220306-2-048 ทางเอกภาค2-ตอน048(หน้า122)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 6 มีนาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 13 ที่พุทธสถานสันติอโศกอาตมาทำวัตรกันต่อจนถึงหน้า 122 ลักษณะนี้เรากำลังพูดถึงลักษณะพรหมจรรย์หรือพรหมจรรยาที่กำลังแบ่งแยกแจกแจงละเอียดออกไปจากลักษณะคุณลักษณะแต่ละแง่แต่ละแง่ อย่าทานเป็นต้นแล้วก็แย่อัปปมัญญาจะแย่ที่ 3 ใหญ่นี้แล้วเรียกแง่แห่งศาสนาหรือความเป็นศาสนาแต่มันจะเป็นยิ่งใหญ่หรือว่าเป็นพรหมหรือว่าเป็นความประเสริฐถึงขั้นศาสนาและเราก็จะต้องรู้ว่าอะไรจะเป็นเครื่องชี้บอกถึงขั้นว่าเป็นศาสนาได้จะมีมาตรการอย่างไรมาตรการมาตรการที่จะชี้บอกว่าเป็นศาสนาได้ก็จะต้องมีอานาคำสั่งสามารถเกิดคำสั่งคำที่บอกแล้วคนทำตาม ที่นี่คำสั่งก็มีข้อแม้ลงไปว่าธาตุคำสั่งด้วยอำนาจโลกก็เพราะกลัวถ้าคำสั่งเพราะอำนาจทำเป็นกระเพาะศรัทธาความหนักอำนาจทางทางธรรมเพราะศรัทธาพระเชื่อมั่นเพราะเชื่อถือว่าเราจะได้ดีอย่างพอใจได้ดีอย่างไว้ใจผู้สั่งบอกประเสริฐว่ามีปัญญาที่คุณมีบริสุทธิ์ที่คุณมีกรุณาที่คุณจริงๆคำสั่งแล้วก็เราจะมีความรู้สึกอย่างนั้นแล้วก็มีอนุศาสนีคือคำซ้อน ลักษณะ 2 คำสอนของศาสดาแจกแจงบอกกล่าวทำให้แจ้งหงายของที่คว่ำจุดไฟในที่มืดทำของลึกให้เป็นของตื้นรู้ได้หรือว่าบอกแจกแจงอย่างโน้นอย่างนี้ให้เข้าใจมีเนื้อมีเรื่องมีเหตุมีผลคำสอนที่เราพร้อมสร้างที่จะรู้จะทำได้รู้แล้วก็จะทำได้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้แล้วก็ได้พิสูจน์ผลว่าดีเราไปสู่ได้เป็นต้นถ้าจะไปศาสนาพุทธและยืนยันเลยว่าถ้าคำสอนของท่านและเราก็สอนไปแล้วผู้ใดเอาไปปฏิบัติได้ประสิทธิภาพเป็นต้นเลย การนิโกรใหม่ไม่จำกัดไม่จำกัดเวลาเมื่อใดเมื่อใดถ้าปฏิบัติถูกปฏิบัติตรงมีเหตุปัจจัยพอเพียงเป็นสิ่งนั้นทันทีอะกาลิโกเอหิปัสสิโกเป็นจริงๆเห็นได้รู้ได้มีได้ท้าให้มาพิสูจน์ได้เรียกร้องให้มันดูกันได้
อ่านต่อ
ไม่มีนะมีจริงเป็นจริงถึงจริงโอเป็นนิโกรเป็นของที่เลิศลอยสูงส่งที่หน้าคว้าหน้าเอื้อมเอาซึ่งควรโน้มน้าวมาให้แก่ตนเองทุกคน นมน้องมาให้แก่ตนไม่ใช่น่ารังเกียจเลยธรรมะนี้ของนี้ทุกคนถ้ารังเกียจก็เรื่องของเขาแต่โดยธรรมโดยจริงแล้วไม่น่ารังเกียจสักคนหรอกแต่ตัวเจ้าตัวเขาเองเขารังเกียจก็เรื่องของเขาออกไปนะยิโกทำแล้วมันก็จะเห็นได้รู้ได้อย่างลึกซึ้งได้แต่ตนรู้บางทีรู้แล้วบอกใครก็ยังไม่ได้เลยเป็นปัจจัยวิญญูหีรู้ได้ตนเองเนี่ยเป็นผู้ที่ซาบซึ้งคนอื่นอาจจะไม่รู้ไม่เห็นด้วยเลยมันเป็นความฉลาดแหลมลึกเวทีตะพง เป็นบัณฑิตเองไม่ใช่มีคนรู้แทนไม่ใช่มีคนฉลาดแทนไม่ใช่มีคนเห็นแทนเห็นเองรู้เองสัมผัสเองเข้าใจเองว่ามันเป็นสิ่งประเสริฐแหลมลึกซึ้งอนุสาสนีใดที่มันเป็นผลอย่างนี้มันก็เป็นปาฏิหาริย์มีลักษณะเป็นธรรมะอย่างนี้แล้วต่อจากนั้นก็จะเป็นอาคมมีลักษณะเป็นอาคมอาณาอนุศาสนีอาคมมีคำสอนคำกล่าวที่เติมมาขยายไปได้อีขยายไปเรื่อยๆขยายเพิ่มเติมเข้ามาแต่ก็ไม่ใช่ไปจากเก่าหรือว่าแปรเปลี่ยนไปจากเก่าไม่ ขยายยังเป็นของเดิมแต่ขยายต้องขยายต้องการละเวลาเปลี่ยนไปทุกอย่างไม่เที่ยงแต่ต้องขยายมันจะมีเหตุมีปัจจัยที่แปลกเปลี่ยนมีอาคมมีคำสอนของอาจารย์รุ่นหลังๆต่อเติมเข้ามาเป็นคาถาบ้างเป็นคัมภีร์บ้างเป็นความเป็นคำสั้นๆทำร้อยกรองสรุปหรือเป็นคำขยายคำอธิบายเป็นคัมภีร์พระมากมายไปแต่ก็จะอยู่ในความหมายเดิมจะอยู่ในรูปรอยเดิมอาคมต่างๆคนนี้ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้นชาญฉลาดในการที่จะขยายยิ่งขึ้นมีอาคมแล้วก็มีผลพิสูจน์ มีตัวที่ต่อเชื่อมโยงอยู่มีเลขค่ะมีธรรมทายาทมีเลขค่ะมีสิ่งที่สืบโยงสืบต่อทั้งคำสอนก็สืบโยงต่อมาถามคำสั่งก็สืบโยงต่อมามีการตกทอดต่อทอดคุณธรรมต่อมาดำเนินรอยตามพระศาสดาออกมามีมรรคมีผลสืบโยงมาจริงๆถ้าเผื่อว่าศาสนาไม่มีเลขขาดไม่มีสิ่งสืบโยงไม่มีสิ่งสืบต่อไม่มีผู้ที่ได้รับรถรับรู้ผลรับรู้มักอะไรแล้วนั่นศาสนาไม่มีเพราะฉะนั้นผู้ใดสอนศาสนา กันแล้วบอกว่าเดี๋ยวนี้ศาสนาไม่มีมรรคไม่มีผลหรอกตัวผู้พูดนั้นเองแหละกำลังกล่าวว่าศาสนาไม่มีแล้วแม้เขาจะบอกว่าเขากำลังเรียนศาสนาเขาก็กำลังเรียนอะไรก็ไม่รู้ก็ต้องเรียนอะไรไม่รู้เหมือนเขากำลังเล่นปักลมปักลมยังมีลมติดไหมแล้วปากก็ว่ามันก็สมมุติว่าเขาจะตัดน้ำแล้วเขาจะทำท่าทางวัดลมวัดไปมันหน้าไม่มีหรอกมันทำกันเถอะมาทำกันน้ำแต่ก็ว่าไม่มีน้ำเขาก็บอกสนุกมากมีน้ำใสคนนั้นแต่น้ำดีมีน้ำต่ำมีน้ำสูงมีน้ำชั่วมีกุศลนี้เอากุศลเขาก็ว่ากันไปในน้ำสีแดงสีขาว นิสัยอะไรต่างๆนานาผู้รำกันไปแต่เขาไม่มีน้ำเขารู้ด้วยว่าเราตักไปยังไงมันก็ไม่มีน้ำที่เราตัดนี่เราเล่นๆนะพูดกันเล่นมีบัญญัติเท่านั้นที่ภาษาเท่านั้นนะมันก็เด็กเล่นหม้อข้าวหม้อแกงเด็กเล่นขายของเด็กเล่นมาเข้าหม้อแกงสมมติไอ้นี่เป็นลมๆแล้งๆไปตามเรื่องตามราวอย่างนั้นแหละดูแล้วมันก็เอ็นดูก็เอ็นดูทำไมเอ็นดูก็บอกพวกนี้มันบ้าๆบอๆไม่รู้เรื่องอะไรทำอะไรเสียเวลาเปลืองเปล่าโดยความหมายโดยจุดมุ่งโดยความเชื่อโดยอุดมคติของตัวเองว่าศูนย์แล้วแล้วเรา ทำสิ่งนั้นอยู่ด้วยบริการมันจะไปมีความมุ่งหมายมันจะไม่มีความตั้งใจมันจะไปมีความกระตือรือร้นหรือแม้แต่เราจะเข้าชิดเข้าทางอะไรเพราะต้องมีจุดหมายปลายทางต้องมีอุดมอุดมคติหรืออุดมการณ์เพื่อจะไปเข้าเรื่องอะไรเพราะฉะนั้นเมื่อปฏิบัติโดยไม่มุ่งหมายตัวสำคัญเราก็เลยต้องไปจับอะไรเป็นสำคัญคนเราไม่งั้นทำไปไม่ตลอดทำโดยที่เราไม่รู้ว่าเราจะได้อะไรจะเป็นอะไรจะมีอะไรที่เป็นเป็นผลที่จะเป็นสิ่งกอบก่อขึ้นมาไม่เจอมีมีมีมีบทบาทสืบโยงต่อไปยังไงกันเพราะเมื่อไม่ได้สิ่งที่จริงก็จะต้องไปได้เอาสิ่งที่ปลอมขึ้นมา ศาสนาจึงกลายเป็นเรื่องปลอมในผู้ที่มีจุดหมายปลายทางว่าศาสนาไม่มีหรอกมักผลพระอริยะไม่มีหรอกทำด้วยเถิดแม่ก็จะปลอบใจตนว่าเป็นภาวะปัจจัยทำดีไปเถอะคำว่าดีนั้นก็เป็นโลกิยะมันจะเป็นแบบโลกุตระนายไม่ได้เพราะโลกุตระไหนคะถ้าเริ่มทำเขาก็ต้องเริ่มได้ได้เพราะการสอนแม้แต่ทานทานของเขาจึงกลายเป็นทานเป็นโลกิยะทานแล้วก็เป็นหนี้เรื่อยไปทำทานอะไรเป็นหนี้ตลกไหมให้เขานะแต่ตัวเองเป็นหนี้เราให้เขาแท้ๆเราเป็นหนี้มีอย่างนั้นแทนที่จะไปกู้ไปยืมเขามาแล้วเราเป็นหนี้ให้เขานั่นแหละเป็นหนี้ มันน่าสงสารนะแล้วดูที่สังเกตดูสิว่าจริงไหมช่วงนี้ก็ยิ่งจะเป็นแบบนี้ไปยืนยาวแม้แต่ทางที่บอกว่าเป็นพรหมจรรย์ระดับหนึ่งก็เป็นทานถืออธิษฐานอ้อนวอนอะไรก็แล้วแต่ทำอย่างโน้นทำอย่างนี้สวดแผ่วนเวียนมาหาตัวหมดกรรมวิธีกลายเป็นศาสนาอำพรางเป็นศาสนาเถื่อนๆที่มันไม่เข้ารูปเข้าเรื่องเลยแม้แต่ทำทานก็มีแต่ต้องแบกทั้งพิธีเอามาพูดกันเลยไปแฉก็วิเคราะห์ให้ฟังกันที่พูดกันอยู่แล้วทุกวันนี้แม้จะสอนทานก็สอนทานอย่างเป็นหนี้เป็นหนี้จริงๆยิ่งตัวไหนตัวชัดผู้ไหนที่เป็นแบบสีออกนอกทางจะจัดยิ่งสอนทานแบบเป็นหนี้ใครทำบุญให้ บริจาคให้อะไรเป็นหนี้ไม่ได้ไม่ได้บุญอะไรไม่ได้การชำระกิเลสอะไรไม่ได้ละโลภะราคาปลดปล่อยอะไรไม่รู้จักนายจ้างใครไม่มีมันไม่เป็นรูปไม่เป็นเรื่องแล้วเพราะฉะนั้นศาสนาอย่างนั้นจึงเป็นศาสนาแปลกเปลี่ยนแปลงไปโมหะไปแปรปรวนไปโดยอัตโนมัติยาเป็นพรหมวิหารมันก็ไม่เป็นพรหมวิหารเป็นพรหมกลายเป็นพรหมตัวตนบรรยายบอกว่าเป็นพระวิหารมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาว่าเมตตาก็ท่องสวด 108 วันละ 108 จบทองแผ่เมตตาแต่ ไม่มีเลยเวลามีสติสัมปชัญญะเวลาลืมตาตื่นก็มีแต่สภาพยักษ์มารไม่เมตตาหรอกทำเพื่อประโยชน์ตนทำเพื่อที่จะได้กำไรเอารัดเอาเปรียบเป็นอัปปมัญญาไม่ได้เป็นพรหมวิหารไม่ได้มันกลายเป็นรูปลักษณะที่คล้ายกันอีกมีพิธีการทำอยู่ตลอดเวลาทุกวันนี้ก็ทำมันทำอย่างนั้นว่าเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาใหม่แม้แต่สภาพที่เขาไปสร้างรูปสร้างน้ำเอาแต่ไม่พบในชาตินั่งเป็นรูปผู้ชายหรือลูกผู้ชายก็ไม่ใช่อุเบกขานั่งหลับตาให้จิตหยุดนิ่งอย่าว่าจะไปปั่นสร้างรูป ปั่นตัวปั่นตนอยู่ในจิตอย่าว่าแต่แค่นั้นเลยไอ้นั่นน่ะมันไม่ใช่แม่แล้วมันเป็นอัตตาตัวตนที่หลงภวตัณหาได้เพราะว่าตัณหามันเสพแล้วยังไม่พอต่อให้แม้แต่เข้าค่าเข้าทางบ้างไปจนกระทั่งนั่งได้สงบหลับตาสงบหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดก็เป็นหลวงพ่ออุเบกขาหยุดจะสบายติดยึดในสภาพใช้นิ่งว่างอร่อยหลับตาเอาเป็นนิพพานแม้อย่างนั้นก็เป็นนิพพานพรมเป็นนิพพานที่หลงอยู่ในพรมจะบอกว่าหยุดก็หยุดจริงเหมือนกันเฉยๆเหมือนกันเฉยๆหยุด ช่วยด้วยเป็นฤาษีตาไฟเสร็จแล้วจบก็จบแค่ไม่เอาถ่านกับใครเข้าป่าเข้าถ้ำไปอยู่เฉยนั่งหลับหูหลับตาไปลืมตาขึ้นมามันต้องกินก็กินให้มันร่างกายมันอยู่กินผลไม้รากไม้กินอะไรจะได้เป็นสีแบบละทีแต่นั่นก็เป็นอัปรีย์เป็นพรหมแบบก็เป็นไปอย่างนั้นมันแก้ด้วยจนกระทั่งมันไม่เหลือเชื้ออะไรแม้แต่คำสั่งสอนก็กลายเป็นอาคมที่ไม่เข้าเรื่องเป็นคำสอนอาคมเป็นคาถาเป็นอาคมเป็นคัมภีระเป็นคำบรรยายคำบรรยายออกเลอะเทอะคาถาก็เป็นคาถาอะไรก็ไม่รู้ทั้งๆที่คาถานี้แปลออกมาแล้วไปทำความหมายอย่างนึงพาไปทำอย่างนึงคาถาบอกให้ทำ คนอย่างนี้นะอยากพระพุทธเจ้ายังคาถาพระภูมิแต่งเองแล้วที่จริงผมก็เป็นอาคมแต่งชมเชยพระพุทธเจ้าว่าพระพุทธเจ้าปางนั้นทำอย่างนี้ช่องนั้นทำอย่างนี้ใครชนะมารในลักษณะนั้นลักษณะนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้พาเอาไปสวดใส่น้ำกินแก้ท้องเสียซะแล้วนี่เป็นต้นหายป่วยซะแล้วเอาคาถาไปท่องเปล่าใส่น้ำแล้วก็หายป่วยเลยส่วนตัวสงสัยอะไรอย่างเงี้ยมันตลกที่สุดเพราะฉะนั้นแม้แต่เป็นอาคมคาถาอาคมอะไรก็ไม่รู้ในคาถาไม่รู้ในอาคมไม่รู้เนี่ยคัมภีร์คัมภีร์วันนั้นก็เป็นเหล่าต่อยาวเย้ยเป็นนวนิยายอะไรไปเราปลอมๆ ตัวเนื้อจริงไม่เหลือสุดท้ายก็เหลือแต่เปลือกอานาก็ยังมีอยู่คำสั่งก็เป็นคำสั่งอะไรก็ไม่รู้คำสอนก็เป็นคำสอนอะไรก็ไม่รู้ผมก็เป็นอาคมละมุนสิ่งที่เหลือทอดอยู่ก็มีแต่เปลือกมีแต่ตัวที่ไม่ใช่ตัวมีแต่เปลือกผิวผิวมีแต่ยี่ห้อมีแต่คำภาษาเรียกบอกมันไปอย่างนั้นจริงๆนะอันนี้ก็พูดมาเป็นระดับๆไล่ลงมาเดี๋ยวนี้พูดเกินไปเดี๋ยวเราฟังมันมีอยู่ทบทวนอีกนิดหน่อยในภาษาในหนังสือบอกว่าถ้าไม่มีมรรคไม่มีผลสืบต่ออยู่แล้วก็คือศาสนานั้นๆหมดสิ้นลงแล้วภาพก็เหลือก็เหลือกันแต่เปลือกหรือมีแต่ของเก๊ๆกันทั้งนั้น แล้วมันก็แก่ลงไปเรื่อยๆต่อท่อเอียงๆเบี่ยงๆออกไปเรื่อยๆจนผิดทิศผิดทางออกนอกร้อยของศาสดาไปเลยก็มีมากกว่ามากจนกระทั่งเช่นว่าศาสนาพุทธหรือก็เป็นกลายเป็นศาสนาผีศาสนาขนส่งศาสนาพาณิชย์ศาสนาที่มีเพียงปริยัติศาสนาที่มีแต่พิธีรีตองพยานใหญ่และต่างคนก็หลงว่าที่ตนยึดอยู่นั้นๆนั่นแหละคือที่สุดคือ ดีแล้วพอแล้วที่ตนจะไม่ให้ใครมาล้มล้างมาแก้ไขมาเปลี่ยนแปลงมาโยกย้ายเป็นอันขาดเอาตรงนี้ซะก่อนวรรคตรงนี้ซะก่อนอธิบายเนี่ยมันเบี่ยงมันผิดเพี้ยนออกมาเรื่อยๆจนตั้งชื่อไว้ในนี้ตั้งชื่อไว้ว่าเป็นศาสนาผีมันมีลักษณะได้แต่ผีไว้เท่านั้นเองแล้วใครจะมาเปลี่ยนของเขานะพี่นี่แหละคือยอดศาสนาของเขาเป็นศาสนาเทวะก็ยังดีนี่เป็นผีด้วยเป็นจิตวิญญาณหรือว่าเป็นกำลังพลังฤทธิ์พลังแรงพลังงานอะไรที่เข้าไปยึดไว้เป็นพลังผิดๆเพี้ยนๆผีเนี่ยเป็นศาสนาขนส่งไปศาสนา จะต้องให้ทำตนเองอยู่ในภพในพวงมาลัยที่ไร้สติแทนที่จะมีสติเป็นคนเป็นผู้ไม่รู้เรื่องมีจิตสำนึกเปล่าเป็นคนจะต้องไปขุดค้นและจิตใต้สำนึกนี่มาใช้เป็นศาสนาขนส่งเป็นศาสนาพาณิชย์ไอ้นี่ก็เดือนกรนตัวอย่างเขาก็ยึดถือว่าอย่างนั้นแหละมันเป็นถูกแล้วศาสนาพาณิชย์แม้แต่เดี๋ยวนี้เราบอกว่าพระเนี่ยไม่ใช้เงินก็ได้ไม่ต้องมีเงินเลยไม่ต้องซื้อไม่ต้องขายตามวินัยอย่างเด็ดขาดได้เพราะไม่เชื่อสมัยนี้ต้องใช้เงินไปใช้เงินอยู่ไม่รอดนอกจากต้องใช้เงินแล้วไม่พอก็ค้างก็ขายกันเลยสะสมคิดค้นเป็นนักพาณิชย์วิทยาศาสตร์ชั้นเก่ง เขาก็หยุดเลยวันนี้แหละคือศาสนาต้องมีรูปรอยอย่างนี้มีอย่าไปแก้อย่าไปขายอย่าไปเปลี่ยนอันนี้เป็นจุดที่ดีแล้วพอแล้วอย่างนี้ก็บอกไม่ได้เป็นที่สุดของศาสนาทำได้อย่างนี้แหละดีที่สุดแค่นี้ไปแก้ไขไม่ยอมเปลี่ยนแปลงไม่ยอมไม่ว่าในลักษณะศาสนาผีศาสนาขนส่งศาสนาพาณิชย์หรือศาสนาที่มีเพียงปริยัติทุกวันนี้ศาสนาก็ต้องเป็นอย่างนี้ต้องเรียนอย่างเงี้ยเนี่ยมีปริยายเวียนกันไปเขาเรียกกันไปพอจะยึดอย่างนี้ก็นี่แหละจุดที่ดีแล้วพอแล้วได้ขนาดนี้ก็ดีนักหนาแล้วนี่แหละดีแล้วเรียนไปเรียนนี้ก็ยิ่งเติมไปใหญ่มันไม่พอแล้วเราที่จริงมันก็บานปลายไปเรื่อยๆเป็นประเด็นไม่พอก็เป็นปริญญาโทปริญญา ต่อไปก็จะมีอีกปริญญาเอกมันจะไปพออะไรต่อไปมีอีกกว่านั้นผมเคยได้ยินว่าเขาจบพุทธศาสนามาปริญญาเอกเราก็นึกเทียบว่าโอ้ถ้าเป็นยาอีกมันปลายนะมันยอดดีกรีหยอดความรู้ยอดบัณฑิตทางโลกเราได้รับฟังกันมาเค้าจบปริญญาเอกมาจากทางพุทธศาสนาคงเป็นอรหันต์อย่างแน่ๆเลยก็จบปริญญาเอกมันต้องเป็นอรหันต์จะบอกว่าเป็นใครที่ไหนก็เป็นคฤหัสถ์ธรรมดาสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนั้นจบปริญญาเอกมาทางศาสนานี่เป็นต้นมันมีแต่ปริญญามามันมีแต่ทฤษฎีแต่คำพูดภาษา ภาษาอาคมที่เพิ่มมานะไม่รู้เอาอะไรมาเรียนโอ้โหเรียนจะจบปริญญาปริญญาเอกแล้วมันเข้าที่เข้าทางหรือไม่ถ้าเข้าที่เข้าทางก็จะต้องได้เนื้อหาศาสนาจะต้องเป็นเลขาก็จะต้องเป็นตัวสืบแทนจะต้องเป็นตัวแทนของศาสนาอย่างดีเลยส่งไวซึ่งความเป็นสมณะใครเห็นแล้วต้องน่าเลื่อมใสแม้แต่เห็นกายกรรมของบริสุทธิ์วจีกรรมกับบริสุทธิ์มโนกรรมกับบริสุทธิ์ไม่มีโลภะโทสะโมหะต้องมีจริงๆเป็นตัวแทนอย่างงั้นจริงๆเลยเห็นแล้วก็จะอ๋อนี่ตัวพวกนี้เป็นพระคำว่าเป็นพระเนี่ยฟังดีๆนะเพราะคนที่พระมันจะมีจริงๆมีคุณลักษณะเลยอย่างอ่อนแม้จะเป็นพระโสดาบันนี้เป็นพระโสดาบันก็จะบอกคุณลักษณะยิ่งเป็นพระ มันก็ยิ่งจะต้องรู้ต้องจริงหรือเข้มข้นเห็นชัดเด่นเลยว่ามีเนื้อแห่งความไม่โลภไม่โกรธไม่ลงและมีกรุณาที่คุณมีบริสุทธิ์ที่คุณที่เห็นได้ชัดแข็งชัดเด่นชัดเป็นการบริสุทธิ์ที่จัดจ้านเลยจนดูแล้วโอ้โหอย่างนี้เขากลายไม่ได้แต่คนที่เป็นโรคๆไหนอันนี้แข่งเหลือเกินจัดไปเกินท่านเป็นอรหันต์จัดให้เข้าใกล้ไม่ได้เราเองเราเป็นคนลำพูนคนละภพอย่าไปเลยนะท่านดูดหรอกขึ้นไปบ้างคนคนที่มันมีภูมิคนที่มีบารมีหรือว่ามีฐานต่ำๆก็จะเข้าใกล้พระอรหันต์จับฝ้าแรงมันเห็นชัด เห็นแล้วก็เหมือนกับคนมองพระอาทิตย์แต่สายตามันพร่ามัวเข้าใกล้ไม่ได้ไม่กล้ามองหรอกต้องหลบหนีโรงเรียนไปลักษณะอย่างนั้นมีสมณศักดิ์รูปที่จัดที่ชัดที่กล้าจริงๆแรงเดินทางดีๆนะที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าพระอรหันต์คือคนเฉยๆใครมาตัดแล้วก็ปล่อยให้หายไปเลยไม่มีกระเทยสะดุ้งอะไรไม่มีฤทธิ์ไม่มีแดดอะไรไม่ใช่นะเขามองเขามองเลยเถิดแบบเห็นตรงเข้าใจว่าอาหารที่มีความสงบสงบคืออะไรสงบคือหยุดๆตายๆไม่คัดไม่ค้างอะไรเราเลยไม่ขับไม่ขวางอะไรเราเลยค่าอาหารคือคนเหนื่อยๆ เฉื่อยจะเป็นจะตายใครจะมีเงินไม่มีดีไม่มีชั่วไม่บอกดีไม่บอกชั่วอะไรเฉยใครจะทำชั่วก็จงทำไปเถอะยิ้มไม่เลยสนับสนุนด้วยทำชั่วเป็นสัญลักษณ์แห่งการพอใจด้วยอ่าเพลงสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนด้วยแม้เราทำชั่วท่านก็ยิ้มให้นะไอ้นี่แล้วก็อรหันต์พระอรหันต์จะไม่ยิ้มเลยดุษณีก็ดุษณีในการที่เราจะดูดชะนีเมื่อสิ่งนั้นเป็นของขวัญนี่ถ้าเขาทำชั่วนี่ไม่ยิ้มแย้มสนับสนุนถ้าเขาทำดีจะยิ้มให้ถ้าเขาทำดีจะยิ้มให้กันยิ้มให้คืออนุโมธนาคือการ ยินดีด้วยแต่ถ้าเขาทำชั่วก็ยินดีด้วยก็ได้นะแล้วก็ทำชั่วยินดีด้วยก็ผิดน่ะสิพระองค์นี้สนับสนุนเขาลงนรกไม่ได้เพราะเขาทำผิดจะต้องเฉยเฉยเพราะจะเฉยต่อเมื่อเห็นคนทำผิดดุษณีน่ะจะยิ้มแย้มปฏิสัมพันธ์มีอนุโมทนาสาธุอนุโมทนาเห็นดีด้วยยินดีด้วยรู้ดีแล้วจะกินยามสนับสนุนเชิงมีเชิงสอดคล้องถ้ามันมากไปก็จะหยุดเหมือนกันถ้ามันดีมากไปหลงดีมากไปกว่าจะหยุดครับเพราะลักษณะนี้เป็นลักษณะที่ซ้อนเป็นภูมิชั้นสูง เด็กๆเล็กๆไม่ค่อยเข้าใจหรือคนที่ไม่เดียงสาคนที่อ่อนด้วยปัญญาทางธรรมจะมองพระอรหันต์ผิดไปอีกรูปหนึ่งนึกว่าอันดับอรหันต์คือคนตามใจนะคือคนที่ไม่ขาดไม่ฟังอะไรไม่มีอะไรปล่อยเลยไปผู้นั้นก็ไปพูดที่ยังไม่โตยังไม่ใช่ครูยังไม่ใช่ครูรู้ยังไม่ใช่เป็นพรมเป็นผู้ที่มีปัญญารู้จะต้องรู้ความหมายจะต้องรู้ลักษณะมีสันเหล็กกระทำศาสนาพระพุทธเจ้ามีความจริงสัจธรรมสัลเลขธรรมมีในตัวเสมอโดยสันเหล็กกระทำมีขัดเกลาท่านทำอะไรกายกรรมก็เป็นการขัดแย้งโลกอยู่เสมอขับมากขับน้อยแล้วแต่ฤทธิ์ของคนนั้น ถ้าเป็นพระอรหันต์ใหญ่แหมขัดได้อย่างมากๆขัดได้อย่างกลับหน้าเป็นหลังหน้าเป็นหลังเป็นหลังเป็นหน้าเลยกับดำเป็นขาวโทนกระแสชัดและคนก็ไม่กล้าคัดค้านด้วยนั่นเรียกว่าฤทธิ์แรงถ้าขาดแต่พอเขาเห็นว่าขับอยู่นี่แม้มันขาดอยู่แต่เขาก็ไม่อยากทำตามแต่เขาก็เกรงใจและเรียกว่าเขาไม่เรียกว่าฤทธิ์ถูกฤทธิ์ท่านครอบคลุมเอาไว้แล้วก็เกรงใจไม่ใช่ไม่ขัดศาสนาพระพุทธเจ้านี้เป็นสัจธรรมมีสำลีขาดธรรมมีนิยามนี้ก็ทำทำตามให้ดีเถอะมีการพ้นทุกข์ให้เห็นได้จริงๆวิญญาณนี้จะทำมีความสุขมีฉันแต่สันติธรรมเป็นลักษณะสีนี่เหมือนกันอย่างแท้จริงไม่ใช่ศาสนาพระพุทธเจ้าไม่มีการขัดไม่มีการกล่าว ไปศาสนาล่องลอยตามเหมือนขี้หมาลอยตามน้ำไม่ใช่นั่นยังไม่ใช่คุณลักษณะของศาสนาแท้ยังไม่ใช่พระอริยะชั้นสูงยังไม่ใช่พระอริยธรรมมีรูปลอยตามความเป็นจริงที่มีหลักอธิบายอย่างนี้นะสัจธรรมสำลีก็ทำนิยายนี้ก็ทำสันติธรรมเป็นเครื่องวัดดูดีๆแต่ก็ฉลาดขัดเกลาไม่ใช่ขัดแตกขัดแย้งขัดทะเลาะวิวาทขัดจนเดือดร้อนอยู่ไม่ได้ไม่ใช่ผู้ฉลาดก็จะต้องมีปริมาณมีประมาณมีการมัดกันหยุดตาประมาณเป็นคำนวนถูกจับสัดส่วนที่รู้จักอนุโลมปฏิโลมมีสัจจานนท์โรมานมีปัญญาที่จะอนุโลมตามสับสนที่พอเหมาะพอเจาะ ให้เป็นไปด้วยดีใช่สัตว์สับปะรดเจ็บหรือสัปปุริสธรรม 7 ประการคำนวณประมาณดีทีเดียวจึงจะเป็นผลดีที่สุดลดความที่จะเข้าใจถึงพระอรหันต์หรือพระอรหันต์ที่รื้อขนสัตว์หรือพระอรหันต์ที่เป็นผู้ที่มีประโยชน์มีกรุณาธิคุณเต็มพร้อมทำไปได้ด้วยดีจึงเข้าใจจ้าเข้าใจยากเพราะมันมีคำซ้อนกันมากทำเกินก็มีพระอรหันต์ทำเกินแรงไปก็มีจริงๆนะพระพุทธเจ้าจึงต้องตามธรรมชาติทั้งหลายพยายามกระทบตนกระทบท่านเบียดเบียนตนเบียดเบียนท่านระวังเบียดเบียนเขาเกินไปก็เกิดหล่นตกเปล่าไม่ได้ประโยชน์ กระทบตนกระทบต้นแสดงธรรมกระทบตนกระทบทันเป็นข้อสำคัญของพระธรรมกับสิ่งที่ท่านเตือนท่านเตือนพระอริยถ้าเจอพระอรหันต์ท่านเตือนผู้เป็นพระจริงๆผู้ที่ยังไม่เป็นน่ะถึงจะเตือนให้ตายยังไงกระทบตนกระทบทันมันกระทบอยู่ตลอดเวลาไม่รู้เรื่องหรอกตัวเองก็ทำทีไรมันก็เบียดกันอยู่ตลอดเวลาสำหรับผู้ที่จิตใจไม่บริสุทธิ์จึงยังมีกิเลสผสมกระแสยังไม่ต้องเห็นแก่ตัวมันจะต้องมีการลำเอียงของมาให้แก่ตัวไม่ว่าฉันพากันติดโทสาธิตมหาสติหรือพยากรณ์อรหันต์ทั้งนั้นหรือว่าพระญาติเท่านั้นพยายามฝึกปรือหรือยังไงก็ต้องเรียนรู้ถึงขั้นสอนเขาทำมาก็ถือเป็นพระที่ สอนคนอื่นคนที่สอนคนอื่นได้ตนก็ต้องมีถ้าต้นไม่มีไปสอนคนอื่นพระพุทธเจ้าท่านไม่เห็นคนทำตนยังไม่ได้สอนคนอื่นถ้าไม่มีนโยบายอย่างนั้นทำตนให้ได้ก่อนจะทำตนยังไม่ได้อะไรไปสอนคนอื่นไม่ถูกพ่อแม่สอนคนอื่นเป็นพระธรรมกถึกแล้วก็ต้องระวังมันกระทบตนให้ตนเองอยู่ยากแต่ถ้าตนทนได้ก็ทนเท่าไหร่ก็เชิญไปสิกระทบตนทำให้ตนเองด่างก็รู้ว่าเดือดร้อนหรือว่าเกิดความอย่างนั้นเป็นอย่างนี้เชิญกระทบตนเท่าไหร่ผลกระทบต่อตนทนได้ถ้าตนเองเป็นนโยบายที่ดีที่ทำได้กระทบท่านกระทบเท่าไรก็กระทบไปกระทบท่านผลกระทบมากจนให้เดือดร้อนเขาเฉาะหน้าคุณก็ระวังถ้า ตัวเองจนเดือดร้อนต้องทะเลาะเบาะแว้งจะทำไปในมาตรการรุนแรงเขาก็ต้องมาทำกับคุณแรงและคุณก็ทำเพราะคุณไปทำเขาแรงเพราะว่าก็ค่อยๆยืดหยุ่นให้ดีประมาณนี้ก็ประมาณนี้ดีแล้วต้องรู้ฐานะต้องรู้ขั้นตอนอันนี้ก็ขอแถมในเรื่องการสอนคนอื่นขอแถมก่อนก่อนไปไปหาสาวอื่นพวกเราเนี่ยอยู่ในฐานะกำลังจะมาเป็นครูคนเรามีอย่างน้อยมีคุณโสดาคุณเราก็ต้องรู้ตนเองมีแค่โซดาคุณก็พยายามพูดเด่นพูดชัดพูดอันนี้พูดเท่าไหร่ก็พูดไปเพราะ โสดาคุณรู้มุมเหลี่ยมที่มันรอบทวนเรารู้วิมุตพูดยังไงมันก็มีวิมุตเป็นหลักจะเข้าใจแล้วมีหลักแล้วก็ยืนหลักมันเป็นแกนแล้วจะอธิบายไปยังไงยังไงยังไงถ้าคุณแค่นี้มันก็เป็นไปรอดแล้วถ้าเกิดว่าสิ่งใดที่มันไม่มันไม่รู้ชอบรอบตัวแล้วเราก็อย่าเพิ่งไปพูดมากพูดแต่เพียงเปรยๆประสานกันไปบ้างในลำลองอย่างแม้จะมีภรรยาจากหลักและอย่าทำให้เขาเข้าใจหลงว่าเราเองนี่แม้แค่ปกครองลงไปชำนาญประหนึ่งยังคุณเป็นเองมีเองซะแล้วมันเกินมันเป็นอวดอุตริเกินไประวังมากๆอันนี้กับชาวต่างชาติกันเสมอมาเป็นของผิดที่แรงร้ายทำให้ศาสนาเสื่อมเพราะอย่างนี้ต้องระวังให้จริงๆ ที่นอกจากจะระมัดระมัดระวังคุณค่าหรือว่าเนื้อหาของศาสนาตามขั้นตอนตรวจตนมีอัตรามีอัตตัญญุตาธัมมัญญุตาอัตถัญญุตาธัมมัญญุตาอัฏฐังคิกสละสาระของมันเราต้องรู้สาระของมันทั้งหมดเรามีโครงสร้างเรามีภาษาเรามีขั้นตอนอะไรทุกอย่างเราบอกกันไว้หมดแล้วเราก็ต้องรู้อัฏฐมีบูชาทำมันยึดตารู้ระดับชั้นเชิงธรรมะก็ต้องรู้ธรรมะขั้นตอนการขั้นปลายต้องรู้ธรรมะกุศลอกุศลขนาดไหนเกิดแล้วมันก็ไม่ดีน้อยไปก็ไม่ดีธรรมะต้องรู้ทำมันยึดตารู้สาระจะให้เขาส่งไว้เท่าไหร่เกินแรงเขาก็อย่าไปเกินระวังอัตตาแล้วอย่าหลง อย่าทำอะไรอวดๆให้เป็นอุปกิเลสต่างๆนานาพรุ่งนี้ดื้อๆด่านๆนู่นๆแรงๆเราต้องรู้ตนใจเราเองสำคัญใจเราต้องการอย่างนี้ใจเราคิดว่าควรจะเป็นอย่างนี้อย่าไปคิดว่าใจคนอื่นจะเป็นอย่างเราเป็นอันขาดแต่พวกเรานี่บางทีบางคนก็น้อยไปบางคนก็มากไปมัชฌิมาหรือเปล่าต้องดูประมาณไม่ดีเพลงลุกขึ้นมาหน่อยถ้าเขาน้อยไปถ้าเขามากไปสุดเขาลงมานิดนึงเบรคให้เขาบ้างแม้แต่การเป็นไปอยู่ในถิ่นนี้เป็นการงานที่นี่มี มันมีระบบการงานมากเพราะฉะนั้นเมื่อระบบการงานมากอยู่แล้วมันมีเครื่องชงกันอยู่แล้วคนนั้นคนนี้ที่มีปัญญาคนนั้นคนนี้ที่มีหิริโอตัปปะเห็นเขาทำงานเราจะดูได้อยู่ก็มันก็น่าเกลียดมันก็น่าอายอย่างน้อยเราไม่ต้องไปบังคับกันอะไรมากมายที่นี่พูดไปเลยเป็นเดือนสะกิดสะกิดรายการมันก็พอรู้แล้วแต่เขาก็มาทำคนจะมาทำก็ต้องรู้ตัวเองว่าเราน้อยไปนาที่จริงเราควรจะฝึกปรือให้มากกว่านั้นเราทำแล้วก็จะทำได้ตามตัวเองอ่ะบางทีงานวันที่ 1 งานร้อนอะไรบางทีก็คนที่ถูกจี้หน่วยงานมันเร่งมันร้อนงานมันฉุกละหุกกันนั้นขึ้นมามีแล้วนี่ถูกจี้ถูกเรียกถูกสั่งถูกอะไร นั่นแหละก็ถูกขัดเกลาโดยมานะถ้าบอกว่าเราเองเราไม่ชอบคนมาจี้แหมใหญ่มันก็จะถูกขัดถูกเราอยู่ในตัวเป็นการฝึกทักษะเป็นปัจจัยเสมอแหละถ้าเราบอกว่าเราเองเราเป็นผู้ควบคุมจิตตนใครจะจีบใครจะใช้ใครจะยังไงเราก็อ่านระลึกรู้ตัวสมควรแล้วไม่สมควรแล้วก็เป็นไปตามควรเป็นไปตามที่ดูให้มันดูดีดูเหมาะสมดูลงตัวไม่ขัดไม่แย้งไม่แตกไม่แยกไม่ทะเลาะเบาะแว้งไม่เกิดโทสะโลภะอะไรกันเราเสียสละได้กลัวเสียเสียไปขัดเกลาไปเราก็ต้องรู้ทีนี้พูดจะไปจี้เขาก็ระวังจะเอาแต่ใจตนใจเราเป็นเราทำเราทำทำไม่ได้ได้เท่าไหร่ช่างมันเราไปจี้ๆๆเขาระวัง หายใจเรารู้สึกอย่างหนึ่งต้องยึดตาดูตนนั้นแล้วก็ดูเขานะบุคลิกพวกความยุติธรรมอื่นตรวจบุคคลหนึ่งเข้าใจบุคคลอื่นบางคนก็อย่างนั้นบางคนอย่างนี้บางคนมานะแรงที่ไม่ไหวก็ปล่อยเขาไปให้ผู้ที่มีฤทธิ์มีเดชหรือมีบุญแก่กันและกันมีความนับถือศรัทธากันเพราะพี่เพราะอะไรไปเราก็รู้แล้วเรารู้ตนแล้วว่าเขาไม่ศรัทธาเราไม่ใช่เข้ามามันก็ช่วยกันไปทีละขั้นทีละตอนเรามีซับซ้อนมากที่พูดเนี่ยพยายามฟังดีๆนะเพราะเราอยู่ในระบบนี้ระบบที่ในที่นี้เป็นคำว่าสีเป็นที่ที่ปฏิบัติอยู่ในหมู่บ้านในกิจการ ไม่ใช่อรัญญวาสีเพราะฉะนั้นก็มีบทอย่างนี้แหละและสำคัญบทนี้เป็นบทที่จะต้องเรียนมากเป็นสิ่งที่จะเกิดเลขขาดเกิดทุกอย่างจะเกิดเป็นแหล่งสำคัญถ้าเป็นแหล่งสำคัญของเดียรถีย์เขาก็เอาปากเป็นหลักแหล่งสำคัญของศาสนาพุทธก็มีบ้านเป็นหลักหรือว่ามีพระบ้านเป็นหลักเมื่อใดเมื่อไหร่ก็กลับบ้านเดี๋ยวนี้ก็เพราะบ้านเป็นหลักบริหารไม่ใช่ให้พระป่าบริหารพระป่าบริหารไม่เป็นพระป่าก็ไปตามเชิงป่าเนี่ยเพราะบ้านจะบริหารมีนู่นนี่มีอะไรต่ออะไรบ้างเป็นพระอรหันต์เป็นพระอริยะพระที่ถูกต้องมันก็ดำเนิน พระพุทธเจ้าท่านบริหารท่านก็เข้ามาอยู่ในเขตคำมีพระสาวกมีพลขับมีขุนพลต่างๆช่วยเหลือเฟือควายกันไปส่วนกลางขุนพลบางคนบางองค์ก็เป็นพระชายแดนตระเวณอยู่รอบชายแดนก็มีลูกชายชายป่าก็มีเป็นพระบ้านน่ะได้เยอะเป็นธรรมดาอย่างนั้นเห็นจะทำงานในบ้านจะทำงานสีได้ดีมันก็จะต้องทนต่อเป็นปัจจัยต่างๆได้แล้วมันมีแปลกๆนานาเป็นโรงกวีถูกโลกมันมีสารพัดสารภีที่จะกระทบกระเทือนแต่เราไม่สะเทือนไม่หวั่นไหวกระทบสัมผัสเราก็รู้ดีรู้เหตุรู้ปัจจัยรู้บุคคล เราจึงจะอยู่เหนือคนอยู่เหนือโลกเราจะต้องเป็นประโยชน์ต่อเขาได้ทุกคนอันนี้ต้องพยายามนะพยายามนึกคิดพยายามที่จะค่อยๆปรับปรุงดูตัวเองดูผู้อื่นอย่าให้เป็นเบียดพิเศษจนเกินไปแต่ก็เบียดก็เสียถ้าไม่บอกว่าให้เบียดให้เสี่ยก็ไม่ได้ก็มีมีมากไปน้อยไปบ้างมันจะขัดเกลากันเองผู้นั้นเกินไปญี่ปุ่นนี้เกินไปหน่อยก็ช่างมันจะขัดจองกันอยู่ในตัวถ้าเราไปห้ามจะหมดไม่ต้องไปจี้ไม่ต้องไปยุ่งอย่างนี้เขาจะจี้ตัวที่อยู่บ้างคนจะมีเชิงมีคนอย่างนี้มีเตือนเป็นอย่างนี้ก็มีบ้างไม่ใช่เฉยๆบอกแล้วว่าศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive