571022_เอื้อไออุ่นศรีโคตรบูรณ์อโศก โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
571022_ เอื้อไออุ่นศรีโคตรบูรณ์อโศก โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์
พ่อครูว่า … วันนี้ วันที่ 22 ตุลาคม 2557 ที่ ศรีโคตรบูรณ์อโศก ตอนนี้อาตมานั่งอยู่ในศาลาชุมชนศรีโคตรบูรณ์อโศก เป็นรายการเอื้อไออุ่น (พ่อครูเทศน์เป็นภาษาอีสาน) มาร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา ใครจะมาเปิดใจ ถามไถ่ก็มา
ที่นี่เป็นชุมชนชาวอโศกมาตั้งแต่ พศ. 2540 มาถึงปีนี้ก็เป็นเวลา 17 ปี มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ มีด้านหนึ่งของชุมชนเป็นอ่างเก็บน้ำ ยาวตั้ง 6 กม. กว้างไม่ถึง กม. เป็นบึงกักเก็บน้ำเป็นฝายน้ำล้น น้ำที่นี่มีตลอดปีตลอดชาติ ก็เลยโชคดี อาณาบริเวณสระน้ำที่กว้างตั้ง 6 กม. นี่ไม่ต้องกลัวเน่า สระกว้างถูกแดดเปรี้ยงๆ พอตกเย็น น้ำจะร้อนจากผิวหน้าไปประมาณ 1 ศอก ตกดึกถึงเย็น มีปลาตัวใหญ่อยู่ในนี้ มีปลาที่เขาสงวนเช่นปลาบึก มีปลาจีนตัวใหญ่ ใหญ่จนคนไปพายเรือไม่กล้าพายเพราะปลาใหญ่มาหนุนเรือ เขาบอกว่ามีเจ้าที่เจ้าน้ำ บางทีเขาไม่รู้ความจริง ปลามันตัวใหญ่จริงๆ บางตัวหนัก 200 กก. เป็นปลาบึก ก็เป็นปลาอนุรักษ์ ทางการเขาไม่ให้จับ
สระน้ำนี้เกิดแต่ปี 2520 ทางการจัดทำฝายน้ำล้น ก็มีน้ำมาตั้งแต่บัดนั้น ก็มีน้ำมาทำไร่ ทำสวนอุดมสมบูรณ์ ที่นี่เลี้ยงตนเองได้ ทำเห็ดไร้สารพิษขาย ที่นี่ไม่ใช่มีแต่เห็ดที่เราสร้างเองนะ เห็ดแท้ๆ ที่ขึ้นในป่าของที่นี่เอง คนที่นี่พอหน้าเห็ดออกก็ไม่กินเห็ดของตนเองสร้าง แต่กินเห็ดในธรรมชาติดีกว่า มันจะมีเห็ดระโงก เราสร้างเห็ดระโงกยังไม่ได้ เห็ดปลวก หรือเห็ดโคนก็ยังสร้างไม่ได้ เห็ดเผาะยังไม่มี มีเห็ดหน้าแดง มันมีอยู่มีกินอุดมสมบูรณ์อยู่กับธรรมชาติ
ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่บอกว่า เอาไว้ทำไมป่านี่มันไม่มีประโยชน์ อาตมาก็ว่าเจ้าหน้าที่พูดอย่างนี้ทำไม เขาอนุรักษ์ป่ากันนะ ที่นี่ก็เลยบอกว่าเราอบรมคน ให้รู้ว่าป่าเป็นอย่างไร
อ่านต่อ
มีเชื้อราเราเอามาทำประโยชน์ นอกนั้นก็มีบ้านเรือน มีโรงปุ๋ย มีโรงทำน้ำดื่ม เราทำเลี้ยงชุมชนได้
หลักการของชุมชนชาวอโศกคือ 1 . ไม่เป็นหนี้ 2 .พึ่งตนเองรอด จะสร้างสรรผลิตสิ่งที่กินได้หรืออุปโภคบริโภค ส ิ่ งมอมเมาส ิ่ งเฟ้อสิ่งเกินเราไม่ทำ ส ิ่ งประเทืองสิ่งฉาบฉวยเราไม่ทำ เราทำน้ำขาย เห็ดขาย ข้าวทำกินเอง นอกนั้นก็ปลูกผักพืชสาธิตให้ดูว่าเราทำแบบไร้สารพิษได้ งอกงามได้ ทำไมจะไม่งอกงาม ก็เรามีปุ๋ยงอกงามอยู่แล้ว มีสัมมาอาชีพเลี้ยงชีพรอด ยังไงเราก็มีกิน ไม่มีเงินสักบาทข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างสร้างเอาเอง 3 .ทำให้เหลือกินเหลือใช้ 4 .แจกจ่าย หรือขายขาดทุน เราทำแบบในหลวงขาดทุนคือกำไร ซึ่งคนเขาคิดตื้นๆ ว่าขายขาดทุนจะหมดตัวอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ เพราะเราขายต่ำกว่าราคาตลาด เราลดค่าแรงงานของเรา เพราะการคิดต้นทุนเขาคิดค่าแรงงานตามอัตราขั้นต่ำ เราก็คิดค่าแรงเหมือนสังคม พอหักค่าแรงงานออก ค่าแรงงานสามร้อย เราเอาแค่สองร้อยหรือร้อยเดียว แล้วเราทำหลายคนก็ลดได้เยอะ แล้วเรากินใช้แต่ส ิ่ งจำเป็นไม่ฟุ้งเฟ้อก็เลยมีเหลือ
เราไม่ได้ขูดรีดหากำไรจากภายนอก แม้ขาดทุนให้สังคมก็ยังมีส่วนเกินที่เหลืออีก เพราะมีค่าแรงที่เราเอามาหมุนเวียนใช้ในสังคมอยู่อีก เราไม่มุ่งหมายเอากำไรขูดรีด อย่างทุนนิยม ที่เขาได้ฉายาว่า ทุนนิยมสามานย์ เกิดจากกิเลสขี้โลภ และคอรัปชั่น และ คสช.ก็จะปราบคอรัปชั่น ขอพูดเลยว่า ไม่สำเร็จ ถ้าไม่มีการศึกษาที่ลดกิเลส ไม่มีทฤษฎีหลักการของพระพุทธเจ้าที่ถูกต้องแล้วลดกิเลสได้ ก็ไม่สำเร็จ แม้จะมีกฎหมายวิธีการอย่างไรก็ไม่สำเร็จ
เพราะคนมีฉลาดขี้โกง หาช่องคอรัปชั่นได้ทุกทีไป จะได้ระยะหนึ่ง ช่วงต้นที่สู้พอได้ แต่ต่อไปความฉลาดของคนกับกิเลสมันร่วมมือกัน จนเราปราบไม่สำเร็จ ตราบใดที่ไม่ศึกษาลดกิเลสจริงไม่สำเร็จ เชื่อเถอะสูตรที่ลดกิเลสดีที่สุด ของพระพุทธเจ้าดีที่สุด ในฐานะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธส่วนใหญ่ก็ต้องพูดอันนี้
ขออภัยที่ต้องอ้างอิงถึงชาวอโศก เพราะเราทำมาจนมั่นใจ เราพิสูจน์ตนเองยืนยันว่าพวกเรามาลด ละ มักน้อยสันโดษ ยืนยันว่ามาขาดทุนให้แก่สังคมได้จริง หรือที่ในหลวงว่า แบบคนจน ทำให้เราเข้าใจพระปัญญาธิคุณของในหลวง ว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดาเป็นอาริยบุคคล มาบริหารบ้านเมือง แต่คนที่รับสนองพระราชดำรัสเอาออกมาทำไม่ได้ มาทำให้เกิดสังคมแบบคนจนไม่ได้ มาทำให้คนไทยมาขาดทุนให้แก่สังคมโลกไม่ได้
ถ้าเมืองไทยทำสำเร็จตามในหลวงว่า " เราเลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำได้ ต้องทำ " แบบคนจน " เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่..ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก ก็ จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก้าวหน้า จ ะ มี แ ต่ถ อ ย ห ลั ง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเริ่มมีการบริหารที่เรียกว่า " แบบคนจน " แบบที่ไม่ติดกับตํารามากเกินไป ทําอย่างมีสามัคคีนี่แหละ คือ เมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป... "
พ่อครูว่า … ที่เอาออกมาให้ดูคืออยากให้คนมาศึกษาค้นคว้า ว่าไม่ใช่เรื่องพูดลอยๆ ทำไม่ได้ พูดเอาโก้ แต่ทำได้อย่างยืนนาน ยั่งยืนด้วย อย่างชาวอโศกเราทำได้เป็นรูปธรรม แต่ละคนลด ละ มาได้ อยู่ในชุมชน แต่ละคนก็พยายามปฏิบัติลด ละ เป็นสาธารณโภคี อโศกเราทำได้ คือแต่ละชุมชน หรือโศกทั้งหมด เป็นสาธารณโภคีทั้งหมด อยู่อย่างเครือแห อย่างที่ดินก็เป็นของส่วนกลาง แค่ละคนมีสิทธิ์มาอยู่ได้จนตาย ช่วยกันทำมาหากิน รายได้เข้าส่วนกลางไม่เอาเข้าส่วนตัว ถ้าจะทำส่วนตัวก็ทำที่อื่นแต่ในนี้คนเสียภาษี ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้คอมมิวนิสต์เขาจะบังคับก็ทำให้คนเสียภาษีเต็มร้อยไม่ได้ แต่ของพระพุทธเจ้านี่ทำได้ เป็นคอมมูนเหนือคอมมูน เหนือกว่าคอมมิวนิสต์หรือคิปบุช แล้วคนที่มาที่นี่เสียภาษีเต็มอย่างยินดีด้วย ถ้าไม่เต็มใจไม่ยินดีก็ไปทำข้างนอก แต่ถ้ามาอยู่ที่นี่ก็ทำเสียภาษีเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นประสิทธิภาพของทฤษฎีพระพุทธเจ้า
คนเข้าใจหลักเกณฑ์ของสังคม มาอยู่ที่นี่ก็เป็นคนเช่นนี้ปฏิบัติเช่นนี้ ทุกคนมาช่วยงาน รายได้เอาเข้าส่วนกลางหมด จะว่าเป็นลัทธิใหม่ก็ไม่ใช่ แต่พระพุทธเจ้าทำมาก่อน แต่ยุคพระพุทธเจ้าไม่ได้ทำในประชาชน เพราะประชาชนเป็นของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นสมบูรณา ญ าสิทธิราช พระพุทธเจ้าท่านก็ตั้งกรอบธรรมนูญของท่าน มาบวชกับท่าน แล้วถือหลัก ศีลธรรมนูญเป็นจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เป็นธรรมนูญ ไปไหนๆ ท่านก็ประกาศอันนี้ ท่านเป็นรัฐอิสระ ใครมาเข้ารีตหรือใช้ธรรมนูญนี้ ไม่ว่าจะพระเจ้าแผ่นดินแคว้นไหนๆ ใหญ่หรือเล็กก็ตามที แต่พระพุทธเจ้าท่านประกาศที่ไหนใครมาเข้ารีต พระเจ้าแผ่นดินที่ไหนๆ ก็ยกให้หมด ท่านไม่ได้รบกวนใคร คนเชื่อมั่น เหมือนนักบวชชาวอโศกที่ถือศีลธรรมนูญ
ฆราวาสชาวอโศกถือศีลอย่างต่ำคือศีล 5 และสังคมก็ยอมรับว่าไม่เป็นพิษภัย ก็เลยอยู่ได้อย่างอิสระในสังคมนี้ มีแต่ประโยชน์ต่อสังคม เขาเจ้าใจกันแล้ว ทุกคนมีสิทธิ์มาเอาได้ ไม่ใช่ยุคโบราณ เป็นยุคประชาธิปไตยแล้ว เปิดกว้าง จึงเกิดหมู่กลุ่มสังคมชาวอโศก มีหลักเศรษฐศาสตร์ การเมือง การเมืองเราไม่ฆ่าสัตว์ก็ไม่ฆ่าคนแน่นอน อยู่มา 44 ปี แล้วที่ทำงานมายังไม่เห็นว่าชาวอโศกจะไปฆ่าคน ไม่มีความรุนแรงในศีลข้อที่ 1 จนฆ่า หรือแม้คดีความก็ตาม ก็ยังไม่เกิด ว่าชาวอโศกไปติดคุกเพราะไปทำร้ายคน หรือไปลักขโมยจนต้องติดคุก หรือแม้เมื่อเช้านี้มีข่าว ว่านักบวชพุทธ ไปฆ่าเด็กหญิงอายุ 15 เนื่องจากกรณีชู้สาว ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ศาสนาพุทธเสื่อมลงมาก
และชาวอโศกก็ไม่โกหก ใครโกหกจับได้ก็ลงทัณฑ์ หรือจนต้องให้ออกก็มี และส ิ่ งมอมเมาเราก็ไม่มี แค่มอมเมาในกามคุณจัดจ้าน ทำให้คนเลวร้าย ตกต่ำ ที่นี่เราไม่มี เรียกว่าไร้อบายมุขระดับหยาบต่ำ
มาอธิบายแต่ละคำของพระราชดำรัสในหลวง " แบบคนจน "
ชาวอโศกจะไม่เป็นพวกที่ร ่ำ รวย แต่ก็ทำใหญ่กว้างได้ตามความเป็นจริง ศาลาเราใหญ่ก็เพราะมีคนมาใช้มาก เรือนรับรองเราทำใหญ่เพราะมีคนมามาก ตามความจำเป็น หรือเราจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เพราะเรามีความเคารพนับถือที่มากมาย แต่เราจะทำพระพุทธรูป เราจะไม่เร ี่ ยรายรบกวนใครนะ เราทำเงียบๆ หากใครเห็นดีก็มาช่วยกันบริจาค แต่เราก็ไม่รับง่ายนะ เรามีกติกาในการรับบริจาค หากไม่อ่านหนังสือครบ 7 เล่ม ไม่มาวัดคุ้นกันถึง 7 ครั้งเราก็ไม่รับ แม้สร้างไม่เสร็จอาตมาตายก่อนก็มีคนมาสร้างต่อเอง
เราไม่รวยแต่อุดมสมบูรณ์ เราจะมีไว้พอหมุนเวียนไม่ขาดแคลน แต่ไม่กักตุนมากเกินไป ในหลวงว่าเราจะไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก แต่ทุกวันนี้มีแต่จะข้ามหน้ากัน มีแต่ตนจะใหญ่จะหรูจะมากกว่าคนอื่นให้ได้ แต่เราจะไม่ทำไปแข่งใคร ถ้าเราจะทำเพื่อให้ก้าวหน้ากว่าเดิมของเรา เราทำ แต่ถ้าจะทำเพื่อให้ดูดเอามาบานตะโก้ไม่มีจบอย่างนี้แบบทุนนิยมเราไม่ทำ แต่เราบุญนิยมเรามักน้อยไว้ ให้พอดีไม่เบียดเบียนตนไม่รบกวนคนอื่นนี่คือหลักของพระพุทธเจ้า แต่ทุกวันนี้เขามีแต่ลัทธิโลกีย์ต้องกอบโกยเอาชนะ ไม่มีมามัก น้ อยไม่มีความพอ
ในหลวงเราไม่อยากเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก.... ไม่อยากเป็นประเทศก้าวหน้ามาก เพราะจะมีแต่ถอยหลัง...คือก้าวหน้าอย่างเขานี่จะตีกันแข่งกันฆ่ากัน เบ่งทับกันขูดรีดกัน นั่นล่ะสังคมถอยหลังสังคมเดือดร้อน เป็นทุกข์ นี่คือก้าวหน้าแบบถอยหลัง มาทำความเข้าใจให้ดี
แล้วประเทศเหล่านั้นเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมก้าวหน้าอย่างมาก แต่ประเทศเราเป็นประเทศกสิกรรม เรามีดิน น้ำ ที่ดีกว่าเขา แต่เขาก้าวหน้ากันด้วยอุตสาหกรรม ร่ำรวย แต่เขาจะมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว น่ากลัวกว่าเสือ กว่างูเห่า มันเกิดจากคนขี้โกงขี้โลภ คนเหล่านี้น่ากลัวกว่าเสือ กว่างู น่ากลัวกว่าสัตว์ร้ายน่ากลัวกว่าโรคระบาด ลัทธิทุนนิยมสามานย์นี่น่ากลัว
แต่ถ้ามาบริหารแบบคนจน แบบไม่ติดตำรา ทุกวันนี้เขาติดตำรา นักวิชาการมีหน้ามีตา แต่พวกกรรมกร เป็นผู้สร้างแท้ๆ ถูกกดขี่ เป็นคนชั้นต่ำของสังคม เขาเอาคนมีปริญญาไปบริหารประเทศยกย่องแต่คนมีปริญญา รู้ภาษาของโลกมาพูดกันแต่คนทำเป็นแต่พูดไม่เป็นก็สู้เขาไม่ได้ เขาก็เลยเห็นว่าตำราเป็นส ิ่ งน่าเชิดชู เอานักวิชาการเป็นพ่อทูนหัว ทุกวันนี้ อาตมาพูดความจริงสัจธรรมไม่ได้เกลียดโกรธใคร ไม่ได้เป็นหมาเห็นองุ่นเปรี ้ ยว อาตมาไม่มีจิตริสยาเลยแม้แต่น้อย
ในหลวงว่า ให้เราทำอย่างสามัคคี มีความเมตตากัน และคนทำวิชาการก็พึ่งแต่ตำราหลักการ แต่หลักการมันทำไม่ได้ เขาว่าจะต้องปราบคอรัปชั่น เอาหลักการมาพูด ใครฟังก็ดูดี สบายหู ว่าต้องปราบคอรัปชั่น แล้วทำอย่างไร ก็ออกกฎเกณฑ์มาบังคับ แต่บังคับได้ก็ชั่วคราว อีกหน่อยก็กันไม่ได้ คนมันฉลาดแกมโกง หนักเข้ามันซื้อหมด คนไปบริหารที่มีหน้าที่เขาซื้อไว้หมด แล้วช่วยกันโกงไปหมด พวกที่ทำงานนี่เป็นนักวิชาการแต่ไม่ได้ล้างกิเลสจากจิต ไม่ได้เรียนการลดกิเลส การศึกษาใดไม่ลดกิเลสกู้ประเทศไม่ได้
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่ไม่พาลดกิเลสได้เลย ไม่สัมมาทิฏฐิ วิชาการศาสนาพุทธเขาก็พึ่งตำรา แต่เบี้ยวตำรา อ่านตำราไม่ทะลุสัจธรรมของพระพุทธเจ้า ยกตัวอย่าง คำว่าสมาธิของพระพุทธเจ้า ยุคพระพุทธเจ้านั้นมีแต่คนนั่งสมาธิ พระพุทธเจ้าออกบวชตอนแรกก็ไปเรียนแบบนั่งหลับตาตามเขา ก็ทำได้เก่งกว่าเขาทั้งหมดเลย แต่ในมหาจัตตารีสกสูตรในพระไตรฯ ว่าไว้ครบเลย ปฏิบัติมรรค 7 องค์จะเกิดสัมมาสมาธิ เป็นสูตรที่สมบูรณ์ นอกนั้นสูตรอื่นพระพุทธเจ้าก็ประนีประนอมกับลัทธินอกพุทธ เพราะสมัยนั้นเขานั่งหลับตากันหนักเลย แต่ยุคนี้มีศาสนาพุทธมานานแล้ว อาตมาไม่ประนีประนอม
ปฏิบัติสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าก็ทำแบบลืมตา มีคิด พูด ทำ ทำอาชีพไปตลอด สะสมการลดกิเลสไปตามลำดับ ได้ส่วนแห่งบุญไปตามลำดับ
ในหลวงตรัสสัจธรรมอันนี้จากพระปัญญาของท่านเอง ไม่ใช่ของธรรมดานะ คนที่มีความจริงออกมา จากขันธ์ส่วนอดีตของท่านเองไม่ได้เอามาจากผู้ใด อย่างพระพุทธเจ้าก็เอาของเก่ามา จากขันธ์ส่วนอดีต
และในหลวงยังตรัสอีกว่า " ... คนที่ทํางานตามวิชาการจะต้องพึ่งตํารา เมื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้ายแล้ว ในหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอก " อนาคตยังมี " แต่ไม่บอกว่าให้ทําอย่างไร ก็ต้องปิดเล่ม คือ ปิดตํารา ป ิ ดตําราแล้วไม่รู้จะทําอะไร ลงท้ายก็ตองเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็..เริ่มตนใหม่ ถอยหลังเขาคลอง แต่ถ้าเราใช้ตํารา " แบบคนจน " ใช้ความอะลุมอลวยกันตํารานั้นไม่จบ.. เราจะก้าวหน้า " เรื่อยๆ " (พระราชดํารัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา : 4 ธันวาคม 2534 )
ในหลวงไม่ได้ตรัสเล่นนะ ท่านพูดกับรัฐมนตรีเกาหลี และพูดกับสาธารณะเลยนะ
_ที่ศรีโคตรบูรณ์ มีร้านค้าขายสินค้าราคาถูก เป็น 20 สาขาเลย แล้วขายดี คนก็นิยม พอขายได้มากก็รวย แล้วจะขยายสาขาได้อีกไหม? พ่อครูว่า… ขยายได้แต่อย่ารวยมากนักไม่รู้จบ คนข้างนอกเขาลงทุนกู้ยืมแล้วทำไม่ได้ก็ฆ่าตัวตายไปมากแล้ว เราถ้าไม่ปฏิบัติลดกิเลสให้ได้ ก็จะมักหลายมักมากไปข้างหน้า ก็ไม่เข้าหาชุมชนหรอก จะบานปลายมีลูกก็สอนให้รวยไปกว่าเก่า ไปข้างหน้าเรื่อยๆ เรื่องสันโดษรู้จักพอนี่สำคัญ เราเอาแค่นี้ก็พอน่า ทำมากมันเมื่อย แล้วเสี่ยงด้วย อย่าคิดเอาจากคนอื่นมาก เขาก็แย่งกันนะ จิตคนหากไม่รู้จักพอ คนเคยรวยมีเงินสิบล้าน ก็มากมายแล้ว ห้าล้านก็มากมายแล้ว แต่เขาว่ากันเป็นห้าแสนล้าน ห้าหมื่นล้าน เราก็ไม่ต้องไปเอาตามเขา แบบนั้น แบบก้าวหน้าอย่างในหลวงว่า ถ้าไทยเราไม่มีเศรษฐีติดอันดับโลก ไม่ติดทำเนียบ หนึ่งในสิบของโลก เขาก็อวดอ้างแต่พวกนี้ทำลายเศรฐกิจโลก เลิกเลย มาแข่งกันจน ใครหมดตัวหมดตนหมดเนื้อหมดตัวก่อนคนนั้นชนะ เป็นลูกพระพุทธเจ้า ลูกในหลวงอันเดียวกัน ในหลวงท่านตรัสอย่างที่แรงๆ ไม่ได้อย่างอาตมา ท่านประมาณท่านดีแล้ว
แม้ไม่ได้ขนาดนั้นก็ต้องตั้งหลักว่าแค่นี้พอ ไม่ต้องอยากไปแข่งกับโลกเลย ผู้รู้จักพอนี่ เป็นผู้ฉลาด พอแล้วเท่านี้จากนั้นก็ลดน้อยลงอีก ให้จนหมดเนื้อหมดตัว เป็นคนไม่มี ทุกวันนี้ไม่ต้องกลัวตาย ขอให้เราปฏิบัติธรรมจิตเข้าขั้นสกิทาคามี จะมักน้อยสันโดษไปตามลำดับ หากเข้าอนาคามีก็ต้องมา อนาคามีคือผู้ไม่มีบ้านเรือน ไม่สะสมเงินเป็นภาระ ไม่มีบ้านไม่มีเงิน ก็ต้องมาหาที่อยู่ ทุกวันนี้มีชุมชน ไม่ต้องมีบ้านของตนก็มาอยู่กับชุมชนอยู่ได้ปลอดภัย มีกลด มีเต็นท์ ก็อยู่ได้แล้ว
ถ้าอยากได้ก็ต้องรู้จักพอสันโดษ คำว่าสันโดษไม่ใช่แปลว่าพึงพอใจในส ิ่ งที่ตนมีอยู่ ถามว่าคุณเจริญเจ้าของเบียร์เหล้านี่ ค้าเหล้าจนรวย แล้วเขาพอใจกับเงินของเขาไหม? เขาก็พอ แต่ไม่ได้ลด ละ มอมเมาคนต่อไป ทำออกมาขาย ขายได้มากยิ่งดี ก็มอมเมาคนไม่รู้จักบาปบุญ ทำให้คนตกนรก แต่ถ้าเรารู้เราต้องหยุดทำ ถ้ารู้แล้วเราลดลงมา เงินทองวัตถุ สรรเสริญ สุขโลกีย์ ไม่ใช่สมบัติ แต่มันเป็นวิบัติ ถ้าไปหลงมัน ถ้าเรามียศ ยศคือการให้ขอบเขตของอำนาจ ตามยศ รับผิดชอบทำงานตามขอบเขต ทำงานไม่ใช่เอาเงินเป็นตัวตั้งแต่ที่จริงยศสูงย ิ่ งต้องรับใช้สูงขึ้น แต่กลับกัน ยศสูงกับเบ่งมากขึ้น เอาเปรียบมากขึ้น แทนที่จะลดตัวลดตน พล.อ.ประยุทธ์ ว่ายิ่งสูงก็ยิ่งต้องลดตัวลดตน สาธุ ท่านพูดถูกพูดดีแล้วขอให้ทำจริง ย ิ่ งสูงยิ่งต้องลดตัวลดตนรับใช้ ไม่ใช่เบ่ง ใครจะมาด่าเรา หากด่าถูกก็ต้องขอบคุณ เขาด่าผิดก็เป็นความไม่ดีของเขา เขาไม่รู้ ทำอย่างไร คนไปโกรธให้คนโง่ คนบ้า เด็กน้อย คนเมา ไปโกรธเขาทำไม เขาโง่ ไม่ได้ด่าคนโง่นะ แต่เขารู้เท่าที่เขารู้ คนเมาจะไปโกรธทำไม เด็กน้อยก็ไม่รู้ความ ตีก็ตายเปล่าจะไปโกรธทำไม?
เราก็ฟังเขาบางทีคนเมาก็ด่าถูกก็ได้ประโยชน์ เราโง่กว่าคนโง่ สมน้ำหน้าโง่กว่าคนโง่อีก
_ในอดีตนางวิสาขาก็เป็นอุปัฏฐาก แต่ในยุคปัจจุบันจะทำอย่างไร? พ่อครูว่า… นางวิสาขานี่เป็นคนทำทานเก่ง มีกุศลมาก รวยขนาดว่าคนใช้ของปู่นางวิสาขา ก็ยังรวยเป็นอันดับ 6 ของคนยุคนั้นเลย พวกเราให้รู้จักพอและมักน้อย ให้รู้ตัวเองให้รู้จักพอ ชีวิตรวยแค่นี้ก็พอแล้ว รวยได้สิบล้านก็หาได้มากแล้วพอ เข้าวัดลดมาให้ได้ ถ้าไปอยากได้มากกว่านั้น อาตมาพยากรณ์นะว่า จะพลาดท่าเสียทีตายได้ คนทุกวันนี้ร้ายนะอย่าไปเล่นกับมัน มันฆ่าเอานะ เราสามารถที่จะใช้วิธีของอโศกคือของดี ราคาถูก ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ขายสดงดเชื่อ ถ้าไปมีเงินเชื่อไปกู้เงินมีดอกก็จะไปเข้าเกณฑ์ทุนนิยม อย่าไปเล่นมันพลาดท่าเสียทีได้
ถ้าเราจะทำค้าขายอย่างไรมันก็รวย หยุดอย่าพิสูจน์เลย เรามีของดีราคาถูก จะไปสู้ทุนนิยมได้อย่างไร แมคโค โลตัส บิ๊กซี มันเอาตัวขายถูกมาเป็นตัวนำ ซื้อล็อตใหญ่มาขายถูกตัดหน้าพวกค้าปลีกตายไปเยอะแล้ว แต่อโศกก็ขายตัดหน้าเขา ขายถูก มีน้ำใจด้วยก็รวยแน่ แต่ถ้าจะเอาแต่รวย เจ้าก็รวยแต่บอกเลยว่าแม้จะรวยอย่างซื่อสัตย์อย่างระบบโลกก็ยังเอาเปรียบอยู่ เอาเปรียบน้อยก็บาปน้อย เอาเปรียบมากก็บาปมาก ทุนนิยมเอาเปรียบจึงบาปหนาหนักไม่รู้จบ
ให้มาเสียสละจึงได้บุญ เถียงไหม?...บุญนี่ต้องเสียสละ ไปเอาเปรียบมันเป็นบุญไม่ได้
_ หลายคนคิดว่าไปหาเงินมากๆ แล้วเอามาทำบุญจะได้บุญมากๆ ? พ่อครูว่า… เหมือนกับที่ว่าไปฆ่าปลาแล้วเอามาถวายพระจึงจะได้บุญ พวกคิดแบบนี้คือพวกโง่ไม่จบ มันเป็นภาษาวิบัติ ความจริงเป็นไปไม่ได้ การไปค้าขายให้ได้เงินมากๆ แล้วมาทำทาน ไม่ใช่บุญ การจะได้บุญมากต้องลดกิเลส การไปค้าขายได้มากก็ต้องเอาเปรียบเขามาก กรรมเอาเปรียบเป็นกรรมที่ทำแล้ว แล้วถ้าไปหาเงินลงทุน 100 แล้วจะได้มาเป็นส่วนเกินเอาเปรียบเขามาอีก 20 แล้วจะเอา 20 มาทำบุญไหม? อย่างเก่งก็เอามาทำบุญแค่ 10 ซึ่งก็ยังเอาเปรียบไปอีก 10 หรือแม้เอามาทำบุญทั้ง 20 ก็ได้บุญแต่จะมีไหม? ...อย่ามาพูดให้เหม็นขี้ฟันเลย ไม่มีหรอก ไปเอาเปรียบเขามาก็จะยักส่วนเปรียบไว้แหละ
อย่างเรามี ร้อย ก็ใช้สอยไม่หมด ก็เอาไปทำทาน แล้วปฏิบัติให้มักน้อยลงอีก จนแรงงานเรามีเกินที่ทำมาหากินได้ นี่คิดราคาแรงงานแล้วมื้อละ สามร้อยบาท แต่เราใช้แค่สองร้อย เราก็เสียสละได้หนึ่งร้อย ถ้าไม่ลดอีกก็อยู่อย่างนี้ไป ทำต่อเนื่องไป หาได้สามร้อยก็ใช้สองร้อย สละไปหนึ่งร้อย แค่ถ้ามารวมกัน ลดลงไปได้อีก กินแค่ร้อยเดียว สองร้อยเสียสละก็ได้บุญเพิ่มอีก แต่อยู่ในหมู่กลุ่ม เราทำได้สามร้อย เรากินหนึ่งร้อย เราเอาสองร้อยนี้ไปรวมกันอีก แล้วเราก็ทำเพ ิ่ มอีกได้เป็นสี่ร้อย ห้าร้อย แต่เรากินแค่หนึ่งร้อยก็ยิ่งดีให้ขยันมากขึ้นอีกให้มีส่วนเหลือสะพัดไปอีก สัจจะที่เราทำก็เป็นกุศลของเรามากเลย เป็นสัจจะ ได้สิ่งที่ว่าขาดทุน คือกำไรของเราอย่างในหลวงว่า
อาตมาแบ่งคนเป็นสี่แบบ ผู้ผลิต ผู้แจกจ่าย ผู้บริหาร นักบุญ เป็นคนสี่ระดับ
ผู้ผลิตก็ทำให้มากไม่มีเวลาไปแจก เป็นโสดาบัน แล้วมีนักบริการนำไปแจกจ่าย เป็นสกิทาฯ แล้วมีนักบริหารเป็นอนาคามี ส่วนนักบวชก็เป็นอรหันต์ อนาคามี ก็เป็นผู้ไม่ติดยึดวัตถุมีความรู้สังคม รู้บริหาร ก็เป็นนายกฯ หากเป็นอนาคามี หรืออรหันต์ได้ยิ่งดี ในยุคพระพุทธเจ้า อรหันต์ในฆราวาสมีมากว่าอรหันต์นักบวชอีกนะ แม้ในยุคพระพุทธเจ้า ทุกวันนี้อาตมาอยากให้พิสูจน์กัน แม้เป็นฆราวาสก็เป็นอาริยบุคคลได้ ถึงอรหันต์ก็ได้
อยู่ในวัดในชุมชนเราเสียภาษีเต็มร้อยเลย เอาไปจำแนกแจกจ่ายตามระบบบุญนิยม มาให้ส่วนกลาง เหลือก็เอาไปช่วยชาวบ้าน เป็นการเมืองภาคประชาชน การเมืองคือช่วยประชาชน รับใช้ประชาชน ชาวอโศกก็รับใช้ประชาชน ที่บ้านราชฯ เราทำถนนให้เขา เราทำสะพานให้เขา