220223-2-037 ทางเอกภาค2-ตอน037(หน้า087)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์198 KB
วันที่แก้ไข28 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 12 ที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาทำวัตรกันต่อถ้าเราถึงหน้า 87 ที่กล่าวถูกกล่าวถึงสิ่งที่กระทำจริงเกิดจริงปฐพีว่าเราได้ปฏิบัติจริงให้ถูกถูกสาระถูกกันแล้วมันก็จะเกิด มันก็จะเป็นเพราะว่าการกระทำนั่นแหละมันถึงจะเกิดกระทำที่จิตคิดมันก็เป็นที่จิตลงมือกระทำเลยประกอบออกไปให้มันได้มีองค์ประกอบที่มันแข็งแรงมั่นคงองค์ประกอบนั้นมันก็จะตั้งตัวของมันเองเป็นฐานะยกฐานะหรือขยับฐานะขึ้นไปเองจริงๆถ้าแม้ว่าเราทำจิตของเรายังไม่หมดกิเลสตัณหาสิ้นรอบเบิกกำนันนำส่งไปเกิดแต่ละชั้นของความเป็นเทวดาไปเกิดแต่ละชั้นความเป็นพรหมเราก็จะได้มีจิตเป็นเทวดาชั้นนี้เป็นพรหม อยู่โดยจริงแน่นอนไม่เห็นจะต้องไปเสียเวลาคิดถึงผลบุญที่จะส่งตนไปเป็นเทวดาเป็นพรหมกันอยู่ทำไมอันที่พูดนี่พูดเพื่อให้ปล่อยวางในจุดที่ไม่ควรจะไปยึดมั่นถือมั่นไม่ควรที่จะไปที่ได้ทำจิตให้เป็นกิเลสตัณหาอะไรอยู่เพราะว่ากรรมเป็นกำเนิดกรรมเป็นเผ่าพันธุ์กรรมเป็นที่พึ่งอาศัยกระทำใดเป็นนั้นจะทำดีเป็นดีกระทำชั่วเป็นชั่วจะทำถูกเป็นถูกกระทำผิดเป็นผิดและเราก็จะได้อาศัยอันนี้แหละเป็นทั้งมรดกเป็นทั้งทายาทรับมอสโกมหิกรรมนี้มันเป็นตัวเกิดจริงของผู้นั้นเองเราก็เป็นทายาทรับผล ซันนี่การเป็นตัวเกิดจริงเป็นตัวจริงเป็นเผาเป็นพันเป็นเชื้อเป็นสายไปทีเดียวมันต่อเนื่องกันไปเป็นทายาททำไมเราก็จะต้องรับผลอันนี้แหละทำอันนี้มาก็ต้องกินอันนี้รับทำอันนี้มันก็ต้องใช้อันนี้ทำมานี่ก็ต้องอยู่กับอันนี้ทำวันนี้มาก็ต้องได้รับอันนี้แหละรวมอยู่ในนั้นแหละทีนี้วิบากกรรมหรือกรรมต่างๆที่มันเคยทำมามากมายสั่งสมให้มันเยอะมันเยอะแยะมากมายวิบากกรรมเป็นอาจิณตายเป็นเรื่องกินเหล้ากันไม่หมดพูดก็ไม่ไหวคนกันไม่ตลอดมีเหตุปัจจัยส

อ่านต่อ

ูงอยู่ในแต่ละมนุษย์แต่ละคนแต่ละคนเกิดมาคนละมากๆ เอามันเยอะแยะนักหนาแล้วมันก็ไม่ไหวที่จะเอามาให้เป็นเหตุปัจจัยอันที่จะมารวมผลรวมอะไรที่จะพยากรณ์หรือว่าบอกออกมาได้แน่นอนเพราะฉะนั้นความจำแน่นอนก็คือเราก็จะต้องสร้างกุศลหรือสิ่งที่จะเป็นเป็นจุดเป้าหมายที่เราควรจะรู้และทำให้มันได้ถ้ายิ่งเรามาเรียนที่ผ่านเรียนรู้การทำจิตทำใจให้มันถึงนิพพานเราก็สั่งสมเหตุปัจจัยนั้นขึ้นมาให้ได้อย่างน้อยที่สุดอาศัยกุศลครับเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือรองรับก็ให้เป็นไปในทางกุศลถ้ากุศลกุศลกุศลสิ่งที่ดีมันก็เป็นทิศเดียวกันนิพพานเป็นไปเพื่อความ สร้างสรรค์เป็นไปเพื่อความหมดยึดหมดสิทธิ์เป็นไปเพื่อความไม่ไม่เอาเปรียบเอารัฐไม่จ่ายเป็นความโลภไม่จำเป็นไปเพื่อความรุนแรงโทสะทำให้เกิดการไม่ดีไม่งามแต่เช้าทะเลาะรวดเร็วไม่เป็นสันติเดือดร้อนกันไม่ใช่แต่เป็นไปเพื่อความสุขเย็นไปเพื่อความสัมพันธ์เป็นไปเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่ดีราบรื่นแล้วบางทีก็มีแต่ขัดแย้งอยู่แต่ว่าถ้าเผื่อว่าเราจะทำลายสิ่งที่คนไม่รู้ทำลายกิเลสซึ่งคนไม่รู้ก็เป็นหลงรักกิเลสไปร้องหวงกิเลสหลงหวงของเน่า เหม็นของบาปของนรกอะไรวะเนี่ยเราจะไปแย่งของที่เขารักออกมาเขาไม่รู้ที่จริงเขาไม่รู้แล้วจะแย่งของรักก็ตามเมื่อของรักนั้นมันเป็นของไม่ดีเราก็จะต้องพยายามที่จะเอาของไม่ดีนั้นออกไปจากเขานี่เป็นเจตนาที่ดีเพราะศาสนาพุทธจึงมีหลักสัลเลขธรรมเป็นหลักที่ขัดเกลาเป็นหลักที่ขัดแย้งมันย้อนแย้งใจด้วยเป็นปฏิเสธธรรมเป็นธรรมะที่ทวนกระแสใจเป็นปฏิเสธธรรมเป็นทะเลกระทำเป็นธรรมะที่ผ่าใจเป็นธรรมะที่เราใจขัดใจมี อันนั้นอยู่อย่างนี้ถ้าผู้ใดก็ทำถ้ามันส่งมันทำผลให้มันส่งเป็นอย่างไรอย่างนั้นจะเป็นของจริงแล้วก็ต้องจับเป้าให้ดีเอาให้แม่นแล้วก็สะสมไปวันหนึ่งคืนหนึ่งเมื่อเราแน่ใจแล้วเราก็ดำเนินตามขั้นตอนของเราว่าเราจะเรามีกายะอย่างนี้คันนี้เราตรวจตัวเราเองเลยเราจะรู้ว่าตัวเราเองอยู่ในฐานะไหนท่านไหนตอนไหนระดับไหนไม่ใช่งมงายไปได้ก็ไม่รู้ไม่ได้ก็ไม่รู้ดีไม่ดีไม่เข้าใจถูกไม่ผิดอะไรไม่เข้าใจได้แล้วไม่ได้ยังไม่ได้อะไรก็ไม่เข้าใจไม่ใช่แต่เราจะเป็นพวกเข้าใจที่จริงทีเดียวเพราะถ้าผู้ใดทำเหตุ ปัจจัยนั้นอย่างไรมันก็จะไปเป็นอย่างนั้นทำเหตุปัจจัยเป็นพรหมเรียกว่าพรหมเรียกว่าเทวดามีความหมายตามที่เราเลือกตั้งชื่อตั้งบัญญัตินิยามกำหนดว่าอันนี้เป็นเทวดาอย่างนี้อันนี้เป็นพรหมอย่างนี้มีความหมายอย่างนี้อย่างนี้ถูกต้องตามความหมายนั้นเราก็ตรงตามบัญญัตินั้นภาษานั้นที่บอกไว้เป็นผลที่แท้จริงเมื่อมันมีเหตุมีปัจจัยที่ได้ทำได้สร้างขึ้นเป็นจริงมันก็เป็นจริงแล้วเราจะเป็นพรหมขนาดนั้นอย่างนั้นอย่างนี้ที่เป็นทิศทางที่ถูกที่ตรงแล้วก็ทำไปโดยแท้จริงแล้วพรมทั้ง 16 ชั้นมันเป็นจริงทั้งนั้นแหละมันแล้วมันมีได้มันก็เป็นทุกข์กันเราก็จะเป็นทุกอันแต่ว่าเรา จะต้องยึดมั่นถือมั่นเราเข้าใจซะแล้วก็รู้นี่ก็เป็นอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านไม่ได้ไปเกิดที่สุดทาวาสท่านไม่เคยไปเกิดที่สุดอาวาสแต่ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าไม่รู้จักสุทธาวาสหรือว่าไม่ไม่ได้เคยไปผ่านไม่ได้เคยเป็นเพราะว่าเป็นก็เกิดให้ฟังดูดีๆคำว่าเป็นหมายความว่าเคยเป็นอย่างนี้เคยมีลักษณะอย่างนี้แต่ว่าท่านไม่ได้ไปเกิดถ้าไม่ได้เป็นที่ได้สิงสู่ไปถอดค่าไปปลดปล่อยเปลี่ยนเพราะเปลี่ยนภูมิเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นไปทีเดียวเลยสิงสถิตด้วยความหลงท่านไม่ได้ทำอย่างนั้นคำกล่าวของท่านจึงมาคำว่าท่านไม่ได้เคยไปอยู่สิงสู่อยู่หรือเคยเกิดที่สุดถ้าว่า แต่ว่าท่านเองถ้าไม่ได้ไปเพราะพูดเพราะท่านตอบหน่อยท่านก็ว่าแล้วก็ไปเท่าที่รับเย็บแขนคู่แขนเท่ากับไปยังสุภาพนั้นก็ไปเจรจากับเทวดาที่นั่นที่นี่มาหามาฟ้องอย่างนั้นอย่างนี้อะไรตามที่สุดมีบอกยืนยันเหล้าชัดเพราะว่าการที่ไปการที่เป็นการที่ทำให้เกิดสภาพแต่ว่าไม่ใช่ทำให้เกิดเมื่อกี้ก็สับคำภาษาทำให้มีอาการลักษณะอย่างนั้นขึ้นที่จิตเราท่านทำเป็นถ้ามีเป็นประจำแต่ท่านไม่หลงติดไม่หลงยึดไม่ลงเกาะไม่หลงเป็นภูมิเป็นภพที่จะต้องสิงสู่อยู่ เปิดติดเจ้าเสียงสูงอยู่ที่ไม่ทำไมท่านว่าอย่างนั้นซึ่งอันนี้ก็มานึกถึงเรื่องผมเองผมจะระลึกชาติดูก็ไม่ได้ไประลึกชาติอะไรลึกซึ้งอะไรลึกลับอะไรมากมายหรอกระลึกชาตินี้เท่านั้นเองอย่างที่เล่าสู่ฟังว่าตัวเองนี่มีความเมตตากรุณามุทิตาอย่างไรบ้างและลักษณะทางโลกเขาก็รู้ว่าเรามีเมตตาอ่าลักษณะที่เราเอื้อเฟื้อเผื่อคุณอยากยกตัวอย่างให้ฟังว่าผมเลี้ยงดูน้องนุ่งใครก็เห็นว่าผมเมตตาเกื้อกูลองนมโชว์ช่วยเหลือยิ่งกว่าพ่อแม่ที่เลี้ยง บางคนยิ่งกว่าพี่น้องที่เลี้ยงลูกบางคนใช้ว่าไปแล้วก็เหมือนชมตัวเองแล้วก็เหมือนหาข้อหายากอยู่ก็เลี้ยงอุดหนุนจนเจอกันอย่างรับผิดชอบเต็มที่พาเป็นพาไปสู่ดีทั้งเลี้ยงทั้งให้มีชีวิตต้องให้มีการศึกษาให้มีการตั้งอยู่อย่างดีทุกคนก็เห็นว่าเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อคุณเมตตาเท่าที่จะเป็นไปได้เต็มที่แล้วก็มาดูที่เราเองว่าเราเองเราทำลักษณะอย่างนี้เรียกว่าเมตตาในโลกแต่ใจเราเป็นอย่างนั้นไหมใจเราเป็นการผูกพันที่เขามีความหมายคำว่าเมตตาเนี่ยโอ้มันสงสารมันรักมันอะไรต่ออะไรต่างๆนานาและเราก็ไม่ได้มีความมีอารมณ์ที่ว่าสงสารลึกลับอะไร อย่างมากมายโหยหาอาวรณ์อะไรต้องการที่จะกระทำก็เปล่าแล้วก็ทำแต่รู้ว่าต้องทำแล้วก็ต้องทำแล้วก็ดีถูกแล้วล่ะก็ทำอย่างนี้เข้าใจเข้าใจความหมายว่าทำอย่างนี้ก็ทำเต็มที่ทำแล้วปล่อยก็ปล่อยวางก็วางออกมานี่ก็ไม่ได้มีอะไรไม่ได้โหยหาอาวรณ์ไม่ได้กังวลไม่ได้มีปัญหาอะไรถึงแม้แต่ยังไม่ได้ออกมานี่ก็ตามเป็นอยู่อย่างที่ตอนที่กำลังเป็นฆราวาสเลี้ยงดูรับผิดชอบมีรับหน้าที่นั้นอยู่เต็มนี่ก็ตามก็ไม่ได้มีจิตใจอะไรไปหมกมุ่นฝากยึดหลงไหลอะไรหรือว่ามีอารมณ์ขึ้นอารมณ์เกาะเกี่ยวอะไรจนเกินการ จะได้วิเคราะห์ละเอียดหรือว่าอ่านหรือจิตใจของตัวเองดูก็เห็นได้ว่าลักษณะรายละเอียดสุขุมลึกซึ้งของอารมณ์จิตนั้นเราจะต้องใคร่ครวญไตร่ตรองตรวจสอบเรามีอะไรอย่างไรสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันคำตรัสเราจะทำให้เราเข้าใจเข้าใจธรรมะเข้าใจจิตใจเป็นศิษย์ครูเข้าใจอารมณ์เข้าใจเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเข้าใจเวทนาจิตธรรมอารมณ์เข้าใจว่าเราทุกข์เราสุขเราทำก็ทำได้หน้าที่เราทุกข์ไหมมันก็เป็นทุกข์อริยสัจธรรมดาวันศุกร์ไหมมันก็เป็นสุขอริยสัจไม่ใช่สุริยะทรัพย์มันก็เป็นสุขอย่างทาระว่าเราดีใจเหมือนกันถ้าเราได้ทำอย่างนี้ก็รู้สึกว่าเป็นความน่าสรรเสริญความหนา เราก็ได้รับคำสรรเสริญแล้วรถติดทำสรรเสริญมันจนกระทั่งไม่สามารถจะเลิกออกมาได้ถ้าเราไม่ทำเราไม่ได้คำสรรเสริญเราจะต้องทำเพื่อคำสรรเสริญนี้ตลอดไปแล้วก็ไม่เห็นว่าจะต้องทำต่อเราก็เลิกออกมาได้ทะเลจะไปทำต่ออยู่เราก็เราก็เก่งอ่ะเขาก็ได้แก่คำสรรเสริญกันอยู่แล้วแต่นี่ถ้าบอกว่าเราไม่ทำต่อเขาก็ไม่ได้เป็นเป็นเป็นเป็นเป็นอยู่อย่างทรุดโทรมอะไรเขาก็เป็นไปอยู่ได้เขาบอกเป็นไปตามกรรมตามวิบากของเขาดีซะอีกเค้าจะได้หัดฝึกยืนอยู่บนขาทั้งสองของเขารับผิดชอบของเขามีอัตตาหิอัตโนนาโถครับและดีไม่ดีเขาก็จะได้เป็นผู้ที่ช่วยเหลือเพื่อไฟล์คนอื่นด้วยซ้ำมันดีซะอีกแล้วเป็นไปอย่างนั้นไหมก็เป็นนี่เราก็ ทารุณโหดร้ายอะไรเขาก็เป็นไปโดยดีเราเองก็ไม่ได้มีจิตใจนั้นถ้าเรายังมีจิตใจเป็นโหยหาอาวรณ์จิตใจเอาไปเกี่ยวไปเกาะจิตใจยังไปที่ดีมีความผูกพันด้วยเหตุปัจจัยหรือสมุทัยที่ว่าเรานี่แหละอย่ายิ่งใหญ่ถ้าไม่มีเราขาดเราซะแล้วเขาจะตายชักตายดิ้นเราไม่ได้ไปหลงตัวว่าเราจะต้องมีมานะยิ่งใหญ่ถึงอย่างนั้นถ้าเราเสียแล้วเขาอาจจะยิ้มย่องอยู่ซะด้วยก็ได้เบอร์โทรไม่ปล่อยเลยสักทีให้เราได้แสดงฝีมือความเป็นตัวของตัวเองสักทีข้าจะอย่างนั้นก็ได้ไม่ใช่แบบนั้นขาดเราไม่ได้ได้ยินมาตบ 2 หูทั้งนั้นน่ะโอ๊ยอย่างนี้หรอกขาดฉันเสร็จแล้วจะอยู่กันยังไงใหญ่ทั้งนั้นน่ะทางพ่อทั้งแม่ทั้งพี่ทั้งน้อง อะไรก็แล้วแต่ยิ่งใหญ่อันนี้มองอันนี้เห็นนี่เรามองเห็นอีกอันนึงก็คล้ายๆกับว่าจะนินทาให้ฟังแต่ไม่ใช่นินทาเป็นเรื่องจริงถ้าเรามองกันอยู่แต่ก็ไม่เคยนะคือเค้าตัวเองยังผมเองยังพ่อที่จริงพ่อจะอยู่หรือไม่อยู่พ่อมันไม่ได้มีค่าอะไรว่าจะต้องคบกับผมลูกหลานลูกอะไรไม่นะเพราะพ่อจะอยู่จะช่วยเหลือโปรไฟล์ที่จะมีชีวิตอยู่หรือไม่มีชีวิตอยู่ก็ไม่นั่นอะไรอย่างนี้เป็นต้นแต่พ่อก็ไม่เคยพูดมันไม่เคยมาจริงจังแต่ว่าไปอย่างอื่นใหญ่ชอบใหญ่ที่อื่น จะบอกว่าในความหลงของคนนี้ถ้าตัวเองคิดอยู่เหมือนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ดีแต่พี่เป็นน้องนี่บางทีมีพ่อเป็นพ่อเป็นแม่อยู่เท่านั้นนะแต่ความจริงแล้วไม่อยู่ซะได้ดีกว่าถ้าอยู่ยิ่งฉุดยิ่งทำอะไรให้ยุ่งอย่าทำอะไรให้มันก็ทาด้วยซ้ำแต่ความหลงตัวนึกว่าตัวเองเป็นคนค้ำยันเป็นคนที่มีหลักเป็นคนที่มีของจริงอะไรต่ออะไรอยู่ซึ่งมีมากมายเหลือเกินโดยการลงตัวลงมานะจะดีมากอย่างนี้เพราะเราเองเราจะบอกว่าเรามีมานะอย่างนั้นเราก็ต้องขาดเรามันจะไปรอดไหมเราลองดูจริงๆที่ ผมเองออกมาเนี่ยมันก็มันก็หนักพอใช้เขาทำงานกันเขาเลี้ยงดูกันเพราะว่าต้องส่งน้องที่เรียนเมืองนอกเราไม่ใช่ร่ำรวยเป็นเศรษฐีเหมือนอย่างมหาเศรษฐีอะไรใครคนอื่นนี้จริงๆก็ต้องต่อสู้ต้องเก็บหอมรอมริบต้องพยายามช่วยเหลือเกินฟ้ากับพอสมควรแต่เขาก็รับเค้าก็เห็นได้ว่าเขาทำได้แล้วก็ให้เขาทำมันก็ได้จริงๆแล้วมันก็ภาคภูมิใจของเขาไปตามฐานะของเขาเขาก็ได้สร้างสมบำเพ็ญบุญมีเขาเหมือนกันน้องรุ่งเขาก็ได้บำเพ็ญบารมีเขาก็เห็นทุกข์เห็นทุกข์ไอ้กล้าเห็นทุกอย่างนี้มันไม่ใช่การเดานะเหตุการณ์สำคัญชีวิตไปทีเดียวมันซาบซึ้งมันหนักหนา อะไรต่ออะไรต่างๆนานามันเป็นแล้วมันก็ทำไปได้เกิดผลประโยชน์ไปในตัวด้วยแต่เราก็มาทำประโยชน์อื่นแต่จิตใจผู้ใดเกิดจึงมีจริงเป็นจริงเป็นความผูกพันลงใหญ่ลงตัวของตัวเองก็ตามหรือหลงผิดก็ตามแม้จะทำได้จริงเป็นมานะก็หลงตัวเองเป็นมานะหรือหลงผิดตัวเองตัวเองไม่ได้หยิบดีๆอะไรหรอกที่จริงไม่ได้ช่วยเหลือไฟฟ้าอะไรเขาหรอกแต่เราก็ยังโหยหาอาวรณ์มีโน่นไม่มีจะต้องทำแค่อยู่ที่ภพนั้นภูมินั้นอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่เข้าเรื่องเงินคำว่าเมตตาก็ต้องมีสาระเขาว่าเป็นเทวดาเป็นพรหมเป็นชั้นนั้นชั้นนี้อะไรก็ต้องมีตัวมันจริงและลักษณะพรหมทั้งหมดนั่นแหละ ไร่คร่าวๆให้ฟังนิดนึงก่อนเมื่อก่อนจะไปแกก็มีเดี๋ยวอธิบายแต่ว่านี่คร่าวๆพวกเราในปฏิบัติไปพลางเรียนรู้ไปอยู่ในขั้นตอนพรุ่งนี้อยู่ทีเดียวนะเทวดากามก็ว่ามาแล้วไล่มาแล้วทีนี้ก็จะขึ้นพรมแต่เทวดาก็ยังจะซ้อนอีกพระพรหมชั้นที่เรียกว่าปริสาหมายความว่าเราจะต้องรู้สัจจะนั้นให้จริงแล้วก็กระทำให้ตรงจะเรียกว่ายึดนั่นก็คือตัวกิเลสที่แท้แต่ตัวพฤติกรรมของมันนั้นก็คือจะต้องรู้ให้จริงและเป็นที่จริงคือเป็นเกิดแต่ไม่ใช่ไปเกิดแค่มีเป็นอย่างนี้ ให้ได้จะเรียกว่ายึดยึดก็คือไม่มีความติดต่อไปเลยไม่ปล่อยไม่วางลงแต่จะทำอย่างนี้ไหมเป็นอย่างนี้เป็นแต่อย่ายึดปาริสาแปลว่าได้ง่ายๆว่ายึดก็ได้เพราะอันนี้ที่นี้ดูมันจะเข้าไปอธิบายจะมีแปลว่ายึดถ้ายึดเป็นกิเลสเป็นพรมที่เป็นกิเลสไม่ใช่นิพพานยังเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่ยังยึดด้วยหลงมีโมหะอยู่แต่ถ้ารู้ไม่ได้หลงเรายึดดีแล้วเราก็จะดำเนินไปตามดีพอดีเลยเกิดจบก็รู้กันแต่ยารู้ความแล้วความพอ ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักอายุรู้อายุในการที่ว่าอายุดีนี้มันจบแล้วมันเกิดแล้วมันก็จบของตัวของมันเองไปจากของเราของเขาอะไรแล้วก็แล้วก็วางเรามีอายุเรามีกำหนดสิ่งนั้นก็เรียกว่ารอดปาริณีแปลว่ารอบที่จริงปารีชัดๆแปลว่าชีวิตประกอบไปด้วยชีวิตปริศนาเธอรู้ความรอบของชีวิตแต่ละชีวิตอันนี้ครบชีวิตของเขาเกิดขึ้นก็รู้ตั้งอยู่ก็รู้ดับไปเลยว่าควรจะจบรอบแล้วสิ้นแล้ววางได้แล้วก็รู้จึงเรียกว่ารู้รอบปาริฉัตรแต่ต้องมีรอบพระที่ศรัทธาจึงเรียกว่าเป็นตัวชีวิตเป็นตัวเกิดเป็นตัวเป็นตัวเมียรู้ความเกิดความเป็นความมีพร้อมกันนั้น สูงไปกว่านั้นรู้ความจบรอบของความเกิดความเป็นความมี Paris แปลว่ารู้ความรอบศรัทธาสัตว์ชนิดอธิบายว่าอย่างนี้เสร็จช้าแปลว่าชีวิตประกอบหรือว่ามีชีวิตพร้อมไปด้วยชีวิตรู้ชีวิตก็รู้ชีวิตตั้งอยู่รู้ชีวิตที่ตายลงหรือครบรอบแล้วสูญและสูงกว่า 0 ครบรอบก็ครบบริบูรณ์ของบริบูรณ์และเรียกว่าสัจจะแต่ความที่ไม่เข้าใจเลยว่าอวิชชาหรือโมหะหลงผิดยึดอยู่เอาเป็นเอาตายเป็นภพเป็นภูมิอยู่ก็เรียกว่าพรหมเป็นพรมเป็นผู้ที่เป็นสัตว์โลกถ้าไปยึดดีถูกดีเป็นพรมแท้ยึดเลว หลงเลวเป็นดีเป็นพรมเก๊หลวงนั้นเขาเข้าใจว่าดีนะฟังดีๆมันซ้อนเขาเข้าใจว่าสิ่งนี้ดียกตัวอย่างอย่างต่ำเช่นไปยึดมากินเหล้าดีเราจะทำดีนะนี่ฉันไม่ได้ทำชั่วอะไรถ้าฉันไม่กินเหล้าแล้วฉันเองฉันเขียนหนังสือไม่ออกถ้าไม่กินเหล้าแล้วฉันทำงานนี่ไม่ได้อย่างนี้เป็นต้นเขาว่าดีเขาเข้าใจเข้าใจว่าต้องดีไม่ได้ไอ้นี่ไม่ดีต้องอย่างนี้ถึงจะดีมันเจ็บล้มผิดมันไม่เข้ารอบเข้าร่องมันเป็นการสังหารเป็นการประหารเป็นการทำร้ายทำลายทีนี้ผู้ที่ทำดีจริงเป็นกุศลถูกเลิกเหล้ามาได้ดีแหมตัวได้ดีขนาดนี้เลิกเหล้าก็ได้ เก่งหลงยึดดีเนี่ยไม่ถอดถอนขออยู่ในภพที่เลิกเหล้าได้นี่แล้วก็ยึดดีนี้เอาดีนี้ไปตกไปตีไปรังควานไปอวดไปเบ่งอะไรคนอื่นขอจึงเกิดชาติไหนชาติไหนก็ขออยู่แสดงความดีอย่างนี้คนเลิกเหล้านี่ดีๆๆขอเกิดแสดงความดีนี้ตลอดกาลไปขอเลิกขอลาเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็เป็นโพธิสัตว์อย่างนี้เป็นปุโรหิตตาพรหมฟังดีๆนะเชื่อมต่อจากความรู้สึกชาขึ้นไปถูกปริฉัตรยึดถูกยึดแล้วเป็นปุโรหิตตาเพิ่มเข้าไปอีกอย่างแสดงออกอยากจ่ายออกอยากมีออกอยากให้ปุโรหิตตาจึงแปลว่าสิ่งที่ได้แล้วนั่นแหละมาทำประโยชน์ปุโรหิต กีต้าร์ปุระปุโรปุโรปุระแปลว่าเก่าก่อนแปลว่าสิ่งที่ได้มามากล่าวมาขอทำได้ก่อนทำสิ่งนั้นได้ก่อนจึงไปทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นเลยว่าปุโรหิตตาเป็นครูเป็นอาจารย์ถ้าเราไม่มีประโยชน์นั้นมาก่อนแล้วเราไปเป็นครูให้คนอื่นนะเจ๊ตอนนี้โลหิตตามพรหมเลยเจ๊เรายังไม่มีเงินจริงเลยเราก็ไปทะเลบอกว่าจะไปสร้างประโยชน์ให้คนอื่นซะที่จริงเรายังไม่เกิดประโยชน์เรายังไม่มีประโยชน์เรามีแต่ของปลอมมีแต่เขาเปล่ามีแต่ของเปล่าเราไม่มีของจริงมาก่อนปุโรแปลว่าก่อนมาก่อนเพราะธุระนี่แหละโบราณไม่มีมาก่อนมาเก๊า เราก็ไม่มีไม่จริงในแต่ถ้าเผื่อว่าเรามีจริงมาก่อนแล้วเราก็เป็นประโยชน์ให้กับคนอื่นอยู่ก็เป็นไปแต่ถ้ายึดเป็นปุโรหิตตาผมก็อีกและก็อยู่เพื่อสอนอยู่เพื่อยึดดีนี้ตลอดมีโปรอีกตาจะหยุดก็ยังดีนะเป็นพรหมที่สูงขึ้นไปตามลำดับปริชาทำให้ได้ทำได้แล้วแต่หลงยึดอยู่เป็นเอาตายไม่ปล่อยเพราะมันกลายเป็นปุโรหิตตานี้ที่จริงมันมีมันมีลักษณะซ้อนเพราะเหตุใดแปลว่าให้น้ำมันอยากให้มันอยากอยู่เพื่อให้ส่วนบริษัทชาญและแค่เป็นแค่มีพวกโรคจิตนี่ให้มันสูงกว่ามันมีลักษณะสูงกว่าฟังบริษัทจะทำมันมีลักษณะ เสียสละมันมีลักษณะปลดปล่อยนะแต่ก็จะเกิดมาเพื่อปลดปล่อยมันก็เกิดประสิทธิผลสอนมันสอนแล้วเราก็จะเอาแต่ยึดเอาแต่ว่าเราต้องเกิดมาเกิดมาเพื่อให้เกิดมาเพื่อให้เกิดมาเพื่อให้ทำไว้เพื่อให้แล้วก็ไม่อยากให้หมดไปให้หมดตัวไม่เป็นให้อย่างสูงจะตาไม่เป็นหยุดสักทีสิจบก็ให้ก็ให้เลิกเลิกให้สักทีไม่มีนี่มันสอนภาษาที่มันซ้อนสัจธรรมขั้นจิตในจิตท่านสุดยอดมันไม่มีการปล่อยวางมันยังอาวรณ์อะไรมันยังเหลืออยู่ไม่ได้เราจะต้องอยู่ให้เราจะต้องมีให้วางใจปล่อยใจเลิกเลยเราไม่มีให้อีกได้เราไม่ต้องต่อก็ได้ไม่มีความรู้ไม่มีความเป็นไปได้ทำไม่ได้พวกนั้นก็ยังเป็นพวกโรคจิต ปล่อยไม่ได้วางไม่ได้อย่างสะอาดจบสิ้นมันก็ยังเป็นปุโรหิตตาพระองค์เราจะเป็นพรหมลักษณะใดลักษณะหนึ่งประเด็นใดประเด็นหนึ่งมากใหญ่เท่าไหร่ก็เรียกว่ามหาพรหมอย่างนั้นอย่างนั้นแหละคุณสะสมได้มากเป็นพรมมากก็เป็นปริศนามากในหลายๆเหตุหลายๆปัจจัยหลายๆเรื่องหลายๆอันสามารถเก่งมากอะไรก็ได้ตามแต่คุณได้เท่าไหร่คุณได้มากคุณก็เป็นปริสาเป็นมหาพรหมในแง่ของปฏิเสธชายอย่างนั้นมายึดมากยิ่งหลงยิ่งเป็นพรหมอยากจะยึดน่ะมันเป็นกิเลสแล้วนะมันเป็นความทุกข์ขึ้นไปแล้วนะแต่ถ้าพรหมไม่รู้ทุกๆอยู่ที่ตัวนั่นแหละถ้าผมรู้ทุกข์ก็ปลดปล่อย ที่นี่ได้แล้วแจกด้วยเป็นประโยชน์และตอนนี้เกิดผลให้ผู้อื่นไม่ใช่ยึดสะสมไม่ใช่ยึดกอบโกยยึดดีได้ดีแล้วก็ไม่แจกไม่แจกออกไปทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นได้แต่ของตัวเองขี้เหนียวแม้แต่ธรรมะขี้เหนียวแม้แต่ความรู้อันนี้ไม่ต้องไปพูดถึงวัตถุขี้เหนียวเหนียวแม้แต่ความดีไม่แจกความดีก็ไปเสร็จช้าแต่ถ้าแจกเมื่อไหร่ให้เมื่อไรสอนเขาเมื่อไรเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้ผู้อื่นได้ประโยชน์ต่อจากเราออกไปแล้วไม่ใช่ว่าเราได้ประโยชน์แต่เราแล้วก็อยู่ที่เราเท่านั้นแต่เผื่อคนอื่นออกไปแล้วเราก็จะเป็นปุโรหิตตาเหมือนนั้นถ้ามีลักษณะโลหิตตามมากก็เป็นมหาพรหมในแขนงหรือ แม่ของปุโรหิตตามีปริศนามากก็มีเป็นมหาพรหมในแง่ปรีชามากมหาพระผู้ใหญ่ยิ่งใหญ่ในแง่อะไรก็ตามถ้าเราทำสะสมดีก็เก่งแต่ก็เก่งก็เป็นมันทั้งสองแน่เลยจะเป็นมากเลยได้เอาสิตกลงคุณจะเป็นมหาพรหมคานิลยายคาเนะครอบครองโลกอุ้มชูโลกไว้ก็ดีจะเป็นไหมล่ะผมนิรันดรนี่เรามาหาผมมันก็มีเท่านี้แหละหลักใหญ่ของผมทีนี้ความสูงยิ่งขึ้นมาก็เป็นการอธิบายซ้อนแทรกลงไปอีกเสร็จได้เอาประมาณ อัปปมานภาพรมแล้วก็อาภัสราพรหมพระเริ่มต้นมีประสิทธิภาพเริ่มต้นมีปุโรหิตตาเป็นแย่ที่เป็นจริงนะเป็นความจริงของจิตวิญญาณของความก่อความสร้างความเกิดของเราเกิดเท่าไหร่เกิดน้อยหนึ่งปริมาตรอาภาหมายคำว่าเกิดแล้วอย่างที่เป็นสภาพและอาภาที่จริงเอารากศัพท์พยัญชนะเลยพระพอสำเภานี่มันก็แปลว่าความเจริญแปลว่าความเจริญความโตความพัฒนาอาภาเจริญแต่มันไม่รู้หรอกมันละเอียดมันเป็นของบางของบางของเป็นอยู่ เจาะยึดก็ได้มายึดก็ได้จริงๆก็ไม่มีอะไรมากมายเลยแต่มันมีอาภาเผลอจะแปลว่าอะไรในโลกทางด้านวัตถุก็แปลว่าแสงแปลว่าความสว่างแปลว่าสิ่งที่กำลังมีแล้วกำลังเริ่มมีนอกจากไม่มีนี่ก็คือมันไม่มีมืดดำไม่มีอะไรแม้แต่อะไรเลยเริ่มมีก็เริ่มขยับเป็นแสงเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลที่สำคัญมีแสงมีสภาพนี้เขาก็เลือกอาภามีแสงรัศมีแห่งอันนี้คือมีความรู้เรารู้ได้เราสัมผัสได้เรากระทบได้เป็นทาสของวิญญาณธาตุของวิญญาณคือธาตุรู้เพราะฉะนั้นแสงนี่คือกำลังศาสตร์ 2 อย่างน้อยก็เป็นรูปขึ้นแล้วเป็นสีขึ้นแล้ว เสียงเป็นอะไรก็แล้วแต่แต่รูปนี้มันชัดก็เกิดสภาพนี้ขึ้นมาแล้วเริ่มมีน้อยนิดนึงปาลิตาปฏิบัติเลยว่าน้อยอาริตะอัปปมานาแปลว่ามากหาประมาณมิได้จะนับก็ไม่รู้จะนับกันยังไงมันมากมันละเอียดมันยากแก่การประมาณสักประมาณไม่มีประมาณมันไม่รู้จะประมาณยังไงอ่ะประมาณนั้นบอกอาภาก็เหมือนกันมีความหมายเป็นแง่แต่ว่าอย่างนึงนะน้อยอีกอย่างนึงนะมันมากจนไม่รู้จะนับกันยังไงมันนับยากเพราะผู้ใดจะทำยังไงล่ะเริ่มทำได้น้อยก็เริ่มเป็นปริตาพาพรหมมีละมีลักษณะชาน้อยนึงมี ของปุโรหิตตาน้อยนึงก็เป็นปริตาพาผมไฮไลท์น้อยขึ้นมาไหลน้อยขึ้นมาก็เพิ่มขึ้นมามากเข้ามากเข้ามากเข้ามากเข้าจนมากจนไม่รู้จะประมาณกันยังไงจะนับยังไงทีนี้ก็ไปสัมภาษณ์ที่มันสูงมันมากมันเองก็เรียกว่าอัปปมานภาพรพรหมมากจนมันนับไม่ได้แต่มากบอกว่ามากก็แล้วกันใช้คำว่ามากประมาณยากใช้คำกรงกรรมกลัวมาเพราะมันมากมันละเอียดด้วยไม่รู้ว่ามากยังไงนับจำนวนก็ไม่เป็นหรอกของละเอียดก็เรียกว่าเป็นผู้ที่มีน้อยกับมากเอาความหมายสั้นๆให้ดูก็โกงถ้ามีประมาณน้อยก็เลยว่าปริตาพาพรหมมีประมาณมากก็เลยว่าเอาประมาณราคาพรม ทีนี้ถ้ามันมากมากจนกระทั่งเห็นชัดเจนที่อาพาในแปลว่าแสงอภัสราก็แปลว่าแสงแต่แสงใหญ่แสงเรืองรองพริ้วพรายเห็นชัดเป็นสมาธิพูดนี้มีความดีของบริษัทนี้ได้ไว้มากเหมือนมีสมบัติมหาสมบัติมันไม่มีตัวตนนะแต่มันออกเป็นราศีเป็นรังเรืองรองแสงส่องหรือเป็นสภาพที่ออกมาให้ดูได้เดินมามีแสงนะมันยังงั้นแสดงออกมานี่เช่นว่าอันธพาลเดินมาพักไงแหมเหมือนแสงนำหน้ามาเลยเหมือนเราเห็นรังสีแล้วไอ้นี่มันมีมีรัศมีมีรังสีแห่งอันธพาลเห็นราศีเห็นรังสี ราศีอันธพาลออกรอบตัวเลยมันมีมากเป็นบุคลิกมีเป็นบุคลิกภาพเป็นสุทัตตะไม่ได้ไปสู่รัฐบาลเป็นความเลวที่เห็นมาเป็นพฤติกรรมออกมาจนเขายังไม่ได้ทำอะไรหรอกเห็นเลยว่าเหมือนหมาแสงอาบตัวแสงเลวนะถ้าเป็นบารมีก็เป็นแสงสีอย่างของพระพุทธเจ้าเราเรียกว่าฉับพันธรังษีไม่ใช่เป็นแสงนะที่จริงไม่ใช่เป็นแสงฉัพพรรณรังสีไม่ใช่เรืองแสงอยู่ในรูปเขียนเขียนกันปั้นกันทำเป็นแสงสว่างความเลยไม่เห็นหัวเป็นใบโพธิ์ไปไหนก็เดินวนไปโผล่ไปเรื่อยเลยเขียนกันว่าเป็นหัวใบโพธิ์แสงใบโพธิ์เงินไปเลยไม่ใช่อย่างนั้นฟังดีๆเป็นธรรมะเป็นธรรมที่ สิ่งที่ไม่มีตัวตนในโลกไม่มีเป็นวัตถุแต่เราเข้าใจได้ผู้มีปัญญาเข้าใจได้มันมีจริงๆมันออกตัวออกตนมาทีเดียวเหมือนอาบเป็นแสงออกมามีรังสีมีราศีมีรัศมีมาเชียวถ้าเป็นบารมีทางดีกับแม่คนนี้ดีคนที่มีราศีคุณนายคนนี้มีราศีนักธรรมะคนนี้มีราศีแห่งเมตตาคุณมันๆๆดูได้ดูออกสำหรับคนที่มีสิ่งที่รักกันได้สามารถสัมผัสและรู้กันได้มีออกทีเดียวไม่ว่าจะเป็นราศีไปในทางเลวหรือทางดีเพราะผู้ใดมีราศีของพรหมเป็นปุโรหิตตาเป็นปริศนามีประมาณมาก คนเห็นได้จึงเรียกว่าอาภัสราจากอัปปมานภามาเป็นอภัสราจากไอ้สิ่งที่มันมากมันเป็นของละเอียดเป็นแสงอย่างเป็นแสงธรรมดาจนเป็นแสงพิเศษเรียกว่าอภัสราจะเป็นแสนเป็นแสนพิเศษที่สามารถสัมผัสได้รู้ได้ดีได้นี่เป็นเรื่องของการอธิบายคุณงามความดีเพราะมันเป็นเรื่องคุณงามความดีเป็นเรื่องของความมีจำนวนมีมากจนมันเกิดผลเกิดอะไรขึ้นมาตามลำดับและลักษณะอธิบายธรรมะมีจริงไหมจริงเพราะมีจริงเพราะมีจริงนะแต่คนไม่เข้าใจผมก็เป็นนึกว่าลูกเป็นตัวเป็นตนเป็นโฉมมี 4 หน้านั่นก็คือพรหมสูงสุด ท่านสุทธาวาสผมปลายเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาพรหมคั้นปลายพรหมขั้นตอนนี้เขาก็หน้าเดียว 2 หน้า 3 หน้าอะไรก็แล้วแต่จะว่าไปแต่เขาไม่ค่อยเข้าใจกันเขาก็อยากได้ผมใหญ่นั่นแหละใครเค้าจะสร้างผมก็จะไปสร้างพรหมเล็กมาทำไมก็สร้างผมใหญ่มันยิ่งเป็นพรหมแล้วมันยิ่งขั้นพรหมใหญ่ทั้งนั้นแหละเราก็จึงไอ้ลูกพรมเล็กๆกินน้อยแต่ก็มีเป็นลักษณะกลมมีแผ่นดินหมวดหนึ่ง 6 แล้วนี่ 6 ผม 6 ชนิดแล้วนะไม่ชี้ตัวผมไม่ดูผมเนี่ยทำครอบครองให้คุณดูไอ้นี่เกิดเป็นตัวตัวตัวตัวตัวตัวตัวให้คุณดูนะคุณเห็นผมบ้างไหมล่ะนี่พรหม เขียนให้ได้ว่าเป็นจิตวิญญาณของเราอื่นก็เหมือนกันของคนอื่นก็เหมือนกันมีคุณลักษณะอันเดียวกันเป็นเอโกธัมโมพระพุทธเจ้ามีคุณธรรมมีพรหมอย่างนี้เราก็มีพรหมอย่างนั้นมันจะเป็นคุณธรรมอันเดียวกัน ago ธัมโมมันเป็นสิ่งที่เป็นอย่างนั้นแหละแต่ไม่ใช่ว่าเป็นอันเดียวกันของคนนั้นก็เป็นของคนนั้นของคนนี้ก็เป็นของคนนี้ของคนนี้จะไปเป็นอันเดียวกับอันนั้นเป็นปรมาตน้ำมันใหญ่อย่าไปคิดนึกอย่างงั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคำนี้เป็นความหมายซ้อนเท่านั้นเองเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าพระเจ้ามาเป็นตัวเราตัวเราเป็นพระเจ้าเปล่าจิตวิญญาณใครจิตวิญญาณมันจิตวิญญาณบริสุทธิ์ก็บริสุทธิ์ด้วยกันเหมือนกันเหมือนกันมันเป็นอันหนึ่งอันเดียว ที่มันเหมือนกันเลยมันไม่มีแต่ตัวใช่ตนใช่บุคคลเราเขาของใครมันเป็นสิ่งนี้แหละมันละเอียดเหลื

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน