สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ยุคน้ำเน่าต้องเอาตัณหาล้างตัณหา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ยุคน้ำเน่าต้องเอาตัณหาล้างตัณหา ในวงการธรรมะ วงการศาสนา เป็นเครื่องชี้บ่ง ว่าในสังคมหรือในประเทศ ถ้าประเทศใดมีธรรมะ ประเทศนั้นเจริญ ก็ถ้ามีธรรมะลึกซึ้งถึงขั้นโลกุตระ ประเทศนั้นจะเป็นประเทศที่เจริญ แต่การเจริญนั้นก็อย่างที่ในหลวงได้ตรัส เราก็เจริญพอสมควร เราไม่เจริญก้าวหน้าแบบทั้งโลก เราไม่อยากเจริญแบบนี้ เพราะการ เจริญแบบนั้นมันถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัวด้วย ในหลวงตรัสเป็นเรื่องโลกุตระ เป็นเรื่องอาริยชนคนมีภูมิปัญญาถึงจะฟังออก คนโลกียฟังไม่ออกหรอก มีคนบอกว่าจะมาโหนในหลวง แต่อาตมาก็พูดมาตั้งแต่แรก ในหลวงท่านก็ตรัสมาเรื่อยๆของท่าน ก็มาสอดคล้องตรงกัน โดยที่ว่าสิ่งที่ตรงกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชวนให้คนมาเอาสิ่งที่ถูกต้องดีงามอันเดียวกัน มันก็ต้องตรงกันจนได้แหละ มันไม่เป็นสองรอง ธรรมะไม่เป็นสองต้องเป็นหนึ่งตรงกันที่เป็นสมมติสัจจะ ส่วนปรมัตถสัจจะเป็นสัญญายนิจจานิ อาตมาจำเป็น เพราะเขาผิดกันเยอะ ก็เลยต้องพูดว่าสิ่งผิด นิคคัณหะ หรือหนักไปทางตำหนิมาก ก็จำนนไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าเผื่อว่าระบบของศาสนาพุทธในเมืองไทยไม่ผิด ประเทศชาติไม่เป็นอย่างนี้หรอก ทักษิณขึ้นมาใหญ่ไม่ได้ ยิ่งลักษณ์ขึ้นขึ้นมาเล่นมายากลจนบัดนี้ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน เหมือนกับธัมมชโย ถ้าเผื่อว่าถูกต้องมันไม่มีอันนี้เกิดขึ้นได้หรอก ธัมมชโยล่องหนหายตัว ยิ่งลักษณ์ก็ลองหนหายตัว มันไม่เกิดในประเทศไทย มันจะเกิดนักมายากลตัวร้าย ได้เพราะประเทศชาติธรรมะของกระแสหลักระดับสังคมประเทศ ที่ไปยึดถือเป็นที่นับถือ ต้องใช้หลักเกณฑ์นี้ หลักเกณฑ์ที่ดีจริงๆนั้นสู้อิทธิพลไม่ได้ สู้สิ่งที่ผิดที่ครอบงำไม่ได้ ก็ไม่สามารถเบ่งอิทธิพลได้ สมณะฟ้าไทว่า..ขนาดเห็นการโทนโท่ปฏิเสธไม่ได้ก็ยังอยู่ไม่ได้ พ่
อ่านต่อ
อครูว่า..มันน่าเศร้าและน่าสังเวชใจประเทศไทยจริงๆ ตอนนี้เขาย้ายพันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ นี่แหละประเทศไทยมันน่าเศร้าใจ เขาก็ต้านไม่ได้ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็จำนนมันเป็นไปตามโลก สุดท้ายก็เหนียวไม่พอ สมณะฟ้าไทว่า...คนใหม่นี้เขาแซวกันว่าเข้ากันได้เพราะจบเปรียญมา แต่พวกนักข่าวว่าคนละประเด็น ที่เขาต้องการคือต้องการมาจัดการสิ่งผิด พ่อครูว่า...เขาพูดเรื่อยไปอย่างนั้นแหละ พูดไปก็เป็นไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ พอจะรู้กัน จริงๆแล้วอาตมาว่าสังคมยุคนี้ ก็ยังแข็งขืนได้ พอสมควรทีเดียว อาตมาบอกด้วยใจจริงเลยนะว่า อาตมาเกิดมาในยุคนี้ ในสังคมประเทศ เกิดมาก็ทัน ประชาธิปไตยเกิดปี 2475 ก่อนอาตมาเกิด 2 ปี อาตมาก็มีอายุยืนยาวกับประชาธิปไตยมา ก็รู้เห็นมาตามประสาจนถึงทุกวันนี้ ก็รู้ว่ารัฐบาลตั้งแต่ยุคโน้นจนถึงยุคนี้ รัฐบาลไหนก็ตาม ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้ดีเท่ากับรัฐบาลนี้ ปราบได้ โดยเฉพาะปราบ ส่งเสริมนั้นมันยากอยู่แล้ว เพราะตัวที่ต้องปราบยังหนักอยู่ ก็เลยส่งเสริมยาก อย่างเช่น อาตมายังส่งเสริมตัวเองไม่ขึ้น ยังถูกกระแสของสังคมประเทศชาติกดเอาไว้อยู่ เอาตัวเองแทบไม่รอด แล้วเราจะต้องปราบก่อน น้ำมันเน่าจะต้องเอาน้ำใสมาล้างน้ำเน่า ก็ต้องพยายาม จะไปทำน้ำใสโดยที่น้ำเน่าอยู่ยังไม่ได้ ความจริงแล้วทำน้ำเน่าให้หายมันก็ใส มันก็อยู่ในตัวของมันเอง สรุปแล้ว มาถึงยุคที่มันเน่าจนถึงขีดแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้อง ถ้าเราเอาน้ำที่ใสถึงขนาดหนัก มาล้างน้ำเน่าที่เน่าขนาดหนัก จ้างก็ไม่ได้ผลอะไรเลย เราจึงต้องผสมให้มีน้ำหนักของน้ำเน่าพอสมควร อาตมาจึงต้องจำนน ที่ตัวเองต้องไม่งาม คือเหมือนกับเน่า แต่ขอใช้ภาษาบัญญัติแค่นั้น เอามาล้างเน่า ไม่เช่นนั้นมันไม่พอน้ำหนักมันไม่ได้ มันจึงเอา ในสำนวนภาษาศาสนาเรียกว่าใช้ตัณหาล้างตัณหา จึงต้องเอาตัณหาที่หยาบมาล้างพอสมควร มาล้างตัณหาที่หยาบมาก จะเอาสำลีมาเช็ดน้ำทุเรียนให้ราบเรียบนั้น เมินเสียเถิดอย่าคิดถึง สองพันกว่าปีนี้มันแทบไม่เหลือเชื้อ แถมยังเอาเชื้อโรคมาใส่อีกต้องเอาเชื้อโรคออกก่อนที่อยู่ในน้ำเน่า หลายชั้นมาก ต้องเอาเชื้อโรคออกก่อน มันหนักหนาสาหัสจริงๆ ไม่ใช่ใส่ความ ไม่ได้แก้ตัวด้วย แต่เขาหาว่าอาตมาพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น แต่อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเลี่ยงไม่ได้ ก็เลยต้องบอกว่า..สู้ๆ สมณะฟ้าไทว่า..วันนี้พ่อครูพูดถึงเรื่องปัญญา เทียบเคียงปัญญากับ เฉโก ต้องเลิกจากเฉโกจึงเป็นปัญญาได้ ปัญญาต้องเกิดจากสัมมาทิฏฐิ 10 ใครจะไปนั่งหลับตาทำทาน ประเด็นที่ชัดเจนดี จะต้องลืมตาจึงจะทำทานได้ พ่อครูว่า...แถมอีกนิดนึงธรรมะทุกอย่างนั้นย่นย่อไปที่ทานตัวเดียว บารมี 10 ทัศ ในทุกบารมีจบที่การทาน ต้องทานเท่านั้น จะเป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ต้องมีเมตตากับอุเบกขา มีอุเบกขาเป็นฐานพัก มีเมตตาเป็นฐานทำงาน พระอรหันต์มีเมตตากับอุเบกขาเพื่อให้คนรู้จักทาน สมณะฟ้าไทว่า..ต้องทำใจในใจเป็นจึงจะทำได้ วันนี้พ่อครูปรารภบ่อยว่าเหนื่อย ผมก็เห็นใจด้วย ดูพระราชกรณียกิจของในหลวงสละทั้งเหนื่อยเหลือเกิน พ่อครูนั้น ทำงานไปเสียสละไปแล้วยังถูกว่าเสียด้วย เหมือนกับวันนี้ที่โทรทัศน์บุญนิยมมีรายการที่บอกว่ามาปฏิบัติธรรมได้อะไรครับ พระพุทธเจ้าตรัสว่าก็ไม่ได้อะไรนี่แหละ อาตมาเห็นพ่อครูทำงาน บางอย่าง ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรต้องเป็นบารมีของพระครูธรรมเท่านั้น เราก็พยายามช่วย เท่าที่เราสามารถทำได้ พ่อครู ปรารภว่าสมัยพระพุทธเจ้ามีพระอรหันต์ 1250 รูป สมัยนี้ขอเพียง 9 รูป ก็หืดขึ้นคอ ก็ต้องมาช่วยกัน 600906_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต้องละเฉกาถึงเกิดปัญญาพาบรรลุธรรม