สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ฆ่านรกสวรรค์ก็เป็นอรหันต์จ้อย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ฆ่านรกสวรรค์ก็เป็นอรหันต์จ้อย _6346 กราบนมัสการค่ะพ่อครู โดนจังๆค่ะฆ่านรกสวรรค์ตายเป็นอรหันต์จ้อย555 พ่อครูว่า…คงไปซาบซึ้งคำว่า ใครฟังคำนี้แล้วเข้าใจสรุปอย่างที่คนๆนี้พูดมาก็จะรู้จักจุดสำคัญของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเดียว ที่ฆ่านรกฆ่าสวรรค์ ไม่เอานรกไม่เอาสวรรค์ไม่มีนรกไม่มีสวรรค์ พระอรหันต์ คือคนที่ไม่มีนรกไม่มีสวรรค์ นี่เป็นศาสนาพุทธแท้ๆเพียวๆเลยบริสุทธิ์สะอาด อาตมาพูดทั้งขยายความทั้งสรุป เตะเข้าโกลเปรี้ยงเลยเป็นอย่างนั้น ถ้าเราอ่านใจเข้าใจจริงๆแล้วรู้อาการของสวรรค์อาการของนรกในจิต สัมผัสอะไรแล้วเราก็รู้ว่านี่ยินดียินร้าย อันนี้เป็นแนวทาง อะไรอันนี้เป็นทางติดยึดทางดี คนอาการอย่างนี้แล้วทำจิตให้เป็นกลางๆ รู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่มีเวทนาที่ 2 มีแต่เวทนาเดียว คือ รู้ เวทนาคือธาตุรู้ ดูความจริงตามความเป็นจริง เห็นทุเรียนพวงมณี เห็นแล้วชอบใจหรือไม่ชอบ แต่เห็นแล้วทุเรียนก็คือทุเรียนลูกกลมๆดูน่าเอ็นดู เหมาะเจาะ เราก็ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร อาการของจิตที่มันละเอียดนะ มันอย่างหยาบก็รู้ มันชอบใจไม่ชอบใจแรง มันอยู่กลางๆก็ไม่ค่อยรู้มากขึ้น มันละเอียดลงไปอีก หัดอ่านแค่นี้ศาสนาพุทธ สัมผัสอะไรก็รู้ว่ายินดีหรือไม่ยินดีแต่รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าอันนี้คืออะไร อันนี้คือทุเรียนคือสิ่งที่กินได้ ควรกินหรือไม่ควรกิน พิจารณาให้เป็นสิ่งที่เราสัมผัสสัมพันธ์เกี่ยวข้องแล้วเป็นประโยชน์ก็เอา เป็นโทษก็ไม่เอา สัมผัสได้กับทุกสิ่งในโลกจะอยู่กับข้าวของกับพืชพรรณธัญญาหารจะอยู่กับมนุษย์ด้วยกันอยู่กับสัตว์โลกด้วยกัน เราก็สัมผัสแล้วเราก็รู้ว่า อะไรคืออะไรและจิตใจเราก็ไม่มีความสุขความทุกข์ไม่มีนรกไม่มีสวรรค์ แต่เรามีกรรมกิริยาสัมผัสสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน
อ่านต่อ
อย่างมีประโยชน์คุณค่า อะไรไม่เป็นประโยชน์เราก็ไม่เกี่ยวข้องหรือแสดงออก ให้เขารู้ว่าอย่าทำเลยมันไม่ดีงาม ชีวิตคนก็ไม่มีโทษภัยอะไร ชีวิตเราก็จะมีแต่ประโยชน์คุณค่า เป็นคนสูงสุด พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเป็นพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ทำงานอื่นเลย ท่านทำงานนี้งานเดียว ยิ่งใหญ่ที่สุดในมหาจักรวาล ท่านเองเกิดมาไม่รู้กี่ชาติกว่าจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเพื่อค้นหาชีวิต ชีวิตจะต้องทำอะไร สุดท้ายก็รู้ว่าชีวิตจะต้องมาทำงานเป็นครูสอนธรรมะ เหมือนอาตมา อาตมาค้นหาแล้วก็เจอว่าตนเองเป็นโพธิสัตว์ แล้วอาตมาก็จะเป็นครู จนกว่าจะเป็นครูใหญ่มีสัมมาสัมโพธิญาณอย่างพระพุทธเจ้า อาตมาทำงานนี้ตั้งแต่เริ่มรู้ว่ามีหน้าที่นี้ก็รู้ว่าไปหลงลาภยศสรรเสริญ แย่งเศษกากของชีวิตตั้ง 36 ปี รู้ตัวตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ไม่เคยมี แวบวาบว่าจะต้องเลิกงานนี้ไปทำงานอื่น รู้ว่างานนี้เป็นงานที่ดีที่สุด พระพุทธเจ้าท่านหางานที่ดีที่สุดมาไม่รู้กี่ล้านชาติ สุดท้ายท่านก็มาทำงานนี้งานเดียวเชื่อไหม แล้วก็เป็นจริงด้วย แล้วทุกคนมีงานอะไร งานท่องเที่ยว งานไปช้อปปิ้ง งานไปอะไรอะไรต่างๆนานา งานเก็บผักเบี้ย มาอยู่ที่นี่ก็มีงานที่เป็นประโยชน์ ไปช่วยขนปุ๋ยไปช่วยทำงานกสิกรรม เป็นงานสามัญที่อยู่กับชีวิตที่เป็นประโยชน์คุณค่า เป็นประโยชน์ต่อตนเองและหมู่กลุ่มที่เราอยู่ด้วย งานอะไรที่ไร้สาระเสียพลังงานแคลอรี่ไปกับกายกรรมวจีกรรมมโนกรรม รู้ตัวแล้วเราก็ไม่ไปเสียแคลอรี่กับสิ่งเหล่านั้นจึงเป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่สูญเสียสิ่งที่ควรสูญเสีย เอาความสูญเสียของข้าคืนมา ความสูญเสียของคนคือ 1. เวลา 2. แรงงาน 3. ทุนรอน ทุนรอนมีเงินทองข้าวของวัตถุจนกระทั่งถึงอารมณ์ เอาคืนมา ผู้ที่เอาความสูญเสีย 3 ประการนี่คืนมาได้ถือว่าเป็นอรหันต์ เวลา แรงงาน ทุนรอน อาตมาสรุปมานานแล้ว เสร็จแล้วเราก็เป็นคนที่มีเวลาวันๆนึงเสียดายเวลาที่จะเป็นประโยชน์ เสียดายแรงงาน หรือแม้แต่ทุนรอนที่เราจะต้องจ่ายไป เป็นวัตถุก็ตามเป็นแรงงานทางกายกรรมแรงงานทางความคิดก็ตาม เป็นทุนรอนด้วย เราก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สูงสุด ไม่ให้มันเป็นโทษไม่ให้มันเป็นภัย ให้เป็นแต่คุณค่าประโยชน์ไป คนผู้นี้จึงเป็นคนที่จะไม่เกิดโทษภัย มีแต่คุณค่าประโยชน์ทุกวินาทีทุกวินาที นี่คือคุณสมบัติอันเลิศ เป็นคุณสมบัติวิเศษคุณธรรมอันประเสริฐของความเป็นมนุษย์ พระพุทธเจ้ารับผิดชอบความเป็นมนุษย์แล้วก็มาสอนมนุษย์ให้เป็นคนอย่างนี้เท่านั้น อาตมาก็มาทำงานเดียวกันแต่อาตมายังไม่ใช่พระพุทธเจ้า ทำเท่าที่อาตมาจะมีภูมิธรรม นี่คือสัจจะที่ยิ่งใหญ่ในโลกว่าเกิดมาแล้วจะทำอะไร เกิดมาแล้วจะอยู่ตรงไหน อาตมาเจอแล้วได้แล้วเป็นแล้วอยู่แล้ว ถ้ายังหาไม่เจอว่าตัวเองคือใครตัวเองจะทำอะไรตัวเองจะจบตรงไหนจะอยู่กับอะไร คุณก็ต้องแสวงหาไปอยู่อย่างนั้นแหละ ยังไม่มีที่จอดยังไม่มีที่ลง อาตมานั้นแน่ใจและไม่วอกแวก ไม่ตื่นเต้นไปกับอะไรอย่างอื่น ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงอาตมาไปทำงานอื่นได้ ไม่มี ถ้าจะมาทำงานนี้ตลอดกาลจนตายแล้วไปเกิดมาอีก จะมีลิงลมอมข้าวพองหรือไม่ก็แล้วแต่ พระพุทธเจ้าท่านอุบัติขึ้นมาก็ยังไปเป็นฆราวาสตั้ง 29 ปี จะไปทางธรรมก็ยังถูกลิงลมอมข้าวพองหลอกไปออกป่า อีกตั้ง 6 ปี รวมแล้ว 35 ปีกว่าจะรู้ตัว ว่า โอ้ ขนาด พระพุทธเจ้านะ ส่วนอาตมานั้นไปอยู่กับโลกจริงๆไม่เต็ม 36 ปี แต่อาตมาเป็นโพธิสัตว์ที่รู้ดีไม่ออกป่า ไม่ไปปฏิบัติในป่า ที่จริงไปป่าเหมือนกัน ไปอย่างมีสติ ไปอย่างไปทดสอบไปดูเลย ออกป่าไม่นาน ตอนนั้นไปเดือนหนึ่งมั๊ง ไปอยู่กลางคืน สัตว์มันออกมาหากินเหม็นกลิ่นมัน เราก็ไปดูให้รู้ว่าเราเป็นโพธิสัตว์ เดี๋ยวจะไม่รู้ เขาก็จะหาว่าเหมือนหมาเห็นองุ่นเปรี้ยว ออกป่าตอนนั้นอาตมายังชิมขี้ตัวเองเลย ก็ขี้เป็นก้อนดีนะยังจำได้ตอนนั้น ขี้เราตอนนั้นมีรสขมนิดๆ พระพุทธเจ้าท่านก็ไปบำเพ็ญกินขี้ตัวเอง แต่พวกคุณยังไม่อยู่ในฐานะที่ต้องทำอย่างนั้นไม่จำเป็นต้องทำมันเกิน ปฏิบัติธรรมไปตามธรรมดาอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนตามมรรคมีองค์ 8 ไปตามลำดับก็เป็นพระอรหันต์ได้ตามควร ไม่เห็นประหลาดอะไร620419_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พรหมชาลสูตร ตอนที่ 2 และเรื่องทาน