07 บทที่ 2 พริ้วลมบุญ.pdf

โฟลเดอร์PDF
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์1.94 MB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษา เรื่อง ผลของการใช้บทเรียนออนไลน์ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้า แนวคิด เอกสาร ต าราวิชาการ ทบทวนวรรณกรรม แนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. แนวคิดบทเรียนส าเร็จรูป 2. ทฤษฎีการเรียนรู้ส าหรับผู้ใหญ่ 3. แนวคิดการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 4. แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ (KAP) 5. แนวคิดเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7. กรอบแนวคิดของการวิจัย แนวคิดบทเรียนส าเร็จรูป ความหมาย เปรื่อง กุมุท (2519 : 134) ให้นิยามบทเรียนส าเร็จรูปไว้ว่า “บทเรียนส าเร็จรูป หมายถึง ล าดับประสบการณ์ที่จัดไว้ส าหรับผู้เรียนไปสู่ความสามารถ โดยอาศัยหลักความสัมพันธ์ของสิ่งเร้ากับการตอบสนอง ได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ” สุวิทย์ มูลค า และอรทัย มูลค า (2545 : 39) ได้กล่าวว่า บทเรียนโปรแกรมหรือบทเรียนส าเร็จรูป ว่าเป็นบทเรียนที่น าเนื้อหาสาระที่จะให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้มาแบ่งเป็นหน่วยย่อยหลาย ๆ กรอบ (Frame) เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ ในแต่ละกรอบจะมีเนื้อหาค าอธิบายและค าถามที่เรียบเรียงไว้ต่อเนื่องกันจากง่ายไปหายาก อัญชลี ธรรมะวิธีกุล (2552) ให้ความหมายว่า บทเรียนที่ผู้สอนจัดท าขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนรู้เรียนรู้ด้วยตนเอง ในแต่ละสาระการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ในแต่ละบทเรียน โดยเริ่มจากเนื้อหาสาระที่ง่าย ๆ ไปสู่เนื้อหาที่ยากขึ้นไปตามล าดับ เป็นบทเรียนที่สร้างขึ้นโดยก าหนดวัตถุประสงค์ เนื้อหา วิธีการ และสื่อการเรียนการสอนไว้ล่วงหน้า ผู้เรียนสามารถศึกษา ค้นคว้า และประเมินผลการเรียนด้วยตนเองตามขั้นตอนที่ก าหนดไว้ ต

อ่านต่อ

รีคม พรมมาบุญ (2560 : 164) เป็นสื่อส าหรับให้นักเรียน เรียนด้วยตนเอง อาจให้ศึกษาเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม เพื่อเสริมการเรียนหรือนอกห้องเรียน เป็นการสนองความต้องการของเด็กเรียนเร็วและใช้ซ่อมเสริมเด็กเรียนช้า หรือใช้เสริมเฉพาะจุดประสงค์ที่เด็กขาดความรู้ความเข้าใจ 7 จากข้อมูลข้างต้น ผู้วิจัยสรุปได้ว่าบทเรียนส าเร็จรูป หมายถึง บทเรียนส าเร็จรูปที่ผู้สอนจัดท าขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ค้นคว้าและประเมินผลการเรียนได้ด้วยตนเอง เนื้อหาสาระการเรียนจะเริ่มจากง่ายไปหายากตามล าดับ มีวัตถุประสงค์ เนื้อหา วิธีการ และสื่อการเรียนการสอนไว้ล่วงหน้า สามารถเลือกเรียนได้ตามความพร้อมของแต่ละคน จุดมุ่งหมายของบทเรียนส าเร็จรูป 1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง อย่างเต็มความสามารถ โดยผู้สอนเป็นผู้คอยแนะน าเมื่อมีปัญหา 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากล าดับง่ายไปหายาก 3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประเมินผลตนเอง และทราบถึงพัฒนาการในการเรียนรู้ของ ตนเอง 4. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อประสบผลส าเร็จในการเรียนรู้ หลักการเรียนรู้ด้วยบทเรียนส าเร็จรูป 1. ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรม 2. ผู้เรียนได้ประเมินตนเอง และรู้ค าตอบทันที 3. มีการเสริมแรงให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อปฏิบัติได้ถูกต้อง และพยายามแก้ไขส่วนที่บกพร่อง 4. ผู้เรียนได้เรียนรู้ไปทีละล าดับ จากง่ายไปยากตามศักยภาพและความสามารถของ แต่ละบุคคล ลักษณะและรูปแบบของบทเรียนส าเร็จรูป บทเรียนส าเร็จรูปมีลักษณะที่แตกต่างกัน เราอาจใช้เป็นสื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อาจท าในรูปบทเรียนส าเร็จรูป เทปบันทึกเสียง รายการทางโทรทัศน์ วิทยุ ภาพเลื่อน ภาพนิ่ง เครื่องช่วยสอน และบทเรียน หรือชุดการสอนเป็นต้น บทเรียนส าเร็จรูปมีลักษณะที่แตกต่างกัน การออกแบบ การบรรจุเนื้อหา และสาระการเรียนรู้ออกเป็นกรอบ น ามาจัดท าเป็นหน่วยย่อย ๆ ลงในกรอบนั้น โดยเรียงล าดับจากง่ายไปหายาก ลักษณะที่ส าคัญของบทเรียนส าเร็จรูปประกอบด้วย 1. เนื้อหาของบทเรียนถูกแบ่งออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ เรียกว่า “กรอบ (Frame)” การอธิบายเนื้อหาในแต่ละกรอบค าถามต่อเนื่องกันไป เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจหน่วยย่อยถัดไป 2. การเขียนเนื้อหาในแต่ละกรอบ บางกรอบพาดพิงไปถึงกรอบที่ผู้เรียนได้ศึกษามาก่อนแล้ว เป็นการทบทวนบทเรียนให้เข้าใจยิ่งขึ้น 3. ผู้เรียนมีส่วนร่วม และตอบสนองในกิจกรรมต่างๆ ที่จัดไว้ในแต่ละกรอบ 4. ผู้เรียนค่อย ๆ เรียนไปทีละกรอบ เรียงล าดับต่อเนื่องกันไป 8 5. การตอบของผู้เรียนได้รับการเสริมแรง (Reinforcement) โดยการทราบค าตอบทันที 6. ผู้เรียนมีโอกาสเรียนด้วยตนเอง ไม่ก าหนดเวลา การศึกษาบทเรียนจึงขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาและความสามารถ ของผู้เรียนแต่ละคน 7. แบบประเมินผลหลังเรียน ชนิดของกรอบในบทเรียนส าเร็จรูป กรอบสาระการเรียนรู้ก าหนดไว้ 4 ชนิด ดังนี้ 1. กรอบตั้งต้น (Set Frame) กรอบน าเสนอเข้าสู่บทเรียน กรอบข้อมูลการเรียนรู้และทฤษฎี มีค าถามง่ายๆ ที่ก าหนดให้ผู้เรียนตอบค าถามได้ถูกต้อง เพื่อเป็นการเสริมแรงให้มีความสุขกับการเรียน 2. กรอบฝึกหัด (Practice Frame) กรอบให้ผู้เรียนได้ฝึกหัดท ากิจกรรมที่มีสาระเชื่อมโยงจากกรอบตั้งต้น เป็นกรอบส าหรับการฝึกทักษะเช่น การอ่าน การคิด การวิเคราะห์ และการเขียน เนื้อหาสาระการเรียนรู้จะเพิ่มมากขึ้นกว่ากรอบตั้งต้น 3. กรอบรองกรอบส่งท้าย (Sub-terminal Frame) กรอบการเรียนรู้ที่จะถึงกรอบการเรียนรู้สรุป โดยมีเนื้อหาสาระเข้มข้นขึ้นตามล าดับ ผู้เรียนใกล้จะสรุปองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ที่ผ่านขบวนการเรียนรู้จากบทเรียนส าเร็จรูปได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง 4. กรอบส่งท้าย (Terminal Frame) กรอบการเรียนรู้สรุปสุดท้ายหรือกรอบจบของบทเรียนส าเร็จรูป เป็นกรอบที่มีเนื้อหาสาระเข้ม และยากกว่ากรอบการเรียนรู้อื่น ๆ ที่ผ่านมา ประเภทของบทเรียนส าเร็จรูป การจัดท าบทเรียนส าเร็จรูป มีรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3 ประเภท ได้แก่ 1. บทเรียนส าเร็จรูปแบบเส้นตรง (Linear Programme) มีการจัดท าเนื้อหาสาระเรียงล าดับตั้งแต่กรอบที่ 1-2-3 จนถึงกรอบจบ ตามที่ผู้สอนออกแบบ ซึ่งเนื้อหาสาระจะเรียงจากง่าย ไปยาก มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน เรียงตามล าดับไม่ข้ามกรอบ ถ้าข้ามกรอบการเรียนรู้ เนื้อหาสาระจะขาดหายไป ลักษณะเด่นของบทเรียนส าเร็จรูปแบบเส้นตรง ผู้เรียนรู้ได้เร็วจะจบเร็ว การท าบทเรียนง่ายเพราะเนื้อหาสาระในแต่ละกรอบไม่มาก แผนภาพที่ 1 บทเรียนส าเร็จรูปแบบเส้นตรง (Linear Programme) ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552) กรอบ เนื้อหาสาระที่ 1 กรอบ เนื้อหาสาระที่ 2 กรอบ เนื้อหาสาระที่ 3 กรอบ เนื้อหาสาระที่ 4 cvcv cvcv cvcv 9 2. บทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา (Branchine Programe) เป็นกรอบการเรียนรู้หลัก (กรอบยืน) เหมือนบทเรียนส าเร็จรูปแบบเส้นตรง แต่ต่างกันที่ มีกรอบสาระหลักแล้ว มีกรอบสาระการเรียนรู้สาขาเพิ่มเข้ามา กรอบสาระการเรียนรู้แบบสาขา ส าหรับผู้เรียนที่ขาดความพร้อมที่จะเรียนรู้ในกรอบต่อไป ได้เรียนรู้พื้นฐานเพิ่มเติม จะมีกรอบแบบสาขาเรียนรู้ 1 หรือ 2 กรอบเสมอ ให้โอกาสผู้เรียนที่ตอบค าถามผิดพลาด ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรู้แบบสาขา แผนภาพที่ 2 บทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา Branchine Programme ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552) กรอบสาระการเรียนรู้ 1 cvcv กรอบสาระการเรียนรู้ 2 กรอบสาระการเรียนรู้ 3 กรอบสาระ การเรียนรู้สาขา กรอบสาระ การเรียนรู้สาขา กรอบสาระ การเรียนรู้สาขา กรอบสาระ การเรียนรู้สาขา กรอบสาระ การเรียนรู้สาขา กรอบสาระ การเรียนรู้สาขา cvcv cvcv กรอบสาระการเรียนสรุป กรอบสาระการเรียนรู้ 4 cv 10 แผนภาพที่ 3 บทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา Remedial loops ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552) การเรียนรู้ในกรอบบทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา Remedial loops ผู้เรียนไม่สามารถตอบ ค าถามบทเรียนหลักได้ เข้าศึกษาเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรู้ที่แตกแขนงออกมาตั้งแต่สองสาขาขึ้นไป ถ้าศึกษาสาระการเรียนรู้สาขาแรกผ่านแล้วก็สามารถกลับศึกษากรอบสาระเรียนรู้หลักได้ทันที แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็ศึกษากรอบสาระการเรียนรู้สาขาอื่นๆ จนพร้อมจึงกลับไปศึกษาและทดสอบในกรอบ สาระหลักอีกครั้ง เมื่อผ่านแล้วจึงศึกษาในกรอบถัดไป 11 แผนภาพที่ 4 บทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา Secondary Tracks ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552) การเรียนรู้ในกรอบบทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา Secondary Tracks ผู้เรียนศึกษาในกรอบสาระ การเรียนรู้ที่ 1 สามารถตอบค าถามได้ก็ผ่านไปเรียนรู้ในกรอบที่ 2 ถ้าไม่ผ่านก็กลับมาเรียนรู้ในกรอบ สาระการเรียนรู้ที่ 1 ถ้าตอบถูกก็ผ่านไปเรียนรู้ในกรอบที่ 2 ถ้าตอบค าถามผ่านก็ไปเรียนรู้ในกรอบสาระถัดไป 12 แผนภาพที่ 5 บทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา Gate Frame ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552) การเรียนรู้ในกรอบบทเรียนส าเร็จรูปแบบสาขา Gate Frame เมื่อศึกษากรอบสาระ ที่ 1 แล้ว สามารถที่จะข้ามไปกรอบข้างหน้าอื่นๆ ได้ และสามารถตอบค าถามในกรอบได้ ถ้าไม่สามารถตอบค าถามได้ต้อง ถอยย้อนกลับมากรอบสาระการเรียนรู้ที่ 1 เพื่อศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้ง 3. บทเรียนส าเร็จรูปแบบไม่แยกกรอบ เป็นบทเรียนส าเร็จรูปที่มีการน าเสนอเนื้อหาสาระเพิ่มขึ้นทีละน้อยตามล าดับขั้น ไม่น าเสนอเป็นกรอบเหมือนบทเรียนแบบเส้นตรงหรือแบบสาขา แต่น าเสนอแบบเดียวกับลักษณะหนังสือ ต ารา หรือบทความ ให้ผู้เรียนศึกษาตอบค าถามหรือตรวจค าตอบ โดยมีแนวการตอบให้ผู้เรียนได้ใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับว่า ผู้เรียนตอบค าถามถูกหรือผิดเหมือนบทเรียนส