้วไอ้อย่างที่เขาว่าจะให้ท่านกลับคำจะให้ท่านยอมเออออกหมดแล้วบอกไม่ได้ถ้าคุณยึดของท่านเป็นความเห็นถูกแล้วท่านสับปรับไม่ได้มีแต่ยึดความเห็นของท่านยึดหนักเลยอย่างพระเยซูนี่แม้ตัวตายก็ไม่ว่าแม้ตัวตายขอให้ทำยังอยู่นี่เป็นตัวอย่างของโพธิสัตว์พระเยซูเป็นตัวอย่างโพธิสัตว์ท่านเป็นอย่างนั้นฉันยึดทำยึดความเห็น ความจริงเป็นสัมมาเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรที่ดีที่ชอบแล้วยังยึดความเห็นอยู่เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ของพุทธก็รู้ไม่ยึดมั่นถือมั่นจนขนาดถึงว่าถ้าเผื่อว่าจะยังพระเยซูท่านควรนะเพราะว่าท่านยึดอย่างนั้นแล้วท่านสร้างศาสนาได้พระอรหันต์บางองค์ที่เป็นโพธิสัตว์จึงถึงที่ตายนี่เราก็ไม่รู้จะยกตัวอย่างผมไม่รู้นิทานของชาวพุทธเราเยอะแต่ก็มีนะนิทานบริษัทที่ยอมตัวตายและเพื่อที่แต่ก็ไม่ถึงว่าชื่อว่าสร้างศาสนาแต่ก็มันซ้อนก็สร้างศาสนาและบริษัทองค์นั้นตายก็ทำให้ชีวิตของศาสนาพุทธได้ยืนยาวต่อไปและท่านจะเป็นเจ้าของศาสนาเหมือนอย่างกับศาสนาคริสต์พระเยซูเป็นเจ้าของศาสนาคริสต์ไปอีกอย่างหนึ่งไปรับอีกลักษณะหนึ่งจะไปยืนยันจะไปเป็นอย่างนั้นเพราะของคุณมันไม่มี ใครจะมาเป็นพระโพธิสัตว์ยังไงก็คือเสริมศาสนาพุทธอันเดียวมันไม่ได้แยกไว้เป็นศาสนาอื่นอีกมันซ้อนนิกายหน่อยเพราะฉะนั้นพระโพธิสัตว์บางองค์ที่ยึดและจนกระทั่งสร้างจนกระทั่งเป็นนิกายคล้ายๆเป็นนิกายอยู่ในนิกายก็พอมีนะแต่ว่าผมไม่ได้ไปศึกษานิกายต่างๆคือผมไม่พยายามศึกษาอย่างมหายานก็มีนิกายต่างๆเจ้าของนิกายโอ้โหทารุณโหดร้ายแต่ละคนแต่ละคนอะไรมีนะอันนี้เรียกว่ามีอันหนึ่งที่มันเป็นสภาพที่เกิดคือสัมมาทิฏฐิ 24 สัมมาสีและพระอุปทาน 1 ในวงเล็บคือยึดศีลยึดการประพฤติที่ดีที่ถูกไว้ยื่นแบบฉบับยึดศีลยึดรถ พระมหากัสสปะยึดศีลเคร่งพระท่านยุทธท่านมีศีลและวัตถุประสานท่านเป็นพระอรหันต์นะแต่ท่านยึดศิลปะของท่านธุดงค์เข้าวัดท่านยุทธจะบอกท่านไม่ยึดได้ยังไงคุณคิดดูสิท่านยึดจะตายยึดของท่านเด้งเลยไม่เอาคนมันขออย่างนู้นอย่างนี้ไม่เอาครับไม่ตามใจนิมนต์ท่านเข้าบ้านไม่เข้าฉันจะเข้าก็เรื่องของฉันน่ะฉันไม่เข้าอ่ะฉันธุดงค์เข้าวัดของฉันไม่เข้าบ้านอย่างนี้เป็นต้นท่านก็ยึดยึดไม่นอนๆจนคนสู่คนท้วงจนพระพุทธเจ้าจะต้องมาหาทางใช้กุศโลบายขายให้คนเขาปล่อยคลายใจเสียอะไรอย่างนี้ ยศยศศิลป์ยึดรถยึดการประพฤติยึดศีลที่เป็นประโยชน์เป็นสัมมาฟังแล้วมันกลับเหมือนๆๆภาษาหลอกล่อแต่คนที่เข้าใจดีแล้วมันไม่ใช่หลอกล่อไม่ใช่ศัพท์ปรับนะฉันก็ยังมีความดีนะแต่ถ้ากระทำความดีนั้นต่อไปอีกนะถ้ายึดเพื่อคนอื่นตัวท่านเองท่านจะไปมีอะไรทำไมยึดเสร็จก็ได้แต่ว่าไม่ยึดแล้วมันก็หมดค่ามันก็ไม่มีประโยชน์อะไรมันก็ให้เท่านั้นและจะมีอะไรเป็นประโยชน์เป็นเลขฐานเป็นการสืบสานให้คนอื่นตามให้คนอื่นเป็นไปทำอย่างนี้ร่องรอยนี้แล้วท่านก็ไม่ทุกข์ท่านยึดถ้าไม่ทุกข์หนิถ้าเป็นอย่างนี้ท่านก็ไม่ทุกข์มันก็สปาถ้าจะนั่งถ้าจะเน้นตลอดถ้าไม่ต้องนอนราบพื้นท่านก็ไม่ทุกข์แต่คนอื่นมันไม่ได้ก็ไปนึกแทนท่านโอ๊ยทรมานอยู่ทำไมไม่ได้ทรมาน เหมือนอย่างกับเรามากินข้าวมื้อเดียวแล้วรัฐบาลที่คุณเป็นไม่ได้เป็นเราเป็นได้แล้วเราไม่ได้ทรมานแต่เราก็ขอยืนยึดกินมื้อเดียวนี่แหละอย่างนี้แหละเราจะไปแบ่งกะปิดกะปอยกิน 2 มื้อ 3 มื้อแล้วก็กินได้อีกทำไมเราจะกินไม่ได้ใช่ไหมวันหนึ่งสองมือสองไปที่ไหนเราก็บอกว่าอย่างนี้เขาตั้งโต๊ะกัน 3 วันถึง 3 หนนั่งกินโต๊ะนี้นะมาอยู่ในบ้านแล้วก็กินกับเขานั่งกินโต๊ะวันละ 3 มื้อแล้วก็กินได้ทำไมเราจะกินไม่ได้แล้วก็ประมาณได้แล้วก็รับได้อย่างเขาใช่ไหมก็ได้แต่เราไม่เอาเรายึดไปกินคนเดียวอย่ายุ่งเราจะถือหลักกันเนี่ยตามกฎ เป็ดพจน์เป็นศีลตามหลักนี้เพื่อที่จะมีแนวโน้มมีแนวนำมีตัวอย่างมีแบบฉบับมีกฎมีระเบียบมีหลักเกณฑ์อะไรต่างๆเพื่อที่จะเป็นกรรมฐานเป็นแนวประพฤติเป็นสิ่งที่จะต้องทำมาๆและเอาจริงแล้วมันก็เย็นลงมาเซฟได้ประหยัดได้ตัดเยียนออกหลุดออกผลออกดีออกได้เรารู้ว่าเออทำอย่างนี้มันจะเกิดผลที่มันจะทำให้คนเป็นอย่างนี้มีอะไรขึ้นมามันเป็นนโยบายมันเป็นนัยยะที่ฉลาดนัยยะที่จะกระทำให้เจริญอย่างนี้ฟังดีๆจะเห็นว่ามันมันเข้าใจยากอยู่นะเป็นสัมมาศิลปะอุปทานยึดศีลยึดรถอีกหนึ่งสัมมาวาจาทุกปาทาน 1 คือยุทธภาษาคำพูดที่ดีที่ถูกไว้ยึดพูดอย่างนี้แหละจะทำอย่างนี้ยืนยันอย่างนี้มีภาษามีคำพูดที่ดีไอ้คำพูดที่บอกว่าไม่ดีเขาบอกว่าอย่าพูดสิหยุดพูดหยุดซะด้วยเขาบอกว่าไม่ควรพูดไม่พูดอ่ะถึงกาละจะพูดพูดแม้จะบาดใจคนธิดารัตน์ที่ควรพูดพูดตอนนี้พูดแล้วดีเพราะว่าคนที่บาทก็อาจจะมีผสมอยู่แต่ว่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน