601106_พ่อครูให้โอวาทประชุมบุญนิยมทีวี ปี 2560 ที่ศาลีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
601106_พ่อครูให้โอวาทประชุมครบรอบ 10 ปี บุญนิยมทีวี ที่ศาลีอโศก
พ่อครูว่า... ก็พวกเราช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นพนักงาน ที่มีรายได้ ได้รับค่าแรงงาน เราก็ทำกันมา 10 ปี ไม่น้อยเลย 10 ปี ใครคิดจะเลิกทำกันไหมนี่ ...ไม่คิดจะเลิกทำกัน เพราะสุขสำราญดี อาตมาว่า พวกเราได้ศึกษา ฝึกฝน ธรรมะพระพุทธเจ้ากันแล้ว จนกระทั่งเพียงพอเลี้ยงชีวิต ดำรงชีวิตให้เป็นอยู่รอดไป กับโลกมนุษย์เขา พอถึงวันนี้แล้ว อาตมาเชื่อมั่นว่า ธรรมะพระพุทธเจ้า ทำให้ไม่ลำบากใจอะไร เราจะกินจะอยู่ จะยังชีวิตต่อไป ไม่เหมือนกับคนที่เขายากจน ทั่วประเทศ ร้องห่มร้องไห้ แต่ละวัน ไม่มีอยู่ไม่มีกิน อดทนทรมานทรกรรมอะไร ซึ่งก็เป็นข่าวคราวกันทั่วโลก มันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากเลย เดรัจฉานทุกตัว มันไม่มีชีวิตอย่างคน คนที่เขาเลี้ยงตัวไม่รอด ทุกข์ทรมานหากินกัน แต่ก่อนต้นหมากรากไม้ มีธรรมชาติ ไม่ต้องมีของส่วนตัว แต่คนจะยึดเป็นของส่วนตัว เลยไปละลาบละล้วง สิ่งที่ไม่ใช่ของตัว ที่จริงเก็บกิน ใช้ในสาธารณะ ก็มีเพียงพอ ป่าเขาแม่น้ำลำธารภูเขาอีกเยอะ มีคนเลี้ยงชีวิต เลี้ยงตนเอง ก็รอดได้ ก็แค่กินนะ ถ้าจะยังอยู่รอด มันเป็นความอวิชชา เป็นความโง่เขลา เบาปัญญา สู้เดรัจฉานไม่ได้ แต่ว่า ถ้าเผื่อว่า เราคิดอีกที ตรวจสอบในสังคมโลก คนที่เขาอยู่ป่า มนุษย์ผีตองเหลือง มีอีกหลายเผ่าเยอะ ก็ไม่เดือดร้อนเท่ากับคนในกรุงนะ วันๆก็มีกินมีใช้ไป เหมือนเดรัจฉาน เขาก็เลี้ยงตัวเองรอดไป มีเป็นพันปีแล้ว ก็เป็นอยู่ได้ ทีนี้มาเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมเป็นสังคมเมือง กลับเกิดความเดือดร้อน จะไปอยู่ป่าก็หากินไม่เป็นแล้ว ว่าเป็นคนในเมือง เข้าป่าก็ไม่ได้ แต่อยู่ในเมือง เลี้ยงตนเองไม่รอด ทั้งทั้งที่ ปลูกเป็น ทำกินเป็น ไม่ใช่กินแต่พืชผักเท่านั้น ดันไปกินสัตว์ ปู ปลา
อ่านต่อ
เนื้อทุกชนิด อีสานกินทุกอย่างที่ดิ้นได้ กินทั้งนั้น ไม่ดิ้นก็กิน คนอีสาน กินสารพัด นอกนั้นที่เป็นพิษ ก็ไม่กิน อีสานก็ไปแพร่ให้ที่อื่นกินตามไปอีก เป็นอาหารขึ้นป้าย มีราคา ที่เราทำสื่อ เจตนาสื่อสารให้ลึกซึ้งกว่า เรื่องทำมาหากินเท่านั้น จะทิ้งอาชีพพากินไม่ได้ เราสื่อธรรมะ แต่ธรรมะนั้น มีทั้งอาชีพ กัมมันตะ วาจา สังกัปปะ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทิ้งอาชีพ ไม่ได้ทิ้งความเป็นอยู่ของชีวิต ไม่ได้หนีเข้าป่าเขาถ้ำ โดยไม่รู้เรื่องสังคม ว่าเป็นอย่างไร ทำมาหากิน สังคม ไม่ได้สู้เขาไม่ได้ ชาวอโศกปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแล้ว อยู่กลาง กลุ่มศิวิไลซ์ก็อยู่ได้ โดยอยู่ในระบบ เราก็อยู่รอด อย่างสบายมาก ไม่เดือดร้อนเลย ว่าจะมีเงินเหลือไปถึงพรุ่งนี้ไหม ไม่ต้องเสียดอก ไม่เป็นอย่างที่เขาเป็น เพราะเรารู้ ในการตัดสิ่งที่มันโง่ไปได้ ก็เหลือสิ่งที่เป็นสาระเป็นประโยชน์ของตนเองด้วย อาตมาทำงานมา 40 กว่าปี ยืนยันได้ว่า ทำได้ เอาธรรมะ ประกาศให้คนทำได้ แล้วรวมกันเป็นกลุ่ม ชุมชน แล้วมีหลายชุมชน รวมกัน มันไม่ติดกันเท่านั้นเอง มันไม่อยู่ตำบลเดียวกัน แต่มันก็มีหมู่บ้าน กระจายไปทั่ว ถ้านำหมู่บ้านเหล่านี้มารวมกัน ก็เป็นตำบลแล้ว แต่มันก็รวมกันไม่ได้ ก็กระจายไป เราเองรู้โดยปริยายว่า ไม่น่าจะตั้งชุมชน ตำบลเดียวสองหมู่บ้าน เราก็รวมกันดีกว่า เป็นพลังดีกว่า ก็เลยไม่คิดไปเป็นตำบลละหลายหมู่บ้าน สรุปแล้วก็คือ การอยู่กับสังคมมีวิถีชีวิต ที่จะอยู่อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง ได้สำเร็จแล้ว สำเร็จสูงกว่า ประสบความสำเร็จ ในการดำเนินวิถีชีวิต ที่เป็นไปได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก ในฌานทั้งปวง ก็คือได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ในระบบนี้ ไม่ยาก ได้แล้ว เราได้นำธรรมะพระพุทธเจ้ามาธิบาย แล้วพวกเราก็ได้มาศึกษา ควรปฏิบัติสำเร็จผล บรรลุมรรคผลของพระพุทธเจ้า และสำเร็จถึงขั้นสาธารณโภคี มีระบบสูงสุด ระบบสาธารณโภคี เป็นระบบสูงสุด กว่า คอมมิวนิสต์เขาต้องการ สูงสุด กว่า ประชาธิปไตยต้องการ และแน่นอนไม่ใช่เผด็จการ เป็นเรื่องของมวลมนุษยชาติ ที่ต้องการความลงตัว เป็นกลไกที่ดีที่สุด เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่ดำเนินไปได้เรียบร้อยดี practical มันได้ตรงนั้นแล้ว เราทำสำเร็จแล้ว อาตมาก็พูดหลายทีแล้ว พูดไปให้สังคมประเทศรู้ การบริหารมนุษย์ และประเทศชาติ ให้เกิดผลของการเป็นอยู่มีพฤติกรรมสังคม มีวิธีการดำเนินชีวิตในสังคม เขาต้องการให้เป็นอย่างไร เป็นแบบคอมมิวนิสต์ คืออย่างไร ประชาธิปไตยคืออย่างไร อโศกนี้ปฏิบัติตามธรรมพระพุทธเจ้าได้สูงสุด ของคอมมิวนิสต์ และประชาธิปไตย สูงสุดของประชาธิปไตย คือเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ และสูงสุดกว่าคอมมิวนิสต์ต้องการ แต่คอมมิวนิสต์ใช้การบังคับ ส่วนคอมมิวนิสต์ บังคับคนที่ได้รายได้มาก ส่วนประชาธิปไตย แพ้พวกมีรายได้มาก เขาเลี่ยงภาษี เอาเปรียบได้ หาทางไม่เสียภาษี ไม่แชร์ให้ส่วนกลาง หลบเก่ง แม้แต่ในประเทศอเมริกา ก็มี ที่ให้เสียภาษี90% ก็มี เป็นอัตราก้าวหน้า แต่มีรายได้ อยู่ได้อย่างไร มันอยู่ได้ มันมีวิธีหลบ แล้วก็รวยได้ คอมมิวนิสต์ถึงมันเขี้ยวโกรธพวกนี้ จะใช้หลักบริหาร บังคับเอา ข้ารู้นะเอ็งต้องจ่ายภาษี ก็คือต้องการให้เข้าส่วนกลางให้ได้มาก แล้วพวกเราเป็นไง ประสบความสำเร็จหรือเปล่า...ได้แล้ว เอาเข้ากองกลาง 100% แบ่งกินใช้ตามควร ไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่ จะมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้ ทฤษฎีนี้ กฎเกณฑ์นี้ ไม่ได้บังคับว่า ต้องมาเป็นชาวอโศกหมด แต่อยู่อย่างอิสระเสรีได้ หากเข้ามาก็ไม่ได้บังคับนะ จึงเป็นความสำเร็จสูงสุด ไม่ว่าระบบในไหน ที่เขาพยายามเป็น เราของพระพุทธเจ้ามาทำ จนสำเร็จ จึงเป็นระบบที่สุดยอด แล้วเราก็จะสื่อสาร นี่แหละงานที่เราทำสื่อสาร รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ สื่อต่อไป แล้วจบ … ที่เราดำเนินไปได้นี้ดี โทรทัศน์กี่ช่อง สู้อโศกไม่ได้ สื่อในอนาคต เขาก็ว่าต้องแบบนี้ แต่เขาทำไม่ได้ เขารู้แล้ว แต่ทำไม่ได้ เพราะใจเขายังไม่ถึงกัน ใจที่ทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่องานนี้ พวกคุณทำเพื่องานนี้ไม่ได้ ทำเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ มีแต่เด็กพวกเรา ไม่อยู่ก็ไปทำงานหาเงินบ้าง เบื่อก็กลับมา อาตมาทำงานโทรทัศน์มาโดยตรง มันมีระบบระเบียบเป๊ะ อาตมาไม่บังอาจ เอาระเบียบแบบนั้น มาใช้กับพวกเรา หากใช้ ก็หนีหมดแล้ว เขาสตริ๊กหมดนะ มีหลักฐานหมด แต่พวกเราสบายๆ ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ก็สบายมาก จอดำบ้าง ไม่ดำบ้าง มันสบายมากเกินไป ขอร้องหน่อย อย่าชุ่ยมากไป ไม่บังอาจว่าได้ เพราะทำงานให้เราฟรี เต็มใจทำ ก็ขอบคุณแล้ว บกพร่องบ้างก็ไม่เป็นไรพวกเรามีน้ำใจ
หนึ่งพุทธว่า...พวกเราส่วนตัวไม่มีรายได้ ก็คือคืนสู่สังคมได้ พ่อครูว่า... โทรทัศน์เราไม่มีรายได้ แล้วเราเสียภาษี ค่าอะไร หนึ่งพุทธว่า… ภาษี VAT พ่อครูว่า… นี่คือความโกงของประเทศ เราซื้ออุปกรณ์อะไร ก็เสียภาษีการค้าขายอยู่แล้ว แต่กิจการของเรา เราเสียภาษีในกิจการเรา ซึ่งไม่มีรายได้เลย ก็ไม่เสียภาษี โทรทัศน์เราไม่ได้หลอกลวง ทำจริง ไม่ได้แอบแฝงโฆษณา ก็ไม่มี ของเราเอง เราจะโฆษณาสินค้าเราก็ได้ แต่เรายังไม่ทำเลย สื่อสารของเรา เป็นสื่อสารจริงของโลก ที่แม้แต่รัฐบาลเอง ยังลอกเลียนแบบยากเลย ไม่มีโฆษณาเองเลย รัฐบาลยังทำได้ยาก เพราะว่ารัฐบาล ก็ต้องมีเงินเดือนของพนักงาน ของเราไม่มีเงินเดือนพนักงานเลย ดินนาว่า… เขาให้เราต่ออายุเลย 6 ปี พ่อครูว่า... ไม่มีโทรทัศน์ที่อื่นทำได้หรอก เขาจะค่อยๆรู้ ค่อยเข้าใจ ที่เราจะได้พวกนี้นี่แหละ คือในโลกเขาเรียกว่า อภิสิทธิ์ เราไม่ได้เบ่งอะไร อภิสิทธิ์เป็นสิ่งสุดยอด ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นว่า ประธานจะมีอภิสิทธิ์ส่วนหนึ่ง พระที่บวชแล้ว อภิสิทธิ์อย่างหนึ่ง ในหลวงมีอภิสิทธิ์อย่างหนึ่ง ซึ่งต้องใส่ในกฎหมายเลย ได้อภิสิทธิ์โดยธรรม ได้แล้วก็เป็นกฏหมายต่อไป เหมือนอย่างพระที่บวชแล้ว ก็ได้รับยกให้หลายอย่าง เราทำมาประมาณ 10 ปีแล้ว เขาก็บอกว่าเชื่อ เอ็งทำต่อไปนะ เขาไม่ต้องมากังวลอะไรเลย ให้ประโยชน์แก่มนุษย์ เราไม่เอาอะไรจากสังคม เราให้ประโยชน์โดยตรง บริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง แต่ในโลกจะมีเชิงแฝงเยอะ แต่ของเรามั่นใจว่า ไม่มีเชิงแฝง นี่คือการพิสูจน์ความจริงในสังคม การทำสื่อสาร ก็เพื่อให้คนในสังคมเข้าใจ ดินนาว่า… ปีนี้ที่เห็น มีหนังสือด่วนจากสำนักนายกรัฐมนตรีมา ว่า ขอความอนุเคราะห์ สถานีผ่านดาวเทียมเพื่อมนุษยชาติ ลงชื่อโฆษกรัฐบาลบอกว่า ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ เรื่องธงชาติไทยครบรอบ 100 ปี ส่งสปอตมาให้ด้วย พ่อครูว่า... ให้เกียรติเรา เราทำให้เต็มที่เลย แสดงถึงว่า เขาเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ ว่าเราไม่แอบแฝงอะไร ถ้าที่อื่นได้อันนี้ เป็นเครดิต เขาเอาไปอ้างอิงหากินได้ ว่ารัฐบาลเชื่อใจ แต่ของเราอย่าไปเผลอทำอย่างนั้น ที่ว่านี้ ดินนาว่า… เขาเอาเราไปซักถามเลย เขาซักทุกช่องกับตัวแทนไปสองคน ดิฉันกับอาหนึ่งพุทธไป เขาเรียกเข้าไปก่อน จริงๆแล้วเราเป็นคิวบ๊วย ต่อจาก peaceTV แต่ปีนี้ เขาเรียกเราก่อน พอซักเสร็จ กรรมการก็บอกว่า ดีขนาดนี้ ทำไมไม่มีคนมาศึกษา มาเอาแบบนี้ มาเอาอย่าง ซักแม้กระทั่งว่า รายการใกล้กองฟอน คือเขาจะดูผัง เขาว่าชื่อสุดโต่งไหม? สุดท้าย ก็ท่านประธานก็สรุป มีคนซักเยอะ มองเราแบบเอ็นดู พ่อครูว่า… คือพวกเราเหมือนเด็กน้อย Innocent ทำอะไรเหมือนไม่รู้สังคม ไม่กลัวเสียภาพพจน์ตัวตน ของเราไม่มี เหมือนเด็ก ทุกบรรยากาศรายงานความจริง ดินนาว่า… ไปเจอลูกศิษย์พ่อท่านที่ทำงานทีวี เขาก็บอกว่าติดตามดูตลอด เขาเตือนเราว่า อย่าสุดโต่งมาก และเคร่งเกินไป ให้เดินทางสายกลาง พ่อครูว่า... ที่จริงพวกคุณเคร่งไหม ศีล8 ธรรมดา เขาทำไม่ได้ ยิ่งศีล 10 ก็ยิ่งแล้ว แต่พวกคุณทำได้ ปกติธรรมดา คือมีศีลเป็นปกติ แต่คนอื่นรู้สึกเคร่ง ต้องระมัดระวัง แต่ของเราเป็นธรรมชาติ ธรรมดา คนอื่นจะมองว่าเราเคร่ง อันนี้ต้องอธิบายให้ฟังว่า ที่ท่านมองว่าเคร่ง เป็นพฤติกรรมปกติของเรา เราไม่ได้ฝืน ไม่ได้เต๊ะท่า ไม่ได้เสแสร้ง มันเป็นสามัญปกติของเรา เขาก็คงเข้าใจยาก เขาว่าเคร่ง แต่เราปกติธรรมดา เราทำได้ดีแล้ว จะต้องให้ทำชั่ว ทำให้ต่ำ เราทำได้ปกติ สะดวกสามัญ เป็นของสูง ที่ควรมีเป็นตัวอย่าง คุณต้องประกาศว่านี่ชั้นหนึ่ง จะได้เป็นตัวอย่างให้แก่สังคม แต่คนกับประกาศว่า อย่างนี้มัน เคร่งไป อ้าว คุณต้องการให้เจริญหรือไม่ คำว่าสุดโต่ง คือเขาเข้าใจไม่ได้ ของเรายังมีทางเดินสูงกว่านี้ได้อีก เราทำได้แค่นี้เอง ศีล 8 10 26 ศีล สมาธิ ปัญญา อีก มีอีกเยอะที่เราต้องทำต่อ คนเขามองว่าเราเคร่ง เราก็ว่า เราเดินไปได้นิดเดียว เราไปทางโลกุตระ ได้ก้าวสองก้าว แต่คุณว่าเคร่ง เพราะว่าคุณไปทางโลกีย์ไกลมากแล้วนั่นเอง แล้วจะมาดึงเราลงไป ไปอยู่กลางโลกีย์อีก แล้วคุณเข้าใจว่า เป็นกลาง คือครึ่งหนึ่งของโลกีย์ เรานี่สูงกว่านั้นมาก คนเข้าใจเราไม่ได้ อาตมาปฏิบัติธรรมที่ได้ความเข้าใจตรงนี้ เพราะว่า หม่อมเจ้าพูนพิศมัย บอกว่า รักเอ๋ย ปฏิบัติธรรมมันต้องสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา เพราะท่านเห็นว่าอาตมาปฏิบัติเคร่ง ตอนนั้น คนก็เห็น ท่านหญิง พูนพิศมัย ว่าอาตมาสุดโต่ง มัชฌิมา นั่นคือ กิเลสกาม กับกิเลสอัตตา สองอย่างนี้ คุณต้องรู้สองอย่างนี้ แล้วลดกาม ลดอัตตา ลดกาม ลดอัตตา จนถึงจบ มัชฌิมา คือจุดที่คุณทำจบได้ ทุกวันนี้ เขาไม่เข้าใจว่า มัชฌิมาคืออะไร แล้วไปอธิบายว่า ความเป็นกลาง เขาว่าไม่ต้องเข้าข้างใคร แบบนั้น ไม่ใช่ คนเป็นกลางแล้ว ต้องเข้าข้างคนดี จะต้องรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว แล้วเข้าข้างคนดีเสมอ ไม่เช่นนั้น เราไม่มีประโยชน์ ต้องช่วยสิ่งที่ดีให้เจริญ ไม่ใช่เข้าข้างคนชั่ว สิ่งที่ชั่ว สิ่งที่ช่วยจะทำได้สิ่งที่ดีอย่างไร ก็เฉยปล่อยไป เป็นกลาง อย่างนั้นโง่ มิจฉาทิฏฐิ ไม่เข้าใจความเป็นกลาง คนเป็นกลาง คือคนหมดกาม หมดอัตตา แล้วจะช่วยคน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมนุษยชาติเสมอ เข้าข้างเสมอ คนเขาหาว่า อาตมาเชียร์รัฐบาลชุดนี้ ข่มรัฐบาลชุดเก่า ก็ต้องข่มคนควรข่ม ยกคนควรยก ตามสัจธรรมคำสอนพระพุทธเจ้า อย่างคุณจำลอง ที่จริงควรได้เป็นนายกฯ แต่เขาว่า เคร่งไป สุดโต่ง เดี๋ยวจะมาบังคับให้กินมังสวิรัติทั้งประเทศ หรือเดี๋ยวให้ลดเงินเดือน อย่างนั้นเขาถึงไม่เอา ที่จริงคุณจำลองจะโง่ขนาดไม่รู้จักลำดับขั้นการปฏิบัติหรือ? …จบ