210427-10 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ตอน10-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ014.txt

โฟลเดอร์2521 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ทวช. (59 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์170 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายนพุทธศักราช 2521 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกมาทำวัดกันเรื่องต่อไปด้วยการไม่สงบภาษาดูซะก่อนสันติสุขทั้งหลายเรื่องเคยมีมาแล้วแมวตัวหนึ่งยืนคอยจ้องจับหนู อยู่ที่ปากช่องที่เทขยะมูลฝอยริมฝาเถื่อนด้วยหวังว่าหนูตัวอ่อนจะออกมาเพื่อหาเหยื่อในที่ใดจะจับมันกินเสียในที่นั้นดังนี้ภิกษุทั้งหลายครั้งนั้นหนูตัวอ่อนออกไปเพื่อหาเหยื่อแล้วแมวก็จับมันกลืนกินอย่างรวดเร็วที่มีวงเล็บไว้นิดหน่อยว่าทั้งเป็นๆรู้ตัวอ่อนนั้นกลับลำไส้ของแมวนั้นบ้างกัดลำไส้สุดของแมวนั้นบ้างแมวนั้นถึงแก่ความตายหรือได้รับทุกเย็นตายเพราะการที่หนูกัดไส้นั้น นั้นๆเป็นห่วงภิกษุทั้งหลายฉันใดก็ฉันนั้นภิกษุบางรูปในกรณีนี้ในเวลาเช้าครองจีวรถือบาตรเข้าไปสู่หมู่บ้านหรือนิคมเพื่อบิณฑบาตไม่รักษากายไม่รักษาโรควาจาไม่รักษาสิทธิ์ไม่ตั้งสติไว้ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลายเธอเห็นมาทุกคำในหมู่บ้านหรือนิคมนั้นๆผู้คนชั่วพูดชั่วคราวผู้หญิงชั่วห่มชั่วเช่นนั้นเข้าแล้ว ก็เสียบแทงจิตของเธอภิกษุนั้นมีจิตถูกราคะเปรียบแทงแล้วย่อมถึงความตายหรือได้รับทุกข์เจียนตายภิกษุทั้งหลายที่เรียกว่าตายในอริยวินัยนั้นได้แก่ผู้ที่บอกเลิกสิกขาหมุนกลับคืนไปสู่เทพต่ำแห่งสหรัฐที่เรียกว่าทุกเย็นตายได้แก่ผู้ที่ต้องอาบัติอันเศร้าหมองร้ายแรงอันใดอันหนึ่งถึงกับต้องออกจากอาบัตินั้นด้วยระเบียบของการอยู่กรรมฟังดู เอาง่ายๆก็ไม่มีอะไรยากที่พระพุทธเจ้าท่านเปรียบอุทาหรณ์เหมือนกับแมวอวดดีไม่ว่าจะจับหนูกินมันก็เหมือนคนทุกคนในโลกธรรมดาก็นึกว่าจะจ้องหาเหยื่อจับเหยื่อธรรมดาตัวเองก็นึกว่าตัวเองมีความสามารถมีความเก่งกล้าธรรมดาไม่เคยจะจับหนูกินแมวไปจะจับหนูกินพอเจอหนูปั๊บออกมาก็จับเลยกินกลืนกินโดยไม่ระมัดระวังด้วยประการใดประการหนึ่งประมาณเ

อ่านต่อ

ห็นเป็นของเล่นของธรรมดาเอามันก็มีครั้งคราวที่มันไม่เป็นไปตามที่ตัวเองโง่ ตามที่ตัวเองไม่รู้พอตูนกินเข้าไปแล้วปรากฏว่าหนูตัวนั้นมันไม่ตายหรอกมันเหมือนกินเลยมันไม่ตายมันเข้าไปในไส้พวกถูกกลืนเข้าไปในไส้มันก็กัดไส้เลยกัดใส่น้อยกัดไส้ใหญ่กัดลำไส้สุดของแมวนั้นบ้างแมวนั้นก็ตายตายเพราะอะไรตายเพราะอาหารหนูเป็นอาหารหนูเป็นอาหารของแมวนะแล้วก็เป็นธรรมดาด้วยแมวจับหนูกินเป็นธรรมดาด้วยนะที่เป็นยกสุดท้ายเราต้องเข้าใจว่าท่านพยายามแล้วกูจะหาหอเนี่ยเอามาเทียบเคียงให้เราเห็นเรารู้เนี่ยมันมีอะไรซ่อนมันมีอะไรแปลกๆ หนูนี่เป็นอาหารของแมวแล้วก็แมวก็จับหนูกินเป็นธรรมดาถึงขนาดมันก็ยังพลาดพลั้งพลาดเพราะกินเข้าไปแล้วกลืนเข้าไปแล้วด้วยเข้าไปในลำไส้แล้วก็ยังไปกัดลำไส้จนหนูนั้นเออจนแมวนั้นต้องตายหรือทุกข์เจียนตายได้ฉันใดก็ฉันนั้นภิกษุบางรูปในกรณีนี้ในเวลาเช้าทองจีวรถือบาตรเข้าไปสู่หมู่บ้านนิคมเพื่อบิณฑบาตก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่รับสายไม่รักษาวาจาไม่รักษาจิตไม่ตั้งสติไว้ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลายเห็นว่า ตัวเองนึกว่าตัวเองเก่งนึกว่าเป็นเรื่องธรรมดานึกว่าตัวเองเนี่ยชินชาแล้วสามารถอะไรแล้วแต่ออกไปแล้วก็ไม่ระมัดระวังในการฟุตบอลอย่างที่ว่านี้เธอเห็นมาตุคามในหมู่บ้านนี้ผมนั้นๆนุ่งห่มชั่วผู้หนึ่งชั่วห่มชั่วไม่ได้ทีนี้จ่ายภาษานี้ถ้าเผื่อว่าไม่ใช่พวกเรานั่งอยู่ที่นี่และผู้หญิงก็ดีฟังแล้วก็คงไม่ต้องอธิบายกันพอสมควรเพราะอธิบายแล้วก็คงจะต้องนั่งหน้างอแต่ทีนี้บอกว่ามาทุกคำพูดหนึ่งชั่วห่มชั่วนั้นไม่ได้หมายความว่านุ่งห่ม สกปรกเลอะเทอะเปล่าเลยใส่ผ้ามอซอเปล่าเลยพี่รุ่งช่วยห่มชั่วในที่นี้ถ้าไม่เข้าใจก็คือลูกฟังไม่ออกแล้วก็ไม่รู้เรื่องแต่ถ้าเข้าใจแล้วผู้ต้องช่วยผมชั่วนี่ก็คือผู้ที่นุ่งห่มยางยั่วยวนสลวยถ้าผู้ชายเห็นแล้วน้ำลายจะไหลเลยนั่นแหละเรียกว่าหนุ่มชั่วก็ชั่วแต่งเฟี้ยวเลยสุดยอดสุดใจขาดดิ้นดีตัวเองแต่งมาเพื่อจะให้มันดูว่าตัวเองก็นึกว่างามว่าเธอใช้เธอทิ้งก็ต้องให้ทุกคนเห็นแล้วก็จะต้องหันกลับมามองหรืออะไรก็แล้วแต่ นึกว่าผู้นุ่งชั่วห่มชั่วในความหมายในที่นี้ไม่ใช่หมายความว่าผู้นุ่งห่มแล้วก็ไม่ทำให้ผู้ชายไม่มองฉันได้เห็นมาทุกคำพูดนู้นชั่วก็ชั่วเช่นนั้นเขาแล้วราคะก็เสียบแทงจิตของเธอภิกษุนั้นมีผิดถูกราคะเจ็บแทนแล้วย่อมถึงแก่ความตายหรือทุกข์กับทุกข์เสี่ยงตายเพราะว่าเราออกไปในที่ไหนก็ตามออกไปมันก็จะต้องพบต้องเห็นสิ่งที่เป็นเชื้อของราคามันก็ต้องมีเป็นธรรมดาเสร็จแล้วมันก็ทำให้ผู้ที่ไม่ระมัดระวังผู้ที่เผลอหลาย ไม่มีการสำรวมสมบูรณ์และคำว่าสำรวมสังวรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับประโยคข่าวนักปฏิบัติธรรมถ้าขาดสิ่งนี้ซะแล้วก็ตกไปสติปัฏฐานก็ตกเราจะสร้างสติให้มั่นคงถาวรนั้นอยู่ที่การสังวรสำรวมเมื่อเราสังวรสำรวมไปเรื่อยๆเรื่อยๆสติของเราก็จะแข็งแรงสติของเรานี่รู้ทั้งรู้นะรู้ทั้งรู้แต่บางครั้งมันก็ไม่มีกำลังการที่ว่าไม่มีกำลังนี่แหละคือไม่ได้อย่างลงซึ่งฐานสติไม่ใช่ปัดฐานมีสติรู้ระลึกรู้มี สัมปชัญญะมีปัญญารู้ดีเห็นเข้าใจและรู้ด้วยว่าเป็นกิเลสขณะที่รู้รู้น่ะยังเรียกว่าดีไม่มีเมียก็มีสังข์รวมถ้าไม่สังวรไม่สำรวมแล้วไม่รู้เลยว่าดีหรือชั่วมึงไม่รู้เลยว่าดีหรือชั่วสติปัฏฐานตกหมดสติปัฏฐานไม่มีฟังดีๆนะตัวสติปัฏฐานคำว่าสติปัฏฐานเราจะปฏิบัติประพฤติมันจะมีถึงแค่ไหนถ้าเราไม่ได้สงบไม่ได้ตำรวจเลยปล่อยไปตามธรรมดาประมาทเลินเล่อสติปัฏฐาน 0 ไม่มีไม่มีบทบาทไม่มีหลักของทางเอกชัยที่จะไปสู่นิพพาน ถ้าเรามีสติแล้วก็มีสังวรสำรวมเมื่อไหร่คือมีสติเราต้องรอนำควบคุมระวังระมัดระวังตนดูกายดูวาจาดูจิตสำรวมกายสำรวมวาจาสำรวมจิตรักษากายรักษาวาจารักษาจิตอยู่ตั้งสติไว้ตำรวจอินทรีย์ทั้งหลายอินทรีย์ทั้ง 6 ดูทั้งทุกข์ทวารมีเบื้องบนของเป็นองค์ประกอบของการปฏิบัติสติปัฏฐานทั้งนั้นเมื่อเราระวังตาหูจมูกลิ้นกายใจที่มันสัมผัสมันรับรู้มันเกี่ยวข้องกับโลกเขาอยู่เมื่อมันเกี่ยวข้องกับโรคเขาอยู่แล้วเราตามรู้นอกรู้ในอยู่เข้าใจ เห็นรู้ลักษณะของสิ่งที่สัมผัสตามจิตรู้อาการของจิตก็ปกติหรือไม่ปกติเป็นไปเพื่อกิเลสหรือว่ามีอาการกิเลสเกิดทีเราใช้ตัดกันจนกระทั่งพวกเราว่ากระดิกหรือไม่กระดิกมีอารมณ์อ่อนไหวมีอารมณ์เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไปหรือไม่ไปติดไปยึดไปชอบไปดูดไปดึงหรือไปผลักไสอะไรอย่างไรอึดอัดขัดเคืองอย่างไรเป็นอย่างไรอยู่หรือไม่บางทีบางครั้งมันเป็นอยู่เราก็รู้มีสัมปชัญญะมีปัญญาเข้าใจซะด้วยเพราะเรามีสังวรสำรวมมีการตั้งสติไว้มีการรักษา รู้อยู่เรียกว่าเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติสติปัฏฐานอยู่บ้างแม้รู้อยู่เห็นอยู่แต่เราเองเราพ่ายแพ้ต่ออารมณ์พ่ายแพ้ต่ออารมณ์ชอบอิจฉารมนั้นติดมันชอบมันรักมันปล่อยคลายไม่ได้มันเสพเสพสมสุขก็ยังมีสำนึกส่วนหนึ่งหรือมีตัวรู้ผิดรู้ชั่วคราวอันนี้สำนึกตัวนึงรู้ผิดรู้ชั่วรู้ว่ามันไม่ค่อยดีหรอกนะเข้าใจอยู่รู้อยู่ว่าเป็นสัตว์อุจจาระจิตตังเป็นจิตที่ดีกว่านี้มีอีกติดหนี้ยังไม่ดีทีเดียวทำขนาดนี้เราทำได้อยู่ เราทำได้เพียงรู้เพียงรู้ว่าจิตเราดีกว่านี้ทำไม่ได้กว่านี้เปลี่ยนไม่ได้ปรับไม่ได้ฝืนไม่ได้ฝืนไม่ไหวไม่งั้นเรียกว่ายังเป็นผู้ที่มีสำนึกได้สำนึกแต่ถ้าเป็นอย่างนี้ไปตลอดมันก็ไม่แก้ไขมันต้องพยายามมีวิริยะอุตสาหะมีวิมังสามีอิทธิบาทเลยต้องดูว่าเราจะต้องทำงานกับมันก็พยายามปรับเปลี่ยนสู้ฟืนทนเอาจริงเอาจังแล้วก็ใช้ปัญญาเข้าไปตัดสินหรือเข้าไปวิเคราะห์วิจัยไปทำมาวิจัยมีเพียรทีเดียวมีวิริยะอุตสาหะทีเดียวแค่ขึ้นแก้ขึ้นแก้ขึ้นเราจึงจะเกิดขึ้นมันเรียกว่า อยากมีสังวรสำรวมมีสติและรู้รู้แล้วเรายังได้ก็ทำต่อก็ทำต่อไปถ้าเผื่อว่าบางครั้งบางคราวก็ทำได้สำเร็จเปลี่ยนได้จิตดีกว่านั้นดีขึ้นจนบางครั้งถึงดีขึ้นมาบริบูรณ์เป็นอันตรายจิตตังและจิตที่ดีเยี่ยมเลยวางปล่อยได้ชนะกิจชนะดีเลยเรารู้ว่าเป็นอารมณ์ผ่องใสเป็นจุดที่บริบูรณ์เป็นสิ่งที่ประเสริฐขึ้นไม่มีสิทธิ์อยู่ที่ดียิ่งกว่าอนุตตรธรรมแปลว่าเส้นไม่มีจุดอื่นที่ดียิ่งกว่าถ้าเราทำได้อย่างนั้นเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอ มันก็คือเท่ากับเรากำลังปฏิบัติสมาธิลืมตาเป็นสติปัฏฐานที่มีบทปฏิบัติอยู่จริงหรือบางทีเราสัมผัสแล้วสังวรสำรวมอยู่รู้มีสติรู้ตัวสัมผัสไปทวารทั้ง 6 แล้วก็รู้นอกรู้ในรู้ถึงจิตว่าพอสัมผัสแล้วไม่มีอะไรกันอีกแล้วก็รู้ว่าของเราไม่มีกระดิกไม่มีอะไรไม่ถูกราคาหุ้นไม่มีโทรศัพท์เข้าห้องเข้าใจที่ปัญญาแจ้งชัดไม่เป็นโมฆะไม่หลงผิดอารมณ์อย่างนี้เป็นอย่างนี้อันนี้ความจริงตามความเป็นจริงเราไม่ได้ตกเป็นทาสเราไม่ถูกครอบงำจิตของเราแข็งแรงรู้อยู่จะทำก็ทำ รู้แล้วว่าเราจะทำเราจะสัมพันธ์สัมผัสเราจะเป็นไปรู้อยู่แล้วจิตของเราก็ไม่ได้มีอารมณ์เป็นอิจฉาอารมณ์อะไรจิตเราไม่ได้ชอบชื่นจิตเราไม่ได้อึดอัดชิงชังจิตเราไม่ได้ลำบากเป็นไปโดยง่ายเป็นไปโดยสะดวกบางทีรู้อยู่ว่ามันมีฤทธิ์ไม่มีน้ำหนักมีฤทธิ์หนักมีฤทธิ์ยากมีน้ำหนักหนักมีน้ำหนักยากอาจจะร้อนไปว่าปกติบ้างอาจจะเย็นไปกับปกติบ้างอาจจะทับหนักก็ปกติบ้างเราก็รู้ว่าเรากำลังทำเรากำลังสำคัญๆอาจจะ สีแสงมากไปมีรูปมากไปมีรูปน้อยไปบ้างกับสิ่งที่เราต้องการทำอยู่ด้วยแล้วก็รู้แล้วแล้วเราก็ตรงใจวางใจจิตของเรารู้ความเป็นจริงว่ามากกว่าน้อยตามรูปของเรื่องเลือดตามปริมาณตามคุณภาพของลูกพูดคำนี้หมายความว่ารูปธรรมทั้งหมดจะเป็นเสียงก็ดีจะเป็นรูปเป็นจริงก็ดีจะเป็นรถก็ดีจะเป็นกลิ่นก็ดีรู้แล้วว่ากลิ่นอย่างนี้เป็นอย่างนี้มีคุณภาพฉุนมีคุณภาพเขาเรียกว่าแยกว่าหอมแยกก็เหม็นรู้ฉุนก็เรียกว่ามันจัดหน่อยมีอ่อนๆก็รู้ว่ามันอ่อนๆรถอย่างนี้จัดรถพลิกเป็นอย่างนี้เทคนิคพริกขี้หนูด้วย ก็จัดอย่างนี้เราก็รู้เราจะรับสัมผัสสัมพันธ์ด้วยก็รู้ถ้าดาวก็ขมอย่างนี้ก็รู้หนักหน่อยอยู่มันหนักเราก็รู้ก็ตัดสินใจแล้วก็จะรับก็รับพริกก็จะรับก็รับซื้อนี่สีจัดสีด้านสีแดงรูปมีรูปมาเสียงนี่เสียงมีเสียงมากเสียงผสมเสียงดังมากก็รู้เราก็เข้าใจอยู่แต่ในอิจฉาอารมณ์อธิษฐานอารมณ์จิตของเรานั่นแหละอีกอันนึงอารมณ์ที่ซ้อนอยู่กับจิตของเรารับรู้แล้วและอารมณ์ของจิตของเรามันเกิดติดใจอธิษฐานอารมณ์สุขสมหรือว่าอันนี้ คารมตัวจิตใจอนิฏฐารมณ์ไม่ชอบใจผลักไสรุนแรงหรือไม่ถามว่ารุนแรงเราก็กดลงโทษเราตัดสินแล้วว่าอันนี้ไม่เป็นไรอันนี้เราเป็นไปร่วมด้วยด้วยเหตุด้วยผลและตัดสินแล้วก็ปรับปรุงๆร่วมด้วยก็ร่วมด้วยแล้วไม่ต้องให้จิตใจมันอึดอัดขัดเคืองด้วยผลักไสหรือไม่ต้องให้มันติดใจชอบใจไหมยินดีปรีดาไม่ทำไม่ออกทำให้จางคลายลงมาหากลางๆจริงๆเราทำได้แค่ใดก็แค่นั้นแล้วมันก็จะต้องมีเมื่อปริมาณหรือคุณภาพของมันบางอย่างมัน มันแรงก็แน่นอนเราก็จะต้องมีการต้องทนต้องทนอยู่แหละแบบหนักร้อนจัดหนาวจัดหรืออะไรเราก็ต้องทนต้องแบกอารมณ์รูปแบบไม่ใช่แบบอารมณ์แบบเพราะแบบต่อสภาพอย่างนั้นอยู่บ้างซึ่งแน่นอนเลยมันต้องแบกอยู่บ้างแหละแต่เราก็ตัดสินใจแล้วเราก็รู้สึกว่ามันทนได้โดยไม่ยากอะไรทนได้ไม่ลำบากอะไรเราเผาอารมณ์หรือเผาสิ่งที่เป็นปริมาณและคุณภาพนั้นด้วยความวางความปล่อยเท่าที่เราจะวางนะบางคนถึงแม้จะหนักขนาดนั้นก็ดูมันเบาหายไปเลยบางคนที่ไม่จำเป็นไปเลย บางคนมันจะร้อนอย่างนั้นก็รู้สึกว่ามันก็ไม่มีอะไรว่างๆแต่มันก็ร้อนจริงๆมันมีของมันอุณหภูมิอากาศหรือว่ารสชาติหรือว่าสิ่งอย่างนั้นอย่างนั้นมันก็มีของมันแต่ใจเราวางปล่อยได้บางทีวางได้จนมากๆจะเห็นได้บางครั้งบางคราววางได้อย่างผิวเผ่าไปเลยหรือวางไม่ได้หรอกก็รู้ได้ว่าเราทนได้โดยไม่ยากเราทนได้โดยไม่ลำบากแม้สิ่งนั้นจะมีปริมาณหรือคุณภาพคุณภาพแรงจัดหนักเราก็สามารถทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากเราก็จะรู้ถึงทั้งส่วนที่มาผสมกับที่เรากำลังสัมผัสอยู่ ก็เราเองเราเป็นไปอย่างไรถ้าไม่มีน้ำหนักจัดจ้านและเราก็อยู่ในสภาพมันก็ต้องทนขนาดนี้ล่ะแล้วก็ทนได้โดยไม่ยากไม่ลำบากแล้วด้วยแล้วก็ปล่อยไปทุกข์มันอยู่ที่อิจฉาอารมณ์อันนี้ขาลงสุขหรือทุกข์สุขมันก็อยู่ที่อิจฉาอารมณ์ทุกข์มันก็อยู่อธิษฐานเราชอบและเราไม่ชอบเพราะเราเอาไปพลางๆๆที่จะเรียกว่าหมดทุกข์หมดสุขทุกข์นิพพานและได้แค่ไหนเราก็รู้โปรตีนประมาณของเราได้แค่นั้นก็คือได้โดยไม่ยากไม่ลำบากไม่ร้อนและจิตใจของเราก็ไม่ลำบากอะไรถ้าอารมณ์มันค่อนไปในทางที่เรียกว่ามันไม่ติดเราซะด้วยไป ค่อนข้างจะเป็นว่าเราจะผลักๆนิดๆหน่อยๆถ้าค่อนข้างจะผลักแต่เราก็ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากนั่นแหละกลับถ้าคิดให้ดีแล้วจะเห็นว่ากลับดีนะเพราะว่าสิ่งอย่างนี้แล้วเท่ากับแยกกันเลยไม่มีทางติดแต่ถ้าจะไปมีสภาพอารมณ์เป็นว่าค่อนข้างจะอยู่ในทางตกใจผ่อนอยู่ในทางชอบใจหน่อยๆมันจะกลายเป็นว่าจะดูดดึงนะจะดูดดื่มถ้าสั่งสมความชอบใจเป็นในเชิงที่ว่ามาหาจับใจหน่อยๆแล้วจะดูถ้าพูดได้ไม่มีสัมมาทิฐิไปจนถึงขั้นอานาปานสติ รู้จักจิตสังขารแล้วก็ปรับปรุงแล้วล่ะก็เข้าใจจนถึงเหนืออันนี้ปล่อยให้เป็นอาทิตย์ประมาทอย่างคือเบิกบานร่าเริงยินดีเสร็จแล้วเราเองเราก็เผลอใจเราไม่รู้เป็นสัมมาทิฏฐิสั่งสมเด็จจิตสั่งสมจิตรมีอย่างนี้เลือกเอาแต่อารมณ์อย่างนี้ทำบ่อยๆเข้ามันก็สะสมคำว่าประจักษ์และอีกหน่อยเราก็จะต้องลำบากต้องหาไม้มันแรงขึ้นแรงขึ้นเพราะเราจะต้องทำสลับสับเปลี่ยนไปเนี่ยรู้อารมณ์จริงแล้วก็พยายามหากลางแล้วก็รู้กันหมดจะยังปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เหตุการณ์คลายลงความรู้ความ พรายให้เห็นชัดหัวเราอยู่ในลักษณะที่อนิจจาลูกปัดสีไม่เที่ยงจะตามรู้ว่าไม่เที่ยงหรอกมันก็มีอย่างนั้นได้บ้างมีอย่างนี้ได้บ้างเราจะไปเอาตายตัวก็พอใจสบายใจมันไม่ได้พอใจสบายใจอยู่อย่างนี้เสมอไม่ได้ผลกระทบอย่างนั้นเมื่อสัมผัสอย่างนั้นในโลกตาหูจมูกลิ้นกายใจมันย่อมสัมผัสอยู่บนโลกส่วนนั้นส่วนนี้อย่างนั้นอย่างนี้มันย่อมมีอยู่เสมอแหละมันจึงจะเห็นว่ามันไม่เที่ยงหรอกมันจะตายตัวเด้งเลยนิพพานก็คือสิ่งที่จะต้องอะไรล่ะก็ต้องปรับทุกอย่างก็เด้งอยู่เฉยๆไม่จริงไม่จริงเขาจะมีอนิจจานกอ่ะ ความมันไม่เที่ยงหรอกมันก็เป็นอย่างนั้นแต่ใจของเราก็พยายามปล่อยวางวิมลญาณปล่อยเวลาคานอุปศรีช้างคลานจางคลายไปสู่จุดที่จามคลายคำว่าจางคลายวิราคะแล้วว่าอย่าให้มันเป็นดูดไว้พิราบเพราะถ้ามันไม่ดูแล้วเราก็สบายราคะแปลว่าติดวิราคะไม่ใช่แปลว่ามีราคะอย่างยิ่งแปลว่ามีราคาอย่างยิ่งก็ตายกันพอดีวิธีแปลว่ายิ่งก็ได้แต่ว่าไม่ก็ได้เพราะฉะนั้นถ้าตัวที่สำเร็จจริงๆตัวที่บรรลุจริงๆแล้วก็ต้องแปลว่าไม่ให้มีราคะหรือแปลว่ายิ่งมีราคะยิ่งนัก เราไม่ต้องไม่เป็นที่สุดมิราเคิลแปลว่าจางหายหมายความว่าตัวจบแต่เอาภาษาแปลความหมายตัวจบแปลได้อย่างนี้ถ้าแปลให้สุดภาษาพยัญชนะและวิลาครับแปลว่าไม่มีราคะเลยความรู้ซึ่งไม่มีราคะเลยก็คือเราให้มันบางไปหาที่ไม่ถ้ามันไม่มีราคามันไม่ติดใจมันไม่ชอบใจเอามันไม่ชอบใจมันก็ดีแล้วนี่มันไม่มันไม่มีราคาเพราะฉะนั้นถ้าจริงแล้วมันตกมาอยู่ในทางไม่มีเวลาครับหรือไม่ชอบจ่ายเพราะจิตตกตัวว่าเออไม่ค่อยชอบใจหน่อยๆแต่เราก็ทนได้สบายทนได้โดยไม่ยากตัวนั้นเป็นตัวทิ้งที่ดี มันปล่อยเองของมันในตัวถ้ามันเกิดไปราคะหรือมันเป็นจิตใจมันมีอะไรอีกบ้างชื่นใจชอบใจอยู่บ้างสิถ้าผูกไว้พิเศษหาชื่นใจชอบใจเราต้องปล่อยถ้ามีอภิปประมาทหมายความว่าเรามีตัวชอบใจยินดีต้อนรับตามหลังก็ปล่อยเขายังไงก็ต้องปล่อยให้หมดทุกอย่างต้องให้มันเสื่อมต้องให้มันต้องให้มันสลายออกแต่ถ้าเกิดว่าตัวไม่ชอบจ่ายเป็นตัวหางแล้วจางคล้ายออกไปเป็นตัวปลายมันก็เกิดจากถ้าไม่ชอบใจแล้วมีใครจะไปดูดไวไม่อยู่มันจึงจะอยู่ในสภาพจิตที่สูง ไม่อธิบายติดตัวหลายๆลักษณะแปลว่าเป็นตัวรวมสุดท้ายเป็นอารมณ์สุดท้ายอยู่ในสภาพที่อธิบายด้วยความหมายเพราะจิตมันจะเห็นความที่ไม่เที่ยงมันไม่เที่ยงตัวนี้มันไม่ใช่ไม่เที่ยงแต่แค่วัตถุแหมเราก็จะไปตรงนี้โดยไม่ได้ไปเสียเห็นไหมไม่เที่ยงไอ้นี่มันหยาบนี่ตัวจิตเห็นจิตสัมผัสต่ออะไรต่ออะไรเสมอมันไม่เที่ยงแต่เดี๋ยวมันก็มีสูงมีต่ำกว่านี้มันก็มี 100 มีน้ำมันก็มีรู้อย่างนั้นรับรู้อย่างนี้บางทีก็รู้หนักรู้เบาบางทีก็รู้สบายไม่สบายฝนก็อยู่ตลอดเวลาเสมอแต่เราเองถึงสบายไม่สบายเราก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนเที่ยงแท้อะไรไม่ใช่ของเขาของเราอะไรมัน รู้อยู่อย่างนี้แหละอันนี้จำไม่ราคาต้องให้ปล่อยออกไปออกต้องให้จางคลายจามคลายหรือชอบให้ไม่มีราคะอยู่เสมอได้เวลาการรบแบบสีตามรู้ว่าเราไม่มีราคะนะเราไม่มีสิ่งที่จะดูดมันไม่มีสิ่งที่จะติดนะมันเป็นไปอย่างนั้นแหละรับรู้รับรู้รับรู้วางรับรู้วางรับรู้วางไม่ใช่ภาษาที่จริงมันเร็วกว่านี้อีกแล้วมันต้องเห็นสภาวะธรรมจริงนี่เราถามศักดิ์ศรีจึงจะเรียกว่าลำดับจึงจะเรียกว่าเราอยู่เหนือจึงจะเรียกว่าเราจบนิโรธความรู้นิโรธสิ่งนี้คิดถึงปล่อยวางนี้อยู่จางคลายนี้อยู่ไม่เที่ยงนี้อยู่ตัววิทย์อนิจจาอนุศักดิ์ พินิจศรัทธาในปัจฉิมทั้ง 4 ตัวนี้มันจะต้องมีสภาพจิตของเราอยู่ทั้งหมดเราจะมีอนุปัดสีขึ้นตามรู้ตามเห็นตัวที่เรียกว่าตามรู้ตามเห็นนั่นแหละเรียกว่าอาทิตย์ปัญญาเรียกว่าอาทิตย์ปัญญาหรือว่าปัญญารู้จิตเห็นจิตอยู่ณขณะเราเป็นพระโยคาวจรที่ยังไม่แน่ใจที่ยังอ่านผิดของเรายังไม่เก่งจนกระทั่งสัมผัสก็รู้แล้วโดยไม่ต้องวิจัยโดยไม่ต้องวิจัยวิเคราะห์อารมณ์ไปเรื่อยๆหยาบๆ จนกระทั่งรวดเร็วคล่องแคล่วว่องไวสัมผัสรู้ตัวรู้นี่มันไม่ได้บอกให้แก่เรามันรู้ปั๊บปล่อยวางมาดูแล้วก็เป็นไปได้สบายโปร่งโล่งง่ายเหมือนไม่ได้ทำงานเหมือนจิตไม่ได้ทำงานมันจะเร็วขึ้นจนกระทั่งเหมือนจิตไม่ได้ทำงานแต่มันทำงานเป็นอัตโนมัติเร็วๆๆสองแถวนี้ก็สีอยู่เหนือมันเลยมีอำนาจแล้วปล่อยตามความปล่อยรู้อยู่และเรามีเข้าใจด้วยมีตัวเห็นแค่เห็นแจ้งมีญาณทัศนะวิเศษอยู่ในตัวมันเองทำงานขอบเสมอเสร็จแล้วก็สลากหลุดสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าบอกว่าชอบก็ต้องไม่ชอบแต่ผมไม่ชอบก็ต้องชอบมันกลับไปกลับมาปฏิวัติไม่เหลือสวรรค์สุดท้ายปฏิวัติทวนกลับไปสู่ตัวไม่เหลือนิดๆสักพักนี่คือไม่ไม่เหลือสวรรค์ไม่เหลืออะไรแปลตัวถ้าเป็นสวรรค์ก่อนไม่เหลือสวรรค์คือตัวที่ทุกคนก็เข้าใจดีแล้วมันก็สุขสบายต้องบอกว่าทวนกลับไปสู่ตัวไม่เหลือสวรรค์นรกสวรรค์สุดท้ายเนี่ยจะเรียกว่านรกมันก็มีคู่กรณีสวรรค์กับไม่มีสวรรค์จะไป สวรรคตเป็นคู่อยากทีนี้สวรรค์สุดสวรรค์ว่างกับเราไม่มีสวรรค์ก็คือเรามีว่างแล้วเราก็ไม่มีว่างฟังดูเรารู้ว่าแล้วเราก็ไม่มีว่างแล้วเราก็ไม่เอาว่างไม่ใช่ภาษามันฟังดีๆนะเราได้ว่างแล้วเราก็ไม่เอาว่าถ่ายเลยเขาจะบอกว่าเราเขาว่างน่ะเป็นสวรรค์สุดท้ายได้วางนะเป็นสวรรค์สุดท้ายแล้วเราก็ไม่ติดไม่เอาไม่ยึดถือว่าเราไม่ได้ก็ไม่เป็นไรสำหรับวางนี้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรกลับอารมณ์จิตของเราจึงอยู่ในสภาพที่เรียกว่าอธิบายกลับก็คือไม่เที่ยงเราได้แล้วเราก็ไม่เอาอนิจจังไม่เที่ยงฟังภาษาดีๆนะนี่เป็นสาวเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่เรียกว่าจะให้รู้ตัวสุดท้ายว่านิพพานนั้นเป็นยังไงนิพพานมันยากรู้นิภานี่มันยากคือมันจะเอาอะไรมาอธิบายไม่ได้สักตัวแต่เอาอาหารหลายตัวหลายๆสภาพเหลือเกินมาอธิบายมันจึงจะครบหรือเปล่านี่แหม่มาหาศาลที่จะอธิบายมากมายเหลือเกินอธิบายแล้วเราก็เข้าใจของเราเป็นอย่างนี้จริงๆนั่นแหละ รุ่นได้ก็ไม่ต้องได้มีก็ไม่ต้องมีก็ไม่ต้องเอาสุขก็ไม่ต้องสุขทุกข์เราก็ไม่ต้องทุกข์เพราะถ้าเธออธิบายมาในมุมนึงว่ามีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกตัวนั้นตั้งอยู่ทุกตอนนั้นดับไปอ้าวงั้นก็เลิกร้องอยู่ก็ทุกข์อ่ะพี่พระอรหันต์ก็บอกโอ้ไม่มีอะไรหรอกมีแต่ทุกข์เท่านั้นแหละเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกขณะนั้นดับไปพระพุทธเจ้าก็บอกว่าอริยสัจมีแต่ทุกข์อ่ะทุกกรณี รู้อยู่แล้วก็ปล่อยอยู่ปล่อยแล้วเราก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเราปล่อยได้เพราะทุกข์ก็ทุกข์ก็ปล่อยมันดิปล่อยมันก็มาเพราะมันยังไม่อนุมัติแล้วก็มีไม่รู้รู้แล้วก็ปล่อยอยู่ทนได้เลยอย่างไม่ยากจนได้โดยไม่ลำบากมีการตั้ง 4 มีเครื่องมือเผาเผามันอยู่เผามันอยู่มีอำนาจเหนือมันมาครอบงำเรามันจะมาบังคับเรามันจะมาอะไรก็ได้เราเกินไปไม่ได้สิ่งอย่างไรมาแล้วก็มาจึงเป็นคำอธิบายที่พบบนวุ่นวายซับซ้อนยากเพราะตัวจบก็คือตัวรู้เราย่อมรู้แก่เราเป็นปัจจัย 4 เรายอมเข้าใจของเราเองคำอธิบายมากมายก่ายกองทั้งหลายแหล่ทั้งหมดนั่นแหละคือนิพพานพูดกันแล้วพูดกันอีกแล้วก็รู้ได้รู้อีกนั่นก็คือนิพพานอดทนติดทุกหนักที่สุดอยู่นั่นแหละคือนิพพานเราประสบสิ่งนั้นอยู่ว่าเป็นทุกข์แท้ๆชัดๆแล้วก็ปล่อยใจวางใจรู้แล้วว่าทุกข์เกิดทุกข์เขาต้องการตายเป็นทุกข์กำลังจะตายแล้วก็รู้ตายแน่พระเจ้าตาก็ตายเจ็บเป็นทุกข์กำลังเจ็บอยู่นิดเดียวเจ็บหนักเลยปวดเจ็บ เรากำลังอาจจะอยู่ในสภาพที่กำลังป่วยไข้อย่างหนักเจ็บปวดทรมานโอ้นี่แหละทุกข์ทุกข์แล้วก็ปล่อยทุกข์ก็อย่าไปทุกข์ช่างมันปากพูดหรือสภาพและแม่มันมีอยู่กับเราไปใครมันจะได้เห็นอย่างเราได้เห็นทุกอย่างแล้วก็แล้วปล่อยมันก็จบมันก็รีบผ่านเขาก็เกิดเป็นทุกข์ใจเพราะว่าแก่เป็นทุกข์เสื่อมลงเสื่อมลงอยู่กลางคลายลงอยู่เป็นทุกข์ สุดท้ายเราก็รู้ทุกข์สุดท้ายเราก็ทำจิตของเราอยู่ที่เราทำเราเป็นผู้ทำเราเป็นผู้ทำเป็นเราจะว่าปล่อยจะว่าวางจะว่าอะไรเป็นคำอธิบายทั้งนั้นแล้วเราก็รู้ว่าเราเราก็แค่นั้นแหละเราไม่ยึดเราไม่ถืออย่างนั้นมันมีก็มีมีแล้วเราก็ไม่มีเราจะปฏิเสธว่าไม่มีโดยที่เรียกว่าเราก็รู้อยู่ว่ามันมีแล้วเราก็บอกว่ามีก็ช่างมันฝรั่งมันก็เป็นอยู่อย่างนั้นเราแก้ไขมันได้แค่แก้ไขให้มันบรรเทาถึงบรรเทาที่สุดถึงที่สุดแล้วเราก็เอาแค่นี้ล้านกว่านี้อีกแล้วไม่ดิ้นรนกว่านี้อีกแล้ว เอาแค่นี้ก็แค่บอกว่าเราบอกว่าเอาแค่นี้ตายนะถ้าพื้นดิ้นรนอยู่แค่นี้เอาแค่นี้นะตายนะถ้าตายก็ตายตายเป็นอะไรอ่ะตายเป็นทุกข์ก็รู้แล้วมันก็ทุกข์ก็ตายก็ตายตายแล้วบริษัทสินใจเราจะตายก็ตายกันก็จบถ้าเราตัดสินใจอย่าเพิ่งตายเลยมีอะไรขึ้นมานิดหน่อยแล้วก็ดิ้นรนต่อก็ตอนนั้นเองชีวิตพื้นที่สุดแล้วมันก็คือตายแค่ตายทนได้ก็ทนทนไม่ได้ก็ตายทนได้โดยไม่ยากทนได้ ลำบากทีนี้อ่านขึ้นไปอธิบายขึ้นไปอีกก็เท่าที่ก็ไม่ลำบากเท่าไหร่นี่ก็ทนได้โดยไม่ยากเท่าไหร่ก็ไม่ลำบากเท่าไหร่ก็แค่นั้นเองแล้วก็ทนอยู่เท่านั้นเองก็เป็นจบไปนี่ภาษาอธิบายดูแล้วก็จะไม่รู้เรื่องใครรู้เรื่องก็ฟังให้มันรู้เรื่องก็แล้วกันฉันไม่รู้เรื่องฟังแล้วก็ทิ้งไว้ก่อนแล้วกันจะอธิบายจนกระทั่งถึงที่ที่เรียกว่าไม่รู้จะว่าไงแล้วก็ว่ามันวนมันไม่รู้เรื่องสำหรับคนที่คิดไม่รู้เรื่องแต่ว่าอาตมาอธิบายให้รู้เรื่องในเจตนาไม่ใช่พูดเพ้อๆเพียงแต่นายรู้เรื่องเพราะว่าผู้ใดจับได้ฟังได้รู้เข้าใจดีก็เท่านั้น สุดท้ายมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วมันก็สบายอาตมาใช้คำว่าสบายในตัวเองก็เป็นอย่างนั้นอาตมาพูดไปก็พูดสิ่งที่ตัวเองเป็นตัวเองมีคือมันไม่มีอะไรหรอกในโลกนี้เรารู้แล้วก็เท่านั้นเองไม่สบายจะสัมผัสหนักหนาเราจะดิ้นรนออกไปบ้างก็ดิ้นรนถ้าไม่ดิ้นรนจะเอาแค่นี้ช่างมันช่างมันแล้วมันก็สบายพอช่างมันเราก็สบายถ้าปล่อยแล้วก็ปล่อยจะทนอยู่ก็ทนจะทำก็ทำตั้งใจทำเลยหนักนะนี่หนักๆร้อนๆเจ็บก็เจ็บเผ็ดก็เผ็ดแต่ก็แสบถ้าเราจะทนถ้าเราไม่ทนเราก็มีอื่นที่อยู่พอเลี่ยงไปก็เลี้ยงแต่ว่าเรื่องก็เป็นภาษาที่น่าเกลียดจริงแต่ว่าเราก็รู้แล้วว่ามันเป็นไปได้นี่โดยไม่ได้ขายหน้าอะไรเป็นไปพอสมควรแล้วก็แค่นั้นก็ทำแต่ไม่ใช่ เราเองจะไม่มีความอาจหาญแก้วกล้าหรือว่าความเสียสละเสียทีเดียวเอาแต่เลี่ยงก็ไม่ได้ถ้าเอาจะเลี่ยงก็กลายเป็นคนที่ไม่เป็นตัวอย่างไม่เป็นผู้นำไม่มีความดีอะไรเลยเรื่องมันเรื่องได้ตลอดเวลาเพราะว่าคนที่มีปัญญาจึงอยู่ในความเลี่ยนปัญญาตัวนี้แหละเป็นปัญญาเชคโกเรียกว่าตัวเองได้ปัญญาและก็เลยเรียกไปเลี้ยงหมาเลี้ยงไปเลี้ยงมามันจะยากอะไรการเลี้ยงไม่ยากหรอกนอกจากเรื่องมันไม่พอหน้าได้อีกอย่างหนึ่งบางคนเลี่ยงได้มันก็อยู่ที่ไหนได้เรื่องไฟหน้าได้ใครจับได้ตรงนี้ก็เป็นเหลี่ยมเป็นที่ คนอื่นจับได้ที่อื่นก็เลี่ยงไปที่อื่นใครเขาทักเขาว่าทำไมได้เรื่องไปเรื่องอย่างนั้นอย่างนี้ก็ทำหน้าแหกๆไปซะมันก็ดันๆอยู่อย่างนั้นมันก็ไม่มีอะไรทั้งนั้นมันก็จบแล้วมาเป็นมนุษย์จะยากอะไรฉลาดเลี้ยงก็เลี่ยงได้ทั้งนั้นแหละทำไมจะเลี้ยงไม่ได้เพราะวันนั้นนี้จึงเป็นตัวที่สุดที่เรียกว่า Siri เป็นคนละฝั่งเป็นจรณะมีศรัทธามีความเชื่อมีความเห็นแจ้งมีความเข้าใจในเรื่องของความเป็นมนุษย์เพราะมันมีกรรมกิริยามีอะไรที่ควรจะกระทำอยู่ ทำเป็นที่สุดเสียพูดได้ก็ทำได้มากผู้ใดก็ทำหรือยังเก่งเชียวชาญสามารถผู้นั้นก็เป็นคนดีหัวหน้าก็เป็นผู้มีค่ามีประโยชน์เท่านั้นเองพระพุทธเจ้าจึงโยนคำสุดท้ายลงที่กรรมคือการกระทำหรือการงานแม้แต่ภาษาสุดท้ายก็มีกรรมมันต่างบอกแล้วว่าไม่มีแม้แต่สูญยันตระก็ไม่มีไม่มีศูนย์ยันตระก็ไม่มีมีแต่กรรมมันมีแต่การงานนั่นแหละเป็นที่สุดเพราะเราก็รู้การงานแล้วก็ทำการงานไปทำได้โดยไม่ยากทำได้โดยไม่ลำบากการงานอะไรควรที่สุดดีที่สุดในวาระนั้นกาละนั้นในหมู่นั้นในกลุ่มนั้นเราก็กลุ่มนี้เออก็ช่วยกันตอนนี้เราจะต้องทำวันนี้หนักหน่อยเพราะจะช่วยแรง ลงแขกกันห

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน