570828_พ่อครูให้โอวาท ปิดงานอบรม บุญนิยมทีวี.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์339 KB
วันที่แก้ไข15 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

570828 ปัจฉิมโอวาทพ่อครู ปิดงานอบรม บุญนิยมทีวี วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2557 ที่ บวร ราชธานีอโศก ดินนา...รายงานสรุปการอบรม … เรื่องเทคนิคการผลิตรายการโทรทัศน์ บุญนิยมทีวี ครั้งที่ 1 / 2557 บรรยากาศทั่วไปเป็นบรรยากาศอบอุ่น ได้ยินเสียงหัวเราะตลอดเวลา รายการที่ได้รับความพึงพอใจที่สุดคือ พ่อครูเทศน์เปิดการอบรม กิจกรรมที่ได้รับความพึงพอใจมากที่สุดคือ อาหารและเครื่องดื่ม เนื้อหาการอบรมมาที่ 2 จากนั้นเป็นพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณการเข้าอบรม ...สรุปผู้เข้าอบรมสื่อบุญนิยม 26 - 28 สค. 57 สมณะ 15 สิกขมาตุ 8 ฆราวาส 136 รวม 159 คน ผู้รับวุฒิบัตร เป็นผู้ให้การอบรม 8 ผู้ช่วยการอบรม 10 ผู้รับการอบรม 86 รวมผู้รับวุฒิบัตร 104 คน พ่อครูว่า...จะเห็นได้ว่าพวกเราถ้าใครเคยผ่านที่เขาอบรมสัมมนากัน ถึงขั้นมีวุฒิบัตรแจกเป็นหลักฐาน จะไม่มีบรรยากาศเหมือนอย่างที่พวกเราเป็น ของพวกเรามีบรรยากาศธรรมชาติเป็นกันเอง เป็นนิมิตดีที่ไม่ได้เจตนาตั้งใจวางแผนวางเรื่องอย่างสำคัญ แต่ก็เป็นไปตามธรรมชาติ สุดท้ายก็ออกมาใช้ได้ ทำแล้วก็พึงพอใจรื่นเริงกันดี อาตมาได้พูดกันตั้งแต่เริ่มเปิดงานแล้วว่า มันต้องทำ สังคมจะนับแต่วินาทีนี้ก็ได้ว่าสื่อสารจะเป็นเรื่องสำคัญ สื่อสารจะเป็นตัวงาน ทางเทคนิคที่วิเศษยิ่งกว่าตาทิพย์ หูทิพย์ มันก็เป็นเครื่องมือ จะเป็นได้ต้องมีคนเป็นตัวจัดการ จะตั้งเวลาไว้อย่างไรก็คือคนจัดการทั้งนั้น สั่งการทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงสิ่งอื่นเลย จะเกิดบทบาทการสื่อสาร รบกันก็ด้วยสื่อสาร ปฏิวัติก็ด้วยสื่อสาร หลอกกันก็ใช้สื่อสาร เรื่องนี้คนเขารู้ก็ทำกันอย่างสำคัญ จะมีทั้งประสิทธิภาพ คุณภาพที่จะลึกซึ้งมากมาย จะเก่งกาจเรื่อยๆ เราก็ต้องเรียน ทำความรู้ตามเขาไป จะไปงุ่มง่ามก็ไม่ได้

พูดถึงชาวเราเป็นพวก

อ่านต่อ

คนจน เราไม่เปลี่ยนแปลง และเราก็ไม่ได้เสแสร้ง เราทำจริง เราเป็นกลุ่มสังคมส่วนรวมสาธารณโภคีที่ไม่ได้เป็นนักสะสม ก็ไม่มีกอบก้อนมากมาย แต่มีคงคลังไว้ใช้หมุน ซึ่งก็ไม่เหมือนพวกทุนนิยมที่เขาไว้เผื่อ นานาสารพัด แม้มันเกินแล้วก็งุบงิบไว้ คือตนเองมีอำนาจทางเศรษฐกิจสูงถ้าได้มีคงคลังสูง แต่ของเรานี่มีมากก็ต้องสะพัดออก เราซื่อสัตย์ต่อเศรษฐศาสตร์แท้ที่ต้องสะพัด ของเขาทั่วไปตั้งมูลนิธิ นั้นเงินตั้งเงินสะสมนะไม่ใช้ไปทำงาน แต่เอาแค่ดอกเบี้ยไปทำงาน เขาจะไม่ใช้ทุนที่ตั้งเป็นมูลนิธิไม่ได้ แต่ชาวอโศกเราตั้งแต่มูลนิธิแรก คือมูลนิธิธรรมสันติ ตอนแรกมีทุนแสน ต่อมาเหลือ 400 เราก็ยังอยู่ได้ คือ หนึ่งเราไม่ทุจริตเอาเปรียบกอบโกย สะสม เรามีกติกาว่าถ้าไม่มาคบคุ้นกับพวกเราตั้วแต่ 7 ครั้งเป็นต้นไป รู้นอกในของเรา ว่าเราจริงใจเป็นจริงแค่ไหน ถ้าเขาไม่รู้จักเราจริงเราก็ไม่อยากได้เงินเขาเลย ใช้กติกานี้แต่ต้น เพราะฉะนั้นเงินหมุนเรามาจากพวกเราแท้ ที่เข้าใจมีทิฏฐิสามัญตา เราใช้แต่ของพวกเรา คนข้างนอกเราไม่รับ อย่างสถานีเราไม่เอาเงินข้างนอกมาใช้ ไม่เหมือนสถานีศาสนาอื่นๆเขาเรี่ยไรทั้งนั้น จะเป็นเงินทุจริตหรือสุจริตเอาทั้งนั้นขอให้เป็นเงินมา ของเราไม่ แม้เรี่ยไรเราก็ไม่ทำ ตอนแรกเปิดสถานีเราไม่มีรายได้ก็โฆษณาว่าจะไหวไหม? อาตมาก็ดูแล้วไม่ไหว ไปไม่รอด ไม่ได้เราก็ไม่ต้องเอาเลย อาตมาก็ตั้งหลักใหม่ว่าไม่ได้โฆษณาเราก็หาเอง โดยตั้งเรื่องขยะนี้มาเป็นหลัก อาตมามั่นใจสามอาชีพกู้ชาติ ก็ต้องขอบคุณพวกเราที่เข้าใจช่วยกันจริงจนเกิด สขจ. เป็นหลักเป็นฐานทุกวันนี้ก็ใช้ได้ ถ้าที่สันติอโศกนี่ถือว่าไปรอดแล้วกิจการ สขจ.สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ อาตมาก็ไปเร่ง ทางปฐมอโศกก็ตั้งตัวได้พอสมควร แต่ราชธานีอโศกก็ยังไม่ได้เรื่อง อาตมาก็ไปสูบลม เร่งเครื่อง ก็ตั้งท่าไว้เลย ก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ ก็ใช้เงินขยะ เรียกว่า ดินอุ้มดาว อันหนึ่งมันดาว อีกอันหนึ่งมันดิน มันใช้ได้ เท่ซะไม่มี ดินอุ้มดาว พอเป็นไป จริงๆยังไม่พอทั้งหมดนะ ยังขาดๆ อยู่ไม่เต็มที่ต้องควักหน้าหลังมาสมทบ ยิ่งตอนนี้เรานี่ทำใหญ่เล่นทั้ง C-band และ Ku-band ก็แพงกว่าด้วย ยิ่งต่อไปดิจิตอลก็ดูไป Go on and See out จะเป็นได้แค่ไหน เราเองเราเป็นศาสนาพุทธที่ไม่เหมือนโลกเขา ตอนนี้อาตมาก็เขียนหนังสือ สื่อสารด้วยธรรมพุทธ ตั้งชื่อเรื่อง “ค้าบุญคือบาป” ก็ขยายธรรมะที่ไม่เคยเปิดเผยลึกซึ้งซับซ้อนอีกเยอะ อาตมามั่นใจว่าพุทธศาสนาในเมืองไทยจะต้องดำเนินต่อไปอีก อาตมาจะสืบสานศาสนาต่อไปจนหมดเชื้อศาสนา ซึ่งมันใหญ่เกินที่อาตมาจะพูด ก็ดูกันไป ที่อาตมามั่นใจเพราะ 1 .อาตมารู้ดีว่าไม่ได้มาหลอกใคร และ 2 .เอามาทำแล้วยิ่งเห็นผลจริงว่าไม่ผิดที่พระพุทธเจ้าพูดไว้ และ 3 . ศาสนาพุทธยังเหลืออยู่จริง มีหลักฐานพระไตรปิฎกยังไม่เพี้ยนบกพร่องไป ทำให้อาตมายิ่งมั่นใจ ซึ่งอาตมาไม่ได้ทำมาเองพระไตรฯยังเป็นหลักฐานสืบสานพุทธ ทำให้เห็นว่าความจริงนี้คือความจริง อาตมาไม่อยากใช้คำพูดนี้นะ ว่าใครเห็นความจริงก็มาช่วยกันหน่อย เพราะว่ากลุ่มเราน้อยจริงๆ อัตราการก้าวหน้าโลกุตระนี้น้อย เทียบกับอัตราการก้าวหน้าของกิเลส อาตมาคั้นปรอท แต่ทางโลกสร้างโฟม มันสร้างวันหนึ่งมหาศาล อาตมาคั้นปรอทจะให้มันได้ความควบแน่น ทั้งรูปร่างทั้งปริมาณและคุณภาพทั้งสองด้าน ทั้งเนื้อในเนื้อแน่นคุณภาพ และปริมาณได้ช้า เทียบกับโลกเขายากมาก อัตราก้าวหน้าของสองทิศ โลกียะกับโลกุตระนั้นห่างกันแต่ว่า ปรอทนั้นมีน้ำหนักถ่วงได้ เราต้องก้าวหน้าให้ทันให้พอเพียงไม่อย่างนั้นก็สู้ไม่ได้

แต่อาตมาว่านับวันพวกเรา ที่เข้ามาเห็นจริงก็ไหลมาผสม มีคนเก่าถอยไปตายไปบ้างคนใหม่ก็เพ ิ่ มมาอยู่ รุ่นใหม่ขึ้นมา อาตมายังคิดอยู่นะ เด็กที่เราติดชิปไปแล้วเป็นพัน เรียนผ่านเราไป เดี๋ยวนี้มีประถม มัธยม ออกไปเป็นพัน แต่ก็ไปไกลลิบไม่ค่อยกลับมา ก็ต้องขอบคุณพวกเราที่ไม่ไปไหน แต่อาตมาไม่ค่อยเป็นคนชมเชยประเล้าประโลม อาตมาติเป็นหลัก ชมเป็นรองมาก เป็นเรื่องยุคสมัย ที่ต้องติอย่างมีฝีมือให้เขารับได้ เปยยาวัชชะ ซึ่งเขาแปลกันว่า ปิยะวาจา เป็นวาจาที่น่ารัก แต่แท้จริงเปยยวัชชะ นั้นแปลว่าโขกได้โขกเอา แต่โขกให้เขาดื่มได้ ให้เขารับได้ เปยยะแปลว่าของควรดื่ม แต่วัชชะแปลว่าการตำหนิติเตียน แต่เขาแปลว่าปิยะวาจา อาตมาก็พยายามตำหนิให้น่ารัก ก็ไม่ค่อยมีใครรัก อุตส่าห์ตั้งชื่อว่ารักก็ไม่ค่อยมีใครรัก อาตมารักทั้งพงษ์เลยเขาก็ไม่ค่อยเชื่อ งานการของเราที่ทำกันมาไม่ว่าแขนงไหน แม้นักการเมือง เขานับเราเป็นนักการเมือง อย่างน้อยเขาจัดเราอยู่ใน 12 ช่อง อยู่ในระดับต้นๆ ด้วยนะ เป็นดัชนีชี้ค่าว่า สังคมรับรู้ว่าพวกเรามีน้ำหนัก มันซ้อนว่าเรามีน้ำหนักทางการเมือง แต่ไม่เหมือนเขา เขาก็ต้องทำกับเราอย่างนี้ มันมีรายละเอียด อันอื่นมีน้ำหนัก แต่ทางร้าย แต่ของเรามีน้ำหนักทางดี เขาก็อาจดูไม่ออก แต่ผู้มีปัญญาจะพอรู้ ก็คิดว่า เสร็จงานนี้แล้ว พวกเราก็คงเอาความรู้เหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ผู้ใดจะมาช่วยทำประโยชน์กับที่นี่ก็มาทำ ยินดีต้อนรับ ทั้งมาอยู่ที่นี่เลย หรือติดต่อเชื่อมโยง ก็จะกลายเป็นเหมือนหลายสถานี ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่นักข่าวอยู่กันหลายที่ เขาร้อยกันด้วยเงินเดือน แต่เราร้อยกันไว้ด้วยใจ ถ้าสมัครใจก็ช่วยกันไป อาตมาว่าเป็นไปได้ ทุกวันนี้ขึ้นมาได้ขนาดนี้ก็พอเป็นไปได้ เพราะเราทำจริง ไม่ได้ทำค้าขาย ยิ่งหลายปีคนเขาก็จะรู้จะเข้าใจ เราไม่ต้องอยากดีอยากเด่น ทำความจริงให้จริงเท่านั้นแหละ ยิ่งถ้าเผื่อว่าเราเองไม่ทิ้งธรรม พัฒนาทุกสังกัปปะวาจากัมมันตะอาชีวะ เราทำอาชีพแต่ไม่ได้มีรายได้ คนทำอาชีพจริงจังหลายอย่าง เช่นคุณนายของผู้มีตำแหน่งเขามีอาชีพแม่บ้านแต่วันๆ เขาเล่นไปเสียมากเลย เวลาเขากรอกในใบอะไรเขาก็ว่าเขามีอาชีพแม่บ้าน แต่วันๆ เขาเล่นไพ่ อยู่บ่อนไพ่มีเยอะไป โดยสัจจะเขามีอาชีพเล่นไพ่ไม่ได้มีอาชีพแม่บ้าน เขาเล่นไพ่เขาเสียด้วยนะ เอาไปให้เขาไม่ได้เลี้ยงชีพตนเองด้วยนะ ชีวิตการงานที่อยู่ในชีวิตประจำวันเราทำอะไรเป็นสาระเป็นหลักนั้นคืออาชีพเรา อาชีพเราก็คือทำงานช่วยเหลือมนุษยชาติ อาชีพอะไรพวกเรากรอกในใบต่างๆ ว่า อาชีพนักปฏิบัติธรรม แล้วมันมีด้วยหรือ? มีด้วยหรือ? เขาก็ว่า แต่เดี๋ยวนี้หลายหน่วยงานก็พอเข้าใจแล้วว่ามีอาชีพนักปฏิบัติธรรมด้วย เป็นเรื่องใหม่ของโลก นวัตกรรม อย่างนี้มุ่งมาจน ทำจนๆ อะไรนะนี่ อาตมาก็มันเขี้ยวที่จะไข ว่าความจนจะรับใช้โลกช่วยเหลือโลก ซึ่งลัทธิไปรวยนั้นช่วยโลกไม่ได้หรอก มีแต่จะทำลายโลก คนจะรวยต้อง 1 .โลภ 2 .ขี้เหนียว 3 .เก่งเอาเปรียบ เก่งทางโกง ก็จะรวยได้ แต่ถ้าไม่โลภไม่ขี้เหนียวก็ยากจะมีทรัพย์ศฤงคาร เมื่อตั้งหน้าตั้งตารวยอย่างบิลเกตต์ มีตั้งเท่าไหร่ แทนที่จะเอามากระจาย อย่างวอเรนบัฟเฟตก็ยังดี ไม่มีใครกล้าทำทานอย่างเขา เขาทำทานถึง 80 % เขารวยรองจากบิลเกตต์นะ แต่ 20 % ของเขาก็ฟื้นมารวยจนเดี๋ยวนี้ก็เกือบทันเท่าเก่า เป็นค่ายกลทุนนิยม เราทำงานไม่มีสิทธิ์ไปทำลายกลไกทุนนิยม แต่เรามีสิทธิ์ช่วยคนให้หลุดจากการเป็นเหยื่อทุนนิยม ซึ่งจะได้จำนวนหนึ่ง อาตมาทำงานไม่ได้คิดแข่งทุนนิยม บางคนก็คิดว่าเราทำงานทำไมไม่รุ่งเรืองฟู่ฟ่าหรูหราอย่างเขา มันไม่เหมือนกันหรอก อาตมาไม่เคยท้อแท้ถอถอยเพราะรู้ว่าเป็นเช่นนี้ เราดูอัตราก้าวหน้า แม้บวกไม่มากระดับ คูณ หรือยกกำลัง อัตราการก้าวหน้าอย่างนี้อาตมาพอใจแล้ว มันเกิดจากสัจจะ อาตมาถึงเหนื่อยก็สู้ ไม่เคยล้าไม่เคยหน่ายแหน่งที่จะอุตสาหวิริยะ เพราะเห็นอัตราก้าวหน้าของผู้คนที่แสวงหา เขามีภูมิอยู่ ซึ่งมันมียุคที่คนสอนไม่ได้แล้ว ยุคที่โพธิสัตว์เกิดมาจะรู้เลยว่าเป็นยุคที่ไม่ควรเปิดเผยพุทธศาสนา เป็นยุคที่พระพุทธเจ้าเกิดไม่ได้ ไม่ใช่พุทธุปบาท อย่าว่าแต่โพธิสัตว์จะแสดงตัวเลย แม้พระพุทธเจ้าก็ประกาศศาสนาไม่ได้แต่พระพุทธเจ้าไม่เกิดในยุคนั้นหรอก พระพุทธเจ้าก่อนจะเกิดก็ต้องตรวจยุคสมัย เหมือนองค์สมณโคดมก็ตรวจแล้ว ว่ากิเลสคนหนา จะไหวไหม แต่สหัมบดีพรหมก็มาอาราธนาว่าผู้มีธุลีในดวงตาน้อยยังคงมีอยู่ ถ้าท่านประกาศแล้วไม่มีคนรับได้ก็เสียศาสนาหมด เสียของหมด ท่านก็ไม่ประกาศ ไม่ งั้นท่านทำไปก็เหมือนสนธิ บุญรัตนกลินทร์ เสียของหมด นี่ก็ยังเอาใจช่วยอยู่เลยขออย่าให้เป็นเหมือนสนธิเลย แต่ก็เห็นท่าทีว่าคงดีอยู่ เพราะลีลาท่าทีต่างกันเยอะที่แสดงออก เราไม่ได้มานั่งประจบประแจง พูดเรื่องจริง ก็คิดว่าพวกเราก็คงเข้าใจ มีประสพการณ์ตามจ ริ งไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าใช่แต่เหตุผลตรรกะ อย่างมหาวิทยาลัยทั้งหลายแหล่ศึกษากัน พวกเราจะเป็นแม้อุดมศึกษาก็เป็นการศึกษาแบบ Phenomenology เป็นปรากฎการณ์วิทยา ไม่ใช่แค่ Philosophy หรือว่าทางสาย Prophecy เก่งที่สุดก็เป็น Prophet ของเรานั้นสูงกว่านั้น แต่ทุกวันนี้เขาก็พยายามเรียนญาณวิทยาคือ Epistemology พยายามเข้าหาความจริงที่สุด เป็นธรรมชาติ เขาเรียกภาษาว่า Phenomenology เหมือนกัน อาตมาไม่ได้ตั้งเอง แต่เขาก็แค่ Epistemology ไม่ถึง Phenomenology ไม่ถึงทำจริงอย่างเป็นหมู่กลุ่ม และปฏิบัติจริง ทุกวันนี้เรียนรู้ไม่ต้องมากหรอก ตำราความรู้มีมากเกินไม่ต้องทำใหม่หรอก ไม่ต้องเอาอะไรหรอก แค่ที่ป.ตรี โท เอกที่ทำมาคิดค้นเป็นวิทยานิพนธ์มากมายทำไม่ได้จริงก็เยอะ เห็นว่าคิดดีสูง แต่ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นความคิดพอ เหลือแต่นำความคิดเหล่านั้นมาทำให้จริง เราไม่ต้องเดินหน้าทางความคิด แต่เก็บความคิดเขามาทำให้จริงและช่วยเขา....ก็ต้องขอบคุณจริงๆด้วยใจจริงพวกเราทุกคนที่เอาใจใส่ ถ้าใครมาที่นี่แล้วงานมันเต็มก็ไปโรงขยะ หน่วยงานเดียวกันนะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน