340702 เป้าหมาย กศน. สันติอโศก โดยพ่อท่านโพธิรักษ์ ณ พุทธสถานปฐมอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
340702 เป้าหมาย กศน. สันติอโศก โดยพ่อท่านโพธิรักษ์ ณ พุทธสถานปฐมอโศก
เป้าหมาย กศน. สันติอโศก โดย สมณะโพธิรักษ์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2534 ณ พุทธสถานปฐมอโศก
ผู้ฟัง(คุณหินชนวน): ...กิจกรรมของนักเรียนในรอบสัปดาห์ครับ ท่านที่ยังไม่ได้นะครับ กราบก่อนครับ พ่อท่าน: เอ้า โต๊ะมีตั้ง เท่าไหร่ 4 ตัว ที่เห็น ทำไมเหลือ 3 ตัว ไปไหนตัว ... หา ... 4 ตัวนี่เมื่อเช้านี้ 4 ตัว หายไปไหนตัวแล้ว...ใครหยิบไป (หัวเราะ)...ไวนะ...หา...ท่านอุปสโมน่ะเหรอ อ๋อ ... หา ... เขาให้มาเยอะเลยแต่ตอนนั้นเขาจะให้มาให้เป็นของโต๊ะนักเรียน แต่อาตมาเห็นว่ามันสวยไป มันจะไอ้นั่นไปก็เลยไม่...ปฏิเสธเขาที่จริงเขาจะให้มาเยอะ เขาจะให้มาเป็นโต๊ะนักเรียนเลย อาตมาว่าอย่าเพิ่งเลยมันมีโต๊ะมีอะไรพอจะเรียนอยู่ได้อยู่ อย่าเพิ่ง ผู้ฟัง: ...เห็นนั่งทำการบ้านอยู่ ลำบาก เห็นนั่งคุดคู้ .................................... เอ้า ก่อนอื่นพูดกันอีกก่อน อาตมาว่าเรื่องสัมมาทิฏฐิหรือว่าทางความเข้าใจที่แจ้งชัดนี่น่ะ สัมมาทิฏฐิเป็นประธานสิ่งทั้งปวง แล้วนี่ก็ยังไม่เกิดสัมมาทิฏฐิ อาตมาคิดว่าอาตมายังไม่เก่งนะที่พูดให้พวกเราเข้าใจก็ยังไม่ได้ หรือแม้แต่ผู้ปกครองก็ยังไม่ได้ และแน่นอนล่ะ นักเรียนก็ยังทำความเข้าใจยังไม่ได้อยู่ เพราะฉะนั้นต้องพูดซ้ำซากและก็พยายาม อาตมาก็พยายามที่จะหาแง่เชิงศิลป วิทยาในการพูดที่จะสื่อ สื่อเข้าไปจริงๆให้มันถึงว่า จุดแรกก็คือว่า การศึกษากศน.ที่อาตมาจะพาทำนี้ไม่ใช่การศึกษาอย่างที่ศึกษากันอยู่ในโลก เพราะฉะนั้นใครจะมาเรียนกศน.ที่นี่ อยากจะได้เรียนเพื่อที่จะได้ความรู้อย่างที่รู้โลกๆอย่างนี้นะ รู้อย่างโลกๆที่เขารู้อย่างเดี๋ยวเนี่ยะ ที่จะได้ความรู้รอบในความรู้กว้างขวาง ได้รับเกียรติ ได้รับยศ ได้รับปริญญ
อ่านต่อ
าได้รับอะไรสูงๆแบบโลกเป็นนั่นน่ะ ขอให้เข้าใจเลยว่า ผิด! ไม่ได้ เพราะฉะนั้นใคร ผู้ปกครองก็ดีจะเอาลูกมาเรียนที่นี่ เพื่อที่จะหวังสิ่งนี้แล้ว ขอให้ล้มเลิกความหวัง แล้วถ้าจะต้องการสิ่งนี้จริงก็ขอให้เอาออกไปเรียนที่อื่น จะผิดหวัง ได้พูดแล้วว่า คนที่มาเรียนที่นี่นั้นน่ะ เด็กที่เรียนที่นี่นั้น เราจะไม่สร้างเด็กให้เป็นเด็กที่ไปหลงใหลได้ปลื้มกับปริญญาหรือประกาศนียบัตร หรือว่าใบรับรองของทางโลก กศน.นี่น่ะ ในทางโลกเนี่ยะ ที่กระทรวงศึกษาเขาตั้งขึ้นนี่เพื่อที่จะบำเรอหรือว่า ให้..ให้กำลังใจแก่คนที่พลาดโอกาสที่ไม่ได้ศึกษา ไม่ได้เล่าเรียนแบบโลก เขาพลาดโอกาสเขาไม่มีทางตั้งแต่โอกาสไหนก็แล้วแต่ ให้เปิดโอกาสให้พวกนั้นได้มาสอบเอาใบประกาศนียบัตร จะเป็นประถม มัธยม เป็นโอกาสของคนที่พลาดโอกาส จึงเป็นของพวกคนโตเสียส่วนใหญ่ เป็นพวกที่เป็นนักเรียนโตน่ะ เป็นนักเรียนผู้ใหญ่ นักเรียนที่เป็นผู้ใหญ่ พลาดโอกาสแล้วก็พอเวลาพอโตพอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมามีโอกาสก็เลยเปิดโอกาสให้พวกเนี่ยะมาสมัครสอบ แล้วสมัครสอบก็ง่ายๆ สมัครสอบจะไม่ยากนะ ในเรื่องของกระทรวงศึกษานี่ ตั้งแต่เป้าเดิมเขาเป็นอย่างงี้ เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่หรือที่ผู้ที่พลาดโอกาส ไม่ได้ใบประกาศนียบัตรประถมก็ไม่ได้เป็นเหมือนกับเป็นคนที่น้อยด้อยอะไรในโลกกับเขา มันด้อย เป็นคนด้อยเป็นปมด้อยอะไรอันหนึ่ง เขาก็เสริมให้ กระทรวงศึกษานี่เขาก็เสริมให้เปิดช่องตรงนี้ให้ เนี่ยะ ความมุ่งหมายของเขาแต่เดิม เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่หรือว่าคนที่พลาดโอกาสก็จะไปสมัครสอบ ทีนี้ไม่ใช่แต่ผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กที่พลาดโอกาสมาต่างๆ มันพลาดจริงๆ เขาก็มาถือโอกาสนั้นเข้าไปเรียน เมื่อได้ทำงานทำการมีโอกาส ได้มีเงินมีทอง หรือมีหลักฐานมีฐานะเขาก็ไปเรียนไปสอบเอา แล้วมันก็ง่าย เพราะว่าเขาถือว่าคนพวกนี้เป็นคนที่มีอาชีพ มีความหวังก้าวหน้ามีความมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้า มีการงานมีอะไรไม่มีเครื่อง..เครื่องประกอบพิสูจน์ ว่าเขาเรียนพอรู้กับสังคม ขนาดสังคม แล้วเขาก็จะรู้พิสูจน์ทางด้าน-ไม่ใช่พิสูจน์-สอบทาน สอบทานทางฐานะทางครอบครัว ทางพฤติกรรมของคนผู้นั้นๆที่เป็นนักเรียนด้วยว่า อ๋อ เขาก็เป็นพลเมืองดี เขาก็เป็นคนดี ให้ใบนี้ไปรับรองในขนาดนั้นขนาดนี้ ถ้าเขาสามารถไปสอบตามขนาดของเขาได้ จนถึงขั้นมัธยมปลาย แล้วเขาจะไปสมัครสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเข้า อะไรอีก เดี๋ยวนี้เขาก็รับรองกันไปหมด แต่แรกๆไม่รับรองเท่าไหร่ สอบผู้ใหญ่ได้นี่ไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ยังไม่รับรองกันทีเดียวนัก ลบหลู่กันด้วยซ้ำไปแต่แรกๆ เพราะว่าบอกแล้วว่าสอบง่ายๆ บอกแล้วว่าเขาหยวนน่ะ เออ ให้ประกาศนียบัตรเพื่อที่จะกลบปมด้อยของคนเหล่านี้บ้าง เป็นผู้ใหญ่ แล้วมันพลาดโอกาสมาแต่เขาก็เป็นคนดี เขาจะพิจารณาทางเชิงเป็นพลเมืองดีเป็นคนดีแล้วใบนี้ไปรับรอง เขาก็จะมีกำลังเป็นทรัพยากรของประเทศที่ดีขึ้นไปเท่านั้น นี่เป็นการเปิดโอกาส กศน.นี่แต่เดิมเป็นอย่างนั้น ทีนี้ต่อมาๆ มันก็เป็นช่องโกง ของเด็กทีนี้ไม่ใช่ของผู้ใหญ่แล้ว เด็กที่มันเรียนดีเรียนเก่งมันก็ไปสมัครกศน. ไปสมัครเป็นนักเรียนในกศน.ของแหล่งไหนก็ได้ เช่นว่าเด็กเรียนมัธยมปลายหรือมัธยมต้นอยู่ชั้นม.4 ก็ไปสอบพรวดชิงสอบม.6 เลย เพราะมันเรียนเก่ง มันก็สอบได้ เพราะบอกแล้วว่ามันสอบไม่ยาก เข้าใจไหม มันสอบไม่ยาก เพราะฉะนั้นจึงมีช่องมากเลย เดี๋ยวนี้เป็นการโกง กศน.เป็นการโกงชนิดหนึ่งขณะนี้ในสังคม เพราะฉะนั้นเด็กพวกที่เรียนเก่งเนี่ยะ อยู่ม.4อยู่ม.5 ไปสมัครสอบแล้ว ไปสมัครสอบพวกเนี้ยะ พอสมัครสอบมันก็สอบได้ มันเรียนเก่ง บอกแล้วว่ามันสอบไม่ยาก สอบเรื่องนี้ อนุโลมกันมากนะ อนุโลมกันมาก สอบไม่ยาก มันก็สอบได้กันไป เสร็จแล้วพอสอบได้ ก็ไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัยไปเลย พาส(pass)ไปเลย นี่เป็นช่องโกง นี่เป็นเรื่องของการเอาประกาศนียบัตรแล้วก็ไปเพื่อที่จะเรียนล่า ล่าประกาศนียบัตร ล่าปริญญา ล่าอะไรต่ออะไรกันไป นี่เป็นทาง นี่เป็น..เป็นเรื่องจริงแล้วของสังคม เพราะฉะนั้นกศน.ของเราเนี่ยะ ไม่เหมือนเลย ไม่เกี่ยง ไม่เกี่ยงปริญญา ไม่เกี่ยงประกาศนียบัตร แต่เรามีเป้าของเราชัดๆ ขอย้ำอีกนะย้ำให้ชัดเลยว่าเด็กที่มาเรียนที่นี่จะไม่หวังคำนึงว่าจะไปเรียนพวกโน้น บอกแล้วว่า ถ้าไม่ได้พระโสดาบัน ไม่ได้พระสกิทาคามี ไม่ได้พระอนาคามี ที่นี่ไม่ส่ง แต่ถ้าเผื่อว่าได้จริงๆ ที่นี่จะส่งเหมือนกัน จะส่งเรียนปริญญาตรีโทเอกโน่นแหละ ถ้าจบม.ศ.ต้น ถ้าเป็นโสดาบันจะส่งเรียนปริญญาตรีทุนของเราเองแหละเราจะเรียน นี่ตอนนี้เราก็ตั้งทุนแล้ว ไม่ทราบว่าได้เล่าให้ที่นี่ฟังรึยัง ว่ากองบุญสัมมาสิกขาก็ตั้งแล้ว ตอนนี้มีแสนกว่า กองบุญสัมมาสิกขานี่ เล่ารึยัง? มีแสนกว่าแล้วตอนนี้ นอกจากแสนกว่านี่จะต้องมีเพิ่มขึ้น แล้วจะต้องพยายาม...ยังไม่ได้ประกาศ อาตมายังไม่ได้ประกาศเป็นทางการมากเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นคนจะทำบุญกับกองบุญสัมมาสิกขานี่ยังไม่มากเท่าไหร่ แต่ถ้าประกาศจริงๆก็จะเหมือนกองบุญทางสาธารณสุขหรือว่าโรงพยาบาลที่จะสร้าง นี่เหมือนกัน บอกความจำเป็นจะมีมากกว่านี้ แต่ถึงกระนั้นก็ดีก็มีแล้ว กองบุญสัมมาสิกขามีแค่แสนกว่า แต่ทีนี้พอดีเราจะสร้างตึกเรียนที่สันติอโศก จะสร้างตึกเรียนที่สันติอโศก ก็บอกกันไปเปรยๆกันไป กรรมการของกองบุญสัมมาสิกขานี่ ซึ่งมีถึง 9 คนหรือ 10 คนจำไม่ได้นะกรรมการ ตั้งกรรมการก็ตั้งแล้ว นะ ระเบียบการอะไรเขาก็ร่างขึ้น ร่างหลักการอะไรเขาก็ร่างมาบ้างแล้ว ทีนี้เขาก็ไปพูดๆเปรยๆปรายๆกัน ก็มีพวกผู้ปกครองนักเรียนเนี่ยะ ที่เขามีศรัทธาเลื่อมใสนี่ บอกว่า ก็เปรยๆ อาตมาเปรยว่าจะต้องสร้างตึกเนี่ยะ เพราะว่ามันจะต้องมีทุนมีรอน ไม่ใช่ว่าจะมีทุนแสนเดียวนะ ต้องมีเป็นล้าน ต่อไปเป็นล้านหลายล้าน เพราะว่าจะต้องสร้างตึกเรียนนี่ก็ตึกเรียนของทางสันติอโศกก็ไม่มี อาตมาเปรยไปอย่างงี้ จะต้องสร้างตึกนี่ มีที่อยู่นี่ทางที่เด็กพุทธธรรมอยู่ นั่นน่ะมันสร้างได้ จะสร้างตึกว่างั้น ก็คงเป็นล้านว่างั้น เปรยไปยังงี้ปั๊ป ผู้ปกครองทางผู้ที่เขาพอรู้จักกัน เปรยไป เขามีคนมาปวารณาว่าจะช่วยสร้าง เพราะเขามีบริษัทก่อสร้าง จะช่วยสร้าง ก็เลยพูดกันเป็นตุเป็นตะขึ้นมา ก็เลยตกลงจะสร้าง จะสร้างบอก เงินของเราก็ไม่มีหรอก มีแสนกว่านี่ ก็ไม่เป็นไรเขาบอกเขาคนจะสร้าง เขาบอกไม่เป็นไรแสนกว่าก็สร้างไป ใครจะทำบุญก็ทำประสมประเสมา ผมก็จะลงมือสร้างไปเรื่อยๆนั่นแหละ ทำไปผมมีเครื่องมือเครื่องไม้ ผมมีบริษัทก่อสร้างอยู่แล้ว อุปกรณ์..แม่..เครื่อง..กระดานแบบเบิบอะไรมันก็มีทั้งนั้นน่ะ เครื่องมือเครื่องใช้อะไรก็มีอยู่ เขาก็จะมาทำ ลงมือทำ เราบอก อ้าว ถ้าทำไงล่ะ คนไม่มีคนมาทำบุญไม่มีเงิน เป็นล้าน เป็นอะไรที่จะมาใช้ทำเห็นมะ... เขาก็บอกว่าถ้าไม่มีใครมาทำบุญผมก็ได้บุญคนเดียว เขาก็ว่างั้น ถ้าใครมาเอาเงินมาทำบุญก็แบ่งบุญกันไป ก็เป็นอันตกลง งั้นก็เอา เราก็เขียนแบบนะก็บอก ก็ต้องเขียนแบบ ก็ให้อภิสินเขาเขียนแบบแล้ว แล้วก็ไปให้คุณธำรงค์เขาคำนวณ คำนวณแล้วก็ว่าจะลงมือสร้าง ตอนแรกก็ว่าจะสร้างก่อนขออนุญาต จะตอกเข็มลงไปเลย เพราะวางผังตอกเลย ก็มีคนท้วงว่าอย่าเลย ถ้าจะทำก็ทำให้ขออนุญาตเสร็จเรียบร้อยเสียก่อนค่อยมาทำ ขณะนี้ก็เลย แบบก็กำลังเขียนรายละเอียดอยู่ เพื่อไปยื่นขออนุญาตจากอำเภอให้เรียบร้อย แล้วก็จะ...เมื่อได้รับอนุญาตจากอำเภอมาก็จะลงมือสร้าง ยังงี้เป็นต้น นี่เป็นเรื่องของทุนรอนที่คิดว่ามันจะมีทุนรอน ที่อาตมาบอกว่าแม้แต่จะจบ ม.6 ม.ศ.5 เอ่อ จบมัธยมแล้วน่ะนะ จบมัธยมแล้วน่ะ มีประกาศนียบัตรแล้วก็เห็นว่า เอ๊ ก็สมควรจะไปเรียน แล้วเราจะพิจารณา เหมือนอย่างขณะนี้เราพิจารณาคนไปเรียนปริญญาโทนี่ ก็มีไปเรียนปริญญาโทกันเพิ่มขึ้นในพวกเรานี่ เพราะว่าเราเชื่อว่าการเรียนนี้จะเรียนมาแล้วก็ไม่ไปเป็นตัวแย่งในสังคม ไม่ไปมีมานะอวดอ้าง ไปล่าลาภล่ายศอะไรยังงี้ หรือว่าอยากเรียนเพื่อโก้เพื่อเก๋ เรียนเพื่อเอาปริญญามาเบ่งข่มคนอื่นมาอวดมาอ้างคนอื่น มาจะว่าฉันเก่งฉันแน่เฉยๆ ไม่เอายังงี้ไม่เอา ไอ้ยังงั้นน่ะอาตมาว่ามันทำได้ พวกเรานี่มีปัญญามีความเฉลียวฉลาดพอที่จะไปเรียนเอามาได้ แต่มันไม่เกิดประโยชน์ ยิ่งไปเรียนแล้วก็เอาไปใช่ล่าลาภล่ายศก็ไม่เกิดประโยชน์แก่สังคม ทุกวันนี้มันเป็นการศึกษาที่ล้มเหลวอย่าที่พูดกันมากจนปากเปียกปากแฉะแล้ว เพราะงั้นอาตมาจะไม่ส่งเสริมเรื่องนี้ คนมาเรียนที่นี่จะเน้นให้เป็นคนติดดิน เป็นคนไม่หลงปริญญาประกาศนียบัตร แต่เป็นคนเป็นได้จริงๆทำได้จริงๆ มีสมรรถนะจริงๆ มีสมรรถภาพจริงๆ และสำคัญคือมีคุณธรรม มีคุณธรรม สำคัญมีคุณธรรม มีคุณธรรมอะไร เป็นคนมักน้อยสันโดษได้ เป็นคนมักน้อยสันโดษได้ และมีสมรรถภาพ เป็นคนขยันหมั่นเพียร ไม่สะสม เป็นคนที่มีวรรณะ 9 อย่างที่เราเคยพูดซ้ำซาก เป็นคนพัฒนา 9 ชนิดนี้ให้ได้ อย่างอ่อนอย่างแก่อย่างสูงอะไรก็ตามใจ เราจะเน้นให้เป็นคนมีคุณธรรม และทำอะไรได้สร้างสรรอะไรได้จริงๆ ไม่ใช่เป็นคนข่มเบ่งมีมานะยกตัวยกตน มีศักดินาทุนนิยมอย่างที่มันเป็นกันอยู่ในโลก ไม่เอาอย่างนั้น เพราะฉะนั้น เด็ก เราก็จะต้องพูดให้เข้าใจ ครูก็จะต้องเข้าใจ ผู้ปกครองของเด็กก็จะต้องเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจแล้ว มันไปด้วยกันไม่ได้ นี่เป็นสัมมาทิฏฐิต้องตั้งไว้ประเด็นแรกเสียก่อน เอ้าทีนี้ ที่มาเรียนกันนี่จะเรียนยังไง จะอยู่กันยังไง จะมีวัฒนธรรมยังไง ตัวนี้แหละยาก อาตมาว่ากำลังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้เรื่องนี้ เป็นปัญหาอยู่เรื่องนี้น่ะ เดี๋ยวรอหินชนวนก่อน หินชนวนเนี่ยะก็สำคัญเป็นตัวคีย์ตัวหนึ่งที่จะต้องพูดกันให้เข้าใจ อาตมาว่าจะพูดด้วยไม่มีเวลา ว่าจะพูด ก็ท่านติกขวีโรคงได้พูดด้วยมั่งนิดหน่อย ทาง..อยู่ที่ปฐมฯ เอ๊ย อยู่ที่สันติฯ เดี๋ยวค่อยพูดกัน เอ้าพูดเรื่องอื่นก่อนนะ ว่าเราจะเรียน เนี่ยะ มันเป็นเรื่องแรกมันเป็นขั้นแรกมันเป็นตัวอย่างแรกมันเป็นรุ่นแรก รุ่นแรกทั้งครู รุ่นแรกทั้งผู้ปกครองที่เข้าใจดีบ้างยังไม่เข้าใจดีบ้าง แต่อย่างน้อยมีศรัทธาในชาวอโศก และเชื่อว่าไม่พาตกต่ำไม่พาเลวพาร้าย แต่ในเนื้อหาลึกๆซ้อนๆอยู่แล้วเนี่ยะ อาตมาว่ายังเข้าใจไม่ได้ ไม่ ใช่อาตมาดูถูก อาตมาว่าตัวเองน่ะยังพูดถึงความลึกซึ้งอันนี้ให้พวกเราฟังไม่พอ อาตมาไม่ได้ดูถูกผู้คนอื่นๆว่า..ว่าไม่รู้เรื่องว่ายังไม่รู้ ไม่ใช่ว่าไปดูถูกว่ายังไม่รู้เท่า นั้น แต่อาตมาว่ามันเป็นเรื่องลึกซึ้ง มันเป็นเรื่องลึกซึ้งจริงๆ มันเป็นเรื่องของคนยังไม่เป็น ขณะนี้อยู่ในสังคมมนุษย์นี่ ยังไม่เป็นยังงี้ มียังงี้บ้างแต่น้อย ผิวเผิน ยังไม่ลึกซึ้งพอหรอก ยังไม่แข็งแรง ยังไม่ลึกซึ้งและยังไม่แข็งแรงพอ มาเป็นคนแน่จริงๆเลย เป็นคนที่มีวรรณะ 9 นี่จริงๆเลย เป็นคนเลี้ยงง่ายกินง่ายอยู่ง่ายเงี้ยะ ไม่ต้องไปเดือดร้อน อาหารการกินก็กิน..อย่างไม่ติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส กินไม่ติดกาม กินไม่ติดอะไร แต่มีปัญญากิน จะกินข้าวกินอะไรเพื่อที่จะให้ธาตุครบหมวดไปเลี้ยงร่างกาย ก็กิน ข้าวเปล่าก็กินได้ ถั่วงา กินข้าวกินถั่วกินงา กินสูงส่งขนาดระดับแมคโครไบโอติกเลยก็ได้ กินระดับแมคโคร กินข้าวกินถั่วกินงา กินผักเปล่าๆกินพืชเปล่าๆกินผลไม้เปล่าๆ ไม่ต้องมากินติดรสรูปกลิ่นเสียงอะไรก็ได้ ยิ่งยังงั้นยิ่งเจ๋งเลย นั่นล่ะเลี้ยงง่าย เป็นคนเลี้ยงง่ายกินง่ายอยู่ง่าย ไม่ต้องโอ๋กันไม่ต้องประคบประหงมอะไรกันเกินไป นี่ละ เป็นคนง่ายยังงั้น เอาละ ในวรรณะ 9 อาตมาไม่อธิบายซ้ำละตอนนี้ นี่ยกตัวอย่างแค่ผู้เลี้ยงง่ายหน่อยเดียวนะ จะเป็นคนที่จะศึกษา เด็กเนี่ยะ จะไดรับการอบรมศึกษาตั้งแต่เด็กนี่ จะได้พยายามสอนแกไป แกพอเข้าใจนิดหน่อยก็ช่าง เราก็จะพยายามสอนแกไปแกเต็มใจ แกมองโดยกว้างๆแล้วว่าแก.. ดี อยู่ได้เป็นสุข แล้วก็มีความพยายามอดทน มันก็อาจจะเหน็ดเหนื่อยบ้าง บางทีบางครั้งแกก็อาจจะ...เอ่อ คือ เด็กน่ะพลอินทรีย์ของเด็กมันก็ยังไม่ชัดนัก แต่ว่าแกก็ได้รับมาตรการของเราแล้วแกก็ยังพอเป็นไปได้แล้วเราก็ก็จะรู้จักการอนุโลมปฏิโลม ตัวนี้แหละเป็นศิลปะ ตัวอนุโลมปฏิโลม วิทยายุทธตัวนี้แหละเป็นศิลปะตัวสำคัญที่เราจะต้องค่อยเรียนรู้กันไปค่อยอบรมค่อยฝึกฝนกันไปจริงๆมันถึงจะได้ อันนี้อันหนึ่ง ไอ้ที่ว่าศิลปวิทยาที่จะต้องอบรมนี่จะได้พูดกันต่อไป แล้วก็ในลักษณะที่ศึกษาหรือว่าให้เกิดเป็นการเรียนเนี่ยะ....ทำไมยังไม่ลงมาซักทีหินอ่อนนี่ มีเรื่องยาวนักเหรอ เอาละ พูดไปคร่าวๆก่อนเดี๋ยวทวนก็..แกก็ได้ คนเดียวนี่ แต่ว่าก็จะต้องเข้าใจสำคัญ ไม่เช่นนั้นก็ลำบากเหมือนกัน หินชนวนนี่ ไม่ใช่หินอ่อน พูดผิดไป จะต้องเรียนอย่าง..ไม่ใช่อย่างโลกทุกวันนี้ โลกทุกวันนี้นี่ มันจะเรียนอย่างไม่สัมพันธ์กัน แต่ที่อาตมาหมายนี่จะต้องให้เรียนอย่างสัมพันธ์กัน เกิดความสัมพันธ์อย่างโบราณอย่างธรรมชาติ อย่างพ่อแม่สอนลูกอย่างพี่สอนน้อง อย่างญาติสอนหลาน อย่างมีน้ำใจเกื้อกูลกัน แล้วมีสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ไปแบ่ง... "เจอะกันไม่ได้! คบกันไม่ได้! ช่วยกันไม่ได้!" ไม่ใช่ "พ่อแม่ก็ไม่ให้พบลูก ผู้หญิง นักเรียนหญิงนักเรียนชายก็ไม่ให้พบกัน ไม่ได้" ยังงี้ อย่างนี้มันเป็นการเรียนอย่างโลกเขาแล้ว หนักเข้า "เอ็งเรียนไม่เก่งอยู่ชั้นของเอ็ง เอ็งอยู่ชั้นคิง เอ็งอยู่ชั้นควีน เอ็งอยู่ชั้นแจ๊ค เอ็งอยู่ชั้น...เนี่ยะ ชั้น ก.ข.ค.ง. อยู่กันคนละพวก สัมพันธ์กันไม่ได้ เรียนกันคนละเกรดคนละพวก" ยังงี้เป็นต้น นี่แหละคือการเรียนของโลกสมัยนี้ แตกร้าวศักดินาทุนนิยม ร้ายแรงหมด เพราะฉะนั้นในขณะนี้นี่มัน..มันบกพร่องไปหมดเลยเนี่ยะ พ่อแม่ลูกพบกันก็ไม่ได้ หรือบางทีพ่อแม่ลูก..เอาละที่นี่พบกันน้อย พ่อแม่ลูก เพราะว่าพ่อแม่อยู่บ้านโน่น ส่งลูกมานี่ ไอ้ลูกก็อยากจะกลับไปหาพ่อแม่ด้วยซ้ำเท่านั้น แต่อันนี้มันเป็นเรื่องธรรมดา มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ไปไม่ได้ จะไปได้ก็ต่อเมื่อมีเวลา ก็ต้องให้หัดในมุมกลับว่าให้หัดละวางให้หัดพรากหัดจาก ให้เห็นพ่อแม่ เพราะฉะนั้นพวกเราจึงต้องเป็นพ่อแม่ให้มาก จะต้องเนี่ยะ ญาติโยมอยู่ที่นี่ก็ต้องเป็นพ่อเป็นแม่อย่างที่เคยเทศน์เคยบอกแล้วว่า จะต้องอบอุ่น ไม่ใช่ว่าแกอยู่..คนในนี้แหมใครก็ไม่รู้...มันไม่อบอุ่นเลย เหมือนกับคนต่างเผ่าต่างพันธุ์ สนิทก็ไม่ได้ น้ำใจก็ไม่มี อะไรก็ไม่สอดคล้อง อะไรก็เข้ากันไม่ติด ไม่สัมพันธ์กัน อย่างนี้ก็แน่นอนก็เกิดการโดดเดี่ยวว้าเหว่ขึ้นมาแน่นอน เพราะฉะนั้นในลักษณะที่กำลังทำกันอยู่ขณะนี้นี่ หลายอย่างหลายอัน อาตมาเห็นว่ามันเริ่มต้นผิดแล้ว มันเริ่มต้นผิดแล้ว ทีนี้พ่อแม่อยู่ที่นี่เองก็ตาม มันมีภาวะเดิมในภาวะคนนี่มันโอ๋ โอ๋ลูกนี่มีมาก และยังไม่เข้าใจอย่างที่อาตมาว่า ที่นี่มาสอนอย่างหนึ่ง แต่เราต้องการอย่างหนึ่ง มันก็จะไปกันอีก เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราจะสอนเน้นอย่างที่ว่านี่ ให้แกทำมาก ไม่ต้องไปเน้นการเรียนสูงในโลกนั่นหรอก จะไปได้ปริญญาหรือไม่ได้ปริญญา ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ขอให้เป็นพลเมืองดีมีคุณธรรม สามารถสร้างสรรได้จริงๆ แม้จะสอบประกาศนียบัตรไม่ได้เลย หรือ เอ้าลองพูด ทวนอีกนิดนึงว่า แต่ก่อนนี้นี่ว่า กศน.นี่ เขาหาโอกาสให้อย่างที่ว่านี่ของกระทรวงศึกษา ชั้นมัธยมต้นก็เอาเถอะ เรียนเก่งๆก็เรียนควบกันก็ 3 ปีก็สอบเอาปีเดียวสอบได้ เก่งจริงๆก็สอบไปเลย หรืออย่างมากก็ 2 ปีก็สอบได้ มัธยมปลาย 3 ปี เอ้า เก่งๆไม่ต้องไปเรียนถึง 3 หรอก ปีเดียวถ้าเก่งเอาไปเลย ปีเดียวสอบได้เลย หรืออย่างนั้นก็ 2 ปีก็สอบได้เลย สอบประกาศนียบัตรของมัธยมปลายไปได้เลย อะไรอย่างนี้เป็นต้น เขาก็กะยังงั้นแล้วก็เป็นยังงั้นแหละ ส่วนมากบอกแล้วว่าเขาหยวน เขาพอให้ได้ ทางกระทรวงศึกษาเขาก็ให้ มีคะแนนอื่นๆเสริมๆอะไรต่ออะไรบ้างบ้างเขาก็ให้ เพื่อที่จะให้เป็นเครื่องอลังการเครื่องประกอบไม่ด้อยเท่านั้นเอง นี่ทางโลกเค้าทำอย่างนั้น แต่ของเรานี้กลับกันเลย ไม่ต้องไปคำนึงเลยประกาศนียบัตรเนี่ยะ ไม่ใช่จะไปเพ่งว่า 2 ปีต้องสอบให้ได้ 3 ปีก็ต้องสอบให้ได้ หรือว่าปีเดียวต้องสอบให้ได้ เอาให้เก่งกว่าเขา ไม่ใช่! ไอ้เรื่องสอบทางโลกนั่นน่ะมันอาจไม่ตรงกัน บอกแล้วว่ามันไปวัด...ข้อสอบก็คือไปเขียนคำตอบให้มันตรงกับคำตอบที่เขาล็อคไว้แล้วเท่านั้น มันไม่ได้ไปวัดกันจริงๆจังๆ อย่างพวกสอบหรือเราดูกันพวกนี้เนี่ยะ เราสอบทบทวน สอบทานในเรื่องของสิ่งที่เป็นไปได้ เป็นความรู้และความสามารถ คนที่มีความสามารถที่ทำได้แล้วไม่มีความรู้ไม่มี คนที่มีแต่ความรู้ไม่มีความสามารถทำไม่ได้นั้นมีเยอะ โลกนี่เต็มไปด้วยแบบนี้เลย แล้วก็พัฒนาอันนี้ทั้งนั้น พัฒนาความรู้แต่ทำไม่ได้ไม่มีความสามารถ แต่ของเรานี่จะพัฒนามีความสามารถ เมื่อมีความสามารถแล้วมันมีความรู้คนเราน่ะ คนที่มีความสามารถทำได้แล้วไม่รู้มันจะทำไม่ได้หรอก มันทำได้เพราะมันรู้ เพราะฉะนั้นจะต้องสอดซ้อน ซ้อนทั้งสองอันนี่เลย ว่าคนที่จะต้องเป็นคนที่มีความสามารถ บอกแล้วนะว่าคนที่มีความสามารถคือต้องมีความรู้ด้วย ทางโลกเขามีแต่ความรู้แล้วไม่มีความสามารถ ไอ้นี่คือความบกพร่องและล้มเหลวของการศึกษา ประเด็นสำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าลงเด็กมีความรู้แล้วเสร็จ แม้แกไปสอบเอาทางโน้นเขาเป็นคน ให้คะแนนไม่ใช่เรา เรานี่แหละจะรู้ว่าเราให้คะแนนแล้วเด็กทำได้อย่างที่เด็กแกเป็นแกสามารถแกเก่งเราก็ให้คะแนนแล้ว เราไม่มีประกาศนียบัตรออกก็ มันก็เรื่องของเราที่เรารู้กัน หรือเรา test นี่ เราสอบนี่เราให้คะแนนของเรากันแล้วเรียบร้อย มันก็ได้ของเรา ไม่ได้เป็นประกาศนียบัตรเป็นทางการอะไรก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นอาจจะเรียนมัธยมต้น มัธยม 1,2,3 สองปีก็สอบไม่ได้ประกาศ- นียบัตรข้างนอกน่ะ 3 ปีก็ไม่ได้ 4 ปีก็ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล บอกเด็กให้รู้เลย แล้วพวกเราก็ให้รู้เลยว่าเด็กที่ดีแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร สอบประกาศนียบัตรข้างนอกไม่ได้ เสียเวลาไป 3 ปี ก็ยังไม่ได้มัธยมต้น 4 ปี ก็ยังไม่ได้มัธยมต้น 5 ปีก็ยังไม่ได้มัธยมต้น ก็ไม่เป็นไร เราดูที่เด็กของเรา ความจริงของเด็กของเราว่าสามารถมีคุณธรรมดีจริงๆ แล้วก็มีสมรรถภาพที่ดีจริงๆเลย แต่ว่าแกไปท่องตำราที่ตรงกันกับข้อสอบข้างนอกไม่ค่อยได้เท่านั้น ก็ช่างมันเถอะ มันไม่แปลก อะไรร้อก แต่ถ้าเผื่อว่าได้ด้วยก็ดี ได้ด้วยก็ดี แต่มันไม่ได้ก็อย่าไปเพ่งไปเป็นหลัก ไม่ต้องไปเพ่งเป็นหลักเรื่องนี้ ไม่ต้องเพ่งเป็นหลักอะไรมากมาย นะ แต่ถ้าได้ ดี ไม่มีปัญหาอย่างที่ว่านี้น่ะ ถ้าได้พอๆสมควรกะเขา ไม่ได้ยุ่งยากหนักหนาอะไร นั่นก็..ก็ดีนะ เอ้า ทีนี้มาพูดย้อนทวน เมื่อกี้หินชนวนก็ยังไม่มา พูดไปแล้วหน่อยนึงเมื่อกี้ว่า การศึกษาของเรานี่เป็นการศึกษาอย่างธรรมชาติ เป็นการศึกษาอย่างมีมนุษย- สัมพันธ์ หรือเป็นการศึกษาอย่างสังคม เพราะฉะนั้นจะต้องเกิดการสัมพันธ์กัน จะต้องเกิดการสัมพันธ์ จะมาปิดกั้นไม่ให้พ่อแม่พบลูก ไม่ให้ผู้หญิงพบผู้ชายไม่ได้! ต้องพบต้องคบคุ้นกันจริงๆด้วย คบคุ้นกันอย่างที่ยิ่งเราเรียนรู้ทางสัจธรรม เราเรียนรู้ทางกาม เรียนรู้ทางอัตตามานะ เรียนรู้อย่างทิฏฐิ มีมิจฉาทิฏฐิมีสัมมาทิฏฐิ อู้ย..เราเรียนสำคัญ ทางโลกเขาไม่ได้เรียนอย่างเรา เพราะฉะนั้นเขายาก เขาจึงต้องใช้มาตรการป้องกัน เอ้า เรียนสหศึกษาไม่ได้ต้องผู้หญิงก็เป็นโรงเรียนผู้หญิง ผู้ชายก็เป็นโรงเรียนผู้ชาย เอ้า ชั้นเล็กไปอยู่ชั้นเล็ก ชั้นใหญ่ไปอยู่ชั้นใหญ่ บอกแล้วแม้กระทั่งชั้นมัธยม5 เอ้ามี 5 คิง มี 5 ก. 5 ข. 5 ค. คัดชั้นใหญ่แกก็ต้องอยู่ไปอยู่พวกเก่ง พวกรองลงมาต้องอยู่พวกรอง พวกไม่ค่อยเก่งนักไปอยู่พวกไม่ค่อยเก่ง พวกบ๊วยอยู่พวกบ๊วย กีดกั้นไปหมดไม่ให้คบหากัน นี่แหละคือความล้มเหลวและเป็นความสร้างศักดินาและทุนนิยมในสังคม อย่าว่าแต่แค่เพศเลย ไม่เกิดความสัมพันธ์ แล้วมันก็ไม่เกิดความสัมพันธ์โดยธรรมชาติอีกคือ นักเรียนไม่มีเวลาสัมพันธ์กับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ก็ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินมาให้ลูกได้เรียนสูงๆๆๆๆๆๆๆ เพราะงั้นพ่อแม่ก็เลยมีแต่เวลาจะไปทำงาน ไม่มีเวลาจะพบคบหาสัมพันธ์อะไรกันอันสนิทกับลูกเต้า ไม่มี นี่เป็นเรื่องของสังคมที่มันเป็น เพราะฉะนั้นเกิดความไม่สัมพันธ์กัน พ่อแม่ลูกก็ไม่ได้พบกัน ไม่ได้สัมพันธ์กันอย่างเก่งก็แค่ไปส่งโรงเรียน แล้วก็ไม่ได้คบคุ้นอะไรกันถึงเวลากลับมาเย็นต่างคนต่างมืด ลูกก็ตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้าน พ่อแม่ก็ติดธุรกิจของตัวเอง ก็ติดต่อธุรกิจ เอ้า กินข้าว กินข้าวเสร็จต่างคนก็ต่างไม่มีแรงแล้ว หลับ แยกกันหลับ นอน ตื่นเช้าขึ้นมาก็รีบ เอ้า ต่างคนต่าง เร้ว ประเดี๋ยวไม่ทันรถแล้วไหนจะขึ้นรถไปอีกแล้ว ส่งลูกโรงเรียนแล้วก็กลับบ้าน มันไม่ได้เกิดความสัมพันธ์ไม่ได้การคุยกันไม่ได้เกิดการปรับทุกข์ปรับใจ ไม่ได้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ มีอิริยาบถอันนั้นอันนี้ ซึ่งจะเป็นอิริยาบทของสังคมที่ประสานกัน เด็กก็ประสานผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะอย่างไร มีเรื่องอะไรที่จะควรรู้กันเห็นกัน มีอะไรแสดงออกทางนั้นทางนี้ก็อยู่ในสายหูสายตากันไปหมด เพราะไม่มีเวลาที่จะไปเป็นเรื่องของโลก คือลาภ ยศ สรรเสริญที่ไปมัวพะวงลึก ไปแย่งกันแต่ลาภยศสรรเสริญ สร้างแต่ลาภ ยศ สรรเสริญ จนดึงเอาเวลาและคนออกไปไม่ให้เกิดความสัมพันธ์กัน แต่ของเรานี่เอามารวมหมดแล้ว ถ้าพ่อแม่อยู่ข้างนอกนั่นนะ ก็มาอยู่ในหมู่บ้านนี่หมด พ่อแม่ของเด็กนักเรียนก็มาอยู่บ้านนี่หมด อยู่ในหมู่บ้านนี่หมด ครูก็อยู่ในหมู่บ้านนี่หมด ก็นอนอยู่ในนี้กินอยู่ในนี้ ครูอยู่ในนี้เด็กนักเรียนก็อยู่ในนี้ พ่อแม่ก็อยู่ในนี้ ให้มันรวมกันเข้าไป ให้มันสัมพันธ์กันเข้าไปโดยธรรมชาติ แล้วมันจะรู้กันหมดเลยว่า มันอะไรที่ควรจะบอกกัน แล้วทุกคนปรารถนาดีต่อกัน ผู้ใหญ่ก็ปรารถนาดีต่อเด็ก เด็กก็ปรารถนาดีต่อผู้ใหญ่เกิดความสัมพันธ์กันอันดีกันสอดส่องกัน สัมมาทิฏฐิคืออะไร มิจฉาทิฏฐิคืออะไร กุศลคืออะไรอกุศลคืออะไร ความดีคืออะไรความไม่ดีคืออะไร ความสมเหมาะสมควรไม่สมเหมาะสมควรคืออะไร เราเรียนนี่ ธรรมะนี่สอนไว้หมด เพราะฉะนั้นเราจะรู้เลย แม้แต่งานการอันใดเป็นสัมมากัมมันตะ อะไรเป็นสัมมาวาจา อะไรเป็นสัมมาอาชีวะ เรารู้หมดนี่ เราเรียน บอกกันอยู่ อะไรไม่เอาไม่ทำ เราก็ไม่ทำด้วยกัน อะไรที่เราตัดรอบไปแล้วไม่เอาไม่ทำเราก็ไม่ทำ เด็กก็ไม่ทำ ผู้ใหญ่ก็ไม่ทำ อะไรทำบ้างไม่ทำบ้าง อะไรผู้ใหญ่ทำนะแต่เด็กยังไม่ทำนะ อันนี้ก็บอกกันไปเป็นขั้น นี่ของเด็กอย่าเพิ่ง อะไรก็บอกกันไป มันก็จะมีตัวอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอะไรกันไป จะเป็นวัฒนธรรมในสังคมมนุษยชาติ เพราะฉะนั้น เราอย่าไปหลงใหลผิดอย่างระบบโลกให้มาก แบ่งแยกแม้แต่ผู้หญิงผู้ชายก็ไม่ให้เจอกัน แล้วเราก็มาคิดง่ายๆตื้นๆว่า โอ๊ยไม่ได้หรอกระวังเรื่องกามนะเดี๋ยวมันจะเกิดเรื่องกาม ใช่ ข้างนอกมันถูกปิดกั้นมันก็เลยยิ่งเหมือนกับถูกแยก มันก็เลยยิ่งเหมือนกับอดอยากปากแห้ง ก็เลยเลอะเลยเดี๋ยวนี้ ตอนหลังมาเขาก็พอเข้าใจ เลยเกิดสหศึกษา เอ้ารวมกันบ้าง เสร็จแล้วสหศึกษามันก็ไม่มีการศึกษาทางด้านธรรมะ มันกั้นไม่ได้หรอก แต่ของเรานี่มีการศึกษา สหศึกษา เราได้พิสูจน์มาแล้วนานปี ตั้งแต่เริ่มแรกมีคณะอโศก พวกสิกขมาตเนี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive