180720-003 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-แดนอโศก-r041.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2518 ตอนเช้าก่อนจะนัดทหารพ่อท่านได้กล่าวนำการพิจารณาอ่านว่าดังนี้ปัจจัยของชีวิตคือเรื่องอาหารซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันคลุกคลีกันอยู่ไปจนกระทั่งกราบตายเพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่จะต้องเรียนรู้มันให้มากระมัดระวังมันให้มากเมื่อเรารู้ว่ามันกินไปจนเป็นเพียงการกระทำการสังเคราะห์ให้ธาตุมันลงไปในกระเพาะให้มันไปทำงานเองในร่างกายมันจะแย่และธาตุเองแล้วก็ทำงานเอง มันเป็นกิเลสหรือว่ามันเป็นไทยมันเป็นภาระของเราอยู่ได้แค่ปากเข้าไปกระทบลิ้นหรือตาหรือกลิ่นตาของเราไปกระทบรูปร่างสีสันจมูกของเรากระทบกลิ่นหรือส่วนใดๆก็ตามในปากหรือว่าในมือในไม้ในส่วนไหนเราไปกระทบสัมผัสกับมันเสร็จแล้วเราก็เป็นหลงในสภาพหยาบๆไปลงแขกสีแค่รูปลงแขกกลิ่นลงแค่รถที่แปลกสัมผัสเข้ารูลงแค่ความประกอบอยู่ข้างนอกมันเป็นกรอบเป็นงั้นนุ่มอย่างนี้เหนียวอย่างนั้นยืดอย่างนี้อะไรก็ตามแต่ เสร็จแล้วเราก็ต้องเป็นภาระให้มันบงการเราด้วยรูปด้วยรถด้วยกลิ่นได้สัมผัสต่างๆเราก็ลำบากอยู่ไม่เข้าใจความแท้จริงที่เรียกว่าอัตถะหรือสาระหรือปรมัตถ์เพราะว่าเราเองเราไปติดดาวเพียงอนุพยัญชนะหรือเป็นสิ่งที่หยาบๆวันนั้นจึงจะต้องพิจารณาให้มากรู้ให้ถึงกันเพราะเรากินเพียงแต่ว่าตามมีตามได้ที่เรารู้โดยคนแล้วก็คนเลือกสรรมาคนพยายามหามากินสิ่งที่มีเป็นวัสดุในโลก อันถูกอันควรอันงามพร้อมที่ไม่เป็นเชื้อที่จะไปก่อบาปก่อเวรหรือว่าไปก่อไผ่ก่อภาระหนักร้ายเราจึงมีการเลือกสรรกินด้วยไม่ใช่ว่ากินสุ่มสี่สุ่มห้าไปจนไม่พิจารณาไม่เลือกสรรกันเลยไม่ใช่เรามีเลือกสรรตามควรให้มันเหมาะสมที่จะไม่เกี่ยวโยงถ้าเราไม่เลือกสรรได้ลูกได้สีได้กลิ่นในรถเราก็จะยิ่งเป็นผู้ที่สบายยิ่งขึ้นเราเลือกเจาะ 1 ในเรื่องที่เรียกว่าถ้ามันมากไปมันประกอบไปด้วยยศเ

อ่านต่อ

กียจฐานะมันประกอบไปด้วยสิ่งที่เราจะกินก็จะต้อง ให้มันเป็นภัยสืบต่อไปในการยากเย็นเข็ญใจเราก็ตัดไปเป็นเปราะเช่นเราไม่กินสัตว์ที่เราได้ทำกันอยู่ตัดไปเปราะนึงว่าการที่จะไปเอาเนื้อสัตว์มากินนั้นเป็นภัยร้ายประการเป็นโทษหลายประการแล้วก็เลิกก็รู้ให้ชัดเจนด้วยเหตุผลและเราก็มากินพืชเมื่อมากินพืชแล้วตามที่เราตกลงเราก็จะต้องไม่ลงรูปลงรถหลงกลิ่นหลงสัมผัสของมันอีกพิจารณาลงไปแม้มันจะมีลูกของมันโดยจึงแยกไม่ออกแล้วมีกลิ่นของมันโดยจึงมีรสของมันโดยจริงมีสัมผัสข้อมูลโดยจริงเราแยกมันออกไม่ได้อีกแล้วเราก็ต้องพิจารณาลงไปอีกแยกให้ออกอีกมันแยกไม่ออกโดยทำแต่เราแยกให้ออกโดยปัญญาหรือโดยจิต ก็มันก็เป็นของมันใครจะสมมุติเรียกยังไงเราก็รู้ว่าเขาสมมุติแล้วเราจะไปหลงตามเขาเขาเรียกว่าสีอย่างนี้ค่อยน่ากินสีอย่างนี้ไม่น่ากินอย่าไปหลงตามเขารูปอย่างนี้รถอย่างนี้กลิ่นอย่างนี้น่ากินอย่างนี้ไม่น่ากินอย่าไปหลงตามเขาเพราะลูกก็ตามกลิ่นก็ตามรถก็ตามมันมีของมันเองแล้วเราเองเราก็กินตามตามได้ตามที่เหมาะสมไม่ดูทุเรศทุรังการเกินไปเพื่อให้ได้แก่นแท้ของมันคือปรมัตถะหรือเนื้อหาอย่างยิ่งสาระอย่างยิ่งเข้าไปสังเคราะห์ร่างกายไว้แล้วก็เราจะอยู่ทำงานได้ทำประโยชน์เกื้อกูลโลกได้ในฐานะที่เรายังเป็นคนยังไม่ตายก็ต้อง อันนี้เป็นปัจจัยก็เป็นเรื่องขันธ์ไว้ก็เท่านั้นเองเราก็จึงจะเป็นผู้ที่ไม่ติดมันเป็นภาระไม่ต้องโหยหาไม่ต้องเป็นข้าทาสตัวเองว่าจะกินก็จะต้องลำบากด้วยรูปแบบโปรดของพ่อแก่เรียกว่าเป็นไปเพื่อฟุ่มเฟือยอย่างใดๆอื่นๆที่ตามจิตของเราเป็นหลงจะต้องมากมือมากเวลาจะต้องเกินขอบเขตจนกระทั่งที่สุดหลอกลวงกันไว้ในรูปรถกลิ่นสัมผัสอะไรแล้วเราก็ไปติดมันแม้ไม่ต้องการในร่างกายแต่กิเลสมันก็สั่งให้กินสั่งให้อยากสั่งให้รับเข้ามามากเกินควรก็ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้อยู่นั่นแล้วเกินไปจนกระทั่งกินเป็นวันนึง 3-4 มื้อ 5 มื้อเกินพอร่างกายจะแย่โดยการฆ่าตัวตายเพราะความมากเกินไปในการกินอาหารก็ไม่รู้โลกไม่รู้ เดี๋ยวนี้เขามีแต่เพิ่มการกินกันหาเรื่องที่จะกินด้วยประการต่างๆหลอกล่อกันเลี้ยงกันทำอะไรก็ได้กันแล้วเขาก็ฆ่าตัวตายกันด้วยวิธีการกินเฟ้อกินเกินขอบเขตเราก็จะต้องรู้ให้จริงว่าการลดลงมากินมื้อเดียวนั้นเพียงพออย่างไรประมาณนี้จึงมีความจำเป็นของมันใช้ได้พอดีพอดีมันก็ไม่เปลืองโลกไม่เผาผลาญและก็ไม่ทรมานตัวเองไม่ฆ่าตัวเองตายด้วยการกินเข้ามาเกินไปพระพุทธเจ้าตรัสว่าการกินเนื้อดีมื้อเดียวนั้นเป็นผู้ที่มีอำนาจน้อยเป็นผู้ที่มีกำลังเป็นผู้ที่มีความเบากายเบาใจกับ 4 กับเต่าเป็นผู้ที่ไม่มีทุกข์ เป็นผู้อยู่ผาสุขในการกินมื้อเดียวท่านตรัสไว้ออกอย่างนี้มันกลับกันกับคนจะคิดเห็นคนไปนึกเอาเองมากความนึกคิดของพระพุทธเจ้าและความนึกคิดของคนต่างกันดังนี้เราพิสูจน์ความคิดเห็นของพระพุทธเจ้าว่าจริงไหมถ้าเราพิสูจน์ด้วยเข้าใจเห็นจริงด้วยก็นั่นแหละเราตรงกันแล้วกับพระพุทธเจ้าเห็นเห็นไม่ใช่ว่าท่านบอกเฉยๆแล้วเชื่อแต่เราพิสูจน์จริงๆมันเป็นจริงว่ามันเอาผ้าน้อยจริงๆการกินน้อยมันไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ไข้แล้วก็มันมีกำลังจริงๆกำลังอันนี้ไม่ใช่ว่ากินข้าวมากแล้วจะมีกำลังกาวร้อนกินข้าวมาแล้วปรือจะหลับมันไม่จริงเราก็มีกำลังมากต้องให้พอดีหรือว่าน้อยหน่อยนั่นแหละดีอย่างนี้เป็นต้นต้องพิสูจน์ให้จริงแล้วเราเบากายเบาใจกับปีเก่าๆจริงหรือเปล่า ถูกกินหรือเปล่าทำความผาสุกให้อย่างไรจริงหรือเปล่าก็ไปสู่ที่จริงโดยเฉพาะที่เราหลงกันมากมันไม่ชัดรู้ยากก็คือรูปแล้วกลิ่นสัมผัสอย่าพูดไปถึงเสียงเลยเพราะว่าการกินไม่มีผัสสะอันนี้การกินมันมีไป 4 ประตูมีตามมาคน 4 ประตูแต่คนเราก็ไปทำเสียงอย่างที่ชาวโลกเขาทำเอาเสียงเพลงมาประกอบการกินแล้วก็คิดราคาแพงแต่ก็เลยกระทำเอาแง่ในกิเลสนี่แหละมาประคบมาหลอกล่อคนนะเราต้องเข้าใจให้ได้เราจะถอดถอนความหลงพวกนี้ปล่อยความสุขพวกนี้จึงต้องพิจารณาอยากกินไปโดยไม่พิจารณาและก็ทำให้จริงให้ซาบซึ้งจริงให้เห็นผลจริงไม่รู้จริงเราก็จะได้เหลือแต่แก่นแท้เหลือแต่ปรมัตถ์ในการกิน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน