Copy of 170800 บารมี10ทัศ(ภาษาอีสาน)-พ่อท่าน-แดนอโศก

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.google-apps.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมเรื่องบารมี 10 ทัศ ภาษาอีสานโดยพ่อท่านโพธิรักษ์ได้แสดงไว้เมื่อช่วงเข้าพรรษาปีพุทธศักราช 2517 ณ ธรรมสถานแดนอโศก ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้

คนเฮาเกิดมาเพื่อชีวิต เกิดมาเพื่อคือกันหมด ถ้าเกิดมาแล้วก็บ่ฮู้ บ่ฮู้ว่าวันเกิดมาเฮ็ดหยัง บ่ฮู้ว่า เกิดมาแล้ว พ่อแม่ก่อน พวกเฮาหมู่เฮากะเป็นหมู่กัน เกิดมาเป็นคนคือกัน ก็สอนอันนั้น อันนี้ ก็สอนกัน คั่นคนเฮาสอนกัน คือ สอนให้ฮู้จักอยู่ ฮู้จักกิน รู้จักเฮ็ดนั่นเฮ็ดนี่ ฮู้จักฮักแพงกันแน่ ฮู้จักซังกันแน่ ฮู้จักตีกันฆ่า กันฮู้จักซอยเหลือกัน แล้วก็มีแต่ทางที่สิเห็นแก่ตัวเอง คิดว่าน้องเนี่ย ตัวเองนี่เป็นใหญ่ ที่สุดหวง ตนหวงโต กินของโตก็อยากได้กินหลายกว่าเขา อยู่ก็ยังอยู่ดีกว่าเขา มีก็อยากมีหลายกว่าเขา ทุกอย่างตัวเองก็อยากใหญ่ อยากใหญ่กว่าเขา อย่ากมีกว่าเขา อยากมีอำนาจหลายกว่าเขา ของหมู่นี้เป็นเรื่องของคนธรรมดา คนธรรมดาธรรมดาเกิดมาเป็นจังซี่แหละ แต่วันนี้กะสิขอเว้าให้ฟังอีกอย่างหนึ่งว่า พระพุทธเจ้าของเราเกิดมาแล้ว เพิ่นก็มาค้นพบ ค้นพบธรรมะ ธรรมะ คือ ความรู้ ปัญญารู้ แต่ละปัญญาตรัสรู้ ปัญญาตรัสรู้ปัญหา ค้นพบอีกแนวหนึ่งที่ไม่เหมือนกันกับคนที่เข้าใจ คนเฮาเกิดมาคือ จังเว้าให้ฟังแล้วว่า เกิดมาก็มีแต่มาหากิน หาอยู่ หาเฮ็ดให้ตัวเอง อย่างนี้สิใหญ่ มีอำนาจหลาย ก็งามสวยแซ่บนัว เฮดให้มีสิเอา ขี้โลภ ขี้ละโมบ อยากได้ อยากเอา อยาก มีจะเอามาให้แต่โต เห็นแก่ตัว คนเฮาก็จังสั่น เถียงบ่ได้ดอก พอพระพุทธเจ้าเกิดมาแล้ว เพิ่นก็บ่เห็น มาเห็นแก่ตน แก่ตัว มันจะเป็นความคิดของคนอื่นธรรมดา ธรรมดา ความคิดของคนที่คิดได้ ให้มันสูง สูงนั่นมันต้องบ่เห็นแก่ตัว แก่ตน คนเฮาเกิดมาก็คือกัน หยังบ่เกิดมา ต้นไม้เกิดมา ก้อนอ

อ่านต่อ

ิฐก้อนหินเกิดมา แม่น้ำภูเขาเกิดมา คือกันหมด คือกันหมด เกิดมาแล้วมันก็หมุนเวียนไป แม่น้ำก็มีเวลาสิแห้ง สิหาย ภูเขาก็มีเวลาที่ถูกทำลายหายไป ต้นไม้เกิดมาก็มีเวลาตาย สัตว์เกิดมาก็ตาย คนเกิดมาก็มีเวลาหมุนเวียนไปตาย คือกันหมด แต่ว่าคนเฮาคึดบ่อพ้อว่ามันตายไปแล้ว แล้วมันสิได้ประโยชย์ อิหยัง ในเวลาเฮามีชีวิตอยู่ เฮาได้ประโยชน์อีหยัง บ่คิดพ้อ คึดแต่ว่า สิกินให้หลาย สิมีให้หลาย สิโตให้หลาย สิโลภ สิสวยงามไปซื่อๆ เพิ่นก็เลยคึดไปจนกระทั่ง คึดไปจนเห็นทะลุแจ้งหมดว่า มันบ่มีอีหยัง สิไปเฮ็ดเอาว่าเป็นของตนของโต บ่มีมันคือกันกับต้นใหม่ไม้ มันก็บ่เฮ็ดหยัง คั่นไปฟาด ฟันมันลงมามันก็ตาย ภูเขาให้ไปทะลายมันลงมา มันก็หมด แม่น้ำไผสิไปถมเป็นหยังมันบ่ต้องแย่งกันกินหมดบ่เหลือ คนก็คือกันมันมีหยังสิมาเฮ็ดให้คนตายยาก เพราะว่าคนมันฉลาด คนก็เลยมีอายุ รักษาตน รักษาตัวอยู่ได้ดีกว่าต้นไม้ รักษาตัวรักษาตนดีกว่าก้อนดินก้อนหิน ต้นไม้ ภูเขา เอ้าแม่น้ำ ไผสิมาถม สิมาทำลาย มันก็ยาก คนมันกะสิหาเอาตัวรอด หลบฮั่น หลบนี่ ต่อสู้แน่ หยังแน่ กะอยู่มาได้ แต่อยู่มาได้ ชีวิตก็บ่เฮิงบ่ยาวเท่าภูเขา บ่เฮิงบ่ยาวเท่าแม่น้ำ แม้แต่ต้นไม้ กะบ่เฮิงบ่ยาวเท่าต้นไม้ซ้ำ ต้นไม้ อายุยืนกว่า ต้นไม้ใหญ่ๆ อายุยืนกว่าคน คนก็บ่คึดถึงตนถึงตัว หากคนบ่ถือตนถือตัวคือต้นไม้ เกิดมาก็ออกดอก ออกใบ ออกลูก ออกมา นกหนูก็ได้กินลูก กินใบ คนก็ไปเก็บเอายอด เอาใบมากิน บ่มีคนผู้ที่มีปัญญาก็บ่คึด ไปทำลาย ไปตัดไปฟันเอาต้นไม้ถิ่ม เอาปุ๋ย เอาเหยื่อไปใส่ให้กิน ต้นไม้ ก็มี เอาน้ำ เอาหยังไปฮด ไปหยังให้มันโต มันใหญ่ ต้นไม้ก็ออกดอกได้ดี ให้ดอก ให้ลูกได้ดี คนก็ไปเอาดอก เอาลูกมากินได้ดี คนบ่คึด บ่คึดว่า ถ้าว่าเฮานี่ เป็นคือยังต้นไม้ เฮาบ่ไปโลภโมโทสัน เฮาบ่ไปเบียดเบียนใคร เฮาเป็นผู้ออกดอกออกผลออกใบให้กับผู้อื่น มีชีวิตอยู่จะออกดอก ออกผล ออกใบเป็นประโยชน์ให้กับผู้อื่นเนี่ย คนเขาก็สิมาฮัก มาชม เอาน้ำมาหดให้ เอาเหยื่อมาป้อนให้ เขาก็สิ ดูแย่งเฮาแหน่ รักษาเฮา ฮักเฮา คนบ่คึดจังสั้น คันเฮาเฮดโต คือ ต้นไม้ บ่ไปเบียดเบียนผู้อื่น เฮากะสิเป็นผู้มีประโยชน์ แล้วกะเป็นผู้ที่เฮ็ด ผู้ใดเขาก็ฮัก หอม เป็นจั๋งสั้น อีหลี หากเฮา บ่ไปโลภ บ่ไปคึดเอา คึดเบียนเบียนผู้นั่น ผู้นี่ บ่ไปเอา คือ สิฮั่งสิมี ได้อยู่กะกิน ได้มากะอยู่ เหลือมา กะถ่ายออก ซะ บ่เอา คือ ต้นไม้นี่แหละให้หลายมันกะบ่เอา ให้น้อยบ่พอมันก็อยู่มันจังสั้น คั่นให้หลายมันกะออก คันให้น้อยมันกะซื่อๆ บ่พออีหลี ก็ตายไปบ่ปากบ่เว้า นี่เป็นความดี พระพุทธเจ้าคึดฮอดหมด ผู้ได๋เฮ็ดนำ ที่พระพุทธเจ้าสอน กะเฮ็ดคือกันนี่ละ เฮ็ดนำเพิ่น ลองฝึกเบิ่ง เฮ็ดตัวเฮ็ดน้อย หัดททาน หัดทาน จิตใจเฮามันเคย เกิดมาหลายร้อยหลายพันหลายหมื่นซาด ก็มันติด คือกัน คืิเก่า มีแต่สิโลภ สิเอา สิเป็น สิหวง สิแหน อยากได้หลาย อยากมีหลาย อยากกินหลาย อยากโก้หลาย อยากใหญ่หลาย มีแต่จังซั่น จิตใจมันเป็นจั่งซั้น ตัวเองคิดว่ามันใหญ่อยู่ตลอดเวลา ตัวเองคือกันกับว่าเป็นผู้ที่โอ๊ยทั้งเก่ง ทั้งยอด ทั้งใหญ่ ทั้งดี ทั้งบ่มีผู้ใดมันสิท่อสิเทียมล่ะ มันถือต้นถือตัวเองตลอดเวลามัน คั่นเฮามารักษาศีล ศีลพระพุทธเจ้าบอกเอาไว้สู่กข้อเนี่ย เพิ่นบอกว่าให้เฮาเอามาประพฤติตน ประพฤติโต มาฝึก มาแอบ เอามาหัดให้ตัวเองดีขึ้นจะไปสอนไว้ตั้งแต่ศีลข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 แล้วแต่หลายๆ ขึ้นก็มี หลายโพด ศีลของพระพุทธเจ้า เพิ่นบอกเอาไว้ให้เฮามาเฮ็ดนำ มันสิได้ผลอีหลี หัดทาาน ทาน บ่มีหยัง ทานก็คือให้ คำว่าทาน มีแต่ให้ เฮาเกิดมานี่เฮาไปยามหัดตัวหัดตนเป็นผู้ให้ มีเงินมีทองก็ให้เงินให้ทองมีข้าวมีของ ก็ให้ข้าวให้ของ มีเหงื่อมีแฮงกะให้เหงื่อให้แรง มีความคิดความอ่านก็ให้ความคิดความอ่านกับข้าเจ้า ซอยเหลือกันให้หัดเป็นผู้ให้ อย่าสิเป็นผู้เอา ขยันมันดุ เฮ็ดงานนั้น งานนี้ เฮาก็ถนัดก็มีอันใดเฮาแคร่ว เฮาคล่อง เฮ็ดอันใดก็ได้เก่งได้ดี เฮาก็เฮ็ดอันนั้น หรือว่าอันอื่นที่เฮายังบ่เป็น ก็หัดไปบ่ว่าหยังอันใด ที่มันจะเป็นงานอันดีเป็นงานที่สิสร้างสิก่อ เฮ็ดนั่น เฮ็ดนี่ อันมันดีมันงามที่ คนเฮามันจะต้องกินต้องใช้ ของอันใดที่จะต้องกินต้องใช้ และเฮากะไปฝึก ไปแอบ ไปหัด ไปเฮ็ดของแนวนั้นมาไว้ให้คนกินคนใช้ เฮาเฮ็ดขึ้นมาคนก็ได้ไปกินไปใช้ ผู้เขาเฮ็ดบ่เป็น เฮาเฮ็ดขึ้นมาได้ เฮ็ดให้ข้าเจ้า ดีหลายเด้อ ดี ให้หัด ให้ฝึก ให้แอบเฮ็ดเอา เฮ็ดเอา เฮ็ดขึ้นมันได้แล้วก็ให้ไป แจกจ่ายไป ผู้ใดจิตใจดีเอาเงินเอาทองมาแลกมาเปลี่ยนแน่ กะเอา ให้หลายโพด กะอย่า อย่ารับ เฮ็ดกะตร้าใบหนึ่ง ข้าเจ้าเอาเงินมาให้ตั้งแสนนึงที่มันโพดไป อย่ารับมา เอ้อ กะตร้าใบหนึ่ง 10 บาท 20 บาท พอเอาแลกกัน ค่าเหงื่อ ค่าแรง ค่ามาซื้อข้าวซื้อน้ำกินแหน่ เฮา จักสิเป็นของดี เฮาฮู้จักเอาฮู้จักรับพอดี พอดี อย่าสิขี้โลภ ขี้อยากได้ อยากขี้หวง ขี้แหน เอาแต่เปรียบแต่ข้าเจ้า สิเป็นคนบ่ดี แม้มีโลภสอนกันแน่แท้ สอนกันให้โลภ สอนกันสิให้เอากันหลายๆ สอนลูกสอนเต้า เฮ็ดหลายๆ เด้อ เฮ็ดให้มันได้หลายๆ เอาหลายๆ โลภหลายๆ ให้มันมีหลายๆ หวงไว้หลายๆ ผู้อื่นอย่าให้มันมี เฮาเองให้มันได้หลายๆ กว่าข้าเจ้า เป็นความคิดที่ผิด เป็นความคิดขี้โลภ คั่นพอกินพออยู่ ดีอยู่แล้ว คั่นเฮาให้ หรือ ว่า ทาน ให้แจกจ่าย เผื่อแผ่แก่หมู่ แก่พี่แก่น้อง แก่คน ใส่บาตร อันเดียวกันแน่หรือว่านอกบ้าน นอกไทบ้านผ่านเข้ามา ให้ข้าเจ้าคือกัน บ่ขี้เหนียว บ่ขี้หวง บ่ขี้ถี่ บให้ข้าเจ้าได้ คันเฮ็ดจังซี่แหละแล้ว เขาก็สิฮัก สิหอมไปทั่วหมด คือกันกับต้นไม้ ยกตัวอย่างให้ฟัง ต้นไม้มันมีแต่ให้ถ้าพยายาม ขยายง่า ขยายกิ่ง ขยายก้าน ไปให้มันใหญ่ ให้มันกว้างมีใบให้มันดกเต็มไปให้มันมีดอก ออกให้มันหลาย มีลูกให้มันหลาย มันก็ขยายไปเรื่อย บ่มีฟังเสียง มันก็พยายามขยาย ขยายได้เท่าไร มันก็ขยายกว้างออกใหญ่ออก ต้นไม้มันมีแต่ทางเดียว แล้วมันก็บ่เคยคิดว่า ถ้ามันขยายออกใหญ่ๆ ให้มีต้นมีดอกมีลูกหลายๆ เนี่ยคนสิมาเอาไปหลาย มันบ่เคยคิดเลย มันเฮ็ดแต่ให้มันใหญ่ๆ หลายๆ คนมาเอาไปให้ไปซ้ำ ไผมาเอาก็เฉย บ่ว่าหยัง นกหนูมากินกะเฉย แม้ต้นตับมากินกะเฉย คนมาเอากะเฉย ให้ไปซ้ำ คั้นบ่เอา ก็หล่นทอ้งให้ คั่นบ่เอาก็หล่นทิ้งให้ ออกมาจากจุด ออกมาจากต้น เฮาเฮ็ดตัวเฮ็ดต้นให้คือต้นไม้ใหญ่ เป็นต้นโพธิ์ต้นไทรใหญ่ครึ้มให้ประโยชน์กับคนเป็นร่ม ร่มไทร ใบกะเป็นร่ม ง่าก็เป็น กิ่งก้าน ที่จะขยายดอกขยายใบให้กับผู้กับคนข้าเจ้า ให้กับนกกับหนูกับสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้ให้ เขาจะเอาน้ำมาให้กินหรือไม่ เขาสิเอาเหยื่อมาให้หรือไม่ เขาสิเอาปุ๋ยมาใส่ให้หรือไม่ก็ช่าง ผู้ใดใจดีสิเอามาให้ ก็เอาพอสมควร ผู้ใดบ่เอามาให้ก็เฉย มีแต่เฮ็ดให้ข้าเจ้าไปเรื่อยๆ ตัวเองบ่คิดว่าตัวเองสิเป็นต้นไทรใหญ่ ต้นโพธิ์ใหญ่ บ่เคยคิด ให้ร่มให้หยัง ให้เขาได้ก็ ให้ไป บ่เคยถือตัวถือตน ไผสิเกลียด สิชัง ว่า ง่าใหญ่ มันขวาง มันกีด เอาพร้ามาปั้มถิ่ม มาตัดออก ก็บ่ว่า เฉย ตัดก็ตัด ไผสิตัดต้นถิ่มซ้ำ ก็เฉย คือกัน คั่นผู้ได๋คึ่ดได้ถูก ก็บ่มีทุกข์ ต้นไทรกะบ่มีทุกข์ ต้นโพธิ์กะบ่มีทุกข์ บ่ทุกข์ใครจะมาตัด ก็ตัดกันเขาบ่เห็นประโยชน์ สิตัดถิ่มกะตัด ถ้าไผเห็นคุณ เห็นประโยชน์ เขาเลี้ยงเฮาไว้ กะดูดเหยื่อดูด น้ำดูดอีหยังมากินเลี้ยงตนเลี้ยงโต ฮอดเวลาที่ออกดอกก็ออก ฮอดเวลาที่ออกผลก็ออกไป แผ่กิ่งแผ่ก้านไป ตามที่ตัวเองสิเฮ็ดได้ให้มันใหญ่ มันกว้างออกไปเรื่อยๆ บ่สุด บ่หยุด บ่เซา ไปเรื่อยๆ มีอายุเท่าไหร่ๆ ต้นโพธิ์ ต้นไทร อายุเป็นร้อย เป็นพันปี อยู่ไป ขยายไป เฮ็ดไปเท่าที่ตนเองจะถนัดก็เฮ็ดได้ เฮ็ดไปจังสั้นละ คนเฮาต้องคึดได้ บ่ถือตัวถือตน ตัวมีประโยชน์ให้ข้าเจ้า ตัวเองใหญ่ ตัวเองรู้ ตัวเองมี ตัวเองเก่ง บ่ต้องไปคิด ตัวเองเฮ็ดอีหยังให้ข้าเจ้าได้จั่งสั้น จั้งสิ ก็บ่ต้องคึด เฮ็ดได้ กะเฮ็ด เฮ็ดบ่อได้กะอยู่งอมๆ แงมๆ ผู้ใดบ่ให้อิหยังเลย บ่มีผู้ไดช่วยก็ช่วยตัวเอง เฮ็ดบ่ได้ ถึงเวลาตาย ก็ตายไปถิ่มซือๆ บ่เป็นหยัง คั่นตัวเองบ่มีประโยชน์ ก็ตาย ควรตาย คั่นตัวเองเป็นต้นโพธิ์ ต้นไทร ข้างในมันผุมันพังง่ากิ่งอิหยังมันก็บ่ดี อยู่ไปกะมีแต่สิหัก สิโค่น ใส่หัวใส่หูของข้าเจ้า ตัวเองก็ควรจะตาย เลิก พอ คั่นทั้งในมันบ่มีแล้ว ไอ้เนื้อ ไอ้แก่น ยังมันสิ ดูดน้ำดูดในช่วยตัวเองก็ไม่ไหว จะดูดเอาเหยื่อ เอาปุ๋ยมาใส่ให้ตัวเองกิน ตัวเองอยู่ก็บ่ไหว มันก็บ่ควรอยู่ต้นไทรก็หักกะโค่นถิ่มไป จังหว่า ผู้ได๋ฮู้ตนรู้ตัว พระพุทธเจ้าก็สอนเราให้เกิดมาอย่าหัดเป็นผู้เอา หัดเป็นผู้ให้ ให้ข้าวให้ของ คือจังเว้าฮั่นละ มีข้าวมีของพอเหลือ พออยู่พอกิน พอใช้พอสอย ผู้ใด อยาก ข้าเจ้าทุกข์ ข้าเจ้ายาก ข้าเจ้าบ่เต็มบ่อแต่งแนะ ตาบอด หูหนวก เป็นบ่สบาย แขนขาก็บ่สมประกอบ เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยมี เขาเป็นคนดี จิตใจก็ดี ก็ช่วยกัน ช่วยกัน มีเงิน ก็เผื่อแผ่กัน แจกกัน ปันกัน รู้จักให้ ให้ ใกล้กะได้ ผู้ใกล้กะฮักกะหอมเฮา ให้ หัดให้ไป อย่าสู่หัด เอาไว้โลภ หลาย อย่าสู่หย่านตาย คนเฮาคั่นบ่หย่านตาย บ่ตายดอก พระพุทธเจ้ามีเท่าใดๆ เพิ่นก็ให้ไปจนหมดเกลี้ยง ให้หมดเกลี้ยง ลูกศิษย์เพิ่นเป็นสาวก เป็นพระมาบวชนำเพิ่น ให้หมด บ่มีข้าวของอิหยังก็บ่มี พระผู้มาบวชกับพระพุทธเจ้า เงินทองก็บ่มี ข้าวของก็บ่มี บ้านช่องหยังกะบ่เหลือดอก ให้หมด แต่เพิ่นก็บ่ตาย ถึงแม้ว่าสิบ่เป็นพระ บ่บวชก็ยังบ่ตาย ผู้บ่เป็นพระ อาศัยพออยู่ พอกิน ไปกินมื้อกิน 2 มื้อไป ตัวเองก็มีงานมีการเฮ็ดไปก็บ่ตาย คนบ่ลองเบิ่งเท่านั้นล่ะ ย่าน แล้วก็ย่าน ย่านตาย บ่กล้าเฮ็ด คั่นคน เข้าใจ กล้าเฮ็ด กะลองเฮ็ดเบิ่ง ลองพิสูจน์เบิ่ง คั่นย่านตายก็บ่ต้องให้หมด ค่อยให้ หัดให้ไปแหน่ ให้แต่น้อย แล้วกะให้หลาย ลิงเบิ่ง ให้หลายกว่าครึ่งของที่ตัวเองหาได้ ตัวเองมี ตัวเองกินน้อยได้บ่ ตัวสำคัญ ตัวเองอย่ากินหลาย อย่าหัดใช้หลาย คั่นผู้ได๋หัดใช้หลาย กินหลาย แล้วมันกะเปลือง บ่มีหยังหรอก หัดกินหลาย กินหลายมันขี้หลาย กินหลาย มันขี้หลาย ใช้หลายก็เผาผลาญหลาย ซื้อเสื้อซื้อผ้ามาหลายๆ ก็ใส่ได้ทีละตัว ใส่ได้สิบตัว ซาวตัวละเมื่อไหร่เสิ้อผ้า เสื้อผ้ามันกะเปื่อย กะเก่า กะขาดถิ่ม ลังเถือก็แมงกิน มันกัด มันเจาะ มันกินกะขาด เสื้อผ้าหน้าแพร บ้านใหญ่ๆ กะอยู่เท่าตัว ตัวเองใหญ่ปานใด สร้างบ้านหลังใหญ่ๆ ตัวเองก็อยู่มุมหน่อยหนึ่ง นั่งคับบ้านเมื่อไร นั่งเท่าที่ตัวเองใหญ่เท่าร่างกายตัวเอง เท่าไร ก็เท่านั้น สร้างบ้านให้มันใหญ่เท่าใด ตัวเองก็เป็นขี้ข้าบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน คั่นตัวเองถูบ่อได้ ก็ไปหาคนมากวาด มาถู แทนที่จะให้ข้าเจ้า เอาเหงื่อเอาแรงไป ไปเฮ็ดไนเฮ็ดนา เฮ็ดปลามาเผื่อมาแผ่กิน ให้ข้าเจ้ามาช่วยถูบ้านตัวเอง เพราะบ้านตัวเองมันใหญ่ เสียประโยชน์ เหงื่อ แรง จะเอาไปเฮ็ดของที่ดีกว่า กะเอามาเฮ็ดให้ตัวเอง บ้านใหญ่อยากอวด อยากโก้ ซื่อๆ ให้ข้าเจ้ามาย่องมาย่อ ซื่อๆ ตัวเองอยากกวาด กะบ่ไหว เฮ็ดก็บ่ไหว ปัดแปน กะบ่ไหว แล้วกะไปเอาข้าเจ้าเอาคนช่วยปัดช่วยให้เสียแฮง เสียเหงื่อซื่อๆ บ่ควรเฮ็ด บ้านเฮ็ดอยู่กะพออยู่ อย่าให้มันใหญ่หลาย ให้มันเอาเหงื่อเอาแฮงไปเฮ็ดในสิ่งที่ดี ไปสู้ไปสร้างอันที่คนมันจำเป็นอยู่ ข้าว มันบ่พอ ปลูกให้มันหลายๆ เอาเหงื่อเอาแฮงไปเฮ็ดนา ปลูกผักหลายๆ ผักอันใด เขากินทุกวัน มันไม่พอ ปลูกไป อันไหนที่เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็นอยู่ทุกวัน ใช้แล้วมันก็พังไป เป็น เฮาก็เฮ็ดเติมขึ้นมาเอาแฮงไปเฮ็ดจั่งสั้นเติมขึ้นมา เอามาใช้มาสอย จำเป็น ต้องเป็นของดีจะเฮ็ดให้มันเหลือ ให้มันเฟื้อ ให้มันหลวงหลาย ให้มันใหญ่มันโต เกินขอบเขต ให้มันเสียเหงื่อเสียแรงของตนเอง เสื้อผ้าใส่ทีละตัว สองตัว อย่างหลายคันมันหนาว กะซ้อนสองตัว แต่ว่าซื้อมันมากองไว้สิบตัว ยี่สิบตัว บางคนสี่สิบตัว ห้าสิบตัว ซื้อมากองถิ่มบ่ไว้ เยอะๆ เยอะแยะ ลางคนข้าเจ้าบ่มี แต่ตัวเองมีหลายหวงเอาไว้ แบบนี้มันบ่ซอยบ้านซอยเมือง แบบนี้มันเสียประโยชน์ ตัวเองเรียกว่าคนโลภมาก เป็นคนเผาผลาญ เอามาหวงแหนไว้เป็นของตน แทนที่จะให้มันไปเกิดประโยชน์ เสื้อผ้าคั่นแม้บ่ใส่มันก็เก่า ซื้อมาถิ่มไว้มากองไว้มันก็เก่ามันก็ขาด คือกัน อายุของอีหยังทุกอย่างเนี่ย มันขาดตามเวลามันทันตามเวลา มันสูญหาย มันเปลี่ยนไปตามเวลา คือ จั่งสิเว้ามาแต่ต้นแล้ว แม่น้ำภูเขาก็เปลี่ยนไปตามเวลา แม่น้ำก็มีเวลาสิแห้งสิหาย ภูเขาก็มีเวลาที่ทลายจนหมด ต้นไม้ก็มีเวลาตาย คนก็มีเวลาตาย สัตว์ก็มีเวลาตาย ทุกอย่างมีแต่เปลี่ยนไปเปลี่ยน บ่มีอิหยังสิคงทน มันค่อยๆ เปลี่ยนไป เราบ่ฮู้ซื่อๆ คั่นฉลาดรู้แล้ว บ่มีอิหยังคงทน มันเปลี่ยนสภาพไป มันกะผุกะพัง กะสูญ ทุกอย่าง คั่นสิซื้อ เสื้อผ้าหน้าแพรมากองไว้เป็นของเฮา แต่ไม่ค่อยได้ใส่ สิบปี ห้าปี ยี่สิบปี สองปี สามปี ค่อยเอามาใส่ทีหนึ่ง มันกะเก่าไป ปีหนึ่ง สองปี มันก็เก่าไป เก่าแล้ว แล้วก็ขาดๆ ไป พังไป แทนที่จะเก็บมาหวงไว้ ก็เอาไปให้เป็นประโยชน์ ให้คนเอาไปใส่ ได้ประโยชน์ ให้คนเอาไปใส่ไปสอย จั๋งสั้นดีกว่า เรื่องเสื้อ้า เรื่องเครื่องไม้ใช้สอย ของไหน เรามีหลาย เหลือใช้ พอใช้แล้ว ก็แจกก็จ่ายผู้อื่นไป ให้ข้าเจ้าได้ใช้ได้สอย ให้บ้านใกล้เรือนเคียง หรือ ผู้ใกล้ ผู้ไกลมา กลายมา ผ่านมา ก็แจกข้าเจ้าก็ได้ ให้ไป แบบนี้ เรียกว่า ทาน ทานทั้งนั้น ทาน บ่อแม่นสิให้แต่พระ มีของขนให้แต่พระ บ่แม่น พระอีหลีบ่หอบบ่หวงดอก เอาของหยังมาให้พระ พระเพิ่นก็แจกต่อ คั้นเฮาบูฮู้อีหลี ว่าของนี่สิแจกผู้ใด บ่ฮู้ เอาไปให้พระ พระเพิ่นกะ เอ้า คั่นบ่ฮู้อีหลี พระเพิ่นกะสิบอก สิเอาไปแจก คั่นเพิ่นบ่บอกเฮา เพิ่นคึดบ่ทันออกว่าสิเอาไปแจกผู้ใดดี เพิ่นก็รับเอาไว้ หาทางแจก พระอีหลี พระบ่อีหลี เอาหยังมาให้เพิ่นกะเอา รับไว้ๆ เอามาเป็นของตัว เอาเงิน ไปให้เท่าไร ก็หอบไว้ แบ่งไว้เลย แล้วพระก็เลยกลายเป็นคนขี้โลภ มีเงินหลายๆ ก็กินหลาย ใช้หลาย มีหลาย หาเรื่องเอามาใช้ มากิน ตนเองมีกิเลสตัณหาหลาย คั่นคนเฮา เอาข้าวเอาของไปให้พระหลายๆ บ่คึดว่า พระเองค์นี้เอาของเอาข้าวไว้แล้ว เพิ่นเอง เพิ่นโลภโมโทสันเอาไว้หรือเพิ่นเพิ่นจ่าย พระองค์ใดให้เพิ่นแล้ว เพิ่น รับไว้แล้ว เอาไปแจกไปจ่ายต่อ พระองค์นั้น เฮาเรียกว่า เนื้อนาบุญ ให้เพิ่นแล้ว เพิ่นกะงอกงาม ให้ชาวโลก ให้กับผู้อื่น ให้กับคน ให้กับสัตว์โลก ให้กับ ประโยชน์กับผู้อื่นเขา เขาเอิ้นว่า นาบุญ เนื้อนาบุญ แต่ถ้าว่าเอาของเอาข้าวไปให้พระ พระก็มีแต่หอบเอาไว้ หวงเอาไว้ ขนสุ่มมาไว้แต่ของตัวเอง ตายไปแล้วกะกองสูงท่วมหัวท่วมหู พระแบบนี้บ่แม่นพระลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าเป็น บุญเขตังโลกัสสะ เป็นเนื้อนาบุญ คือ เป็นผู้ที่ช่วยแจก เป็นตัวกลางช่วยแจก พระนี่ เพิ่นมีพอกิน กินแล้วกะพอ มีพอใช้ ผ้าห่ม จีวรก็เป็นพอใส่ กะพอ ที่เพิ่นพักเพิ่น นี่บ่ต้องใหญ่ต้องโต คือจังเว้าให้ฟังแล้ว คั่นมันใหญ่แล้ว มันกวาดยาก ตัดยาก เบิ่งแงงยาก เอาแต่พออยู่ พระเพิ่น พระอีหลีเด้ พระเพิ่น บ่อยากได้ดอก หลังใหญ่ๆ โตๆ เพิ่นบ่อยากได้ดอก ใหญ่กะสิอยู่ให้มันคับใหญ่บ่ได้ดอก ใหญ่กะลำบากลำบนรักษา อยู่พอดี พอดี พอดี พอขยับเขยื้อนได้ พออาศัย วางข้าว วางของ พอสิ ได้เฮ็ดงานเฮ็ดการ คั่นใหญ่หลายมันกะเปลืองที่ เปลืองหยัง เปลืองข้าวเปลืองของไทบ้านซ่ำ ผู้ที่เขาบ่มีกะเอาไปแจกให้เขา ดีกว่า พระผู้เพิ่นผู้รู้ พระผู้เพิ่นบ่รู้ ก็ได้แต่หอบแต่หวงเฮ็ด คือคน คือคน เอาแตะสะสม แบบที่เว้าให้ฟังตอนต้น มีแต่สะสม อยากได้หลายๆ ของกะอยากมีหลาย อยากกินหลายๆ อีหยังกะบ่ฮู้ละ หาแต่เรื่อง สิกินสิอยู่ สิมีให้มันได้หลายๆ หลาย หลาย หลาย นี่มันคนธรรมดา แบบนี้ บ่ต้องสอนกัน ไผก็ฮู้ กะเป็นอยู่จั่งสั้นหละ พระพุทธเจ้า คือจังเว้าให้ฟัง เพิ่นคือมาฮุ็ เกิดมามีปัญญาฮู้เรื่องแปลว่า เพิ่นถิ่มหมด บ้านช่องเรือนชาน เพิ่นมี สมบัติพัสถานอันได้ เพิ่นกะถิ่มหมด แล้วกะมาเฮ็ดให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า คนเฮาอยู่นิ คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร มีแต่แผ่กิ่งก้าน ช่วยผู้อื่น เฮ็ดให้ผู้อื่น แต่ว่า พระพุทธเจ้า เพิ่นบ่ได้ปลูกข้าว ปลูกน้ำ บ่ได้ไปสร้างก่อ อันนั้น อันนี่ คือกับไทบ้าน เพิ่นบ่มีเวลา คนเฮาสิมาเฮ็ด คือ พระพุทธเจ้า นี่ มันน้อย เป็นครูเขา เป็นผู้สอนเขา หาข้อประพฤติ หาอุบายหาเรื่องมาให้ประพฤติ มาคึดศีล ให้ข้าเจ้าเอาไปประพฤติ ตนเองสิได้เป็น คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ให้ข้าเจ้า หาข้อศีล หาความ คิดความอ่านอันใด มันสิให้คนรับเอาไปประพฤติ ไปแอบ ไปฝึก แล้วกะสิได้ดีขึ้น เป็นคนมีประโยชน์ขึ้นในโลกเพิ่นกะมานั่งคิด แล้วก็นั่งหาวิธีเว้ากับผู้นั่น เอคนผู้นี้จะเอาวิธีไหนดีน้อ เพิ่นก็ต้องมาพยายาม หาทาง แล้วกะไปพบกับผู้นั่นเน พบกับผู้นี่เน สรุปสั้นๆ สิเฮ็ดจั๋งได๋หนอ ผู้นี่สิเฮ็ดจั๋งได๋ หนอ จังสิดี กะคึดหาทาง ได้ทางแล้วกะมาสอน ผู้ได๋จริตเดี๋ยวกันหนอ อ่อ ผู้นี้จริตคือกันกับผู้นี่ มัน มันคือๆ กันกะเอาอันนี้ให้ข้าเจ้าเฮ็ด ให้ข้าเจ้าฝึก ข้าเจ้าแอบ มันกะสิได้ดีขึ้น กะสิมาช่วยกันให้มันดีขึ้น ตัวเพิ่นเองมันบ่เปลืองอิหยัง กินกะกินไปมื้อละทือเสื้อผ้ากะมีจีวรชุดหนึ่ง บ้านช่องบ่ยึดบ่ถือ คือ นอนตามร่มไม้ ร่มตรอกไป อยู่ไปกับพื้นดินพื้นหญ้าก็อยู่ได้ ผู้ได๋มีบ้าน มีเรือนสิให้พัก เพิ่นเซ่าชั้วครั้งชั่วคราว เพิ่นกะอยู่ได้ พักไป บ่ถือว่าตัวเองต้องมีบ้านมีช่อง บ่ต้องหอบต้องหวงอะไรหลายหลวง ได้ทุกบ่อนทุกที่ ไป บินไปใกล้ไกล บ่ต้องหวงบ่ต้องคึด บ่ต้องไปห่วงว่าเอ้ยบ่แม่นบ้านเฮา บ่อนนี่บ้านเฮาไปไกลๆ ก็สิต้องเวียนต้องวนมาบ้านเฮา แทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปเบื้องหน้าภายหน้า ไกลออกไปอีกเป็นประโยชน์อันหลวงอันหลายกะบ่ได้ บ่ได้แล้วคิดฮอดบ้านนี้ต้องเมือบ้าน บ่เอาแบบนี้พระพุทธเจ้าเพิ่นกะบ่พาเฮ็ด เพิ่นกะบ่เฮ็ด เพิ่นบ่มีแล้วบ้านช่อง เรือนชาน เพิ่นก็ไม่มีแล้ว เพิ่นสบาย กินก็ไป ไผให้กินก็กิน คั่นผู้ได๋เห็นว่าเพิ่นเป็นผู้ที่มีประโยชน์ สามารถที่สอนให้คนเฮาดิบดีได้เห็นประโยชน์ ข้าเจ้าก็เอาข้าวเอาปลาเอาข้าวเอาน้ำ ปลาเพิ่นก็บ่กินซ้ำ ไปฆ่าสัตว์มา ฆ่าปู ฆ่าปลา ฆ่าไก่ฆ่า เป็ด ฆ่าหมู ฆ่าหมา มาให้เพิ่นกะบ่กินดอก พระพุทธเจ้าเพิ่นบ่กิน แต่คนในเมืองไทยนี้บ่ฮู้ พระในเมืองไทย ไปกินสัตว์ ไปกินเนื้อสัตว์ คั่นพระผู้ได๋ไปอินเดียกะฮู้ พระในอินเดียเขารู้ ศาสนาเขานี่ เพิ่นบ่ได้ฉัน เนื้อสัตว์ดอก สัตว์อันได๋ เพิ่นกะบ่กิน เพิ่นกินแต่ผัก ผัก กินผักพืช กินผลไม้ หมากใม้ หมากตตอก กินข้าว เพิ่นบ่กินดอกสัตว์ เพราะว่า สัตว์มันมีวิญญาณ ไปกินแล้วมันมีการผูกพันกันเรื่องวิญญาณ มันพยาบาทกันแน่ มันหยังกันแน่ เพิ่นบ่เอาอันนี้มันเป็นบาป เป็นเวร เพิ่นเซ่า แต่ว่า เพิ่นสอน เพิ่นสอน ปาณา ปานาติปาตา เวรมณี สิกขา สิกขา มี่เพิ่นสอน สอนอย่าไปฆ่าไปแกงกัน ไปฆ่าไปแกงกันมานะมันเป็นบาป เป็นเวร ร้อยรัด สืบต่อไปเมื่อหน้าไปแล้ว จักปีจักชาติมันก็ต่อไป โยงกับมัน ผูกพยาบาลมันเศร้าเครียด สัตว์นี่มันแฮงเครียด มันแฮงพยาบาท มันพยาบาทเด๋ มันเฮ็ดได้ มัสู้ได้มันสู้เด๋ มันสู้บ่อได้ ซือๆ เด๋ มันจังบ่สู้ สัตว์นี่ มันสู้ได้ บ่มีสัตว์ตัวไหนไม่สู้หรอก มันสู้ มันรู้ว่า คนเก่งกว่า มัน ฉลาดกว่ามัน มันจังบ่สู้ มันพยาบาท มันเจ็บมันพยาบาททุกสัตว์ คนก็เหมือนกัน ฆ่าคนแรงพยาบาทยิ่งหลาย พยาบาทใสหัวใจไว้ หลายหลวงโพด จังว่า เรื่องสัตว์นี่กะเว้าสู่ฟังอีกแหน่ คือกันแหละสัตว์ พระอีหลีอีหลอ กะบ่กินดอกคั่นฮู้ บ่กินอยู่ได้ คนเฮาบ่กินเนื้อสงเนื้อสัตว์ บ่กิน เนื้อเสือเนื้อสางบ่กินเนื้อ ปู เนื้อปลา เนื้อหมู เนื้อหมา กะอยู่ได้ ผู้ได๋ บ่ได้ไปกิน ปติดเนื้อปู เนื้อปลา บ่ต้องยุ่งเย่ายาก กินผัก กินหญ้าไป กินผักพวกถั่ว พวกผลไม้ เม็ดไม้ พวก เม็ดไม้ นี่ ดี พวกถั่วทั้งหลาย พวกถั่วลิสง ถั่วเขียวถั่วดำ ถั่วิหยังหมู่นี้กะดี ผัก กะถินกะมี ไอ้ เม็ดมัน เม็ดไม้พวกนี้ เม็ดไม้พวกนี่

ผู้ได๋หัดกินผัก กินพืช กินเม็ดไม้ เม็ดตอก ที่เฮาเอิ้นว่า เม็ดถั่ว เม็ดกะถิน เม็ดอหยังแหน่ ที่เฮาเอิ้นว่า เม็ดไม้ พวกนี้หละ เม็ด พวก เม็ดในมันนี่แหละ แทนเนื้อสัตว์ได้ หัดกิน กินแล้วกะง่าย สบาย ถูกซ้ำ บ่เปลือง บ่ยุ่งบุยาก สิกินทีหนึ่ง ต้องไปตี ไปฆ่ากันมา ต่อสู้กันมา แฮงผู้ได๋ติดเนื้อเสือ เนื้อช้าง แฮงยุ่งกันใหญ่เด๋ คิดให้มันพ้อ ติดเนื้อ วัว ติดเนื้อหมูกะไปฆ่ามัน ร้อง แล้ว ร้องอีก บางคนก็เฮ็ด เห็นมันร้องมันไห้ อิโต่นมันก็บ่ เป็น บ่เคยอิโตนมัน บ่เคยสงสารมัน บ่อเห็น สัตว์มันก็ยากอยู่ มันอยากตายมื้อเฮิง แต่บ่อรู้ คนเราบ่รู้ ก็ไปทรมานทรกรรม ก่อเวร ก่อกรรม บาปกันต่อไปหมด แต่ว่า ผู้ได๋ฮู้กะเซ่า หัด กะบ่เดือนร้อน บ่ไปติดเนื้อหมู่ เนื้อแมว อิหยังนี่ กะไปเก็บผักเก็บหญ้ามากินอยู่ได้ อย่างนั้น สบาย ดีโพด ซำบาย ถูกแล้ว ผู้นั้นละซำบายแล้ว มีเหงื่อ มีแรง ก็เฮ็ด ทำมาหากินไป ก่อไป สร้างไป อันใดพอเฮ็ดได้ ตามที่เฮาถนัด ตามที่เฮามี เฮ็ดเข้าไป มีเหลือ มีพอ มีหลาย แจกจ่าย คือจังเว้าให้ฟัง เฮ็ดตน ให้หัดทาน มันเป็ฯบุญ มันเป็นบุญแท้ๆ บุญ ชาตินี้เป็น ชาติต่อไปก็เป็น เป็นคักแน่ อิหลีอิหลอนี่ คั่นให้ข้าเจ้า ข้าเจ้ากะดีใจ ข้าเจ้ากะฮัก กะหอม กะแพงเฮา ให้เดี๋ยวนี้เขาก็ฮักเฮาเดี๋ยวนี้ คั่นเฮาได้ให้เขา เฮาสิเอาของเขาซำนั้นหละ เขาบ่ให้เขาบ่อฮัก คนเราจะไปเอาของข้าเจ้า แล้ว เขาบ่ฮักดอกคน ไปอยากได้ของข้าเจ้า ข้าเจ้ากะหวงของข้าเจ้า เขากะฮักแต่คั่นเฮาสิให้ หรือว่า เอิ้นคนมาแล้ว ก็ให้ของข้าเจ้า โอ้ยข้าเจ้าฮักข้า เจ้าหอม ข้าเจ้าอยากมาให้มาหา มาเฝ้ามาแหนพุ่นละ คั่นเฮาให้ มันเป็นบุญเห็นกับตา คั่นเฮาได้ให้กะคือเฮาได้ฝากไว้เด๋ คือ เฮาฝากธนาคารฝฝากออมสิน เอาไว้เด๋ คั่นเฮาได้ให้ข้าเจ้า ตายไปก็เป็นของเฮา บ่มีผู้ใดมาย้าด มาแย่งไปได้เลย แต่มันเป็นบุญติดตัวติดตนแท้ๆ เห็นข้าเจ้าฮัก ข้าเจ้าหอม กะเป็นบุญแล้ว ช่วยได้ ข้าเจ้าเอิ้น มันกะได๋ คั่นเฮาได้ให้กัน มันเป็นของดี ของดี คั่นเดี๋ยวนี้ แต่ที่มันเป็นของดีของดีทางเดียวนี่ก็เป็นเป็นบุญทันตา เป็นบุญติดตัวติดตนไปชาติหน้า ต่อไปอีกสิบชาติ ซาวชาติ คั่นจะต้องมาใช้ มาใช้หนี้กัน ในเวลาได๋ เวลาหนึ่ง ฮั่นละ แต่ว่ ให้รู้จักหัดเฮ็ด แล้วกะหัดให้ อย่าสุ ไปอยากได้ อย่าไปตีราคาของเรามีราคาแพง ของเรามีค่าสูงโลด เอาให้มันหลวงมันหลาย เฮ็ดไปแลกไปพอได้พอมี มาแลกกินแลกอยู่ คั่นบ่ได้ เขาบ่อให้บ่อยู่กะเฮ็ดเอา เอาข้าวไว้กินเรา เอาผักไว้กินเรา เสื้อผ้า กะปลูก้ายปลูกไหม อิหยังหมู่นี่ เฮ็ดไว้ ตัวเองใส่ ตัวเองสอยได้ แล้ว ก็พอ เหลือกะแจกไปจ่ายไป ผู้ได้อยากเอามา เอาเงินเอาคำมาแลก มาเปลี่ยนไป ซื้อเป็นหยังก็เอาพอสมควรก็ให้หลายๆ ก็บอกว่าเอา บ่เอาหรอกมันหลายไป เอาคืนไป เอาน้อยเท่านี้แหละ คนจังซี่ เป็นคนพิเศษ คนหายากในโลก เฮ็ดจังสิเบิ่ง คนกะสิหย่อง สิยอเอง บ่ต้องไปอยากให้เขาสิหย่องสิยอ บ่ได้เป็นคนใจดี เป็นคนเมตตาเอื้อเฟื้อเพื่อแผ่ กว้างขว้าง เป็นคนใจดี คือแม่น้ำ คนเฮาใจดี คือแม่น้ำได้ คนเข

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน