220301-2-043 ทางเอกภาค2-ตอน043(หน้า106)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 13 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราได้พยายามอธิบายเรื่องของพรมชนิดที่เป็นจิตจริงๆเป็นตัวจิตจนกระทั่งเป็นกรรมวิธีนั่งหลับตาเข้าไปเล่นกับจิตจนกระทั่งเรียกกันว่าฌานแล้วก็เรียกกันอย่างนี้ติดกันอย่างนี้มัน และก็ยังนานต่อไปก็ยังจะหลงใหลเป็นอย่างนี้ยังจะเข้าใจอย่างนี้เพราะฉะนั้นคำว่าฌานที่อธิบายกันโดยไม่เข้าใจลักษณะแท้อธิบายกันว่ามันคือจะต้องได้แต่แค่ขอบเขตจำกัดอยู่แค่นั่งหลับตาจึงเป็นการอธิบายที่แคบและผิดเพี้ยนผู้อธิบายทานไม่เป็นแล้วก็ไม่รู้จักทานแท้ๆท้ายคนหลงทางทุกวันนี้จึงกลายเป็นฌานที่ไม่มีผลไม่มีประโยชน์แท้จริงอวดอุตริมนุษยธรรมที่ไม่ถูกต้องพูดได้หลงคำว่าฌานมีความ บัญญัติว่าฌานแล้วก็มาอธิบายฌานไปแค่ในขอบเขตของการนั่งหลับตาศาสนาพุทธจึงแคบแล้วก็ไม่ๆๆไม่รุ่งเรืองให้เจริญโดยความหมายของฌานของศาสนาพุทธนั้นมันกว้างกว่านั้นมันเป็นการเพ่งเผาเป็นการทำลายกิเลสนิวรณ์ออกจากจิตเหมือนกันถ้าเกิดว่าเราทำลายกิเลสนิวรณ์ออกจากจิตมีการไม่มีกิเลสนิวรณ์เมื่อใดจะไม่ว่าหลับตาอยู่ลืมตาอยู่ทำงานอยู่เป็นอะไรอยู่ก็ต้องล้วนมีฌานคำว่าได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 ก็คือกรรมวิธีที่เราจะต้องทำให้เราปราศจากนิวรณ์แม้ในขณะที่เราเอง ยืนเดินนั่งนอนมีสติปัฏฐานใดๆก็ตามถ้าเราทำฌานได้จิตของเราว่างดีเป็นปกติในขณะสำนึกมีสติอยู่มันก็จะเป็นฤทธิ์เป็นกำลังในการที่จะรู้รอบแล้วก็จะได้ตัดเป็นสิ่งที่จะจอนมาสัมผัสปัจจัยที่จะสัมผัสกับเราทุกอย่างไม่ว่าทั้งทวารตาหูจมูกลิ้นกายแล้วก็จะมีวัตถุนอกมีการปิดภายนอกมาประสานหรือมีภายในผัสสะขึ้นมาเราก็จะสามารถรู้เห็นและกระทำวิมุตได้ดีขึ้นทานเป็นฐานที่จะทำความ สำเร็จทำอภิญญาทำความเก่งให้แก่ตนได้อย่างเก่งเป็นบาปฐาน
อ่านต่อ
บางคนไม่เข้าใจจะอธิบายกับธรรมะเป็นเรื่องอีกเรื่องนึงและอธิบายกันว่าไม่มีชายแม้พระอรหันต์บางองค์ก็ไม่มีฌานแต่พระอนุญาตบางองค์ไม่มีชายนี่เป็นความเข้าใจผิดของเกจิอาจารย์ซึ่งขัดกับหลักฐานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ในสามัญมีผลสูตรพระพุทธเจ้าท่านบอกว่านี่คือสามัญสามัญนี่คือปกติคือธรรมดาส่วนใหญ่สามัญปกติทั่วไปก็เป็นอย่างนี้คือเป็นผู้มี ได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากแล้วจึงจะเกิดอิทธิวิธีหรือเกิดญาณทัศนะเกิดมโนมยิทธิเกิดอิทธิวิธีตรวจสอบทิศเปโตรไปรยายานเกิดไล่ไปจนกระทั่งถึงอาสวักขยญาณมันไม่ใช่ความแปลกประหลาดเป็นสามัญไม่ใช่วิสามัญวิสามัญคือความแปลกประหลาดหรือเป็นความได้โดยยากความเป็นสัดส่วนของแต่ละบุคคลต่างหากเรียกว่าวิสามัญถ้าจะเรียกว่าคนไม่มีฌานนั้นน่ะเป็นวิสามัญและถูกผู้ที่ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วถูกต้องมาตามทางเป็นสามัญญาผลแล้วมีผลได้เป็นสามัญแล้วมีฌานเป็นปกติธรรมดาถ้าผู้ไม่มี ตรัสรู้ได้โดยไม่มีฌานนะไม่ใช่ไม่มีฌานแต่คนเขาก็ไม่เข้าใจฌานแต่มองเผินๆเหมือนไม่มีฌานเพราะฉะนั้นจะบอกว่าไม่มีฌานนี้ก็ไม่มองเผินๆที่จริงมีทานทุกคนทุกองค์คือจิตไม่มันปราศจากนิวรณ์เป็นขั้นตอนพระเจ้ามีฌานนั่งฟังธรรมพระพุทธเจ้าอย่างมีฌานมีทีเดียวถึงได้บรรลุง่ายๆใดๆอย่างนั้นน่ะเข้าใจมีอิทธิพลเข้าใจจับจิตจับอะไรได้อย่างมีฌานฌานพาให้วิมุติจะควบคู่กันเสมอ จะควบคู่กันเสมอใกล้แก่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในส่วนใดส่วนใดจะบอกได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 และก็ถึงซึ่งการหมดอกุศลจิตทั้งหลายแหล่จับสิ้นอาสวะเป็นปัจจุบันนั่นเทียวเข้าถึงแล้วแลอยู่ต่อกันเสมอๆเป็นเหมือนกับคู่สำคัญที่เป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นเมื่อไม่รู้จักจริงเกจิอาจารย์ในรุ่นหลังในระยะพันปีกว่าโดยเฉพาะพุทธโฆษาจารย์หรือมรรคอะไรที่ที่เขียนตำราพระอภิธรรมกล่าวปฏิเสธ โมคคัลลาเป็นพวกพิเศษพวกที่ไม่ได้ทานแบ่งเป็นอรหันต์สุขวิปัสสโกอรหันต์แห้งแล้งเพราะว่าไม่มีฌานไม่มีฤทธิ์พิเศษไม่มีฌานไม่มีฤทธิ์พิเศษหรือเป็นอรหันต์แห้งแล้งสุขคำแปลว่าแห้งสุกสุขแปลว่าแห้งแกบอกไปว่าอาหารที่แห้งๆแรงๆไม่มีเครื่องอลังการไม่สระสวยเป็นพระอรหันต์เหมือนกับคนกระจอกกระจอกคนจนไม่ร่ำไม่รวยไม่สดชื่นไม่มากมายมันยังเขาไม่มีเครื่องกำลังกายไม่มีเครื่องตกแต่งก็เลยตั้งชื่อว่าเป็นพระอรหันต์สุดของวิปัสสะ สวนพระอรหันต์ที่มีเครื่องอลังการอย่างน้อยมีเตวิชโชมีฤทธิ์เดช 3 อย่างมีแต่วิโชคคำกล่าวเตวิชโชมีของพระพุทธเจ้าแต่สุกขวิปัสสโกไม่มีไม่เคยเห็นแต่แต่วิมลมีชรภิญโญมีจตุปัจจัยคำกล่าวว่ามีเป็นความรู้ที่รู้เพิ่มเติมมากมายขึ้นเป็นความเชี่ยวชาญขึ้นแต่ความหมายของแต่วิโชคความหมายสำหรับภิญโญกับความหมายของเศรษฐกิจสังคม หลับตาก็เป็นนั่งระลึกชาติดับดับนั่งหลับตาแล้วก็บุพเพนิวาสานุสติญาณดำดินหลังคลอดไปเลยจึงจะเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณหรือระลึกและก็ปั้นรูปปั้นเรื่องขึ้นมาเป็นอะไรก็ได้ไปหาเด็กเข้าใจว่าระลึกถึงสภาพที่ย้อนอดีตมาปลุกพระแปลว่าเก่าก่อนที่ผ่านมาจะเมื่อไหร่ก็ได้ดังที่ได้อธิบายสู่ฟังไม่ได้หมายเอาอย่างนี้ด้วยซ้ำพวกนี้เรียกว่าตัดไปเกินรอบไปโน่นก็ได้ไม่มีปัญหาสำหรับผู้ที่ถึงจึงเข้าใจในบทพระนะบุพเพสันนิวาสสติระลึกถึงสภาพที่เราได้อย่างอยู่เป็นอยู่มาก่อนแม้ระยะใกล้วินาทีที่แล้วนาทีที่แล้วไปจนกระทั่งถึงชาตินี้ชาติที่แล้วอีก ก็ไม่มีปัญหานี่ตีกลับตีกลับกีดกันก็ไม่มีปัญหาเราไม่สงสัยสำหรับผู้ที่รู้ดีเข้าใจดีแล้วไม่เถียงไม่สงสัยจะนั่งหลับตาหรือลืมตาก็ไม่มีปัญหาอีกไม่มีปัญหาแต่พวกที่ไปนั่งหลับตาเอาถึงจะได้และหลับตาแล้วจะต้องไปไม่ใช่ในชาตินี้ระลึกชาติต้องถือว่าชาตินั้นก็คือร่างกายรูปคันนี้ไปถึงเอาตัวตนที่มีรูปรูปร่างๆต้องไปนั่งปั่นเป็นตัวตนรูปร่างออกมาเป็นรูปประหลาดอีกรูปนึงซึ่งไม่ใช่รูปแทงก่อนนี้เอาประเภทเครื่องปั่นซึ่งเป็นเรื่องปลอมเยอะเป็นเรื่องปลอมเยอะขอบอกกล่าวว่าอย่างนี้ด้วย ได้หลอกคนมามากกว่ามากแล้วจึงเป็นศาสนาที่ออกนอกประเด็นออกนอกความหมายไปเยอะทำให้คนหลงผิดหลงพลาดแล้วก็กลายเป็นผู้ที่น่าสงสารมากดูเดี๋ยวนี้ยังมีอีกเยอะแล้วก็นั่งปั่นน่ะสิที่จะเป็นอุปทานของตัวเองเพราะรัฐบาลมีแนวโน้มอะไรก็นั่งปั่นไปจนภาพนั้นรูปนั้นเกิดสำเร็จด้วยจิตขึ้นมาบนจอนิมิตเป็นมโนมยาอัตราส่วนให้ตนเองได้รับทราบก็ยึดเอาอันนั้นว่าเป็นของจริงของตนเป็นของจริงที่ตัวเองแน่ใจในสิ่งนั้นแล้วมันก็หลอกผู้นั้นอยู่เช่นผู้ที่คบหากับเราก็นั่งหลับตาก็รู้ตัวคนนั้นคนนี้ตรวจอย่างนั้นอย่างนี้แล้วมันก็หลอกตัวเขาเองโดยอุปทานของเขาโดยจิตสำนึก ธุรกิจของเขาทั้งหมดที่เขามีความเชื่อมั่นที่เขามีความเห็นจริงที่เขาเป็นที่จริงไอ้ภาพปรากฏนั่นก็คือตัวจริงของเขาคือไอ้ผลที่สรุปผลที่คำนวนแล้วเสร็จสรรพออกมาในของเขามันเป็นอันนั้นไม่ใช่อันอื่นหรอกอันนั้นแหละมันผิดก็ผิดเป็นของเขามันถูกก็ถูกเป็นของเขาเท่าที่เขามีภูมิปัญญามีความรู้สูงสุดของเขาขนาดนั้นมันประกอบไปด้วยกิเลสประกอบไปด้วยความเชื่อมั่นของเขาเองความหลงของเขาเองความอยากได้อยากเป็นของเขาเองเพราะจิตมันโน้มน้าวมีความอยากได้อยากเป็นที่เป็นอย่างนี้ทั้งมากคนใดก็น้องไปได้หาทางผิดเพราะเหตุที่อยากหรือตัณหามันต้องการมากคนใดมันจะเป็นอย่างนั้นแค่เรา เขาบอกว่าคนนี้ไม่ใช่พระอรหันต์หรอกนั่งหลับตาไปดูมันก็จะออกมาเป็นภาพไม่ใช่หรอกเป็นอย่างนี้มันก็บอกอย่างนี้เป็นต้นแต่เขาก็จะบอกมาว่าเออนี่ไม่ใช่พระอรหันต์ฉันตรวจดูแล้วตามเครื่องก็จริงตรวจคนนี้คนนั้นก็เป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วมันก็จะนั่งตู้บอกมันก็จะออกมาเป็นสัญลักษณ์หรือออกมาเป็นนิมิตหรือออกมาเป็นเครื่องหมายแห่งผลสำเร็จของผู้ที่มีอุปทานสุดยอดของจิตผู้นี้ต้องการให้เป็นแล้วมันก็จะเป็นอย่างที่เขาหมายมันตามภูมิปัญญามีภูมิปัญญาประกอบด้วยคือมีปัญญาว่าเค้าน่าจะเป็นอย่างนี้นะแม้แต่ใจอยากให้เป็นแต่มันมีมันมีปัจจัยที่ทำให้เขาเห็นอยู่ว่าไม่น่ะมันไม่น่ะมันมีส่วนและชนิดของมันก็เป็นเครื่องลบเครื่องบวมอยู่ในตัวแล้ว สรุปผลออกมาแล้วมันเป็นอย่างนี้หรือสิ่งที่ปรากฏนั้นเป็นสิ่งสรุปผลของการจะเรียกว่าอะไรส่งการทำการบวกลบคูณหารจะเรียกว่าอะไรการผลการคำนวณสูงสุดเรียกว่าการคำนวณก็ได้จะเรียกว่าอะไรนั่นน่ะมันสรุปออกมาผลสำเร็จของเขาออกมาเป็นอย่างนี้เสมอแล้วมันหลอกคนเพราะมันมีกิเลสคนผู้นั้นมีกิเลสไม่ใช่ไม่มีกิเลสการปรากฏนิมิตอะไรต่างๆจึงหลอกคนมาได้มากมายมากจริงๆเป็นเรื่องน่าสงสารเราเพื่อจะทำอย่างถูกต้องผู้จัดทำปรากฏภาพวันนั้นออกมาถูกต้องก็จะต้องปราศจากกิเลสที่จริงเพราะราคาใดที่เขาขับ ผักกิเลสออกจากจิตได้มากๆก็พยายามที่จะใช้ทำให้ปรากฏภาพนั้นออกมาจริงๆและถ้าเขามีความรู้นะเขามีความรู้สูงถึงพร้อมภาพประกอบนั้นจะเป็นของจริงจะเป็นไม่ใช่ของจริงหรอกจะเป็นความถูกต้องที่จริงของจริงไม่มีเขาจึงไม่มีจะเป็นผลบอกหรือเป็นภาพออกมาปรากฏเป็นนิมิตหมายให้เห็นว่าจะคืออันนี้แล้วก็เป็นความถูกต้องแท้จริงมันไม่ใช่อันนั้นไม่ใช่ว่านั่งไปเห็นคนเกิดวัฒนธรรมที่ฉันก็ไปเห็นนี่ของเขาวิญญาณจิตวิญญาณของเขาหรือตัวของเขานี่เป็นอย่างนี้อยู่แล้วมันไม่ใช่มันจะได้บอกว่าเราเลือกชาติใดคนนี้ไม่ใช่หมายความว่าเป็นลึกไปตามจิตวิญญาณของคนนี้มีของจริงอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ก็ติดปืนยางก็อยู่ที่ตัวเขาอยู่นี่แล้วทานให้เขาคนนั้นระลึก ยังไงเราก็เขานั่งอยู่นี่ทำท่อแล้วจิตวิญญาณก็อยู่ที่ตัวเขานี่ไประลึกไปหาจิตวิญญาณที่เคยเกิดเคยเป็นเมื่อชาติโน้นชาตินี้มันไม่มีไม่มีหรอกให้คิดดูง่ายๆว่ามันเป็นเรื่องหลอกตัวเองอยู่แล้วมันเป็นเรื่องจิตวิญญาณทำไมล่ะอ้าวคนโน้นทำไมมันมาอยู่นี่ล่ะเพราะจิตวิญญาณมันไม่มีหลายตัวคุณจะวิญญาณที่อยู่ที่ตัวเขาเดี๋ยวนี้แล้วบอกว่ารสชาติให้เขาแล้วรสชาติเราชาติตรงไหนแล้วเขามาเกิดอยู่นี่แล้วไปทิ้งอยู่ไหนอ่ะบอกว่าอดีตอดีตก็เป็นแต่เพียงระลึกถึงประวัติศาสตร์ความจำได้ก็เขาควรจะจำได้สัญญามันควรจะอยู่กับเขาแล้วเราดันไปรู้เขาอีกอย่างเงี้ยนั่งเล็งให้เขาตัวเองก็ระลึกความจำของตัวเองไปต่อก็ยังไม่ว่าอะไรมีพละลึกคือเขา ไปเห็นภาพว่าเกิดแล้วก็ไปหลงเอาไว้เป็นของจริงไม่ใช่เป็นนิมิตเป็นเครื่องหมายเป็นภาพปรากฏบอกให้เขาเท่านั้นเองก็คือผลสรุปของความรู้ที่ผู้นั้นปั้นรู้ขึ้นมานั่นแหละมันมีอีกหลายแง่หลายเงินค่อยๆฟังค่อยๆอาจจะเข้าใจไปจะเห็นลักษณะชัดๆเนี่ยก็พยายามที่จะอธิบายออกมาให้เข้าใจให้เห็นจริงเป็นความรู้ทางพิเศษทั้งอะไรต่ออะไรที่หลงใหลกันที่ไม่เข้าร่องเขารู้เพราะบุพเพนิวาสานุสติญาณก็ดีหรือแม้แต่ไปอธิบายประการเป็นการรู้การเกิดการดับแล้วก็สับสนจนกระทั่งไปอธิบายการเกิดการดับก็ไปนั่งแล้วนึกชาติอีกแหละ ไปถ่ายรูปการเกิดการดับของผู้นั้นผู้นี้ปนเปกันเลอะเทอะทั้งๆที่ความหมายไม่ใช่บุพเพนิวาสานุสติญาณก็หมายความว่าระลึกถึงความเก่าที่ผ่านมาทั้งหมดและในความเก่านั้นมีจุดตู่ประปาแต่ยายมีความเกิดความดับอยู่ในความเก่านั้นทั้งมวลเห็นความเกิดเห็นความดับเพราะฉะนั้นเข้าใจศาสนาเข้าใจธรรมะก็รู้ว่ากิเลสเกิดกิเลสดับกิเลสมีอยู่ตั้งอยู่หรือว่ามันเกิดมันดับอยู่ดับอยู่เมื่อไหร่เกิดอยู่เมื่อไหร่เกิดนานเท่าไหร่หรือว่าดับมันได้แล้วดับโดยที่มันดับไปเองตามธรรมดาหรือว่าดับเพราะเราได้เคยขัดดับมันมาแล้วพอมันเคยเกิดกับเรามาตั้งนานแล้วเราก็เคยขัดกลับมาแล้วมันก็อ่อนแรงมาจน เกิดน้อยลงน้อยลงจนถ้ามันเกิดน้อยจนกระทั่งมันไม่เกิดแล้วตอนนี้มันดับสนิทแล้วมันก็ไม่เคยเกิดมาอีกตั้งนานแล้วญาณที่รู้ปัญญาที่รู้ความไม่เกิดอย่างนี้เราก็รู้ว่าเอาอะไรไม่เกิดหมายเอาอะไรไม่เกิดไม้เอากิเลสไม่เกิดหมายเอาโอ้นี่อย่าว่าแต่ไม่เกิดจากกิเลสละเอียดซ้อนลงไปก็ไม่เกิดอนุสัยอาสวะก็ไม่เกิดดับสิ้นจึงเป็นผู้ที่มีญาณรู้อาสวะอาสวะขยะจึงรู้การสูญสิ้นดับไปการไม่มีแล้วซึ่งอาสวะอย่าว่าแต่กิเลสธรรมดาเลยมันดับสนิทกันนะมันไม่มีแม้แต่อาสวะแล้วนะวันเวลาที่ผ่านมาโอ้ยแต่ก่อนโน้นนานมาแล้วที่มันดับมันดับมานานมาแล้วหรือเพิ่งกลับใหม่ๆ มันจะได้มีญาณมีปัญญารู้ตัวรู้เข้าใจรู้ไม่ใช่ไปรู้อะไรอื่นจึงจะเห็นสัมพันธ์กันหมดบุพเพนิวาสานุสติญาณอาสวะขยะสัมผัสกันเกี่ยวข้องกันเมื่อไหร่เห็นอะไรระลึกถึงความเกิดความดับระลึกฝ่ายจนกระทั่งรู้ในความเกิดความดับเห็นความดับสนิทแห่งอาสวะจึงเรียกว่าอาสวักขยญาณและอย่าไประลึกถึงคนละเรื่องคนละราวหรือโมเมโมเมเอาอาสวะขยะไปตัดไว้ข้างหน้าไอ้พวกนี้ไม่มีไม่ใช่มันเกิดสัมพันธ์กันมาหมดเลยตั้งแต่หัดฝึกปรือมาตั้งแต่มีมันอีกชีวิตที่มีสดทิศมีเจโตรพอพยายามมีสิ่งเหล่านั้นฝึกปรือมาจนกระทั่งตรวจสอบทบทวน หนังพระพุทธเจ้าจะนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ในตรวจสอบดูหรือท่านชี้ให้เราไปไปนั่งทบทวนทบทวนอยู่ไหนที่ไหนก็ได้ว่างเมื่อไหร่ไปนั่งไม่มีอะไรไปนั่งทุกข์ทบทวนตรวจสอบไม่ใช่ให้ไปนั่งเพ้ออะไรนั้นวิปัสสนาทบส่วนตรวจสอบใช้แต่วิชาเป็นส่วนใหญ่ระลึกร่างกายตรงเห็ดของหมั้น ตัวนี้เป็นกิเลสไม่เป็นกิเลสมันจะติดสายมันจะเห็นจริงเพราะว่าเราไม่มีแนวโน้มไม่มีจิตโน้มไม่มีตัณหามันดึงไปจูงไปมันไม่เอียงไปเองไม่มีอคติมันก็จะตัดสินได้มันก็จะตรวจสอบตนเองได้แม่นยำดีเอออันนี้เรามีไม่มีอันนี้เราได้ไม่ได้เราก็จะได้รู้ตรวจไปเสมอทำเสมอตรวจเสมออ่านเสมอทำกันไปทำไปตรวจไปฝึกไปเปลี่ยนไปตรวจไปอ่านไปรู้ไปอันไหนหมดอาสวะอาสวะอันไหนหมดก็รู้อันไหนยังไม่หมดก็รู้เราก็ถึงจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทำงานอย่างรู้ได้รู้มีเหมือนกับผู้ที่ขายที่ขายก่อนนะไปทำไปคิดบัญชีไปรับตรวจสอบต้นทุนกำไรไปเสมอ เราก็จะได้รู้ว่าเราเป็นเศรษฐีอยู่หรือเปล่าเราเป็นมโนเสฏฐามโนมยาเราได้เป็นผู้เจริญขึ้นเจริญขึ้นตลอดเวลาหรือเปล่ามีเศรษฐกิจดีขึ้นหรือเปล่าเศรษฐกิจในเศรษฐกิจธรรมะเราก้าวหน้าในการภาพเพียงกระทำจริงอยู่หรือเปล่ามันจะได้เห็นจริงมีจริงไม่เข้าร่องเขาลอยอธิบายไปโชว์ทุกวันนี้อธิบายเกจิอาจารย์ที่ไปหลงไหลฌานผิดจึงมาอธิบายไปโชว์ก็ไปเป็นเดรัจฉานวิชาอธิบายฉลากภิญโญก็เป็นเดรัจฉานวิชาส่วนปฏิสัมภิทัปปัตโตนั้นน่ะไม่ต้องไปนั่งหลับตาหรอกเรียนกันโคลงโคลงอย่างเดียวนี้ตั้งมหาวิทยาลัยเป็น ปัตโตก็คือเป็นปัญญาเรียนนิรุตติเรียนปัญญาเรียนปฏิภาณเต็มอยู่เดี๋ยวนี้เป็นมหาวิทยาลัยต่างๆไม่ใช่ไปนั่งหลับตาลืมตาจ้อเลยเรียนกันไปขีดเขียนกันไปบอกกล่าวกันไปมากมายทางด้านเสริมปัญญาแก่กันและกันหนังแนะนำบอกเธอคิดอย่างนั้นอย่างนี้ให้คิดไปคบคิดหาวิธีอะไรให้คิดในคบกันออกไปอย่างนั้นอย่างนั้นก็เร็วกว่าเดรัจฉานวิชาเหมือนกันคือความคิดออกนอกทางไม่ได้เป็นไปเพื่อความละอายแต่เป็นไปเพื่อความสั่งสมกิเลสด้วยซ้ำยิ่งคิดได้กว้างขวางยิ่งเรียนได้มากมายถือต้นถือตัวมีมานะเพราะการที่จะไปเรียนวิชาหรือไปรู้เรื่องเปรตวิโชคก็เป็นเดรัจฉานวิชาฉลาด ก็เป็นเดรัจฉานวิชาก็เกิดมานะเหมือนกันโดยการเก่งหลงตนว่าเก่งฉันระลึกชาติได้แล้วก็นั่งระลึกชาติเอาอย่างที่ว่านั่นฉันรู้ความเกิดความดับแต่เขาจะพูดความเกิดความดับไม่มาถ้าผู้เข้าทางศาสนาพุทธและจะไม่พูดบุพเพนิวาสานุสติญาณมากแต่จะพูดจู่ๆอุปาทานมากฟังดูดีๆนะใจไปโชว์เนี่ยถ้าผู้ที่เข้าเข้าใจเรื่องธรรมะดีจะพูดถึงเรื่องความเกิดความดับของกิเลสของอารมณ์จิตของสิ่งที่มันน่าเกิดน่ารักที่มันเกิดแล้วก็รู้ความเกิดแล้วก็ดับความเกิดได้เนี่ยทำไมมันสำคัญมันๆเคี่ยวมันเห็นจริงเห็นจริงดีแต่ถ้าผู้ที่เป็นหลงเดชาจะพูดถึงเรื่องบุพเพสันนิวาสเป็นเด่น แต่ผู้ที่ปฏิบัติธรรมะเข้าเข้ามาเข้าพ้นแล้วจะพูดถึงจุดตัวประปาพยานการความเกิดความดับจะเกิดดับของกิเลสตัณหาอุปาทานเกิดความดับของโลภะโทสะโมหะความเกิดความดับของไอ้สิ่งอย่างนั้นอย่างนี้แม้แต่รูปแม้แต่วัตถุแม้แต่ความเป็นอยู่เนี่ยเราดับแล้วเราดับอบายมุขแล้วเราดับเลือกที่ต่ำทรามระดับแล้วเราไม่มีอารมณ์ไม่มีความไม่มีจะไม่พูดธรรมดาได้จะแสดงให้เห็นได้ชัดๆด้วยจะอวดถ้าจะเผื่อว่าจะภูมิใจจะภูมิใจในสิ่งนี้จะอวดโชว์ก็อยากโชว์สิ่งนี้ด้วยไอ้นี่เราไม่เอาแล้วเราตัดขาเราดับเราตัดวัฏฏะไม่มีไม่เป็นมันภาคภูมิใจกว่าจะไม่ไปนั่งโม้ไอ้เรื่องบุพเพสันนิวาสอะไรมาก เป็นข้อสังเกตเพราะถ้าผู้ใดหลงฌานจะเป็นหลงบุพเพนิวาสานุสติญาณหลงชาญหมายคำว่าเข้าใจชาญถ้าผู้ใดเข้าใจฉันหรือทำชาญถูกจะแสดงออกหรือว่าโชว์จะเรียกว่าหลงก็ตามภาคภูมิกับจู่ๆปะยางมากกว่าเดวิด สังเกตให้ดีๆเถอะจะฟังดูเหตุผลเข้าใจดูดีๆจะเห็นชัดใช้ปัญญาตรวจดูดีๆจะเห็นจะเข้าใจเพราะการอธิบายนี้ก็เป็นความเห็นของแต่ละบุคคลที่ชี้ให้ฟังนี่ก็บอกแนวบอกทางแล้วว่าสิ่งนั้นผิดออกนอกลู่นอกทางสิ่งนี้ถูกนี่เป็นความเห็นของผมและเป็นความเชื่อมั่นว่าทุกข์เป็นสัจจะจริงใจบอกกล่าวกันฟังเอาไม่ได้บังคับให้ใครเชื่อไม่ได้บังคับให้แกเห็นด้วยแต่ผมมีสิทธิ์จะบอกว่านี่ถูกนี่ผิดผมเห็นว่าไอ้นี่ถูกผมบอกว่าถูกไอ้นี่ผมเห็นไอ้นี่ว่าผิดผมบอกว่าผิดแต่ส่วนคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่ได้บังคับคนพิจารณาและก็โสดไปทดสอบเอาให้จริงๆจังๆแต่คุณจะเข้าใจอย่างไรและคุณ พิสูจน์อย่างไรถึงจะประสบผลอย่างไรคุณทำอย่างนั้นก็ได้นะไปนั่งหลับตาแล้วก็นั่งระลึกปั้นได้ผมเคยเล่นมาทำไมจะไม่ได้แล้วผมเคยบ้าๆเมาๆผิดๆถูกๆมาแล้วไม่ใช่ไม่เคยเมื่อไหร่แล้วเคยมานั่งระลึกชาติตัวเองนี่แบบนั่งหลับตาก็เคยเดี๋ยวนี้เวลาลึกเหมือนกันแต่มันต่างกันแล้วเห็นด้วยซ้ำไปว่าแต่ก่อนนี้ระลึกบ้านึกว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นจริงๆผิดแต่ก่อนนี้ก็นึกว่าจริงถูกนึกว่าถูกแต่เดี๋ยวนี้แกยังเห็นความแก่ของมันแต่สิ่งที่ถูกมันก็มีบ้างสิ่งที่ผิดมันก็มีแต่อย่างนี้ระลึกอย่างที่เป็นแท้เป็นอภิญญาแท้ของคุณเนี่ยมันไม่ผิดมันยิ่งยืนยันว่ายิ่งระลึกยิ่งชัดยิ่งเรารู้ยิ่งชัดยิ่งนับวันยิ่งชัดยิ่งมีเหตุมีปัจจัยยิ่งมีสิ่งที่เกี่ยว ยังมีสิ่งที่ผูกพันสัมพันธ์ยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งจริงจังยิ่งมีจริงเลยยิ่งมีเหตุมีผลมีเรื่องมีราวมีนิทานมีเหตุมีนิทานมีสมุทัยมีปัจจัยเกี่ยวข้องชาติยิ่งขึ้นเลยยิ่งนับวันยิ่งชัดการระลึกแบบของพระพุทธเจ้าแบบฉบับประเพณีวาสานุสติญาณมีเหตุมีผลจริงๆนะมีตัวมีตนได้มีนิมิตรูปร่างได้แม้ไม่มีตัวมีตนไม่มีมีรูปร่างเป็นมนุษย์ตาเป็นแต่เพียงอารมณ์ตาก็ได้รู้ได้ทั้งแบบรูปดูได้ทั้งแบบนามทำเป็นสำคัญอยู่ก็รู้ได้ทั้งลูกทั้งนามจะทำนิมิตเกิดขึ้นได้พระพุทธเจ้านี่ยังขับอยู่ท่านจะรู้แบบสัพพัญญูจะได้มีแต่มีรูปร่างเกิดปรากฏตามพวกสายสร้างนิมิตบอกก็ได้ จะให้รู้แต่ตัวจริงมันเป็นตำนานมาทำเป็นรูปแล้วเป็นเรื่องไม่มีรูปมีนามว่าเป็นเรื่องมันก็จะไม่มีรูปไม่มีนามเป็นเรื่องไม่มีตัวตนสิ่งที่ไม่มีตัวตนจิตวิญญาณไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวตนแต่รู้แต่เข้าใจเลยเห็นอาการกิริยาเห็นไอ้นั่นน่ะชัดๆเลยก็ได้เป็นฝันเห็นพยานหรือจะมีนิมิตยานหรือจะมีสัพพัญญุตญาณระลึกได้ไปสัพพัญญูในแบบฉับพลันอยุธยาก็ได้ใครเก่งเท่าไหร่ล่ะใครเข้าใจเท่าไหร่เก่งเท่าไหร่มันจะระลึกได้ทั้งนั้นมีแต่ฤทธิ์โชว์ก็ต้องรู้ต้องเข้าใจแยกแยะประเด็นที่ถูกที่ผิดให้ชัดเจนแม้แต่ชนะภิญโญถ้าใครอ่านสุดยอดปาฏิหาริย์แล้วอันนั้นมันอยู่ภาค 3 เองก็จะเข้าใจ สรยุทธหรือว่าอิทธิวิธีที่ถูกเป็นยังไงสิทธิวิธีก็ตามโสดทิพย์ก็ตามเจโตปริยญาณก็ตามแล้วหลักฐานในพระไตรปิฎกหลักฐานบาลีต่างๆมาอธิบายแยกแยะให้ฟังแม้กระทั่งแปลกันมาว่าอย่างนี้ก็ได้พยายามแปรตามและเราแปลให้ฟังอีกซึ่งไม่ใช่แปลอย่างไม่มีเหตุผลแปลไม่มีเขาเงื่อนแปลไปแล้วเธอก็ไม่ใช่แปลให้เห็นชี้ให้เห็นชัดๆเพราะมันลึกซึ้งนะมันเป็นอย่างนี้นะแล้วมันมีความถูกต้องกว่ากันไหมแต่แปลพยายามอธิบายแม้แต่คำว่าหยั่งรู้จิตอื่นอย่างนี้สรรพสัตว์ตานังปราสาท บุคคลอื่นไม่รู้สัตว์บุคคลอื่นอื่นคำนี้มันไม่ได้ไปหมาเขาบ้านนอกตัวเองก่อนจะนอกตัวเองอีกไม่มีปัญหาเห็นร่วมด้วยได้อย่างไรอธิบายจะเป็นสัตว์จิตจิตใจของสัตว์อื่นคนอื่นบุคคลอื่นโอเคไม่มีปัญหาแต่ผิดนะโดยเฉพาะเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์อย่าไปนั่งรู้จิตอื่นสัตว์อื่นคนอื่นต้องรู้จิตอื่นต้องเข้าใจคำว่าอื่นปะระภาษาบาลีคำนี้แปลว่ามันต่างหากจากเหมือนตาห่างจากจิตที่เรารู้จิตของเราเองแล้วเราถึงรู้แต่จิตตัวเองอยู่อย่างเก่าซ้ำเก่าก็มีอัตราส่วนเดิมแต่เรารู้จิตของเราต่างจากจิตตัวนี้อีกตัวนี้มันไม่ใช่จิตนึกว่าจิตบริสุทธิ์เปล่านี่ตีแตกออกมามันมีเหล็กกับจิตนี่ก็รถจิต ตัวปลอมตัวกาฝากตัวแทรกซ้อนอยู่ในนี้เห็นอันอื่นอีกเห็นเป็นสัตว์เป็นบุคคลอยู่แยกบุคคลออกแยกสัตว์ออกถ้าบุคคลถือว่าเหนือถ้าสับถือว่าต่ำอย่างที่อธิบายในสุดยอดก๋วยเตี๋ยวทำให้เป็นบุคคลละยิ่งขึ้นทำให้เจริญยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นเราแยกสัตว์ออกจากบุคลิกขึ้นไปทุกทีทุกทีก็รู้จักทำตนให้เป็นบุคคลอื่นขึ้นได้ทำตนให้ต่างจากสัตว์เดิมถึงได้ต่างหากขึ้นมาเรื่อยๆอย่างนี้ทำก็ไปสิรู้ให้จริงสิรู้ให้ของตนได้ชัดลูกของตนอย่างมีแล้วจะไปรู้ของคนอื่นอันเป็นสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาเป็นแท่งก้อน อื่นคือคนละแท่งแล้วทีนี้ไปรู้ใจของผู้อื่นที่อื่นอีกอย่างนี้หยาบๆง่ายๆอธิบายไม่ลึกซึ้งอะไรไม่ได้เข้ามาหาปรมัตถ์จิตใจได้ 10 รูปไม่ผ่านไอ้นี่มันไปหาตัวบุคคลนู่นเออไอ้อย่างนี้ก็ค่อยว่ากันไประลึกถึงใจคนอื่นได้อีกแล้วเป็นโรคขี้เหล็กเขาอีกเก่งนะไม่ใช่ไม่เก่งเก่งแต่รู้กิเลสของเราดีแท้มีสูตรที่ถูกต้องหรือยังถ้ายังแล้วจะไปรู้ของคนอื่นมันก็ผิดที่ของตัวเองก็ยังไม่รู้ลึกผิดแล้วเขาคนอื่นจะเป็นครูได้ไงตรวจสอบได้ไงมิเตอร์แก่ๆตัวของตัวเองกับแกก็ไปตกคนอื่นแกตัวของใครก็ต้องแก้เพราะการจะทำอะไรให้มันเป็นขั้นตอนเป็นระดับก็ต้องรู้เบื้องต้นทำการบ้านปลายที่ไล่เรียงเด็ดขาดถูกแท้แล้วเราก็ไปตรวจคนอื่นได้แท้จะไปรู้บุคคลอื่นอีกไม่สงสัย ผมไม่สงสัยผมไม่มีปัญหาผมเข้าใจแต่ผมกำลังอธิบายให้มันรู้เบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายที่งามพร้อมถ้าไม่งามพร้อมเละแล้วมันได้เละกันมานานแล้วเละกันมามากแล้วผมก็กำลังมาเรียบเรียงกำลังมาจัดระบบให้เข้าระบบพระพุทธเจ้านั่นแหมสั่งประชานักหนาไอ้น้ำในเบื้องต้นในงานได้ท่ามกลางให้งามด้วยบั่นปลายเมื่อทำไม่งามในเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายแล้วมันเละพระศาสนาพังไม่ใช่อื่นไรพังแล้วไม่ได้พังเพราะพวกที่อวดอุตริที่ไม่จริงมาเด้งมาเล่าว่าภิญญาเนี่ยเป็นอุตริก็พูดถึงฌานในอุตรดิตถ์แล้วพูดฌานพูดอภิญญาพูดผลอะไรกันไปเนี่ยมันอุตริมนุษยธรรมแล้วทั้งนั้นแล้วก็ว่า เละเทะไปศาสนาจึงโทรมาทุกวันนี้ผมแน่ใจแล้วผมพยายามที่จะปรับขึ้นมีความเหมือนกันที่เขาพูดก็มีส่วนที่เข้าใจผมแสดงถึงว่าผมมีภูมิที่เขามีภูมิผมแสดงถึงภูมิที่เขามีภูมิผมมีภูมิอย่างเขาเขามีภูมิอย่างนี้ผมมีภูมิอย่างนั้นด้วยแต่ภูมิก็ผมที่มีผมก็แสดงคุณก็คงออกเพิ่มขึ้นไปอีกอธิบายซ้อนลงไปให้เปรียบเทียบถ้าถ่ายให้เปรียบเทียบกับความรู้ภูมิที่เขารู้กันเดิมด้วยไม่ใช่ว่าผมไม่มีภูมิที่เขามีผมก็มีภูมิคุ้มกันหาอย่างนู้นผมเป็นไม่ได้รู้ไม่ได้ทำไม่ได้ไม่ใช่ผมมีภูมิอย่างนั้นผมก็มีแต่ผมเห็นว่าให้คุณเปรียบเทียบวันนี้และผมก็เห็นว่ามันดีกว่า มีเหตุผลมากกว่าสำคัญกว่านะผมว่าก็ชี้ให้ดูการที่จะมาชี้สิ่งที่จริงยิ่งขึ้นถูกต้องยิ่งขึ้นสูงยิ่งขึ้นก็คือผู้สูงยิ่งขึ้นจริงๆอยากพระพุทธเจ้าเกิดมาสอนมนุษย์ท่านมาได้จุดที่สูงสูงกว่าที่ศาสดาเดิมหรือผู้ที่เป็นเกจิอาจารย์ปาจารย์มาเดิมท่านก็ไม่เห็นสูงยิ่งกว่าถูกยิ่งกว่าท่านก็มาสอนของใหม่ของเก่านั้นท่านก็รู้ทั้งนั้นเหมือนกันแต่ถ้ามารู้ของใหม่อีกเนี่ยถึงเรียกว่าเป็นผู้ที่เลิศกว่าปราบยิ่งกว่าสูงยิ่งกว่าแล้วก็มาสอนสิ่งนี้เข้าไปอันนี้มันถูกกว่าหน้าอันนั้นมันไม่ดีเท่าหรอกไม่ดีมันยังดีแค่นั้นแหละแล้วท่านก็สอนเพิ่มสอนเติมไปให้อย่างนี้เป็นต้น ผมพยายามทำอยู่นี่ก็ไม่ใช่ว่ามาอวดดีเท่านั้นแต่ผมไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ก็เขินอะไรเพราะสวัสดีมาแสดงดียิ่งกว่าแล้วก็พูดอยู่เดี๋ยวนี้ก็คุยกับตัวเองอยู่คุยตัวเองอยู่มันพระพุทธเจ้าใครมาว่าท่านบอกว่าเราเป็นสยามพูดเราตรัสรู้เองเราเป็นผู้ที่เก่งยอดศรเทวดามาผมไม่มีใครสู้ได้ไม่มีใครเทียมเท่าฉันก็พูดอย่างนี้ไม่ใช่พูดอย่างคุยโอหรือเปล่าพูดอย่างจริงใจพูดออกมาจากใจจริงๆพูดเป็นอย่างนี้จริงๆเออเดี๋ยวนี้ที่ผมทำงานอยู่เดี๋ยวนี้ในลักษณะกับพวกคุณผมทำงานแสดงสัจธรรมแข็งกร้าวขึ้นพูดจริงจังพูดอย่างนึกว่าพูดกันตรงๆซื่อๆขึ้นมากขึ้นเพราะว่าไม่ต้องเล่นๆไม่ต้องมานั่งทำนั่ง หนังอาร์ไม่ต้องมานั่งสนิทสะดิ้งอะไรกันอีกไม่ต้องพูดกันตรงๆผมก็จะบอกอะไรเนี่ยตัวคนอื่นเขามาฟังแล้วที่ไม่สนิทสนมแหมคนนี้คุยต่อแล้วพูดอะไรต่ออะไรอยู่เขาจะฟังอย่างนั้นจริงๆเคยฟังนะแต่นี่เน้นกับพวกคุณฟังให้พวกคุณระลึกไม่เช่นนั้นแล้วประเดี๋ยวคุณก็เผินๆปล่อยปละละเลยหรือว่าไม่เข้าท่าถึงแม้จะบอกว่าจะกำชับพวกคุณว่าพวกคุณนี่มีบุญได้ฟังผมอธิบายให้เป็นบุญนี่ไม่ใช่ว่ายกตัวข่มอะไรพวกคุณหรอกแต่คุณย่อมรู้สึกคุณย่อมเข้าใจคุณต้องเข้าใจจริงๆถ้าคุณจะเข้าใจนอกจากคุณถือสาวันนี้มาคุยทวงบุญคุณอะไรไม่ได้ทวงแม้จะพูดไปอย่างนี้ก็ไม่เจริญคุณว่าคุณจะต้องมาเคารพนอกนับถือ ให้คุณตั้งใจเอาของคุณว่าคุณได้ฟังนี่เป็นบุญคุณเองปล่อยปละละเลยนะใกล้เกลือกินด่างหรื
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive