570830_ธรรมาธรรมะสงคราม โดยพ่อครู เปิดสถานี “บุญนิยมทีวี”.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์349 KB
วันที่แก้ไข17 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

570830 ธรรมาธรรมะสงคราม โดยพ่อครู เปิดสถานี “บุญนิยมทีวี”

พ่อครูว่า...วันนี้วันเสาร์ที่ 30 ส.ค. 56 ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย ที่ บวร ราชธานีอโศก เป็นวันที่เราถือว่าเป็นวันพิเศษ เป็นวันเปิดสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่ เป็นการเปิดสถานีช่อง บุญนิยมทีวี ก็มีคนทักว่าทำไมเป็นภาษาไทยปนภาษาอังกฤษ อาตมาก็ว่าอาตมาไม่ได้ยึดติด ใครจะว่าเสียภาษาไทยก็ยึดไปแล้วกัน อาตมาก็ไม่ได้ถือว่าเสียภาษาไทย เราใช้ผสมกันไปก็เป็นการเจริญ ตอนนี้โทรทัศน์ส่งไปทั่วโลก ไม่ได้ยึดมั่นมาเป็นเราเป็นของเรา ในส่วนที่เรายึดที่จะไม่ให้ไปผสมให้เลอะเราก็รักษา ต้องรักษาให้เป็นของแท้ เช่นโลกุตรธรรมต้องรักษาไว้ตลอดกาลเราก็ทำ คือเราจะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร แต่อันที่ว่าเป็นภาษาผสมกันก็ควรทำด้วยซ้ำ หากเราจะรักษาภาษาไทยก็ควร และหากจะพัฒนาภาษาก็คิดได้ แล้วแต่จะเห็นอย่างไรก็ไม่บอกว่าใครถูกหรือผิด บอกได้หลายนัย วันนี้เป็นวันเปิดสถานี เมื่อวานนี้เราก็ทดลองออกอากาศ เราจะออกหลังจากคสช.ออกก่อน เราจัดการเรืองเทคนิคให้ดีขึ้น ก็มาพูดถึงเรื่อง กว่าจะมาเป็นบุญนิยมทีวีว่า...ชาวอโศก เป็นกลุ่มชุมชนชาวพุทธในประเทศไทย ที่รับรู้กันทั่วไปว่า เป็นชุมชนของคนจนมหัศจรรย์ ที่เดินเท้าเปล่า มีชีวิตติดดิน กินมังสวิรัติ มักน้อย สันโดษ เป็นนักปฏิบัติธรรม อยู่อย่าง สาธาณโภคี ชาวอโศกถือว่าเป็นเศรษฐกิจแนวใหม่มากในโลก เรียกว่าบุญนิยม ซึ่งมีหลายระดับ ชาวอโศกทำได้ถึงระดับสาธารณโภคี และที่ยังไม่เป็นถึงสาธารณโภคีก็รองลงมาเชื่อมโยงกันอยู่ ที่ยังมีส่วนตัวอยู่แทรกอยู่ก็มีบ้าง แต่พฤติกรรมส่วนกลางก็ดูได้ว่า เราทำงานให้แก่ส่วนกลางฟรี เป็นต้น ทุกวันนี้เป็นระบบแล้ว ซึ่งโลกจะต้องมาศึกษาว่าเป็นได้จริง เกิดจากจิตวิญญาณที่ได้ขัดเกลาตามทฤษฎีพระพุทธเจ้าแท้จริง อาต

อ่านต่อ

มามั่นใจมาก สาธารณโภคีเป็นคำของพระพุทธเจ้าที่มีลาภธัมมิกา เอาลาภมาเฉลี่ยรวมกัน ไม่ยึดมั่นถือมั่น ผู้ไม่ยึดเป็นเราเป็นของเราก็ไม่ยึดจริงอาศัยกับส่วนกลาง ส่วนผู้ที่ยังไม่หมดก็พากเพียรไป นี่คือทฤษฎีพระพุทธเจ้าที่ทำได้ยืนยันว่าได้จริงของพวกเรา เราไม่ได้ทำเพื่ออวดอ้างเด่นดังแต่อย่างใด เราทำเพื่อความเป็นจริงของมนุษยชาติ หมู่กลุ่มของพวกเราจะมี มีบ้าน วัด โรงเรียนครบพร้อม เป็นลักษณะ ตรีมูรติ คือสามรวมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะตรีมูรติ มีมากมายหลายอย่างที่เขานับกัน เช่น 1 .มีลักษณะผู้สร้าง 2 .ผู้ปราบ 3 .ผู้เป็นกลาง ปรองดองประนีประนอม คุณลักษณะสามอย่างนี้มีหลายอย่างหลายนัย ลักษณะของ 1 , 2 , 3 เป็นสามเส้าที่สำคัญมาก ในเชิงธรรมะ เป็นความจริงของพลังงาน ที่คนสามารถเข้าใจได้ ถ้า 1 ก็เดี่ยวไม่เป็นสังคม เป็นตัวตนของมันไปตามธรรมชาติ กลายเป็นเหยื่อก็พัฒนาตนเองไปตามเรื่อง แต่ความเป็นสัตว์ของคนแล้วมีจิตนิยามที่ลึกซึ้ง คุณธรรมสูงมาก อย่างในฮินดูก็มี พระศิวะ พระนาราย์ พระพรหม เป็นตรีมูรติ เรามีโทรทัศน์จริงและไม่ใช่ของเล่น ทำจริง ลงทุนถึงมีดาวเทียมสองดวง ลงทุนจ่ายค่าเช่าแพง เพื่อเผยแพร่ไกลกว้างให้ทั่วถึง เร ิ่ มแรกจริงๆ กว่าจะมาเป็นบุญนิยมทีวี ก็คงมีคนงงๆ สงสัยว่า คนจนๆ ตีนเปล่า แต่งตัวแบบนี้ เขามองว่าเป็นคนระดับต่ำ ไม่พัฒนาไม่เจริญเหมือนชาวโลกเขา ตามกระแสโลก แล้วจะมาทำโทรทัศน์ได้อย่างไร? แต่เราก็ทำได้ อาตมาก็รู้ตัวว่าไม่ได้คิดอ่านว่าจะทำโทรทัศน์ได้หรอก เพราะเป็นเรื่องของคนที่มีระดับพิเศษที่จะต้องหาเงินมาได้มาก เพราะเครื่องไม้เครื่องมือก็แพง ค่าจ้างคนทำงานก็แพง แต่พอเวลามันมีเหตุปัจจัยถึงครั้งคราวแล้ว เราก็สามารถมีโทรทัศน์กับเขาได้เหมือนกัน คือเร ิ่ มจากเราไปชุมนุมกับเขา เราก็เห็นเขามีโทรทัศน์ออกอากาศ เราก็ออกบ้าง ไปช่วยทำกับเขาบ้าง เราก็คิดว่า ถ้าเราจะมีสื่อสารกับเขาบ้างก็คงดี ก็เปรยปรายไว้ ...แล้วก็มีคนไปเดินเรื่อง ...แล้วใครก็ว่า คนจนอย่างเราตั้งสถานีโทรทัศน์ไม่ได้หรอก สถานีโทรทัศน์ของเราจะมีนัยะที่ต่างจากเขามาก เช่นสถานีหลายสถานีเขาไม่มีรายได้ทางการค้า มีนายทุนอุดหนุน เขาก็ใช้วิธีเรี่ยราย แม้ไม่เรี่ยรายก็ใช้จิตวิทยาให้สังคมมาบริจาคเงินให้แก่สถานี เขาทำกัน เขาไม่มีโฆษณาเหมือนเรา เราก็ไม่มีโฆษณา แต่เขาใช้วิธีเรี่ยไรดื้อๆ เช่นสถานีธรรมะหลายสถานี บางสถานีก็ใช้จิตวิทยาให้คนมาอุดหนุนเขาทำได้ แต่ของบุญนิยมทีวีขอยืนยันว่าไม่มีนัยะอย่างนั้น จะไปเรี่ยรายไม่ทำ แม้จะทำการตลาดหรือจิตวิทยาเราก็ไม่ทำ เราใช้น ้ำ พักน้ำแรงของเราจริงๆ มีคนบริจาคร่วมแต่คนที่จะบริจาคต้องได้ชื่อว่าสมาชิกชาวอโศก เรามีกติกาในการรับบริจาค เราจะรับเงินบริจาคของคนในเท่านั้น เราไปร่วมชุมนุมกับพธม. เขามี Astv ถ่ายทอดอยู่แล้ว เราก็มีความรู้ผสมผเสไปบ้าง คุยกับเขาก็รู้ว่าเขามีช่องทางดาวเทียมที่พอจะแบ่งให้ได้ แต่ราคาหลายล้าน เราก็ว่าไม่ไหว แต่เขาก็ลดราคาให้ เราก็คิดว่าอยากทำเผยแพร่ จนเขาลดราคามาระดับที่เราสู้ไหว เราก็ลงมือทำ ทดลองออกอากาศ เขาให้เราออกได้ฟรี 1 เดือนนะ ถ้าไปไม่รอดก็ไม่ทำต่อ พอเราทำไปก็ดีเหมือนกัน ครั้งแรกเราตกลงทำ กัดฟันสู้ เราตั้งชื่อโทรทัศน์ช่องแรกว่า FETV หรือ For the earth Television ตอนแรกๆ มาเปิดเมื่อ มิ.ย. 2550 ตอนแรกก็สัมพันธ์กับ Astv ส่งแผ่นไปออกที่เขา เครื่องไม้เครื่องมือก็ต้องอาศัยเขา ก็ขอบคุณ Astv มากเลย ต่อมาก็ใช้เช่าวงจรอินเทอร์เน็ต Internet Leased Line คือการส่งสัญญาณทางอินเตอร์เน็ตระหว่างสันติอโศกกับ ASTV แต่พอเข้าเดือนที่สี่เรามีปัญหาว่าเงินไม่พอ อาตมาเคยทำงานแบบนี้มาตั้งแต่เป็นฆราวาส เรียนจบมาก็ทำโทรทัศน์มาเป็น 10 ปีก็เป็นที่เดียวที่บรรจุเป็นพนักงาน ตอนแรกเราก็ให้มีโฆษณาได้ สินค้าที่ควรส่งเสริมเราก็ให้ อันใดไม่ควรส่งเสริมก็ไม่โฆษณาให้ มันก็ค้านแย้ง เราก็ไม่มีโฆษณาเข้า เราก็ว่าไม่ไหว ก็เลยตัดโฆษณาทิ้งเลย อาตมาก็ต้องหาช่องทางใหม่ ก็คิดว่า 3 อาชีพกู้ชาติ กสิกรรมกับปุ๋ยก็พอไปได้ แต่ว่าขยะนี่ยังไม่เกิด ก็เลยคิดว่าจะปลุกขยะนี่แหละทำให้เกิดเพื่อหารายได้ส่งเลี้ยงโทรทัศน์ พวกเราก็ตั้งใจทำกันดี หลายชุมชนช่วยกัน ระดมเงินช่วยกันทำให้ทีวีไปรอด เราก็ทำไปได้ จนกระทั่ง เราก็เห็นว่าไม่ไหวแล้วจะหยุดแล้ว ไม่ไหวจริงๆ เราหาเงินส่งค่าเช่าสถานีไม่ไหว เพราะเราหยิ่งไม่รับเงินบริจาค ไม่เรี่ยไรเลย พอดีท่านถักบุญมีเพื่อนที่ทำกิจการทางนี้อยู่เขาจะช่วย ก็เลยต่ออายุมาได้ เราเคยบอกเลิกจาก Astv แล้วมาต่อทางนี้ กับเพื่อนท่านถักบุญ ก็ได้ดำเนินการต่อไป ลดได้หลายตังค์ เรากัดฟันสู้จนกระทั่งได้ เลยไปรอด เป็นไปรอดคงทั้งสองทาง ทางโน้นลดราคา ทางเราก็ทำขยะวิทยาด้วยหัวใจช่วย ต่อมา ได้ทําการหยุดออกอากาศช่อง FETV เนื่องจากชื่อช่อง เพื่อแผ่นดิน ตรงกับ ชื่อพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เพราะยังไงเขาก็ไม่เปลี่ยนชื่อพรรค เราก็เลยต้องมาเปลี่ยนชื่อ มาเป็น FMTV ก็มาเปลี่ยนโลโก้ หัวเรื่อง อะไรต่างๆ เราจำเป็นก็ต้องเปลี่ยน จนกระทั่ง พอเปลี่ยนมาแล้ว เราทำขึ้นๆ ก็ดูดี รายได้อุดหนุนก็ดูดี ผู้อำนวยการคนแรกของสถานี FMTV คือคุณเทียนพุทธ พุทธิพงษ์อโศก ต่อมาได้หมดวาระลง และได้คุณหนึ่งพุทธ วิมุตินันท์ เป็นผู้อำนวยการคนล่าสุด การบริหารของเราทางโลกคงทำแบบเราลำบาก เพราะ เราทำแบบคนจนมหัศจรรย์ พนักงานทุกคนไม่ต้องจ้าง มาทำฟรี ซึ่งแม้แต่โทรทัศน์การกุศลหลายช่อง แม้มีอาสาสมัคร ก็คงต้องจ่ายเงินให้ค่าจ้าง แต่เราทำฟรีกันตั้งแต่ผู้อำนวยการยันภารโรง และเครื่องไม้เครื่องมือก็ต้องทันสมัยเขาด้วย แต่เราทำได้อย่างปาฏิหาริย์ ต้องขอบคุณพวกเรามาก เราตั้งสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เรียกย่อว่า สขจ. ก็มีกิจการที่ทำได้ดีขึ้นมาก และเรามีมหาวิชชารามนาวาบุญนิยมจะต้องเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาวอโศก ต่อไปก็จะมีคณะขยะวิทยาต่อไป “โทรทัศน์เพื่อมนุษยชาติ ทุกบรรยากาศ คือการรายงานความจริง” ในเมื่อความจริงของชาวอโศกคือนักปฏิบัติธรรม ดังนั้น เนื้อหาส่วนใหญ่ของทางสถานี จะเน้นหนักไปที่สื่อสารธรรมะอันเป็นโลกุตระเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการรายงานกิจกรรมกิจการของชาวอโศก หรือรายการใดๆ ก็จะมีธรรมะเป็นเครื่องประกอบด้วยทั้งสิ้น เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่ขาดแคลนและจำเป็นที่สุดในสังคมที่เป็นยุคใกล้กลียุค เป็นการทวนกระแสสังคมที่กำลังตกต่ำจากอบายมุขที่มอมเมาผ่านการสื่อสารในยุคนี้ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม FMTV ถูกระงับการออกอากาศด้วยคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 15 ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เนื่องจาก คสช.ทำการรัฐประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงต้องการควบคุมบรรยากาศทางการเมืองให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ FMTV ได้หยุดออกอากาศตามคำสั่ง คสช. เป็นผลดีที่ทำให้ บุคลากรของ FMTV ได้พักผ่อนจากการตรากตรำทำงานหนักมาตลอดหลายปี และยังมีเวลาได้ปรับปรุงองค์กร รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้วย รวมเวลาออกอากาศ FMTV ทั้งหมดนานถึง 6 ปี 6 เดือน กับอีก 15 วัน 7 ส.ค. 57 กสทช.ได้เชิญตัวแทนของโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่ถูกปิดให้ร่วมประชุมกันเพื่อหาทางออก โดยมีตัวแทน คสช.เข้าร่วมประชุมด้วย ทางกสทช. ยืนข้อเสนอให้ทุกช่องเปลี่ยนชื่อช่องใหม่ และให้ทำผังรายการใหม่ ที่ไม่มีรายการที่ไม่มีเนื้อหาทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ขัดกับประกาศ คสช. ซึ่งทุกช่องดาวเทียมก็ยอมรับเงื่อนไขได้และตกลง ทาง FMTV จึงได้ทำผังรายการใหม่ เพื่อยื่นต่อ กสทช.ในวันที่ 8 ส.ค. 57 ได้ชื่อช่องโทรทัศน์ของชาวอโศกช่องใหม่ว่า “บุญนิยมทีวี” โดยยังคงทิศทางการทำงานเพื่อมนุษยชาติต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ หลายคนบอกว่ า เราเรียกว่า BNTV แต่อาตมาก็ว่าเราเรียกว่า บุญนิยมทีวีเลย คำว่าบุญนี่หมายถึงสิ่งยิ่งใหญ่ เป็นคุณค่าสูงสุด บุญคือการชำระจิตสันดานให้หมดจด นี่คือความหมายแท้ๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้แล้ว อาตมาเห็นในพจนานุกรมอังกฤษ ไทย บาลี อยู่ฉบับภูมิพโลภิกขุ ท่านธัมปาละได้เก็บใส่ไว้ได้ โชคดีที่ได้หลักฐานอ้างอิง อาตมารู้อยู่ แต่ว่าถ้าไม่มี หลักฐ านก็ถูกยำเละเลย ว่าอันนี้คือความหมายของคำว่า บุญที่แท้จริง ความหมายของคำว่าบุญเกือบจะหายไปหมดโลกแล้ว เขาเอาบุญไปยำเละ กลายเป็นโลกีย์หมด ซึ่งไม่ใช่เลย เพราะบุญคือการชำระกิเลส ยิ่งดีมากหาทำได้ บุญเป็นสิ่งมีค่าสูงสุด สมัยก่อนเขารู้ก็เลยใช้คำว่าบุญนำหน้า สมัยนี้ก็เอาบุญมาบังหน้า เพราะเป็นสิ่งมีค่าจากโบราณมาแต่เอาไปใช้โลกีย์ จะได้รวยลาภ ยศ ทำให้คำว่าบุญลดค่าลง แต่ที่จริงบุญคือการชำระกิเลส เป็นความยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ บุญเลยกลายเป็นเรื่องเละเหมือนคำว่ากุศลไปเลย คำว่ากุศลนี้มีรวมทั้งโลกุตระและโลกียะด้วยกัน แต่บุญนี่มีแต่โลกุตระอย่างเดียว ถ้าเป็นอรหันต์แล้วเป็นคนสิ้นบุญสิ้นบาป (ปุญญปาปปริกขีโณ) มีหลักฐานในพระไตรฯ แต่พอคำว่าบุญเพี้ยน คำว่าบาปก็เลยเพี้ยนคนเลยไม่กลัวบาป บาปคือตัวร้ายที่สุด คนมีหน้าที่จัดการบาป คนไม่กำจัดบาปคือโมฆบุรุษที่มีเต็มโลก เมื่อเราได้พยายาม กระเสือกกระสน อุตสาหะ เพราะเป็นงานหนักของเรา จนสามารถเปลี่ยนเป็นช่องใหม่คือช่อง บุญนิยม และลัทธิบุญนิยมคือ Boonnism จนกระทั่งวันที่ 24 ส.ค. 57 ทาง คสช. ส่งหนังสือแจ้งสำนักงาน กสทช. ให้โทรทัศน์ดาวเทียมที่ถูกระงับการออกอากาศทั้ง 12 สถานี ทั้งเอเอสทีวี-บลูสกาย-เอฟเอ็มทีวี-ช่องแดง ให้ออกอากาศได้แล้ว และเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด กสท. ในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม เพื่อพิจารณา 25 ส.ค. 57 กสทช. เรียก 12 ช่องทีวีดาวเทียมเซ็นเอ็มโอยู (MOU) วันอังคารที่ 26 ส.ค. 57 เวลา 10 . 00 น. ที่ชั้น 22 อาคารเอ็กซิมแบงก์ ก่อนนำเข้าบอร์ดกสท.วาระพิเศษในวันพุธที่ 27 ส.ค. เพื่อให้ออกอากาศได้ โดยไม่ต้องรอถึงสัปดาห์หน้า 27 ส.ค. 57 บอร์ด กสท. มีการพิจารณาวาระพิเศษเรื่องช่องโทรทัศน์ดาวเทียมที่ถูกระงับการออกอากาศโดยประกาศของ คสช.ฉบับที่ 15 / 2557 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 “การขออนุญาตถือเป็นการขออนุญาตใหม่ โดยที่ คสช. อนุมัติให้นิติบุคคลรายเดิมมาขอรับใบอนุญาตใหม่ได้ ทำให้ใบอนุญาตเดิม หรือช่องรายการเดิมถูกยุติเป็นการถาวร เพราะไม่มีการยกเลิกประกาศฉบับที่ 15 แต่ประการใด ทำให้ต้องเป็นช่องรายการใหม่ และรับเงื่อนไขพิเศษที่กำหนดขึ้น เป็นข้อตกลงในการกำกับดูแลเป็นพิเศษ” โดยบอร์ด กสท.ได้มีการพิจารณาอนุญาตให้ออกอากาศได้ 7 ช่อง จาก FETV มาเป็น FMTV และก้าวไปสู่ “บุญนิยมทีวี” 29 ส.ค. 57 สถานีโทรทัศน์"บุญนิยมทีวี" ทดลองออกกาศเป็นครั้งแรก เวลา 17 . 19 . น. พออาตมาพูดจบตรงนี้ก็เป็นเวลา 19 . 09 นาที เป็นการเปิดโทรทัศน์บุญนิยม ของเราก็กระทบไหล่ดาราเขาได้ ของเรายืนยันว่าเราไม่ได้จ้างใครมาทำ ทุกคนมาทำด้วยใจ ไม่ได้จ้าง เป็นอาชีพประหลาดไม่ได้เงินเดือนไม่มีรายได้ มีแต่เบี้ยยังชีพเท่านั้น กินอยู่กัน เป็นพี่น้องครอบครัว เป็นเรื่องที่อาตมาภาคภูมิใจว่าสอนให้คนหมดอามิส คือหมดยึดถือว่าจะต้องทำงานเพื่อแลกโลกธรรม แลกลาภ เหน็ดเหนื่อยเราก็ทำ เราจะทำให้จิตใจร่าเริงเบิกบานก็ทำได้ เราปฏิบัติธรรม ไม่ใช่จิตเซ็งไม่กระตือรืนร้น ไม่มีพลัง มันมีพลังปัญญา พลังแห่งความพากเพียร พลังรู้งานเข้าใจงานทำงาน พลังรู้ว่าเราจะทำเพื่อสงเคราะห์โลก นี่คือพลัง 4 ของผู้บรรลุธรรมพระพุทธเจ้า อาตมาว่าอาตมาประสพผลสำเร็จในการเอาธรรมะพระพุทธเจ้าให้คนศึกษา จนมีพลัง 4 ทำงานโดยไม่ต้องเอาอามิส เป็นผลสำเร็จที่อาตมาภาคภูมิใจ แม้ไม่เลอเลิศเต็มร้อยแต่ก็สำเร็จ ถือว่าพ้นมิจฉาชีพ ระดับ 5 ระดับคือ 1 . การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . แม้แต่อบายมุข เดี๋ยวนี้ทางบันเทิงเริงรมย์ หลอกให้คนติดสุข เป็นนรก ปหาสะ อย่างดารานี่ค่าตัวไม่รู้กี่ล้านๆ นักกีฬาก็ตาม อบายมุขทั้งนั้น ราคาค่าตัวแพง ไม่รู้กี่ล้าน เป็นความผิดระดับกุหนา บำเรอกาม กับอัตตา ซึ่งเป็นสุขเท็จ เขาปรุงแต่งกันมาทั้งโลกเลย ศาสนาอื่นไม่มี แม้แต่ในพุทธก็เหลวเลอะไปแล้ว อาตมาพยายามนำสิ่งนี้มาฟื้นสัจจะ ซึ่งก็แสนยาก ยากก็ต้องทำ เพราะเป็นสัจจะ อาชีพระดับกุหนาทุกวันนี้โลกเขาพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว สรุปคือคนหลงโลกธรรม กาม อัตตา มากๆในโลก คือจอมอบายจอมนรก คือสัตว์นรกทั้งนั้น แต่เขาไม่รู้ตัว พูดไปเขาก็อาจไม่ชอบใจ เขามีอำนาจด้วย เขาอาจมาปิดปากอาตมา แต่ถ้าปิดปากอาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าเขาทำร้ายอาตมานี่บาปมาก ใครมายับยั้งอาตมานี่บาปมาก เร ิ่ มตั้งแต่ใครมายับยั้งอาตมาหลายคนก็ได้รับวิบากมาหลายคนแล้วในชาตินี้ เป็นสัจจะไม่ได้ขู่นะ แต่พูดไปก็รู้สึกว่าไม่น่าพูดขออภัยที่พูดไปแล้ว 2 . การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง อันนี้ก็เลวร้ายมากเลย 3 . การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยงทายไม่ตรงแท้ เนมิตกะ แปลว่า คุณกำลังพากเพียรเพื่อเลิกโลก ต้องพากเพียร การลดกิเลสนี่เป็นเรื่องท้าทายมาก จึงเป็นเรื่องเสี่ยง เร ิ่ มตั้งแต่โสดาบัน ศีล 5 ละอบายมุข คนที่เขาครอบครองประเทศเป็นคนอบายมุข เกือบทั้งโลก เขาใช้อำนาจอบายมุขมาครอบครอง เป็นอำนาจเลวร้ายทางเงินทอง ทางสังคม เป็นอาวุธสะกัดคนอื่น ร้ายแรงมาก แค่ศีล 5 เร ิ่ มต้นไม่มีอบายมุขก็เสี่ยงมาก นี่คือเนมิตกตา จนกระทั่งสูงขึ้นๆ ตามลำดับ บรรลุแล้วมีต้นทุน เป็นสกิทาฯ ก็ทำต่อสูงขึ้น 4 . การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) สมมุติว่าสูงสุดในการอยู่กับโลกเขา สมมุติว่าเราเป็นอนาคามี แต่ก็ยังทำงานกับเขา เป็นบาปเป็นภัยที่ช่วยเขาทำงานไม่ดี เป็นไม้เป็นมือให้เขา ถ้าผู้ใดที่ไม่ต้องทำไปกับเขาแล้วก็ต้องมาทำส่วนตัว ถ้าไม่มีมิตรดีสังคมดี สิ่งแวดล้อมดียากที่จะทำได้ ถ้าเป็นลูกไม้ลูกมือเขาไม่มีทางบริสุทธิ์หรอก เราก็ต้องมาทำส่วนตัวหรือมาอยู่กับหมู่กลุ่มสาธารณโภคี อาจมีรายได้แต่ไม่โกงไม่ทุจริต ใช้แรงงานเราให้มากคุ้มเกิน เราไม่เอาเปรียบ เราเสียสละ แรงงานเรามีค่าร้อย เราเอาแค่สามสิบเป็นต้น 5 . การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) อันนี้ไม่รับส่วนตัวเลย อย่าว่าแต่วัตถุแลกวัตถุเลย เราทำงานฟรีเลยนี่คือเศรษฐศาสตร์บุญนิยมสุดยอด แม้โทรทัศน์ที่เราทำก็พิสูจน์เศรษฐศาสตร์บทใหม่ของโลก เป็นสูตรใหม่ที่คนทั้งโลกแสวงหา เกิดจากจิตวิญญาณเป็นหลัก ในทางวัตถุนั้นสิ้นท่าแล้วที่จะตั้งกฎเกณฑ์เศรษฐศาสตร์มาแก้ปัญหาก็ได้ชั่วคราว ไม่ถาวรยั่งยืน หมุนเวียนเป็นสมบัติผลัดกันชม แต่อันนี้ถาวรยั่งยืน เพราะทำอย่างจริงใจสร้างสรร เราพึ่งตนรอด อาตมาตั้งใจนำเสนอส ิ่ งนี้ เสนอบุญนิยม ในทุกๆ ด้าน เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง การศึกษา การกสิกรรม การเงิน การสื่อสาร ก็บุญนิยมได้ทั้งนั้น เป็นสูตรสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะเป็นลัทธิชำระกิเลส เป็นทฤษฎีที่ทำงานละกิเลส เมื่อละกิเลสได้จริง คนก็เป็นคนจริง แล้วละกิเลสแบบพุทธ เป็นความเจริญ ศิวิไลซ์ที่โลกแสวงหาแต่เขายังไม่รู้ เขาว่าเป็นไปได้ยาก เพราะโลกทุกวันนี้มันประเล้าประโลมกันหนักหนาสาหัส ขออภัยที่อาตมาพูดอย่างผ่าๆ แข็งๆ แต่อาตมาว่ามันดีรู้ชัดรู้ง่าย หากใครไม่มีอัตตาจะรู้ ทุกวันนี้ต้องเอาเศรษฐศาสตร์บุญนิยมมาแก้ไขได้ทุกศาสตร์ มันคลุมหมด ต้องชำระกิเลส และของพระพุทธเจ้าชำระกิเลสแล้วก็ไม่ได้อยู่แต่กับตัวเอง เหมือนลัทธิฤาษีที่ทำกันมาหรือศาสดาหลายศาสดา บางศาสนาหนีเลยไม่เอาโลกธรรม เขาก็ทำสำเร็จ บางศาสนาก็อยู่กับสังคม ก็ทำได้มักน้อยสันโดษพอสมควร เช่นศาสนาคริสต์ก็ทำได้ กดข่มได้ เรียนรู้ความดีงาม ไม่เอาเปรียบดี แต่ต่างกับพุทธที่ยังไม่สามารถเข้าถึงปรมัตถ์ คือเข้าไปสัมผัสจิต อ่านจิตได้ พระพุทธเจ้ามีเรียกชื่อจิตเยอะ มีหลักสูตรมากเลย เช่นรูป 28 จิต 78 หรือเจตสิกตั้งร้อยกว่า เป็นต้น แล้วจะรู้ลักษณะของจริงของจิต เราอาศัยวัตถุแต่ไม่ได้ติดยึด เราก็อยู่กับวัตถุกับจิต เราเรียนรู้ว่าจิตเป็นหลัก เราก็อยู่กับโลกเขา เขาจะเลวร้ายอย่างไรเราก็รู้ แล้วจิตเราไม่ไปร้ายกับเขาเลย แม้เขาจะร้ายกับเรา เราดีกับทุกคน เราก็ฉลาดทำให้เขาลดความร้ายลงเท่าที่ทำได้ รู้ว่าอย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้ หรืออย่างเอาไม้สั้นไปแหย่เสือ ซึ่งมีคนแสวงหาอยู่ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะไม่มีลูกค้า พิสูจน์มาแล้ว มีลูกค้าแต่หายาก และก็งวดเข้ามาเรื่อยๆ คนมีเชื้อมีภูมิปัญญาในไทยชักเหลือน้อย ก็มีต่างประเทศไหม แต่เราก็ไม่ดิ้นรนไปเผยแพร่ต่างชาติ แม้ภาษาเดี๋ยวนี้ก็มีแปลได้มีเครื่องแปล เราก็เผยแพร่ภาษาไทยนี่แหละ ใครไม่รู้ไปหลงสื่อสาร ที่มีผีอยู่ในนั้นเยอะ คนมีสำนึกก็ไม่ปล่อยให้ผีออกมาแต่ก็รับผีและสิ่งเลวร้ายในนั้นตลอดเวลา ดีก็ดีได้ใหญ่ ร้ายก็ร้ายได้ใหญ่เช่นกัน เราต้องมีภูมิคุ้มกันอยู่กับพวกนี้ก็อย่าให้มันเอาเราเป็นเหยื่อ ประเด็นหลักคือเราต้องสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ไม่มีกิเลสมาเป็นเชื้อร้ายในตัวเรา กิเลสมีมากขึ้นแน่ แต่ของพระพุทธเจ้าทนต่อการกระแทกกระเทือนไม่แปรเปลี่ยนไม่หวั่นไหวไปกับโลก เป็นอุตริมนุษธรม ธรรมพระพุทธเจ้าจึงรู้โลก อยู่กับโลก ทำประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ สร้างความสุขสงบอบอุ่นให้แก่มนุษยชาติ หรือว่า โลกานุกัมปา คือช่วยโลกทั้งโลก เราก็ไม่บังอาจขนาดไปช่วยทั้งโลก เราช่วยในไทยกลุ่มใหญ่ยังไม่ออกเลย แต่เราก็ต้องทำเพราะเป็นงานที่ดีที่สุดแล้ว เท่าที่มนุษยชาติควรทำ งานโทรทัศน์งานสื่อสารจึงจำเป็น เราต้องมีภูมิคุ้มกันให้ตนเอง แล้วก็ใช้มันเป็นประโยชน์ได้โดยไม่เป็นทาสไม่อย่างนั้นเราก็ช่วยคนไม่ได้ ถ้าอาตมาจะไม่มีน้ำใจ ทำอยู่กับหมู่เล็กๆ ไปได้ สบายมาก แต่มันก็ทำใจดำไปไม่ได้ มันก็เห็นว่าเราก็พอทำได้ ก็พากันทำ หนึ่งเราไม่ใช่คนใจดำ เราทำได้นี่ และสองเราเห็นทั้งเห็นว่าเขาทุกข์ ลำบาก เช่นเราเห็นรถชนคนล้มชักอยู่ก็ผ่านไปเฉย มันเป็นไปได้ยังไง ควรต้องไปช่วยเขาหน่อย เผื่อรอด แต่นี่หนีเลย เห็นไหม ใจดำ เราทำไม่ได้ ย ิ่ งคนถูกรถชนเลย หรือคนเลวร้ายก็ต้องช่วย เพราะเขาเลวร้ายเขาก็ไม่ดีและเป็นภัยต่อสังคมอย่างน้อยก็ต้องบอกให้คนระวังรู้ไว้ ถ้าช่วยเขาได้ก็ยิ่งดี สิ่งประเสริฐอันนี้ทำไมพระพุทธเจ้า ถึงเอาชีวิตทั้งชีวิตมาทำอันนี้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เอามาประกาศอันนี้อันเดียว ขอยืนยันว่าโลกจะกี่ยุคก็ตามก็อันนี้ประเสริฐสูงสุดในความเป็นมนุษยชาติกับสังคม ผู้ใดได้อรหันต์ก็คือ เป็นคนโลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) ไม่ใช่ว่าอวดอ้าง ว่าจะรับใช้สังคม แต่พอไปมีตำแหน่งก็ไม่ทำ อาจเพราะองค์ประกอบสังคมไม่ให้ ก็เลยยาก แต่ยากอย่างไรเราก็ทำ ทุกวันนี้เราทำงานรับใช้มวลชนคืองานการเมือง แต่นักการเมืองว่าขอให้เลือกเขาเขาจะไปรับใช้สังคม ก็รู้กันทั่วโลกไม่ว่าจะระบอบไหน แม้แต่เผด็จการเขาก็หลอกคนว่าเขามาช่วย ปชช.ข้อสำคัญคือ ใครจริงใจกว่ากัน จะจริงใจได้ก็ต้องลดกิเลส ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง พรรคพวก ครอบครัวที่เป็นกรอบแคบๆ ต้องเห็นแก่ส่วนรวมกว้างขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นจริงได้ต้องรู้ถึงจิต แล้วทำให้จิตเป็นไปได้ จิตจะต้องมีมุทุภูตธาตุ จิตมุทุเป็นจิตที่ คล่องตัวสมบูรณ์แบบแววไว ไวทั้งภูมิปัญญาปฏิภาณและไวในการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นและรู้จัก สัปปุริสธรรม 7 ประการ 1 .ธัมมัญญูตา (รู้จักทุกองค์ประกอบ) 2 .อัตถัญญูตา (รู้จักเนื้อหาเป้าหมาย) 3 .อัตตัญญูตา (รู้จักตนเอง) 4 .มัตตัญญูตา (รู้จักประมาณสัดส่วน) 5 .กาลัญญูตา (รู้จักกาลสมัย) 6 .ปริสัญญูตา (รู้จักหมู่กลุ่มบริษัทอื่น) 7 .ปุคคลปโรปรัญญูตา (รู้จักบุคคลอื่น) (พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 65 ) และรู้จักใช้มหาปเทส 4 และสัปปุริสธรรม 7 ความถูกต้องคือต้องตัดสินเข้าข้างคนดี ความเป็นกลางต้องเข้าข้างคนดี ไม่ใช่ว่าเป็นกลางห้ามเข้าข้างใคร ไม่ใช่ อย่างอาตมาออกไปแสดงตัวส่งเสริมคนที่อาตมาเข้าใจว่าเป็นคนดีคนถูกอาตมาก็ทำ ใครจะเข้าใจว่าเป็นกลางต้องไม่เข้าข้างใครนี่คือความคิดมิจฉาทิฏฐิ แล้วก็ปล่อยให้คนไม่ดีทำร้ายคนดี และคนดีทำร้ายใครไม่ได้ ถ้าไม่ช่วยคนดีคนชั่วจะกลัวหรือ ถ้าคนดีมีหมู่กลุ่มมากนั้น ก็จะทำให้คนชั่วกลัวได้ แต่เป็นสัจจะที่ลึกๆแล้วคนชั่วจะเกรงคนดี ถ้าเขารู้ว่าใครดี นอกจากเขาไม่รู้ว่าใครดี อันนั้นเป็นความหน้ามมืด อวิชชาไม่รู้ว่าใครดี แต่ถ้าเขารู้ว่าใครดี ก็จะเข้าใจ ทุกวันนี้อโศกอยู่ได้เพราะคนมีปัญญารู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ถ้าเขาไม่รู้นั้นอโศกอยู่ไม่ได้หรอก ลึกๆ แล้วเขารู้ว่าอโศกดี ไม่เช่นนั้นเขาปราบไปนานแล้ว ปราบไม่ยากด้วยชาวอโศกนี่ เอาไม้จิ้มฟันมาปราบก็ได้ งานโทรทัศน์เราต้องการผู้คน แต่เราก็ไม่กล้าไปขอร้อง และบังคับใครก็ไม่ได้ แล้วทำไมเราไม่จ้างมันมีนัยลึก คือหลายอย่างอาตมาไม่ให้จ้าง เช่นการเงินอาตมาไม่ให้จ้าง ใครสมัครใจทำการเงินก็มาทำ เรายอมรับว่าคุณซื่อสัตย์ก็ให้ทำ สองการสื่อสารนี่แหละเราไม่จ้าง อาตมาอธิบายไม่ไหวเหมือนกันว่าทำไมต้องเคร่ง เพราะมันสำคัญ เกี่ยวกับจิตวิญญาณลึกๆ หลายอย่างเราไม่จ้างได้แต่ยกตัวอย่างสองอันนี้เป็นเค้า การไม่จ้างนี่แหละคือการพิสูจน์ธรรมะของพระพุทธเจ้า พิสูจน์ถึงความสำเร็จของการเห็นแก่ตัวหรือส่วนรวม เป็นแก่ความดีงาม ถ้ามนุษย์รู้ว่าอะไรมีความดีงามถูกต้อง คือเขามีภูมิปัญญา เขาก็มา หากเขาไม่มีภูมิปัญญาเขาก็ไม่มา คนเห็นแก่ตัวนั้นไกลเรามาก เพราะมันคนละดีเอ็นเอ คนละเชื้อ คนละพันธ์ น้ำก็ไหลไปหาน้ำ น้ำมันก็ไหลไปหาน้ำมัน ที่เราทำโทรทัศน์มาก็พยายาม นักเรียนเองก็ไม่เข้าใจ ทั้งที่มีโอกาสทำ มีกุศลสูงด้วยนะ ขออภัยที่เหมือนเป็นเครื่องล่อ แต่มันเป็นของดีมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ หายากด้วย เป็นความต้องการของสังคมที่สูง เขาหาได้ยาก เพราะเราไม่จ้างก็ยิ่งยาก จึงเป็นสิ่งที่ต้องการสูงในคณะชาวอโศก ก็บอกกล่าวว่าถ้าผู้ใดเห็นความสำคัญเข้าใจก็มาช่วยกัน เราส่งเสริมให้ก้าวหน้าให้ทำงานได้ดีก็เป็นกุศลนอกนั้นคือพาปฏิบัติธรรมลดกิเลสเป็นรายได้เนื้อหลัก นอกนั้นก็เป็นเครื่องเคียงเป็นกุศล อัตภาพนั้นมีพลังงานเรียกว่าจิตนิยาม เมื่อมันเกาะตัวเป็นธาตุจิต เมื่อไหร่ ที่สูงกว่า อุตุ พีชะ ซึ่งจิตนั้นมีวิญญาณครอง และพลังงานระดับนี้เมื่อก่อตัวจับตัวกันแล้วก็จับตัวกันด้วยอวิชชา แล้วพัฒนาไปตามโลก ตอนต้นทำชั่วได้ไม่มาก แต่พอนานไปก็ทำชั่วได้มาก หากใครรู้แล้วก็มาลดอวิชชากัน เพราะแต่ก่อนที่จะรู้นั้นอวิชชาไปตลอด จนกว่าจะพ้นอวิชชา ทำให้อัตภาพเราหมดกิเลส หมดตัวโง่ รู้ว่าจิตวิญญาณเรามีรูปและนามเป็นเหตุปัจจัย หากเราจะล้างกิเลสไม่ให้มันมีอีกก็จะรู้โทษภัยว่ามันเป็นทุกข์ เป็นภูมิปัญญาเป็นฉลาดจิรงว่า กิเลสไม่ควรมีในจิต และมีพลังเจโตไม่ให้กิเลสเข้ามาได้อย่างเด็ดขาดประสิทธิภาพ กิเลสไม่มีทางเข้าในจิตได้อีกเลย เรียกว่าอรหันต์ เป็นจิตวิญญาณที่ปลอดภัยไม่มีโทษแก่โลก มีแต่ประโยชน์แก่โลก เมื่อจิตวิญญาณนี้นิจจัง ทุวัง สัสตังแล้ว จึงเป็นจิตวิญญาณมีแต่จะช่วยโลก นี่คือวิชชาของพระพุทธเจ้าที่สร้างคนให้แก่โลก เมื่อใดๆ ก็สร้างคนชนิ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน