210504-244 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์18 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคมพุทธศักราช 2521 ตอนนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์เส้นนำหมู่พิจารณาธรรมปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกหากผู้ที่จะมีชีวิตเป็นพระอรหันต์หรือว่ามีพระอรหัตผลทั้งสิ้นเรามีชีวิตอยู่ฝึกกินหรือกินเพื่ออยู่เรามีชีวิตอยู่เพื่อหยุดหรือเพื่อทำงานเรามีชีวิตที่จะต้องพักผ่อนหลับนอนแล้วก็จะต้องตื่นเป็นความรู้เวียนเป็นคู่คู่คู่คู่คู่คู่คู่คู่คู่คู่เรากินเพื่ออยู่ ต้องเข้าใจความหมายหรือว่าอยู่ก็กินถ้าจะอยู่เพื่อจะกินก็จะเป็นเน้นกินเป็นอร่อยกินเป็นสาระกินเป็นแก่นแต่ถ้ากินเพื่อให้มันยำกายยังชีพไปเพื่อให้มันยังอยู่เรารู้แล้วว่าเพื่อให้มันยังอยู่ด้วยสาระอย่างนั้นแค่นั้นแล้วก็ไม่ต้องไปปรุงไปสร้างไปแต่งกินเป็นพระอรหันต์ได้ง่ายหากเราอยู่เราเป็นอยู่เพื่อหยุดหรือเพื่อทำงานถ้าเกิดว่าเราเป็นอยู่เพื่อทำงานแล้วก็รู้ว่าเราก็จะต้องทำงานและเราก็จะรู้ว่าเมื่อเวลาควรหยุดควรพักเราก็จะพักก็จะหยุดถ้าผู้ใดไม่เข้าใจก็กลายเป็นหยุดมากก็ทำงานผู้ใดไม่เข้าใจก็กลายเป็นทำงานจนกระทั่งไม่รู้จักพรรคไม่รู้จะหยุดทรมานทั้งสอง การทำงานก็เป็นการสร้างสรรค์ของมนุษย์การหยุดการพักก็เป็นแต่เพียงจังหวะหนึ่งที่จะคั่นไว้เท่านั้นเองจนแม้กระทั่งตัวพรรคเองคือตัวหลักตัวนอนแล้วก็เป็นอันนึงที่มนุษย์มีอยู่โดยธรรมชาติโดยจริงอยู่แล้วว่าเราจะเป็นพระภาคอย่างเป็นกิจจะลักษณะคือนอนพักวันหนึ่งคืนหนึ่งก็พักแล้วก็ตื่นขึ้นมาทำงานบ้านเราจะพักหรืออาจจะตื่นเราก็ต้องเข้าใจซ้อนลงไปในตัวผักคือตัวนอนหรือว่าเราจะตื่นพระพุทธเจ้าสอนสิ่งที่ตรงกันข้ามทั้งหมดเราจะนอนอยากพูดถึงเราจะกินอย่างผู้ไม่กินเราจะทำงานอย่างคนตายมันเป็น ภาพที่จะต้องเข้าใจสภาวะลึกซึ้งจิตใจของเราก็จะต้องรู้ชัดแจ้งเรากินอย่างพวกที่ไม่กินกินอย่างไม่ติดกินอย่างไม่หลงในสิ่งที่มันพอค

อ่านต่อ

ลุมต่างๆจึงรู้สาระแล้วกินมึงก็เอาป้อนเข้าไปเหมือนเติมน้ำมันเพิ่มเติมอะไรให้มันไหลลงไปทำงานสังเคราะห์กันเราจะทำงานเหมือนอย่างคนตายทำงานโดยไม่ต้องไปคิดนึกเทียบเคียงจนกระทั่งเอาตัวตนเอาความเห็นแก่ตนเอาริษยาอาฆาตมาดร้ายมากกว่าน้อยกว่าอะไรเข้าไปเห็นว่าตนเองเป็นผู้เสียเปรียบให้รู้ว่าเราเสียเราทำก็เพื่อสร้างเพื่อก่อแล้วก็เพื่อให้ประธานเพื่อเสียออก แก่นโลกเป็นตัวจักรกลที่จะรับใช้โลกเท่านั้นเราก็สบายแล้วเราก็ทำงานอย่างผู้ตายและสิ่งที่มันจะเป็นสิ่งแรกเปลี่ยนมันมีเองโดยธรรมแม่ไม่แลกเปลี่ยนแล้วก็ไม่เป็นไรคุณงามความดีที่คนอื่นเขารู้อยู่และระบบการเป็นอยู่ของมนุษย์มันมีระบบที่จะยังชีวิตไปได้สบายแม้ที่สุดการนอนก็จะต้องนอนให้เป็นอรหันต์นอนอย่างผู้รู้ว่านอนคือการพักและพักพอสมควรและเราก็รู้การพรรคนั้นและแน่นอนเราก็จะไม่นอนยังหลับไหลเอร็ดอร่อยนอนอย่างใช้สติสัมปชัญญะนอนจนเหมือนเด็กๆนอนดีนอนดิ้นนอนไปตามสภาพที่ไม่ได้ส่งรูปเราจะต้องมี การส่งรูปเราจะอยู่รูปใดจัดรูปดีแม้แต่การนอนก็อยู่อย่างเป็นผู้มีสติจะเป็นผู้ขยับเขยื้อนอะไรก็จะต้องให้มีการระลึกรู้ว่ามันจะขยับเขยื้อนมันจะเปลี่ยนอริยบทมีสติไหวทันไหวแรดรู้ได้แม้ถึงป่านนั้นจะถ้านอนด้วยจัดสภาพที่เราจะนอนอย่างนั้นอย่างนี้เราก็จัดแล้วเราก็จะหมุนเวียนไปบ้างถ้าไม่หมุนเวียนจะอยู่ท่าเดียวเลยได้เอาแล้วเราจะมีกำหนดเวลาพักและเวลาที่จะลุกขึ้นตื่นขึ้นมามาเป็นไปตามความหมุนเวียนของสิ่งที่เป็นสมมติที่สัจจะเราคือคนยังไม่ตายเราก็จะต้องพักแล้วก็ต้องเพียรไม่ต้องทำงานอะไรอยู่โดยสบายเพราะฉะนั้นการนอนก็คือการพักที่ไม่ใช่มีรสชาติ ยิ่งนอนยิ่งอร่อยยิ่งนอนยิ่งติดเราจะไม่มีอารมณ์เป็นคนขี้เหร่พวกนี้เข้ามาผสมเป็นผู้รู้ชัดเจนว่ากินก็อยากรู้การมีชีวิตอยู่เป็นอยู่ก็อยากรู้ว่ามีค่ากินก็สมค่าโดยการประหยัดและโดยการใช้ประโยชน์ทำงานก็รู้ค่าโดยการรู้ประโยชน์และพร้อมกันนั้นในขณะทำงานเราก็รู้จักการประหยัดและการนอนแล้วก็รู้ในประโยคและเราก็รู้ในการประหยัดประโยชน์จากการนอนเพื่ออะไรแค่ไหนพอแล้วเราก็รู้ประหยัดจะนอนให้ประหยัดที่สุดไม่ต้องนอนมากนอนมายนอนพอเหมาะสมและมีสติสัมปชัญญะเป็นไปโดยดูงามโดยดีงามไม่ใช่ดูอย่างไม่มีท่าสมณะสารูปก็ไม่มี ขอดูฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยมากไปก็ไม่เอาแล้วจะแสดงว่าเป็นผู้รู้อยู่เป็นผู้ที่กำหนดได้อยู่ทุกเมื่อจึงจะเรียกว่าเป็นผู้เหนือโลกกำหนดรูปได้กำหนดนามได้แม้แต่ขณะที่เราว่าตายเราก็ตายอย่างเป็นถึงแม้จะนอนเหมือนคนตายแต่เราก็ยังมีจิตมีสามัญสำนึกมีสติควบคุมได้ด้วยว่าตายอย่างที่ไม่ใช่หลงตายตายอย่างที่ยังมีการควบคุมตายอย่างกำหนดอย่างตายอย่างเป็นจึงเรียกว่าน้องก็ยังนอนอย่างอรหันต์ได้ไม่ติดไม่มีกิเลสและรักษาสมรรถนะรักษาโรครักษาโรคให้มันอยู่ในสภาวะที่กัลยาณมิตรงามได้อย่างแท้จริงการกินก็ดีการเป็นอยู่ วิธีการนอนก็ดีเป็นหลักการของเราที่จะประพฤติปฏิบัติควบคุมมีสติปัฏฐานทำให้งามทำให้ได้ทำให้สุจริตกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมทั้งหมดพร้อมกันแม้กระทั่งทวารทั้งกับกิริยาทั้งทุกอย่างที่เป็นไปมากเหลือเกินที่จะกำหนดตายตัวไม่ได้แต่เราก็จะต้องรู้ความเหมาะความควรความพอดีพองามซึ่งเรียกว่าสัมมาเราจึงจะปฏิบัติลงตัวเป็นที่สุดก็มีสัมมาอะระหังองค์ 8 ครบบริบูรณ์ตามจิตที่เราสามารถอยู่เหนือเป็นวิศวะตรีจิตที่เราสามารถทรงสภาพอยู่ในขอบเขตเรียกว่าสมาธิหรือเรียกว่าฌานจิตที่เราหมดกิเลสเรียกว่าอุปโภคก็มีหมดแล้วก็สามารถเป็นไปได้อย่างแท้จริง ประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นผู้ชนะคือตายและผู้ชนะสุขายะพระพุทธศาสนาปิดตาหรือโลกานุเคราะห์แก่โลกเขาเป็นที่สุดและจะต้องทำให้ถึงที่สุดดังกล่าวนี้ตามหลักการตามวิธีการที่เราจะต้องพยายามทำความเข้าใจและก็ภาคเพียงทำให้ถึงที่สุดแล้วเราจะรู้สึกสบายแม้เราเองเป็นผู้ที่มีประโยชน์ในโลกอยู่ทำงานทำการอย่างแข็งขันอย่างมากมายได้มันก็ไม่น่ารังเกียจอะไรสำหรับตัวบุคคลผู้เป็นได้เราจึงได้เจอประโยชน์ที่แท้จริงและพร้อมกันนั้นเราก็สบายใจเราได้ทำมันก็สบายใจและเราก็ไม่ทำให้สุขภาพกายเสียโดยเฉพาะสุขภาพ ภาพใจของเรานั้นเป็นผู้ที่เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ที่รู้เป็นผู้ที่ตื่นเป็นพุทธที่แท้ไม่มีหม่นหมองไม่มีเดือดร้อนทุกอย่างทำให้พอเหมาะพอเจาะพอดีเหมาะสมทุกประการภาษาจะอธิบายเป็นภาษาพูดดูหวานๆดูง่ายๆเราฝึกตนไปสูงขึ้นเราจะรู้เราได้ประโยชน์แล้วเราจะรู้เราจะมีกิจกรรมสุดท้ายเราจะเข้าใจเข้าใจแม้เราจะมีงานการแม้เราจะเป็นอยู่เหมือนอย่างชาวโลกเขาทุกคนมีการกินการเป็นอยู่การหลับนอนกินอยู่หลับนอนเหมือนชาวโลกมีสัมมาอาชีวะมีอาชีพมีการงานมีการพูดมีการคิดมีความพยายามมีสติสัมปชัญญะมีอิทธิพลมนุษย์ธรรมดาแต่ก็มีความซ้อนอยู่ในตัวว่าไม่ธรรมดาแต่มัน ก็มีตัวจริงแต่มันก็มีตัวจริงมีตัวที่เหมือนแต่ไม่เหมือนมีลักษณะที่ชี้บอกได้มีสัญลักษณ์ที่ชี้บอกได้เป็นสภาพประหยัดเป็นสภาพประโยชน์เป็นสภาพสบายเป็นสภาพเบาว่าง่ายเป็นสภาพที่เป็นแรงพลังเป็นการสร้างสรรค์จรรโลงมีอยู่ในตัวพร้อมสร้างเพราะฉะนั้นรวมลงแล้วก็คือสิ่งที่ยังเป็นอยู่เรียกว่าหารักหรืออาหารเพราะอาหารนี้เมื่อมันได้ประหยัดสุดเป็นเอกโกหรือเป็นบุคลิกฐานว่ากินมื้อเดียวมาเป็น A4 แล้วเป็นหนึ่งแล้วมันก็ไม่มีแม้แต่บกพร่องแม้แต่อาพาธแม้จะป่วยเจ็บแม้แต่สมมุติสุด แล้วมันจะคล่องตัวและอุดฐานเบากระปรี้กระเปร่ามีพลังมีอำนาจและก็เป็นอยู่อย่างผาสุกอย่างแท้จริงได้นี่เป็นคำอธิบายเป็นคาถาเป็นคำสั้นมีหัวข้อบทที่เอามาผสมร้อยเรียงให้ฟังว่าเราจะไปสู่จุดจบอย่างที่ว่านี้และเราก็จะรู้ความบริบูรณ์ความสบายของมนุษย์ความประเสริฐสุดคือทิศทางที่ทำให้มนุษย์เราไปถึงได้อันมีจริงเป็นจริงไม่ใช่ของฝากเปล่าไม่ใช่คุยเป็นอุดมคติเฉยๆแต่เป็นไปได้จริงๆขอให้ทุกคนพยายามแล้วก็รู้ได้เห็นได้ช่วยโลกเข้าไปจนกว่าเราจะถึงรู้ความสุขด้วยกันทุกคนสุขที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2521

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน