สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน หมู่กลุ่มที่มีสาราณียธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน หมู่กลุ่มที่มีสาราณียธรรม ความเป็นอยู่สุขอันนี้แหละพระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเป็นองค์รวม ง่ายๆ พวกเราพูดไปจะอ๋อ คือมีสาราณียธรรม 6 นี่แหละคือสุดยอดความสุข เพราะคนเหล่านี้มีเมตตา กายกรรมแต่ละคนมีเมตตา วจีกรรมก็มีเมตตา มโนเป็นรองประธานก็มีเมตตา และก็มีรูปธรรมเป็นตัวชัดเจนคือสาธารณโภคีทุกคนขยันหมั่นเพียรมีวิริยะ มีอุปจยะ ไม่สะสมแต่สร้างสรรเอามารวมกันกับกองกลาง ใช้จ่ายร่วมกันแบ่งกันกินกันใช้อย่างเมตตาเกื้อกูล หมู่กลุ่มที่มีศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ศีลที่เสมอสมานกันได้ คนไหนที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์นี้อยู่ไม่ติดเข้าไม่ติด เพราะว่าพลังของคนกลุ่มนี้มันมีพลังงานสูง พลังงานสัจจะ เป็นพลังงานแห่งความสงบ สยบความรุนแรงที่เข้ามาปะทะ เป็นอจินไตยที่ยิ่งใหญ่มาก อาตมาพิสูจน์ความสงบสยบความรุนแรงได้ แม้แต่ในหมู่กลุ่มนี้ก็มีความสงบสยบความรุนแรงเขาเอาความรุนแรงมาเข้าใกล้ไม่ได้ เขาใกล้จะร้อนเลย เหมือนกับทศกัณฐ์เข้าใกล้นางสีดาไม่ได้ สีตะแปลว่าเย็น ทศกัณฐ์นั้นร้อน เข้าใกล้ไม่ได้ พลังงานมันคนละระดับ เข้าไม่ได้ สัจจะอันนี้ร้อนองศาขนาดนี้ อันนี้เย็นขนาดนี้ มันมีพลังงานที่เป็นบัฟเฟอร์ทำให้เข้ามาไม่ถึงหรอก อุตุนิยามมันเป็นอย่างนั้น ยิ่งเป็นจิตนิยามจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์เลย คนที่มีบารมีสูงแล้วพลังงานร้ายเข้าไม่ถึง พูดไม่ได้พูดท้าทายแต่เป็นสัจจะ เป็นเรื่องที่คิดไม่ออกหรอกแต่เป็นเรื่องจริงที่มีจริง เป็นจริง เข้าไม่ถึง เข้าอย่างไรก็เข้าไม่ถึง ทำร้ายทำลายไม่ได้ สัจจะเป็นความสงบพิเศษเป็นความเมตตาปรารถนาดีกับทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นเรื่อยิ่งใหญ่ลึกซึ้งพวกเราปฏิบัติธรรมแล้วก็จะมีเป็นไปตามสัจจะของแต่ละคน เมตตามากเมตตาน้อยก็เป็นจริงตามสัจจะที่แต่ละคนเข้าถึง คนเราเข้าเกณฑ์ของอา
อ่านต่อ
ริยะ ก็มีความเลวร้ายรุนแรงน้อยลงจนกระทั่ง ตั้งแต่พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี คนที่อยู่ในเกณฑ์ก็มารวมกัน ก็เป็นพลังงานรวมกัน มีอิทธิฤทธิ์ มีธรรมฤทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่เป็นอย่างนี้ได้เราก็เปิดทางเปิดรับให้คนข้างนอกเข้ามาอาศัยเข้ามาพึ่งพา พอเรามีพอมีเหลือเฟือ ไม่เดือดร้อน ไม่ทุกข์ทรมาน ไม่ไปกู้หนี้ยืมสินของใครมา ต้องเสียดอก ของเราเองเราก็เหลือกินเหลือใช้อุดมสมบูรณ์แจกจ่าย คนอื่นเราก็มีการสะพัด เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นที่พึ่งต่อผู้อื่นเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นได้ ทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ผู้อื่นก็เป็นประโยชน์ต่อได้ เหมือนกับหนูกับราชสีห์ หนูก็เป็นประโยชน์ต่อราชสีห์ได้ แต่ราชสีห์จะมาเป็นประโยชน์ต่อหนูมากกว่าตามสัจจะ แต่เราไปพูดแล้วเขาไม่รู้ว่าเราเป็นราชสีห์ให้ประโยชน์เขาได้มากกว่า ยกตัวอย่างพวกเราทุกคนมีอาชีพ 0 มีแรงงานมีสมรรถนะสร้างได้เต็มที่เต็มหน่วย ก็เอามารวมกันร้อยคนพันคนหมื่นคนแสนคนก็แล้วแต่ ยิ่งเป็นหมื่นคนแสนคนอาตมาจะพูดได้ดีกว่านี้อีกเพราะเรื่องของราชธานีอโศกมีแสนคน ก็นับข้างนอกเครือแหเครือข่ายต่างๆนานา เราจะเอามาแออัดกันทำไม เอาแสนคนมารวมกันในหมื่นไร่จะอยู่กันไหวหรือแออัดกันตายเลย ประเทศไทยได้รับการยอมรับ ว่า เป็นประเทศที่มีทุกข์น้อยที่สุด สุขมากที่สุดในโลก มันไม่ได้อยู่ดีๆประเทศไทยก็เกิดเป็นอย่างนี้ จนเขามาตรวจสอบและให้คะแนนว่ามีความสุขที่สุดหรือความทุกข์ยากน้อยที่สุดเป็น 2.1 อยู่ดีๆมันเกิดขึ้นมาเอง พระเจ้าบันดาลให้มันเป็นอย่างนั้นหรือ ก็ไม่ใช่ ทุกคนมีกรรมกิริยาตั้งแต่เราตั้งแต่ประชากรของคนไทย มวลประชากรของคนไทยจนกระทั่งผู้บริหารจัดสรร มีในหลวงเป็นต้น มีนายกรัฐมนตรี ทางทวยราษฎร์ มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็เกิดกรรมกริยา สัจจะที่มีกรรมกริยาที่เมตตากาย กรรมกริยาเมตตาที่วาจา กรรมกริยาเมตตาที่มโน ถ้าหากกรรมกิริยาเมตตาทางวาจา ยกให้โพธิรักษ์ แปลว่าพูดจาเมตตาที่สุดแรงที่สุดน่ารักที่สุด ด่าเอาบุญ ด่าจัดด่าแรงด่ามากไม่เว้นวินาที ใช้ ภาษาโวหารอาตมาพูดแรงๆเมื่อพระพุทธเจ้าบอกว่าเราจะกระหนาบ คือนิคคัณหิ ด่าว่ากระหน่ำ ข่ม ทั้งนั้นแหละคือให้แรงลงไปจนเขารู้ตัวรู้สึก หนา หยาบ ขนาดนั้นยังไม่เคยรู้ตัวเลย มันหนาหยาบขนาดพูดจนหมดแรงแล้ว ยิ่งกว่าแรด 7 ชั้นหนาหนังแรด 7 ชั้น ยาก เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าเป็นความจำนนที่อาตมาจะต้องใช้แรงอย่างนี้ ถ้าคนเข้าใจเรา จะรู้สึกว่าเห็นใจ มันอย่างนี้มันเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ยาก มันเป็นยุคสมัย แม้แต่ทางโลกเขาว่าต้องแรง แรงไม่ถึงไม่สะใจในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็นัย คล้ายกัน เขาก็รับเป็นสุข แต่เราจะให้ออกจากความทุกข์ก็ต้องแบ่งเหมือนกันอยู่ในยุคเดียวกันต้องขนาดนี้ ไม่เช่นนั้นมันก็ไม่เกิดผลอะไรมาถึงเหนื่อย ถ้าทำให้ง่ายกว่านี้ได้จะไปบ้าทำเหนื่อยทำไม ก็ทำไปเรื่อยๆแล้วก็จะได้ แต่นี่มันไม่ได้ผล แค่พูดคำว่าผลก็ต้องออกแรงเลย เป็นลีลาเป็นศิลปะเทคนิคในการใช้นัจจะ คีตะ วาทิตะ พยัญชนะ สุ้มเสียงสำเนียงภาษาท่าทีลีลาให้มีน้ำหนัก ให้คนรู้เรื่อง สรุปแล้วเมืองไทยไม่ใช่อยู่ดีๆก็มีอะไร แต่ทุกคนใช้คนละไม้คนละมือตั้งแต่ในหลวงตั้งแต่นายกฯ แล้วก็ผู้บริหารอื่นๆ จนถึงประชากรเต็มขั้น อาตมารับผิดชอบนามธรรม รับผิดชอบสายธรรมะ ขออภัยที่ต้องพูดคำนี้ สายธรรมะกระแสหลักก็ได้อาศัยเป็นกษัยไปกับสังคมอย่างนั้นแหละท่านก็ได้ทำพิธีกรรม ทำราชพิธีรัฐพิธี ทำกิจกรรมกับสังคมไปสำหรับคนเป็นมวลที่ต้องอาศัยพิธีกรรม ต้องอาศัยรูป อาศัยแบบอย่างอาศัยธรรมเนียม อย่างนั้น อย่างที่เราพูดนี้มันละเอียดเบาบาง มันจับไม่ติด เขารับไม่ได้ ก็ต้องให้เขาอาศัยพวกนั้นไปก่อน เราก็ต้องรู้สัจจะพวกนี้เป็นธรรมดา แต่เราก็เว้นไม่ได้ที่จะต้องบอกว่าคุณยังหยาบอยู่ ให้รู้สึกตัวหาทางให้ละเอียดขึ้นดีขึ้นเจริญขึ้นกว่านั้น เราก็ต้องทำหน้าที่นี้ เขาก็ต้องไม่ชอบใจอยู่ แม้จะชอบใจหรือไม่ชอบใจเราก็ต้องพยายามทำ เหมือนกับสำนวนพระพุทธเจ้าบอกว่าเราพยายามยัดเยียดโอสถทิพย์เข้าไปในขุมขน ไม่ให้เขารู้สึกตัว นี่เป็นสำนวนของพระพุทธเจ้า ทีนี้ในภาษาละเอียดเหลือเกิน ขุมขนของเขามันไม่มีรูเลย เราต้องแหกขุมขนแหกผิวหนังที่หนายิ่งกว่าหนังแรด 7 ชั้นแหกเพื่อให้มีช่องมีรูให้ยาเข้าไปได้ ต้องพยายามทุบ แกะออกเพื่อที่จะให้ทะลุเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่หนาเท่าก็ได้ประโยชน์ คนที่หนาก็จะรับแรงกระทบแล้วก็จะตอบโต้มา เราก็ต้องประมาณการตอบโต้ว่าอย่าให้กระทบถึงตัวเราได้ อันนี้แหละเป็นการประมาณของสัตบุรุษ อย่าให้ผลสนองตอบโต้มานี้เข้ามาถึงร้ายเป็นผลร้ายกับตัวเราให้ได้ นี่คือการประมาณที่ดีที่สุด เราก็อยู่ด้วยเมตตา กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อยู่ในประเทศช่วยเหลือกันอย่างนี้ด้วยหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าอย่างที่หยาบ กลาง ละเอียด เอาแต่แค่โลกีย์ก็มีหลักเกณฑ์ใช้ แต่มีเจตนามีทิฐิ มีความมุ่งหวัง ทิฏฐิสามัญญตา ที่ไปสู่จุดสูงสุดคือนิพพานละเอียดสูงสุดดีที่สุด ในทฤษฎีและสถิติของคนไทยชาวไทยมันเป็นพุทธ หยาบ กลาง ละเอียดเป็นร่องเดียวกัน เรียกว่าทิฏฐิสามัญตา เพราะฉะนั้นจึงรวมกันอยู่ได้แล้วก็ไปด้วยกันเสมอสมานกัน ปุถุชน มีส่วนหนึ่ง อาริยะส่วนหนึ่ง อาริยะแม้มีจำนวนน้อยแต่สูงกว่ามีผลกว่า ปุถุชนมีความอ่อนแอมากจึงช่วยได้ แม้จะเป็นปุถุชนคนไทยก็ไม่ดื้อด้านเราไปช่วยได้ ถ้าหากดื้อด้านดื้อดึงไม่ยอมอะไรเลยก็ช่วยกันไม่ได้ มีเศษพวกที่เดินมาให้ช่วยก็มีแต่ส่วนใหญ่ของคนไทยมีภูมิปัญญารับได้ จึงไม่มีผลสะท้อนตอบกลับมาหาอาตมามากจนแรงจนร้าย ผลสนองตอบสื่อสารด้าน Social Media บ๊องๆๆ ไม่มีใครเอาด้วยเท่าไหร่ ก็เลยไม่มีผลรวมตัวเป็นหมู่กลุ่มมาต่อต้านได้สำเร็จ แสดงถึงภาพรวมของคนไทยพวกที่เห่าอยู่ตอนนี้รวมตัวกันไม่ติดหรอก เพราะว่าคนรู้ ประเทศไทยฉลาดมีเชื้อโลกุตรธรรมเข้าไปมากกว่าแล้ว ยืนยันได้ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ตูมมา เลย ไม่มีใครไปนับคนเห็นค่าในหลวงที่เป็นโลกุตรธรรมก็มากันเยอะเลย เป็นเหตุการณ์ Bomb Of Love ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นสิ่งที่มีจริงยืนยันจริงปรากฏการณ์จริง ในปัจจุบันนี้เรียกว่า phenomenon เป็นปรากฏการณ์จริงในปัจจุบันนี้ เอามายืนยันได้ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)
สัจจะที่มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมมันยังมีอยู่จริง เมตตาคือเจตนาที่ให้คนอื่นพ้นทุกข์พ้นสุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยน มันเป็นพฤติกรรมทางกายวาจาโดยมีใจเป็นประธานของคนไทย มันเป็นอย่างนี้จริง จนกระทั่งดัชนี Bloomberg เข้าวัดได้ค่า มีพลังงานไปในแนวเดียวกัน มีทิศทางความเมตตาช่วยเหลือผู้อื่น คนที่เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยมาสัมผัสกับเมืองไทย คนจึงนิยมมาท่องเที่ยวกันถึงเป็นสัจจะจริงของมนุษยชาติที่เกิดจริงในโลก ประเทศไทยมีปริมาณคนเท่านี้มีรูปธรรมการปรุงแต่งอยู่ในสังคม ทั้งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส คนที่อาศัยสิ่งเหล่านั้นเข้ามาที่นี่ก็มาร่วมอาศัย มาร่วมใช้สิ่งเหล่านี้ตามที่เราปรุงแต่งใช้อยู่ในเมืองไทย แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ได้มีจิตใจเหี้ยมโหดด้วยความโลภหรือความรุนแรง เห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวตะกละตะกรามจัดจ้าน มันไม่ค่อยมี คนเค้าก็สบายใจ ถ้าไปทางโลกที่เขาจัดจ้านใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง รุนแรงเข่นฆ่า คนเขาก็เอาไปเปรียบเทียบวัดค่ากันในโลกคือให้เมืองไทยเป็นเบอร์ 1 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมเป็นพฤติกรรมของคนไทย เกิดอยู่จริงมีจริงด้วยค่าอย่างนี้ เป็นสิ่งสูงส่งที่เขาไม่อาจรู้ได้อีกนานคือสาธารณโภคี เมืองไทยมีสาธารณโภคีคือชาวอโศกเป็นคอมมูนที่ยิ่งใหญ่ที่โลกต้องการแต่เขายังไม่รู้ เราได้ประกาศออกไปเขาก็มองไม่ออกเพราะเขาไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ นี่หรือคนมาทำงานแล้วไม่เอาเป็นของตัวเองเลย เอาเข้าเป็นกองกลางหมดเลย แล้วไว้ใจผู้จัดการผู้บริหารส่วนกลางด้วย ว่าเขาจะไม่ไปยักยอกเป็นของตัวเองเขาไม่คอรัปชั่น ก็เอามาบริหาร เอามากระจายได้อย่างสุจริต เขาก็ไม่เชื่อว่าคนจะมีความซื่อสัตย์ซื่อตรงบริสุทธิ์สะอาดขนาดนี้ด้วยหรือ เขาไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นพวกเรานี้เชื่อ ดีกว่านี้ก็ยังมี เราต้องพากเพียรให้ดีกว่านี้อีก ให้ศาสตร์บริสุทธิ์กิเลสของเราออกไปได้เท่าไหร่มันก็สะอาดบริสุทธิ์ไปได้เรื่อยๆความจริงนี้จะพิสูจน์กันในโลก คุณจะทำกันมั้ย มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในมวลมนุษย์ที่จะเป็นไปได้พวกเราไม่มีท้อถอยหรอก เพราะมันได้ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน พร้อมกันไปในตัวเลย เป็นสัจจะยืนยันความจริงในโลกที่เถียงไม่ได้ เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมพยัญชนะแค่นี้แต่มี นัย พฤติกรรมของมนุษย์ชัดเจนยิ่ง แล้วมันต้องเป็นความจริง ถ้าหากไม่เป็นความจริงคนอื่นเขาก็มีภูมิปัญญาปฏิภาณต้องรู้ว่าจริงหรือไม่จริงทั้งนั้น มากน้อยก็เรื่องของเขาทุกคน เพราะฉะนั้นเราทำความจริงให้ปรากฏจริงก็แล้วกันให้มันถูกตรงตามความเป็นจริงก็แล้วกันดีที่สุดของความจริงที่สูงที่สุดเจริญที่สุด สิ่งเหล่านี้ชนะทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ไม่มีอะไรที่จะมาหักล้างล้มล้างได้ สรุปคนไทยมีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมและมีสาธารณโภคี ด้วย สีลสามัญตา หลักเกณฑ์ตั้งแต่อาตมาเอาของพระพุทธเจ้ามายืนยันพวกเราก็ทำตามอย่างที่เขาเข้าใจ ติดต่อกันเชื่อมโยงกันเป็นเครือแห ในประเทศไทยก็เป็นหลักของ สีลสามัญตา ด้วยความรู้ความเห็นความเข้าใจมาในแนวเดียวกันไม่ขัดแย้งกันมากมาย ซึ่งมีทิศทางเดียวกันได้เกิดสภาพจริงขึ้นมาในโลกในสังคม ประเทศไทยจึงเป็นตัวอย่าง แต่มากมายหลายประเทศ เขายังไม่ตื่นตัวตืนตา เขายังมองไปในโลกียะต้องมีอำนาจมากวัตถุมากเป็นไปในโลกธรรมสิ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำจนคนตาบอดเห็นได้ เขายังตาบอดตามืดอยู่ ต้องให้เขาเกิด เราต้องสร้าง stemcell แก้ให้คนตาบอดตาเสียกลับมาตาดีได้ ตาดีแล้วก็จะไปเจอปู จับปูมาลงโทษ ใครหนอจะเป็นผู้ทำงานนี้ได้สำเร็จ สมณะฟ้าไท สรุปจบ620421_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ คนปฏิบัติธรรมทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนแต่มิใช่รับใช้