าเร็จรูปแบบที่ 1-2 แตกต่างกันที่ว่าบทเรียนส าเร็จรูปนี้มีการถามตอบ ให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้ตลอดเวลา เป็นการป้อนข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เป็นการเสริมแรงแก่ผู้เรียน เมื่อตอบค าถามถูก นิยมน ามาใช้กับผู้เรียนที่ต้องการแสดงความคิดเห็น มีค าตอบถูกต้องหลายแนวทาง เอกสารชุดการสอนของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเป็นตัวอย่างบทเรียนส าเร็จรูปแบบไม่แยกกรอบ ดังนี้ เดินหน้า (wash-ahead) ถอยกลับ (wash-back) กรอบสาระการเรียนรู้2 กรอบสาระการเรียนรู้3 กรอบสาระการเรียนรู้สรุป กรอบสาระการเรียนรู้1 cvcv 13 ภาพที่ 1 บทเรียนส าเร็จรูปแบบไม่แยกกรอบ ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552) ส่วนประกอบของบทเรียนส าเร็จรูป ส่วนประกอบของบทเรียนส าเร็จรูป ประกอบด้วย 1. ค าชี้แจง/ค าแนะน าในการศึกษาด้วยบทเรียนฉบับนั้น 2. แนวคิด 3. วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดจากการศึกษาบทเรียนส าเร็จรูป 4. เนื้อหาเรียงล าดับจากง่ายไปหายาก 5. แบบฝึกหัด/ค าถาม เพื่อทบทวนความเข้าใจในเนื้อหาที่ได้ศึกษา พร้อมเฉลย 6. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 7. เฉลยแบบทดสอบ กระบวนการผลิตและพัฒนาบทเรียนส าเร็จรูป ขั้นตอนการผลิตและพัฒนาบทเรียนส าเร็จรูปมี 4 ขั้นตอน 1. ขั้นการวางแผน (Planning) 2. ขั้นการผลิต (Production) 14 3. ขั้นการทดลองต้นฉบับ (Prototype testing) 4. ขั้นทดลองใช้จริง ขั้นการวางแผน (Planning) ศึกษาหลักสูตรเพื่อให้ทราบถึงเนื้อหาสาระที่จะน ามาจัดท าเป็นบทเรียนส าเร็จรูป ก าหนดเนื้อหาสาระที่จะน ามาท าบทเรียน ก าหนดมาตรฐานการเรียนรู้และองค์ประกอบอื่นๆ เช่น จุดประสงค์น าทาง จุดประสงค์ปลายทาง ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังว่าเมื่อผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้จบแล้ว ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง วิเคราะห์ความยาก-ง่ายของเนื้อหา เตรียมสร้างแบบทดสอบทั้งก่อนและหลังเรียนในแต่ละกรอบสาระการเรียนรู้ให้ครอบคลุม ความรู้ (Knowledge) เจตคติ (Attitude) ทักษะ/กระบวนการ (Skills Practice/ Process) ขั้นการผลิต (Production) เขียนบทเรียนส าเร็จรูปประกอบด้วย จุดประสงค์ของบทเรียนส าเร็จรูป ข้อทดสอบก่อนและหลังเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละกรอบสาระการเรียนรู้หลักและสาระการเรียนรู้สาขา น าไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่วางแผนไว้ การวัดผลประเมินผล สร้างแผนการเรียนรู้ ศึกษาวิธีการสร้างแผนการเรียนรู้ ศึกษาบทเรียนส าเร็จรูป เขียนแผนการเรียนรู้ตามเนื้อหาโดยพิจารณาความสอดคล้องกับจุดประสงค์ เนื้อหาและเวลาที่ใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ น าแผนการเรียนรู้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพ ปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ ขั้นการทดลองต้นฉบับ (Prototype testing) น าบทเรียนส าเร็จรูปต้นฉบับไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 15 ขั้นหนึ่งต่อหนึ่ง น าบทเรียนส าเร็จรูปไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่ยังไม่เคยศึกษาเรื่องนั้นมาก่อน เพื่อดูความถูกต้องของเนื้อหา ขั้นตอนต่างๆ ในการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ จากนั้นจึงน าผลและข้อบกพร่องที่พบ มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อใช้ในการทดลองขั้นกลุ่มเล็กต่อไป ขั้นกลุ่มเล็ก น าบทเรียนส าเร็จรูปที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขในขั้นหนึ่งต่อหนึ่งไปทดลองกับกลุ่มที่ก าลังเรียนเนื้อหาวิชานั้น เพื่อตรวจสอบความบกพร่องของบทเรียน และเพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนส าเร็จรูปว่า สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่าประสิทธิภาพยังต่ ากว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ จะต้องปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาของบทเรียนส าเร็จรูป และปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งแบบทดสอบให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ขั้นกลุ่มใหญ่ น าบทเรียนส าเร็จรูปมาทดลองกับกลุ่มทดลองที่ก าลังเรียนเนื้อหาวิชานั้นและเป็นกลุ่มทดลองที่มีลักษณะและคุณสมบัติใกล้เคียงกับกลุ่มอย่างจริงๆ ว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ก็ด าเนินการจัดท าต้นฉบับเพื่อน าไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างต่อไป ขั้นทดลองใช้จริง การทดลองใช้จริง เพื่อหาประสิทธิภาพบทเรียนส าเร็จรูป มีขั้นตอนในการด าเนินงานตามนี้ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทเรียนส าเร็จรูป 1.1 ให้ผู้เรียนศึกษาและท าความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียนอย่าง ละเอียด โดยอ่านจากค าชี้แจง/ค าแนะน าในการศึกษาด้วยบทเรียนส าเร็จรูป 1.2 ให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน(Pre-test) ผู้สอนตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนและให้คะแนน 1.3 ผู้เรียนท ากิจกรรมการเรียนที่ระบุไว้ในบทเรียนส าเร็จรูปครบถ้วนแล้ว ให้ท าแบบฝึกหัดและตรวจค าตอบจากค าเฉลยที่ให้ไว้ ท าเช่นนี้ทุกหน่วยการเรียนรู้จนครบ 1.4 ผู้สอนตรวจสอบการตอบค าถามในแต่ละกรอบและการท าแบบฝึกหัดของผู้เรียนทุกหน่วยการเรียนรู้ 1.5 หลังจากผู้เรียนท ากิจกรรมการเรียนรู้ ในบทเรียนส าเร็จรูปจบแล้วให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) 2. เครื่องมือที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนส าเร็จรูป 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบทดสอบวัดผลเรียนรู้ 16 3. การหาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้วัดผลการเรียนรู้ เช่น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะต้องให้ได้ข้อมูลตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการทราบ ครอบคลุมเนื้อหา สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและไม่ง่ายหรือยากจนเกินไป อาจจะตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญหรือโดยการวิเคราะห์ดังนี้ 3.1 หาความตรงเนื้อหา เป็นการหาว่าแบบวัดจะวัดได้ครอบคลุมกับสิ่งที่ต้องการวัดหรือไม่ โดยอาศัยการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คน ซึ่งเหมาะกับเครื่องมือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบทดสอบ 3.2 หาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา 3.3 การหาความยากง่าย การวิเคราะห์ความยากง่าย เป็นการวิเคราะห์รายข้อ เกณฑ์ความยากง่ายที่ยอมรับได้มีค่าอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ถ้าค่า P มีค่านอกเกณฑ์ที่ก าหนด จะต้องปรับปรุงข้อสอบนั้นหรือตัดทิ้ง 3.4 การหาค่าอ านาจจ าแนก การวิเคราะห์ค่าอ านาจจ าแนกเป็นการดู ความเหมาะสมของรายข้อว่า ข้อค าถามสามารถจ าแนกกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนได้จริง หรือจ าแนกผู้ที่มีคุณลักษณะสูงจากผู้ที่มีคุณลักษณะต่ าได้ เกณฑ์อ านาจที่ยอมรับได้มีค่าอยู่ที่ 0.20 ขึ้นไป ถ้าค่าอ านาจจ าแนกต่ ากว่า 0.20 จะต้องปรับปรุงแบบทดสอบข้อนั้นหรือตัดทิ้ง 3.5 การหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัด 1. การหาค่าความเชื่อมั่นแบบคูเดอร์-ริชาร์ดสัน เป็นการหาความเชื่อมั่น ซึ่งใช้ได้ดีกับเครื่องมือที่วัด หรือข้อสอบที่ให้คะแนนแต่ละข้อค าถามตรวจให้คะแนน 1 หรือ 0 (ถูกได้ 1 ผิดได้ 0 ) ใช้สูตรการค านวณของ Kuder-Richardson-20 (KR-20) เกณฑ์ความเชื่อมั่นที่ยอมรับได้ จะมีค่าตั้งแต่ 0.75 ขึ้นไป 2. การหาความเชื่อมั่นแบบครอนบัค (Cronbach) เป็นการหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัดจากการค านวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (a Coefficient) ซึ่งใช้ได้ดีกับเครื่องมือวัดที่แต่ละข้อค าถามไม่ได้ตรวจให้คะแนน 1 หรือ 0 แต่เป็นการตรวจให้คะแนนในลักษณะอื่นๆ เช่น การท าข้อสอบอัตนัยที่ตอบแล้วให้คะแนนแต่ละข้อไม่เท่ากัน การท าแบบสอบถามที่ตอบแล้วได้คะแนนแต่ละข้อเป็น 5, 4, 3, 2, 1 เป็นต้น 4. ทดสอบความแตกต่างของระดับความรู้ก่อนและหลังการเรียนรู้โดยการหาค่า Pair Sample-T-Test ข้อดีของบทเรียนส าเร็จรูป 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ 17 2. ผู้เรียนสามารถน าความรู้มาใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 3. ลดเวลาการสอนของผู้สอน 4. สามารถช่วยแก้ปัญหาการเรียนซ้ าของผู้เรียน ข้อจ ากัดของบทเรียนส าเร็จรูป 1. การออกแบบบทเรียน ต้องมีการออกแบบที่ดี จึงจะมีประสิทธิภาพการสอนสูงสุด 2. การเรียนแบบซ้ าๆ ท าให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายได้ 3. การเรียนแบบบทเรียนส าเร็จรูป ไม่เหมาะกับเด็ก เพราะผู้เรียนแต่ละคนจะอยู่กับงานไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมร่วมกับผู้อื่น ไม่ควรใช้การเรียนนี้อย่างเดียว 4. ขาดผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบบทเรียนส าเร็จรูป 5. เป็นอุปสรรคต่อผู้เรียนที่อ่านหนังสือไม่ออก หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ รูปแบบการเรียนรู้ของเด็กกับผู้ใหญ่มีความแตกต่างกัน การส่งเสริมการเรียนรู้ส าหรับผู้ใหญ่ส่วนมากใช้กระบวนการอบรมซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้หลังวัยเรียน ผู้เรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ความคิด เจตคติ คุณค่า ความสนใจ มุมมองและวิสัยทัศน์ที่จะช่วยให้การท างานหรือการท ากิจกรรมส าเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามจุดมุ่งหมาย ในการจัดท าหลักสูตรและการจัดกิจกรรมฝึกอบรมจึงต้องค านึงถึงหลักการทางจิตวิทยาของผู้ใหญ่ด้วย (สุวัฒน์ วัฒนวงศ์ , 2545) ทฤษฎีการเรียนรู้ส าหรับผู้ใหญ่ ทฤษฎีการเรียนรู้ส าหรับผู้ใหญ่ ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาการมาจาก แนวความคิดของเดิม ของ ธอร์นไดค์ (Edward L. Thorndike. 