220228-2-042 ทางเอกภาค2-ตอน042(หน้า105)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์186 KB
วันที่แก้ไข29 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 13 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันต่อถึงหน้า 105 เราก็ได้กระจายชมที่เป็นพรมชั้นสูงสุดคือชินนะเชิงของความเป็นกรดชนิดนี้ขึ้นไปอีกให้ได้รู้ให้ได้มีความหมายลึกเข้าไปอีกว่าสุนัขพรหมมีจะต้อง ให้เอาจิตวิญญาณของมนุษย์เป็นๆเป็นมนุษย์ที่อยู่ในภพภูมิที่เป็นคนมีอะไรครบพร้อมบริบูรณ์จิตวิญญาณอยู่ในนี้ไม่ได้หมายเอาคนอื่นที่ไหนหรือคนอื่นที่ไหนไม่มีจะเป็นสุดยอดแห่งพรหมก็ที่นี่อย่างนี้มนุษย์ชมพูทวีปนี้เราจะต้องมีคุณลักษณะเป็นมนุษย์อุลตร้าแมนเป็นคุณลักษณะที่จะมีสภาพเหนือมนุษย์เหนือโลกใดๆจึงมีคุณภาพอาหาร แล้วก็จะต้องเข้าใจถึงความเป็นมนุษย์ปุพพวิเทหทวีปกับมนุษย์อัปลักษณ์โคยานซึ่งเป็นสภาพที่จะต้องดับสภาพ 2 สภาพนั้นได้ด้วยคือจะต้องเข้าใจในความเกี่ยวข้องตั้งแต่เก่าก่อนที่ดำเนินมาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มันเป็นเชื้อเกิดเก่าก่อนกับที่มันยังจะเกิดต่อไปต้องดับสิ่งที่เกิดมาจากเก่าก่อนกับสิ่งที่จะดับได้สิ่งที่จะเกิดต่อไปจับได้ธุรกิจวิญญาณที่ผูกพันยังก่อยังเกิดอยู่แต่ไหนแต่ไรที่เราไม่รู้แต่เราที่เราเอาวิชาเราไม่เข้าใจมัน จะยับยั้งมันไม่ได้สักทีหยุดมันไม่ได้สักทีมันเป็นเชื้อมาแต่บุพการบุพการีมาจากไหนแต่ไหนจนเราสามารถที่จะระงับมันได้ครับมันได้และเราก็รู้ความตอบจะเชื่อมต่อจะโยงไปใหม่ออกไปหาสิ่งที่ยังไม่เกิดไม่เป็นเราก็ระงับดับดับทำให้หยุดได้ทั้ง 2 ส่วนทั้ง 2 สภาพนี่เป็นความหมายชัดๆแท้ๆแต่ต้องรู้จริงเข้าใจความหมายนี้ต้องรู้จริงเห็นจริงเป็นจริงทำได้เด็ดขาดนี่แหละคือยอดแห่งธรรมอย่างแท้จริงอาจารย์ที่นับ พรมในลำดับที่ 2 คือปิดตามหาเป็นหนึ่งชนะได้เป็น 2 นี่ก็เพราะผู้เป็นชนะนี้ไม่ยึดพรมเป็นนาโถในวงเล็บที่พึ่งของตนมายึดครองเป็นนาโถของต

อ่านต่อ

นหรือไม่ยกกลมเป็นเจ้าเหนือตนนายกผมประชาชนแต่ยึดตัวเองหรือที่จริงยึดปัญญายึดวิมุติในวงเล็บอันเป็นพุทธแห่งตนยึดปัญญาก็ต้องอ่านเลยหรือที่จริงยึดปัญญาเป็นที่พึ่งที่แท้จริงหรือมีตนนั่นแหละเป็น ในคำว่าตนนี้ก็มีวงเล็บบอกไว้ว่าปัญญาอันเป็นอริยะหรือมีตนนั่นแหละเป็นเจ้าแห่งตนและเป็นพระเจ้าในตนเองแต่พระเจ้าในตนเองอันนี้ก็ย้ำย้ำเน้นให้เห็นถึงความเป็นจริงมีลักษณะพิเศษอยู่ไม่ได้พึ่งพรหมเป็นนาโถแต่สักแต่ว่าเราเป็นพรหมจะรู้เท่าทันในกรมของตนไม่ยกทรงเป็นเจ้าเหนือตนรู้ว่ามันเป็นลักษณะของปัญญาของวิทย์และมีสิ่งนี้เป็นเครื่องเป็นเครื่องขึ้นเครื่องอาศัยซึ่งก็มีความหมายตรงกัน แพ้แล้วกับพระพุทธพจน์ที่ว่าตนของตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตนปัจจุบันก็เป็นที่สุดตนของตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตนนี่คือที่พึ่งอันประเสริฐเป็นที่สุดแท้ๆเพราะเท่ากับผู้นี้เพิ่งพูดแน่ๆซึ่งทำจริงๆอันถูกอันตรงสภาวะที่มีในตนของตนนั่นเองและตนนั่นแหละชื่อว่าส่งที่มีความเป็นอริยะขั้นที่เรียกว่าอรหันต์ด้วยนี่ก็ไปพูดเป็นธรรมเป็นสงฆ์อยู่ในตัวเรา พุฒมีพร้อมพุทธคุณมีญาติครบมีทั้งปัญญาที่คุณบริสุทธิคุณแท้และมีพร้อมทั้งกรุณาธิคุณเพราะว่าเรามีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาจึงทรงไว้พบพระธรรมก็คือสิ่งที่ทรงว่าอะไรทรงไว้ก็คือพุทธธรรมพุทธศาสนาพุทธศักราชในแต่ละชนิดแล้วก็หมายได้สิ่งนี้แหละมีอยู่ที่ที่เราอยู่ที่มนุษย์ชมพูทวีปนี้มีจริงๆเป็นธรรมะอันเป็นอุจจาระเป็นมนุษย์ทวีปส่งไว้และนี่แหละคือสง โหลดสาวะกะสังโฆอันมีความเป็นอริยะสุดยอดด้วยเป็นอรหันต์จะทำจริงมีจริงหมดเชื้อหมดอะไรจึงเป็นจริงพรหมที่บริบูรณ์จริงก็เป็นและไม่หลงมีพรมหรือมีพระเจ้าเป็นสิ่งที่เทียบแท้จะมีพรหมมีพระเจ้าจริงๆอยู่ตามกาละตามอายุกินได้ยอมสมมุติอยู่ตามโลกเท่านั้นเมื่อหมดกาละก็จะปล่อยวางความเป็นพระเจ้าหรือพระพรหมลงเสียก็จะไม่มีแม้แต่พรหมหรือแม้แต่พระเจ้าแล้วเปิดที่เขายึดกันว่าเป็นนิรันดรตามแก้ไขอื่นเป็นอันขาดเนี่ยมันไปแก้ของพระพุทธเจ้า ไปแก้ของธรรมะสมัยนั้นสมัยนั้นก็เมืองพราหมณ์พราหมณ์เป็นใหญ่ศาสนานี่เขามีแค่พราหมณ์หรือพรหมแล้วก็ยึดพระเจ้าคือพระพรหมเป็นกลอนเป็นเทพเจ้าสูงสุดที่ศรัทธาที่ควบคุมที่ดูแลที่บันดาลอยู่อย่างท่านพร้อมทีนี้พระพุทธเจ้ามาแก้ศาสนาพุทธซึ่งยากกว่าเรามากเพราะว่าศาสนาใหม่เลยมันเป็นเรื่องพลิกประวัติศาสตร์ศาสนาทางด้านตะวันตกศาสนาก่อนศาสนาพุทธศาสนา เทพเจ้าองค์นี้กูจะไปพูดข่มขู่ก็ไม่ได้กูจะบอกว่าพระเจ้าพวกนี้มันอยู่ที่เราเขายังไม่ให้เลยเขาบอกไม่ได้สิ่งที่เป็นสิ่งสูงสุดไม่ใช่เป็นมนุษย์มนุษย์เป็นไม่ได้มนุษย์จะเอามาเกี่ยวข้องไม่ได้สูงสุดอะไรต่างๆนานาทุกประการเลยเป็นของยากมากพระพุทธเจ้าเป็นนักปฏิวัติที่ครอบครัวสุดฤทธิ์สุดเดชเรานี่ทำง่ายโดยเฉพาะเราทำในเมืองพุทธที่จะสร้างมวลสร้างหมู่เข้าใจดีอยู่แล้วว่าเป็นศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ไม่ยึดเทวะในศาสนาคริสต์ศาสนาที่เป็นกรรมที่กระทำสิ่งมีชีวิตได้ยืนยันซึ่งเราง่ายกว่าตรงจุดนี้ง่าย เจอพระพุทธเจ้าสู้ยิบตาเพราะฉะนั้นคำสอนของพระเจ้าจึงเป็นคำสอนที่จะต้องประนีประนอมเป็นคำสอนที่จะต้องเลือกหรือเอื้อแก่ยุคแก่สมัยเมื่อแก่สิ่งที่เป็นจริงสภาวะธรรมของคนยึดถือจิตวิญญาณของมนุษย์ในขณะนั้นกำลังยึดมั่นถือมั่นอย่างนั้นมากท่านก็จะต้องอนุโลมจะต้องคอยใครด้วยเกิดกุศโลบายต่างๆนานาชาติแสนชาติไม่ใช่เรื่องง่ายไม่ใช่เรื่องง่ายไม่ต้องสมัยนี้เราพูดถึงหลายๆอย่างพูดไม่เหมือนกันพูดไม่เหมือนสมัยพระพุทธเจ้าไม่ต้องใช้นโยบายไม่ต้องใช้สำนวนโวหารลีลาเหมือนอย่างนั้นแล้วพูดได้อย่างเด็ดเดี่ยว ไม่อยากจะจับกระจ่างชัดแจ้งมาเยอะง่ายแก่การเข้าใจมากถนนต้องค่อยๆจะแยกชัดแยกเสร็จทีเดียวเขาก็นับถืออย่างน้อยก็ขาดรอนเลยก็ไม่เชื่อไม่เชื่อไม่เอาเลยก็มันก็ไม่ได้เรื่องแต่ที่เราพูดกันเนี่ยสบายตรงนี้เราไม่ต้องพึ่งพร้อมกันและก็จะไม่มีแม้แต่ลมแต่เราก็เข้าใจคุณลักษณะอันสูงเข้าใจอัตราอันสูงอย่างนั้นเราไม่มีปัญหาอย่างนั้นเราเข้าใจดีแต่ว่าเราก็จะต้องมีสภาพที่จะต้องรู้สภาพ แล้วมีได้จริงถึงจริงยอดที่สุดเท่าไหร่เท่าไหร่เราไม่มีปัญหานี่เป็นเรื่องของพระเจ้าหรือเป็นเรื่องของพรหมหรือเป็นเรื่องของคำคำเรียกที่จะเรียกพระเจ้าอะไรก็ได้ความหมายของผู้ที่มีสูงสุดเป็นยอดสูงสุดของคุณธรรมของจิตวิญญาณเพราะจิตวิญญาณนี้พิสูจน์สิมีเห็นได้และเมื่อยิ่งเป็นอนัตตาเรายิ่งจะเข้าใจเพราะหลักธรรมของเขาไม่มีอะไรต่างๆเมื่อไม่มีอนัตตาของเขาก็เลยยึดมั่นถือมั่นตัวตนบุคคลเราเขาเองก็ไม่ยอมเอาพระเจ้าไปเป็นคนเดียวก็ยอมหมดแหละแต่คนเอาความเป็นพระเจ้าเป็นของคุณหมดเขาไม่ยอมแต่ของเราอนัตตาเราไม่ได้ยึดตัวยึดตนจริงๆความรู้สึกความยึดมั่นความหอบของความเอามาเป็นเรามาเป็นของเรามันไม่มีเราเป็น คนอื่นเป็นอย่างเราก็เป็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหมดเลยพระเจ้าเป็นอันเดียวกันคนนั้นเป็นส่วนของพระเจ้ามีส่วนคนงามความดีพระเจ้าคือผู้สร้างสรรค์คือสิ่งดีงามที่สุดพระเจ้าไม่ใช่ซาตานเพราะมีในตัวบุคคลใดบุคคลใดมีเป็นนั่นน่ะเนื้อเดียวกันอันเดียวกันแต่ไม่ใช่ของเราของเขาที่ไหนเราเอาคุณธรรมเอาคุณภาพสภาวะธรรมเอาธรรมะไม่ใช่เอาบุคคลธรรมะส่วนนี้อยู่ที่ใครมีอยู่ที่ใครเป็นอยู่ที่ไหนเป็นคนเดียวกันไม่ได้เป็นตัวตนบุคคลเราขาวแม้จะดูเหมือนอยู่ในสัดส่วนอยู่ในแท่งอยู่ในก้อนนั้นในแท่งโน้นทางนี้อะไรก็ตามมันไม่ประหลาดอะไรถ้ามันมีลักษณะเดียวกันมีสภาพเดียวกันมีสภาวะเดียวกันแสดงออกคือกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอย่างเดียวกัน เป็นไปด้วยดีถูกต้องลงตัวอันเดียวกันที่มีจุดหมายเป้าหมายที่ชี้บอกมันก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราเป็นผู้ที่เข้าใจทุกอันนะตาไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนไม่ใช่ของเราของเขาอะไรเราเข้าใจศาสนาอนัตตาเป็นสุดยอดแห่งความรู้เลยทีเดียวแล้วจะมาพระพุทธเจ้าจึงเป็นบุรุษมหาบุรุษเอกเป็นคนแรกที่แหวกแล้วก็ชี้ชัดถึงสภาพพวกนี้ได้อย่างจริงเห็นได้รู้ได้เข้าใจได้และทำได้เพื่อปลดปล่อยแล้วเป็นอนัตตาแล้วมันก็ไม่ทุกข์อะไรมันก็ไม่ยึดคืนแล้วมันจะพิสูจน์อย่างเด่นชัดเห็นใจได้ดังนั้นจึงเป็นพรมชนิดที่ได้ดังนั้นจึงเป็นพรหมเป็นพระเจ้า มีอายุตามที่ตนสร้างหรือตนเจตนาปั้นขึ้นในวงเล็บเปิดเป็นครั้งคราวในขณะที่จิตของตนทำความดีนั้นเท่านั้นวงเล็บเปิดพรหมชั้นเลวก็จะไม่ยอมเป็นเสียด้วยคนคือคำนี้แล้วเนี่ยผมฉันเลวก็ไม่ยอมเป็นเธอต้องเป็นของฉันยอดฉันชนะพรหมอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นคุณลักษณะยอดถ้าเป็นก็เป็นพรหมชั้นยอดทุกทีไปแล้วก็ดับหรือตายไปเป็นแต่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ยึดเกาะเป็นสุดท้ายว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องรู้จักสภาพเดิมประกอบ กรุณามุทิตาอุเบกขาเป็นสมังคีอยู่แต่ทรงกลมที่ครบพร้อมสุทธาวาสนั้นไม่มีปัญหาเลยแล้วก็ดับหรือตายไปเมื่อจบวงเล็บเปิดนิยายตายคือเป็นผู้มีอายุที่แนนนอนเพราะเป็นผู้ทำเกิดทำตายเอาเองได้นี่แหละเรียกว่านิยตเรียกว่าเป็นผู้ที่มีอายุที่แน่นอนที่แน่นอนก็เพราะว่าเธอก็เกิดได้ตายก็ตายไปเองอย่างแท้จริงของเรามีอย่างนั้นเราจะมีเมตตามีเมตตาเป็นกรุณาอย่ามุทิตาอุเบกขาก็อุ้มเด็กแล้วแม้แต่เฉยเราก็ไม่รู้ว่ามันคือเป็นอัตตาตัวตนอะไร จะเปลี่ยนกันอีกจะเกิดการเกิดเมตตาเกิดกรรมเกิดกิริยาเกิดช่วยเหลือโปรไฟล์ขึ้นอีกก็มีมีเมตตาอยู่มีกรุณาก็ทำมีมุทิตาเออรู้แล้วว่าดีดีแล้วก็เห็นดีด้วยยินดีด้วยแล้วก็แล้วกันอุเบกขาเป็นอยู่อย่างนั้นไม่มีเศษส่วนเศษเสี้ยวอะไรที่จะยึดถือรู้ดีเห็นมีเข้าใจดีเศษธุลีอย่างไรอย่างไรอะไรเหลือเชื่ออย่างไรก็มีปัญญาที่จะรู้ได้แต่ไม่ตั้งลงไม่หยั่งลงไม่ต้องลงอย่างลงอย่างแท้จริงที่เรียกว่าเป็นผู้ที่รู้ยอดความยืนนานที่สุดที่จะมีพรมมีพระเจ้าเกิดอยู่เป็นอยู่ได้ในกฎผู้นี้ มนุษย์อุจจาระครุฑทวีปก็เพียงขันธ์ 5 ของตนยังไม่แตกดับทั้งนั้นในวงเล็บยังมีชีวิตเป็นปัจจัยและพระอรหันต์จึงเป็นผู้ที่มีความเป็นพรหมอยู่ในขันธ์ 5 นี่สูงสุดพอดับขันธ์ 5 นี่แล้วก็หมดกันยังเหลืออยู่แต่ว่ามีชีวิตเป็นปัจจัยเป็นองค์ประกอบเป็นปัจจัยเป็นเหตุเหลือเท่านั้นเองเป็นอุปธิเป็นเหตุเหลือเป็นส่วนเหลือเป็นปัจจัยมีขันธ์ 5 รูปดาวขันธ์ 5 นี่เท่านั้นเองการยืนนานเท่านานจะยืนเท่าไรก็เป็นมนุษย์คือเป็นมนุษย์ที่อยู่ ถ้าเป็นของพระเจ้าที่เกิดสูงสุดอยู่ในคนก็เท่าที่อยู่ในคนพวกนี้เป็นความสูงสุดยืนนานอยู่เท่าใดก็เท่านี้มีก็มีเพียงขันธ์ 5 ของตนยังไม่แตกต่างยังไม่แตกดับเท่านั้นเป็นอย่างนั้นช้าที่สุดสำหรับตนไม่มีพระเจ้านิรันดรไม่มีพระเจ้านิรันดรพระพรหมอมตะอะไรไม่มีพระพรหมอมตะไม่มีพระเจ้าเดียวแต่มีพระพรหมมีเห็นเห็นมีชัดๆให้เป็นภพไม่มีพระเจ้านิรันดรครับผมเป็นชาติพันธุ์เหลือตัวยึดตนกันอีกแล้วถ้าสิ้นขันธ์ 5 ของตนลงเมื่อใดพรหมก็ดีพระเจ้าก็ตามของคนพวกนี้ก็เป็นอันสิ้นสุดลงหมดศูนย์ด้วยอย่างสนิทแท้จริง พระพรหมนี่ก็ตายไปกับเขาสำคัญกับเขาไม่เที่ยงไม่เที่ยงแท้ไม่ทันหรอกไม่เป็นตัวไม่เป็นตนแต่ก็มีต่อมีพระพรหมต่อศาลพระพรหมไว้มีทายาทมีพันด้วยกันพวกนี้เป็นต่อก็เป็นต่อเป็นเลขขาดต่อไปพวกนี้เป็นได้สุดท้ายทอดไว้พยายามมีอุดมการณ์ทีเดียวมันมีอุดมการณ์พยายามต่อสืบสานเจตนารมณ์มีเจตนารมณ์ในการสืบสานมีการสร้างสร้างสรรค์สร้างมีพุทธบุตรหรือมีพรมที่สืบต่อหรือมีสิ่งสูงสุดมีความประเสริฐพรหมแปลว่าความ นิคมพระจันทร์จะมีพฤติกรรมแห่งพรหมอยู่ก็สืบสานกันไปเรื่อยๆพฤติกรรมแห่งพรหมจะเป็นพรหมชั้นสูงหรือชั้นต่ำก็อยู่ที่ความสามารถในการที่จะสืบทอดกรรมพันธุ์กรรมพันธุ์ทุกข์หากเราทำเกินได้แล้วทำคลอดได้และมีขึ้นได้ก็เป็นธรรมชาติหรือเป็นกรรมฐานญาติที่ถูกแล้วแล้วเราก็จะต้องเข้าใจคุณลักษณะและก็ทำไม่เป็นแล้วก็เรามีแล้วเราก็ถ่ายทอดให้มีให้ได้มากๆเชื้อมากๆตระกูลก็ยังเหลือเยอะแต่เชื้อไม่มีมากตระกูลก็สั่นลงมันก็เป็นธรรมดาถ้าผู้รู้ที่พึ่งแท้ที่ยึดแท้ จึงเป็นพรมเร็วและพระเจ้าแต่ไม่เป็นพรมแดนพระเจ้าคือจึงเป็นพรหมแต่ไม่เป็นพรหมที่ยืนนานเที่ยงแท้จนได้ชื่อว่าอัตราอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีศูนย์หรือพระจิตวิญญาณใหญ่อันมีเป็นนิรันดรซึ่งกล่าวขานกันว่าปรมัตถ์อันอยู่นอกเมืองนอกตัวใดๆกับใครเลยเหตุการณ์บรรยายตรงนี้เป็นการล้มล้างแต่ความรู้พวกนี้แหละถึงบอกว่าเป็นเกรด Word เป็นคำกล่าวหรือเป็นคำบรรยายเป็นคำบอกครับยืนยันชี้แจงซึ่งต่อไปศาสนาทางตะวันตกเขาจะรู้เขาจะไม่เห็นแล้วเขาจะเริ่มเข้าใจว่าจะมีผู้ที่มีฤทธิ์มีเดช เปิดเผยตัวพระเจ้าตอนนี้เรารู้จักพระเจ้าอยู่แล้วจับพระเจ้าได้แล้วสัมผัสไม่ใช่สัตว์เราจะใช้จับประเด็นน่ากลัวน่าเกลียดพระเจ้าได้แล้วจริงๆมีการสัมผัสพระอาจารย์แล้วจะต้องใช้ภาษาที่โอ้ลงปฏิญาณตนอย่างสมัยพระพุทธเจ้าที่ต้องใช้ในยุคนั้นจะต้องใช้ภาษาที่พูดกับพวกที่เขายึดถือพระเจ้าใช้ภาษาที่จะต้องดูดีเป็นนอมพอเป็นไปไม่ดูถูกดูแคลนเพราะเราก็ยกย่องปกเราไม่ได้ดูถูกดูแคลนเราไม่ได้ดูถูกดูแคลนพระเจ้าและสิ่งสูงสุดเป็นสิ่งเหนือเป็นชนะเป็นสิ่งที่ดีเหลือเกินต้องมีต้องเป็นเราอาศัยความเป็นแล้วเราเป็นอยู่ก็จะเป็นอย่างที่พระเจ้าเป็น เทพบุตรเป็นอย่างพระเจ้าเป็นแท้ๆเป็นอย่างไรเราก็เป็นอย่างนั้นเราไม่ได้ถูกดูแคลนแต่เรามีความรู้มีปัญญาอีกชั้นหนึ่งมีญาณทัศนะวิเศษและมีการกระทำได้อีกอย่างหนึ่งที่เราไม่ต่อนิรันดรเราไม่ต้องไปอมตะเกิดไม่รู้ตายไม่เอาหรอกรู้ตายรู้เกิดเรารู้สภาพเกิดสภาพดับเรารู้สภาพเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเราทำให้มันเป็นอย่างที่เป็นนั้นจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปให้เป็นอย่างไรเราก็บังคับหรือเราควบคุมหรือเราครอบงำหรือเราสามารถอยู่เหนือให้เป็นอย่างนี้ถ้าเป็นอย่างนี้ให้ได้เป็นแล้วก็ ไม่ยึดมั่นเป็นแล้วจบก็รู้เวลาจบรู้เวลาเป็นโรคอาการซ้อนเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนแทรกละเอียดสุขุมเข้าไปในจิตวิญญาณอ่านจิตวิญญาณยังชัดแจ้งละเอียดละออความเป็นชัดเลยแล้วก็ควบคุมได้ตัวนี้เกิดมีดับอยู่ในตนเองนี่มันเหลืออย่างนี้ชัดเจนอย่างนี้หรือคือทำตนให้เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมอันประเสริฐสูงยอดของพรหมของพระเจ้าให้ได้ทุกขนาดทุกโอกาสที่แสดงตนตรวจตนความ ออกความเป็นอยู่มีความเป็นความมีตนนี่ก็แสดงตนที่เป็นยอดแสดงตนเป็นความประเสริฐเป็นคุณธรรมอันประเสริฐยอดหรือแสดงตนทีไรแสดงตนเป็นพระเจ้าให้ได้จนกว่าเราจะสูญสลายขันธ์ 5 แต่ทำลายไปเป็นที่สุดกว่าเราจะต้องแสดงว่าอันสุดท้ายก็ลองฟังดูติดต่อกันดูว่ารวมสรุปวัดสุดท้ายที่เขียนไว้ก็ว่าจงรู้แจ้งความเป็นพรหมเป็นพระเจ้าแห่งจริงให้ถูกตรงและทำตนให้เป็นพรหมเป็นพระเจ้าเองให้ได้หรือคือทำตนให้เป็นผู้ทรง คุณธรรมอันประเสริฐย่อซุ้มยอดของพรหมของพระเจ้าให้ได้ทุกขณะทุกโอกาสที่แสดงสดให้ได้จนกว่าเราจะสูญสลายขันธ์ 5 แต่ทำลายไปเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นคราวใดที่เราไม่แสดงตนเราก็ไม่มีตัวตนอะไรถ้าได้แสดงตนอันปรากฏเราก็แสดงตนเป็นพระเจ้าหรือเป็นจิตวิญญาณบริสุทธิ์เป็นจิตวิญญาณพระผู้ประทานกับผู้สร้างสรรค์จะแท้จริงนี่ก็เป็นสรุปจบสำหรับความเข้าใจให้ดีก็คิดว่าคงไม่ยากเย็นอะไรที่เราจะเข้าใจแล้วเราก็ต้องทำให้เป็นให้ได้เท่านั้นแหละไม่สำคัญและนี่เป็นพรหมชนิดที่ 2 เอาชนิด 3 พรหมจริยคุณจริยะหรือพรหมจรรย์คือคุณลักษณะทุกขนาดของความเป็นพรหมแท้ๆไม่เอาแต่พฤติกรรมแห่งคุณงามความดีหรือความประพฤติอันประเสริฐสำหรับผมนี่ก็ต้องหมายเอาแต่คุณงามความดีหรือความประพฤติอันประเสริฐพรหมคุณนั้นๆที่ยังมีในมนุษย์ซึ่งถ้าผู้ใดมีได้อย่างสูงส่งขนาดขั้นต่ำก็เรียกว่ามีพรหมจรรย์ตามที่ได้อธิบายไปแล้ว คือถ้าผู้ใดมีได้สูงสุดยอดกันถึงขั้นชนะก็เรียกว่ามีพรหมจรรย์ท่านชนะตามที่ได้อธิบายไปแล้วอีกเช่นกันตนเองหรือหากผู้ใดจะมีพรหมคุณลดน้อยลดหลั่นลงมาแค่ขั้นเท่าใดๆก็คือความมีพรหมจรรย์กันจริงๆเท่านั้นเท่านั้นอันนี้ก็เป็นความคำอธิบายธรรมดาพรหมจรรย์หรือพรหมจรรย์นั้นแปลความได้ว่าเริ่มต้นเข้าหาคำว่าพรหมจรรย์หรือพรหมจรรย์แปลความได้ว่าพฤติกรรมซึ่งอันประพฤติเรากับความประพฤติความคำแปลความหมายของคำพฤติกรรม จรรยาในประโยคความประพฤติความพระพุทธเจ้าเขาก็แปลกันเพราะว่าเขากลัวเขาจะเป็นผมซะเองเขากลัวจะเป็นผมเองคือผมนี่ก็เป็นอุดมการณ์หรืออุดมคติที่ยกเอาไว้ว่าจะต้องเป็นตัวเลิศเลิศอันหนึ่งอย่างนั้นทีนี้ถ้าผมว่าเราเองมีพฤติกรรมเรามีพฤติกรรมซึ่งประพฤติได้เหมือนที่กำหนดไว้ตามชมที่ว่านี้ก็เลยบอกว่าเป็นพฤติกรรมซึ่งอันตราย แต่มันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจอะไรจะเอาความหมายว่าอะไรก็ว่าไปคนละท่านคนละท่านแต่มันก็เหมือนกันทุกอย่างเป็นซ้ำซ้อนกันน่ะจะบอกว่าเหมือนที่สุดเท่าไหร่ก็ตามเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นความประพฤติอันประเสริฐเรายกมาเป็นยอดนายกมาเป็นสูงสุดอายุ 60 แต่ความประพฤติอันประเสริฐเป็นผู้มีพฤติการณ์เหมือนลมหมายความว่าอย่างนี้ก็ได้หมายความว่าเป็นความประพฤติอันประเสริฐหมายความว่าเป็นผู้มีพฤติกรรมเหมือนคำว่าพรหมในสมัยพุทธกาลนั้นมีความหมายถึงความประเสริฐสูงสุดดังนั้นผู้ใดมีความประพฤติอันประเสริฐอันสูงสุดจบเป็นยอดได้จึง เป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์นั้นได้พูดถึงพฤติกรรมสูงสุดไม่ได้มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาตามที่เขาว่าเขาไม่สูงกว่านี้เขาในสมัยผมของพระพรหมเองเค้าก็ต้องมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาจริงๆไม่รู้จักยึดเกาะจิตก็ไม่รู้จิตเขาก็เมตตาว่าที่เมตตามากบางคนก็อุ้ยแต่เขาก็เลยไปจนกระทั่งจะตายทุกตอนอย่างไรเขาก็ไม่พ้นทุกข์ตรงที่ว่าเมตตาจัดเป็นยังไงเขาก็ไม่สนใจกรุณากรุณาจัดเกินไปมุทิตามุทิตาจัดเกินไปยึดมั่นเกินไปเขาก็ไม่รู้มันก็เป็นทุกข์ได้เพราะเหตุใดอุเบกขาอุเบกขาจัดเกินไปมันจะไม่เป็นเรื่องเป็นราวเขาก็ไม่รู้ พรหมวิหาร 4 เน้นไปในทางไหนหนักก็ตามมันก็เป็นเชื้อแห่งทุกข์ได้แต่มันก็ควรมีมีแล้วเราไปติดมายึดจากที่เราพูดจากอนัตตาธรรมะอย่างอนัตตาเราก็ไม่มีปัญหาถ้าเราทำได้จริงมันก็ลงตัวถ้าเราประมาณได้แน่ๆแท้ๆด้วยเป็นเรื่องไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่เกินไม่พ้นไม่ขาดอะไรมันก็ยังดีเป็นผู้จบเพราะงั้นผู้ใดได้ลงวันจันทร์นี้แท้เต็มครบก็เลยว่าเป็นผู้จบพรหมจรรย์นั้นได้ผู้จบพรหมจรรย์นี่เป็นจำนวนของพระพุทธเจ้าอยู่จบพรหมจรรย์เข้าใจพฤติกรรม เทคโนโลยีลำลองมาเราจะไปรบคว่ำพรหมจรรย์โดยที่ว่าจบพรหมจรรย์แล้วไม่มีแล้วก็สลับความเป็นพรหมท่านจะอธิบายอนัตตาซ้อนไว้อธิบายเชิงอนัตตาบอกไม่มีตัวไม่มีตนจิตวิญญาณก็เป็นอนัตตาวิญญาณังอนิจจังวิญญาณังอนัตตาเอาความรู้อันนี้ซ้อนไว้คนที่มีปัญญาก็บอกก็ผมก็เป็นญาติเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์เพราะผมก็ผมก็ไม่เที่ยงแท้หรอกผมก็ไม่จริงแต่เขาก็เห็นได้คนที่มีปัญญาก็พอไม่กล้าลากิจก็เป็นได้เสร็จแล้วเราก็ปล่อยๆก็ไม่จบก็เป็นอนิจจังก็เป็นอนัตตาซ้อนไว้แต่เดี๋ยวนี้เรา พูดให้ชัดเลยชี้ฟึดๆๆได้เลยว่าอนิจจังอนัตตายืนยันเลยว่าไม่ใช่ตัวไม่ใช่ต้นไปชัดเจนเพราะอันนั้นตามนี้ประกาศมานาน 2,000 กว่าปีแล้วไม่ต้องมาเยาะเย้ยกันและกันเพราะงั้นผมวันจันทร์นี้ก็คือเป็นผู้มีความประพฤติราวกับพรหมนั่นเองแต่วงเล็บจันทร์หรือจริยธรรมแปลว่าความประพฤติและในศาสนาอื่นๆเขาก็เรียกผู้อยู่จบพรหมจรรย์ของเขาว่า อรหันต์ของเขาเหมือนกันในสมัยพุทธกาลโดยเฉพาะในอินเดียมีมากมายหลายลัทธิหลายศาสนาของพุทธก็เห็นอยู่ว่ามีคุณธรรมมากน้อยตามที่มีผู้ตามที่พูดสามารถมีปัญญาที่คุณจะเห็นได้จริงแม้บางทีจะมีเป้าหมายเน้นอะไรมากไปหรือน้อยไปก็ตามความเห็นของเจ้าลัทธิเจ้าศาสดานั้นๆถึงแม้ขั้นสูงสุดที่น่าสังเกตก็คือแต่ละลัทธิยังไม่วางสนิทในพรหมจักรที่ตนมีตนได้หรือยังไม่หมดรถในศักดิ์ศรีแห่งความประเสริฐนั้นมันยังเหลือเศษของอัตราอยู่อันนี้แหละเป็นเรื่อง ลึกซึ้งเป็นเลิศที่สุดประเสริฐไม่มีใครคิดได้แต่พระพุทธเจ้าคิดได้เห็นได้เข้าใจจิตวิญญาณได้และทำลายจิตวิญญาณได้ซึ่งเป็นศาสนาอนัตตาที่ประหลาดมากเป็นความหมายท่านคิดได้จับได้แล้วก็สอนไว้ได้แปลว่าเราต้องลองนึกถึงดูสภาพทุกวันนี้ศาสนาพุทธในเมืองไทยเพราะว่าศาสนาพุทธเป็นกอดไหมเป็นลักษณะของเมืองไทยเนี่ยมันเป็นก้อนเกือบหมดแล้วมันเป็นภาษาพูดแต่บัญญัติเป็นภาษาคำสอนของพระพุทธเจ้าต่อมาเท่านั้นเองอยู่ในบัญญัติแต่โดยความจริงพูดเล่นอย่างหนึ่งแต่ความยึดถือนั้นอย่างความเห็น เห็นจริงอย่างนึงนะแต่คำพูดแล้วก็เขาเข้าใจว่าอนัตตาอะไรก็ได้มันก็พูดแล้วก็เข้าใจเข้าใจไปอย่างนั้นแหละแต่โดยความเป็นจริงแล้วมันค้างกันมันไม่จริงมันโมหะมันเข้าใจไม่ถูกมันมีแต่อัตทุกวาทะมันจะยึดได้แต่แค่ว่าพระเท่านั้นเป็นอัตตาเป็นตัวที่เป็นอรหันต์ตาของเขาแม้เขาจะบอกว่าอนัตตาเนี่ยมันซ้อนนะอนัตตานี่เป็นอรหันต์ป่าของคุณใช่ไหมเอารหัสกับผลเนี่ยรหัสตาเนี่ยเป็นการเป็นอนัตตาหรืออนัตตาเป็นอรหันต์จะพูดแล้วพูดภาษา คือมันไม่มีตัวตนสภาพไม่มีตัวตนนี่แหละสภาพที่ทำได้จริงๆไม่มีตัวตนอันนี้แหละเป็นสภาพอัตราของพุทธจึงเรียกว่าอัตราสูงสุดอรหันต์อหังการ์อัตราสูงสุดที่เรียกว่าอัตราอยู่ก็เป็นอัตราสมมุติมีขันธ์ 5 นี่เป็นสัตว์ป่ามีสังขารและโลกมีสังขารมีขันธ์ 5 รุ่นเอากันได้อุบัติเหตุเหลือสุดท้ายนี่แหละเป็นอัตราแท้และสภาพนั้นว่างแล้วว่างจากกิเลสก่อนนะแต่มีวิญญาณนางจิตวิญญาณบริสุทธิ์จริงๆบริสุทธิ์และมีกรรมไม่หวงแหนมีสภาพอย่างนี้จริงๆ ไม่มีใครรู้ก็เห็นด้วยหรอกแต่ผู้รู้ผู้เห็นด้วยกันเข้าใจกันไม่มีปัญหาแล้วพรุ่งนี้มีอย่างงี้นี่เป็นอัตราของพุทธที่เป็นของคุณฟังแต่ส่วนสมัยนั้นเขาไม่เป็นอย่างนี้สมัยอย่างนั้นเขายึดถือเขามีอัตรานิรันดรไปจริงๆถ้าจะละลายจะไม่มีเขาจะไม่เอาเขาจะไม่มีไม่ได้เอามาตัดไปอย่างนั้นจริงๆซึ่งเป็นสภาพที่พระพุทธเจ้าไม่เห็นได้ ปลดปล่อยได้หมดวิญญาณอย่างนี้ได้มันสุดแปลกไม่ได้อะไรยังไงแต่ทุกวันนี้เรามีแต่เอาแต่ทุกวันนี้เรามีคำพูดนี้เรามีคำกล่าวนี้มีคำอธิบายในระยะที่ให้เขาเข้าใจอนัตตาสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีใครอธิบายหรือมีใครอธิบายไว้แล้วก็ล้างเลือดล้างเลือดจนไม่มีเหลือเชื่อขณะนี้กำลังลางเลือนแต่ยังมีเชื้อเพราะฉะนั้นจึงบอกว่าศาสนาพุทธยังไม่สุดเชื้ออนัตตายังไม่สูญเสียแม้แต่ภาษาก็ยังไม่สดเชื้อสมัยเราต้องภาษาก็สูงแล้วสมัยพระพุทธเจ้าเป็นเทวนิยมเป็น เป็นอย่างนั้นชัดแล้วเดี๋ยวผมนัดต่อไปศาสนาพุทธเสื่อมเสื่อมจนกระทั่งการประยุกต์คดียุคอะไรไปจนกระทั่งมันไม่มีใครพูดถึงศาสนาขึ้นมาทุกคนก็สบายไม่มีอะไรอัตราบริสุทธิ์ทั้งนั้นใหม่ๆเกิดใหม่ๆอยากพระพรหมเกิดมากินวันดีแล้วก็อยู่เป็นมนุษย์ชาติต่อไปอย่างที่ว่าเป็นพระพรหมบริสุทธิ์มากินเนื้อดินแล้วก็เกิดอยู่ในนี้มีชีวิตแต่มันก็ต้องมีเชื้อเกิดนั่นแหละจริงๆแต่เป็นเชื้อที่เหมือนกับเมถุนด้วยความว่าอะไรต่างๆนานาซึ่งมันเกินคาดคะเนแต่เขาก็เป็นของเขาอย่างนั้นจริงๆแล้วก็พวกนี้เรายังไม่เห็นมีผ่านพวกนี้ยังมีนิรันดรก็เลยต้องเกิดอยู่ก็ต้องอาศัยพวกนี้เกินไปพวกนี้ไม่ใช่พวกละลายแต่พวกนี้เป็นพวกส่งมาเกิดในยุคกลางถือว่าเชื้อก็มาเกิด เป็นต้นตระกูลอยู่ได้บ่บรรพบุรุษบรรพบุรุษปิดตามหาเป็นบาปพระบุรุษของมนุษย์ในโลกเป็นอันดับที่ว่าเป็นอาจารย์เป็นอีฟอะไรก็แล้วแต่อย่างเงี้ยซึ่งเราประสานกันศาสนาคริสต์ก็ว่าเราก็ไม่มีปัญหาแล้วไม่สงสัยอ่ะแล้วก็จ่ายแต่มันก็มันจะมาต่อกันที่นี่ศาสนาขณะนี้วันนี้ปัจจุบันนี้ความรู้สึกมันเป็นแบบเทวนิยมเป็นกลุ่มแล้วเป็นการอ้อนวอนร้องขอเป็นการมีสิทธิ์เป็นการโดยมีสิ่งลึกลับมีอำนาจพิเศษครอบครอง ขายอำนาจพิเศษที่ยิ่งใหญ่กว่าเพราะยิ่งใหญ่เองไม่ได้เดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นเราไม่ได้ลบหลู่ความยิ่งใหญ่ของผู้ที่มีคุณหรือของสิ่งที่ดีเราไม่ได้ลบหลู่คุณท่านหรือไม่ลบหลู่สิ่งที่ไม่ควรลบหลู่เราไม่ได้เป็นอย่างนั้นเราไม่ได้ลบหลู่แต่ว่าเราเองเราปลดปล่อยมันเป็นความปลดปล่อยยิ่งกว่าศาสดาใดๆที่จะมาปลดปล่อยได้เดี๋ยวนี้กำลังเพี้ยนก็ไปหาศาสนาเป็นกรรมและเป็นเทวนิยมไม่เป็นกรรมนิยมมีการออดฟ้อนร้องขอพึ่งพาอำนาจกลับไปอีก กลับไปอีกจริงๆแต่ยังเหลือเชื่อยังเหลือคำอธิบายถึงกระนั้นก็ตามแม้แต่คำอธิบายนั้นเขาก็ได้แต่คำจึงเรียกว่าน่าจะวาทะน่าจะวาทะแล้วเขาก็ยังมีอัตราจะแบ่งอัตราเป็นอรหัตตาเขาก็ได้ภาษาตาความจริงเขามีอัตราเขาจะล้างตาให้คนไม่ได้จึงเป็นอัตโนมัติโลกที่เป็นอันตรายอยู่จริงๆไม่หมดแท้มันก็มีภาษาพอคำอธิบายอะไรไปก็มีแต่ว่ามันคิดได้แต่ภาษายิ่งอัตภาพจริงๆมีแต่ภาษาแท้ๆเลยสภาพอากาศก็ไม่เรียนรู้อัตราตั้งแต่มันยังไปติดไปยึดติด ไปผูกพันเสพตั้งแต่ต่ำๆอบายมุขกิเลสกามโลกก็ทำอะไรอยู่เขาก็ยังยึดอยู่เหนียวแน่นก็ไม่รู้ตัวรู้ตนมีปัญญาเข้าใจภาษาของอนัตตาทำศาสนาหลักวิเคราะห์ถึงชะตาศุลกากรหรืออย่างนั้นอย่างนี้ก็เก่งเข้าใจเรียนครูพูดสอนคนก็ได้ด้วยแต่ประทับปรมะฟังคำสอนก็มากอยู่ทรงจำก็แม่นอยู่สอนคนก็มากอยู่แต่ประทับปรมะแต่ไม่ได้มีความบรรลุอะไรในชาตินี้เลยไม่ได้มีความได้อะไรเลยเขาก็เป็นได้มีจริงน่ะสิพระพุทธเจ้าท่านก็สอนมายืนยันด้วยเราก็เห็นเห็นแล้วก็เข้าใจบางคนไม่มีอะไรเลยมีแต่ภาษา มีแต่ว่าถ้าจะบอกว่าอัตตาเขาก็อธิบายอัตตาอธิบายอนัตตาก็ดีแต่เขานั่นแหละตัวอัดปลาแท้ๆที่ไม่ใช่อรหัตตาด้วยก็ไม่มีอรหันต์ตาด้วยเขาเป็นตัวอัตราเร่งๆเลยจริงๆเลยแต่เขาก็ไม่รู้จักอัตราที่เป็นอธิบายอย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน