220224-2-038 ทางเอกภาค2-ตอน038(หน้า088)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์182 KB
วันที่แก้ไข28 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 12 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันต่อถึงหน้า 88 ถ้าเราได้ยกตัวอย่างการที่เรียกว่ากรรมหรือกระทำตนแม้แต่การกระทำตนในแง่ใดๆก็ตามแต่ถ้าจะเรียนรู้พุทธไปจนกระทั่งถึงนิพพานเริ่มต้นเรียนรู้พุทธะก็คือ เรียนรู้จุดที่เราจะเป็นอาจจะเป็นพุทธะพุทธะคืออะไรธาตุอะไรนึกถึงว่าในอนุสสติ 10 แต่ไม่รู้จะติดตั้งแต่พุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณพระเจ้าประทานอุปสมานุสสติล้วนแล้วแต่เป็นกรรมเท่านั้นตั้งแต่พุทธไปถึงอุปสมานุสสติคือกรรมที่จะปฏิบัติสติปัฏฐานอนุติก็คือสติเป็นการกระทํา เรานี่แหละเราก็ตามรู้ตัวเราเองเสมอระลึกถึงมีความรู้เพิ่มอยู่ในใจของเราและมีการกระทำอยู่ในใจของเราเรารู้ทั่วอยู่เรื่อยแล้วก็รู้คำกิริยาของจิตมโนกรรมของเราตั้งแต่มโนกรรมวจีกรรมกายกรรมรู้ตัวเองเป็นการกระทำหนึ่งกระทำการรู้พุทธานุสติอ่ากระทำการรู้ว่าพุทธศรอะไรเรียกว่าพุทธอะไรก็ทำมารู้สติสอนอะไรเรียนรู้ว่าสอนอะไรพุทธคืออะไรธรรมะธรรมะธรรมานุสติแล้วพระพุทธศาสนาอย่างไรให้ทำอย่างไรทำมาด้วยสติแล้วเราจะทำอย่างนั้นหรือไม่แล้ว เกิดประกอบขึ้นสังฆะจะเกิดทำให้มันมีขึ้นตามที่พุทธะท่านคืออะไรเป็นยังไงแล้วเราจะเป็นอย่างพุทธหรือไม่ทำถูกตามคำทบทวนทำถูกตามคำสอนหรือไม่เมื่อท่านจงตามคำสอนแล้วมันก็จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่พุทธะธรรมะสังฆะเกิดขึ้นจริงเราก็เป็นสังฆกรรมประกอบขึ้นจริงได้จริงสังฆะนี้มีคุณธรรมอย่างพุทธทรงขึ้นที่ตัวเราเรียกว่าธรรมะในบ้านทรัพย์ถ้าเราได้ไปเรื่อยๆเรื่อยๆมันจะเป็นอย่างไรมันก็มีหลักศีลสีลานุสสติ นินจาค้างด้วยสติมีเทวตานุสสติแค่นี้เป็นกรรมทั้งนั้นเลยเป็นการกระทำทั้งนั้นการเกิดของกรรมแต่คิดตั้งแต่รู้แต่พุทธรูปพุธแล้วก็ทำให้เป็นพุทธรวมยอดง่ายๆพุทธธรรมสังขารรู้พ

อ่านต่อ

ุทธธรรมให้เป็นพุทธเมื่อเรามีส่วนประกอบของพุทธเราก็เป็นทุกข์ที่ 1 3 รูปที่ 2 และทำยังไงก็ขยายความเอามาอีกก็ทำให้ไม่มีหลักเกณฑ์ประพฤติหลักเกณฑ์นั้นมาทำให้มันเกิดขึ้นเป็นเครื่องประกอบเป็นองค์ประกอบมีทฤษฎีมีหลักเกณฑ์มีบทฝึกหัดกระทำขึ้นจนเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดอธิบายศิลป์ ไปจนเกิดจนได้จนเป็นอย่างปกติทำได้อย่างนี้อาจจะฝืนอาจจะฝืนตัดกิเลสทำยังไงมันถึงจะตัดกิเลสพุทธะถ้าเป็นผู้ตัดกิเลสศีลธรรมไปแล้วมันก็สลับออกไปเรียกว่าจาคะสละอ๋อตั้งแต่รู้ว่าจะเข้ามาเข้ามาจะต้องให้หลุดออกละออกจ่ายออกสลากออกสลากอะไรอ่ะสละทุกอย่างนั่นแหละตั้งแต่หยาบไปจนกระทั่งถึงละเอียดยิบเลยหมดตัวหมดต้นสละตั้งแต่ของที่ควรสละก่อนแกที่สุดเป็นเหยื่อเป็นอยากใหญ่เป็นขยะเป็นของอุจจาระเป็นขี้เป็นของเน่าก่อนเพื่อนตรวจตัวเองสละไปเรื่อยๆอย่าไปหลงแบบอยู่อย่าไปหลงติดยึดอยู่ สอบถามอย่าไปหลงเสียเวล่ำเวลาแล้วเราก็มาเปลี่ยนตัวเราเองเนี่ยมีคำกริยาอยู่ตั้งแต่เป็นกรรมบ้าบ้าหอบฟางหอบของเน่าๆเหม็นๆจนกระทั่งไม่บ้าหอมแล้วกรรมอย่างนั้นมันก็ทำจนกระทั่งมันสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นจาคะเราก็จะเป็นผู้สละของที่ไม่เข้าเรื่องเข้าราวมาได้เรื่อยๆสูงขึ้นจนกลายเป็นผู้ที่มีกรรมมันสูงกรรมอันเสียสละสุดท้ายก็อยู่ด้วยกรรมอันเสียสละจากพระแต่เราเป็นอย่างนั้นหรือไม่เทวตานุสสติการที่ได้เจริญขึ้นจริงตามหลักเกณฑ์ของศีลของจาคะนี่แหละเขาเรียกว่าเราเป็นเทวดาสูงขึ้นสูงขึ้นจึงเป็นเทวดาจะเป็นพรมก็มีละเอียดรายละเอียด อธิบายไปแล้วเล่าไปแล้วแจกแจงไปแล้วไล่ฉันไล่ระดับขึ้นไปไปไปไปไปไปไปไปจนสูงสุดไม่มีอะไรเทียมเท่าจนสุดท้ายแม้แต่พรหมเราก็รู้เท่าทันเราต้องชะตาขาดอีกสละความเป็นพรมสระความเป็นอัตตาแม้เป็นเทวดาสูงสุดจนกระทั่งเป็นวิสุทธิ์ที่เทพเป็นพรหมสุดท้ายปลายส่งขนาดไหนเราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งอย่างนั้นต้องเกิดอนัตตาทำแท้เห็นความมันไม่ได้เป็นตัวเราถูกเผาอะไรไม่ได้เป็นของเราของเขาอะไรแต่ก็เป็นอย่างสมมุติเป็นอย่างรู้เป็นอย่างไม่ยึดครบถ้วนของสภาพที่ฝึกปรืออยู่จน อยู่ตรงกลางอยู่ตรงที่มีสติพร้อมรู้บทบาทของสติมรณสติกายชะตาสติอานาปานสติมรณะก็คือรู้ตัวปลายของความตายจนกระทั่งรู้ตายอย่างรกโลกรู้ตายอย่างธรรมะรู้จักของความตายมรณภาพมรณภาพชีวิตชีวาของความตายแต่ยังโลกก็ตายเราก็เข้าใจอย่างโลกก็ตายจนมันไม่เห็นแปลกอะไรแต่ความตายของเราควรจะปฏิบัติธรรมมาจนกระทั่งเป็นเทวดาชั้นสูงสุดที่เทพแล้วแต่ถึงขั้นเป็นมิตรสุดที่เทพใน เข้าใจความตายหรือความดับหรือความบริสุทธิ์บริบูรณ์รู้รอบความจบแล้วจะเข้าใจตัวชี้วัดตัวชีวิตตัวความเกิดแก่เจ็บตายอริยสัจจะเกิดจริงเป็นจริงเพราะฉะนั้นมรณภาพถ้าเราจะบังคับให้มันมาเป็นกรรมฐานอย่างที่เคยสอนกันคืออธิบายกันต้องระลึกมรณานุสติหรือเรียกกันเป็นคนเป็นๆมรณานุสติหรือมรณสติให้ระลึกถึงความตายเสมอเป็นเครื่องบรรเทาเป็นหลักของสมถะเป็นหลักของสมถะธุระคือจะทำให้เราสงบระงับลงได้บ้างคิดถึงความตายเป็นที่สุดคิดถึงตัวปลายคิดถึงตัวจบ ยังไงก็เออลงไปงั้นแหละมันไม่มีอะไรมันก็จบๆตายๆมันก็กางเกงมันก็ไม่มีอะไรมันก็ตายกันเน่าอสูรมันก็ค่อยยังชั่วมันก็บรรเทาได้เป็นเครื่องใช้แต่ความจริงแล้วเราจะต้องเกิดเห็นรู้ความจริงรู้ทั่วในเรื่องของความตายเพราะความตายมันเป็นเรื่องธรรมดาตายอย่างโลกก็ตามตายอย่างอนาถตายยังทำตาอยากกินเลทหมดก็ตามเพราะเราเกิดอะไรนะเราถึงรู้มรณะได้อย่างเต็มที่ถ้าเราไม่เกิดสาธารณะในใจไม่เกิดปัญญาญาณทัศนะในความตายอันสูงสุดเราจะไม่รู้ความตายมรณะนี่มันความตายที่กะโหลกความตายที่ธรรมดา วนเวียนวนเวียนวนเวียนวนเวียนอยู่อย่างนั้นแหละความตายที่แยกธาตุง่ายๆส่วนอันนั้นมันเป็นความตายที่แยกธาตุอันลึกซึ้งแยกยากเป็นการแตกตัวเป็นการสลายที่ศูนย์ที่จบยากกว่ามรณะพระผู้ใดที่ปฏิบัติธรรมในพุทธานุสติธรรมานุสติสังฆานุสติมีสีลานุสติจาคานุสสติเทวตานุสติมาจนกระทั่งมีผลมีอะไรจะได้มาเรื่อยที่จึงมีการปฏิบัติอย่างนี้มันลงไปอุปสมานุสสติทั้งนั้นแหละมันใกล้ความถึงที่สุดไปเรื่อยๆสั่งสมความจริงที่เป็นอริยสัจเห็นนิโรธเห็นทุกอย่างลงตัวไปเรื่อยๆจะเข้าใจมรณะจะเข้าใจกลายฉันตายก็คือตัว มรณะก็คือตัวตายกายก็ตาสติความเป็นไปของความประชุมกายคตะมันยังมีบทบาทความเป็นไปกายขั้นโตการจะโตกว่ามันเป็นไปอยู่นะมันประชุมกันไปประชุมตั้งแต่อยากตั้งแต่คุณเองคุณถ้าเกิดว่าคุณเองเป็นชาวอบายมุขคุณก็จะไปประชุมเป็นไปนะเป็นองค์ประกอบยาตั้งแต่องค์ประกอบนอกพฤติกรรมนอกไปจนกระทั่งวัตถุต่างๆจนกระทั่งอะไรต่างๆทั้งหมดคุณไม่รู้ชั่วรู้ดีของสมมุติแม้แต่กฎหมายบอกจะจับนะคุณก็ไม่รู้เรื่องเอามันก็ชอบมันติดมันยึดมันประชุมกันอยู่กับชีวิตนั่นแหละรวมกันอยู่อย่างนั้นแหละไม่แตกสลายแยกออกไปขาด ไม่ได้ปล่อยไม่ไปไม่ยอมปล่อยมันเองเรานั่นแหละโง่จนกระทั่งเราฉลาดและยอมปล่อยมันก็ไปเราไม่ปล่อยแถวนั้นน่ะมันไม่ไปแต่เราปล่อยมันก็ไปเราโง่มันอยู่ถ้าเราฉลาดมันไปทุกอย่างก็รู้แล้วกลายเป็นตามันก็เปลี่ยนแปลงไปตามที่เราได้จัดการกับมันแบบฝึกฝนได้เรียนรู้ได้กระทำจริงความเป็นไปของกายก็ตาทั้งหลายทั้งหลายแหล่มันก็เป็นไปอย่างสะอาดขึ้นกรรมทั้งหลายแหล่การกระทำทั้งหลายแหล่ก็เป็นความประชุมทั้งบริบทบทบาทตั้งแต่จิตตั้งแต่ความรู้ความคิดดำริจนกระทั่งกระทำลงมือทำประกอบขึ้นจนกระทั่งประกอบแล้วเป็นความประชุมที่เราเป็นผู้ ขึ้นด้วยซ้ำไปเป็นกรรมการงานเป็นผลผลิตแต่เราก็ไม่ได้มีตัวมีตนอะไรระลึกรู้มีสติรู้มันก็เป็นได้เพียงทำมาเพื่อตายเกิดว่าเกิดมาเพื่อตายเพราะอะไรคนเกิดเกิดอะไรคนเกิดคนทำให้เกิดก็ทำเนี่ยอธิบายอย่างพวกก้าวหน้าอธิบายอย่างพวกชั้นสูงอธิบายอนุสติ 10 อย่างพวกที่เรียนรู้อย่างพิสดารไม่ได้อธิบายอย่างง่ายๆสั้นๆอย่างที่เคยได้ฟังมาเราพิจารณาเรื่องความตายเอาไปคิดถึงความตายเราจะได้ค่อยยังชั่วมีการพ้นทุกข์ขึ้นก็จริง แล้วเราก็จะเรียนรู้ปฏิบัติธรรมเพื่อสอดคล้องมันจะสัมพันธ์กันมรณานุสติกายชะตาสติมรณะมรณสติจนกระทั่งอานาปานสติก็หมายของประชาธิปัตย์ปัจจุบันถ้าจะแยกส่วนและก็มรณะหมายความตายมรณะมรณะกายก็ตามไม่ต้องเกิดอานาปานหมายความว่าตั้งอยู่ในความตั้งอยู่เพราะอะไรเป็นยังไงถึงเอาอานาปานนั้นไปไว้ตรงปลายก็เพราะว่ามันเป็นความเป็นปัจจุบันเราขณะนี้เรากำลังตั้งอยู่ไม่ได้หมายความว่าเราตายแล้วก็ไม่ใช่ว่าเราเกิดอยู่ตลอดเวลาบางทีเราก็ไม่ แล้วก็อยู่เฉยๆบางทีมันก็เกิดแต่เกิดแล้วมันก็จะต้องตายเพราะขณะนี้เราตั้งอยู่ในลักษณะใดก็รู้ปัจจุบันทุกลมหายใจเข้าออกเรายังมีลมหายใจเข้าออกมันก็ยังมีเกิดมีตายมีกายแทบตายมีการประชุมมีความเป็นไปขององค์ประชุมไม่ว่าจิตไม่ว่าวจีไม่ว่ากายสุจริตหรือไม่เราก็ต้องรู้ความประชุมแต่งกายวจีมโนกรรมทั้งหลายแหล่ของเรามีสติการสตาร์ทติดอานาปานสติก็มีสติรู้มันไอ้นี่จบไปแล้วก็ตายอันนี้สิ้นสิ้นเลิกก็เลิกถ้ายังดีอยู่ เราก็เป็นเราทำเกิดเป็นอันนี้ดีเราทำเกิดเป็นทำเกิดได้ทำขึ้นไปชมมันขึ้นใหม่สร้างขึ้นใหม่มันควรจะยังไม่สูญแล้วนี่มันเสื่อมลงเรื่อยๆบูรณะมันไว้ก็มันขึ้นไปต่อมันขึ้นไปเติมมันอยู่เรามีลมหายใจอยู่เราก็ต้องมีกรรมอานาปานสติคือหมายความมีลมหายใจเข้าออกเราก็ต้องมีกรรมอยู่ทั้งนั้นมันมีกรรมก็ต้องมีสติรู้ในกรรมกิริยาต่างๆนั้นเราก็เพิ่งเปลี่ยนโปรปัจจุบัน 3 อันเนี่ยมรณภาพกับอานาปานสติรวมแล้วทั้ง 3 อันนี้เป็นกรุ๊ปใหญ่เท่ากับอานาปานสติที่บอกว่าเป็นปัจจุบันอันเดียวคือตั้งอยู่ 3 อันนี้ก็เป็นบทตั้ง มันเป็นอุดมคติธรรมอุดมการณ์อุดมคติศรีวรานิติจาคานุสสติเทวตานุสสติเป็นหลักการวิธีการวิธีการส่วน 3 สติอันหลังเนี่ยเป็นตัวส่งอยู่รู้มีสติสัมปชัญญะเห็นพร้อมทั้งมีปัจจุบันและทำนี่คือทิศทางสุดของวิหารแล้วก็รวมอยู่ในการเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปแต่มารวมเลยทีนี้ว่าดับไฟเกิดอยู่ตั้งขึ้น ปากแย่หรือว่าเอาคำไวพจน์ของพวกนี้มาอธิบายให้เข้าใจเราพยายามฟังดูดีๆทีนี้บทประพฤติปฏิบัติจะเอาพวกนี้มาอธิบายอย่างเชิงอาจารย์นี้มาเป็นกรรมฐานในการจะประพฤติก็ถูกต้องพระพุทธเจ้าเองก็ยังอธิบายถึงการประพฤติปฏิบัติการประพฤติให้กระทำอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ทำอย่างนี้เมียอธิบายถึงความหมายพิสดารความหมายใหญ่รวมอยู่ในตัวเวลาจะเป็นกรรมเป็นผลเป็นผลบุญที่เราได้สร้างถ้าเราทำถูกก็เป็นพระสัมมาสติทั้งสิ้นคือรวมลงซึ่งความสงบเย็นลงความทุกข์ก็รวมๆซึ่งความ เป็นความพิสดารเป็นนิพพานหลักการอยู่ในหมวดที่ 2 สีลานุสติสาขานิติเทวดานิสิตเป็นหลักการหมวดแรกเป็นหมวดแห่งอุดมคติอุดมการณ์บทที่ 2 เป็นหลักการหลักการและวิธีการกระทำหลักการกระทำพิธีการจัดทำหน่วยที่ 2 หมวดที่ 3 เป็นปัจจุบันน่ะทำหมวดที่ 3 เป็นปัจจุบันและทำเป็นของจริงเป็นของที่จะต้องทำอยู่รู้อยู่มีปัจจุบันและทำนั้นอยู่วันที่ 3 เป็นตัว สภาพเป็นสถานะการณ์ศักยภาพศักยภาพมันหมายถึงฤทธิ์เดชด้วยแต่สถานการณ์หมายความว่าสิ่งนั้นเกิดตั้งอยู่สิ่งนั้นมีอยู่จริงสถานการณ์และสถานภาพสถานการณ์สถานภาพสรุปว่าสมาธิอันสุดท้ายเป็นอันรวมเป็นความรู้ถึงขั้นปลายความรู้ถึงผลยอดความสำเร็จสัมฤทธิ์ผลความเข้าใจถึงสภาพสรุปรวมจริงๆ หมดนี่เป็นอนุสติ 10 ที่อธิบายประกอบเสริมให้ฟังถ้าเราได้ปฏิบัติเราได้เรียนรู้กรรมเราก็จะเกิดเป็นเทวดาเกิดเป็นพรหมเกิดสภาพที่มีจริงเป็นสถานภาพจริงสัมผัสรู้ความพ้นทุกข์อริยสัจ 4 ฝ่ายต่างๆนานาและปฏิกิริยาอะไรแล้วแต่ธรรมะอะไรทั้งนั้นแหละเราจะรู้เราจะเข้าใจจริงเอาภาษามาเรียกแล้วก็ทำความเข้าใจกับความหมายของภาษาแล้วก็มาปฏิบัติประพฤติก็จะรู้จริงเพราะเริ่มต้นหรือแม้แต่พุทธานุสติและอุปสมานุสสติซึ่งระลึกนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าหรือพุทธคุณและระลึกถึงคุณของนิพพานหรือความสงบราบรื่น อันยิ่งใดๆก็ไม่ใช่เพื่อให้ติดให้ยึดมั่นแต่เพียงระลึกรู้ระลึกคุณเพราะคำว่าอนุสตินั้นแปลว่าการระลึกถึงไม่ใช่แปลว่าทรัพย์สินยึดจึงไม่ใช่ให้ไปผูกติดเกาะอยู่และก็ไม่ใช่ให้ไปเฝ้าอ้อนวอนร้องขอกราบกรานอยู่อีกด้วยไม่น่าเพราะตั้งแต่พุทธานุสติถึงอุปสมานุสสติสุดยอดก็คือกรรมที่เราพึงรู้พึงเป็นฝ่ายพึงกระทำและกระทำแล้วเราก็กระทำเพื่อเป็นกระทํา รู้เราเห็นเราจริงแล้วเราจะเข้าใจสภาพจริงว่าหมวด 1 หมวด 2 เป็นอนุสติหมวด 3 เป็นสติเฉยๆเนี่ยและเราก็จะมามีปัจจุบันน่ะทำหรือไม่มีจริงอยู่ที่หมวด 3 สถิติคำว่าสตินี้จึงดูใกล้ๆแล้วว่าอันนี้เราเรียกว่าอนุสติสิทธิ์ที่จริง 3 อันหมด 3 เนี่ยมันไม่ใช่อนุลองดูดีๆเพราะว่าในอนาคตมันไม่อนุรักษ์สามัญเพราะร่างกายระลึกถึง ทบทวนการย้อนความอะไรต่ออะไรต่างๆก็คือระลึกตามระลึกถึงได้ทุกอันแต่อัน 3 อันนี้มันไม่ใช่ระลึกถึงมันไม่ใช่ระลึกตามมันเป็นปัจจุบันไอ้ 3 ตัวมรณสติกายกับตาสติและอานาปานสติมันไม่ได้ไประลึกถึงมันอยู่เดี๋ยวนี้มันรู้เป็นสติอยู่เดี๋ยวนี้เรารู้ตัวทั่วพร้อมรู้เดี๋ยวนี้มรณะก็เห็นมรณะคาตาอย่างนี้เพราะฉะนั้นพวกนี้ตายแล้วก็ได้ก็ตายอยู่เดี๋ยวนี้เกิดอยู่เดี๋ยวนี้ตั้งอยู่บริเวณนี้สติเห็นรู้ความเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปอยู่เดี๋ยวนี้มีอยู่ตลอดเวลาเดี๋ยวนี้เกิดเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปหรือมรณะการกระจายและอานาปานอยู่ ตลอดเวลาเลยไม่ต้องไประลึกที่ไหนสัมผัสอยู่รู้อยู่มีอยู่ทันทีนี่เป็นข้อสังเกตละเอียดถ้าเราไม่รู้เราไม่มีเราไม่เข้าใจมันก็ไม่รู้ถ้าเรารู้เราก็จะเห็นทำมาพระพุทธเจ้านี่ลึกซึ้งลึกซึ้งมากเลี่ยมมากผมพิสดารท่านแฝงอยู่อย่างผู้มีภูมิผู้มีปัญญาจะเห็นว่าสอดคล้องร้อยเรียงหมุนรอบเชิงซ้อนไม่ใช่เล่นพวกคุณเคยฟังอนุสสติ 10 มาเคยอธิบายสู่ความขยายความอะไรต่ออะไรมาหลายชั้นหลายเชิงหลายครั้งก็ฟังเดี๋ยวนี้ก็ฟังอีกผมก็จะรู้สึกว่ามันก็ฟังได้ แล้วมันก็มีอะไรต่ออะไรลึกซึ้งอีกเข้าใจถ้าเกิดว่าเข้าใจได้มีภูมิรับเพียงพอเห็นจริงมันเกี่ยวข้องกันเหลือกำลังสอดร้อยกันสอดซ้อนซับซ้อนกันลึกซึ้งแล้วก็มาทำให้เราเข้าใจธรรมะแตกออกมาจริงออกมาชักออกมามีสติ 3 อันที่ 3 มันเป็นอย่างนี้ต้องขอสังเกตมันไม่ใช่การระลึกถึงไปทีเดียวย้อนความตามดูไม่ตอบจะตรวจสอบตามหลักตามอุดมคติที่ตรงกับอุดมคติไหมแล้วแต่ปัจจุบันนี้เราก็อยู่ตรงกับอุดมคติหลักการประทับได้ผลไหม ได้ผลเดี๋ยวนี้ก็ใช้หลักการนั้นอยู่ไหมใช้หลักการนั้นอยู่ผมก็ยังอยู่ตลอดเวลาผู้มีอุดมการณ์อย่างนี้พุทธมีหลักการอย่างนี้พุทธมีสถานะการอย่างนี้มีอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวอะกาลิโกสันทิฏฐิโกพุทธเป็นองค์ประกอบแหม่เป็นดอกฟ้าที่ต้องเอาสูงสุดสูงอ้าวแล้วก็ได้แล้วมีอยู่เดี๋ยวนี้เราก็ทำการพิสูจน์ได้ว่าได้เป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูเป็นแท้ของพระอุดมการณ์นั้นก็มีจริงง้อเราถึงอุดมการณ์มันได้หลักการนั้นประพฤติเกิดผลจริงสถานการณ์นั้นมี จริงๆด้วยมีสถานภาพนั้นมีศักยภาพนั้นจริงด้วยพิสูจน์ได้เดี๋ยวนี้ก็มีการเกิดแก่เจ็บตายที่เราแสนที่จะอยู่พ้นเหนือโลกเกิดแก่เจ็บตายนี้เหนือโลกไตรลักษณ์นี้อย่างนี้เองหรือนิพพานครับพอดีเห็นผู้หญิงเข้าใจก็จะรู้อย่างนี้เองหรือนิพพานอ้ออย่างนี้เองหนอนี่ผ่านอุปสมานุสสติก็จะมีสติระลึกย้อนทบทวนสรุปรวมนิพพานอย่างนี้เองมีอุดมการณ์มีหลักการมีสถานการณ์จริงอย่างนี้เองหนออันนี้เป็นการกระทำให้เกิดให้เป็นที่มีได้ดูระลึกดูแล้วก็ดูว่าจะถึงปัจจุบัน ระลึกแล้วก็ได้รู้เท่านั้นอย่าไปติดอยู่ถ้าไม่ได้สอนให้ติดเพราะอนุสสติ 10 อันที่ 3 มรณสติมรณะสติและอานาปานสติจึงเป็นสภาพที่มีสติอยู่กับสิ่งนี้เท่านั้นไม่ใช่ติดกับสิ่งนี้แต่เราจะมีอย่างนี้หรือรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ก็อย่างนี้เราไม่ได้ติดไม่ได้อนุสติก็ไม่ได้แปลว่าให้ติดสติไม่ติดแต่เป็นอยู่เหมือนมันเป็นอยู่เหมือนมันติดอยู่กับอันนี้ฟังภาษาซ้อนลงไปอีกแล้วเดี๋ยวนี้เราเป็นอะไรอยู่เหมือนกับเราติดอยู่ก็เป็นตายเราเป็นเป็นแล้วมีลมหายใจเข้าออกจะ เราไม่มีเราก็จะรู้ว่าเราหมายเอาอะไรไม่มีแล้วเราไม่มีจริงหรือเปล่าเราไม่มีทุกข์เราไม่มีกิเลสเออใช่แล้วรูปนามคณะไม่ใช่เป็นของเราเรามีความรู้สึกอย่างนั้นไหมเรามีความปลดปล่อยเรื่องจริงอย่างนั้นไหมเออใช่เราก็รู้ความไม่มีที่มีเราจะติดอยู่ไหมแล้วก็ติดอยู่แล้วเราจะติดต่อไปอีกไหมถ้าเผื่อว่าเกิดมรณะเดี๋ยวนี้ตายเดี๋ยวนี้เราก็จะมีอะไรต่ออีกไหมไม่ต่อก็ไม่ตอบถ้าไม่ไม่ต่อแล้วมันก็แต่มันจะเป็นไปอย่างนี้เป็นทุกข์ร้อนอะไรมันก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไรแล้วก็เป็นไปตามเรื่องของมันวัน 3 อันนึงที่เป็นมรณสติอะไรต่างๆเป็นผลที่เกิด ต้องเป็นผลทั้งเป็นตัวเกิดอยู่มีอยู่เป็นสภาพเป็นสถานภาพยืนหยั่งสัมผัสอยู่ตั้งอยู่เป็นจริงอยู่ให้รู้ให้เห็นที่แท้จริงอะไรจะเกิดได้สูงสุดอย่างนี้อันนี้สรุปความลงมามีเชิงอธิบายว่าอนุสติ 10 เป็นความระลึกถึงไม่ใช่ความยึดไม่ใช่ไปผูกไปเกาะไปติดอยู่แม้เป็นอยู่ในก็ปล่อยไปปล่อยไปมันเลื่อนไปเลื่อนไปและก็ไม่ใช่ให้ไปเฝ้าอ้อนวอนร้องขอกราบกรานอีกด้วยนะไม่อันนี้ก็กำลังจะขยายออกมาอีกว่าศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาร้องขอไม่ใช่ร้องขออ้อนวอนกราบกราบศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งการกระทำศาสนาพุทธไม่สอนอ้อนวอนไม่สอนร้องขอ ศาสนาพุทธไม่มีพระเจ้าองค์ใดคอยเป็นผู้ประทานมีแต่สอนให้อัตราอัตตาหิอัตตโนนาโถตนทำตนได้ตนต้องช่วยตนตนต้องพึ่งตนแปลอย่างสำนวนโพธิรักษ์อัตโนมัติตนทำตนได้ตนต้องช่วยตนตนต้องพึ่งตนดังนั้นแม้พุทธานุสติก็ไม่ใช่ไปกราบกรานอ้อนวอนร้องขอพระพุทธเจ้าทรงช่วยประธานหรือจงช่วยบันดาลนั่นนี่มาให้อย่าว่าแต่แค่ไปกราบกรานอ้อนวอนเอากับเทวดาเลยเพราะเทวดายังต่ำกว่าพระพุทธเจ้า ฟังดูดีๆนะมันซ่อนก็กราบกรานอ้อนวอนผีสางเทวดากันอยู่นี่มันเป็นศาสนาไสยศาสตร์ทีนี้เราก็มาสมมุติข้าว่าพระพุทธเจ้านี่สูงผู้พูดจะรู้จริงแล้วไม่ใช่สมมุติข้าพระพุทธเจ้าสูงจริงๆเลยสูงกว่าเทวดาทั้งหมดท่านเป็นครูเทวดามารพรหมจริงๆเลยแล้วทีนี้เราต้องทำตำแหน่งขอผีสางเทวดามาติดนิสัยก็มาขอพระพุทธเจ้าเข้าให้เพราะเราเคยเคยมีแต่ศาสนาแบบนั้นมันนานเต็มทีแล้วเคยมีทั้งหมดร่ำโบราณต่อเชื้อต่อวิญญาณต่อยีนต่อมาหมดทั้งรูปทั้งนามต่อมาจนกระทั่งเก่าแก่พอมาพบพระพุทธศาสนาพระพุทธศาสนาสอน มันน่าเห็นใจแต่ก็ไม่เห็นใจเพราะเห็นอยู่มันก็ไอ้แขกติดอยู่อย่างนั้นมันไม่มีผ่านนิพพานมันก็ต้องไม่เอาอย่างนั้นถ้าขืนเอาอย่างนั้นอยู่ก็ไม่นิพพานก็มันไม่นิพพานมาตั้งนานแล้วจะพานิพพานเมื่อคืนเห็นใจอย่างงั้นไม่เอาแล้วจะว่าเราโหดเหี้ยมแม่งโหดเหี้ยมโหดเหี้ยมให้ดีเราไม่เอาเพราะการร้องขอว่ากันจริงก็เราต้องเข้าใจตามสกินตามสัจธรรมใช่แล้วแหละเขาติดอย่างนั้นมากันมากงานนี้ตอนนั้นเราเองบางทีก็จะต้องเห็นใจเขาเขาด้วยมันไม่ใช่เรื่องง่ายเราได้แล้วก็จริงเรารู้แล้วก็จริงแต่คนอื่นเขาไม่รู้จริงๆนะเค้าติด ก็เป็นอยู่จริงต้องค่อยๆทำหาความฉลาดอะไรที่จะทำให้เขาเข้าใจทำให้เขาเห็นได้มันเป็นอย่างนั้นแหละแม้ว่าจะพระพุทธเจ้าบอกว่าดีกว่าเขาก็เห็นเขาก็เข้าใจเขาก็ยึดถือศรัทธาเคารพเอามาเป็นที่พึ่งแต่เขาจะพึ่งแบบไหนเขาก็พึ่งแบบแต่ก็เคยพึ่งตลอดการมาไม่รู้เกี่ยวกับกิจการเขาเพิ่งแบบโอ้ยเป็นเจ้าอ่อนวอนร้องขอให้บันดาลให้ด้วยนะอำนาจพิเศษนี้เขาเคยยึดถือศาสนาแบบเทวนิยมแบบพร้อมขออ้อนวอนมันนานเมื่อมารู้ก็ต้องทำความเข้าใจว่าศาสนาพุทธนี้แก่แล้วปรับเปลี่ยนแล้วไม่ เหมือนแล้วใช้คนละวิธีแล้ววิธีกระทำกระทำอะไรดีด้วยปัญญาอะไรถูกรู้ด้วยปัญญาอะไรควรรู้ด้วยปัญญาจะทำไม่ได้จริงๆทำลงไปให้ได้มาทำได้แล้วนะนั้นแหละเราเป็นพระเจ้าตัวเองเป็นผู้บันดาลซะเองใครที่ไหนพิสูจน์สินี่แหละเรานี่แหละจะทำเดี๋ยวนี้จะสร้างให้เกิดจะสร้างให้ตายจะดับจะสูญจะดีสูงสุดก็เรานี่แหละทำจะดีสูงสุดไม่ดีสูงสุดเลวสุดมันก็อยู่ที่เราทั้งนั้นนี่เป็นปรัชญาเรียกว่าเป็นหลักการหรือเป็นความรู้ที่สุดยอดจริงๆสุดยอดทำได้แล้วสุดยอด ร้านปกติเขาอ้อนวอนขอเราก็จะต้องมาปรับปรุงความรู้ปรับปรุงความเข้าใจให้ชัดแจ้งว่าศาสนาพุทธไม่ต้องอ้อนวอนร้องขอให้ตั้งใจรู้ให้จริงและตั้งทิศของจิตอธิษฐานตั้งอธิษฐานไม่ได้แปลว่าขอไอ้ความเคยขอแม่มันอธิษฐานต่อขออะไรมันก็จะขอต้าบอกว่าตั้งจิตดีๆนะไอ้แต่ก่อนนี้มันไม่ได้สั่งปล่อยไปมันก็เป็นไปตามอัตโนมัติมันก็เอนไปทางขอเขาพึ่งพาเขาอยู่นั่นแหละมันไม่เป็นอิสระเสรีไม่เป็นไทยแก่ตัวมันเป็นเจ้าใหญ่มันเป็นผู้หญิงยอดเองสักทีนึงมีแต่เป็นทาสเขาอยู่เรื่อยขอไปเรื่อยๆรองรับจากเขาอยู่ด้วยไม่เอานะเราเป็นผู้ให้สิ เรื่องอะไรมันเป็นทาสอยู่ตลอดนิรันดรมีมาปรับเปลี่ยนศาสนาพุทธมาปรับเปลี่ยนอย่าว่าแต่แค่ไปกราบกรานอ้อนวอนเอากับเทวดาเลยเพราะเทวดายังต่ำกว่าพระพุทธเจ้าและแม้ถึงขนาดนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่มีลัทธิงอมืองอเท้าหรือไม่ฝึกตนเป็นคนขี้ขอไม่ไม่น่ะแม่ฝึกตนเป็นคนขี้ขอแต่เดี๋ยวนี้ศาสนาทุกวันนี้กลายเป็นคนที่ขอบอกสร้างรูปเคารพขึ้นมาก็บอกอ้อนวอนร้องขอขอตอบเหมือนหมื่นก็เลยระบบที่เคยมีมาแต่ไหนๆขอต่อพระอาทิตย์ขอต่อพระอาจารย์ขอต่อลมต่อฟ้าต่อฝนขอต่อเป็นฤทธิ์เป็นเด็กหมดสมมุติเป็นไปหมดขอเทวดาอย่างนั้นอย่างนี้ จนกว่าองค์พระพุทธเจ้าต้องเป็นเทวดาองค์ใหญ่ที่สุดแล้วท่านก็เป็นเทวดาองค์ใหญ่ที่สุดจริงๆแหมองค์นี้ขอใหญ่เลยตอนนี้ยิ่งขอใหญ่ไม่ได้พระพุทธเจ้าไม่สอนให้ขอพระพุทธเจ้าไม่ได้มีลัทธิงอมืองอเท้าขอเอาขอเอาแล้วไม่ทำไม่ได้มันเกี่ยวโยงกันถ้าเกิดว่าเราไม่ขอเราก็ต้องทำถ้าเมื่อเราทำแล้วมันก็เก่งมันก็เป็นมันก็มีมันก็มาหากรรมมันนิยมมาเป็นไปได้กลับแล้วก็ต้องเรียนรู้กรรมด้วยสติปัญญาทำอย่างไรสุจริตทำอย่างไรทุจริตสุจริตเอาทุจริตไม่เอาไม่ทำเพราะเราพึ่งสุจริตตลอดไปแล้วมาเรียนรู้ชีวิตจริงง่ายชีวิตหนึ่งหมูแฮมมากไม่ยากเลย คุณสงสัยอะไรทุกวันนี้ว่าชีวิตมันอยู่ง่ายคุณหลงโง่ไปตามโลกมันสร้างมายามมันหลอกคุณเท่านั้นเองคนจึงอยู่อย่างยากอยู่ยังจะต้องเอาอย่างที่เขาว่าก็สมมุติแม่ที่สุดเอาอารมณ์แบบนี้มาเสพนะถ้าไม่ได้เสพตามอารมณ์นี้มันไม่ใช่ความสุขนะเกิดมาไม่ได้อะไรไม่ไม่ไม่ไม่มีไม่ชื่นชมยินดีมันไม่มีผลสำเร็จนี่ผลสำเร็จต้องให้ได้คว้ามาให้ได้อย่างนี้นะมันหลอกเราแสนหรอกไม่รู้แล้วรู้เท่าทันมายาแล้วคุณจะรู้ชีวิตนี่มันง่ายที่สุดเลยเบามันน้อยมันง่ายจริงๆความยิ่งง่ายมันก็เราก็เจอที่สบายแล้วชีวิตง่ายมันต้องเป็นลมแล้ว สบายแล้วหมดสบายชีวิตเหมือนตายจบตายเดี๋ยวนี้ก็ตายไม่ตายก็แล้วไปมันไม่กลัวเกรงอะไรมันไม่ได้ลำบากอะไรชีวิตมันเกิดมามันเป็นความประชุมเป็นการชะตามีความประชุมมันเป็นไปมันประชุมอยู่มีดินน้ำไฟลมมีอากาศสภาพวิญญาณธาตุมันก็ประชุมอยู่มันก็เป็นไปทีนี้มันเป็นไปโดยที่มียิ่งมันมีปัญญาอย่างนั้นมีธาตุรู้มีความรู้แล้วมันก็เออมันสบายแล้วมันก็จะช่วยเหลือเขาเหมือนของนี่มันหลงเกิดมันเป็นกากแดงเหมือนความโง่แต่ตอนนี้มันสะอาดหรือแสนสาหัสแล้วมันเป็นเพชรก้อนเพชรมีค่านักหนาเราก็ใช้ตัวเองเป็นเพชรจริงๆ ทำค่านี้ให้แก่โลกสอนเขาตอบเป็นตัวอย่างเขาต่อให้เห็นเขามีแต่ตัวอย่างทางโลกที่พากันหนักพากันเหน็ดเหนื่อยพากันวุ่นวายเราก็เป็นตัวอย่างให้เขาเห็นว่าเราเหนื่อยก็ได้แต่เราไม่วุ่นเลยสร้างสรรค์แต่สิ่งที่เป็นสาระไม่สร้างสิ่งที่มอมเมามีชีวิตอยู่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่สะดุดไม่เดือดร้อนไม่ต้องเป็นธาตุลาบยศสรรเสริญโลกียสุขอะไรเลยเสื่อมลาภเสื่อมยศนินทาไม่ทุกข์ไม่ทุกข์ทำอะไรได้ก็ทำทำแล้วไม่ได้เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ดังที่เป็นก็ช่างมันก็ขนขวายใหม่พยายามไปใหม่ไม่ท้อไม่ถอยไม่มีอะไรมาทำให้เราสะดุดมันไม่มีจะเห็นได้ชัดว่าเวลาเราเข้าใจถึง ไม่มีอะไรมาทำให้เราสะดุดนี่มันสะดุดเพราะเหตุปัจจัยนั้นมาก็เพราะว่าในโลกนี้มันมีทั้งผู้รู้ดีรู้ไม่ดีผู้เข้าใจไม่เข้าใจมีทั้งอุปสรรคมีทั้งปัจจัยมีแต่สิ่งสนับสนุนมีทั้งสิ่งที่ต้านทานอุปสรรคคือสิ่งต้านทานปัจจัยคือสิ่งสนับสนุนไม่มีอยู่อย่างงั้นแหละอะไรมันสนับสนุนเราก็สนับสนุนไปเราให้ผู้ที่เขารู้เขาเข้าใจเป็นสัจธรรมเข้าใจได้จริงด้วยได้เขาก็มาสนับสนุนเราและสนับสนุนนี้ไปดีเหมือนดีก็ดีเพราะเราเองเราได้อย่างบริสุทธิ์ใจเราไม่ได้เพื่อที่จะไปนั่งรอกอบโกยเอามาทำอะไรมันเป็นประโยชน์ของเขาเองกันด้วยแล้วทำนี่ก็เพื่อประโยชน์ของเขาเองกันด้วยผู้ที่รู้ก็รู้ตรงนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวอะไรทำเพื่อประโยชน์ของเขาเองนั่นแหละทำให้เขาที่เข้ามาต่อต้าน ทำให้เขานั่นแหละมันเป็นตัวที่ยืนยันเหลือเกินคนที่มาต่อต้านสิ่งที่เขากำลังทำให้ตนมันโง่ขนาดไหนเขาจะรู้เพราะเขาก็ต้องช่วยเขาช่วยพวกเขาบริสุทธิ์ใจก็เห็นจริงเราไม่ได้ไปทำเพื่อตนตัวเราเองไม่มีอะไรเราเสียสละอยู่ตลอดทั้งนั้นถ้าเราไม่ทำซะอีกเราสบายเราไม่ทำเราก็เฉยๆไม่สบายจะมีอะไรจะอยู่จะกินจะทำอะไรต่อไปเฉยๆไม่ต้องไปคิดถึงก็โหดชนะถึงตายสุดท้ายไม่ต้องเป็นเดียรถีย์ส่องไปเลยหรือไม่ก็เอ้ยไอ้สัตว์เกิดมากันดึกก็รอตายเฉยๆกินไปกับเพื่อนตายไม่ต้องกินบรรยากาศนั่งแห้งๆเหมือนอย่างศาสนา สุดท้ายแล้วก็ไปนั่งตายที่ไหนก็ได้เอ้าใครแน่จริงมึงถึงที่สุดได้ไปเลยนั่งไม่ต้องกินอะไรไม่จำเป็นต้องเหี่ยวเข้าเหี่ยวเข้าๆๆแล้วก็ตายนี่แหละถึงที่สุดนี่ก็น่าจะทำถึงอย่างนี้เข้าใจในมรณสติเหมือนกันมีคนน่าจะหมดการขยายร่างกายก็ตาสติเห

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน