231115-2-250 ทางเอกภาค2-ตอน250(หน้า506)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 15 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะเรามาอ่านต่อหน้า 5 สรุปสั้นๆก็คือไม่ยอมเรียนไม่ยอมรู้หรือเข้าใจไม่ได้ถึงความสูงความไม่มีที่ถูกต้องแท้จริงและความไม่ยอมถ้าใครมีหนังสือดูตัวนี้มันเน้นตัวดำปื้อใหญ่เลยเป็นตัวดำใหญ่กว่าทุกตัวในอนุเฉทนี้ และความไม่ยอมหรือยังไม่เข้าใจแจ้งแท้ๆในความจริงตามสมมุติเขาว่ามีนั่นแหละจึงคือผู้นั้นยังมีจิต 1 ยังมีจิต 1 นะที่ไม่รู้จักยอมหรือรู้แต่ไม่ยอมจริงๆจะว่าไม่รู้ก็รู้นะคำว่ายอมคืออะไรแต่จิตมันไม่รู้คือมันไม่รู้จริงมันไม่เป็นจริงเลยว่าถ้ายอมเสียแล้วนี่มันดีจะตายเพราะตัวผู้นี้ยังยึดติดอยู่ยึดติดตัวไม่ยอมเพราะฉะนั้นสุดท้ายมาแข่งกันตัวสุดท้ายคือตัวยอมก็ไม่ยอม ถ้ายังยึดตัวไม่ยอมอยู่นะก็คือมันรู้จักแต่ตัวไม่ยอมมันไม่รู้จักตัวยอมมันไม่รู้จักตัวยอมที่ยังเป็นต้นเหตุเป็นตัวตัวเหตุทำให้เกิดสภาพศพหรือสภาพทุกข์แก่ผู้ยึดนั้นๆอยู่ยึดเอาไม่ได้แล้วแหมรู้สึกว่ามันสุขรู้สึกว่ามันใหญ่รู้สึกว่ามันสบายใจเหลือเกินฉันจะยึดตัวนี้ไว้แล้วไม่ยอมตัวนี้ยึดไว้แล้วมันใหญ่ดีเหลือเกินมันเป็นสุขหรือยังไงก็ตามแท้จริงมันเป็นทุกข์มันไม่เห็นเป็นทุกข์มันเห็นเป็นสุขมันยังไม่เห็นเป็นอริยสัจมันยังเห็นเป็นสัตว์ฟังสัตว์ตัวนี้คนละตัวมันยังเห็นมันไม่เห็นเป็นอะไร มันยังเห็นเป็นสุขถ้าใครยังเห็นเป็นสุขคนนั้นยังเป็นสัตว์สัตวถ้าใครเคยเห็นเป็นทุกข์ผู้นั้นเห็นอริยสัจจากอริยสัจ 4 นี่มันไม่มีหรอกคำว่าสุขมันมีแต่คำว่าทุกข์เพราะงั้นผู้ใดเห็นอาการนี้เห็นอารมณ์นี้อารมณ์ที่ตัวได้ตัวมีตัวเป็นมันก็มีอยู่มันก็เป็นอยู่ตอนนี้ไม่มีเมื่อแฟนอยู่เนี่ยมันก็เป็นสัตว์อยู่อ่ะสิก็เพราะพระพุทธเจ้าท่านให้ไม่มีก็มาเรียนรู้สิ่งที่ไม่มีจนกว่าคุณจะไม่มีสัตว์สัตว์ตัวนี้หรือไม่
อ่านต่อ
มีสุขตัวนี้หรือปล่อยความมีนี้ไปได้นี่เป็นโวหารโวหารที่ปล่อยความหรือปล่อยความไม่ยอม ได้ยอมเสียเนี่ยมันก้มยากนะหัวผีนี่ก็ยังมาก้มง่ายหัวพระนี่ก็ไม่ได้เลยจริงๆเลยแหมมันนึกว่ามันเป็นพระแล้วมันนึกว่ามันเป็นพระอริยะใหญ่ซะด้วยนะดีไม่ดีมันจะหลงไปพระพุทธเจ้าเอาอย่าบ้านะขี้กลากขึ้นหัวนี่มันล้างไม่หายซะด้วยนะขี้กากชนิดที่ว่าเข้าใจตัวเป็นพระพุทธเจ้าขี้กากชนิดนี้ล้างไม่หายนะไม่ใช่เรื่องเล่นลงเข้าใจเป็นพระอรหันต์ก็ยังไม่รู้จะล้าหายหรือไม่หายถ้ามันยังไม่เป็นจริงถ้ามันเป็นจริงก็คงจะลางหายไปพระพุทธเจ้าเนี่ยไม่รู้ตอนนี้ยังไม่เชื่อก็บริจาคจะเกิด พี่ไม่เชื่อถ้าผู้ใดไม่เข้าใจอาการไม่เข้าใจอารมณ์ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้มันก็เป็นอยู่นะร้อนผู้ใดยังไม่รู้ตัวเหตุที่ทำให้เกิดสภาพศพหรือสภาพทุกข์แก่ผู้นั้นแก่ผู้ยึดอยู่นั้นๆอยู่ทุกข์มากทุกข์น้อยหรือสุขมากสุขน้อยก็ตามแต่ผู้นั้นจะมีจริงเกิดจริงนี่เป็นอย่างนั้นมันก็จะสุขจะทุกข์ก็เป็นฝ่ายทีนี้เมื่อเรารู้แม้ที่สุดว่าเป็นทุกข์แล้วเราก็ไม่ได้เห็นสงสัยในเรื่องทุกข์เพราะทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปแล้วเห็นมันเป็นทุกข์และเราก็รู้เหตุว่ามีเหตุอะไรอยู่เรายังมีรูปเป็นเหตุยังมีนามเป็นเหตุเราก็ยังอยู่ เสาร์ป่าที่เสียสละแม้เรามีนิพพานเราก็มีนิพพานเป็นเครื่องอาศัยแต่นิพพานไม่ใช่ของเรานิพพานก็ไม่ใช่ของเราเป็นของอะไรก็ไม่รู้ถ้าจะว่าไปในสำนวนที่วนกลับก็เป็นของที่ท่านพุทธทาสว่าเป็นของธรรมชาตินิพพานก็เป็นของธรรมชาตินิพพานไม่ใช่ของเราของไทยที่ไหนใครได้อาศัยก็ได้อาศัยก็เอาอาศัยสิ่งนั้นเท่านั้นอาศัยแล้วเมื่อคุณเองคุณก็ไม่ได้สำคัญมั่นหมายว่าเป็นของเราคุณก็ไม่ได้ติดใจในนิพพานผมเข้าใจนิพพานรู้นิพพานแล้วเราจะลงอะไรก็เป็นมนุษย์ธรรมดานี่แหละรู้แต่ สิ่งที่ไม่ควรมีในเราก็อย่าไปมีมันก็แล้วกันไอ้สิ่งใดควรมีอยู่บ้างก็รู้อย่างฉลาดก็อาศัยสิ่งที่มีนี้ไปเท่านั้นเองรูปนามขันธ์ 5 ว่าเหมือนเดิมมันก็ต้องมีมีแล้วก็อาศัยมันเกิดอารมณ์เอออารมณ์อย่างนี้อย่าไปมีอารมณ์อย่างนี้อย่าไปมีควรมีอารมณ์อย่างนี้อาศัยไปเท่านั้นแหละเพราะเราจะอาศัยอารมณ์อาสาอาศัยวิญญาณอาศัยสภาพที่ต้องชัดแน่กำหนดรู้ว่าอากินจะไม่มีแล้วนะอะไรแค่ไหนไม่มีคุณก็รู้ว่าไอ้นี่ไม่มีแล้วไอ้อย่างนี้ไม่อยากมีไม่ได้อย่างนี้ไม่เอาคุณก็ต้องรู้หรือคุณจะอนุโลมให้มีคุณต้องรู้อินทรีย์พลังของคุณน่ะถ้าเราอนุโลมให้ไอ้นี่ คุณเองคุณแน่เหรอคุณเหนือมันแน่นะเนื้อนะคุณเนื้อมันแน่นะเหนือฟ้ายังมีฟ้าเหนือพระอรหันต์ต้องเป็นพระอรหันต์แน่ๆนะเนื้อพระอรหันต์ยังมีมหาอรหันต์เหนือต้องเหนือจริงๆไม่ใช่ภาษาคุณแม่ว่าคุณเหนือคุณถึงอนุโลมมันอยู่ที่คุณเพราะฉะนั้นการเป็นพระอรหันต์เป็นแต่เพียงว่าเราทำได้สำเร็จก็สำเร็จของเราเหนือไปกว่านั้นคุณจะอนุโลมหรือไม่อนุโลมเป็นสัจจานนท์ของคุณสัจจานนท์ยานเกิดภูมิตามที่จริงพระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ท่านตัดเอาไว้ได้แค่สัปดาห์รวม ชนโคจรภูญาณมักยานขนยานสุดท้ายปัจจะเวกคันนายานอะไรนี่อาจารย์รุ่นหลังมาต่อวิปัสสนาญาณมี 9 แค่อนุโลมญาณแค่นั้นแหละแต่เราก็ไม่แปลกคนแต่ละผู้ใหญ่มักขยันผลและปัจจุบันก็เป็นนัยยะละเอียดละออที่จะควรรู้ควรเห็นไม่เห็นแปลกอะไรกัดโคตรมันเลยตัดโคตรแห่งสัตว์โลกแล้วเป็นอย่างนี้ตัดโคตรเป็นอย่างนี้มักเป็นอย่างนี้ผลเป็นอย่างนี้พิจารณาทบทวนอีกเป็นอย่างนี้ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่มันเป็นความพิเศษที่จะรู้เพิ่มที่จะทำได้เพิ่มอย่างนี้เป็นต้นเราก็ไม่เห็นการแย่งแม่จะเป็นอาคมแม้จะเป็น อาจารย์อาละวาดพระพุทธเจ้าเป็นเถระท่านตรัสไว้ว่าเถรวาทเอาแค่สัญญาณไม่มีพระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสรู้ยานไม่ได้ตัดมาทะยานผลยานปัญจเวทกันยานอะไรนี่ไว้เถรวาทก็จะยึดแต่แค่สัจจานนท์ลมยางส่วนมหายานหรืออาจารย์อาละวาดจะเอาต่อก็ได้โคจรภูเราก็ไม่แปลกมันจะเอาแค่สัจจานนท์ยานแล้วก็แน่เราก็เห็นได้ชัดเจนไม่แปลกอะไรเหมือนกันอย่างนี้เรียกว่าเราไม่ได้ไปแยกเถรวาทแยกอาจารย์อาวาสหรือไม่ได้แยกวิญญาณมหายานอะไรเราย่อมรู้ปราณีประนอมกันมันเป็นสัจจะสิ่งที่ควรรู้ควรเป็นเข้าใจให้จริงเพราะ ท้ายเพราะฉะนั้นเมื่อไม่รู้นามขันแท้ไม่เข้าใจรูปพรรณละเอียดเป็นยอดปัญญาก็จะคงรู้ไม่ได้อยู่นั่นเองว่าคนมันต้องมีธาตุรู้คือนามขันธ์กับต้องมีรูปขันธ์ทำงานร่วมกันเป็นปกติธรรมดาอยู่เมื่อมันยังไม่สิ้นสมมติสุดท้ายแท้ๆคือยังไม่ถึงขั้นอนุปาทิเสสนิพพานธาตุไม่ได้ใส่คำว่าธาตุคือยังไม่ถึงอนุปาทิเสสนิพพานแม้จะพยายามดับธาตุรู้ให้มันไม่รู้อะไรไปสนิทแค่ได้แค่ใดมันก็หาพ้นความรับรู้ไปได้ไหมอันนี้ตัวใหญ่เน้นเข้าไว้ มนุษย์ลัทธิที่ดับธาตุรู้ไม่ให้มันรู้อะไรไปสนิทแค่ได้แค่ใดนั้นจึงไม่ใช่ลัทธิพระพุทธเจ้าแต่เราก็เรียนรู้ได้แต่ว่าใช่เป้าหมายใหญ่นะถึงจะทำให้ไม่ดับไม่ให้รับรู้ไปสนิทแค่ใดมันก็หาพ้นความรับรู้ไปได้ไหมมันพ้นไม่ได้เราก็ต้องรู้มันจนได้แหละจะรู้ก่อนนู้นหลังบอกแล้วว่าถ้าเราจะดับอสัญญีแล้วก่อนเข้าเราก็รู้พอออกแล้วก็รู้แล้วว่าไอ้ช่วงนี้มันไม่มีให้ไม่มีเนี่ยก็คือจิตวิญญาณมันดับไปมันไม่รู้เรื่องอะไรเท่านั้นเองแต่เวลาก็เคลื่อนไปถ้าเราตั้งเวลาก่อนดับไว้พอออกมาผ่านไป 1 ชั่วโมงสมมุติไอ้ช่วงหนึ่งชั่วโมงนี่มันดับมันไม่รู้เรื่องมันก็อย่างนั้นแหละมันจะไม่มีอะไรยิ่งใหญ่อะไรถ้ารู้แล้วชัดเจนกำหนดรู้ได้แล้วก็เข้าใจได้แล้วทำเอา แล้วพิสูจน์จริงๆเลยคุณและพิสูจน์อสัญญีดูสิดับเนี่ยภาพแบบฤาษีพระพุทธเจ้าถึงไม่เน้นอสัญญีแบบนี้ถ้าเอาความหมายอสัญญีที่ดีกว่านี้ได้ก็เอาความหมายที่ดีกว่านี้แล้วเราก็จะมีภูมิที่ดีกว่านี้เข้าใจดีกว่านี้เพราะฉะนั้นอสัญญีจึงมาอธิบายความหมายสูงขึ้นมาและมาเน้นในอสัญญีที่รู้ไม่ใช่อสัญญีที่ไม่รู้คือเราจะไม่กำหนดนั้นไม่เอาต้องเอากำหนดสุดท้ายพระพุทธเจ้าจึงสอนตัวสุดท้ายเลยคือด้วยกำหนดรู้ไม่ใช่ไม่กำหนดรู้นี่คือการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าคือการรู้อย่างกำหนดรู้ไม่ใช่การอย่างไม่กำหนดรู้เพราะฉะนั้นกำหนดไม่รู้หรือกำหนดไม่กำหนดรู้ แล้วมันจะไปจบด้วยการไม่กำหนดรู้มันจะเป็นเขาทาอะไรง่ายนะศาสนาเงินรับไปถึงก็ดับๆๆๆๆๆๆๆรีบดับไปเลยแล้วก็เสร็จเลยทีนี้ก็นั่งถือมาเมื่อไหร่ก็แข็งเธออยู่อย่างนี้ก็มันนิผ่านแล้วนี่หว่าหนูก็แข็งทื่อยังไม่ต้องรู้อะไรคือนั่งตาแข็งอย่างนี้ก็ตายแล้วนิดับเลยดับสนิทกันไม่มีนิดนึงน้อยนึงก็ไม่มีเลยอย่างนี้เป็นต้นแต่เราก็ต้องรู้จนได้นั่นแหละถ้าเผื่อว่ามันมีธาตุรู้เรามีมันก็ต้องเรียนรู้แล้วเราก็ไม่เอาสำคัญมั่นหมายวันนี้ผ่านเป็นของอย่างนี้เพราะไร้ค่าไร้คุณไร้ประโยชน์มันไม่เกิดประโยชน์ไม่เกิดความประเสริฐของมนุษย์ความประเสริฐของ มันมีแง่มีเงื่อนไขที่ดีกว่านี้มีความเป็นที่ดีกว่านี้ศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่เป็นอย่างนั้นนัยยะนั่งดับปรับปรุงจึงไม่เป็นสัมมาอะระหัง 8 จึงเกิดศาสนาพระพุทธเจ้าเกิดแล้วก็รู้เท่าทันแม้แต่สุภาว่ายน้ำรูปที่มีอาจารย์หรือว่ามีศาสดาไหนสอนไว้ก่อนก็ตามรูปไปอีก 4 เป็นอรูปพรหมขั้นสูงก็รู้อีกเพราะฉะนั้นไม่มีแล้วที่จะอธิบายสัตว์หรืออธิบายอะไรมากก็ภูมิพรหมก็ไปจนกระทั่งถึงอย่างนี้จนสุดท้ายอรูปพรหมแล้วพระพุทธเจ้าค้นเจอสัญญาเวทยิตนิโรธนิโรธอย่างสัญญาสัญญา คือเกิดนิโรธที่เป็นลักษณะสัญญาเวทีต่างเขาแปลร่วมกันเลยว่าสัญญาเวทยความหมายไปกำหนดกันว่าดับเป็นอสัญญีอีกมาแล้วไอ้คนไม่รู้มันก็ตีกลับไปอีกก็โลกนั้นพระพุทธเจ้าตีแตกมาแล้วไม่เอาเพราะมันไปถึงสัญญาว่าจะคิดตามนิโรธเป็นดับอีกไปกำหนดรูปไปกำหนดกายความประชุมของธาตุอย่างนั้นอีกกลายเป็นอสัญญีธาตุกลายเป็นธาตุดับไม่รู้เรื่องอีกก็แจ้งกันพอดีพอดีอาจารย์ก็บอกไม่เอาลักษณะนั้นมากำหนดหมายที่เป็นคู่เคียงใหม่แล้วก็มารู้ไม่เอาอสัญญีสุดท้ายจะเป็นผลเพราะฉะนั้นจะเป็นอสัญญีสัตว์ตายยะนะจะเป็น เทวัญสัญญานาสัญญาจะนะกับสัญญาเวทยิตนิโรธ 3 ตัวนี้คุณก็จะต้องแยกความต่างกัน 3 อย่างนี้ให้ชัดจนเป็นลิงครับแล้วกำหนดรู้แล้วคุณก็จะต้องทำพิสูจน์จนเป็นสุดท้ายเลยไม่กำหนดไม่เอากำหนดแล้วต้องรู้และรู้ต้องรู้หมดหรือเศษไม่รู้ไม่เอาในว่าสัญญานะสัญญากันนะจนสุดท้ายสัญญาเวทีคิดตังค์เป็นบัณฑิตเลยด้านหลังนิโรธนิโรธอย่างนั้นน่ะเมื่อมันยังเป็นคนที่ต้องเกิดมารู้อีกหรือกลับออกมารู้ในอธิบายอยู่ในอสัญญี เมื่อมันยังเป็นคนที่ต้องเกิดมารู้อีกหรือกลับออกมารู้เมื่อมันยังมีธาตุรู้และเมื่อมันอยู่ในสภาพจริงในกาลนั้นกาละนั้นที่ต้องรู้มันก็ต้องรู้ที่จะไม่รู้ก็เพราะผู้นั้นกั้นธาตุรู้ของตนไม่ยอมให้เกิดการรู้ให้สนิทจนได้เท่านั้นไม่ยอมให้เกิดการรู้ให้สนิทกันได้เท่านั้นก็ไม่ยอมให้มันรู้มันก็ยังโง่อยู่นั่นแหละก็ยอมให้มันรู้ซะสิพอรู้แล้วติดซะอีกไม่ยอมเสียอีกมันแล้วบ่นอยู่ตรงนี้พอได้ดีขึ้นมาไม่ยอมปล่อยดีเนี่ยซะอีกไม่ได้หรอกเราเสียเหลี่ยมดีนี้ไปไม่ได้มันก็เย็นเป็นเหลี่ยมอันนี้ไม่ใช่เป็นตัวนะ แค่เหลี่ยมใครยังหลงเหลี่ยมติดเหลี่ยมอยู่ก็ได้แต่แค่เรียมอย่าว่าแต่ตัวเลยปัดโธ่เอ๊ยเนื้อแก่นก็ทิ้งไปแล้วก็ดีแล้วนี่ก็ทิ้งไปจะหมดอยู่แล้วยังเสร็จไอ้หางช้างติดควยกาแสบสันที่สุดเออเดี๋ยวต้องไปหาสถาปนิกใหญ่ๆจะไม่พูดถึงหางช้างเจ็บป่วยการในระดับภูมินี้กันแล้วเนี่ยมันน่าจะวาดภาพนี้ไว้สักภาพใหญ่ๆวันก่อนนู้นไปอธิบายที่วัดอาวุธวัดอาวุธเขามีภาพเห็นช้างตัวใหญ่และก็หาทางมีการนำติดอยู่ติดออกมาทั้งควยนะ ที่นี่ถ้าเราดูแล้วเราก็จะรู้ว่ากาน้ำเนี่ยแล้วก็มีพวยพวยมันรู้จักควยไหมควยที่จะบอกเทน้ำออกน่ะเล็กๆรูๆรอบๆเล็กๆปากกาเนี่ยมันก็ยังใหญ่นะไอ้ปากเอาปากมันเทน้ำเข้าลำใหญ่ไอ้พลอยนี่มันกระจอกนิดนึงช้างเนี่ยมันสมมุติเราจริงๆมันเหมือนนิทานแต่มันเป็นอุทาหรณ์มันมันเข้าไปอยู่ในการได้ยังไงก็ไม่รู้ล่ะไม่ต้องคิดคิดแล้วหัวแตกแล้วมันก็ออกมาจากกามันออกมาทางโพยด้วยนะเพราะว่ารู้อยู่เนี่ยเห็นรอยอยู่แล้วนี่ก็หามันคาอยู่ที่ควยนี่มันจะไปออกทางปากได้ไงใช่ไหมมันก็ต้องออกมาทางพวยแหมมันเอาตัวมันเบลอออกมาจากควยกาได้นะช้างผ่านติดค้างอ่ะสมน้ำมันหน้าเหลือเกิน น่าสมน้ำหน้าจริงๆเชียวเป็นความหมายที่สำคัญนะสำหรับภูมิชั้นสูงมันนี่แหละกำลังอธิบายย้ำเน้นตัวย้อมก็ตัวไม่ยอมตัวยึดหรือไม่ยึดเป็นรูปานังกตัญญูได้ดีแล้วก็ยังอุตส่าห์ติดดีหรือว่าติดตัวตนติดเหลี่ยมบอกแล้วตอนนี้ติดเหลี่ยมไม่ใช่ติดตัวตนแล้วล่ะก็นึกว่าตัวเองปล่อยแล้วนะแต่ยังไม่ได้มีอะไรอยู่ในน้อยนี่เป็นเหลี่ยมเป็นแง่เป็นอะไรอยู่เท่านั้นเองแหมไอ้แง่นี้มันทำไมมันจะหลุดได้นะมันขัดอยู่ยังไงมันไปขัดอยู่ตรงไหนนะเนี่ยไอ้ตัวนี้ยอมไม่ยอมหรือว่าแง่มันเป็นเหมือนเหลี่ยมทหารช้างติดควย ตลาดหางออกมาจริงๆไม่ได้มันก็คายอยู่อย่างนั้นไม่หลุดยังติดเหลี่ยมอยู่ก็ไม่รู้ยังติดไม่ยอมยอมไม่ได้นี่เป็นโวหารเป็นภาษาทั้งนั้นคุณก็ไปกำหนดรู้สภาพจริงที่ในตัวจิตวิญญาณนี่แหละไม่ใช่อื่นเลยสุดท้ายก็อนันต์ตรังวิญญาณอันติมันไม่ได้ไปไหนเสียที่จะกินยาด้วยนะตรัสรู้กับตรัสรู้จิตวิญญาณต้องรู้และต้องเป็นให้ได้ตามที่รู้ความหมายอันสูงสุดก็เพราะผู้นั้นการท่ารู้ของตนไม่ยอมให้เกิดการรู้ให้สนิทจนได้ทั้งนั้นแม้แต่การรู้นี่รู้แล้วก็ยังต้องทำให้ได้นะเพราะความหลงผิดที่คิดว่าการรับรู้อะไรมากๆนั้นเป็นทุกข์อันนี้ยังอธิบายให้สัญญีอยู่ เฮ้ยไม่ใช่ Never สัญญาสิมันคล้ายกันกับสัญญากินจรรยามันมันตอนแรกมันเข้าใจผิดว่าไม่รับรู้เอาเลยตอนหลังมันมาบอกย้อนเรายอมรับรู้แล้วเพราะรับรู้แล้วพอรู้ไปรู้ไปรู้มากนักมันไม่เอามันทุกข์ก็เลยไม่ยอมรับรู้เต็มยังเหลือเศษไม่เอาต้องรู้ในว่าสัญญานาสัญญาจะว่าไม่รู้นั้นรู้แต่รู้ก็ยังมีไม่รู้เศษอยู่นี่มันกลับมาไม่เอาต้องรู้รู้อย่างกำหนดรู้ชัดหมดเลยสว่างแจ้งแล้วเราอยู่เหนือมันจริงๆตอนนี้รู้แล้วเราก็ประจำได้ไปจนได้สัมผัสได้อยู่เหนือมันชัดๆสัมผัสกันอยู่เหมือนน้ำกับใบบอนเลยสนิทกลมเกลียวกันไม่ ซึมกันช่วยเหลือเฟือฟ้ากันได้เหมือนน้ำกับไอ้บอลอยู่ด้วยกันน้ำกับใบบัวน้ำกับใบบอนอะไรก็ตามใจอุทาหรณ์สบายคลุกคลีเกี่ยวข้องไปเราไม่มีการกร่อนอีกแล้วไม่มีการสลายอยู่แล้วแข็งแรงอันเย็นชาอุเบกขาและก็ยังมีอาการสาอาศัยซะด้วยและมีไม่มีเศษกิเลสทุเรียนอะไรด้วยต้องอย่างนั้นนะทีนี้อธิบายว่าสัญญานั้นสัญญาต่อเพราะความหลงผิดที่คิดว่าการรับรู้อะไรมากๆนั้นเป็นทุกข์และก็ไม่อยากไม่อยากรับรู้อะไรเลยนี่คือความยึดถือผิดๆของอากินจรรยายตนักรบยังไม่ถึงสัญญามันคล้ายกันแล้วก็ ปนกันที่ต้องไปทำความเข้าใจใหม่นะคุณพูดแล้วนี่เพราะว่าอธิบายสับสนอธิบายพิสดารที่จริงก็เป็นการเช็คเช็คสิทธิ์ของคุณน่ะเช็คปัญญาคุณเช็คสัญญาของคุณเลยคุณจะสัญญาจะกำหนดหมายตามหรือสับสนได้หรือไม่ได้ก็ของคุณด้วยนะรับรู้อะไรเลยนี่คือไม่อยากรับรู้อะไรเลยนี่คือความยึดถือผิดๆของอากินจรรยาและธนพรทั้งๆที่รับรู้ไปมันก็ไม่ได้เหนื่อยร้อนรนอะไรกันนักหนาในบัดนั้นมันพอทนได้จริงๆเนี่ยมันพอทนได้จริงๆแต่ก็ไม่อยากรับรู้อะไรเลยมันมีความไม่อยากรับรู้เพราะอาจกินจรรยาเย็ดกันหน้านี้ก็จะไม่เอาไม่รับรู้อะไรแล้วก็จะดับจนกว่า ร้องผิดนี้จะเห็นได้แจ้งใจว่าแม้จะทำอากิญจัญญายตนะหรือทำอสัญญีในรูปแบบดับจิตให้สนิทปานใดปานใดมันก็หาพ้นจากยังจะต้องรู้ไปได้ไหมตราบที่ยังเป็นคนเขาจึงจะยอมฟังดีๆนะเนี่ยเงื่อนไขที่จะยอมจากอากินมาเป็นเนวะเขาจึงจะยอมรับรู้บ้างไม่รับรู้บ้างอันนี้อาการของกินจรรยาเย็ดกันนะมาถึงในวัดสัญญาณน่ะสัญญาเพราะฉะนั้นอารามหลวงปู่ทองดาบสยังอยู่ตรงนี้สลากกินจรรยาชัยชนะไม่เอาไม่รับรู้อะไรแต่เขาก็เลยอยู่อย่างนั้นไม่รับรู้อะไรไม่รู้ดับไม่รู้ถ้าเป็นรู้แล้วมันก็ แต่เขาก็หารู้ไม่ว่าถ้าไม่นั่งดับปีอยู่แล้วจริงๆนะคุณก็ต้องออกมารู้อยู่นั่นแหละนี่มันโง่นะอร่ามดาบสนี้มันโง่อย่างนี้มันยังไม่พ้นความหมดวิญญาณธาตุที่เป็นรูปนามขันธ์ 5 แล้วมันจะไม่รู้ได้ยังไงมันจะไปดับยังไงแล้วบอกว่าเป็นนิพพานมันก็ได้แต่นิพพานที่ไม่ตลอดเวลามันก็เป็นนิพพานเว้าๆแหว่งๆนิทานพร้อมๆอย่างนี้ผ่านเมื่อไหร่ก็ไปนั่งดับพอออกมาจากดับเป็นอับสัญญาณที่จริงบอกแล้วว่าอธิบายไปอธิบายมาแล้วมันก็บ่นคือดับสนิทหมายถึงเอาอ่ะกินจรรยานี้ก็เป็นดับไม่กำหนดรู้อะไรเลยเพราะออกมาแล้วมันก็ไม่ต้องรู้ทีนี้พอรู้พอเข้าใจทีนี้อุทกกับดาวบนเขาสูงมีภูมิฐานสูงกว่า Alarm ดำหมดตรงนี้ ไอ้บ้าไปนั่งดับแล้วมันก็จะต้องมารู้อยู่ดีด่าตัวเองนะไม่ได้ด่าใครไปด่าคนอื่นเขาเดี๋ยวเขาตีเอาให้ด่าตัวเองว่าไอ้บ้าเอ้ยไปนั่งโง่อยู่ได้กูแค่อากิญจัญญายตนะหรือเป็นความหลงอ่ะอย่างอสัญญีก็เลยยอมให้รู้เดี๋ยวนี้แต่อีกแหละไม่ยอมให้รู้อย่างเนว่าสัญญานาสัญญามันก็ยังไม่สุดท้ายก็ยอมให้รู้บ้างไม่รู้บ้างรับรู้บ้างไม่รับรู้บ้างก็เลยกลายเป็นอารมณ์คุณเคยมีไหมอารมณ์อย่างนี้นั่งหลับเข้าไปแล้วก็รับรู้บ้างไปรับรู้บ้างมีไหมมากไหมทำได้คล่องไหมหาเข้าไหมคลองยอมรับสารภาพ มาสารภาพได้เคยสร้างบาปที่มาสารภาพได้เคยสร้างบาปจริงๆพอเวลาเรียนแล้วจริงๆเราจะรู้ว่าอย่างนี้มันเป็นสักกายะมันเป็นตัวชัดแต่ก่อนที่พูดแน่ใจนะว่าใครก็ตามที่เคยเรียนมาเรียนมาจากอาจารย์ไหนก็ตามมันไม่เข้าใจพวกรูปต่างๆเอารูปไปสันติต่างๆอย่างที่ว่านี้แม้พูดยังกับจุดไฟในที่มืดหงายของหงายของความที่เป็นหงายจริงๆแล้วเราก็เคยเป็นแต่เราไม่รู้อ่ะจนสุดท้ายเรามาติดคุณเป็นพระอริยะคุณเป็นผู้ที่เป็นหน้าเป็นนาคะขึ้นมาสูงแล้วนี่เป็นผู้ให้ความประเสริฐไม่ติดโรคไม่ติดอะไรจริงๆแล้วมันจะเหนื่อยจริงๆมันจะไม่เอาโล่ แล้วมันก็ไม่จะไม่รู้จนกระทั่งมันหลงผิดมาเนี่ยมาเป็นพวกกินจรรยาเย็ดกันนะมันไม่เอาโลกนี้ไม่ต้องไปรับรู้มันอย่างนี้เป็นความผิดเป็นความหมายนายที่มันหนีโลกมันไม่ใช่เหนือโลกจนกว่าจะมาเข้าใจได้ว่าโอ้โหไอ้อย่างนี้มันจะมาเก่งกว่าเราได้ไงเราต้องเก่งกว่ามันเราจะอยู่เหนือมันไม่ใช่เราจะหนีมันจึงจะต้องสร้างภพใหม่จากนาคมาเป็นพระมาเป็นวาระมาเป็นพุทธจึงจะสูงขึ้นจนสุดท้ายเราเหนือมันแม้แต่อารมณ์ที่จะจิตของเรามันสู้ไม่ได้แล้วก็มีมีคนละเม็ดอย่างหนึ่งเราหนีเลยตัดไม่เอาก็เป็นฐานอาศัยสำหรับคนอินทรีย์อ่อนนี้ไม่ใช่ลักษณะของอรหันต์ อรหันต์ไม่หลบแม้พระจันทร์หน้าก็อย่างนี้คุณก็หลบได้ก็คุณมีภาวะภูมิของคุณน่ะคุณมีพบจิตอยู่ในเบื้องต้นบึงคุณคุณก็เมตตาคุณจะทำทีรับรู้สัมผัสรู้เขาอยู่นะแต่คุณไม่อยากจะให้ยากแล้วว่าไม่โว้ยคุณทำได้ในใจคุณประเภทนี้มันเป็นการหลอกเท่านั้นหลบเท่านั้นฟังให้ดีนะแต่ของพุทธนั้นไม่ได้ลบเลยอยู่เหนือจากอนุโลมหรือว่าอนุโลมอนุโลมด้วยไม่เอาโดยรวมก็วางเฉยแล้วก็ไม่หลบก็อยู่นี่สบายรู้ด้วยคุณจะทำขนาดไหนรับรู้กับคุณด้วยไม่หลบเลยนะเหนือนี่ก็หนีนี่ต่างกันเพราะสภาพพวกนี้ที่กำลังพูดเนี่ยพอเข้าใจว่าอาจกิน จะไปหามันหนีมันดับเอาไม่ดับไม่ดับถ้ารู้เพราะฉะนั้นลักษณะดับถ้ารู้เป็นพรหมลูกฟักเป็นอสัญญีแบบดับดิ่งสัญญาดับเวทนาออกหมดเลยยังไม่เก่งศาสนาพุทธจึงถือว่าไอ้สิ่งอย่างนั้นยังไม่ใช่แนวของพุทธเลยพุทธต้องถึงว่าพุทธเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสแม่คุณจะซาบซึ้งแค่ไหนแล้วเป็นความหมาย 3 ความหมายของคุณแค่นี้มันพวกเราเนี่ยหยุดรู้นะไม่ใช่ไม่รู้ตื่นนะไม่ใช่เป็นหรี่เป็นหนีเป็นหลบไปเล่นอะไรประจำเลยไปจนเลยแต่อยู่เหนือแข็งแรงจึงเรียกว่าเหนือโลกไม่งั้นคุณจะเป็นสภาวะเหนือโลกได้ไงทั้งกายใจเลยนะใจก็เหนือประจำอยู่เดี๋ยวนี้คุณก็เหนือ ปีนี้พอมาถึงอ่ะกินจรรยาแล้วพ้นจากการยาตรงที่เรียกว่าไม่เข้าใจผิดว่าต้องดับมันไม่รับเอาไว้ไม่เอาตอนนี้รู้แล้วทีนี้กลับมารู้ในประเภทภูมิที่ยังไงพบในภูมิภาคภูมิคุณหลับจับตาเข้าไปก็รู้บ้างไม่รู้บ้างก็ไม่รู้มากๆไม่ได้หนักอีกให้เบาที่สุดก็คือไม่รู้ก็มันก็ไปหาที่ว่าดับกับรู้ลำๆเหลืองๆมันเรื่องๆขึ้นมาหน่อยจึงกลายเป็นประเภทมีคนมี 2 ภูมิภูมิรู้บ้างกับภูมิไม่รู้บ้างลำบากแบบนี้นั่งรู้บ้างไม่รู้บ้างนานจริงเว้ยนั่งไปเป็นวันๆเลยนั่งไปกี่ชั่วโมงก็ตามนี่ประเภท ลักษณะนั่งทีนี้ไม่นั่งแล้วลืมตามาเนี่ยไอ้นั้นรู้เราทนได้เราไปได้ดีชอบใจเกิดรถเอาไอ้นี่รู้แล้วไม่ดีไม่เอาพอจะไปรู้ก็รู้บ้างหน่อยนึงมันก็เราๆเร่งๆอยู่งั้นน่ะรู้บ้างไม่รู้บ้างมันไม่ชัดเขาไปรู้มันเลยดิอะไรมันจะใหญ่แค่ไหนในโลกาวินาศนี้ไปกลัวอะไรมันถึงจะแน่จริงทุกอย่างของใครยังกลัวอะไรเข้าไปรู้มันใครยังกลัวผีไปเดินในป่าช้าผีผีอะไรมันน่ากลัวก็เข้าไปสัมผัสมันจนกระทั่งมันไม่มีอะไร เราจะต้องกลัวเลยสุดท้ายเหมือนเราเหนือมันหมดทุกอย่างจนเข้าใจมันแพ้อ่ะทีนี้ก็กลับมานี่พูดเลยย้อนกลับมาหากำลังเชื่อมต่อระหว่างสัญญามันพูดใดที่ตราบจนที่ยังเป็นคนนี่มันเขาก็จะต้องรู้มันยังจะต้องรู้มันก็หาพ้นจากยังจะต้องรู้ไปได้ไม่ตราบที่ยังเป็นคนเขาจึงจะยอมรับรู้บ้างไม่รับรู้บ้างเพราะโยคาวจรชนิดที่ยอมรับรู้บ้างไม่รับรู้บ้างนี้จึงคือพวกเนวสัญญานาสัญญาจะเป็นอรูปพรหมชนิดที่ 4 เป็นผู้ที่มีธาตุรู้ไว้นั่นเองหรือธาตุรู้ไว้นะคือรู้บ้างไม่รู้บ้างไม่รู้เต็มหรอก พวกนี้ไม่เอารูปเต็มยิ่งมานั่งฟังธรรมนี่ก็มานั่งเกาหลีไปแอบแสบนิดนึงด้วยไม่รู้ว่ากิเลสมันมากก็เอาไว้เสพมากๆเลยมารู้นิดๆหน่อยๆสอนไปเถอะหรือไม่ก็เก่งแล้วอ้วนรู้นิดๆอดเอาธาตุรู้มารู้ด้วยมามานะการด้วยนิดหน่อยก็ได้ว่าแบ่งเอาไปทำอะไรเล่นๆอยู่นู้นเยอะแยะก็ได้คุณเก่งจริงก็ทำได้เก่งจริงๆทำได้นะคนเก่งจริงๆคนแน่จริงๆแต่ถ้าคนไม่แน่จริงๆก็ไม่ได้เมื่อมันไม่ได้มันก็ไม่ชัดเพราะฉะนั้นผู้ใดจะรู้ชัดต้องมานะสิการต้องเอามาเต็มสติก็มาร้อยนึงเลยถ้ารู้เอาไว้ใช้สัมปชัญญะปัญญาเอามาใช้พร้อมเป็นร้อยเลยคุณก็จะรู้ได้เต็มรู้ ชาร์จรุ่นได้มากเพราะมันไม่รีเป็นผู้ที่หรี่ธาตุรู้ไว้นั่นเองดังที่ได้อธิบายผ่านมาแล้วเขาไม่ยอมเปิดจิตรู้เต็มๆตามปกติธรรมดาเพราะยังมีความหลงผิดในวงเล็บโมหะอยู่จริงๆว่ารู้อะไรมากๆหรือเปิดจิตรู้เต็มๆที่เปิดจิตรู้เต็มๆที่แล้วไซร้จะมีทุกข์มันหลงไปว่ามันจะเป็นทุกข์มันเป็นความไม่เก่งมันเป็นความไม่งอกงามอะไรซะด้วยถ้าไปคืนรู้มากๆเขามันจะเป็นทุกข์และก็จริงสำหรับคนที่พื้นไปรู้มากๆเข้าไอ้สิ่งที่มันไม่น่าจะไปเกี่ยวข้องมาแล้วก็ไปเกี่ยวข้องมาทุกข์นะสู้มันไม่ได้ที่นี่ตายเลยมันลากเอาไปกินเสร็จเลยเอาไปเป็นบริ เสร็จเลยระวังนะแต่ถ้าผู้ที่เก่งแล้วแข็งแล้วเนี่ยเราขนาดนี้เลยภูมิฐานมันแข็งใหญ่เพราะเรามาถึงขั้นนี้แล้วยังจะกลัวอะไรอีกจะไม่รู้มันอันนี้เขาเป็นรู้เรียนรู้กันไปอย่างนี้แล้วไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีสภาพนี้ในแบบทำเอาด้วยอุบาย avt นั่งหลับตาสมาธิแล้วก็ไปเสพติดสุขอยู่กับอารมณ์ในระยะยาวสัญญาอายตนะพรมนี้แต่เมื่อคลายอุบายปล่อยจิตกลับสู่สภาพปกติธรรมดามีอิริยาบถปกติเป็นคนที่มีสามัญสำนึกธรรมดาธรรมดากลับไม่อยู่ในอารมณ์นี้ก็เลยมีทุกเรื่องมาแต่อบายมีทุกเรื่องมาแต่โลก 8 และกามอยู่ครบครันอยู่ครบถ้วนซ้ำแถมกลายเป็นผู้มีทุกข์เพราะหลงยึดอารมณ์เนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นสภาพสุขเพิ่มเป็นภวตัณหาเข้าไปอีกก็ตามนี่อธิบายไว้เชิงหนึ่งแล้วเอ้าเดี๋ยวสรุปให้ฟังหรือคนพูดปกติธรรมดาลืมตาโพลงๆนี่แหละมีความยึดถืออย่างนี้มีความเห็นอย่างนี้แล้วก็ทำอารมณ์จิตของตนให้เป็นคนรับรู้บ้างไม่รับรู้บ้างหรือรู้อะไรก็ไม่รู้ชัดไม่ก็รู้ไม่ชัดรู้อะไรก็รู้ไม่ชัดไม่เจนเบลอๆพลับพลารู้กึ่งๆรู้ Concept อะไรอย่างนั้นมันก็เป็นคนหลอกมันก็เป็นความหลงผิดแบบ เนวสัญญานาสัญญายตนะสัตว์อยู่จริงๆแท้ๆเหมือนกันฟังดีๆจะเห็นว่าเรายังเข้าใจผิดเรายังสัญญาผิดและเรายังทำกายะศักยภาพที่ผิดเพราะเราทำศักยภาพที่ผิดมันก็ได้รับสิ่งที่ผิดเราทำศักยภาพให้ถูกมันจะได้รับผิดมันจะรับถูกผู้ใดยังหลงแม้แต่สภาพนั่งหลับตาอารมณ์ของเนวัดสัญญาณน่ะสัญญาอายตนะแบบนั่งหลับตาก็นั่งหลับตาตัดผมก็ไปอยู่ในภาวะปัญหากำลังเหลืองๆมันจะรู้บ้างไม่รู้บ้างมันเป็นฐานถ้าทำฐานสูงก็เป็นฐานอสัญญีคือดับเพราะจากสูงจากดับก็มา รับรู้นิดนึงแล้วก็ดับดับแล้วก็รู้แล้วก็ดับเรืองๆอย่างนั้นน่ะสลับสับเปลี่ยนกันภพภูมิใดเคยทำก็จะรู้สภาวะอย่างนี้ดีแล้วก็อย่างเงี้ยเปิดตาออกมาดูรถมารับรู้มันก็ต้องรู้เมื่อไม่รู้มันก็อยู่ในภูมิอย่างนั้นทีนี้ไอ้ที่ว่าเนี่ยอธิบายเป็นเชิงให้รู้ว่าพวกนั่งหลับตาไปอยู่ในภูมินึกนึกว่าเป็นภูมิสูงหลงวันนี้เป็นนิพพานแบบอุทกดาบสอุทกดาบสถือว่าสัญญานาสัญญาจะนะภูมินี้เป็นนิพพานสูงสุดพระพุทธเจ้าเข้าไปถามว่าไอ้สูงสุดมีอะไรอีกไหมไม่อ่ะไอ้เนี่ยสูงสุดกับดาวบทบอกเอาอย่างนี้เหรอสูงสุดพระพุทธเจ้าก็รู้ได้อย่างเออคุณสูงอย่างนี้เราก็ได้แล้วท่านก็ไปหาสูงใหม่ พระศุกร์นี้ยังไม่สูงจริงจะไปนั่งหลับตาอธิบายแบบเชิงหลับตาก็ตามก็อยู่ได้แค่นั้นแต่พอออกมาจากหลับตาสิพวกนี้กลับไม่อยู่ในอารมณ์นี้กลับเป็นทุกข์บางคนน่ะมันโง่จนกระทั่งอบายก็ยังไม่หลุดพ้นก็ยังมาทุกข์มาสุขกับอบายภูมิอยู่สบายยังมาล้อเละอยู่กับไอ้โลกแม้แต่อบายมุขก็ยังมาสู่ความทุกข์กับมันอยู่อย่างเงี้ยแม่จะไปนั่งหลับตาเป็นสภาพเนวัดสัญญาณนาสัญญาได้เก่งเชียวชาญปานไหนก็ตามพอปั๊บแต่กระเป๋าเป้ก็เข้าใจว่าสัญญาหน้าสัญญาภูมิเลยกำลังเดินสบายมากไงอย่างนี้ไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive