สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ขิฑฑาปโทสิกะอันควรละเลิก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.52 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ขิฑฑาปโทสิกะอันควรละเลิก _2166ไม่มีคำพูดอื่นใด ครูโยสุดยอดจริงๆครับ ขอบคุณครับ พ่อครูว่า… หากไปติดมากจิตจะเป็นขิฑฑาปโทสิกะ เป็นสวรรค์เก๊ สวรรค์ของคนโลกๆ ถูกหลอกลวง หากคุณได้สวรรค์ก็ได้นรกไปด้วย ยิ่งติดมากนรกก็ยิ่งลึก อย่างในโลกที่ปรุงแต่งกันอยู่ ดีดสีตีเป่าสนุกสนานบันเทิงเริงรมย์กัน ทางเราไม่มีรื่นเริงแบบประโลมโลกหลอกทางตาหูจมูกลิ้นกายใจกัน ชาวอโศกถือว่าง่าย เราจะมีบ้าง เป็นการผ่อนคลายอนุโลมแก่คนที่ยังมีกิเลสพวกนี้ ให้เขาบ้างนิดๆหน่อยๆ เป็นเรื่องของ ชั่วคราว ท่านเรียกว่าเป็นเรื่องของ มือสมัครเล่น ชั่วครั้งชั่วคราว amateur ก็เป็นครั้งคราว คนที่ไม่ได้ยินดียินร้ายด้วยก็ไม่ต้องหรอก ก็อนุโลมให้เขาบ้างอาตมาก็ไปนั่งดูเขาเล่นบ้างไปเคาะจังหวะตามเขาบ้างอนุโลมไปตามเรื่อง เหมือนที่อธิบายประกอบเสมอว่า เหมือนกับแม่ เห็นลูกเล่นหม้อข้าวหม้อแกงคนเดียวก็สงสารก็ไปเล่นกับลูก แต่จริงๆแล้วจะไปสนุกสนานอะไรกับลูกก็ไม่ ถ้าหากเข้าใจแล้วคนที่ถือสา ไปติดยึดตามอาการ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อาตมานี้แสดงออกอนุโลมกับโลกทั้งนั้น แสดงอย่างแรงแสดงอย่างดุไปบ้างอะไรต่างๆนานา เป็นเชิงที่ ปราบกำราบติเตียนดุว่า มาก เขาก็หาว่ามีใจโกรธเคืองถือสา ใจไม่ชอบ แต่จะให้ไปชอบสิ่งที่ไม่ดีได้อย่างไร แต่พูดโดยสัจจะว่าใจอาตมาไม่มีความชอบความไม่ชอบ พูดไปแล้วคนที่เขาไม่เชื่อ เขาไม่ได้เข้าใจสัจธรรมเขาฟังแล้วก็หาว่า พูดโกหกอยู่ได้ ไม่เชื่อหรอกว่ามีจิตใจไม่ชอบไม่ชัง เขาไม่เชื่อ ซึ่งก็น่าเห็นใจเขา เขาไม่ศรัทธา เราพูดว่าไม่มี แต่เขาดูพิจารณาตามอาการ ดูว่าดุเขาว่าเขากระหน่ำเขาก็ต้องไม่ชอบใจ แต่ลึกๆจะให้อาตมาไปชอบใจกับสิ่งที่ไม่ดีสิ่งที่ควรตำหนิ อาตมาว่าอาตมายังไม่ได้บ้าอย่างนั้น แต่จิตใจเราได

อ่านต่อ

้อ่านอาการจิตใจเราที่ได้ฝึกได้ดีแล้ว ก็มีจิตสงบ คำว่าจิตสงบของพระพุทธเจ้าจึงลึกซึ้งอย่างยิ่ง จิตสงบของพระพุทธเจ้านั้นไม่ใช่ว่าไม่มีสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายใจไปนั่งสะกดจิตก็ไม่ใช่ จิตสงบของพระพุทธเจ้านั้นสัมผัสอยู่ทุกอย่าง จะร้อนแรงเร็วมากหนักอย่างไรอยู่ก็ตาม มีโลกธรรมหนักอย่างไรก็ตามจิตของเราก็ยังนิ่ง ไม่มีเพื่อน 2 นี่เรียกว่าจิตคนนิ่งเป็นผู้หลีกเร้น คนที่ไปอ่านพระไตรปิฎกไม่แตก ว่าหลีกเร้นไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์ เข้าป่าหามุมเงียบ ไม่นานก็ได้เป็นอะไร สุญโญ ไม่ได้เกิดผลอะไรเลย คนเข้าใจผิดอย่างนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎกชัดเจนในพระสูตรที่ยืนยัน มิคชาลสูตร ไปนั่งหลับตานั้นผิดแนวเลย ถ้ามีการสัมผัสแล้วมีเหตุการณ์ใดตามลำดับ หากเหตุการณ์อะไรแรงเราไปคลุกคลีเกี่ยวข้องไม่ได้ ก็อย่าไปเกี่ยวข้อง อสังคณิกะ อย่าไปลัด เหมือนกับการพรากไม้ที่ชุ่มด้วยยางออกจากน้ำ เราไปแตะสัมผัสเกี่ยวข้อง ภูมิคุ้มกันเราไม่มีเลยตกเป็นเหยื่อของกิเลสก็อย่าไปเข้าใกล้ จนกว่าเราจะมีอินทรีย์พละ สามารถที่จะไปสัมผัสและมีสติมีพลัง 5 อินทรีย์ 5 สามารถจะมีสติปัญญาพิจารณาได้ด้วยจิตของเรา สามารถทำให้จิตของเราไม่หลงไปตาม ไม่มีกิเลสฟูเฟื่องตาม แล้วก็มีสติรู้ทันพิจารณาสู้ได้ ได้ทำสงคราม ได้ปฏิบัติ เราอยู่เหนือจิตของเราไม่ตกไปตามมันจะมีพลังปัญญาที่สามารถที่จะสู้ กับโลกธรรม ไม่ให้เกิดกิเลส ผลักหรือดูด ชอบหรือชัง ยินดีหรือไม่ยินดีได้ นี่คือสัจธรรมของศาสนาพุทธที่ยิ่งใหญ่มาก ถ้าเข้าใจฝึกทุกวันฝึกเสมอที่มีผัสสะต่างๆตามควร คุณจะได้จริงๆ เป็นอรหันต์ ฝึกอย่างนี้แหละมันไม่ใช่ไปนั่งหลับตา ไปหนี แต่ต้องรู้สิ่งที่ควร ต้องอยู่ในกรอบขอบเขตที่มีภูมิคุ้มกันได้ 620419_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พรหมชาลสูตร ตอนที่ 2 และเรื่องทาน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน