220213-2-033 ทางเอกภาค2-ตอน033(หน้า071)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์216 KB
วันที่แก้ไข28 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 12 ที่พุทธสถานสันติอโศกกล่าวมาเรียนต่อมาทำความเข้าใจกันต่ออีกรายการเรียนของเรานี่เรียนไปที่จริงวันหนึ่งนั่งเข้าห้องเรียนกันจริงๆเราเรียนน้อยเหลือเกินแต่เราลองคิดดูทันสมัยเราเรียนหนังสือในวันหนึ่งกินหมูขี้หมา 5 ชั่วโมง 6 ชั่วโมงที่อยู่ในห้องเรียน ไฟฉายจะต้องมาอ่านหนังสือตรวจหนังสืออย่างนี้ต้องไปทำการบ้านจะต้องอะไรต่ออะไรอีกวันนึงเราเรียนตั้งเท่าไหร่ตามธรรมดาที่เราเรียนแต่เด็กเนี่ยบางคนเรียนมา 10 ปี 20 ปีเรียนตั้งแต่ชั้นมูลชั้นประถมอะไรขึ้นมาจนกระทั่งกว่าจะจบปริญญายิ่งไปเอาจบปริญญาเอกว่าเขาไปถึง 20 ปีเรียนกันจริงไอ้นี่แล้วก็เรียนไปยังไม่ได้ถึง 20 ปีด้วยซ้ำเราที่เราเรียนกันมาเนี่ยหลายๆกันมาเนี่ยเพียงจะไปเดี๋ยวจะไปตั้งแต่ทำจับกลุ่มเรียนทำอะไรกันมาตั้งแต่ 16 มันจะถึงนี้มันก็ตกประมาณ 5 6 ปียังไม่ได้เก็บปีแล้วเราก็เข้าห้องเรียน จริงๆเนี่ยอบรมอะไรในวันหนึ่งก็ตกประมาณอย่างนี้วันละ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเองก็คิดดูบอกตัวเองดูว่าเราเองเนี่ยทำไมมันถึงได้อ่อนแอย่อแย่วันนึงแค่ 2 ชั่วโมงก็ไม่ค่อยตั้งใจเต็มหรือว่าทำให้ตั้งใจขึ้นมาไม่ได้มันย่อหย่อนมันเลวลงกว่าแต่เด็กๆหรือว่าแต่ก่อนนี้ที่เราเคยมีกะจิตกะใจที่ตั้งใจว่าจะเอาอย่างที่จะเอาอย่างลูกๆแต่ก่อนนี้เราเรียนด้วยกันนึกว่าเราจะได้อะไรเพียงแต่ลูกๆเราจะตั้งอกตั้งใจเรียนได้วันนึงตั้งหลายชั่วโมงเสร็จกดออกสะกดใจเรียนนี่เรามาเรียนอยู่แค่วันนึง ชั่วโมงเองเรากดออกสะกดใจไม่ได้เอาไม่ได้ยิ่งยงยอดยิ่งน้อยลงเนี่ยมันก็ไม่เคยเข้าที่เราต้องพยายามคิดหาเหตุคิดหาผลคิดหาจุดที่มันเป็นไปได้ดีจุดที่มันมันไม่เข้าท่าดูแล้วมันชอบมาพากลอย่างที่กล่าวให้มันมันควรจะเป็นแนวโน้มหรือว่าจุดที่มันคว

อ่านต่อ

รจะไปได้ดีกว่านี้ถ้าเรายิ่งมาทางนี้เราตั้งอกตั้งใจว่าจะทำวันนี้ให้แก่ชีวิตทำให้แก่ชีวิตจริงๆถ้าเรามันก็น่าจะได้ทำให้มันได้มากได้จริงทั้งๆที่ปริมาณอยากจะยกตัวอย่างแล้วก็เวลาก็แค่วันนึง 2 ชั่วโมงเองทำไมเราให้มัน ที่โยนิโสมนสิการพระอกตั้งใจมีอิทธิบาทเต็มที่เต็มเหนี่ยวเอาให้มันไม่ได้มันก็ไม่เข้าทีเลยไม่มากไปเลยที่จริงที่เป็นนี่เป็นไม่มากไปเลยแม้จะเรียนอย่างนี้ไปอีก 100 ปีอย่าว่าแต่เราไม่เคยเรียนอย่างฉันมัธยมชั้นประถมชั้นอะไรมา 10 ปี 20 ปีเนี่ยเข้าชั้นเรียนพวกนั้นมาวันหนึ่งต้องมากขนาดนั้นยังทนสิทธิ์ต่อกันไม่ได้สัก 10 ปี 20 ปีมันน่าจะทนไม่ได้อีก 100 ปีไม่เห็นจะน่าหนักหนาอะไรเราก็คิดดูเพราะเหตุผลไม่งั้นจะทำให้เราเองเนี่ยไม่รู้ว่าเราเองนี่มันไม่เข้าท่ามันจะตามใจกิเลสแต่ต้องคิดว่าเราต้องการดีแล้วมันก็ไม่ดี ไปตามใจกิเลสกิเลสกิเลสนี่ชวนเพราะเข้ามาแล้วกิเลสโน่นกิเลสนี่อะไรก็ได้มาดึงออกไปไปตามกิเลสอยู่แค่นี้ก็ตั้งใจเข้าไม่ได้เอาไม่ได้มันก็ยิ่งย่อยนะเพราะงั้นในตัวตัวเราเองเราพยายามทำความเข้าใจให้ละเอียดละออทำความสำคัญในความสำคัญไม่ได้มันก็จะถูกกัดกร่อนกิเลสนี่มันยอดเยี่ยมมันพยายามที่จะเอารถทุกซอกทุกมุมทุกจุดทุกช่องมันจะเล่นงานเราหมด 1 จุดละเอียดละเอียดยิ่งจุดสำคัญมันก็จะเอาเราทั้งนั้นแหละด้วยอันไหนที่มันเป็นยาตรงมันก็จะต้องซับเราโดยตรงยาตรงนี้แหละมันก็เล่นคือ มันเหมือนกับสิ่งที่เป็นตรงข้ามเป็นศัตรูอย่างที่เขาว่าทางด้านทิศเขาก็บอกว่าซาตานก็เป็นศัตรูของพระเจ้าลำบากลำบากมากแกเป็นคู่ของบุญความดีความชั่วก็เป็นคู่ของกันและกันมันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วถ้าเราไม่เห็นความสำคัญและเราก็ไม่พยายามที่จะตัดเศษส่วนที่มันดึงมันอะไรต่ออะไรที่จะทำให้มันอีกอันนึงเสื่อมลงถ้าเราไม่ตัดมันมันก็จะมากขึ้นถ้าเราต้องพยายามทำความสำคัญให้ดีถ้าเรามาต่อหน้า 71 เราได้สรุปได้อธิบาย ความแตกต่างของสมมติเทพกับอุบัติถ้าเข้าใจอุบัติก็เข้าใจที่สุดที่ได้ง่ายขึ้นสมมุติอุบัติสมมติเทพกับอุบัติเหตุมีนัยยะต่างกันแต่มีความเหมือนตรงที่เรียกว่ามันมีความเกิดเหมือนกันนั่นแหละอุบัติเหตุก็เกิดสมมุติเทพก็เป็นสัตว์เกิดแต่สัตว์ตัวอย่างสมมติเทพนั้นมีนัยยะที่อธิบายแล้วมันก็ต่างกันคืออุบัติเหตุส่วนอุบัติเหตุเมืองอุบัติเหตุอุบัติภัยจนกระทั่งถึงที่สุดก็ไปเป็นอุบัติเป็นวิสุทธิกลายเป็นที่จริงกลายเป็นฝ่ายโรคอุบัติที่อุบัติเหตุ ตายตายจากสมมติเทพไปได้มากเท่าใดและจะเห็นความแตกต่างก็ได้เห็นความสอดคล้องก็ได้ที่มีความเกิดของอุบัติเหตุคือการเกิดของสมมติเทพของความตายของสมมติเทพสมมติเทพตายลงทุนหมายความว่าเราไม่ติดนรกเราไม่เป็นนรกเราไม่เป็นสวรรค์เราไม่ติดแม้สวรรค์มันก็ตายลงไปตายลงไปนั่นแหละมันเกิดเป็นเทพเทวดาชนิดใหม่เกิดยิ่งตายไปสนิทลงสนิทลงสนิทลงก็ยิ่งเกิดเป็นวิสุทธิเทพมากขึ้นเพราะฉะนั้นก็คือการตายคือการตายสนิทของสมมติเทพสมมติเทพตายเท่าไหร่ยิ่งสนิทคำว่าเทพจึงแปลว่าตายแปลว่าเกิดเดือนนี้เราก็มีจุดที่วงเล็บผ่าน ไปแล้วว่ะเทพเนี่ยแปลว่าตายเทวดานี่แปลว่าการตายหรือแปลว่าการเกิดจะเห็นความจริงเลยว่ามันแปลว่าการตายการเกิดจริงๆคำว่าเทพเนี่ยมันมีเป็นสิ่งมีที่เราจะต้องรู้ในความมีมีการตายมีการเกิดนั่นแหละเรียกว่าเทวดาประเทศมีการตายการเกิดนั้นเมื่อเกิดเป็นวิสุทธิเทพสนิทก็คือการตายสนิทของความทุกข์ความสุขเหตุปัจจัยใดก็เอาอันนั้นแหละเป็นโรคเหตุปัจจัยแค่อบายมุขก็คือโรคระบาดตายตายสนิทจากโลกบาล ก็เกิดใหม่อยู่ในโลกอื่นโลกที่สูงขึ้นโรคระบาดอยู่เป็นโรคจิตต่ำที่สุดแล้วเราไม่มีโรคอะไรที่จะไปเกิดได้ต่ำกว่านั้นอีกมีเป็นต้นขณะนี้เรากำลังสนุกๆกว่าและอุบัติเหตุเกิดใหม่โดยตายสนิทจากโรคระบาดอย่างมุกทีนี้ก็ได้อธิบายแยกประเด็นเข้ามาให้ละเอียดซอยลงไปอีกกำลังจะแยกคำว่าพรหมกับกามแม้แต่อับอายนี่ก็เรียกว่ากามด้วยแล้วใช้ตามหูจมูกลิ้นกายเป็นทวารเป็นอายตนะส่วนสัมผัสกับโลกอบายเพราะถ้าเรายังคลุกคลีเกี่ยวข้องยังเป็นสุขเป็นทุกข์อยู่กับโรคอบาย ก็คือมนุษย์กามกามต่ำต่ำกามหยาบหยาบเพราะฉะนั้นการตายจากการไม่ได้ก็เป็นพรมแค่นี้ก็ยังได้ชื่อว่าพรหมแท้ๆเป็นพรหมขึ้นมาแล้วเป็นเทวะเทวะชั้นที่เรียกว่ามันก็ละเว้นจากอันนั้นมาจุดหนึ่งไม่เสพไม่ใช้ตาหูจมูกลิ้นกายไปเสพสุขพยายามก็จะกระเด็นให้ชัดๆนี่กำลังอธิบายประเด็นถ้าเราพูดยาวๆก็บอกแล้วตายจะโรคระบาดเกิดเป็นเทวดาเกิดเป็นอุบัติเหตุชั้นสูงเกิดเป็นวิสุทธิเทพเป็นที่สุดได้เราเรียกว่าเทวะใช้ภาษาบัญญัติเทวะหรือเทพเทวดาเชิงคำว่าพรมนี่ก็เป็นเทพจริงๆ พวกเทพต่างๆเทพศุภกิจมหาเทพอภัสราพระเทพเทพทั้งนั้นแหละก็เป็นผู้ที่ตายเกิดตายเกิดหมายถึงจิตวิญญาณที่มันเปลี่ยนสภาพเป็นสภาพนี้คำว่าพรมก็คือว่าดีขึ้นสูงขึ้นเจริญขึ้นดับโลกตามลงไปทีนี้การหยาบเราก็จะเพาะลงไปให้ชัดกว่ากามแค่อบายมุขนี่ก็ไปวิสุทธิเทพคันนึงเราก็จะต้องทำความเข้าใจให้ซอกแซกหรือว่าทำความเข้าใจให้ละเอียดลงไปอีกเราจะได้ไม่งงมันเป็นความซ้อนรู้ซ้อนลงไปอีก โดยอาศัยบัญญัติภาษาซ้อนเข้าไปชี้เข้าไปให้ละเอียดลงไปอีกเพราะฉะนั้นผู้ใดเลื่อนภูมิแห่งวิสุทธิเทพในวงเล็บพรมวิสุทธิเทพเลยยิ่งเป็นพรหมชนิดเด็ดๆชัดๆมีสุทธิเทพเนี่ยท่านยังเป็นยอดเทพหรือกำลังเรียกกันว่าพรหมนี้ได้ก็ดีแล้วล่ะพ้นจากนิเทศมาได้เรื่อยๆวิสุทธิจากภูมิต่ำภูมิชั่วมาได้แค่ได้แค่ใดมันก็จะพลาดภูมิภาคภูมิฟังดูดีๆกำลังจะอธิบายถึงกิเลสของกรมมันมาเป็นพรหมได้ที่สุดที่จากโลกตามมาได้จริงแต่ จะมามีกิเลสโลกกลมมันก็จะภาคภูมิและยึดเก่งยึดใหญ่ยึดสถานะนั้นอยู่จริงๆก็จะต้องมาทำปัญญาถอนทิฐิถอนมานะเช่นนี้กันต่อๆไปอีกในภายหลังฟังดูดีๆก็เราสมชายกับมาม่าแล้วพอมันได้ดีขึ้นมามันไม่ได้ทหารใหม่มันไม่ได้แป้นใหม่มายึดแป้นใหม่แล้วหลงตัวหลงตัวละ 8 ใหม่นี่ไปถือเป็นฐานสูงมันมีสภาพอย่างนั้นจริงๆและจิตคนที่ไม่รู้หรอกไม่เข้าใจมันก็จะหลงวนเวียนได้แล้วก็มาหลงสิ่งที่ได้อยู่เรื่อยไปสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนของจิตของภูมิมันก็จะซับซ้อนซ่อนแฝงเหลี่ยมเชิง เล่นนัยยะมากขึ้นมากขึ้นสุขุมละเอียดยิ่งๆยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นจนหมดรูปเป็นจิตในวงเล็บรูปฌานเกลี้ยงจริงและสิ้นอรูปประจิตรในวงเล็บอรูปฌานที่เป็นราคะใดๆในกามในโลกสูญสนิททั้งในรูปบนโลกในภูมิภาคทั้งอรูปบนโลกในวงเล็บอรูปราคะและแม้แต่มานะคือการยึดภูมิของตนอย่างเป็นเศษอัตราก็เข้าใจได้แทงตลอดแม้พุทธเจ้าคือความเกิดของ ติดธรรมดาซึ่งบริสุทธิ์หรือวิสุทธิจากอุปสรรคในวงเล็บความกังวลใดๆวิสุทธิจากปรินิพพานวงเล็บความหวงแหนวิสุทธิจากมะมะมะในเว็บความเป็นตนสิ้นเกลี้ยงจริงๆไม่มีแม้อโศกอะไม่มีแม้วิริยะคือสิ้นธุลีแห่งความหอมอโศการามความผิดความเสพความเริงใดๆในวงเล็บวิธีใช้จริงๆเส้นทางรู้แจ้งจนพ้นวิกฤติอิจฉาสุดท้ายมีจิตสาธารณะจนสิ้นยาสุดท้ายลงเกลี้ยง ก็บรรลุเป็นวิสุทธิเทพขั้นสูงสุดเรียกว่าพระอรหันต์บริบูรณ์กันเท่านั้นเองเป็นวิสุทธิเทพที่ไม่มีแม้แต่ความเป็นพรมไม่ว่ารูปปกครองในวงเล็บรูปฌานหรืออรูปพรหมในวงเล็บอรูปฌานขนาดใดๆนี่ถ้าเราเข้าใจดีในตอนที่ใช้ภาษาเรียกว่าอุบัติเหตุวิสุทธิเทพหมายความว่าสะอาดไปรอบนึงเราเรียกว่าขั้นกลางเรียกว่าวิสุทธิเทพเป็นการล้างเปราะนั้นขึ้นไปแล้วไม่มีกิเลสใหม่ซึ่งมันจะต้องมาได้เสมอเป็นโรคใหม่กิเลสของโลกพรพรกิเลสของโลก ถ้าเราไม่รู้กิเลสของโลกพรมมันก็จะเข้าตัวเราได้คืออวิชชาเราไม่รู้มันในโลกนี้มันมีบรรยากาศอย่างนี้มันมีอะไรเป็นตัวผีร้ายเป็นตัวเชื้อโรคร้ายอยู่ในโลกนี้เราไม่รู้มันก็เข้าถ้าเรารู้โดยภาษาบัญญัติก่อนแล้วก็มาเข้าใจกิริยาอาการอิริยาบถหรือว่าสภาวะของมันเป็นอย่างนี้อย่างนี้เราก็จะค่อยยังชั่วเราจะระมัดระวังในดีขึ้นมันเกิดเราก็จะได้รีบจัดการฆ่ามันทำลายมันมันก็จะไหวนะทีนี้ไอ้ในโลกกลมหรือโรคอะไรเนี่ยมันก็แบ่งเป็นสิ่งที่รู้ได้ยากและเป็นรูปเป็นจิตอ่ะรูปเป็นจิตเป็นตัวจิตจริงๆมันไม่มีเรื่องอื่นเลยแล้วก็จับอาการกิริยาของจิตของเรานั่นแหละให้ได้ แล้วจะต้องอ่านไลน์เรียงไปจนกระทั่งมานะเรื่องรูปราคาหรืออรูปราคะเราก็ได้อธิบายกันไปจนกระทั่งรีบก็ไปให้มันหมดมันเหลือเชื้ออะไรมาเป็นเศษเหลืออยู่ในจิตใจชัดๆจนกระทั่งค่อยๆอ่อนแรงลงไปหมดแม้กระทั่งสังเสทชะโอปปาติกะหย่อนลงหย่อนลงจนกระทั่งจืดจางรู้ยากรู้ไม่เคยมีตัวมีตนให้เห็นได้ง่ายๆเอากับกิริยาอาการก็เบาบางนาถึงค่อยโผล่สุดหล่อขึ้นมาทีนึงอะไรอย่างนี้เป็นโอปปาติกะจริงๆเป็นอารมณ์ไล่ลงไปเรื่อยและตัวแกนหรือตัวกิเลสแท้ แชมป์โลกของโลกพรมนี่เป็นตัวมานะเป็นตัวแกนใหญ่ตัวที่หลงดีหลงดิบหลงตัวหลงตนหลงภาพหลวงปู่หลงเชิงหลงฉันมันมีชั้นวรรณะไม่มีศักดิ์สูงมันมีตัวตนอันยิ่งใหญ่ยึดมันสำคัญอีกก็รู้มันอีกเราก็จัดการมันลงไปจัดการมันลงไปได้เรื่อยๆเรื่อยๆมันก็จะลดลงลดลงในนี้เอาภาษาต่างๆที่เป็นตัวชื่อภาษาที่เป็นลูกน้องของมานะต่างๆไม่ว่าคุณจะพระพุทธเจ้ามหาลัยต่างๆพวกนี้เป็นส่วนเอียดที่ละเอียดลงไปอีกจนกระทั่งไปรู้อ่ะรูปที่ละเอียดลงไปถึงขั้นอโศกวิริยะอะไรต่างๆที่เอามาเรียกมันเรียงลงไปบ้าง มีมากกว่านี้จะเรียงร้อยลงไปให้มากกว่านี้เป็นภาษาเป็นบัญญัติบอกตัวตนของกิเลสชั้นละเอียดเอามาใส่มากกว่านี้ก็ได้แต่นี่ก็เอาใส่พอเป็นแนวทางพอเป็นลักษณะให้เข้าใจแล้วเราก็เรียนรู้มันจริงๆภาษาตรงนี้ไม่ใช่ภาษาเปล่าภาษาที่มีสภาวะที่เราทำความเข้าใจได้แล้วลดละลงไปอีกเราก็จะไปเป็นผู้ที่หมดอีกเป็นวิสุทธิเทพอีกแต่ชั้น 1 เมื่อหมดความเป็นกามเราก็ว่าเราเป็นวิสุทธิเทพชั้นหนึ่งแล้วหมดความเป็นกามเราก็เป็นวิสุทธิเทพชั้น 1 แล้วพอเราไม่ได้อยู่ในโลกพรหมเราก็ต้องมารู้กิเลสราคะในโลกในโลกของพรหมอีกเป็นวิสุทธิเทพของพรหมลงไปอีก ไม้ตัดผมก็ไม่มีไปได้จะเป็นรูปปกๆที่เขาเรียกว่ารูปฌานอรูปฌานในโลกของจิตจริงๆเหรอเนี่ยมันไม่เกี่ยวโยงมันไม่เชื่อมต่อในรูปราคะอรูปราคะบอกว่ารูปราคะรูปราคะมันชื่อต่อมาจากราคะทางโลกโลกอันนี้มันก็มาเป็นสภาพอีกอันนึงอยู่ในจิตอีกเราก็จะต้องยึดถือมันไม่เป็นวัตถุมันไม่เป็นของหยาบมันเป็นของละเอียดเป็นเรื่องของจิตเองเลยไม่ต่อมาจากทวารตาหูจมูกลิ้นกายไม่เป็นรูปเป็นรถเป็นกลิ่นเป็นเสียงแบบโลกเลยไม่ได้เป็นรูปรสกลิ่นเสียงอย่างโลกจะเป็นความยึดถืออีกเป็น ภาพอัตตาอีกชนิดหนึ่งอัตราแท้ๆจิตไม่จิกแท้ๆเลยปั่นใหญ่ปั่นโตปั่นดิบปั้นดีปั่นตัวปั่นตนปั่นสภาพทุกสภาพสุขเอาอยู่ตัวเองแท้ๆชัดเด่นหยาบใหญ่เป็นรูปประชานหรือเป็นรูปปกพรมจนกระทั่งถึงการอ่านรูปปกครองเอาลูกผสมหรือเอาลูกไปทานยิ่งบางเบาซึ่งเราก็ได้ละเอียดกันถึงขนาดรูปหารูปก็พรมเราจะเอาขนาดท่านอาจารย์สาไปจนกระทั่งถึงเนวสัญญานาสัญญาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของความละเอียด เสด็จทวินยาวกับวิญญาณแท้ๆไม่มีอะไรปนนักก็อย่าไปยึดตัววิญญาณมีตัวทาสรู้ยึดอากาศถ้ายิ่งไปเลอะเทอะปั่นอากาศที่มาเสพอีกปั้นความว่างความโลภให้หยาบใหญ่เป็นว่างโลกมีแสงมีสีสว่างโพรงอะไรขึ้นไปอีกเขาก็ว่าแล้วจะให้ว่ามันมีที่สุดไม่มีความจบต้องการให้ว่าเป็นแบบปั่นนิมิตอยู่ในภพของจิตโดยตรงทิ้งลูกขันน้ำขันเข้าไปปั่นก็ว่างกันไปการปั้นนิมิตอย่างนั้นมันก็เป็นความปั้นและเป็นสิ่งสร้างขึ้นใหม่เป็นมโนอัตราคนที่ ฟ้าใสสภาพที่จะต้องเป็นของอยากที่จะปั้นที่จะมีฐานหยาบจะปั้นก่อนเพราะไม่รู้ไปหัดนั่งหลับตาหรือว่าไปทำความสงบลงไปแล้วก็เป็นอากาสานัญจายตนะแบบมีนิมิตหากมีสภาพอัตราอาศัยก็มีเหมือนกับเป็นโรคที่วางลงตัดได้เห็นแบบสโลโมชั่นแบบตัดให้เห็นซะก่อนว่าเออตอนนี้เราไม่เกี่ยวกับตาหูจมูกลิ้นกายจริงๆนะเราไม่เกี่ยวกับอะไรจริงแล้วเราก็ไม่มีความอยากอื่นเลยมันมีแต่ความโล่งกว้างอากาศสดวางเนาะโลกนี้ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดอันนั้นโตอากาศโสติแล้วเราก็วางของเราแล้วก็ติดใจภูมินั้นติดใจอากาศ ใช้เวลาจะต้องใช้สภาพปั่นถ้าลืมตาขึ้นมามันก็ว่าอย่างนั้นไม่ได้ถ้าจะได้ก็ต้องเป็นหลักตาเอาแล้วก็เป็นได้อร่อยจริงอร่อยจริงสบายจริงสบายจริงยิ่งแสบยิ่งติดก็ยิ่งเสพยิ่งติดแบบนี้เรามีฝรั่งคนนึงมาแหมเป็นนั่งหลับตาเอาอีกแบบนี้ได้จากที่ไหนมาก็ไม่รู้มาถึงก็บอกใครๆๆจะเอามาคืนให้ผมได้นึกว่าเป็นนิพพานเลยบวชมาเป็นพระเลยนะได้บวชมาจากอะไรนะจำได้มั้ยกินยาไม่รู้มาจากบวชมาจากประเทศอะไรหรือมึงไม่ได้ฟิลิปปินส์หรอไม่ได้บวชมาจากไทยเพราะหนูไม่ได้บวชมาจากประเทศอื่นเป็นพระมามันตามหานิพพาน ไอ้นิพพานมันได้แล้วมันจะไม่ต้องไปตามหาที่ไหนล่ะแกบอกใครจะเอาคืนมาให้ผมได้ผมเคยได้มาแล้วครั้งหนึ่งนิพพานเนี่ยแหมมันว่างเหลือเกินนั่งหลับตาไปเอานี่แม่น่าสงสารมาคุยกันจะเป็นนานไอ้เราก็จะพูดภาษาฝรั่งไม่ได้ต้องใช้รุ่นใช้ล่ามว่าเขาจะปวดมือปวดมาให้หมดแล้วก็บอกว่ามันไม่ถูกอันนั้นมันไม่ใช่นิพพานของพุทธมันนิภาหลงแกก็ไม่เชื่อแกก็ยืนยันว่าประจำทำตำรานี่สอนให้เป็นอย่างนี้ก็ตำราคนตีความเข้าใจของคุณเองตำราเข้าใจว่าจะต้องไปเป็นตัวว่างตัวอะไรแต่ละอย่างนั้นแล้วเขาก็ไม่เข้าใจว่าเป็นอาการศาลเขาไม่เข้าใจว่าเป็นอาสาเขาเข้าใจเรา แหละคือตัวนิโรธที่จะต้องนั่งทำให้ได้เป็นนิโรธสุดยอดได้ความดับสิ้นสุดยอดระหว่างโล่งโปร่งมาอธิบายความมันสบายมันเบามันว่างมันรู้อยู่อะไรต่ออะไรของเขาเขาก็วางก็บอกว่าอย่างนั้นน่ะเราฟังแล้วเราเข้าใจทีเดียวเพราะแกจะเอาอย่างนั้นบอกว่าถ้าคุณจะเอาอย่างนั้นคุณไปพยายามเข้าไปอีกนั่งหลับตาเอาให้เขาไม่ได้ถึงอีกถ้าคุณคิดว่าอย่างนั้นเป็นนิพพานบอกอย่างนี้มันไม่ใช่นิพพานไม่ใช่ของจริงแท้ไม่ใช่ของถาวรทำเอาก็แสนยากอย่างนี้มาร่ำร้องเอานี่หาทำได้ทั้งคนนึงแล้วทำไมไม่ทำได้อีกแล้วก็เวรตระเวนหาใครบอกได้บ้างใครจะหาให้แกคืนมาได้ก็บอกนี่เราบอกคุณได้แต่อย่างนั้นบอกว่าเราก็ได้เราก็เคยได้เราก็เคยเล่น อย่างนั้นแกก็กลับไม่เชื่อพูดยังไงก็ไม่เชื่อเราบอกว่าไม่จริงก็ขาดใจบอกว่ามันไม่ใช่แกก็ขัดใจแกจะเอาใช่ก็ใช่ว่าคุณไปทำเอาก็บอกจะเอาวิธีไหนบอกว่าเรื่องคุณเข้าใจผิดอันนั้นไม่ใช่นิพพานถ้าจะเอานิพพานเราก็บอกวิธีนี้ผ่านให้แกฟังแล้วแกก็ไม่ลืมสายอย่ามาตัดกิเลสต่ออย่างนี้พยายามมีศีลสมาธิปัญญาอย่างนี้ออกมาไล่ออกมาแกก็ไม่เลื่อมใสแกบอกแกจะเอาอย่างนี้อย่างนี้นี่ผ่านเราก็บอกกับคุณจะปรับใจเอาอย่างนี้ก็บอกคุณไปทำเอาตามที่วิธีคุณเคยทำมานั่งหลับพากเพียรก็กดติดกดใจก็มันเป็นเรื่องของการสะกดจิตเอาเข้าไปให้มากๆคุณทำมากคงจะได้ถ้าคุณยังเอาอันนี้ 232 ฝึกหัดเข้าไปพม่าคุณจะได้ก็บอกแกก็ไม่ได้ขัดขวางอะไรมาเพื่อที่จะทำความรู้ก็ทำให้แล้วก็จะแนะให้ไม่เอาก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่เอาก็ไม่เอาจะเอารถก็บอกวิธีให้ไม่ชอบใจไม่สบายใจพูดยังไงก็มาขัดใจไปไม่ลาเลยจะไปกันเรากำลังเนี่ยอบรมทำเช้ารองเท้ารองเท้าแบบไปเลยได้อาจทำบริขารได้ก็ไปแม่งอย่างนี้มันน่าสงสารคือหลงติดหลงไม่เข้าใจฟังก็จะว่าไม่ เรื่องก็รู้เรื่องแต่ความหลงติดความเสพติดความเข้าใจผิดมิจฉาทิฐิตัวนี้มันยืนตายเลยยืนตายเลยจะเห็นได้ชัดเจนเขาไม่แกล้งนะน่าสงสารตอนที่แกก็ไม่ได้แกล้งนะเก็บไว้อย่างนั้นจริงๆจะบอกว่าไม่เก่งนะเรานี่แหละไม่เก่งที่จะทำความเข้าใจหาเหตุผลหาอะไรชักจูงแต่พยายามจะร่ำช่วยอะไรแกให้เข้าใจดีให้โน้มน้าวไม่เท่าที่ถูกต้องเราไม่เก่งเราทำให้แกเข้าใจไม่ได้เราชี้ชัดในสิ่งที่ถูกกว่าดีกว่าสูงกว่าให้แกไม่ได้แกไปติดฝิ่นเราไม่สามารถที่จะให้แกได้เห็นสิ่งที่ ฉันเป็นสภาพเบาง่ายว่าไม่ต้องลำบากในการสร้างการก่อเราไปช่วยแกไม่ได้จะบอกว่าเราเองมีความเพียรน้อยที่จะช่วยแกก็อาจจะเป็นได้เพราะว่าบอกจริงๆตัวเองไม่ค่อยจะไอ้นั่นเท่าไหร่ฝรั่งมันเมื่อยคนไทยแท้ๆเนี่ยพูดกันรู้ภาษาทุกคำทุกความเนี่ยเรายังช่วยกันจะแย่เลยคนไทยเนี่ยเพราะยิ่งฝรั่งแล้วมันบอกตรงๆมันยังไม่มีกำลังแรงพอที่จะติดกระจายที่จะมันเมื่อยจริงๆเมื่อยเราไม่มีปิติหรือว่าเราไม่มีความบางคนก็หลงฝรั่งแหมก็มีกะจิตกะใจเขาก็แย่ก็เรื่องของเขาก็ดีแล้วล่ะอนุโมทนา เบาไปหน่อยก็เอาเขามีที่จริงบางคนบางที่วางแผนโอ้เขาภาคภูมิเหลือเกินเขาไอ้นั่นเหลือเกินแล้วก็เรื่องของเขาล่ะแต่สำหรับเราเราเราเราเราเราไม่เรามันยังไม่เพราะว่าเราเห็นในทางขัดข้องที่เรายังไม่พร้อมพรั่งในส่วนที่จะสัมพันธ์และส่วนที่จะเชื่อมโยงในส่วนที่กระทำประโยชน์ในให้สมส่วนสมรักษ์เร็วเรายังไม่เพราะงั้นเมื่อไม่พลาดไม่สั่งพร้อมเราก็เลยยังไม่ทำไม่งั้นมันก็มาถ่วงเวลาเข้าไปเยอะแล้วดูแล้วโอ้โหโรคหนักเราดูโลกและตรวจโรคและแม้โรคนี้ต้องต้องไปอยู่โรงพยาบาลที่เขามีค้อนมีเหล็กแล้วก็มีไฟเผาดีๆอยู่กับเราเราไม่มีค้อนมีค้อนมีเหล็กมีไฟ ชัดๆชัดๆแล้วไม่มีตีแตกยากตายอย่างนี้โรคอย่างนี้ตีแตกยากไม่ใช่ภาษาแทนให้พวกคุณเข้าใจลองดูแล้วหมอก็ใช้เครื่องวัดอาตมาใช้เครื่องวัดแล้วไม่เราไม่มีทาง 50 ตันเราไม่มีค้อน 80 ตันที่จะตีออกยากเพราะฉะนั้นปล่อยให้เป็นรองรับที่จะแตกก่อนปล่อยแกไปจึงไม่ได้ติดตามด้วยไม่ได้ช่วยพอเพราะว่าเรารู้ตัวเราว่าเราทำอย่างนี้ไม่ได้ยังไม่ได้อยู่ในกาละยังไม่รู้อยู่ในอยู่ในสภาพที่จะช่วยก็ต้องปล่อยไปก่อน น่าสงสารคนอย่างนี้ยังมีอยู่อีกเยอะถ้าจะขอพี่ขยายและอุปทานพวกนี้ให้ฟังอีกเชิงอีกชั้นหนึ่งละเอียดขึ้นในการไปสร้างนิมิตอาการสาบัญจายทัศนะนี่นะมันสร้างของแต่ละบุคคลตั้งของตัวบุคคลเอาบางคนไม่ตั้งมากเพราะนั่งหลับตาก็ไปแล้วก็ไปสภาพที่เราตั้งเอาไว้สมมุติของตัวเองไว้กำหนดไว้แล้วสัญญาไว้แล้วก็อย่างนี้เราว่ามันไม่เกี่ยวกับทวารห้ามไม่เกี่ยวกับแม้แต่ทวารใจก็ไม่มีความฟุ้งซ่านไม่มีความกังวลอะไรไม่มีอะไรมาปลงปลูกอะไรปรุงอะไรอยู่เลยนะมันโล่งสนิทว่างว่างไปไม่มีแสงไม่มี ไม่มีอะไรหรอกว่างโล่งสบายคนนั้นตั้งกำหนดไว้ว่าตรงนี้แหละหนออาสาตรงนี้แหละน้อจุดว่างเมื่อจิตของเราไปตรงกับที่เราสมมุติไว้ในจิตแล้วสัญญาไว้ในจิตแล้วอุปทานไว้ในจิตแล้วกำหนดหมายไว้ตั้งไว้ตั้งไว้ขนาดนี้มีสภาพมันตรงมันเข้าถูกมันทำได้ทำจิตของเราเป็นอย่างนั้นได้จริงๆตามที่ได้จิตเราสร้างและทำเราก็ทำจิตของเราได้เราก็จะเป็นผู้ที่ได้สภาพนั้นเป็นมโนราห์เป็นอากาสานัญจายตนะถือว่าอย่างนั้นเราพูดที่ตั้งไว้กำหนดลงไว้ขนาดใดจิตของเราสมมุติอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นจริงตรงคนนั้นก็ได้แต่ถ้าคน ตั้งเอาไว้มากกว่านี้ตั้งคำว่าสภาพของอากาสานัญจายตนะที่จะต้องว่างโล่งเป็นแสงโปร่งโล่งไกลเหมือนอีกโลกไหนโลกหนึ่งตั้งค่าไว้สมมุติไปสูงยากกว่าต้องสนิทต้องเนียนต้องเงียบต้องสงบต้องตัดขาดจากอาการสัมผัสนอกสัมผัสหยาบใดๆอื่นๆไว้มากอีกเราสมมุติไว้แล้วเราก็ต้องไปกระทำเราทำจนจิตของเราเป็นมโนมยาอัตราจิตของเราเป็นอัตตานั้นได้จริงอีกตรงอีกซึ่งอาจจะละเอียดละออสุขุมยากกว่าไอ้ที่เราเคยกำหนดไว้เก่าแล้วก็ไปกำหนดไว้อย่างนี้แล้วเราก็จะได้อย่างนี้อีกมันมีสภาพตามที่เรากำหนดซึ่งไม่เหมือนกันละเอียดกว่ากัน บางคนไปตั้งเอาไว้ของตัวเองยากๆไม่เจออันนี้สักทีกำหนดเอาไว้เองยากไม่เจอบางคนมันไม่ยากกำหนดไว้ว่าเข้าใจว่าอากาสานัญจายตนะเขาแค่ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายไม่เกี่ยวอะไรกิเลสฟุ้งซ่านก็ไม่มีอะไรเพราะว่างเบาลงมาหน่อยก็ว่างแล้วอาการสายแล้วคนนั้นก็ตั้งค่าไว้ต่ำก็เจอง่ายก็เจอสภาพของอาการสานันท์อายตนะเป็นอรูปฌานเนี่ยง่ายก็ได้ได้เยอะถามต้นทีนี้เราจะได้อย่างนั้นแล้วคนเรามันก็อยากสูงขึ้นมันก็จะตั้งค่าสูงขึ้นไปอีกเมื่อตั้งค่าสูงไปอีกแล้วก็พยายามทำให้มันสูงขึ้นไปอีกเพราะมันอากาศความว่างความโลภความโปร่ง ไม่มีอะไรเลยไม่มีขอบมีเขตไม่มีวัตถุอะไรในโลกมันก็จะเป็นอย่างที่สูงขึ้นไปอีกได้อีกเพราะฉะนั้นเราจะเพิ่มค่าของอาสานี้ยังเพิ่มได้เข้าไปในอรูปฌานแล้วก็ไปนั่งให้ว่างให้โลกไปกว่านั้นอีกก็ได้ฟังแล้วเนี่ยเอาแต่แง่ของคำว่าอาสามาอธิบายให้คุณฟังซึ่งมันมีนิมิตมันมีพิสดารมันมีการกำหนดมันมีการสมมติพิสดารขึ้นไปอีกเยอะแยะเพราะว่าบางคนแต่ละคนเนี่ยเป็นนั่งเล่นลูกชายลูกชายนี่ขณะนี้กำลังกล่าวถึงอรุชาแบบหลับตาแบบฤาษีพอไปนั่งหลับตาแบบนี้แล้วกำหนดของแต่ละคนเนี่ยบางคนกำหนดยากจึงไม่เคยได้สักทีหลับตาเอาให้เป็นอาการสาหัสเอาไว้อุปทานหรือยึด สั่งสัญญาไว้ว่ามันจะต้องว่างขนาดนั้นเลยนะมากสูงเสร็จแล้วเราก็ไปนั่งทำทำทำทำทำทำทำทำมันไม่ได้สักทีแต่ว่าขนาดเบาบางน้อยๆง่ายๆได้แล้วล่ะแต่เราก็ยังเชื่อว่าอย่างนี้ไม่ใช่อาการสาเพราะมันมันรู้สึกว่าเราเองเราตั้งไว้หยาบเราตั้งไว้มันยังเรานึกว่าแค่นี้ก็เป็นอุเบกขาเป็นการเฉยเพราะฉะนั้นอาการ 3 มันต้องไม่ใช่อุเบกขาอย่างนี้มันไม่ใช่วางเฉยๆว่างๆเฉยๆแค่นี้ก็คงจะเป็นอารมณ์มันเป็นโรคโรคนึงมันควรจะสว่างโลกหรือเป็นสภาพนิมิตที่เป็นแสงเป็นสว่างเป็นอะไรวาววาวอะไรก็แล้วแต่เราไปตั้งไว้แล้วเราก็พยายามไม่สำเร็จนั้นมันก็ไม่เกิดให้เราสักที แต่พอได้นะเพราะพยายามเข้าจริงๆได้เหมือนกันพอได้แล้วก็โอ้โหนี่แหละของจริงแท้จริงสร้างมันขึ้นทั้งนั้นแท้จริงสร้างมันขึ้นทั้งนั้นแล้วตัวเองก็หลงสิ่งตัวเองสร้างเป็นนิมิตที่ยากขึ้นนะแล้วเราก็เป็นได้จึงเรียกว่าอัตลักษณ์โลกจึงเรียกว่าพวกที่ทรมานตนแล้วแต่เสร็จแล้วไปได้อะไรได้อัตรายิ่งโตนะอัตรายิ่งเป็นตัวตนหยาบกว่าถ้าจิตมันว่างลงไปถามกลางนี่มันเฉยเลยมันก็ว่างอยู่แล้วเลยจากว่างลงไปอีกก็ปล่อยวางนะอย่าไปยึดมั่นยึดมั่นอย่าไปยึดถือในอุเบกขานั้นมันก็มันก็หลุดอุเบกขาแล้วก็ไปหาอาการสาอย่างธรรมดาจริงๆแล้วแต่ ไม่หรอกไปปั้นใหม่ไปมีนิมิตไปมีอัตตาไปมีสภาวะจึงกลายเป็นรูปเป็นจิตเป็นรูปฌานนอกทิศทางศาสนาพุทธฉันก็ไม่เข้าใจจริงๆนะฟังดูดีๆมันสุขุมเหลือเกินประณีตเข้าไปมากแล้วนี่เป็นฐานของอากาศสาเพราะงั้นพระพุทธเจ้าปรินิพพานปรินิพพานระหว่างอุเบกขาเข้าไปหาอาการสาหัสจะบอกว่ายึดอาสาเป็นนิมิตไม่ได้ที่จริงก็ออกจากอุเบกขานั่นแหละคืออาสาแล้วหมายความว่าออกนี่เป็นภาษาเป็นโวหารที่ออกก็คือว่าเรารู้แล้วว่าเราอย่าไปเกาะวังอย่าไปติดว่างนะเป็นตัวตนเป็นของเรามันไม่ว่างมันเป็นอะไรอื่นก็ช่างมันถ้าเป็นอื่นก็หมายความว่ามันไม่ใช่อากาศ 3 มันไม่ว่างถ้ามันไม่มีอะไร อุเบกขาแล้วมันก็ไม่มีอะไรอีกเลยเรารู้ว่าอุเบกขาจาอุเบกขาก็คือไม่มีอะไรอีกล่ะอันนั้นก็เป็นอาสาสบายวางโรคไม่เกาะอะไรไม่ติดอะไรเท่านั้นเองเรียนภาษาอธิบายไม่รู้จะอธิบายยังไงอันนี้ทัศนันท์จริงๆอาจไม่ชัดจะนำใครสว่างโปร่งโล่งแจ้งเข้าใจดีก็ทำสภาพนี้ดูให้ดีก็ง่ายไม่มีอะไรอุเบกขาก็เฉยนอกจากเฉยแล้วก็จะเป็นอะไรอื่นก็เป็นไปเราไม่ยึดมั่นถือมั่นใจมารับรู้ไปสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยคิดด้วยมีสังขารมีเวทนาอาจจะรับรู้เรานี่เป็นเวทนาทุกข์เป็นทุกข์ด้วยหรือว่าสบายเป็นประโยชน์บอกแล้วว่าสุขนี่ถ้าเราไม่สบายมันก็เป็นประโยชน์ที่เราจะทำเราปรุงด้วย ก็สบายเราไม่เรียกว่าสุขแปลว่าได้รับตามชอบใจมันก็เป็นสุขครับทีนี้เราก็ไม่ได้ชอบไม่ชอบอะไรหรอกแต่เราก็รู้ว่าดีมีมุทิตามีอนุโมทนาสาธุธรรมนี้ตอนนี้เรารู้แล้วว่าด้วยความจริงว่าเราไม่ได้วางนะเรารับรู้เรามีสัมมาสังกัปปะเรามีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะมีสัมมาวาจามีสัมมาอาชีวะมีสภาพสร้างสรรค์กรอบก่ออยู่แล้วเราก่อก่อไปเพื่ออะไรเพื่อมาสร้างล่าเพื่อสรรเสริญให้แก่ตัวเองหรือเปล

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน