570831_วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครูและส.เดินดิน เรื่อง โลกุตระได้หยั่งลงแล้วในประเทศไทย.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570831 วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครูและส.เดินดิน เรื่อง โลกุตระได้หยั่งลงแล้วในประเทศไทย วันนี้วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 ที่ บวร ราชธานีอโศก ส.เดินดินว่า...เมื่อวานนี้ไปดูกิจการของศิษย์เก่า ซึ่งเขาไปเปิดร้านขายของ ซึ่งก็น่าทึ่งว่าเขาไม่กลัวห้างดังๆ เลย ห้างอยู่ไหนเขาไปประกบเลย และที่หน้าร้านขายแบบบุญนิยม คือขายถูก ซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่ฉวยโอกาส เขาทุนไม่หนาหรอก แต่ก็ดูว่า การที่เขาแม้สินค้าจะขึ้นราคา แต่เขาก็ไม่ขึ้นราคาตาม อาศัยความซื่อสัตย์ พ่อครูว่า...พวกเราทุนไม่หนาหรอก แล้วเราจะสู้ได้อย่างไร เราก็ไม่ต้องไปรวยไปมีสายป่านยาวหรอก เขาคิดว่าเขาแน่ เราสู้เขาไ ม่ได้ เขามีสายป่านยา ว เขา พร้อมจะลดราคาแข่งกับเรา ต่ำจนใครจะหมดก่อนกัน ...ขอไขความว่า พวกเราไม่ต้องกลัวว่าเขา จะ สายป่า น ยาว แล้วจะลดราคาแข่งเรา ของเขาจะหมดก่อน เพราะว่าเราไม่มีอะไรจะหมด เราขายต่ำกว่าเขาแล้ว คนก็มาซื้อของราคาต่ำแน่นอน แล้วเขาก็จะต้องดั๊มพ์ราคาต่อไปอีกให้คนมาซื้อของเขา เขาก็จะขาดทุน แต่ของเราขาดทุนพออยู่ได้ แต่เขาก็จะขาดทุนจนสักวันหนึ่งก็หมด เราขายแค่นี้เราก็มีกินมีอยู่ เราพึ่งตนรอดพอกินพอใช้ แล้วเราก็เสียสละให้สังคม แต่ของเขา ขายขาดทุนไปมา ก็ขาดทุนจริงๆ สายพานจะยาวรอบโลกก็หมดได้ เราขายขาดทุนอย่างเก่านี่แหละ เขาหมดทุนเขาก็ไปไม่รอด จะขายต่อไปได้อย่างไร ในระยะยาวเขาไม่มีทางสู้เรา สายป่านยาวของเขานี่ จิตวิญญาณเรายาวกว่า เราไม่ต้องอึดเลย แต่เรายาวกว่าเขาได้สบายๆ เขาไม่มีทางชนะหรอกอย่ามานั่งแอ็คเลย เราไม่ดั๊มพ์ราคาแข่งกับเขาหรอก เราก็ขายแบบของเรา เราขาดทุนอยู่ได้ แต่ของเขาขาดทุนอยู่ไม่ได้ เราขาดทุนตามราคาตลาด แต่โดยจริงเราไม่ได้อดอยากทรมาน กินเนื้อกินตัวตัวเอง ไม่ใช่ เราไม่กินตัวเลย รายละเอียดอันนี้เขา
อ่านต่อ
คิดไม่ออกหรอก สู้ไม่ได้ ส.เดินดิน ...สมณะไปเยี่ยมพวกศิษย์ และสมณะเราก็พยายามตั้งคำถามแก่ศิษย์เก่าว่า ควรคิดถึงเรื่องอะไรก่อน 1 .บุญ 2 .ครอบครัว 3 .เงิน แต่เท่าที่ดูทิศทาง แม้แต่ศิษย์เก่าเราก็จะคิดถึงเรื่องเงินมาก่อน เพราะในสังคมนี้ถ้าไม่มีเงินจะอยู่ไม่ได้ แล้วทำไมเราต้องคิดถึงเรื่อง บุญก่อน พ่อครูว่า...เราลดละกิเลสก็ไม่ใช่ว่าลดพรวดเลยหมด แต่ว่าเราลดตามขั้นตอน มักน้อยแค่นี้ก็พอ แล้วค่อยลดลงอีก ไปเรื่อยๆ และแม้ไม่ต้องมีเลยก็พอ อันนี้จบแล้ว ไม่มีตัวไม่มีตน นอกจากว่าไม่มีตัวมีตนแล้ว เรายังมีระบบสัมพันธ์ คนอื่นเขามีตัวตนอยู่บ้าง เขาก็จะมักมากจะมีแรงทำ แต่คนไม่มักมากหมดกิเลสก็ไม่ใช่ว่าไม่มีแรงทำงาน หรือขี้เกียจแต่อย่างใด มันจะไม่ใช่เลย ปัญญามันจะรู้ว่าต้องขยันอย่างเป็นปกติ แล้วมีความรู้สามารถทำ มีแต่เหลือแต่เกินด้วยซ้ำ แล้วประเด็นที่ว่าคนที่ลดละแล้วหมดได้จริง ก็เพราะเข้าถึงปรมัตถ์จริงอ่านจิตแล้วล้างกิเลสได้จริง สังคมเราพึ่งพากันและกัน แม้ที่สุดเราหมดเนื้อหมดตัวเราก็ขยันอยู่ และเราก็มักน้อยสันโดษ เราไม่ไปติดกามารมย์ หรืออบายเลยเราจะไม่เปลืองผลาญ สมรรถนะในคนแต่ละคนจะสามารถผลิตสร้างสรรในตน ตีราคาแล้วจะพอกินพอใช้ เหลือกินเหลือใช้ คนเรากินไม่เกินกำลังเราเองหรอก ถ้าเราไม่ขี้เกียจเกิน คนก็ทำพอกินแน่ เพราะสัตว์ยังหากินรอดเลย สรุปแล้วคนเราพอลดกิเลสจะมีสมรรถนะทำงานเหลือกินเหลือใช้แน่ แต่ก็ถ้ามีภาวะป่วยทำงานไม่ได้ อันนั้นจึงต้องพึ่งพาสังคม ถ้าเราไม่สะสมเลยนะต้องพึ่งสังคม ถ้าเราอยู่คนเดียวก็ต้องสะสมไว้ แต่ถ้าเราอยู่กับสาธารณโภคี เราก็มีกองกลางสะสมไว้บ้าง ต่างตนต่างผลัดกันป่วย คนไม่ป่วยพร้อมกันหมดหรอก ถ้าไม่ใช่ห่าลงนานๆ ที คนป่วยก็มีไม่กี่คน แต่คนทำงานเยอะ ยิ่งอยู่อย่างเป็นปึกแผ่นก็ไม่บกพร่อง จะเหลือกินเหลือใช้ สร้างแล้วมีแต่สะพัดให้คนอื่นเต็มที่เลย เมื่อผู้ใดมีความขยันกับสมรรถนะเพียงพอคนนี้เหลือกินเหลือใช้ ก็ไม่ต้องกลัวจะขาดแคลน และอยู่กับหมู่กลุ่มที่ขยันสมรรถนะอีก โดยแต่ละคนไม่สะสม เอาเข้ากองกลางหมด กองกลางก็ยิ่งมีมากขึ้นๆ เขาบอกว่าหมู่บ้านอโศกนี่ว่าจน แต่ทำไมมันดูใหญ่นักล่ะ ดีไม่ดีไปช่วยเขาอีก เขาก็อาจระแวงว่าเรามาไม้ไหน จะมาล้วงตับกินไส้เขาหรือไง? เราเองเราทำงานช่วยเขา แต่เขาก็ไม่ค่อยเชื่อระแวงเรา เราก็ไม่เป็นไร เราก็ทำช่วยไป เพราะว่าที่นี่เอาที่สำนึกของคน ใครมีสำนึกดีก็สร้างสรรดี เอาไปแบ่งกินแบ่งใช้กัน ขอให้เรามีพลังสร้างสรรเป็นอาริยทรัพย์ เราก็เป็นเจ้าหนี้ เจ้าบุญเจ้าคุณ เราไม่จำเป็นต้องไปทวงอะไรเลย ใครจะเป็นหนี้เราเราไม่ต้องไปจำเลย ใครอยากใช้ไม่อยากใช้ เราก็ทำเหลือทำเกินอยู่แล้ว พอปฏิบัติไประดับหนึ่งเราก็จะรู้ว่ามันเหลือเกินใช้แล้ว คนอื่นมาแบ่งเราอีกเราก็ยิ่งมีมากเกินอีก ส.เดินดินว่า... พ่อครูว่า...คนที่ไม่มาอยู่ไม่รู้หรอก ดูอย่างนกใบทิพย์สิ สุดท้ายก็ไปอย่างสงบเรียบร้อย คนไปเยี่ยมมากเกินไปช่วยมากมาย จนจะเกินไปซะอีก ญาติทางสายจิตวิญญาณนี่มีมากกว่าญาติทางสายโลหิตแน่ อาตมาจะอยู่พิสูจน์ไป คนไม่ค่อยเชื่อว่าจะเป็นไปได้ก็ไม่เป็นไร ส.เดินดินว่า..ได้คุยกับญาติธรรมรอบนอก ลูกเขาก็เป็นคนดี ผมถามเขาว่า ระหว่างเงินกับลูก อะไรจะดูแลวาระสุดท้ายของชีวิตเขาได้มากกว่ากัน เขาตอบว่าเงิน...มั่นใจเงินมากกว่ามั่นใจลูก พ่อครูว่า...เป็นได้ถ้าลูกแสดงจิตใจเป็นโลกีย์ เขาก็ไม่มั่นใจเพราะเงินช่วยได้มากกว่า แต่ว่าหมู่กลุ่มที่ดีนั้นพึ่งพากันได้มากกว่า อาตมามั่นใจว่าชาวอโศกมีเนื้อแท้ในการเห็นแห่มิตรญาติ มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี มั่นใจว่าว่าพึ่งเกิด แก่ เจ็บตายกันได้จริง ? ก็เอาตัวอย่างของพวกเรา มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า...บ้านราชฯทุกวันนี้กำลังพัฒนาทางที่อยู่อาศัย วัตถุ แบบก้าวกระโดดไปหรือเปล่า บางคนก็บอกว่าเรามาอยู่กับระบบทุนนิยมหรือบุญนิยม บุญนิยมที่บ้านราชฯดูเหมือนจะถูกทุนนิยมกลืนกินไปทีละน้อย เรามีแรงงานที่ต้องว่าจ้างมากมาย อุปกรณ์เครื่องยนต์กลไกก็ต้องจ้างเขาส่วนมาก ทั้งๆ ที่คนของเราก็พอมี เครื่องยนต์กลไกอุปกรณ์เราก็พอมี หรือว่ามีเพื่อเอามาโชว์เฉยๆ บางอย่างก็จ้างก็ต้องทำถ้าจำเป็น พ่อครูสมณะก็ยังอยู่ ..อยู่ในสายตา ข้าน้อยก็อาจ มองผิดไป อยากให้บ้านราชฯเป็นบุญนิยมมากกว่านี้....กราบนมัสการ พ่อครู..ตอบ ผู้เขียนมาก็มีความเข้าใจ อาตมาก็เห็นอยู่ และช่วยจัดสรรอยู่ ให้พอเหมาะพอดีไม่อย่างนั้นพัง แต่อาตมาก็เห็นว่ามันเป็นไปได้ มันมีความซ้อนที่ว่า คำว่าทุนนิยมคือเอามาให้แก่ตนเองมาก มีประโยชน์แก่ผู้อื่นน้อย ส่วนบุญนิยมเอามาให้แก่ตัวเองน้อยเอาให้แก่คนอื่นมาก จนไม่เอาให้ตนเองเลยมีแต่ให้คนอื่น ทีนี้ ที่บ้านราชฯ ขณะนี้คนมาอยู่ ก็อาจรู้สึกว่า มันเข้าเขตทุนนิยมแล้ว มันให้แก่ตนมาก ให้แก่คนอื่นน้อย หรือว่าให้แก่คนอื่นมากแล้วให้ตนเองน้อย...ขณะนี้ บ้านราชฯเป็นแบบไหน?....เรากำลังทำเพื่อคนอื่นมากขึ้น เราทำกว้างขึ้น เช่นเราให้คนมาทำงานที่นี่มากขึ้น คือเราให้คนอื่น เขามาทำงานในนี้ ของเราก็ไม่ใช่ว่าขี้เกียจ เป็นนายทุนใช้แต่เงิน ไม่ใช่ มันซ้อน ชาวชุมชนเราก็ทำอยู่ ขยัน สร้างสรร เราไปขยาย ฮับ ที่เผยแพร่ต่อ เราจะลดราคาลงไปอีกด้วยซ้ำ ที่เราทำนี่ ...ต้องดูกรรมกิริยาว่าเราให้เขาหรือเราเอามา? ...เราให้เขามากขึ้นต่างหาก … แล้วเราให้เขามากขึ้นแล้วเราเตี้ยอุ้มค่อมหรือไม่?...จริงขณะนี้เราเหมือนเป็นหนี้ แต่เราเรียกว่าเงินเกื้อ (เทียบกับคำว่ากู้) มองให้ชัดดูให้ดีว่า อโศกกำลังเจริญขึ้น อย่างเงินเกื้อเรานี่ก็ไม่ได้เอามาฟุ้งเฟ้อเกินไป แต่เราก็เอามาใช้ประโยชน์จริง แม้จะดูว่าเรามีประดับตกแต่ง ศิลปะ ...อาตมาเรียนศิลปะมาก็คือเราทำเพื่อให้เขาเห็น สวย แต่ไม่สวยอย่างปรุงแต่ง มิสทิฟฟานี่ บ้าๆ อย่างนั้นเราไม่ทำ แต่ของเราสวยอย่างธรรมชาติ รูปรสกลิ่นเสียงเป็นธรรมชาติเสียส่วนใหญ่จะประดับตกแต่งก็ไม่เกินไป อาตมาเป็นศิลปินมองในองค์ประกอบที่จะจัดสรรให้ลงตัว เป็นมงคลอันอุดมไม่เป็นข้าศึกแก่กุศล อาตมาชัดเจนในสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนไม่ จะไม่ขบถ เรื่องอะไรจะทำสิ่งเสื่อม เราไม่ทำอย่างเกินไปเราไปทำทำไมมันจะเสื่อมหรือแม้ไม่ทำมันก็ไม่เสียหายอะไรเราจะไปทำทำไม แต่ที่เ รา ทำนี่มั นทั้งไ ม่เสียหายและเป็นประโยชน์เราจึงทำ ในรายละเอียด การระแวงระวังระมัดระวังไว้ เป็นเรื่องดีนะ ช่วยกันมอง อาตมากำลังอธิบายคล้ายกับที่ คุณประยุทธ์ทำนะตอนนี้ มีอะไรถามมากตอบไป เขาก็เร็วไวในการตอบนะ อาตมาก็ไม่ทำแรงอย่างเขา ของเขาทำตามฐานะ สรุปเราไม่บานปลายหาทุนนิยมแน่ และดูประโยชน์ท่านมากไปจะเราสูญเสียหรือไม่?ก็ไม่เสียนะ คือเราได้สัมพันธ์ขัดเกลาฝึกปรือสร้างสรร แรงงาน ทั้งใจก็ได้ฝึกพยายามปรับให้สบายให้อยู่ได้ มันซับซ้อนลึกซึ้งมาก ทฤษฎีพระพุทธเจ้านั้นสุดยอด ดีแล้วที่ถามมา ขณะนี้อาตมาก็ขอตอบสรุปอีกที ว่า บ้านราชฯยังเข้มอยู่...แต่เอื้อมเอื้อเกื้อกว้างได้มากขึ้น ส.เดินดินว่า...เขาจะท้วงว่า ก็ใช้พวกเราสิคนนั้นคนนี้ พ่อครูว่า...มันขัดแย้งที่คนที่ใช้คนอยู่นี่ไม่มีความสามารถ แต่ความสามารถสุดยอดคือเขาอยากมารับใช้ วิ่งมารับใช้ให้เลย คนที่ใช้คนคือคนเบ่งอำนาจ การไม่ใช้ใครนี่คือคนสุดยอด ใครที่ใช้คนมากนั้นไม่เก่งเลย แต่คนที่มีคนเขามารับใช้มาทำให้โดยไม่ต้องสั่งอย่างเต็มใจนี่คือสุดยอด หากจะให้เราชี้ใช้นั้นมันขัดแย้งกับลีลาโลกุตระ แต่เราทำให้เขาสำนึก มีภูมิปฏิภาณเองว่าเขาควรทำ ยิ่งจำเป็นยิ่งควรทำ นั่นคือความตื่นรู้ที่มีปฏิภาณปัญญาว่าอะไรควรหรือไม่ควร อะไรควรเขาก็จะทำเป็นการสร้างคนให้มีปัญญารู้ว่าอะไรควรทำ ส.เดินดินว่า...มีคนบอกว่าจุดอ่อนบ้านราชฯ ทั้งที่คนมามาก มีทั้งวนบ.ด้วย แต่คนเก็บผักก็เหลือคนเดียวอีกแล้ว พ่อครูว่า...ก็ต้องรู้แล้วช่วยกันเสริมหนุน เรื่องเก็บผักนี่หากคนเดียวเก็บพอก็ดีไป แต่นี่คนเดียวไม่พอ พวกเราก็ช่วยกันมองเรื่องนี้สำคัญนะ ผลผลิตเรามี ผู้ทำก็ขยันทำ แต่ไม่ขยันเก็บ สิ่งเหล่านี้ก็ค่อยรู้ค่อยฉลาด ส.เดินดินว่า..และคนเก็บผักเขาคิดว่าเหมือนไม่ได้แสดงสมรรถนะอย่างไร ไม่เหมือนคนปลูกผัก พวกเราอาจคิดว่าไม่ท้าทายความสามารถอะไร? เป็นบุญแรงแห้งรางวัล พ่อครูว่า...เป็นการปิดทองลำไส้พระ ...พวกเราก็ยังมีติดในโลกธรรม แต่ว่าบุญแรง แห้งรางวัลนั้นจะขันชะเนาะจิตใจเราให้สร้างสรรได้อย่างดีเลยนะ ส.เดินดินว่า..เมื่อกี้นี้พ่อครูพูดถึงนายกฯคนที่ 29 มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนใหญ่คนได้อำนาจจะติดยึดหลงใหลในอำนาจและผิดพลาดในที่สุด พ่อครูว่า...การติดยึดอำนาจแล้ว หนึ่งใช้อำนาจเป็น หรือ สองใช้อำนาจนั้นเพื่อคนอื่นจริงๆ ใช้คนเป็น กระจายงานเป็น และเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ถ้าคนจะยึดอำนาจ หลงอำนาจนั้นอยู่บ้าง แต่เขาใช้คนเป็นและไม่ได้เห็นแก่ผลได้ส่วนตัว แต่ทำเพื่อส่วนรวมประเทศจริงๆ และความรู้สามารถเขาทำได้ และไม่เห็นแก่ตัวด้วยก็ให้ยึดอำนาจไปจนตายเลยนะ ฟังดูเงื่อนไขอาตมาดู คนที่ว่าไม่เป็นปชต.นั้น ถ้าเอ็งไม่เก่งเท่าเขาก็อย่าสะเออะ ให้เขาทำเถอะ สำนวนคำว่า หลงอำนาจ ยึดอำนาจ ต้องมีเหตุปัจจัยว่า เพื่ออะไร ? แต่ถ้าหลงอำนาจแล้วเอาเข้าตัวเอง โกงกินทุจริต หรือบริหารไม่เป็นก็รีบไล่ออกไปเลย ถ้าเผื่อว่าเราจริงใจและพอไปได้ ขณะนี้ดูคุณประยุทธ ออกมาบรรยายแต่ละประเด็นก็จะรู้ว่าเขารับผิดชอบไหม อาตมาดูท่าทีคุณประยุทธแล้วน่าเลื่อมใสนะ อาตมาไม่ได้พูดป้อยอนะ และส่วนที่อาตมาเข้าใจยังไม่ได้ คือเขาจะเห็นแก่ตัวมีเล่ห์เหลี่ยมไหม ..ก็เอาเถอะ จะมีบ้างก็เล็กน้อย อาตมาว่าไม่น่าห่วงนะ ให้ทำดู ถึงอย่างไร พฤติกรรมเขาขณะนี้ก็ไม่โกงกินมากกว่าเขาทำงานนะ ยังจับไม่ได้ แต่ถ้าโกงกินมากกว่าการงานก็ค่อยว่ากันอีกที อาตมาดูว่ายังไม่เห็นใครขยันเอาจริงมุ่งมั่นขนาดนี้ มันมีสิ่งที่ยังไม่เข้าใจคือใจเขาจะมักน้อยสันโดษขนาดไหน ถ้ามักน้อยได้อีกก็อยู่ไปอีก นานๆ เลย ส.เดินดินว่า..ตอนนี้รัฐบาลพยายามปรองดองก็เหมือนหินทับหญ้าไว้ พ่อครูว่า..ก็ยังต้องดูไป จะไปติเรือทั้งโกลนได้ไง ดูค่าเฉลี่ยแล้ว พฤติกรรมบริหาร ให้คะแนนถึง 90 % นะ ส่วนบกพร่องนั้นมีบ้าง เช่นใช้คนบางคน ที่เราเห็นว่าไม่น่าไว้ใจ แล้วกี่คน เชียว มันยังไม่ถึง 10 % นะมากไปแล้ว ส.เดินดินว่า..โพล ของปชช.ก็ให้คะแนน 90 % ขึ้นไปเหมือนพ่อครูนะ พ่อครูว่า...ใครจะให้ได้เต็มร้อยก็ไปที่โลกพระอังคาร ซึ่งอาตมาว่าดาวอังคารยังไม่มีคนหรอก มีแต่น้ำ เท่าที่อาตมาอายุ 80 กว่าแล้ว อาตมาเกิดมาปชต.ก็เกิดแล้ว ปชต.เกิด 2475 อาตมาเกิด 2477 อาตมาเห็นปชต.ตั้งแต่เร ิ่ มๆ เลย พอรู้ความตอน จอมพล.ป. ที่เป็นตัวปฏิกิริยาหลัก อาตมาก็ทัน นายกฯสองคนแรกคือพระยามโนปกรณ์ และ พระยาพหลฯ ก็ยังไม่ตั้งหลักเท่าไหร่ อาตมาทันหลวงพิบูลย์สงคราม ก็เห็นปชต.แบบใดๆ มา ซึ่งตอนแรกก็ยังไม่มีรูปเรื่องเยอะ แต่พอจอมพล.แปลกนี่แหละมีรูปเรื่องของปชต.เยอะ จอมพล.ป.คือมี ตัวเองโลภ และให้พรรคพวกโกงด้วย สองอันนี้ เหมือนทักษิณที่มีครบสองอันนี้เลยให้คนอื่นโกงด้วยแล้วตัวเองก็ดูดเอาได้ด้วย เป็นประเด็นหลักที่ชัดเจน ถ้าไม่เอาแก่ตัวเองมากและไม่ให้พรรคพวกโกง จนมาถึง จอมพล.ถนอม และจอมพล.สฤษดิ์ ก็บริหารใช้ได้ แต่ก็ยังโกงอยู่นะ มากเหมือนกัน สรุปแล้ว นายกฯที่เป็นมาอาตมาให้คะแนนคนนี้ แม้จะเป็น 1 st impression คนอื่นๆ อาตมาก็ได้เห็นมาแล้ว อาตมาจึงให้ราคาพล.อ.ประยุทธ์ นอกนั้นก็ไม่ได้เนื้อหาเลย ได้นายกฯมา 20 กว่าคนแล้ว แม้แต่คึกฤทธิ์ก็เถอะ พล.อ.เปรมนั้น ก็ไม่ปล่อยให้พรรคพวกช่วยกันโกง ตัวเองก็ไม่ซุกซ่อนโกงกินอะไร ซึ่งก็ได้ตำแหน่งจอมพลเหมือนกัน จึงได้เป็นรัฐบุรุษคนเดียวในประเทศไทย ที่ในหลวงท่านมองออก แม้แต่ท่านปรีดีย์ พยมยงค์ ก็ได้เป็นนายกฯ เป็นรัฐบุรุษของปชช.แต่ก็ไม่ได้มีโอกาส พอมีโอกาสก็ไม่มีความรู้ทำ แต่ตอนมีความรู้ก็ไม่มีอำนาจโอกาสทำ ในประเทศไทยมีรัฐบุรุษสองคน คือ พล.อ.เปรม กับ ปรีดีย์ พนมยงค์ และถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ทำได้ แม้จะมีกิเลส แต่ก็ต้องรู้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตที่จะทำหน้าที่ อาตมาเห็นว่ามีความรู้ สามารถพอ แต่เหลือแต่ซื่อสัตย์ ขนาดปูยังบริหารได้เป็นปีๆ เลย แล้วประยุทธ์จะบริหารไม่ได้อย่างไร นี่ไม่ได้ดูถูกปูนะ แต่เขาให้ทักษิณชักใย ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์และพท.ทำ เหลืออย่างเดียว แม้กิเลสมีก็ให้กดข่มไว้ จะตายไหม พยายามเสียสละอย่าโลภ ลูกก็มีแฝดเดียว เมียก็มีคนเดียวมั้ง ญาติโกโ ห ติกาก็มีไม่เท่าไหร่ เป็นโอกาสที่ดีมากเลย ที่จะทำงานเสียสละสร้างสรร ถ้าได้จริงใจทำเต็มที่เลย แล้วซื่อสัตย์อย่าขี้โลภ เป็นภัยหนัก ส่วนความรู้สามารถเห็นแล้วอาตมาขอยอมรับ คุณประยุทธ์จะได้เป็นรัฐบุรุษที่เด่นเลย แม้มีกิเลสก็กดข่มไว้ ขอสักชาติเพื่อประเทศไทย และไม่ใช่แค่ไทย ตอนนี้เขาจะรวมอาเซี่ยน เป็นเรื่องธรรมดา และไทยจะเป็นตัวอย่างเป็นหลักให้แก่เอเซียเลย ทั้งเศรษฐกิจสังคมด้วย ส.เดินดินว่า...พ่อครูมองการเปิดอาเซี่ยนว่าอย่างไร เพราะเขามองว่านายทุนจะได้ประโยชน์ พ่อครูว่า...มันอยู่ที่ปชช. ถ้ายังเห็นแก่ตัว จะไปล้วงตับกินไส้สังคมส่วนกลางก็ไปไม่รอดแต่ถ้าแต่ละคนไม่เห็นแก่ตัว กิเลสน้อยในค่าเฉลี่ย ในเอเชียอาตมาเชื่อว่ากิเลสน้อยกว่า เพราะอะไร? ภาคยุโรป กับเอเชีย พลเมืองเอเชียมากกว่า...แล้ว ศาสดาทางยุโรปกับทางเอเชียอันไหนมากกว่าและลึกกว่ากัน ก็เอเชีย เพราะเอเชียมีโลกุตระ ยุโรปไม่มีโลกุตระ ขอยืนยันว่าไม่มี แม้ตะวันออกกลางก็ไม่มีโลกุตระ อาตมาจึงไม่เกรงไม่หวั่นเลย และยิ่งไทยตอนนี้ คนไทยนั้นมีเชื้อโลกุตระกำลังก่อหวอด แม้จะไม่แตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาว ยังไม่ค่อยเดียงสา แต่ ก็ โอคทา แล้ว เชื้อไ ด้หยั่งลงแล้ว ไทยจะเป็นชมพูทวีป นำโลกไปสู่ความสงบสุข ส.เดินดินว่า...อะไรเป็นสัญญาณว่าโลกุตระกำลังก่อหวอด พ่อครูว่า...ก็พวกเราตาดำๆนี่แหละ นี่เป็นเครื่องวัดค่า เป็นดัชนีบอกให้เห็น ว่าพวกคุณแกล้งมาจนหรือ? คุณแกล้งสุขหรือเปล่า?.. อาตมาว่าพวกคุณไม่ได้แกล้งมาสุข สุขอย่างมักน้อยสันโดษนะไม่ใช่แบบฤาษีนะ มีรูปธรรมเห็นๆ เลย ตามสวากขาตธรรม เอาตนมาพิสูจน์ เชิญให้มาดูได้ จะรู้ว่าเข้าร่องรอยแบบ อาริยะของพระพุทธเจ้าไหม? เป็นดัชนีชี้ค่าของอาตมา ศาสนาคริสต์เร ิ่ มต้นด้วยสาวก 12 คนเอง แล้วพระเยซูใช้เวลาบรรยายแค่ 3 ปี น้อยที่สุด แล้วของพระพุทธเจ้าเป็นโลกุตระใช้เวลาตั้ง 45 ปีหลักฐานก็มี แม้จะเสื่อมไปบ้าง แต่ถ้ามองให้ออกว่าเกิดขึ้นแล้วในไทย ปชช.ตื่นตัวกันเยอะ แต่เขายังไม่แน่ใจมั่นใจ และเขายังเข้าใจได้ไม่จริง ถูกมอมเมา อาตมาว่ากระแสหลักเป็นโลกียะไปหมดแล้ว แต่คนมีปัญญาจะเข้าใจมองออก แต่เราเข้าใจแล้วก็ทำไปสั่งสมไป จะเห็นได้ง่ายต้องมีรูปโต กว้างขวางมีคุณราศี มีคุณนิธิมากพอ เป็นต้นทุนที่เป็นกอบเป็นกำ เป็น Potential energy ส่วน คุณราศีเป็น Kinetic energy ถ้าสองอย่างนี้มากพอก็จะแสดงออกในสังคมให้เห็นเอง พูดไปเหมือนเข้าหาตัวเองและกระทบคนอื่น แต่ถ้าพูดไม่กระทบใครก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย พูดไปทำไมกัน ให้เสียอาวุธด้ามยาว แต่ถ้าอาตมาพูดผิด กรรมก็ตกเป็นของอาตมาเอง เหมือนแขกมา แล้วเราก็เอาอาหารให้แขก แต่แขกเขาไม่เอา อาหารก็ตกเป็นของเรานั้นแหละ เราพูดไปนี่ไม่ได้ทำร้ายใคร แต่พูดให้ปรังปรุงแก้ไข แม้คนชั่วก็ให้แก้ไข แม้คุณเองจะแก้ไขสิ่งชั่วได้ก็ไม่ต้องมาตอบแทนอะไรอาตมา สังคมก็ได้สิ่งดีแล้ว ส.เดินดินว่า...พ่อครูคิดว่าทิศทางของบุญนิยมทีวีกับ โลกุตระจะไปด้วยกันอย่างไร? พ่อครูว่า...อาตมากำลังเขียนหนังสือ ค้าบุญคือบาป ขยายโลกุตระมากเลย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน 7 . อาณิสูตร [ 672 ] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพน ชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมาโครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วย สุญญตธรรมอยู่ จักไม่ปรารถนาฟังจักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษาแต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวก ภาษิตอยู่ จักปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ [ 673 ] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้วอันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธานฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วย สุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ จบสูตรที่ 7 สรุปแล้วยุคนี้โลกุตระเสื่อมจนคนไม่เข้าใจ และดีไม่ดีดูถูกด้วย แต่เราก็พากเพียร อาตมายังอุ่นใจ ว่าเอามาสำเสนอแล้วมีคนมารับได้และทำได้ จนเกิดผลไม่ใช่แค่คนเดียวหรือร้อยคน แต่นี่เป็นพันเป็นหมื่น ไม่อยากพูดว่าเป็นแสน แต่มวลหมื่นนี่อาตมาคิดว่าไม่ผิด จะกี่หมื่นก็แล้วแต่ ทุกวันนี้มีจำนวนมีหมู่กลุ่ม ถึงขั้นวัฒนธรรม มีเรื่องราว รูปแบบ มีนิทาน แบบบุญนิยมนะ คนที่มีภูมิปัญญาพอ ก็จะรู้ความสำคัญ รู้ว่านี่คืออาริยะ เขามาศึกษาแล้วก็เอาไปทำได้ เอาแค่คุณนี่แหละ ถ้าอาตมาตายคุณจะสืบต่อไหม? ส.เดินดินว่า...ก็ไม่มีทางอื่นนะครับ แต่ผมคนเดียวคงทำไม่ได้ต้องมีหมู่กลุ่มด้วย พ่อครูว่า..อาตมาดูทั้งองค์ประกอบพฤติกรรม มาลดละอย่างเห็นเป็นองค์รวม ประเมินแล้วได้ค่าที่อาตมามั่นใจว่า ใช่ พอ นะ ไม่สูญสลายง่าย และก็ไม่เปลี่ยนแปลง ตั้งหน้าเดินต่อแน่ มั่นใจว่าตั้งแต่บัดนี้ไป อาตมาทำงานมา 40 กว่าปี กำลังขึ้นหน่วยที่ 5 แล้ว 1 , 2 , 3 , 4 ตอนนี้ 5 เมื่อครบ 5 ก็เข้า 6 เป็นอีกเส้าหนึ่ง เป็นการนับสถิติเป็นการวัดค่าอย่างหนึ่ง 1 กับ 2 จะเป็นแรงงานไม่ครบวงจร แต่พอเริ่มต้นมีองศา นิดนึงก็จะมีมุมขึ้นมา แต่พอมุมองศามันมากขึ้นจะมีสิ่งขยายมากขึ้น หมุนเป็นวงรี ก็เพ ิ่ มมาเรื่อยๆ ต่อมาจนเป็นวงกลมได้ดิ๊กเลย จะไม่เกิดการเสียดสี จะเกิดความเย็น คล่อง สมบูรณ์ เมื่อเกิดสภาพเต็มรูปหมุนรอบเต็ม เมื่อครบเส้า อย่าง รูปธรรม อาตมาทำงานมาทศวรรษที่ 5 แล้ว อีก 6 ปีจะครบ 50 ขึ้นเลข 6 นับต่อไปอีก อีก 10 ปีขึ้นเลข 7 ก็ครบสองเส้าของสองวง ขึ้นเลข 7 นี่เป็นเลขเกิด สัตตักขัตตุปรมโสดาฯ หลั ก 7 สัตตะ เป็นหลักของมนุษยชาติหรือสัตว์โลก หากสัตว์เดรัจฉานจะไม่ครบสัตตะง่ายๆ ส่วนมนุษย์จะเข้าสัตตะได้ต้องถึงระดับโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ โสดาบันนี่เขานับ 1 ที่เข้ากระแส 2 . 3 .นิยตะ 4 .สัมโพธิปรายนะ เขานับเอาแค่ สามในสี่เป็นนิยตะ คือผู้ใดได้สามในสี่เลยไปแล้วเรียกนิตยะ เป็นความแน่นอนมั่นคงของเร ิ่ มต้น แล้วสูงขึ้นไปอีก โสดาบันขั้นต้นก็เอาแค่หลัก 4 และสูงขึ้นไปเป็นอนาคามีจะเอาหลัก 7 พอเต็ม 9 ก็เป็นวงเต็มแล้วจะซ้อนไปเรื่อยๆ เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ปฏิ นิ สสัคคะ เป็นการทวนรอบสร้างสวรรค์ แล้วก็อยู่เหนือสวรรค์ไปเรื่อยๆเป็นรอบๆ พอครบ 9 ก็นับหนึ่งใหม่เป็น 10 เป็น 11 ไปเป็นหน่วยหนึ่งใหม่อีก การอธิบายแบบนี้เป็นของเก่าของอาตมาที่นำมาใช้ มันมีคุณสมบัติแท้ของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานฟิสิกส์หรือคุณธรรมก็ใช้หน่วยนี้ แม้นามธรรมก็ใช้หน่วยนี้ ผู้ใดเข้าใจทางฟิสิกส์ได้ก็เอามาใช้กับนามธรรมได้อาตมาก็เลยพยายามใช้อิทธิบาทอยู่ต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยได้โลกุตรธรรมยั่งยืน อาตมาเห็นแล้วว่า มีดีเอ็นเอพุท ธ โอคทา แล้ว แล้วเป็นชมพูทวีป ที่ย้ายจากอินเดียมาแล้ว อินเดียเป็นประเทศใหญ่แต่ยุคนี้ใหญ่ไม่ได้แล้ว ประเทศอังกฤษเป็นประเทศเล็กแต่สร้างอาณานิคมได้เยอะ โดยมีนามธรรมเป็นหลัก ส่วนประเทศใหญ่คือจีนกับอินเดีย อินเดียอยู่อย่างเจโต ส่วนจีนอยู่อย่างปัญญา และปัญญาพังเร็ว เจโตพังช้าไม่ได้พยากรณ์นะ แต่ดูไปเถอะ พลเมืองเขาพอๆ กัน แต่มีนามธรรม จิตวิญญาณต่างกัน เป็นสัจจะที่อาตมาพูดไปคงมีทั้งคนเข้าใจและก็ไม่ พ่อครูว่า....ปางนี้ของในหลวงเป็นมหาชนก กับเตมีย์ใบ้ ทำมาถึงอายุป่านนี้แล้วท่านทำได้ผลดีมากเลย เป็นผู้ไม่พูดไม่ว่า ไม่หลุดกระทบใครเลย รักษาได้เป็นเตมีย์ใบ้ได้ และพากเพียรเป็นมหาชนก ว่ายในมหาสมุทรที่ไม่รู้ทิศ ขอให้ได้พากเพียรให้สุดที่ก็มีผลต่อโลก เพราะโลกขานรับแล้ว แต่ยังไม่ได้กว้าง เพราะคนอวิชชา ผู้ขานรับไม่พูดเท่าไหร่แต่กษัตริย์ภูฏานก็ขานรับ สหประชาชาติก็ขานรับแล้ว สสารกับพลังงาน คือ กายกับจิต มีสองอย่างในโลก และกายกับจิตนั้นลึกว่ารูปกับนาม สรุปรวมแล้ว อาตมาเห็นตามที่พูดว่า เมืองไทยก้าวหน้าแล้ว กำลังเดินไปดี ขอให้ตั้งใจทำเพื่อมนุษชาติ เอาไทยนี่กู้กันให้ได้ก่อน ไม่ว่าเศรษฐกิจสังคมการเมือง พยายามอย่าเห็นแก่ตัวเลย ขอให้ทำเพื่อชาติสักชาติเถอะ ทำดี ถ้าทำดี คุณก็ได้มาเกิดในเมืองไทยที่ดี อีก สองพันกว่าปีจะเจริญไปเรื่อยๆ อีก 50 0 ปีเมืองไทยจะเจริญสูงสุด ตามมากเกิดให้ทันนะ ถ้าใครจะอยู่นานก็ได้ถ้าอยู่ได้ อีก 500 ปีไทยจะแข็งแรงที่สุด นำพาโลกเจริญไป แล้วเต็มที่ 500 ปีพีคสุด จากนั้นก็เสื่อมลงเข้าหากลียุคแท้ๆ ไม่มีอะไรมาแก้กลับ ในพัทธกัปป์นี้ ขอให้ทำดี แม้มีกิเลสก็กดข่มไว้ แล้วจะได้ผลด้วย มีพลังงานศักย์ ได้สั่งสมไว้ ผู้ถนัดทางเคลื่อนไหว ทางปัญญาก็ทำไป พัฒนาไป รวมกัน จะเจริญไปได้ ส.เดินดินว่า... ถ้าดูทิศทางที่พ่อครูพูด นึกถึงตอนเร ิ่ มต้น 2516 เราจะไปเผยแพร่มังสวิรัติให้ใคร เหมือนจะไปเดินทะลุภูเขาได้อย่างไร? มืดแปดด้านที่จะขยาย แต่ว่าหลังจากนั้นมาหลายสิบปี แต่ก่อนยังต้องมาโต้กันว่าเนื้อสัตว์กับมังฯอะไรดีกว่ากันแต่ทุกวันนี้เหมือนผ่าทะลุภูเขาไปอย่างง่ายดาย ไม่ต้องพูดกันแล้วว่าอะไรดีกว่ากัน เหมือนความจน นี่ทุกวันนี้ชาวอโศกแข่งกันจนแล้ว มีหลายนามสกุลจนเลย ก็ดูว่าส ิ่ งที่พอขึ้นทศวรรษที่ 6 ที่พ่อครูบอก แต่เดิมเราจะทำงานฟรีก็ยาก แต่เดี๋ยวนี้มองญาติธรรมที่มาทำงานกันนั้น พัฒนาขึ้น เราไปลงภาคสนามก็ไม่ต้องเถียงกันมาก จะจัดตลาดอาริยะแค่เตรียมกันวันเดียวก็ได้แล้ว ใจของเราพร้อมจะสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน จนการทำงานของเราแบบไม่เอาลาภแลกลาภ เป็นปกติของพวกเรา เราไปทำงานร่วมกั บ มวลมหาประชาชนก็ได้ไปแพร่หลาย ลำดับทิศทางโลกุตระนับวันก็จะชัดเจนขึ้น คนมาร่วมได้มากขึ้น ถ้าดูเจ้าสำนักใหญ่ๆ ประวัติก็คือท
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive