เมื่อละอายเกรงกลัวอย่างแรงกล้า จึงเกิดความรักเคารพอย่างแรงกล้า.docx
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อละอายเกรงกลัวอย่างแรงกล้า จึงเกิดความรักเคารพอย่างแรงกล้า _เข้าสู่ ปัญญา อีกแหละ เหมือนซ้ำซากวกวน ไปไหนยังไม่ออกจากข้อที่ 1 ซึ่งมันลึกซึ้งจริงๆ ปัญญาสูตร เล่ม 23 ข้อ 92 [92] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุ 8 ประการ ปัจจัย 8 ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว 8 ประการเป็นไฉน 1.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรักและความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 1 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว พ่อครูว่า... ต้องตั้งใจฟังทำตนให้ต่ำมีความสำนึกมีความละอาย อย่าไปหยิ่งไป 2 อวดดี ที่ต้องละอายเพราะว่าตัวเองแสดงความโง่ไปข่มที่ท่านไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้ว่าท่านรู้ว่าเราจริงๆแล้วคุณไม่ละอายหรืออย่างไร แต่ก่อนนี้คุณหลงไปข่มท่านผู้รู้ ข่มดูถูกดูแคลน แต่ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าเราต่างหากเป็นคนนรกที่ไปตู่ท่านที่บนสวรรค์ จะรู้สึกตัวอย่างนี้จะละอายอย่างนี้จริงๆผู้มีความละอายจริงๆจะรู้ความจริงตามความเป็นจริง อย่างที่พูดมาคร่าวๆนี้ โอ้โห ตายเรา แสดงความขี้เท่ออย่างนี้ มันน่าละอายจริงๆ ผู้ที่มีความสำนึกอย่างนี้เป็นผู้ที่มีความเจริญ แต่ถ้ายังทำหน้าเฉยไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ชัดเจน ถ้าคุณรู้ถูกคุณเป็นคนถูก คุณจะไม่ว่าไม่ไปขัดแย้งเลย ดีไม่ดี ถ้าคุณรู้เท่ากัน คุณก็สนับสนุนเลย หรือคุณรู้ยิ่งกว่าก็ยิ่งสนับสนุนเลย เพราะผู้นี้รู้ไม่ใช่น่อย แต่ถ้าคุณไม่รู้และหลงตนว่ารู้แล้วหลงว่าผู้นี้ท่านไม่รู้ นี่ตีลังกาคว่ำไปไม่รู้กี่ชั้นคุณนั่นแหละก็เป็นคน
อ่านต่อ
หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ อาตมามองไปก็ไม่อยากจะว่า ไม่อยากชี้ชัด เหมือนกับเราไปข่มหนักข่มหนา ไปดูถูกดูแคลนกันมากมาย มันก็ไม่อยากทำ ไม่ประสงค์จะทำ เพราะมันดูไม่ดี แต่ก็ยิ่งน่าสงสาร ก็เห็นว่าทำไมถึงแกล้งไม่รู้หรือว่ารู้แล้วก็ไม่กล้าเปิดเผยตนเอง เลยแกล้งไม่รู้หรืออย่างไร หรือมันไม่รู้จริงๆ ก็สุดวิสัย จะไปข่มเขาโคขืนให้กินหญ้าไม่ได้ก็ต้องปล่อยไปก่อน
ต้องละอาย ต้องเกรงกลัว ต้องมีความรัก ต้องมีความเคารพ อย่างแรงกล้าด้วย ฟังแล้วเหมือนไปบังคับ กดข่มหรือหลงตน ยกตนมากมาย แต่มันไม่ใช่ มันเป็นความจริง มันเป็นสัจจะที่พูดไปแล้วมันไม่มีอะไรเหลือที่มันไม่จริงเลย ไม่มีความเหลือไม่จริงเลย มันมีแต่จริงหมด สู่แดนธรรม... ผมคิดได้ว่า คนที่ไม่แสดงความรักความละอายความเคารพอย่างแรงกล้านั้น เขาอาจคิดว่า พ่อท่านไม่ใช่ครูของเขา เพราะในนี้เขาว่า ผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะครู แต่พ่อท่านไม่อยู่ในฐานะครู เขาก็ปฏิเสธได้ พ่อครูว่า... คุณก็ไปเล่นคำอีก หากไม่ตั้งอยู่ในฐานะครูก็ตั้งเสียสิ คุณจะตั้งหรือไม่ตั้งคนนี้ในฐานะเป็นครู ก็อยู่ที่เขา ถ้าเขาไม่ตั้งเป็นฐานะครูมันก็ไม่มีวันที่ฉันจะคุกเข่าให้ ในปัญญาข้อที่ 1 ที่ไปแปลว่าไปตั้งความละอาย มันไม่ต้องไปตั้งหรอก แต่มันจะเกิดความละอายหยั่งลงไปในจิตตนเองเลย จะเกิดความละอายเองเลย นั่นแหละคือตัวแท้ ตัวสำนึก ตัวที่เปิดสิ่งที่เราปิดมานานออกมาเองเลย ตัวนี้ จะให้คนอื่นบังคับก็ไม่จริงเท่าตนเอง โอ้โห เปิดออกเอง พูดถึงเรื่องละอายก็เคยอธิบายไปหลายทีแล้วจริงๆ คนที่เปลื้องผ้า เปิดเผยอวัยวะที่น่าปกปิดให้คนดู เขาไม่ละอาย เขาได้ทำมาอย่างหลงตนเองเลยว่า ฉันโชว์ความงามของฉันนะ ว่า ฉันมีของดีน่าโชว์นะ เสร็จแล้วมันกลับกันเลย อื้อหือ ทำไมคุณไม่อายบ้างเลยหรือ เด็กๆที่มันเดียงสามันยังอายเลย แล้วโตไปจนป่านนี้แล้ว หมาเลียก้นไม่ถึงแล้วยังไม่รู้จัก แล้วยังไปหลงผิด สมณะฟ้าไท... มีพวกเยอะ แต่ก่อนเขาไม่ทำกัน แต่ตอนนี้มีคนทำกันเยอะก็เลยกล้าทำ พ่อครูว่า... ไม่เยอะ เอามวลจริง คนหน้าด้านอย่างนั้นจะมีสักเท่าไหร่ ขออภัยที่พูดแรง นี่ก็ยกตัวอย่างหยาบๆบ้าง ฉันเดียวกันคล้ายๆกัน ที่มีคนอวดว่าตนเองรู้ คืออวดความไม่รู้แล้วไปลบหลู่คนที่ท่านรู้ ลบหลู่อย่างหยิ่งผยองเลย พอรู้ตัวแล้วก็น่าอายที่ไปว่าท่านผู้รู้ เราไปแสดงขี้เท่อออกมา ความจริงก็น่าสำนึกน่าอายใช่ไหม นี่มันก็เป็นสัจจะ เพราะฉะนั้นเมื่ออายแล้วจะเกรงกลัวเลย โอ้โห ทีนี้ระวังนะ มันโอ้โห น่าอายขนาดนั้นทำออกไปได้ ทีนี้พอรู้สึกแล้วจะระวังนะ จะเกรงกลัวมีโอตัปปะ เสร็จแล้วก็จะต้องสยบตนเอง จะต้องรักเคารพ รักอย่างยกย่องเชิดชูเลยนะ แล้วก็รู้สึกเคารพ นับถือ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จริงทั้งนั้นเลย เป็นคุณสมบัติที่วิเศษ ที่เราจะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ สมณะฟ้าไท... เกิดความละอายความเกรงกลัวแล้วก็เกิดแสดงความรัก พ่อครูว่า... ความรักเคารพอย่างแรงกล้า เปโม เปมะ 641006_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แสงอรุณในปัญญาข้อที่ 2 ของปัญญา 8 ประการ