1982) ศึกษาถึงความสามารถในการเรียนรู้ โดยเน้นให้เห็นว่าผู้ใหญ่นั้นสามารถเรียนรู้ได้ เป็นสิ่งที่มีความส าคัญมาก จากการเขียนเกี่ยวกับ"การเรียนรู้ของผู้ใหญ่" ซึ่งมิได้ท าการศึกษาเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่โดยตรง นักการศึกษาผู้ใหญ่จ านวนมากได้ศึกษาค้นคว้าจนได้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า ผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้ได้ รวมทั้งยังได้ พบว่ากระบวนการเกี่ยวกับด้านความสนใจ และความสามารถนั้นแตกต่างออกไปจากการเรียนรู้ของเด็กเป็นอันมาก นอกจากวิธีการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ยังมีแนวความคิดทางด้านที่เป็นศิลป์ในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการค้นหาวิธีการในการรับความรู้ใหม่ๆ และการวิเคราะห์ถึงความส าคัญของประสบการณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับว่า "ผู้ใหญ่เรียนรู้อย่างไร" ลินเดอร์แมน (Edward C. Linderman) กล่าวว่า "ความหมายของการศึกษาผู้ใหญ่" ได้รับอิทธิพลค่อนข้างมากจากนักปรัชญาการศึกษาผู้ที่มีชื่อเสียง คือ จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) โดยเน้นอย่างมากเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ควรเริ่มต้นจากสถานการณ์ต่างๆ (Situations) มากกว่า 18 เริ่มจากเนื้อหาวิชา ซึ่งวิธีการเรียนการสอนโดยทั่วๆ ไปมักจะเริ่มต้นจากครูและเนื้อหาวิชาเป็นอันดับแรก และมองดูผู้เรียนเป็นส่วนที่สอง มีข้อคิดที่ส าคัญว่า "ถ้าหากการศึกษาคือชีวิตแล้ว ชีวิตก็คือการศึกษา" (If Education is Life, then Life is Education) สรุปได้ว่าประสบการณ์คือ ต าราที่มีชีวิตจิตใจส าหรับนักศึกษาผู้ใหญ่ ในการเรียนแบบเดิม ผู้เรียนต้องปรับตัวเองให้เข้ากับหลักสูตร แต่การศึกษาผู้ใหญ่ควรเริ่มจากจุดนี้ หลักสูตรควรสร้างขึ้นมาจากความสนใจ และความต้องการของผู้เรียนเป็นส าคัญ ผู้เรียนจะพบว่าตัวเองมีสถานการณ์เฉพาะอันเกี่ยวกับหน้าที่การงาน งานอดิเรก หรือสันทนาการ ชีวิตครอบครัว ชีวิตในชุมชน สถานการณ์ต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนได้ปรับตัว ส่วนด้านต าราและผู้สอนนั้นถือว่ามีหน้าที่และบทบาทรองลงไป แหล่งความรู้ที่มีคุณค่าสูงสุดในการศึกษาผู้ใหญ่คือ ประสบการณ์ของผู้เรียนเอง และจากแนวความคิดของลินเดอร์แมน ท าให้ได้ข้อสันนิษฐานที่ส าคัญๆ และเป็นกุญแจส าคัญส าหรับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ รวมทั้งการวิจัยในระยะต่อๆ มา ท าให้โนลส์ (M.S.Knowles.1954) ได้พยายามสรุปเป็นพื้นฐานของทฤษฎีการเรียนรู้ส าหรับผู้ใหญ่สมัยใหม่ซึ่งมีสาระส าคัญดังต่อไปนี้ 1. ผู้ใหญ่จะถูกชักจูงให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี ถ้าหากว่าตรงกับความต้องการ และความสนใจ ในประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาก็จะเกิดความพึงพอใจ เพื่อให้ผู้ใหญ่เกิดการเรียนรู้นั้นจะต้องค านึงถึง สิ่งนี้ด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นควรจะมีการเริ่มต้นในสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมทั้งหลาย 2. การจัดหน่วยการเรียนที่เหมาะสมเพื่อการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ควรจะยึดถือสถานการณ์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ใหญ่เป็นหลักส าคัญ มิใช่ตัวเนื้อหาวิชาทั้งหลาย สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ใหญ่ ถ้าหากถือเอาตัวผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้ของผู้ใหญ่จะได้ผลดีในการเรียนการสอน 3. วิธีการหลักส าหรับการศึกษาผู้ใหญ่ คือ การวิเคราะห์ถึงประสบการณ์ของผู้ใหญ่แต่ละคนอย่างละเอียด ว่ามีส่วนไหนของประสบการณ์ที่จะน ามาใช้ในการเรียนการสอนได้ แล้วจึงหาทางน ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากประสบการณ์เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีคุณค่ามากที่สุดส าหรับผู้ใหญ่ 4. ผู้ใหญ่ต้องการเป็นผู้น าตนเอง ความต้องการที่อยู่ในส่วนลึกของผู้ใหญ่ก็คือ การมีความรู้สึกต้องการที่จะสามารถน าตนเองได้ เพราะฉะนั้นบทบาทของครูจึงควรอยู่ในกระบวนการสืบหา หรือค้นหาค าตอบร่วมกับผู้เรียนมากกว่าการท าหน้าที่ส่งผ่านหรือเป็นสื่อส าหรับความรู้ แล้วท าหน้าที่ประเมินผลว่าเขาคล้อยตามหรือไม่เพียงเท่านั้น 5. การสอนผู้ใหญ่จะต้องจัดเตรียมการในด้านนี้อย่างดีพอ เช่น รูปแบบของการเรียนการสอน เวลาที่ใช้ท าการสอน สถานที่สอน เพราะความแตกต่างระหว่างบุคคลความแตกต่างจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละบุคคล เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น 19 วิธีการสอนผู้ใหญ่ (Andragogy) วิธีการสอนผู้ใหญ่หรือ"Andragogy" นั้นเป็นแนวความคิดใหม่ในการเรียนการสอน ที่พยายามจะชี้ให้เห็นความแตกต่างออกไปจากวิธีการสอนเด็ก อย่างไรก็ตาม ค าว่า "Andragogy" นี้เป็นค าที่ใหม่ในวงการศึกษาเมืองไทยเรา เพราะว่าค านี้เริ่มใช้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1967 โดยการให้ความหมายเดิมจากนักการศึกษาผู้ใหญ่ชาวยูโกสลาเวียนชื่อ "ซาวิสวิค" (Dusan Savicevic) ส่วนผู้ที่น าเข้ามาสู่วงการศึกษาผู้ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาก็คือ โนลส์ (M.S.Knowles. 1954) โดยการตีพิมพ์ลงในหนังสือชื่อ "Adult Leadership" เมื่อปี ค.ศ. 1968 และค านี้ก็ได้รับความนิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในบรรดาสถาบันการศึกษาผู้ใหญ่ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกามากมายหลายแห่งด้วยกัน ข้อตกลงเบื้องต้นส าหรับการสอนผู้ใหญ่ ทฤษฏีการสอนผู้ใหญ่มีอยู่ 4 ประเด็นที่มีความส าคัญ และเป็นความเชื่อที่ได้รับการยอมรับว่าแตกต่างออกไปจากการสอนเด็ก ดังนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงด้านมโนภาพแห่งตน พยายามท าให้ผู้ใหญ่เกิด "Self - directing" ในการเรียนการสอนให้มากที่สุดด้วย บุคคลเจริญเติบโตและบรรลุวุฒิภาวะไปสู่มโนภาพแห่งตนจากการอาศัยหรือพึ่งพาบุคคลอื่นๆ ในวัยเด็กทารก และน าไปสู่การเป็นผู้น าตัวเองได้มากขึ้น ทฤษฏีการสอนผู้ใหญ่ คาดว่าจุดที่บุคคลบรรลุความส าเร็จในด้านมโนภาพแห่งตนในทางการเป็นผู้น าตนเอง ก็คือลักษณะทางจิตวิทยาของการเป็นผู้ใหญ่ ถ้าหากเขาเกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการยอมรับในสถานการณ์ต่างๆ เลย เขาอาจจะเกิดความเคร่งเครียดและอาจจะต่อต้าน 2. ประสบการณ์นั้นนับว่าเป็นแหล่งที่มีคุณค่าสูงยิ่งส าหรับการเรียนรู้ บทบาทของประสบการณ์ ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับประสบการณ์ เชื่อว่าบุคคลที่เริ่มบรรลุวุฒิภาวะเขาก็จะได้สะสมประสบการณ์ที่กว้างขวางมากขึ้น ประสบการณ์นั้นนับว่าเป็นแหล่งที่มีคุณค่าสูงยิ่งส าหรับการเรียนรู้ รวมทั้งเป็นการช่วยขยายโลกทัศน์ของ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

PDF6. ส่วนหลั P.300-338.pdf
25 สิงหาคม 2564
PDF5. บทที่ 4 P.142-273.pdf
25 สิงหาคม 2564
PDF4. บทที่ 3 P. 123-141.pdf
25 สิงหาคม 2564
PDF3. บทที่-2 P.20-122.pdf
25 สิงหาคม 2564
PDF2. บทที่-1 P.1-19.pdf
25 สิงหาคม 2564
PDF010 บทที่ 4 Bunniyom.pdf
28 กันยายน 2563
PDF09 บทที่ 3 Bunniyom.pdf
28 กันยายน 2563
PDF08 บทที่ 2 Bunniyom.pdf
28 กันยายน 2563
PDF07 บทที่ 1 Bunniyom.pdf
28 กันยายน 2563
PDF03 บทคัดย่อ Bunniyom.pdf
28 กันยายน 2563
PDF01 ปก Bunniyom.pdf
28 กันยายน 2563