หากบรรลุธรรมแล้วบอกใครไม่ได้ เป็นประโยคที่ไม่เป็นจริง.docx
เนื้อหาในไฟล์
หากบรรลุธรรมแล้วบอกใครไม่ได้ เป็นประโยคที่ไม่เป็นจริง _จนให้เป็น แล้วสบาย : ผมได้ยินชาวพุทธสายปฏิบัติพูดกันบ่อยว่าการปฏิบัติธรรมของพุทธเราเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน บอกคนอื่นไม่ได้ ผมเลยสงสัยว่ามีในคำสอนของพุทธด้วยหรือครับ คำว่ารู้ได้เฉพาะตน ที่ผมเคยได้ยินก็แต่คำว่าสันทิฏโก เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง อะกาโลเป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติจนถึงผลได้ไม่จำกัดกาล เอหิปัสสิโก เป็นสิ่งที่ผู้รู้แจ้งเองท้าทายให้มาพิสูจน์กันได้เท่านั้นเองครับ พ่อครูว่า...พุทธเรามีสำนวนว่ารู้ได้ด้วยตนเอง ก็คือ ภาษามันไม่ลึกพอถึงสภาวะ สภาวะคือ เจาะเข้าไปลึกถึงตนนี่แหละที่จะเป็นผู้รู้ แต่ประเด็นที่บอกผู้อื่นไม่ได้นี่แหละผิด ยิ่งรู้มันบอกคนอื่นได้ ยิ่งรู้อย่างคลุมเครือก็บอกคนอื่นไม่ได้เพราะไม่รู้ หรือบอกไม่ชัด อย่างพวกสายหลับตา เอาคำพูดของคนไม่รู้มาตู่พวกเรา ก็ชักจะพูดกันไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ สู่แดนธรรม... คำว่า เอหิปัสสิโก คือเชิญให้ผู้อื่นมาดูได้ พ่อครูว่า... เอาแต่ละคำแต่ละสภาวะมาพูดมันก็แย้งกันสิ ต้องมาศึกษาคำว่าเจาะลงไปที่ตัวเองให้รู้ โดยพระพุทธเจ้าย้ำว่า เรารู้แล้ว โดยไม่ต้องเชื่อใคร มันรู้ที่ตนเองจริงที่สุดโดยไม่ต้องเชื่อใครเลยมันเชื่อความจริงนี้เลย มันลึกถึงอย่างนั้น ไม่มีภาษาจะพูดแล้ว แล้วบอกคนอื่นไม่ได้นี่มันผิดหมดเลย ยิ่งไปแปลอย่างอาตมาโดนตู่ว่า ผู้ที่ไปบอกคนอื่นว่าตนเองบรรลุแล้วนั่นคือผู้ไม่บรรลุ นี่คือ เจตนาโค่นเลย มีเจตนาเพื่อหักโค่นหักล้างจริงๆ โดยที่มันน่าจะมีไหวพริบสักนิดนึงว่ามันใช่หรือ มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น มันจะออกมาได้อย่างไรหากเป็นผู้รู้แล้วไม่บอกผู้อื่น มีธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วไม่บอกคนอื่น หรือผู้ใดบรรลุแล้วบอกผู้อื่นมันก็จะกลายเป็นมีกิเลส เหมือนในโลหิจสูตร อ
อ่านต่อ
าตมาเคยถูกผู้รู้ในสังคมท้วง อาตมาก็ว่า ท่านน่าจะตรวจสอบให้ดีว่าใช่เป็นคำท้วงที่ไม่จริง คนก็เลยไม่รู้ว่าใครเป็นพระอรหันต์ เราก็เลยจำเป็นต้องบอกว่าเรานี่แหละคือพระอรหันต์ไม่คลุมเครือไม่มังกุ ไม่เขินไม่เก้อไม่ยาก มันบอกตรงๆพูดจนหมดภาษาแล้ว ด้วยความจริงใจ ไม่มีอะไรแฝงปนเป็นความไม่จริง สู่แดนธรรม... หากเราคนที่สำเร็จเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว เราก็บอกว่าเราเป็นคนที่จนสำเร็จแล เท่ากับไปประกาศว่าเป็นคนจนคือคนไม่จน พ่อครูว่า... เขาตีความเอาเอง หักล้างเฉยๆ เจตนาจะไม่ให้คำพูดของเราเป็นความจริง หาอะไรมาหักล้างไปดื้อๆ ฟังแล้วก็ตลก คุณจนให้เป็นอย่างติดในพยัญชนะ หมุนไปหมุนมา _นพพล จรัสวิกรัยกุล : การประกาศว่าตนเอง เป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ เป็นพระพุทธเจ้า สำหรับผู้ที่บรรลุธรรมแล้ว ก็เหมือนครูอาจารย์ ประกาศว่าตนเองจบการศึกษาระดับไหนแค่นั้น ไม่ได้รู้สึกว่าอวดโอ่ตัวเองอย่างไรเลย แต่คนที่จิตยังไม่ถึง ยังเมามัวอยู่กับกิเลส และติดอยู่กับคำสอนของคณาจารย์ต่างๆ ที่สอนผิดๆ จึงไม่สามารถคิดรู้สึกได้ว่า การประกาศถึงระดับธรรมชั้นสูง จะไม่อวดโอ่ได้อย่างไร พ่อครูว่า...เห็นไหม พยัญชนะมันแย้งกันแล้ว ท่านผู้ที่มีความจริงแล้วพูดความจริงไปหมดเปลือกเป็นความสูงเป็นความเจริญเป็นความประเสริฐจริงๆ ท่านไม่ได้อวดโอ่ แต่ท่านมีสิ่งที่น่าอวดน่าโอ่ จะไม่ให้ท่านอวดท่านโอ่ได้อย่างไร คนที่จะมารับรู้ว่า มีคนเป็นจริงๆนะ เป็นตัวอย่างว่าคนเราเกิดในยุคเดียวกันด้วย ได้ยินได้ฟังจากปากท่านตรงๆ นี่ๆๆ จะไม่ให้ท่านพูดความเป็นจริงมีจริงไม่ได้ ท่านรับรองจริง ถ้ามันไม่จริงท่านก็หน้าแตกเอง เอา ค่อยๆติดตามกันไป 641006_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แสงอรุณในปัญญาข้อที่ 2 ของปัญญา 8 ประการ