600618_เอื้อไออุ่นประสาพ่อลูก กับศิษย์เก่า สส.ฐ_.docx
เนื้อหาในไฟล์
600618_เอื้อไออุ่นประสาพ่อลูก กับศิษย์เก่า สส.ฐ.
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ_สมาร์ทโฟน) ตอน เทคโนโลยีทำให้คนเสื่อม พ่อครูว่า...ใครมีอะไรอยากจะคุยก็ว่ามา อาตมาต้องพูดอยู่คนเดียวทุกวันทุกวัน พวกคุณพูดบ้างสิ จอมฟ้าว่า...ศิษย์เก่าประชุมกันมีมติคุยกันว่า จะจัดพบกันใหญ่แบบนี้อีก 3 ปี/ครั้ง แต่พี่ๆจะมาเจอน้องๆทุกปี ทุกวันเด็ก มาให้ความสุขแก่น้องๆ ปีละครั้ง บางคนอาจมาทุกสัปดาห์หรือเดือนละครั้ง ใครมีความสามารถด้านไหน ประสานงานกับครูใหญ่ เป็นจิตอาสา มีการระดมทุนตั้งกองทุนช่วยเหลือชุมชนด้วย พ่อครูว่า...เรื่องเงินทองก็สำคัญ แต่ไม่สำคัญเท่าไหร่ มันขาดคน เงินเงินทองทองไม่เท่าไหร่ คนสิ ..มา.. มาร่วมใจร่วมมือเห็นหน้ากัน อันนี้อาตมาว่าสำคัญ ตั้งกองทุนส่งมาแต่เงิน ไม่ได้อะไรมากมาย แต่คนทำงานเกิดการเชื่อมโยง มีความคิดอย่างสร้างการงานกิจกรรมกันจะเข้าท่า จอมฟ้า... พ่อท่านว่าให้ร้านสำหรับศิษย์เก่าที่สันติฯ หนึ่งร้านด้วย ก็จะส่งผลผลิตไป พ่อครูว่าเอาพฤติกรรมตัวบุคคลเป็นสำคัญ ค่อยๆทำไป จริงๆแล้วไม่มีอะไรชีวิตของคน ถ้าเราเข้าใจรู้จักว่าชีวิตมีคุณค่า คุณค่านั้นคืออะไร คนเรามีคุณค่าแต่ไม่ทำตนให้มีคุณค่า คุณค่านั้นคืออะไร ในบารมี 10 ทัศ คนรู้แกวก็กดดูในจอ ซึ่งในจอเขาใส่พิษเข้าไป ไม่ให้คนรู้ตัว ซับซ้อน ใครมีรหัสสำคัญใช้อันนั้นเสพติดได้เลย มักง่าย เสพติดหนักหนาสาหัสใจเร็วด่วนได้ไม่จดไม่จำอะไรแล้ว ใช้พวกนี้ เทคโนโลยีทำให้คนเสื่อมลงเยอะมาก แต่เขาเผิน นึกว่าสังคมก้าวหน้า แต่จริงๆแล้วทำให้คนแย่ เสื่อม แต่ก่อนนี้ทางคณิตศาสตร์คนเก่งนะ แต่เดี๋ยวนี้คิดไม่ออกแล้ว สมัยอาตมาเรียนหนังสือ เช้าพอเข้าห้องเรียนมา ก็คิดเลขในใจ ต้องทำโจทย์คิดเลขในใจอย่างน้อย 10 โจทย์ ถามคิดเลขในใจก่อน เดี๋ยวนี้กดตะพึด คิดในใจไม
อ่านต่อ
่เป็นแล้ว ...ก็บ่นไปเท่านั้น ห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน พ่อครูเหนื่อยกับการกอบกู้ศาสนา _อรรถชัยว่า...ที่ผ่านมาเห็นคลิปสั้นๆทางอินเทอร์เน็ต พูดถึงภาวะเหนื่อยของพ่อครู มีการเปรยว่า ถึงตาย พวกเราฟังแล้วรู้สึกหดหู่ อยากให้พ่อท่านขยายความ พ่อครูว่า...มันเป็นความรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยต่อการทำงาน ที่อาตมาทำงานมาถึง 47 ปีแล้ว ทำงานศาสนาตั้งแต่ออกบวชมา ทำงานเพื่อที่จะให้คนได้รับความรู้ที่ถูกต้องของศาสนาพุทธ อาตมาจะเป็นคนหลงตัว มีคนเขาหาว่าหลงตัว ว่าตัวเองรู้ สัมมาทิฏฐิ คนอื่นมิจฉาทิฐิ อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็เที่ยวว่าเขาไปหมด อาตมามั่นใจว่าไม่ได้หลง อาตมาว่าอาตมาแม่น อาตมาสัมมาทิฏฐิ เขามิจฉาทิฏฐิกัน เพี้ยนไปไกลจนกระทั่ง ศาสนา วัดว่าต่างๆไม่มีศีล พูดได้เต็มปากว่าพระเดี๋ยวนี้ไม่มีศีลแล้ว ไปถามเขาก็ตอบว่าพระมีศีล227 ข้อ ศีล ทั้งหมดของศาสนาพุทธ มีอยู่ 43 ข้อ จุลศีล 26 มัชฌิมศีล 10 มหาศีลอีก 7 นี่คือศีลของศาสนาพุทธ หากไม่รู้จักศีลเหล่านี้ศาสนาพุทธก็หมด โดยเฉพาะมหาศีล ทุกวันเขาละเมิดกันมาหลายร้อยปีแล้ว ไม่มีศีลมานานแล้ว จึงบอกว่า ศีลมี 227 ไปเอาวินัยมาเป็นศีล วินัยเป็นเหมือนกฏหมายอาญา ละเมิดก็มีบทลงโทษ แต่ศีลไม่มีบทลงโทษ ใครไม่ทำก็ไม่เจริญ ใครทำได้เป็นอรหันต์ได้ มหาศีลเป็นตัวกำกับความเป็นศาสนาพุทธ เว้นขาดจากสิ่งเหล่านี้ที่เป็นเดรัจฉานวิชชา เมื่อพระพุทธเจ้าประกาศศาสนาก็ให้เว้นขาดจากสิ่งเหล่านี้ เช่นไม่มีบูชาด้วยไฟ บูชาด้วยน้ำ เขาจะไม่มีรดน้ำมนต์ จุดธูปเทียนบูชาไฟ อย่างนี้เป็นต้น จะมีทำนายทายทัก จะมีอะไรต่ออะไรรักษาไข้ใบ้หวย ปรุงยาที่ศาสนาเขามีกัน แต่ศาสนาพุทธไม่มี นี่คือเครื่องชี้วัดว่าเป็นศาสนาพุทธหรือไม่ ทุกวันนี้พออาตมาทำงานศาสนามาก็มีวัด มีพุทธสถานแล้วไม่มีเดรัจฉานวิชชา แล้วถือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เขาไม่รู้กัน แม้เปรียญ 9 ก็ไม่รู้ไม่ทำ ในพระไตรฯล.9 ทุกสูตรมี จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล นี่คือความเสื่อมที่เสื่อมอย่างสนิท อาตมาเกิดมาชาตินี้ มารื้อฟื้นศาสนา ทำมานาน 47 ปีมันเหนื่อยมาก พูดความรู้สึก แต่ยังไม่หน่าย ถ้าหน่ายคือไม่เอา แต่นี่มันยังเอาอยู่ เหนื่อยฉิบหายเลย พูดอย่างนั้นเลย มันเหนื่อยจริงๆ ดื้อด้านดึงดัน ยึดมั่นถือมั่น เอาพระไตรฯมาพูด เขาเถียงไม่ออก แต่กูไม่เปลี่ยน เพราะเขาได้บัลลังก์ ลาภ ยศ สรรเสริญ บัลลังก์ที่เขาบำเรอกิเลสเขาแล้ว กิเลสมันก็ดึงไว้ เหมือนกับ ภาษาไทยคำพังเพยว่า อ้อยเข้าปากช้างแล้ว ใครจะบังอาจดึงออกมา เนื้อเข้าปากเสือแล้วแย่งเข้าสิ อย่างนั้นเลย เขาดุกว่าเสือ กว่าช้างเลย พูดให้ตายก็ไม่ยอมคาย แต่ยากอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่อาตมาต้องทำ ก็เลยบ่นไปบ้าง พูดไปก็คิดว่า คงกระทบความรู้สึกพวกเราให้รู้สึก กระเตื้องขึ้นบ้าง เข้ามาช่วยบ้างเป็นไม้เป็นมือเป็นกำลัง ถ้าชาวอโศกที่รู้แล้ว ว่าศาสนาพุทธเป็นอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้ แล้วมารวมมวลกัน ไม่ว่าจะเป็นนร.ที่จบไปแล้ว มารวมหมู่ มีพฤติกรรมสังคมให้เป็นมวล มีตัวบุคคลเยอะ ต่างคนก็ต่างแสดงออก ตามหมู่มวลที่เห็นร่วมกัน มีแนวคิดทางปฏิบัติร่วมกัน มันหนาแน่นมีมวลมากขึ้น
สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ร่วมผนึกกำลังสาธารณโภคี ถ้าในชุมชนชาวอโศกแทนที่จะมีคนอยู่เท่านี้ แต่ปฐมอโศกมีคนหนึ่งพัน ราชธานีอโศกมีสองพัน ปฐมอโศกมี ร้อย สองร้อย ราชธานีมีสามร้อยสี่ร้อย คุณคิดดูว่ามันจะเกิดคลื่นของพฤติกรรมสังคมที่เกิดจากทิฏฐิ กรรมกิริยาต่างๆที่จะออกไปจากคนพวกเรา ที่เราทำนี้ทำจากความคิดความเห็นความรู้แล้วประพฤติทางกายวาจาใจ เราได้รับใช้เสียสละ ในทางมักน้อยสันโดษ ไม่แย่งชิงสังคม แต่เกื้อกูลสังคม จะเป็นพฤติกรรมที่ชัดเจนขึ้นใช่ไหม แต่ถ้านักเรียนก็น้อยลง พลเมืองประชากรน้อย คำกริยาพฤติกรรมก็ เบาบาง น้อยลง สักวันหนึ่งก็สูญ แต่ถ้ามันเพิ่มขึ้นๆ มากขึ้น ยิ่งมีอัตราก้าวหน้าให้เห็นเด่นชัดขึ้น แน่นอนเจริญแน่ แต่ชาวอโศกเรา ที่เรียนออกไปแล้วไม่ได้กลับมาสร้างพฤติกรรมให้เห็น ประชากรที่มาร่วมก็ไม่มาก มีพฤติกรรม ประชากรแค่นี้ ทรงๆทรุดๆ นร.ไม่เพิ่ม ปฐมอโศกตั้งมา 26 รุ่นแล้ว นร.มากที่สุด ปฐมอโศกเคยมีนร. 178 คน ไม่ถึงสองร้อยคน รร.สามัญทั่วไปมีเป็นพันๆคน เสียเงินเรียนนะ จบออกไปม.6 เหมือนกัน ได้ฐานะรับรองเหมือนกัน ที่นี่เรียนฟรีด้วย แต่ที่นี่ไม่ถึงสองร้อย แต่เขาบางโรงเรียนสามพัน เราไม่เพิ่มเลย มันคืออะไร เรียนฟรี จบออกไปได้ประกาศนียบัตรเหมือนกัน ศักดิ์ฐานะเท่ากัน ไปสมัครอะไรก็ตีราคาเท่ากันหมด เป็นเครื่องชี้วัดอะไร ขนาดเรียนฟรียังไม่มาเลย รังเกียจอะไรกับธรรมะ อาตมารู้เหตุว่าคือบาปที่ มหาเถรสมาคมประกาศไว้ ว่าอโศกคือสกังค์ของสังคม เป็นตัวไม่ดีในสังคม คนก็เลยไม่ร่วม โดยลึกๆว่า ที่นี่ไม่ใช่ศาสนาพุทธไม่ใช่ที่ได้บุญอะไร หรือเขาคิดว่าเหมือนลัทธิศาสนาอื่นไม่ใช่ศาสนาพุทธ เขาไม่ว่าไม่ด่าถ้าสุภาพ แต่ไม่สุภาพก็ด่าว่าเลย เถรสมาคมเป็นคนทำคนประกาศ เขามีอำนาจชี้บอก ทั้งมหานิกายและธรรมยุติ ร่วมกันประกาศ เป็นตราบาปของเขา เป็นอนันตริยกรรม เป็นสัจจะ ประเทศไทย สู้กันอยู่ขณะนี้ นี่คือนัยยะลึกซึ้ง มันสู้กันระหว่างธรรมะกับอธรรม อโศกเราเป็นธรรมะก็พยายามที่จะสร้างให้แก่มวลชน ทุกวันนี้เถรสมาคมทำอะไรเราไม่ได้ เราก็ประกาศธรรมะเต็มที่ เขาประกาศอธรรม ทีนี้ประชาชนจะเป็นคนได้รับ ประชาชนส่วนรวมจะได้รับ ประชาชนส่วนรวมของชาวไทย คนไทย เขาก็ไปรับ ประเทศไทยเป็นปชต.อิสรเสรีภาพ มีสิทธิเลือกนับถือลัทธิศาสนาตามชอบ เขาก็ไปรับทางโน้น ทางเราประกาศเขาก็ไม่รับ แล้วเขาไปรับพุทธแบบเถรสมาคมเป็นมิจฉาทิฏฐิ ประชาชนก็ได้รับมิจฉาทิฏฐิ แล้วจะเสื่อมหรือไม่เสื่อม มันเป็นเวรภัยของประเทศไทยจริงๆ พูดเหมือนไม่สำคัญ แต่มันเกิดจริงเป็นจริงอยู่ในสังคมตลอดเวลา ศาสนาพุทธนั้นเป็นโลกุตระธรรม ไม่ใช่มาสร้างสวรรค์ ส่งเสริมการโลภโมโทสันแย่งชิงลาภยศ สอนเดรัจฉานวิชชา สอนสร้างวิมานหลอกคน คนก็มาหลงเอาเงินทองมา เดี๋ยวนี้ก็เกิดเรื่องเขามีคดีตั้งมากมาย สองร้อยกว่าคดี คดีอะไร อาตมาก็อ่านไม่ไหว แต่ผิดทั้งนั้น คดีเราทั้งที่เราถูกแต่ว่าความให้เราผิด ทั้งที่อาตมาอ้างอิงธรรม พระไตรปิฎก แต่เขาไม่เอาพระไตรปิฎกมาตัดสิน ศาลก็ไม่มีความรู้ธรรมะ พระเองก็เจตนาเอาคดีทางโลกมาตัดสิน ทางโลกนั้นก็เป็นแบบตามกระแสโลก ส่วนธรรมะนั้นทวนกระแสโลก ทางโลกเขาตัดิสินว่าอาตมาผิด คำตอบทวนกระแสคือ ถูก โดยสัจจะ แต่เราไม่มีปากไม่มีเสียง ทางโน้นชี้ว่าผิดก็ต้องผิดทางโน้นชี้ว่าถูกก็ต้องถูก ทุกวันนี้อาตมาอยู่รอดด้วย ธัมโมหเวรักขติ ธัมมจาริง ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรม ทุกวันนี้อาตมาเอาพระไตรปิฎกมาอธิบาย คนรู้ก็รู้ แต่ผู้รู้จะไม่ตอบโต้ อาตมาจึงอยู่รอด ผู้ไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นี่คือความล้มเหลวที่น่าสงสาร อาตมาก็เลยต้องเหน็ดเหนื่อย น่าสงสาร แล้วก็ไม่มีใครทำ ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน แล้วจะดูดาย ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ให้ล้มคาตา ให้ตายไปต่อหน้าต่อตา นอกจากอาตมาตายไปก็ไม่จบ มีพวกเราสืบสาน อย่างน้อยผู้บวชก็จะทำต่อไป มีคนคาดว่า ถ้าอาตมาตายไป เดี๋ยวศาสนาของชาวอโศกก็จะจบ เขาไม่รู้ว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นมีแกนของความเสถียร นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) คนเราที่รู้ว่าส่ิงนี้ถูกต้องด้วยปัญญาอันลึกสุดของตนแล้ว จะเปลี่ยนไปทำไม มันไม่เปลี่ยนหรอกแม้ว่าจะพูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ให้คนอื่นทำตามไม่ได้เราก็ทำของเราต่อไป เราทำต่อสังคมภายนอกไม่ได้ เราก็ทำของเราลับหลัง เพราะเรามั่นใจว่านี่ถูก แต่ความซวยยังไม่ถึงขนาดนั้น ว่าต้องไปทำความดีลับหลับ แต่มาทำอย่างเปิดเผยได้ ต่อหน้าได้อันนี้แหละอาตมาถือว่าประสพความสำเร็จแล้ว ทุกวันนี้อธิบายบรรยายได้อย่างเสรีอาตมายืนหยัดใช้พระไตรปิฎกอ้างอิง เขาก็ไม่กล้าโต้แย้ง ถ้าอาตมาทำพวกเราก็มาช่วยทำ สมณะสิกขมาตุ พวกเราช่วยกันทำ มี activity มากขึ้น อาตมาว่า ความเจริญตามทิฏฐิ concept ก็จะมีอัตราก้าวหน้าแน่นอน แต่ทุกวันนี้พวกเราไม่ค่อยเข้าใจไม่มาช่วยพัฒนา มาผนึกกัน แม้ไม่ต้องทำอะไรมีมวลเยอะก็สำเร็จแล้ว แสดงออกเป็นพลังงานกายกรรมวจีกรรม มีบทบาทต่อสังคม ทำให้เกิดผลต่อสังคมไปเรื่อยๆ แบบมีมรรคผลจริงๆ หากพวกเราเอาใจใส่ ยกตัวอย่างชาวอโศกมีงานกับคนนอกคือตลาดอาริยะ หรือมีการชุมนุมประท้วง ร่วมกับงานการเมืองภายนอก หากพวกเราหมดนี้ไปรวมกันจะมีผลดีมาก แต่นี่พวกเราไปน้อย ถ้านี่ปฐมอโศกแล้วแต่ละแห่งๆมีอีกก็เกิดผลไม่น้อย มีผู้รู้พูดมาว่า ถ้าไม่มีอโศก งานประท้วงนี้ไม่สำเร็จ อโศกเป็นหลักสำคัญมาก เพราะอโศกทำให้ยืดเยื้อ ทำให้ฝ่ายอธรรมอ่อนแรง จนสุดท้ายผลที่สวยที่สุด ประยุทธบอกว่า ถ้างั้นผมขอยึดอำนาจ ไม่เคยมีการปฏิวัติที่ไหนใช้ประโยคเดียวก็ได้อำนาจมาทันที เป็นการปฏิวัติโดยธรรม ไม่ได้ใช้กำลังรุนแรง เขาอาจเตรียมกำลังไว้ แต่ต้องใช้เลย ผลทำอย่างนี้ได้เพราะธรรมะ ไม่ต้องใช้ความรุนแรง ใช้ธรรมะเป็นหลัก อาตมาเคยอ้าง ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว ตอนประท้วงรบ.อภิสิทธิ์ผู้การแต้ม เมืองไทยมีพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระโพธิสัตว์ บอกว่าให้มาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา พูดภาษาโลกุตรธรรม แล้วพุทธศาสนานิกชนไม่รู้ได้ ไม่มีผล ข้าราชบริพารนักบริหารนักเศรษฐศาสตร์ ไม่กระดิกหูเลย รับไม่ได้ยิ่งกว่าหมาอีก อาตมาบ่นเหนื่อย ก็แกล้งพูดไปงั้นแหละว่าไม่แก่ คนอายุ 80 ไม่แก่ได้ไง ก็พูดไปเป็นจิตวิทยาสังคมกลายๆไป แต่จริงๆแล้วอาตมาก็แข็งแรงพอใช้ได้แล้ว พอไหว ถ้าพูดกันจริงๆแล้ว คนอายุ 80แล้วจะคล่องแคล่ว แอคทีฟทำอย่างอาตมานี้มีไม่ถึง 30% หรอก อายุ 80แล้วก็แก่ใครแก่มันแล้ว มีคนที่ไม่จำนนก็สู้ แต่อาตมาว่าน่าจะเลย100ได้นะ ถ้าอาตมา 100 ปีพวกเราจะอายุเท่าไหร่ พวกเรายังไม่ตายนะ อีก 16 ปี คอยดู อาตมาอายุ 100 ว่าอาตมาจะแอคทีฟขนาดนี้ไหม อาตมาว่าคงไม่อ่อนแอ อย่างน้อยก็มีปรเมศนวดให้บ่อยๆ
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา_มานะ) ตอน ทำไมสังคมไทยไม่นิยมส่งเสริมคนดี อาตมามีประเด็นหนึ่งที่ รู้สึกว่าสังคมไทยนี่ ด้อย ประเด็นนั้นก็คือไม่ส่งเสริมคนดีไม่แสดงตัวเข้าข้างคนดี ความดีไม่มีน้ำหนัก ไม่มีพลัง การบริหารสังคมประเทศนั้นๆจึงไม่ก้าวหน้าไม่พัฒนา นี่คือประเด็นที่อาตมารู้สึกมากๆ ประเทศอื่นส่งเสริมความดีคนดี อาตมาพูดด้วยความรู้สึกจริงๆ ขณะนี้สังคมไทย รู้ว่าที่อาตมาพูดที่อาตมาบรรยายเผยแพร่นี้ดี ว่าไหม อาตมาว่าสังคมปัจจุบันนี้ ฤทธิ์แรงของมหาเถรสมาคมที่พยายามต่อต้านอโศก บอกประชาชนว่าอย่ามาส่งเสริม นั้นเบาแล้ว อโศกประกาศเปิดเผยได้โดยเถรสมาคมไม่ต้าน ..หมดฤทธิ์แล้ว แต่สื่อสารมวลชนเขารู้ว่าดี ..แต่ดีช่างเอ็ง แล้วมันจะเจริญได้ไหม ? สังคมประเทศชาติไทยจะเจริญได้ไหม? พวกส่วนนอกเขาก็ประพฤติ พวกเราก็ประพฤติแล้วพลังงานผลที่ประพฤติมันจะสู้กันได้ไหมมีต้นทุน กรรมทุกปัจจุบัน ทางเราต้นทุนน้อยอย่างนี้แล้วจะตามทันไหม E=mc 2 แล้วจะไปทันอย่างไร เรามีมวลเท่านี้ ความเร่งเท่านี้ จะทันหรือ เขาน่าจะสำนึกสนับสนุน แต่เขาไม่กล้า เพราะอวิชชา เพราะเขาไม่รู้ว่าตกลงจะสนับสนุนได้หรือเปล่า แล้วเถรสมาคมเป็นเจ้าลัทธิ กฎวินัยของศาสนาพุทธ เป็นเจ้าของศาสนาพุทธ ทางด้านฆราวาส รัฐบาลก็ต้องเชื่อก็เลยซวยๆๆ ถ้ามีผู้ใดได้เป็นนักบริหารที่กล้า แล้วก็มาสนับสนุนส่งเสริมอโศกอาตมาว่าระเบิดเถิดเทิง ลองหลับตาสมมุติเป็นนิทานในหัวใจ คนที่มาส่งเสริมจะตายไหมจะโดนอัดไหม จะโดนเถรสมาคมอัดไหม อาตมาว่าไม่โดนหรอก ไม่มีใครกล้าท้วงหรอก แต่คนจะมาช่วยไม่กล้าเองเพราะไม่มั่นใจในความรู้ ..มีอวิชชา ถ้ามั่นใจในความรู้เหตุการณ์จะพลิกโลกมีคลื่นยิ่งกว่า โดนัล ทรัมป์เลย สังคมโลกมองว่าโดนัล ทรัมป์ จะอยู่ถึงสี่ปีไหม นี่มาได้หลายเดือนแล้ว
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน หมู่บ้านศีล 5 พาชาติเจริญ พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาท่ามกลางสมบูรณาญาสิทธิราชย์สมบูรณ์แบบ เป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบ พระพุทธเจ้ามาประกาศประชาธิปไตย อันยิ่งใหญ่ เพราะศาสนาพุทธ เป็นศาสนาแห่งอิสระเสรีภาพ เป็นศาสนาที่มีภราดรภาพ เราเคารพธรรมวินัย เคารพรัฐธรรมนูญเป็นใหญ่ นี่คือปชต.ที่ยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าเคารพธรรมะ ธรรมะที่ท่านตั้งขึ้นเองเป็นธรรมนูญ ที่จริงคือธรรมนูญของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่ผิดจากกันแล้วท่านก็นำธรรมนูญของท่าน ก็คือกฎหลัก ธรรมเนียมพระพุทธหลักเกณฑ์การประพฤติเป็นของพุทธ แล้วท่านก็พากระบวนการของท่านไปในทุกแคว้น ยุคนั้น ยังออกจากทวีปอินเดียไม่ได้ ก็เคลื่อนย้ายไปแคว้นต่างๆ ไปถึงประเทศนี้ เจ้าของแคว้นนั้น แคว้นใหญ่ แคว้นมคธ แคว้นสาวัตถี แคว้นโกศล เป็นแคว้นใหญ่สุดในอินเดีย มคธใหญ่รองลงมาจากโกศล พระพุทธเจ้าไปทุกแคว้น แต่พระเข้าปเสนธิโกศลก็ยอมรับให้ประกาศลัทธิได้ แล้วคนจะมาเข้ารีตก็ยอมทุกรัฐ พระพุทธเจ้าจึงมีรัฐอิสระไปได้ทุกแคว้น พระเจ้าแผ่นดินทุกแคว้นยอมให้หมดเลย จึงเป็นธรรมาธิปไตยที่มีอำนาจเหนือกว่าอำนาจอื่นหมดเลย ทำไมพระเจ้าแผ่นดินทุกแคว้นยอม เพราะธรรมวินัยของท่านไม่ได้พาคนไปเลวเลย เป็นคนดี ถ้าคนจะตามพระพุทธเจ้าไปก็ได้ แต่ถ้าไม่ตามก็อยู่กับแคว้นนั้น แต่จะเป็นคนดี คนในทวีปอินเดียเข้าใจ มีปัญญารู้ดีไม่ปฏิเสธยอมรับ นี่คือความยิ่งใหญ่ของศาสนาพุทธ ยุคนั้นมันโง่ แต่ก็ไม่เชิง เพราะคำสอนไม่เด็ดขาดเหมือนของพระพุทธเจ้า ไม่จริง แม้เอาคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงมาพูดก็ไม่รู้ ก็มีคนมาเท่านี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างเต็มใจหรือไม่ หรือว่ามาเพียงรู้ๆแต่จริงๆแล้วทำตามโลกไม่เอาค่านิยมแบบอโศก จะมามักน้อยสันโดษ ศีลข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ไม่กินเนื้อสัตว์ไม่เอา มาเป็นคนจนไม่เอาตามหรอกอย่างพระเจ้าแผ่นดินว่าจะเอารวย ศีลข้อ 3 ผัวเดียวเมียเดียวให้พอก็ไม่หยุดไม่เข้าใจกามคุณ 5 ว่าเราลดกามหรือเพิ่มกาม แม้เรียนจบจากสัมมาสิกขา ปฐมอโศก สันติอโศกก็ตาม แสดงว่าไม่ได้เนื้อแท้ ถ้าได้เนื้อแท้ ก็จะสังวรว่า ศีลข้อ1 มีความเอ็นดูต่อสัตว์เล็กสัตว์น้อยจะไม่กินเนื้อสัตว์ ศีลข้อ2 จะไม่มักมากไปเอาเปรียบคนอื่น ที่จะได้โดยไม่ซื่อสัตย์ จะได้ก็ด้วยน้ำพักน้ำแรง ดีไม่ดี เราสร้างเรามีมากก็จะเสียสละให้แก่คนอื่น อย่างนี้เป็นเรื่องโดยมรรคผลจากอโศก เรื่องกามก็น้อยลงงๆได้จริง ไม่โกหก รู้เลยอบายมุขในโลกไม่เอาหรือโลกกามก็ไม่เอาด้วย นั่นคือผลของความรู้ทางพุทธศาสนาให้เป็นคนเช่นนั้น แล้วประเทศชาติ จะสงบสุขสันติ แต่ละชุมชนอโศก เป็นมวลพฤติกรรมสังคมอโศก เราทำมาหากิน ทำสัมมาอาชีพ เราทำกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มีกัมมันตะ 3 อาชีพเราสัมมา กุหนา ลปนา อาชีพโกง ทุจริตเราไม่มีเป็นอาชีพระบบศีล 5 ดีไม่ดีไม่มอบตนในทางผิดง่ายๆ ดีไม่ดีพ้นมิจฉาชีพข้อ 5 ทำงานฟรี ไม่เอาสิ่งแลกเปลี่ยนหรือไม่เอาคืนจัดจ้านอย่างโลก เราทำได้ประสพผลสำเร็จ เป็นสาธารณโภคีมาหลายสิบปี อยู่ได้ พิสูจน์ได้ว่า ชุมชนชาวอโศกไม่เป็นหนี้เสียดอกเบี้ยแก่ภายนอก ส่วนชุมชน ส่วนตัวก็แล้วแต่ ซึ่งมีน้อย ไม่เป็นหนี้เสียดอกแค่ใคร ส่วนยืมกันเผื่อแผ่กันใช้ได้ แล้วคืนไปไม่ชักดาบ ไม่เอามาขูดรีดกัน ชาวอโศกทำสำเร็จ แม้แต่โกหกเราไม่หยาบคายกัน ไม่เหมือนข้างนอกจัดจ้าน ด่าทอกัน หยาบคาย แต่ละชุมชนไม่มีอบายมุขอย่างโลกไม่มี มีเต้นกระด๊อกกระแด๊กไปพอกระสัย แต่ข้างนอกเป็นมากมาย นี่คือผลสำเร็จของชุมชนอโศกทุกชุมชนในไทย อยู่เมืองนอกก็มีแต่ไม่มาก ถ้าหมู่บ้านของประเทศไทยเป็นสาธารณโภคีทั้งประเทศรับรองระเบิดเถิดเทิงทั้งประเทศเพราะเป็นหมู่บ้านเสียภาษี100% แก่รัฐ แต่เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ถ้ารัฐบาลรู้ว่าดี มาส่งเสริมให้มากขึ้นเป็นร้อยหมู่บ้าน จะดีไหม แต่เพราะรัฐบาลถูกอำนาจเถรสมาคมครอบงำ มีว่าที่สังฆราชออกมาบอกว่าให้หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านศีล 5 คนฟังดี แต่ทำได้ไหม แล้วชาวอโศกเป็นหมู่บ้านศีล 5 จริงไหม เราไม่ได้ทำเล่นเราทำจริง ผิดศีลเราก็ชำระกันจริง ถ้าหมู่บ้านแปดหมื่นหมู่บ้านถ้าผิดศีลก็ชำระกันจริง ไม่ต้องเขียนกฎหมายเลย เอาศีล 5 ไปใส่ในธรรมนูญรับรองเป็นประเทศประหลาดในโลกเลย ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญ มาขยายเป็นกฎหมายลูก มีบทลงโทษเลย เป็นกฎหมายอาญา เอาศีล 5 เป็นต้นแบบ แล้วปรับโทษ มีอัตราโทษ รับรองเจริญ เพราะศีล 5 ครบกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม รับรองพัฒนาสังคมไปลิ่ว จำไว้เลยพวกเราหากได้บริหารประเทศเอาศีล 5 มาเป็นกฎหมายแล้วก็ออกกฎหมายลูกมา จากศีล5 เพราะกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ถูกควบคุมด้วยธรรมะเป็นธรรมาธิปไตย จะเจริญรับรองเจริญ แต่เสียดายเมืองไทยไม่มีความเข้าใจอย่างอาตมาพูด ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ในใจ เอาไปใช้ไม่ได้ แล้วไม่รู้ว่าใครรู้ศาสนาจริง แล้วจะเอาศาสนาไปเป็นส่วน ในการจะใช้ เป็นหลักเกณฑ์ในการให้ประชาชนคนไทย ได้รับผลตามที่ศาสนาท่านมีความหมาย มีทิศทางที่จะให้ปฏิบัติประพฤติเลย น่าเสียดายประเทศ แล้วไปเอาหลักเกณฑ์โลกๆมาใช้ บริหารประเทศ เรียกว่ารัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ เอาแต่ตำราโลกๆ ชาวอโศกนี้ รัฐศาสตร์ เราจะเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านไม่มีปัญหาเลย แล้วชุมชนอื่นๆเขา เลือกผู้ใหญ่บ้านบางทีฆ่ากัน ซื้อขายตำแหน่งกัน แต่ชาวอโศกเราไม่มีปัญหา เศรษฐศาตร์เรา แบ่งกินใช้เสียภาษี 100% สังคมศาสตร์ ตำรวจไม่เคยเข้ามาเลย เราไม่มีฆ่าแกงกันด้วย ผิดผัวเขาเมียใครหรือโกงกินกัน แล้วประเทศชาติหากมีหมู่บ้านแบบนี้ ผู้บริหารประเทศจะสบายใจไหม ล้มกรมตำรวจเลย ไม่ต้องปฏิวัติ ตำรวจไม่มีงานทำ แปดหมื่นกว่าหมู่บ้านเป็นแบบนี้ ยุงไม่มีให้ตบ เพราะมันสะอาดสะอ้าน
_มีคนเขียนบอกว่า รร.เราเสียค่าเรียนมีผลเป็นนามธรรม จึงยากที่คนอื่นจะเข้าใจ ต้องมาถือศีล ละอบายมุข มังสวิรัติด้วย พ่อครูว่า...แล้วเสียค่าเล่าเรียนแบบนี้มันเลวไหม เงินก็ไม่ต้องจ่ายนิสัยก็ดีขึ้น บาปก็เว้นขาด พ่อครูว่าไม่ลดธงลงหรอก มีแต่ชักให้เลยเสาธงไปเลย
_มีคนถามว่า ช่วงหลังๆทำไมญาติธรรมพูดคำว่าพ่อครูแทนพ่อท่าน พ่อครูว่า...อันนี้เป็นอจินไตย เราเรียกกันไม่นานมานี้ เรียกพ่อท่านมานานแล้ว มีคนบอกว่า เพราะว่ามีว.บบบ.ก็เลยเรียกพ่อครู แต่ก็ไม่น่าใช่ ก็เรียกตามๆกัน อาตมาลึกๆว่า พ่อครูกับพ่อท่านคำไหนศักดินามากกว่ากัน คำว่าพ่อท่านศักดินามากกว่า ...ศักดินาคือยกย่องเชิดชูกว่า ถ้าหม่อมเจ้าขึ้นไปเขาเรียกพ่อท่าน ถ้าสูงกว่าหม่อมเจ้าจะเรียกสมเด็จพ่อ มันเป็นคำราชะ แต่เรียกพ่อครูมันเป็นคำประชาชนทั่วไป ยิ่งโบราณๆเรียกพ่อครูแม่ครู ทีนี้ชาวอโศกจะมีความรู้ลึกๆพอบอกพ่อครูแทนพ่อท่านก็รู้ว่าดี ก็เลยรับกันได้เร็วพ่อท่านก็เลยลดลง มาเรียกพ่อครูตามๆกัน
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน เลือกตั้งยังไม่เป็นประชาธิปไตยแท้ _ฝรั่งเศสเรียกร้องปชต.ที่มีกษัตริย์ พ่อครูว่า...ถ้าเป็นปชต.ขาเดียว ไม่มีกษัตริย์ ไปไม่รอด ถ้าไม่มีกษัตริย์จะไม่มีผู้เป็นใหญ่ดูแลที่มีทศพิธราชธรรม อย่างน้อยทุกเรื่องจะต้องผ่านพระปรมาภิไธยของพระองค์เป็นอำนาจสูงสุด แสดงว่า อำนาจรัฏฐาธิปัตย์จะอยู่ที่กษัตริย์ครึ่งหนึ่ง ประชาชนครึ่งหนึ่ง ในหลวงร.9ทรงทศพิธราชธรรมจึงทำให้เกิดประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ เป็นประเทศสงบที่สุด แม้จะมีเหตุการณ์การเมืองประท้วงฆ่ากันบ้างแต่ไม่โหดร้ายเหมือนประเทศอื่น ยิ่งกว่านั้น มีกษัตริย์ทรงงาน มีพระจริยวัตรรับใช้ประชาชน สำนักประชาธิปไตยที่เยี่ยมยอด เมื่อเวลาสิ้นพระชนม์สวรรคตลง คนไทยยังมีเลือดประชาธิปไตย รู้จักสิ่งประเสริฐเคารพเทิดทูน จึงได้เสียดายอย่างที่สุด กษัตริย์องค์นี้รับใช้ประชาชนไม่เหมือนนักการเมืองต่างๆ อาตมาถึงขั้นประกาศว่า เมืองไทยมีปชต.ที่ดีที่สุดในโลก พวกนักการเมืองมีความรู้แต่ว่าต้องมีการเลือกตั้งจึงเป็นปชต. เป็นความรู้ที่ตื้นเขินมาก อาตมาโน้ตไว้ว่าปชต.ต้องมีเงื่อนไขถึง 15 ประการ ข้อที่ 15 คือ ไม่ต้องมีการเลือกตั้งเลย ปชต.ไม่ต้องเลือกตั้ง ประชาชนจะรู้จักคนที่ควรเป็นหัวหน้าหรือทำงานอย่างไร ไม่ต้องเลือกตั้งแต่ซาวเสียงกันแค่นั้น เขาจะเห็นดีสอดคล้องกัน ว่าคนนี้แหละ ในหมู่บ้าน ตำบลก็รู้จักกันดี ถ้าปชต.เจริญ ในอำเภอก็จะรู้จักกันดี คนไหนควรเป็นนายอำเภอ ซาวเสียงกันก็จะได้นายอำเภอมาง่ายๆ ไม่แย่งชิงฆ่าแกงกันเลย คนนี้ควรเป็นข้าหลวง ควรเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ มันจะชัดเจนเลย แล้วต่อมาเอานายอำเภอ ข้าหลวงไปเลือกนายกฯก็จบ แต่ทุกวันนี้ไม่ชัดเจน มีแต่อัตตา แต่ถ้าทำอย่างนี้ได้นี่คือปชต.ซาวเสียงนิดหน่อยก็ได้แล้ว เป็นความเห็นมวลรวมของประชาชน นี่คือสัจจะ ความจริง แต่ทุกวันนี้ข้าก็ใหญ่ข้าก็อยากเป็นมันกระสันอยากเป็นใหญ่ แต่ถ้าจริงผู้เป็นใหญ่ก็จะไปทำงานหนักงานมากรับใช้ประชาชน แต่ถ้าขี้เกียจเขาก็ไม่เอา แม้คุณจะเก่งจะดี แต่ขี้เกียจเขาไม่เอาไปทำงาน ขี้เกียจเป็นอบายมุขตัวเลวร้ายทำความเสื่อมของมนุษย์ ถ้าศาสนามีฤทธิ์ทำให้คนลดกิเลสไม่แย่งชิงกัน อย่างชาวอโศกก็สบาย ซาวเสียงกันใครดูแลส่วนไหนก็ทำได้สบาย พวกเราก็อยู่กันชัดเจนทำงานได้ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้ง เอ้าท่อแตกมาช่วยกันก็ไม่ต้องไปจ้างใครทำก็ทำกันเอง นี่พวกเราชาวอโศกทำประชาธิปไตยสำเร็จรู้ตัวหรือเปล่า นักประชาธิปไตยอยู่ที่ไหน...อาตมาแกล้งพูดหรือเปล่า เป็นจริงหรือเปล่า แล้วพวกคุณไม่อยากอยู่ประชาธิปไตยหรือ? อพยพกันเข้ามา ทำไมโง่จัง เห็นคนหน้าโง่ไหม ใครคือคนหน้าโง่ ถ้าไม่รู้ถ้าไม่มี แดนประชาธิปไตย แดนศิวิไลซ์อยู่ไหนถ้าไม่รู้ก็อีกเรื่อง แต่ถ้ารู้ว่านี่มีอยู่ แล้วไม่มาอยู่ หน้าโง่หรือหน้าฉลาด นี่พูดเล่นหรือพูดจริง สรุป โง่จริงหรือโง่เล่นใครโดน?
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน วิธีชวนพ่อแม่เข้าวัด _หลวงปู่คะ...ถ้าอยากจะชักชวนพ่อกับแม่มาฟังธรรมบ่อยๆจะทำอย่างไรคะ เพราะพ่อแม่หนูเอาแต่ทำงานไม่ค่อยฟังธรรมเลยค่ะและไม่ค่อยยอมหยุดทำงานด้วย แต่หนูอยากให้พ่อแม่มาสนใจศาสนาและยอมปล่อยวางข้างนอกบ้างค่ะ สส.ฐ.ม. 1 พ่อครูว่า...ถามว่าทำอย่างไร? หนึ่งทำตัวเองให้เป็นนักธรรมะหรือนักปชต.หรือคนดีให้ได้ดีๆจนกระทั่งพ่อแม่จำนน ว่าลูกเราดี เพราะได้รับการอบรมฝึกฝนจากทฤษฎีอย่างนี้ มาจากชุมชนชาวอโศก พ่อแม่ก็จะตามหามา พ่อแม่ก็จะเข้ามาแล้ว ทำตัวเราเองให้ดีจนพ่อแม่ฉุกคิดว่าไม่เสียหลายที่ส่งลูกมา ดีจนพ่อแม่มีปฏิภาณว่าอบรมกันอย่างไร ทำไมมีฤทธิ์อบรมลูกเราได้เราก็อบรมไม่ได้อย่างนี้ เขาก็จะเข้ามา นี่คือคำตอบที่จริงที่สุด อย่างอื่นไม่มี คุณจะไปสอนบอกพ่อแม่ก็ไม่ดีเท่าปฏิบัติจริง แต่ถ้าคุณปฏิบัติได้จริง จนกระทั่งพ่อแม่มีปฏิภาณรู้ว่าลูกเราได้รับการอบรมให้ดีอย่างนี้ก็จะมา คุณอยากให้พ่อแม่หยุดทำงาน พ่อแม่ไม่คิดหรอกเพราะเขาไม่มีสันโดษ ไม่มีความพอแต่คุณมีจิตพอ กินใช้เท่านี้ก็พอ ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย จิตคุณมีสันโดษความพอ แล้วอยากให้ฟังธรรมแล้วจิตเจริญกว่านี้เป็นสัมมาทิฏฐิของคุณ เป็นความคิดที่ดีมากสูงส่ง ก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive