231007-2-231 ทางเอกภาค2-ตอน231(หน้า498)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์181 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 7 ตุลาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระพุทธที่รักอบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ตอนที่พุทธสถานปฐมอโศกตลาดเรามาต่อวันนี้หน้า 3 ไป 498 แล้วเรากำลังพูดถึงกะพรุนพูดถึงส่วนที่ผิดแล้วก็เลยมาถึงว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจะให้แก้ศตวรรษเป็นสิ่งที่จะแก้แต่เราก็ยังไม่ได้เข้าถึงรีโมท 8 ไปทีเดียวตอนนี้ก็เอา โบสถ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงยืนยันไว้ซะก่อนว่าสัตว์โลกนี้มันก็มีอยู่ 9 มีวิญญาณที่ 7 แล้วก็มีอายตนะ 2 วิญญาณที่ติดสัตว์วิญญาณทิติ 7 แล้วก็มีสัตว์อายตนะอีก 2 ก็เป็น 9 ซึ่งเราก็จะต้องชนะด้วย memo 8 ซึ่งเป็นข้อที่ร้ายๆมาขอ 65 แล้วก็ข้อ 66 นะถ้าผู้ใดมีวิตก 8 เหล่านี้ภิกษุผู้เรียนรู้ฝึกฝนจนประสบขั้นบรรลุถึงด้วยอนุโลมว่าด้วยปฏิญญาโรงพยาบาลจนจะปรารถนาเมื่อไรปรารถนาสภาพอย่างไรปรารถนา นานเท่าไหร่ก็จะช่ำชองกำหนดได้เป็นได้หยุดได้จึงจะบรรลุเจโตวิมุติปัญญาวิมุติปัญหาอาสวะมิได้เพราะอาสวะสิ้นไปเพราะทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าอันโน้นภิกษุณีเราเรียกว่าอุปกรณ์อื่นจะยิ่งหรือประณีตไปกว่านี้ไม่มีคือความหลุดพ้นที่ได้อย่างถึงและรู้แจ้งมีที่ 8 ก็ดับนี่เราก็กำลังไล่เรียงมากำลังอธิบายมาเรื่อยๆแล้วก็มาต่อ แล้วผู้ใดมีความรู้สึกเพราะฉะนั้นทำให้คนผู้ใดไม่ต้องไปนั่งหลับตาทำสมาธิแต่จิตตกอยู่ในสภาพเช่นที่กำลังยกตัวอย่างเนี่ยยกตัวอย่างถึงตอนไหนเป็นสภาพโมหะกะตะอย่างแฝงวนไปติดอยู่ในอารมณ์อะไรอื่นๆเช่นอากาศสามีเราไล่มาถึงอาการสาแล้วนั้นเลยนี่กำลังสรุปลงไปในตัวนะรูปประธานแล้วก็มีรูปเป็นจิตต่างๆที่เราไปลงแต่เราไม่รู้เราก็หลงแต่ถ้าเราไม่เรียนรู้แล้วเราผ่านผ่านในรูปผ่านรูปประชาชนกำลังไล่มาถึง เข้าขั้นอรูปฌานอาสาแล้วก็มีรู้สึกมีความรู้สึกมีสภาวะจิตอยู่ในสภาพอารมณ์กับสัญญาก็เป็นศต

อ่านต่อ

วรรษแบบโมหะกะตะที่แขวนบนผู้ยังมีความรู้สึกอยู่อย่างอาโรคนั่นเองเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งอยู่ในอารมณ์คือโลกแห่งความรู้สึกของตนอุปทานก็ว่างบางทีมันมองไปข้างหน้านี่มันไม่เห็นอะไรหรอกทั้งๆที่ข้างหน้านี่มีอะไรทุกอย่างมีอะไรที่มันตาเราตรงไปเนี่ยมันก็มีอะไรก็ได้แต่มันมองเอาวางลงเฉยแต่ไม่มีอะไรรู้สึกว่างลงไปเฉยๆงั้นน่ะเพราะฉะนั้นแม้คนพูดใดไม่ต้องไปนั่งหลับตาทำสมาธิแต่จิตตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เกิดความวางความ เช่นนี้ไม่รับรู้วัตถุโลกไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับโลกในโลกจะมีอะไรอย่างไรตัวก็ไม่เกี่ยวแม่ตนก็ไม่ทุกข์ร้อนกับตนเลยในร่างกายมีแต่จิตใจอิ่มเอมเปรมเปรมโปร่งมีแต่จิตใจอิ่มเอมโปร่งเบาสดใสอยู่สิ้นทุกชนิดและเป็นสุขมหาศาลแต่สภาวะเช่นนี้แลคือวิญญาณฐิติหรือจิตเข้าไปยึดเกาะกับรถรับรู้อยู่กับสภาพโดยตัวมันเองโดยตัวมันเองแล้วแม้จะเป็นช่วงรับเดียวก็เกิดจริงเป็นจริงในเว็บเดียวนั่นแหละเป็นสภาพที่ตั้งอยู่ในวงเล็บที่ติดที่ติด เป็นสภาพที่ตั้งอยู่ตั้งอยู่ได้ยากมากที่สุดในปกติของคนลืมตามันจะตั้งอยู่อย่างที่สภาพที่อธิบายไปเนี่ยถ้าลืมตาแล้วก็มองว่าไปทั้งๆที่ตามไม่ว่างหรอกโลกนี้โลกมันไม่ใช่ว่ามันจะว่างๆโลกนี้มันจะมีอะไรต่อใดเป็นดินน้ำไฟลมอยู่เต็มไปหมดทีนี้มันก็แผนเป็นเหมือนมันว่างโล่งไปหมดสายโปร่งไปหมดไม่มีอะไรมันเป็นได้ยากมากในสภาพคนปกติของคนลืมตาเพราะธรรมดาก็จะต้องมีอาการรับรู้กับวัตถุโลกมาแทรกสลับอยู่เสมอแม้เราจะทำจิตไม่เกี่ยวไม่ทุกข์ร้อนกับมันปานใดก็ยังมีวัตถุโลกอารมณ์โลกแทรกสัมผัส สลับอยู่เสมอแต่ถ้าผู้ใดติดมากยึดมากเกาะอารมณ์อากาสานัญจายตนะเช่นนี้มากก็จะเกิดสภาพรับรู้รับสัมผัสสภาวะนี้ได้จริงมีจริงแม่ลืมตาโพลงๆก็จะเกิดอารมณ์ไม่เห็นอะไรไม่รับภาพอะไรไม่รับอารมณ์อะไรได้เป็นช่วงเป็นตอนติดมากเย็ดมากก็มีเสมอติดน้อยนิดน้อยก็ไม่มีบ่อยยึดมากติดมากและทำบ่อยๆข้าวบ่อยก็ทำบ่อยข้าวบ่อยข้าวมาก็จะเป็นได้มีได้มันนานจนขนาดเที่ยวชานขึ้นต้องการสภาพนี้ก็ทำเอาได้ในขณะลืมตาโพลงๆนี้ ก็เป็นสภาพที่เกิดได้จริงซึ่งเป็นสภาพที่เกินสมมติสัจจะเป็นสภาพที่เกินสมมติฐานขึ้นมาเรียกว่าสมมติสัจจะดินน้ำไฟลมตัวคนนี้ก็เป็นสมมติที่สัจจะเป็นที่รู้กันว่าเนี่ยเป็นคนนั้นคนนี้คนนี้นี่ดินน้ำไฟลมผสมเกิดขึ้นมาเป็นแท่งเป็นก่อนมีก็เป็นสมมติที่จะอย่างนี้อย่างนี้ดินก็ตามน้ำก็ตามไฟก็ตามลมก็ตามเป็นสมมติที่สัจจะเป็นที่รู้กันเป็นสัจจะที่รู้กันตามนั้นตามจริงตามนั้นส่วนปรมัตถสัจจะนั้นท่านหมายเอาจิตเจตสิกรูปนิพพานปรมัตถสัจจะเครื่องหมายเอาแต่เฉพาะอารมณ์ที่ละเอียดละออของนามธรรมจริงๆ รูปนั่นน่ะเขาตีความกันว่ารูปเป็นหมายถึงรูปดินน้ำไฟลมด้วยเป็นอนุโลมที่จริงมันไม่ใช่ปรมัตถสัจจะนี่หมาเอาสูงบรมยิ่งปรมะบวกอัฏฐะแก่นสารขั้นยิ่งขั้นยอดเพราะฉะนั้นแก่นสารท่านปรมัตถสัจจะน้ำมันเรื่องขั้นอากาศกับกับวิญญาณแล้วโดยเฉพาะยิ่งที่สุดก็คือขั้นวิญญาณธาตุเป็นตัวละเอียดแม้ในวิญญาณอาจจะต้องศึกษายังต้องแยกแยะละเอียดลออแทนทะลุรอบลงไปจนกระทั่งถึงอะไรคือจิตบริสุทธิ์อะไรคือกิเลสตัณหาและเราก็รู้ความจริงของจิตบริสุทธิ์กับกิเลสตัณหาและทำได้ทำได้เป็นจริงจนตัวเอง มีแต่จิตบริสุทธิ์กิเลสตัณหาไม่มีน่าจะถึงขั้นปรมัตถ์ที่สุดเรียกว่านิพพานเรียกว่าปรมัตถ์หรือพระบรมแจ่มสานเอานิพพานเป็นแก่นสารมันธรรมดามันต้องมีจิตใจเป็นสิทธิ์และมันจะมีรูปหยาบอะไรต่ออะไรอื่นๆอีกก็รู้ตามและรูปนั้นเราจะเรียกมันว่าสมมติสัจจะก็คู่กันเลยทีนี้รูปเหล่านั้นก็เป็นรูปหยาบก็เป็นสมมติสัจจะถ้ารูปละเอียดแม้แต่ในจิตในใจเป็นรูปที่ถูกรู้ของจิตของใจรูปที่เป็นจิตจริงๆก็เรียกว่าลูกเรารู้ว่าอารมณ์จิตของเราเป็นอย่างนี้นี่เป็นอารมณ์จิตอารมณ์จิตนี่ก็คือเจอแต่สิ่งนั้นเองอารมณ์จิตเป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ตอนนี้เป็นอย่าง เปิดเพลงนี้เป็นว่างๆตอนนี้เป็นรับรู้ไปแล้วอะไรต่ออะไรต่างๆนานๆนี่เราอภิสังขารทำแล้วก็ทำอภิสังขารกับเขาไปก็รู้ของตัวเองอยู่เป็นสิ่งที่ถูกรู้เรียกว่ารูปปรมัตถ์มันไม่มีตัวมีตนหรอกแต่มันเป็นอาการจิตเป็นอย่างนั้นอารมณ์จิตเป็นอย่างนี้เป็นธรรมารมณ์อย่างนั้นเป็นธรรมารมณ์อย่างนี้รู้ได้ถูกรู้ได้โดยตนก็เรียกว่าเป็นสภาพปรมัตถ์ไม่ต้องแยกแยะสมมุติสัจจะกับปรมัตถสัจจะออกฟังดูดีๆและที่เรียกสมมุติที่สัจจะหมายเอาแค่ใดปรมัตถสัจจะไม้เอาแค่ใดเออสภาพที่เกินสมมุติเพราะงั้นในสภาพที่เรามองตาไปโดยจริงแล้วใครทุกคนก็เห็นเขารู้ว่ามันมี มีวัตถุรูปต่างๆแต่ผู้นี้ไปอุปทานสร้างในสิ่งที่มันไม่เป็นจริงกับเขาหรอกที่จริงน่ะมันซ้อนลงไปอีกมันเป็นของแกมองมีของแต่กลับไม่มีซะแล้วเป็นอากาศโล่งๆว่างๆซะแล้วมันสภาพจิตใจสมบูรณ์ที่สัจจะในโลกเป็นสภาพจิตเลยเถิดเป็นความสุขส่วนเกินอุปทานติดสบายกว่ากันเลยมองบนโลกว่างไปหมดเลยนะเนี่ยเป็นส่วนเกินอันต้องยึดให้จัดเพลงเพียงจิตให้มันเลยสัมผัสจากความเป็นจริงอันแท้จริงในโลกอัตราธรรมดาข้างหน้ามันมีวัตถุรูปอะไรมันก็เป็นความจริงตามความเป็นจริงแท้จริงในโลก ในสมมติสัจจะแต่นี่เอาเลยเถิดไปเลยไม่ให้มันมีเลยสมมติสัจจะหรือบัญญัติโลกไปซะอีกในวงเล็บเรียกว่าอาโร่เนี่ยเรียกว่า Arrow มันไม่ใช่โรคตามโลกเขามันเกินโลกมันก็เป็นอีกโลกหนึ่งอารมณ์หมายถึงอีกโลกหนึ่งไม่มีในโลกเดิมไม่มีในโลกธรรมดาก็เป็นอีกโลกหนึ่งโลกใครโลกมันเพราะคนนี้หรือว่าใครคนนี้ที่เขาทำเป็นโลกของตัวจึงเป็นการลำบากเป็นสภาพที่ยากเกินจำเป็นแก่ตนเป็นการกระทำได้ยากไม่ใช่ของง่ายหรอกอย่างนี้ก็ยากเป็นอัตลักษณ์จึงเป็นการทรมานตนเป็นความลำบากของตนอัตตะเท่ากับต้นกริยาเท่ากับความลำบากจะมีความลำบาก ส่วนมากพี่จะทำนั่งทำถ้าใครจะทำอย่างนี้ก็ทำทำก็จริงๆฝึกจริงๆเป็นจริงๆได้เป็นเรื่องเลยเถิดเป็นเรื่องเกินจริงเป็นเรื่องอาโรคชั้นเดียวกันนั่งหลับตาเข้าไปก็เป็นอารมณ์เหมือนกันนั่งหลับตาเข้าไปแล้วมันก็มันก็ง่ายกว่าหน่อยนั่งหลับตาไปทำเอาเลยไม่เห็นอะไรขวางโลกโปรไม่เหลืออะไรมันก็ง่ายกว่าหน่อยง่ายกว่าที่ลืมตานี่พอลืมตานี่มันมีอยู่ต่อหน้าต่อตาแล้วอยากจะให้มันลบหายไปจากตาอีกนี่มันซ้อนมันยากกว่าให้นั่งหลับตาแล้วว่างโล่งไปนั่นง่ายกว่าอยากให้มีแสงสว่างลงง่ายกว่าเพราะมันไม่มีอะไรรอแล้วกวนมากกว่าเพราะการที่นั่งลืมตา สว่างหลวงพ่อนิดๆมัจฉานุยิ่งยากกว่าเยอะเลยยากกว่ามากถ้าใครจะสังเกตนะถ้าเราเคยสังเกตใจจดใจจ่ออยู่ในอะไรเนี่ยมองเป็นอยู่นะมีคนเดินผ่านหน้าบ้านไม่เห็นหรอกไม่เห็นคนเดินผ่านเลยใครเคยบ้างไม่เห็นหรอกคนเดินผ่านไปก็ไปมีแต่จ้องเป็นด้วยของเราเฉยเลยเขาเดินผ่านมันไม่เห็นแม้กระทั่งคนเดินดูคนเดินเป็นโทรผ่านไปไม่เห็นน่ะเห็นแต่ของที่เราเห็นด้วยไปนี่ก็เป็นสภาพคล้ายกันคือไม่ไม่จดจำไม่จดจ่อไม่สมมติเลยไปด้วยไปผ่านก็ผ่านไม่เข้าใจไม่เห็นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ไม่มีสัญญากำหนดรู้ ไม่รู้ตามอย่างนี้ก็คล้ายๆกันแต่ว่าไม่ถึงขั้นไม่มีอะไรแต่ก็ยังมีอะไรที่เราจดจ่อถ้าว่าทางตาทางรูปนี่ก็อาจจะจำได้ยากหรือว่าน้อยครั้งแต่เสียงนี่สิถ้าจดจ่อนี่เสียงอยู่เนี่ยเราฟังเสียงนี้เนี่ยเสียงอื่นดังกว่านี้เลยเรียกตะโกนเสียงไม่ได้ยินทั้งๆที่ใครเขาได้ยินกันทั้งนั้นโตไม่ได้ยินไม่รับก็เลยทั้งนั้นเสียน่ะมันก็ดังนะไม่เอาไม่รับรู้ด้วยมีเสียงมันก็มาได้รอบข้างเสียงส่วนรูปมันต้องที่สายตาถ้าไม่ผ่านสายตามันก็ไม่เข้าตาเพราะฉะนั้นลูกมันก็จะเพาะหน่อยแต่จะเลี้ยงนี่มันรอบทิศรอบทางรอบ และเราเองเราจะรับอะไรจดจ่ออยู่มันก็รับได้แต่เสียงอื่นไม่ที่เขาต้องการให้เข้าหูเราด้วยซ้ำไม่เข้าเราไม่ใส่ใจเขาเรียกเราอย่างๆก็ไม่ได้ยินอย่างนี้ก็เคยทำบอกว่าใครสังเกตก็จะเคยมีนี่มันเรื่องของจิตยึดถือทั้งนั้นอุปทานเอาสะพานว่าอากาสานัญจายตนะนั้นคืออัพธรรมะเรียกว่าอภัยเป็นภาษาบาลีถ้าเป็นภาษาสันสกฤตก็เรียกว่าพยากรณ์นั่นคือพยายามจะกระทำของพระโยคาวจรเป็นสภาพจิตของคนที่ติดพิเศษจนสิงสู่อยู่กับสภาพ นั้นโดยตนยังแยกไม่ออกตนเป็นสิ่งนั้นรู้สึกอย่างนั้นเสพสุขอยู่กับสภาพนั้นจริงๆโดยตนไม่รู้ตัวไม่รู้ตนเองหรอจิตกลายเป็นผู้เสพอยู่เต็มสภาพเป็นโรคของจิตแท้ๆจนดูเหมือนเป็นอากาศสภาพอยู่ในอารมณ์นั้นไม่มีแม้สถานที่อยู่อันกำหนดได้มันไม่มีอะไรกำหนดว่ามันอยู่ที่ไหนอะไรยังไงมันลงไปหมดอากาศภาคที่โล่งโปร่งมีอยู่เท่าใดตนก็ดูเหมือนเป็นอากาศสภาพนั้นแหละด้วยตลอดทั่วไปสุดสำนึกมีความสำนึกมีความรู้สึกอย่างนั้นแหละ ลงตลอดไม่มีตัวมีตนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ตัวเป็นใครยังไม่รู้เลยยังไม่รู้สึกตัวในตอนแรกแต่ที่จริงตนไม่ใช่อากาศสภาพตนนั้นคือธาตุรู้ตนนั้นคือวิญญาณตนคือจิตที่ยังดับที่ยังไม่ดับสูญต้นคือจิตที่ยังไม่ดับสูญแต่หลงรูปแห่งอากาศจนลืมตัวหลงว่าตัวเป็นอากาศทำตัวเป็นอากาศตนชอบตนยึดสภาวะว่างๆเปล่าๆนั้นทรงตัวอยู่จิตอย่างนี้จึงคือจิตที่เป็นโมหะที่แท้จริงมันเป็นความหลงผิดโมหะกะตะให้แม่มันหลงผิดไปมันเพ้อพาไปมันไม่มีตัวตนชนะ มันไม่มีความรู้สึกตัวรู้สึกตนนี่มันเป็นสภาพเหมือนกะนั่งดับก็ไปเลยตัดไปเหลือแต่อากาศว่างโล่งเป็นอรูปเป็นอากาสเป็นอรูปอากาสานัญจายตนะวางลงไม่มีตัวไม่มีตนที่จริงตัวตนก็ยังนั่งแข็งทื่ออยู่นี่นะข้างนอกเนี่ยแล้วตัวจิตเองอัตราเทียบหมายเอาจิตวิญญาณของตัวเองก็ยังอยู่จิตตัวเองก็ยังอยู่นะจิตวิญญาณของตัวเองยังเป็นตัวไม่ได้ตายดับยังไม่ได้สลายขันอะไรเป็นอรหันต์ก็ยังไม่ได้เป็นยังเป็นบางคนยังเป็นปุถุชนอยู่ด้วยซ้ำและกิเลสกิเลสอะไรจะไม่มีตัวตนให้เขาคำว่าไม่มีตัวตนผ่านไปตั้งรูปแต่สมมติเอารูปอุปทานชนิดนึงและตัวก็ไปอยู่อย่างนั้นทำตัวอย่างนั้น มันไม่ใช่สภาพจริงเลยมันไม่ใช่สภาพที่เป็นไปถูกต้องที่แท้จริงมันเป็นโมหาคติเป็นความหลงหลงอุปทานสมมุติเป็นมโนอัตราชนิดหนึ่งทำอัตรานั้นมาเสพให้แก่ตนจนได้เผลอตัวหลงตนแท้ๆตนไม่ใช่อากาศสักหน่อยแต่ปลอมตัวเป็นชาวอากาศเสียสนิทเพราะตนยังมีความสุขนะตนยังโลกสภาวะเช่นนี้อยู่มันเป็นได้สารพัดสารพัดฟังดูดีๆนะอย่าไปปั้นตัวเองเป็นอะไรก็ได้ปั่นตัวเป็นตัวปั้นเป็นสภาพนั้นสภาพนี้เป็นตัวตัวเองเป็นตัว ฤาษีเป็นตัวเทวดาเป็นตัวไอ้โน่นไอ้นี่อะไรอยู่ในภพในภูมินั่งหลับตาปั่นได้อย่างที่เคยยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆนั่งหลับตาปี๋เข้าไปเนี่ยเสร็จแล้วก็ไปเห็นตัวเองนอนตายอยู่ว่างั้นนะมาปรากฏตัวนอนตามมารู้สึกเป็นตัวเองเลยนะโอ้โหเรานอนปะคนนอนตายที่ไหนเรานั่งหลับตายทั้งคืนไอ้ที่นั่งไปเห็นน่ะเป็นภาพนิมิตเป็นภาพปั้นตัวเองขึ้นมาก็นึกว่าตัวเองเหมือนฝันนั่นแหละคือตอนคุณฝันเห็นอยู่ตรงนี้นอนลากยาวอยู่ตรงนี้คุณจะไปนั่งแอ๊บกับคุณเป็นไอ้นั่นเป็นไอ้นี่เลยแต่ในฝันนั้นมันเหมือนตัวเองเป็นทุกอย่างอ่ะเป็นนู่นเป็นนี่มีความรู้สึกสักนิดเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้แต่ตัวเองน่ะมันนอนดู YouTube อยู่นี่ไปไหนกันไม่ได้ไปไหนไม่ได้เป็นตัว ตัวนี้อะไรนอนฝันว่าก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นแต่เราก็ยอมให้ว่าจิตของเรามันฝันไปแล้วมันก็เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ไอ้ที่นี่ก็เหมือนกันนั่งหลับตาเข้ากับหน้าปั้นเป็นไอ้นั่นมีปรากฏเป็นนิมิตอย่างที่ว่าได้นอนตายแข็งที่ตัวเองตายที่ไหนตัวเองนั่งอยู่นี่ไปนอนตายนี่มันชัดขึ้นชัดหน่อยไม่รู้รู้ดีหน่อยเพราะว่ามันย้อนแย้งกันในสภาวะนั้นที่จริงเรายังไม่ตายแต่สภาพรู้สึกว่าตัวเองตายอ้าวตัวเองรู้สึกว่าตัวเองตายในตัวเองตายยังไงเราอ่ะมันก็แยกเขารูปร่างตัวก็ยังไม่ตายแต่ความรู้สึกเราว่าเราเองเรายังไม่พ้นเรายังไม่เป็นพระอรหันต์สูญหายไปมันยังมีความรู้สึกรับรู้ได้ก็ไม่ว่าแต่ความรู้สึกรับรู้ได้นั้นน่ะมันมันหมายถึงความรู้สึกก็เอามาเป็นตัวเอง แต่ว่าตัวเองรู้สึกว่าตายนั่นน่ะร่างกายตัวเองมันมี 2 ร่างแล้วนี่งั้นก็ร่างนึงมันนอนตายอยู่ในนิมิตอีกร่างหนึ่งก็มานั่งโผล่อยู่เนี่ยมันเป็นสองด้านแล้วมันก็ปลอมมันก็เล่น 2 ร่างยังไงกันล่ะทีเดียวกันน่ะเออมันจับได้ว่ามันโกหกจับได้มันโกหกว่ามันไม่จริงนี่ปั่นอาทิตย์นี้ไม่ปั่นเป็นตัวเป็นตนปั้นเป็นอากาศอธิบายขยายความให้ฟังเทียบเสียงให้ฟังไม่ปั่นเป็นตัวเป็นตนปั้นเป็นอากาศว่างๆโล่งๆไม่มีตัวไม่มีตนว่างั้นเข้ามาอยู่กับอากาศปลอมตัวเป็นชาวอากาศซึ่งสนิทเลยเพราะตนยังมีความสุขมันชอบมันเอางั้นน่ะตนยังโลกสภาวะเช่นนี้อยู่ คืออากาสานัญจายตนะพรมนี่แหละเขาถือกันนะเนี่ยว่ามากเลยตามสมมุติว่าอากาสานัญจายตนะพรหมเป็นรูปนี้นั่งหลับตาเข้าแล้วก็วางทำเป็นอากาศเป็นชาวอากาศว่าไม่มีอะไรที่สิ้นที่สุดโล่งๆโปร่งๆนะเนี่ยเรามันคงจะคลายก็คงไม่ได้ทำได้ง่ายๆในนี้ยากนะกว่าจะทำได้เป็นความรู้สึกไม่มีอะไรเลยวางโล่งโปร่งอยู่อย่างงั้นน่ะไซส์สว่างไม่รู้สึกแม้กระทั่งตัวเองว่าอยู่ที่ไหนมันต้องมีจิตละเอียดที่จะรู้นะว่าตัวเองรู้ตัวหรือเปล่าในตอนนั้นถ้ามีจิตละเอียดถึงจะรู้ถ้าไม่มีจะละเอียดไม่รู้ว่านั่งว่างลงนั่นน่ะแท้ๆจิตในวงเล็บพรมนี้คือธาตุรู้หรือ การที่ตนปล่อยวางโลกสิ้นแล้วไปหลงเพลินสุขอยู่ในแดนอาโรควางหมดเลยจิตของตัวเองว่างทุกอย่างวางดินน้ำไฟลมวางแม้กระทั่งความรู้สึกว่าตัวเองน่ะไปอยู่ในแดนอาโร่แดนที่เป็นสภาพไม่มีแม้วัตถุหยาบไม่มีแม้อารมณ์สังขารอย่างโลกๆเขาปรุงกันทิ้งหมดทุกอย่างไม่อารมณ์อะไรไม่รับทั้งสิ้นและไม่มีแม้อารมณ์โกรธเพียงน้อยนิดเพราะแต่เพราะตนไม่รู้ในเรื่องอวิชชาว่าอากาศหรืออากาศสะหรือความว่างๆเปล่าๆโล่งๆนั้นน่ะมันไม่ใช่เรามันไม่ใช่ชีวิตมันไม่มีความรู้สึกมันไม่มีความรับรู้มันเป็นลูกเป็นสิ่งที่ถูก ในวัดซึ่งเป็นรูปละเอียดขั้นอัดรูปมันไม่ใช่น้ำอากาศสระหรืออากาศนี่มันไม่ใช่น้ำหรือตัวรู้หรือตัวตนที่เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งสักหน่อยเราต้องแยกรูปแยกนามออกจริงๆจึงจะพ้นอัพยากษัตริย์ธรรมตัวรับรู้หรือตัวรับรสนั้นมันต่างตัวต่างตนจากอากาศแต่มันซ้อนอยู่ในอากาศนั้นสิ่งที่มันรับรู้หรือตัวที่รู้สึกอยู่นั้นมันคือวิญญาณคือจิตคือธาตุรู้ของเรานั่นเองต่างหากที่ทิ้งโลกต่างๆที่ไม่ยึดโลกหยาบใดๆปล่อยอย่างสนิทไม่รับ ความรู้ในโลกิยะโลกอันต่างจากอาโรคคือยุคอยู่แต่อารมณ์กับสัญญานั้นเท่านั้นและเราก็ไม่ใช่อากาศสะท้านนั้นเลยจริงๆด้วยฟังดีๆนะมันซ้อนในขณะที่เข้าไปเป็นอาการสามีเราเหมือนเป็นอากาศสภาพที่จริงเราไม่ได้เป็นอากาศนะเราก็เป็นวิญญาณธาตุเราเนี่ยเป็นวิญญาณธาตุแต่อาจสภาพโล่งๆมันก็เหมือนไปเป็นตัวโล่งๆนั้นเปล่าๆแม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นใครอะไรแค่ไหนเนี่ยไม่รู้ตัวรู้ตนตอนนั้นน่ะแล้วเราก็ไปลงว่าเราเป็นชาวอากาศเราเป็นอากาศเราไม่ได้เป็นอากาศเรานี่มันเป็นตัวมนุษย์ตัว วิญญาณอัตตาของใครก็อัตตาของมันแต่ดาวตอนนั้นเป็นหลงผิดไปโมหะขาดปากนึกว่าเราเป็นอากาศก็ความรู้สึกวางโลกทุกอย่างวางไม่มีเหลืออะไรเลยเนี่ยมันก็เลยว่างๆลงๆแล้วเราก็ไปหลงว่าเราเป็นอากาศที่แท้จริงไม่ใช่โดยสัจจะส่วนนึงซ้อนกันอยู่เราคือจิตวิญญาณจะรู้สึกว่าโล่งขนาดไหนก็ตามเราคือจิตวิญญาณซึ่งจะว่าไปแล้วมันโล่งยิ่งกว่าอากาศอีกเพราะว่าวิญญาณธาตุนี้มันสุขุมประณีตยิ่งกว่าอากาศสภาพดินน้ำไฟลมอ่ะธาตุ 4 มหาภูตรูปอากาศสภาพวิญญาณธาตุอีก 2 ธาตุซึ่งเป็นทาส 6 ธาตุ 4 ดินน้ำไฟลมพลาดอีก 2 ธาตุอากาศวิญญาณธาตุนี้มันก็ไล่ลงไปละเอียดวิญญาณ ยิ่งกว่านั้นพระแท้จริงเราเป็นวิญญาณธาตุเราไม่ใช่อากาศเราว่าเราโลกเหมือนอากาศสภาพที่จริงอากาศสภาพยังให้วิญญาณอาศัยได้เห็นไหมตอนนี้อากาศสภาพนี้ยังวิญญาณอาศัยอยู่ในอากาศสภาพนั้นได้อีกแท้จริงวิญญาณอาศัยอยู่ในอากาศนั้นอากาศสภาพนั้นไม่ใช่ตัวอากาศสักหน่อยที่จริงมันยังมีวิญญาณยังมีตัวตนยังมีตัวรู้ตัวเศษอยู่ในอากาศนั้นมีอายตนะฟังดีๆนะที่มีความเป็นสัตว์ไม่ใช่อากาศอันเป็นเพียงภาพแห่งความว่างเปล่าในวงเล็บปิดรูปที่ว่างเปล่าไม่ใช่เราไม่ใช่ปริมาณ รูปเราเป็นน้ำเราไม่ใช่ลูกเราเป็นนามเรารู้สึกว่างๆเราอยู่ในปาริฉัตรรูปต่างหากเราอยู่ว่างๆและเป็นอายตนะศัพท์ที่มีธาตุรู้มีทวารรู้อยู่แท้ๆแล้วจะไม่ร่ำไรร่ำรวยเลยถ้ามันถ้ามันใช้ธาตุรู้ได้เต็มธาตุรู้ที่เรียกว่าวิญญาณจริงๆมันก็จะไม่ใช่รู้เพียงน้อยนิดหรือลางเลือนๆลางๆในวงเล็บกันนะโดยหลงความน้อยนิดหลงความเลือนๆลางๆนั้นเป็นกำไรในเว็บไซต์เอาด้วยนะโดยลงความเลือนลางๆนั้นเป็นกำไรเอาด้วยแม้มันจะรู้เต็ม ที่จนเรียกในภาษาว่าวิญญาณอันหมายชัดว่าเป็นการรู้ที่รู้มากรู้มาครบธาตุรู้ซึ่งจะแตกต่างจากภาษาที่ใช้ว่าเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญานั้นรู้กว่าวิญญาณวิญญาณัญจายตนะที่หลงผิดอยู่นี้แน่ซับซ้อนหน่อยฟังดีๆมีอธิบายสภาวะธรรมถ้าจิตใครก็ตามเมื่อเข้าไปเป็นสภาพรู้บ้างไม่รู้มั่งวิญญาณตนอากาศอะไรสัมผัสอยู่ตรงนี้มันก็เป็นลำๆเหลืองๆตนเองยังมีความเป็นเนวสัญญานาสัญญา ขณะอยู่ด้วยไม่รู้ชัดแล้วก็รู้สึกว่าเป็นหน้ากากบ้างรู้สึกว่าเป็นอากาศหรือว่าตัวมีวิญญาณอะไรมันก็ชัดหรอกพวกนี้ชาร์จไม่จริงจนกว่าตัวเองจะรู้ตัวชัดเข้าใจได้ในสภาวะนั้นเป็นวิญญาณเต็มลูกรู้ตัวรู้ตนเข้าใจได้ตอนนี้แหละเป็นวิญญาณที่ไอ้ตอนที่ยังไม่รู้น่ะถือว่าเป็นอายตนะศัพท์ถือว่าเป็นอายตนะสัตว์เพราะฉะนั้นต่อไปสุดท้ายมันจะย่นย่อเข้าเป็น 2 อายตนะเมื่อตั้งยามจนทำตนยังไม่เป็นตัวรู้ที่ชัดตัวเองก็จะเป็นสภาพนี้ว่าสัญญานาสัญญาพอทำเป็นตัว ชัดมันจะกลายเป็นสภาพสัญญาเวทยิตนิโรธหรืออสัญญีสัตตายะนะ 2 ชื่อนี้ถ้าเป็นอสัญญีสัตตนาก็เรียกว่ายังติดความกำหนดอสัญญีแปลว่าไม่กำหนดบอกแล้วไม่กำหนดไม่เอานะกำหนดรู้ไว้ทั่วโลกและกำหนดรู้ให้จริงว่ากำหนดรู้ว่าเป็นอย่างนั้นน่ะเป็นสัตว์อย่างนั้นเป็นอายตนะสัตว์เป็นสัตว์ที่ยังหลงในภูมิอย่างนั้นอยู่อย่างกำไรเห็นว่าสัตว์ความเป็นอย่างนี้แม้เป็นอากาศสภาพที่จริงนี่นะกำหนดรู้ลงไปว่านี่เป็นอากาศชั้นเป็นอากาศอยู่หรือว่าตัวเองไม่รู้ตัวรู้ตนว่าเป็นอากาศนี่ก็กำหนดรู้ได้ว่าอ้อต้องบุพเพบุพเพนิวาสานุสติญาณบอกอ๋ออีตอนเราไปลงตัวเป็นอากาศเราเป็นอากาศแต่จะหลงอากาศเป็นกำไร เป็นตานะมันน้อยนิดแล้วล่ะมันเป็นสภาพเอารูปที่แท้จริงเอารูปดูเหมือนว่าว่างแล้วมันไม่ใช่เรื่องตัวเรื่องตนอะไรมันไม่มีตัวไม่มีตนไม่มีรูปไม่มีร่างอะไรแล้วแล้วเราก็เป็นหลงสภาพนั้นยึดสภาพนั้นเป็นสภาพสิงสู่หรือเป็นสภาพอยู่เป็นภูมิอยู่เป็นภูมิไปสิงอยู่เป็นภูมินั้นถ้าเราเข้าใจชัดกำหนดรู้เป็นสัญญาที่แท้แล้วก็เป็นอสัญญีสัตว์ป่าเย็ดกันนะเป็นอายตนะสัตว์ที่แท้เลยว่าเรายังหลงผิดอันนั้นเป็นกำไรเป็นอายตนะสัจธรรมที่จริงเรากำหนดรู้กันสัญญาแต่เราไม่นิโรธเท่านั้นเองมันคล้ายกันแต่ว่ามันยังไม่เป็นตัวเดียวกันจึงกลายเป็น ฝันดีสัตว์ตายนะสัตว์หรือสัญญาบัตรได้สนิทผู้นั้นก็จะพ้นจากอายตนะสัตว์แล้วก็เป็นสันเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธพ้นสูงสุดมีอธิบายหลักอธิบายหลักคอเครื่องปลายเอาไว้ให้ฟังสำหรับผู้จะรู้จะเข้าใจชัดแต่ก็รู้สึกว่าขณะนี้ มันปั่นวิญญาณเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นมันปั้นสิ่งที่เป็นอัดรูปจริงๆแล้วมันละเอียดตามกันไม่เคยติดไปคบกันมากเสียเยอะโรงพยาบาลด่านช้างไม่เคยรู้เรื่องก็ไม่รู้จะยกตัวอย่างหยาบๆยังไงมาผสมกับสีมากเพราะว่าขณะนี้มันบ่นถ้าบอกว่ายกตัวอย่างหยาบมันก็วนกันใหญ่แล้วเราก็ไปติดอยู่ในภาษาหยาบยึดตัวรูปหยาบกันอีกที่จริงมันไม่มีรูปยาวเลยยกอุทาหรณ์เทียบเคียงกันเล็กๆน้อยๆกับสมควรแล้วเราก็จะเข้าใจสภานี้ผู้ที่มีภูมิใกล้เคียงหรือถึงก็จะรู้ได้ถ้าไปยกสภาพหยาบเลยพูดที่ติดตามโดยหยาบเนี่ยจะเป็นหลงเป็นสภาพหยาบไปด้วยแต่แท้จริงก็อาจจะมีกำหนดหน่อยๆว่ามันไม่ใช่ก็อาจจะกำหนดแต่มันก็ลืม หมวกกะตะมันหลงเผลอไผไปไม่ได้แล้วมันก็เลยติดยึดไปตามและนึกว่าจะเป็นจริงเอาแล้วก็ไปเรื่อยๆก่อนน่ะมันได้เข้าใจได้ใครตามติดก็ตามเอาพยายามน่ะได้ฟังได้รู้ไว้มันก็เป็นกำไรไม่เข้าใจไปพยายามฟังไม่ใช่ว่าจะได้ฟังง่ายๆนะได้พูดด้วยอะไรทำอะไรให้รู้ให้แยกแยะเน้นความเหมือนความหมายอะไรให้ฟังเนี่ยแล้วได้ฟังแล้วก็ไม่ใช่ว่าเหมือนกับเราไม่ได้เคยได้ฟังมันเลยมันก็ไม่เข้าทีฟังฟังกันบ้างถือเป็นบุญมั่งสิได้ฟังได้ทำความเข้าใจอธิบายให้ฟังไปอ่านเอาเองนี่มันก็แค่นั้นขนาดอธิบายไม่รู้ด้วยไปอ่านเอาเองมันจะไปจับติดอะไรกันนักหนาเออขนาดแยกแยะซ้ำซ้อนใคร ไม่รู้นี่สะกิดสะเกากันขนาดนี้ไม่เคยรู้สึกเลยแล้วไปอ่านเอาเองก็ลอยๆๆนี้ไปติดอะไรของละเอียดความละเอียดความหมายละเอียดเพราะภูมิเราไม่ขึ้นถึงหรือว่าเราเองเรายังแตะไม่ติดเลยไปอ่านเองก็ถึงจะเอามันกระจายให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก YouTube มันเป็นไปได้ยากก็มาอธิบายสู่ฟังที่เขียนไว้แล้วก็อธิบายพิสดารซ้อนซ้ำละเอียดละออให้ฟังอีกนะไม่ใช่ว่ามันไม่มีประโยชน์เพราะงั้นในสภาพของที่แยกแยะให้ฟังว่าเป็นสภาพขนาดนี้เรากำลังเรียกกำลังอธิบายฐานอากาสานัญจายตนะกำลังตายมาหาวิญญาณพระพรหมแต่ขณะนี้ ยังใช้ภาษาเรียกว่านี่เป็นอายตนะและความจริงเขาก็ใช้ภาษาคำว่าอายตนะอาการสาหัสนะเนี่ยอาสาในใจก็บวกอายตนะทายภาษาก็เป็นอายตนะเป็นอายตนะพรมหรือว่าเป็นอรูปอรูปพรหมที่เป็นมีอายตนะรับรู้อยู่เหมือนกันถึงขนาดนั้นพระพุทธเจ้ายังเป็นแบ่งละเอียดอีกว่าเป็นวิญญาณฐิตินั้นเจ็บเป็นอายตนะสัตว์มี 2 ไม่ถือว่าสภาพเหล่านี้รวมไปทั้งโดยสารรวมไปทั้งพรหมอภัสราพรหมอากาสานัญจายตนะวิญญาณใจจะชนะทั้งหมด 7 ชนิดนี้ฉันเรียกว่า ยานฐิติถ้าไม่เรียกอายตนะพรหมแท้ๆคิดดูสิสนุกจะไปซ้อนอีกแต่แท้จริงแล้วแล้วมันก็ยังมีอายตนะเป็นสภาพที่มันหลงกำไรอยู่จริงๆแต่ไม่ใช่แพ้ถ้าอายตนะแพ้แล้วหมายความว่ามันเป็นหลงละเอียดเลยก็กำหนดรู้และไม่รู้จริงเท่านั้นเองเหนือสัญญานะสัญญาหมายความว่ามันรู้ลำๆเรืองๆมันรู้ยังไม่ชัดแท้ส่วนใหญ่จะตามนั้นกำหนดรู้ให้ชัดเลยแล้วตัวเองก็หลงติดมันวนกลับแล้วสัญญานั้นหมายความว่ามันไม่รู้จริงยังระลึกยังเหลือเศษเพราะรู้จริงกลับยึดสนิทถ้าไม่ยึดแต่รู้จริงแล้วดับวางปล่อยเลยเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธเนี่ยมันมาสามสามแพร่ง อันนึงถ้ารู้สัจจะและนามันเป็นอายตนะนี่มันเหลือนิดเหลือน้อยแล้ว 3 แพร่งอันนึงกำหนดรู้และติดอสัญญีสัปปายะตะนะอีกอันนึงกำหนดพยายามจะกำหนดรู้จะกำหนดรู้ยังไม่ได้ยังมีวัดสัญญาณน่ะสัญญาจะชนะยังกำหนดรู้ยังไม่ได้ยังไม่ออกยังไม่แทงทะลุยังมีส่วนเหลือยังไอ้ที่ยังไม่รู้ก็ยังมีอยู่บ้างยังไม่เหมือนคนที่อิจฉายังไม่ทะลุรอบเป็นในลักษณะเป็นอายตนะสัตว์ที่ถือว่าสูงกว่าอสัญญีก็เพราะว่ากำหนดได้แก่หยาบส่วนละเอียดที่เหลือไปอ่ะรูปที่เหลือละเอียดลออที่เหลือนั้นยังกำหนดไม่ได้ยังจับไม่ติดยังแทงไม่ออกยังไม่พ้นวิกฤตอิจฉาจึงเป็นในลักษณะ หาสัญญาณถ้าเป็นผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิดีแล้วเมื่อกำหนดออกทีนี้แทงทะลุไม่เหลือแล้วตอนนี้สัญญาได้ชัดเจนหมดสัญญาได้ละเอียดลออหมดแล้วและไม่ยึดไม่ติดอีกไม่ยึดไม่ติดเลยเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธไปเลยถ้ายังยึดยังจะหยุดกลับมาเป็นอสัญญีสัตว์ป่าตันนะพรหมอีกฟังดูให้ดีมันเป็นทางสามแพร่งวนอยู่ในวัฏฏะมีฤทธิ์ไตรลักษณ์นี้ไม่ผ่านรู้จะรู้ให้ได้แล้วจะถามว่าติดรู้ตัวเองซะอีกนี่หางช้างเจ็บป่วยกาใช่ไหมไอ้เจ้าหางช้างเจ็บป่วยการโทร Huawei ป๋องแป๋งไปนี่มันสมน้ำหน้าไอ้กายมันป่วยกากๆต้มน้ำนี่มันมีควยถ้าพังเพยนี่มันแสบนักสมมุติเอาช้างไปอยู่ในกาดดันผ่าออกมาได้หมดเลยทั้งตัวออกมาทางโพยด้วยนะตัวโตๆเนื้อตัวขาอะไรออกมาไ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน