340411 ตอบให้ถึง...ซึ่งทรัพย์แท้ ตอนที่ 2 โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ ณ พุทธสถานศาลีอโศก .docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2534
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์401 KB
วันที่แก้ไข22 เมษายน 2568
รายละเอียดแนวทางพุทธจะรักษากระเทยให้ห้ายได้หรือไม่?, เกษตรกรเป็นคุณค่าอย่างยิ่ง, กีฬาเป็นยาผีเปรต พอกพูนกิเลส ทำคนให้เป็นควาย, ดูหนังดูละครแบบอริยะ, ผีปอป, ขจัดความกลัว, เพราะมีอุปาทาน จึงเชื่อเรื่องผีเรื่องวิญญาณ, กลัวความมืด, เน้นเนื้อให้เหนือกว่ามาก เน้นแก่นให้แน่นกว่ากว้าง, ใบลานเปล่า, คนใกล้ตาย, จิตว่าง, การฟ้อง การให้ข้อมูล, อนาคามี, ชีวิต, ชีวิตที่ประเสริฐ, เจ้าชายสิทธัตถะ เดิน 7 ก้าว เมื่อคราวประสูติ, โพชฌงค์ 7, พระโมคคัลลานะ, เอเสวะ มัคโค นัตถัญโญ, โลกุตรจิต

เนื้อหาในไฟล์

340411 ตอบให้ถึง…ซึ่งทรัพย์แท้ ตอนที่ 2 โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ ณ พุทธสถานศาลีอโศก

สารบัญ | หมายเหตุท้ายบทความ

ตอบให้ถึง…ซึ่งทรัพย์แท้ ตอนที่ 2 โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2534 เนื่องในงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ 15 ณ พุทธสถานศาลีอโศก อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์

พ่อท่านว่า… โอ้โฮ! แน่นตึ๊บเลย เอาละทีนี้จับสลากนะ อย่างไรๆ ก็ไปได้เรื่อยนะ อาตมายังจะขึ้นเวทีภาคเย็นอีกนะ เพราะว่า เจาะใจ เปิดใจ จากใจเกจิ ตอนเย็นอีก อาตมาก็เพียงขึ้นไปขานชื่อเท่านั้น ไม่มีอะไรมาก แต่ว่า เข้าไปนั่งทำนั้น อย่างนั้นแหละ เพราะฉะนั้น 4 โมงเย็นเลิกก็แล้วกัน วันนี้ล่ะนะ 4 โมงเย็นก็เลิก มาเรื่อยๆ รู้อะไรต่ออะไรบ้างไหมนี่ รับเละเลย ปัญหา(คำถาม) เอา! ฟังดีๆ ตอบกันเอาเนื้อดีกว่านะ เพราะว่าปริมาณมันก็คงเท่านั้นๆ นะอาตมาว่า ได้ฟังปริมาณก็ได้ตอบปัญหาหลายๆ แง่หลายๆ เชิงเฉยๆ แต่ว่าไม่ลึก ก็ในเมื่อชื่อเรื่องของเราว่า จะเจาะลึกให้ถึงทรัพย์แท้ เอาให้ลึกๆ เพราะฉะนั้นแต่ละปัญหา บางทีตั้งใจตอบให้ลึกๆ ไปจะดีกว่า ดีกว่าที่จะเอาแค่ตอบพอรู้ พอได้เข้าใจ พอให้เห็นๆ มันก็ไม่ดี เอาตอบลึกๆ เลยดีกว่า ตอบ บอกว่ามีอะไรขยายลึกอะไรต่ออะไรได้ เอาอย่างนั้นดีกว่านะ เอาเลย หลับตาหยิบขึ้นมาหนึ่งแผ่น แผ่นแรก (พ่อท่านสุ่มหยิบกระดาษคำถาม) ถาม : แนวทางพุทธจะรักษากระเทยให้หายได้หรือไม่? ถาม : กระผมเป็นเกย์ … พ่อท่านว่า… โอ้โฮ ! ปัญหาแรก (คนฟังหัวเราะ) _กระผมเป็นเกย์ มีทางรักษาไหมครับ แต่หลังจากปฏิบัติธรรม ผมดีขึ้นมากครับ ผมคิดว่า แนวทางพุทธรักษาได้ แต่ก็จะพยายามครับ พ่อท่านว่า… เรื่องนี้พูดกันให้ถึงแก่นเลยนะ เรื่องของความเป็นเพศสองเพศ เกย์ หรือว่าภาษาเกย์ ภาษาฝรั่งเขานี่ ภาษาไทยก็กะเทยอะไรอย่างน

อ่านต่อ

ี้ คือเรียกว่ามัน มันไม่เป็นสัจจะนะ มันประเภทที่เรียกว่าอารมณ์แปลก ไม่เป็นธรรมดา ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นของที่มันควรจะเป็น มันซับซ้อน กลับไปกลับมานี่ โดยธรรมะแล้ว กะเทยนี่ พระพุทธเจ้าท่านไม่ไว้ใจเลย ไม่ให้บวชด้วย ถ้าบวช เผลอบวชเข้ามา ถ้ารู้ทีหลัง ให้สึก เป็นพวกที่จะต้องสึกอันหนึ่ง นอกจากปาราชิก ถ้าปาราชิกก็สึกในตัวเองเสร็จ ฟังดีๆ นะ อาตมาจะตอบอย่างที่ว่านี่ ตอบเจาะให้ถึงเลย เจาะให้ถึงซึ่งทรัพย์แท้ให้จริงๆ เพราะฉะนั้น ลองฟังกันดีๆ นะ แรง มันอาจจะแรง มันอาจจะอะไรก็ มันจะได้เด็ดๆ ขาดๆ ลงไปบ้าง เพราะฉะนั้น คนเป็นกะเทยนี่นะ มันมีกะเทยแท้ กะเทยเทียม ไม่ต้องใช้ภาษาคำว่าเกย์ ใช้ว่าคำว่ากะเทยนี่ มีกะเทยแท้ กะเทยเทียม ถ้ากะเทยแท้ สมัยโบราณ มันไม่มีค่านิยม ไม่มีความวิตถาร ไม่มีการดีด ดีดดิ้นเหมือนสมัยนี้ สมัยนี้มันครอบงำ มันอะไร เพราะฉะนั้น อารมณ์มันแปรปรวนไปชั่วเดี๋ยวชั่วด๋าวได้ ทุกวันนี้นี่เป็นกะเทยปลอมๆ เป็นกะเทยเทียม เป็นกะเทยชั่วเดี๋ยวชั่วด๋าว ถูกฝูงทำ เล่นก็เลยไปติด ไปอะไรต่ออะไรกัน เหมือนไปติดไปยึดอะไร เหมือนไปติดฝิ่น ติดกัญชา ติดเหล้า เละๆ เล่นๆ มันไม่ใช่แก่นเนื้อของจิตวิญญาณนะ เป็นได้ เป็นนานก็ยังได้เลยนะ ไม่อยู่ในภาวะที่ถูกสิ่งแวด ถูกผู้ที่ชักนำพา หรือว่าช่วยรักษา หรือว่าช่วยปลี่ยนแปลง มีสัจจะอะไรที่จะนำพาให้ดี มันไม่มีอันนั้น ก็เลยกลายไปเป็นอย่างนั้น ไปนานๆ ก็ได้ ก็มี แต่ที่จริงมันก็จะไม่ยืนยังยืนยงอะไรหรอก มันก็จะสุดท้าย มันก็จะต้องกลับคืน มันก็ต้องไม่ถาวรอะไร กะเทยเทียมเป็นอย่างนั้น แต่กะเทยแท้นี่นะ ถ้ารู้ว่า เป็นกะเทยแท้ ถ้าเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้แล้วนี่นะ จะมีสิ่งแวดล้อมหรือไม่มีสิ่งแวดล้อม มันก็เป็น คนอย่างนั้น เป็น เมื่อเป็นแล้วแก้ไม่ได้ คนเหล่านี้แหละกะเทยแท้ พวกนี้แหละ พระพุทธเจ้าให้สึกหมด สมัยนี้มันมีไอ้ค่านิยมแบบนี้เยอะ เพราะฉะนั้น ถามมานี่ อาตมาไม่รู้ว่าคุณเป็นกะเทยแท้หรือกะเทยเทียม ถ้าคุณบอกว่า มาพยายามปฏิบัติธรรม แล้วก็ตั้งใจจริงๆ แล้วก็จะต้องอ่านสัจจะของเราจริงๆ เลยว่า เออ อาการ อารมณ์ของเรานี่ แต่ก่อนมันไปยินดี มันไปชอบ มันเป็นรสชาติ เป็นราคะ เป็นความสุข เป็นรื่นรมย์อะไรเป็นแบบนั้นๆ อ่ะนะ อย่างที่มัน ลักษณะที่มันไม่เข้าท่านั่นนะ ก็คงจะพอเข้าใจว่า มันเป็นอย่างกะเทยอย่างนั้นนะ มันไม่ถูกต้อง แม้แต่อย่างธรรมดาของผู้หญิงผู้ชายนี่ เป็นธรรมชาติ พระพุทธเจ้าท่านก็ยังบอกว่า เออ มันก็เป็นกิเลสธรรมชาติ ก็ล้างมันให้หมดเถอะ แล้วนี่เป็นกิเลสซับซ้อนวิตถารไปอีกนี่ มันซ้อนเชิงแล้ว อาการมันไม่เข้าท่า มันสับสนซับซ้อน ไม่ได้เรื่องนะ มันไปอีกเรื่องหนึ่งเลย เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อว่า เราเองเราหน่ายคลาย เราเห็นแล้ว เออ แต่ก่อนเราเคยเป็นอารมณ์อย่างนั้น ถ้ามาปฏิบัติธรรมแล้วเลิกได้ ก็ดี ก็จะได้เป็นกะเทยเทียม จิตคงจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าเผื่อว่า คุณทำไปแล้ว ปฏิบัติธรรมไปแล้ว อะไรต่ออะไรไปแล้วจริงๆ มันก็ยังไม่ได้ล้างได้ง่ายๆ เลย อาตมาก็ว่าเป็นกะเทยแท้แล้ว ถ้าเป็นกะเทยแท้แล้วไม่มีทาง พุทธก็แก้ไม่ได้ พุทธก็แก้ไม่ได้ นี่อันนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีมา มันเคยมีแต่โบราณกาล ในสมัยพระพุทธเจ้าก็มีมาแล้ว ก็เรื่องราคะนี่แหละ ในเรื่องราคะนี่แหละ ผิดศีล เรื่องราคะนี่ มากๆ เข้า ไอ้จากผู้ชายไปเป็นผู้หญิงนี่ก็บาประดับหนึ่งแล้ว จากไปเป็นกะเทยนี่บาปหนากว่าไปเป็นผู้หญิง สำส่อนผิดศีลข้อสามไปเป็นผู้หญิง นี่สำส่อนผิดศีลข้อสาม หนักหนาสากรรจ์ จึงซับซ้อนเข้าไปเป็นบาป เป็นเวร เป็นเวรเป็นภัย เป็นวิบากมากกว่านั้น อยากเป็นกะเทยก็ไปสิ ทำกามพวกนี้ให้มากๆ (ผู้ฟังว่า…<เสียงไม่ชัด>) พ่อท่านว่า… ห๋า? อะไรนะ เป็นสุนัขตัวเมีย...ก็ได้ ก็มันเป็นเรื่องชั้นยังต่ำอยู่ แม้แต่ขนาดมีกิเลสในเรื่องผู้หญิงผู้ชาย มันก็ยังเป็นบาปแล้ว เอา! ได้มาอีกใบแล้ว

คุณค่าของเกษตรกรยากจน กับ คนมีทรัพย์ศฤงคารมากมาย : ถาม : คนที่มีทรัพย์ศฤงคารมากมายในโลก ไม่มีปัญหา ไม่มีอุปสรรคในการทำงาน ชีวิตก็สุขสบาย มีบริวารมีคนรับใช้เอาใจ และก็ทำควาามดีบ้างในสังคม สังคมยกย่อง ชีวิตการงานมีความสำเร็จ ชีวิตสุขสบาย ซึ่งต่างกับเกษตรกร ทุกข์ยากลำบาก แต่มีทรัพย์ภายใน อันไหนจะมีคุณค่ากว่ากัน และสังคมยอมรับกว่ากัน พ่อท่านว่า… ถ้าตอบกันอย่างสัจธรรม ตอบกันอย่างเจาะทรัพย์แท้แล้ว ก็แน่นอนคุณก็ตอบได้ เพราะว่า เราสอนกัน บอกกัน แนะนำกัน ย้ำกันถึงความสำคัญ ทางด้านเศรษฐศาสตร์ก็ตาม ทางด้านสัจธรรมก็ตาม เราก็ได้พูดกันมาหลายนัยนะ ทุกข์ยากลำบาก เพราะปรารถนาโลกธรรม ตามกระแสสังคมปั่นหัว : เกษตรกรที่ทุกข์ยากลำบาก นี่แหละมันยาก มันลำบาก ที่ทุกข์ยากลำบาก ก็เพราะว่าเรื่องของลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขในโลก ในสังคมมันพาเป็น เป็นเหตุปัจจัยสำคัญด้วย มันก็เลยทำให้เกษตรกรนี่ทุกข์ยากลำบากไปหมด สังคมรู้ ผู้บริหารรู้นะว่า ถ้าขืนไปขึ้นราคา ให้ราคาของอาหารการกิน สิ่งจำเป็นของชีวิตมนุษย์นี่แพง เขายิ่งลำบากตายเลย บริหารประเทศชาติ บริหารสังคมแย่เลย ใช่ไหม มันแพงมันก็ยิ่งตายสิ เพราะฉะนั้น สิ่งฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยนั่น แพงก็ไม่กระไร นี่เป็นหลักสามัญ เพราะฉะนั้น คนบริหารเขารู้ เขาก็เลยต้องกดราคา เขายิ่งต้องให้ราคาถูกๆ แล้วซับซ้อน ให้เอาเปรียบเอารัดขึ้นไปอีกใหญ่โต ถูกแล้วยังไม่พอ ถูกเอาเปรียบเอารัดเข้าไปอีก เกษตรกรจึงลำบากลำบน แล้วเกษตรกรเองก็ไม่มีปัญญา นึกว่าไปได้เงินได้ทองนั่นแหละดี แล้วก็ตัวเองก็โง่ไปถูกเขาครอบงำ มอมเมาให้ไปหลงใหลได้ปลื้ม ต้องไปจ่าย ต้องไปสุรุ่ยสุร่าย ต้องไปเสียอะไรต่ออะไรที่โลกเขามอมเมาครอบงำ ก็เลยไม่มีตังค์พอใช้สิ รายได้ก็ยิ่งได้ค่า ค่าของเกษตรกรรมก็น้อยอยู่แล้ว ถูกอยู่แล้ว ก็ยิ่งไปหลงใหลตามโลกเขาไปอีก อะไรจะเหลือ ก็จนแสนจนอยู่นั่นแหละ จนแล้วก็ไม่มีทางออก เป็นเกษตรกรนี่แหละ เป็นคุณค่าอย่างยิ่ง : เพราะฉะนั้น สัจจะ จนก็ไม่มีปัญหา จนก็เป็นสุข ที่เรา(ชาวอโศก)ได้พยายามพิสูจน์กันแล้วนี่ มาจนก็ไม่เป็นปัญหา จนก็เป็นสุข แล้วเราก็รู้ความจริงว่า เป็นเกษตรกรนี่แหละเป็นบุญอย่างยิ่ง เป็นคุณค่าอย่างยิ่ง เราก็มาทำ เพราะฉะนั้น เกษตรกรนี่แหละ มีคุณค่ากว่า และสังคมยอมรับกว่ากัน อีกประเด็นหนึ่งว่า แล้วสังคมรับอันไหน ก็เขา สังคม สังคมรับไอ้สิ่งที่งมงาย สิ่งที่มอมเมา สิ่งที่เป็นค่านิยมโลกๆ ที่เขาครอบงำกันนะสิ คนรู้ไม่เท่า ไม่ทันเขา ก็ไปแย่งชิงอันนั้นนะ เพราะว่า คุณค่าของสังคมเขายกยอปอปั้น เขาก็ยกเชิดยกชูกันไปตามประสาที่เขาเข้าใจอย่างนั้น ซึ่งที่จริงเป็นความหลง และมันก็ทุกข์ยาก เพราะว่า ความเข้าใจที่ผิดสัจธรรม และไปเห็นสัจธรรมที่มันไม่น่ายกย่อง แต่ไปยกย่อง ไม่เห็นว่า น่าได้น่ามี กลับไปได้ไปมีไปแย่งไปชิง โลกจึงสับสน และทุกข์ร้อน เพราะมันผิดสัจธรรม แต่ถ้าเราเข้าใจแล้ว อย่างสังคมของพวกเราชาวอโศก เข้าใจมากขึ้นแล้ว เราไม่ทำอย่างนั้น ความทุกข์ร้อนในสังคมอย่างที่เราๆ เป็นอยู่ มันจึงไม่ทุกข์ร้อนนะ เพราะฉะนั้น ทรัพย์แท้อะไรที่ควระทำ อะไรที่ควรจะเป็น ผู้ที่รู้ ก็ย่อมแสวงหาสิ่งที่เป็นคุณค่า เป็นทรัพย์แท้ กีฬาเป็นยาผีเปรต พอกพูนกิเลส ทำคนให้เป็นควาย : ถาม : การเล่นกีฬา เป็นกิเลสใช่หรือไม่ พ่อท่านว่า.. ตอบกันกำปั้นเปรี้ยงเข้าไปเลย ยิ่งเอาปัจจุบันทันด่วนแล้ว “การเล่นกีฬาเป็นยาผีเปรต พอกพูนกิเลส ทำคนให้เป็นควาย” (แปลงเนื้อเพลง “กราวกีฬา” คนฟังหัวเราะ) เอาล่ะ ไม่ได้ไว้หน้ากันแล้วอีงวดนี้ เมื่อกี้นี้มีครูพละไปพูดว่า ผมก็ไม่อยากสอนแล้วครับ ก็ฟังสัจธรรมแล้ว ผมเป็นครูพละ ผมก็ไม่อยากสอนแล้ว อาตมาก็ไม่รู้สิ คุณก็พยายามดัดแปลงสิ อาตมาสมัยเป็นนักเรียน เวลาชั่วโมงพละนี่ ครูก็พาให้ออกกายบริหาร มีท่าเหมือนโยคะนี่แหละ ก็กายบริหารกระโดด ปิ๊ด-ปี้-ปิ๊ด มือแขนโน่นนี่โน่นนี่อะไรบ้าง ทำอันนี้แล้วเสร็จ นอกนั้นเวลาเหลือก็ไปทำสวนครัว ทำสวนครัวแข่งกัน ให้คะแนนนะ ครูให้คะแนนผลงานของสวนครัวด้วย เสร็จแล้วนอกจากทำสวนครัวก็หาเวลาไปบูรณะสะพาน ไปบูรณะถนน ไปทำคูคลอง ไปลอกคูลอกคลอง ทำเวลาชั่วโมงของพลศึกษา สมัยอาตมาเป็นนักเรียน อาตมาทำอย่างนั้น ได้ออกกำลัง และมีบายโปรดัก (By product) มีผลเกิด มีผลพลอยได้ที่ดีที่งาม แข่งขันกันก็ได้ ครูให้คะแนนอยู่ แข่งขันกัน ใครทำได้ดี ใครทำได้สูง ใครทำได้สำเร็จดีมีคุณภาพ มีอะไรต่างๆ นานาพวกนี้อ่ะ ได้ แต่สมัยนี้ไปหมดแล้ว แต่ก่อนนี้ เตะฟุตบอลนี่แหละ เก็บเงินไม่ได้หรอก ไม่มีใครไปดูหรอก เก็บเงินอ่ะ เตะบอล อ่ะ แข่งบอลแข่งเบินกัน นี่โอ้โห! มีคนไปดูนี่มีเกียรติ ไปเชิญเขา ไปของ้อไปดูหน่อยน้า ไปเชียร์หน่อยน้า เดี๋ยวนี้ เสียเงินเข้าไปดู วิธีการของเขา มอมเมา เขาปลุกเร้าให้คนไปติด ให้คนไปหลงใหล ให้คนไปมัน(เมาสะใจ) ไปอร่อยอะไรต่ออะไรต่างๆ นานา สารพัดสารเพ จนคนนั่นงมงาย ติดลงไปอย่างยิ่งเลย เสียเงินเท่าไหร่ก็ไปดู ยิ่งคู่ที่ว่ามัน แหม! ฝีมือระยับเลยนะ แหม! หมัดเด็ดอย่างโน้นอย่างนี้อีก มัน อะไรอย่างนี้ แล้วมันก็มีอุปาทานเข้าไปหมด ส่วนนักกีฬา อาตมาบอกแล้วว่า นักกีฬาในระดับอาชีพนี่นะ สุขภาพแย่ทุกคน แย่ทุกคน ปลายมือแย่ทั้งนั้นน่ะ แคสเซียสเคลย์ (นักมวย) เป็นไง ทุกวันนี้ ก็เหมือนคนพิการนั้นเอง หลายคน ดังๆใหญ่ๆ ได้เงินได้ทองมา นักมง นักมวย “แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์” เดี๋ยวนี้ก็เป็นไง ตาก็บอดหมดแล้ว ใครต่อใครพิการทั้งนั้นนะ “โผน กิ่งเพชร” ก็ตายอายุไม่ยืนเท่าไหร่ ใครอีกล่ะ หลายคนน่ะ เยอะแยะ ส่วนมากอ่ะนะ อาจจะมีบ้าง แต่ส่วนน้อยนะที่รอดมาได้ เป็นนักกีฬา เป็นนักกีฬาอะไรก็ตาม ฟุตบอลก็ตาม มวยก็ตาม ยิ่งมวยนี่ยิ่งชัดใหญ่เลย เสร็จแล้ว โอ้โห! ราคามันมอมเมากัน ราคามันจะขนาดไหน มันแทง(พนัน) เอ๊ย มันชกกันทีหนึ่ง ยิ่งรุ่นหนักๆ นี่ โอ้โห ! เป็นพันล้าน จุ๊ย์ จุ๊ย์ นี่มันเรื่องของธุรกิจ เรื่องสร้างอะไรกันขึ้นมา อาตมาก็พูดรณรงค์ เขาก็ไม่ฟัง แล้วก็หาว่าเรานี่มันมาขวาง ขวางโลกเขา มนุษย์ขวางโลก ใช่ เรามนุษย์ขวางโลก เพราะเรามนุษย์โลกุตระนี่นะ เขาพูดถูกของเขา เราขวางโลกแน่ เพราะโลกมันไม่เข้าท่า โลกมันพาไปหาทุกข์นี่ (จากคำถาม)บอกว่า การกีฬาเป็นกิเลสใช่หรือไม่ ขอให้อธิบายด้วย ก็เชิงอธิบาย อธิบายไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่เกินเลย มันเป็นเรื่องไม่ดี อาตมาพูดมาแล้ว แต่เป็นเทปเก่าๆ (เทปบันทึกเสียง) หรือจะเอาแม้แต่ในหนังสือแสงสูญ รวมรวมเรื่องของกีฬานี่เอาไว้ เป็นเรื่องไม่ดีอย่างไร วิเคราะห์วิจัยเอาบทความเรื่องหลักฐานโน่นนี่ อะไรต่ออะไรมาเยอะ ก็ไม่มีใครจะมากล้าย้อนแย้ง โต้แย้ง โต้ต้านอะไรเท่าไหร่หรอกนะ เขาไม่กล้า เพราะว่ามันจริง เราพูดนี่มันจริง แต่เขาก็ทำเป็นแซว ทำเป็นยั่วๆ เราเหมือนกันนะ ว่าเรานี่มันบ้า ขวางโลกทำไม ก็เขาเป็นกันอย่างนี้ แต่พูดถึงเหตุผล ที่จริงเขาก็จำนนนะ อนุโลมให้เขาได้เล่นกีฬาบ้าง แต่เล่นอย่างอริยะ : ถาม : การเล่นกีฬาแบบอริยะมีหรือไม่ ถ้ามี เล่นอย่างไร โปรดอธิบาย พ่อท่านว่า… (พ่อท่านหัวเราะ) การเล่นกีฬาอย่างอริยะ ก็ให้มันได้เกิดกีฬา ที่จริงมันแปลว่าการละเล่น คำว่ากีฬา นี่ภาษาบาลี กีฬานี่แหละ มันแปลว่าการละเล่น มันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วบอกว่าเรื่องจริง อริยะ เอ้า! ก็เรื่องอริยะมันต้องเรื่องจริงสิ เรื่องจริง ไม่ใช่อริยะนะการนี่เป็นการเล่น ไม่ใช่การจริง แล้วมันจะเป็นอริยะตรงไหนล่ะ เอาล่ะ ความฉลาด ก็เอาความฉลาดมาประกอบบ้าง เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อว่าเราจำเป็นที่จะอนุโลมสำหรับคนที่เขาติดกีฬาอยู่บ้าง อาศัยกีฬาเป็นฐานอาศัย เหมือนกะคนติดฝิ่น ต้องเอาให้สูบนิดหน่อย ประเดี๋ยวมันจะลงแดงตาย อะไรอย่างนี้เป็นต้น เราก็ให้เขาบ้าง หรือจะกายบริหาร จะออกกำลัง เพราะไม่มีเวลา เพราะว่ามีโอกาสอะไรต่างๆ นานา ก็เป็นกีฬา หรือไปเป็นการที่กระทำอย่างนั้น เพื่อให้เกิดการบริหารร่างกาย นั่นก็ได้ ก็แค่นั้นแหละ ถ้าจะให้มันเรียกว่าอริยะ กีฬาอริยะ ก็เป็นกีฬาโยคะ กีฬากายบริหาร กีฬาอะไรที่มีผลพลอยได้ที่ดีๆ ขึ้นมาก็ได้ อ่ะ! อย่างนั้นเรียกว่ากีฬาอริยะ อย่าให้มันเสื่อมเสีย ให้มันเสียทั้งสุขภาพกาย และก็เสียทั้ง ที่จริงสุขภาพจิตก็เสียนะ เพราะว่าโง่ลง โง่ลง กีฬาที่เขาเล่น มันโง่ มันถูกมอมเมา มันติดยึดเอร็ดอร่อยอะไรมากเกินไป แล้วมันก็หลงใหลอะไรไปอย่างนั้นนะ ดีไม่ดี ก็เลยยึดติดกันหนักๆ ถือฟาก ถือข้าง ถือฝ่าย ไปเตะกันต่อยกัน ฆ่ากัน แย่งเอาชนะคะคานกัน โอ๊ ! อภิมหาเละ

ดูหนังดูละครแบบอริยะ : ถาม : การดูหนัง ดูวิดีโอ ดูแบบอริยะ ดูอย่างไร พ่อท่านว่า… แหม คนนี้นี่ถาม (พ่อท่านหัวเราะ) ดูหนัง ดูวิดีโอ ดูแบบอริยะ ก็คือดูอย่างเป็นคนมีปัญญา ดูอย่างเข้าใจ เรามีหนังวิดีโอให้ดูกันอยู่ในวัดในวานี่ก็มีนะ อย่างที่ปฐมฯ อย่างที่สันติฯ นี่มีเป็นประจำ ดู ก็ทุกวันนี้นี่ พอเวลาจะฉายวิดีโอตอนเย็นนี่นะ มีเรื่องนั่นเรื่องนี่ บอก ก็ไม่เห็นใครมาดูกัน ก็จำนวน บางทีมาดู แล้วเรื่องนี้ เฮ้อ! ไม่น่าสนเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นมาดูอะไร บางทีประกาศให้มาดู ไม่ค่อยมีมาเลย ก็จะไม่คุ้มค่าไฟ (พ่อท่านหัวเราะ) เอาไปเอามานะ มันก็ไม่อะไรเท่าไหร่ ไม่ได้ไปตามใจ กำหนดให้ดูนี่ คุณจะมาเลือกดูเองไม่ได้อ่ะให้คุณ เลือกให้คุณดู ไม่ใช่มาเอาใจคุณ แล้วก็ดูให้มันเป็นประโยชน์เท่าที่เป็นไปได้นะ เราก็ประมาณ อย่างอาตมานี่เซ็นเซอร์(censor ตรวจสอบความเหมาะสม) ก็ประมาณว่า กาละนี้ อย่างนี้ ขนาดนี้ อันนี้ได้พอเหมาะพอดี ก็เอา ก็ให้ดู ทีนี้ หลักการในการดู จะเป็นวิดีโอเรื่องราว เป็นวิดีโอที่ได้รับเซ็นเซอร์แล้วว่าเป็นเรื่องเป็นราว ไอ้สารคดีไม่มีอะไรมาก สารคดีที่ดี อย่างสารคดีเมื่อเช้านี้ก็เกินไป สารคดีเรื่องเอดส์ เมื่อเช้านี้ อาตมาเซ็นเซอร์แล้วไม่ให้ผ่าน เพราะว่ามัน มันจะเสียหายทางจิต คือจิตมันจะเกิดกลัวเกินไป เพราะว่าเขาชี้ เขาบอก ประเดี๋ยวน๊า นี่อาการเริ่มแรกจะเป็นอย่างนี้ ถ้ามีอาการอย่างนี้แล้วก็ เดี๋ยวผวากันใหญ่เลย แล้วมันเป็นได้ อาการออกมาคล้ายๆ กันนี่ มันจะมีนะ เป็นอย่างโน้นบ้างอย่างนี้บ้าง เป็นผื่น เป็นแดง เป็นโน่นเป็นนี่ หรือมีอาการไม่อยากกินข้าว มีโน่นมีนี่อะไรต่างๆ ท้องเดิน ท้องร่วงอะไรแล้ว แต่มันมี เขาบอกอาการไว้ละเอียดเลย ในระยะเริ่มแรกจะเป็นอย่างนั้น ประเดี๋ยวเถอะ เริ่มแรกมันก็ไม่ใช่ คนฟังว่า… เอดส์เทียม พ่อท่านว่า… เอ้อ ! เอดส์เทียม ประเดี๋ยวก็จะผวาเป็นเอดส์กัน แล้วก็เป็นพิษทางใจทางนี้ ซึ่งอาตมาว่าไม่ดี เพราะว่า เขาสื่อชัดเกินไป สื่อกัน มันโป๊นะ พูดในลักษณะอีกอย่างหนึ่งว่า นี่แหละมันโป๊ คือมันสื่อชัดเกินไป สื่อกันจนเลยขนาด ซึ่งคนที่จิตหรือปัญญา จิตอ่อน ปัญญายังไม่ถึงนี่ มันไปไม่รอด มันเป็นผลเสียไปอีกทางหนึ่ง อาตมาก็เลยไม่ให้ดู บอกว่า เอาล่ะ เอาภาพนิ่ง เอาโปสเตอร์ เอาอะไรนี่พูดกัน บรรยายกันพอสมควร ไม่ให้มันจริงจัง ขึงขัง จนกระทั่งเห็นรูป เห็นภาพ เห็นสีเห็นไอ้โน่นนี่เกินไปนัก อันนี้อย่าเอา เอาแค่นี้ เพราะฉะนั้น เมื่อเช้านี้ อย่างสารคดี สารคดีน้อยที่จะเซ็นเซอร์ นั่นน้อย ไอ้ที่มันจัดเกินไป บางทีอย่างว่า อย่างที่ไม่ให้ดู นอกนั้น ถ้าจะเป็นเรื่องเป็นราว เป็นนิยาย เป็นเรื่องโน่นเรื่องนี่อะไรต่ออะไร อาตมาให้ ให้ดู แล้วให้ตั้งใจดูให้เห็นว่า เรื่องราว หรือว่า เป็นหนัง เป็นละครอะไรที่เขาฉายนี่ จะมีหลักการในการดู 4 ชนิด 4 หลัก โดยหลักการ (พ่อท่านหัวเราะ) เดี๋ยวกลับไปสันติอโศก ไปดู อย่างปฐมอโศกนี่ เขาฮิตกันแล้วโดยหลักการนี่ อย่างเห็นได้ ว่าสิกขมาตปลูกบุญนี่ มาจากปฐมอโศก พูดไปอย่างกับเป็นจริงเลยนะ พูดไปออกมาเลย โดยหลักการ อ้า ! ติดอย่างนั้นนะ แล้วมันก็เหมือนกับเขาไม่ได้เจตนานะ อาตมายังเจตนานะ พูดแล้วมันก็เลยดูมันไม่ขำเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าไม่เจตนานี่มันดูขำ (พ่อท่านหัวเราะ) แล้วพูดบ่อยๆ ซะด้วยนะ อะไรนิดอะไรหน่อย ก็โดยหลักการ แน่! หลักการ 4 ข้อ ในการดูหนังดูละครให้เกิดประโยชน์ : มีหลักการอยู่ 4 มันคล้องจองกัน อาตมาตั้งใจที่จะพยายามใช้คำนี่ให้คล้องจอง การดูเพื่อให้เกิดประโยชน์ เป็นโสตทัศนะศึกษา ในการดูเรื่องราว ดูหนัง ดูละคร ดูอะไรพวกนี้ 1. ให้เกิดอริยญาณ ดูแล้วให้เกิดอริยญาณ ให้เกิดอย่างไร เราจะทำจิตใจโน้มน้อมจิตอย่างไร ดูแล้วจะต้องพยายามดูให้เข้าใจ เห็นทุกข์อริยสัจ เห็นเหตุคือสมุทัยของ ก็คือกิเลสตัณหา มันเกิดจากกิเลสตัณหา ความโลภ ความโกรธ อาฆาต เคียดแค้น รัก โลภ โกรธ หลงนี่แหละเป็นตัวหลัก ตัวเหตุ เห็นให้ได้ว่า โอ้ย! ไอ้พวกนี้ มันเป็นเหตุจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องราวที่ทุกข์นะ นั่นแหละเป็นทุกข์อริยสัจทุกเรื่อง ทุกเรื่อง ดูเรื่องไหน ก็จะเห็นอริยสัจข้อหนึ่งนี่จริงๆ เลย มันเป็นทุกข์ ดูไปเถอะเรื่องไหน จะลงเอยด้วย Happy ending หรือไม่ Happy อะไรก็ตามแต่ ดูทั้งเรื่องไปแล้ว มันเป็นเรื่องของทุกข์ทั้งนั้นเลย นี่เป็นข้อแรก คุณยิ่งดู ไม่ใช่ชีวิตของเราไปผ่านนะ แต่เขาผ่าน บางเรื่องจะคล้ายๆ กับเรา แหม! เสร็จแล้ว โอ๊ย เขาไป เขาไปอย่างนี้แล้ว เรายังไม่ไปถึงนั่นเลย อุตริถอยหลังทัน ว่า โอ๋ย! เราไปแล้ว มันจะไปอย่างนั้นเหรอ ตายหละหวา มันจะได้ถอยหลังทัน หรือแม้ว่าเราจะเพียงเริ่มคิด โอ๊ย ! ถ้าไป แล้วมันจะไปอย่างนั้นเหรอ อ้าว ! รีบอย่า อย่าเชียว ถ้าเห็นทุกข์แล้ว มันก็จะไม่กล้าเดินหน้า แต่ถ้าดูแล้ว ก็บอก อู๊ย ! ดีจังเลย แหม น่าเป็นอย่างนั้นจังเลย น่าอย่างนี้จังเลย มันดีจังเลย ไปล่ะ ทีนี้ยุ่งล่ะ เพราะฉะนั้น ดูให้เห็นทุกข์อริยสัจ ยิ่งเห็นเหตุแห่งทุกข์ได้ยิ่งดี นี่เป็นข้อแรก 2. ทำการปฏิบัติ ในขณะดูนี่ ปัจจุบันธรรม 1 ให้เกิดอริยญาณ 2 ทำการปฏิบัติ มี สติปัฏฐาน 4 มี สัมมัปปธาน 4 มีสังวรปธาน มีปหานปธาน ดูไปก็ฆ่ากิเลสไปด้วย มันที่จะจูงดึงเราไป อู้ฮูย! เราจะไปคล้อยตาม แหม รักหวานชื่นไปแล้วนะ แหม บู๊สะใจไปตามการบู๊ การแก้แค้นการอะไร ยั้งใจ รู้ตัวมีสติ อ่านจิตเราออก เราจะถูกเขาโน้มน้อมใจย้อมไปเห็นดีเห็นชอบ ตามรัก ตามโลภ ตามโกรธกับเขาแล้วนะ เห็นให้ชัด แล้วได้ปฏิบัติในขณะนั้น ขณะนั้น ทันทีทันใด ทันทีทันใด ทำการปฏิบัติในการดู เพราะฉะนั้น ต้องมีสติสัมปชัญญะ ดูให้ดี ทำการปฏิบัติไปด้วย เป็นแบบฝึกหัดจริงๆ เลย ขนาดหนังคุณยังเกิดรส เกิดเห็นตาม คล้อยตาม เกิดหลงใหลได้ปลื้มตามขนาดนี้ ถ้าเป็นเรื่องจริง เป็นยังไงล่ะ จมกับจมเท่านั้นเอง จะไปเหลืออะไร ขนาดไม่ใช่เรื่องจริง ก็รู้อยู่ว่าดูหนัง ก็ยังเป็นอย่างนั้นได้ เพราะฉะนั้น เราก็จะรู้ เราจะรู้ตัวว่าเราจะมีจิตอ่อนแอ หรือแข็งแรงขนาดไหน 3. อัดพลังกุศล ที่เราไม่เจริญทุกวันนี้นี่ เรายังไม่ซาบซึ้งต่อกุศลธรรมทั้งหลาย เพราะฉะนั้น กุศลธรรม แม้แต่ทางโลก ซาบซึ้งในคุณค่า ธรรมดา มีเมตตา น่าซาบซึ้ง โอ๊ ! เขามีความอดทน น่าซาบซึ้งนะ มีการเสียสละ น่าซาบซึ้งนะ มีอะไรๆ ที่น่าซาบซึ้ง กตัญญูกตเวทีที่น่าซาบซึ้งนะ อะไรพวกนี้ เป็นต้น พลังกุศลพวกนี้ประทับใจเข้าไว้ เราจะได้มีพลังในการที่จะยังกุศลให้ถึงพร้อมได้มากๆ มากๆ ๆ ๆ มันมีแต่ละเรื่องแต่ละราวที่ในหนัง หนังที่มันดีๆ มันมีนะ มีนัยที่จะทำให้เราเห็นกุศลต่างๆ มันน่าเอาอย่าง เช่น โอ๊! ไอ้นี่ เราเป็นไม่ถึงเขาเลยนะ แหม! มันน่าประทับใจนะ เขามีอย่างนี้ โอ้โฮ! น่าปลาบปลื้ม น่าประทับใจ อัดพลังกุศล 4. ฝึกฝนโลกวิทู โลกวิทู หรือว่าพหูสูต หมายความว่า เราดูหนังดูละครนี้ เราก็รู้โลกเขา รู้โลกกว้าง พหูสูต มีความรู้มากๆๆๆ ขึ้นไปตาม โอ๊! โลกเขาเป็นอย่างนี้ โลกีย์ก็เป็นอย่างนี้ หลายอย่างเราไม่มีสิทธิ์เลยในชีวิตนี้ที่เราจะไปเป็นอย่างนั้น ไปถึงอย่างนั้น ไม่อ่ะ เราไม่ถึงอ่ะ โอ้โห! มันบ้าๆ บอๆ ดี ไม่ว่าด้านรัก ด้านโลภ ด้านโกรธ ด้านหลง มันไปถึงขนาดเราไม่มีสิทธิ์จะได้ไปซอกแซกถึงขนาดนั้นเลย นั่นแหละโลกวิทูต่างๆ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้น อย่างเรื่องเจ้าพ่อ เห็นไหม ตอนนี้เมืองไทยกำลัง โอ้โฮ! เขาเปิดเผยออกมา เหมือนกัน เหมือนกันเลยกับในหนังจีน เห็นไหม เหมียนกันเลย (พ่อท่านหัวเราะ) โอ้โฮ! นั่นหละ ตามล้างตามผลาญกัน แล้วหากินด้วยวิธีที่จะได้มาอย่างไร อะไรต่ออะไร สร้างอิทธิพล อิทธิฤทธิ์ อำนาจอย่างโน้นอย่างนี้ มีอะไรต่ออะไร เห็นไหม แหม มันเหมือนเล่นเล่ห์ เล่นชั้นเชิง แล้วเป็นอยู่อย่างไร โอ้โฮ! เหมือนกันเลย นะ เราจะรู้โลกกว้าง เป็นโลกวิทู เป็นพหูสูตต่างๆ นานา อย่างนั้นจริงๆ ถ้าเราดูแล้ว เราไม่เป็นทาส เราไม่ตกเป็นผู้ที่ถูกครอบงำหรือมอมเมา เราก็จะได้ประโยชน์อย่างนี้ เป็นต้นนะ อันนี้ ก็ขยายความให้ดู หลายๆ คนไม่ได้ยินได้ฟังนัก แต่ส่วนผู้อยู่ใกล้อยู่ชิดนี่ เรื่องเหล่านี้ อาตมานำพามาหลายปีแล้ว สอนมาให้มีอาวุธคุ้มภัย มีภูมิคุ้มกันในการแม้จะดู ถ้าเราดูอย่างแพ้ เรียกว่ามหรสพ ถ้าเราดูอย่างชนะเรียกว่า โสตทัศนะศึกษา นะ (พ่อท่านสุ่มหยิบกระดาษคำถามใบต่อไป) อ้าว! หยิบขึ้นมาเลย ไม่ได้คนอีกแล้ว เอาเถอะ หยิบแล้วๆ ไป ได้คนใหม่

ถาม : ผีปอบ มีจริงไหม ถาม : ว่าด้วยเรื่องผีๆ ลูกอยู่บ้านนอก ที่นี่มีผีปอบ (เขาว่า) มันชอบกินเขียดกบดิบๆ แล้วก็คนด้วย คนอ่อนแอและเด็กเพิ่งคลอด และชอบออกหากินกลางคืน จะมีดวงไฟขนาดเท่าตะเกียงขึ้นที่หน้าผาก ถ้ามีคนเห็น มันจะแปลงร่างเป็นหมาใหญ่ และลิงตัวโตๆ ด้วย พ่อท่านว่ามีจริงไหมคะ พ่อท่านว่า… ผีอย่างนี้ เราเรียกว่า “ผีหลอก” ไม่ใช่ผีจริง มีจริงไหม มี เขาหลอกกันจริงๆ จริงไหม ไม่จริงเพราะมันหลอก (คนฟังหัวเราะ) แล้วมีจริงไหม มีจริง เพราะมันหลอกกันจริงๆ มีอยู่ ไม่ต้องวนนะ ฟังดีๆ ฟังให้ชัด ทีนี้ คนที่เชื่อจริงๆ ว่า ไปหลงถูกเขาหลอกแล้ว ก็หลงตามเขาว่ามันจริง มันก็มีอุปาทาน ไอ้อุปาทานนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นนะคุณ (ลูก)ตานี่สามารถมองสิ่งที่ไม่เห็นนี่ เห็นได้ อาตมาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ นี่ก็เล่ามาซ้ำซาก อาตมาเคยเล่นสะกดจิต สะกดจิตคุณ เสร็จแล้วอยู่ในอำนาจนี่ พิสูจน์จิตคุณนี่ พอสะกดจิตคุณเสร็จแล้ว เราก็สั่งเลย ให้คุณเห็นสิ่งที่ไม่มี มี (เช่น) ตรงนี้ไม่มีเสือ แล้วบอก เอ้า ลืมตามานะ นี่เราจะพาไปป่านะ นี่มีเสือตัวใหญ่น่ากลัวเลย เดี๋ยวเห็นเสือแล้วตั้งใจดีๆ นะ เอ้า ลืมตาขึ้นมา เห็นเสือจริงๆ วิ่งเลย ตามจับกันจะแทบตาย ไม่มีเสือหรอก เห็นเสือ หรือสิ่งที่มีบนโต๊ะนี่ เอ้า บนนี้ไม่มีอะไรนะ เอ้า ลืมตาออกมา เขาจะไม่เห็นอะไรเลยบนโต๊ะนี่ แล้วเราก็พิสูจน์ เอ้า ลองเอามือควานดูซิ ไม่เชื่อ ก็บอกเขานะ แต่เขาไม่รู้สึกหรอก แต่ที่จริง มีอะไรอยู่ในนั้น เขาก็ควาน ควานปั๊บ จะชนเลย ชนของบนโต๊ะ เพราะถ้าเขาเห็นเขาจะไม่ชนใช่ไหม นี่เขาไม่เห็น เขาจะต้องชน เอาของวางไว้ใกล้ๆ มือเขา อะไรอย่างนี้ บอก เอาลองซิ ไม่เชื่อก็ควานดูซิ เราจะรู้ว่าคนที่ยื่นมือไปนี่ รู้ว่าของอยู่ข้างหน้าเรามีหรือไม่มี คนที่รู้ว่า มีนี่กับคนที่รู้ว่าไม่มีนี่มันต่างกัน เราพิสูจน์ได้เลย ว่าคนนี้ไม่เห็นของบนนั้นจริงๆ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน