600114_พ่อครูให้โอวาทเนื่องในวันเด็ก ปี 2560.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์338 KB
วันที่แก้ไข8 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

600114_พ่อครูให้โอวาทเนื่องในวันเด็ก ปี 2560_บ้านราช

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2560 ที่บ้านราชฯ พ่อครูว่า…วันเสาร์ที่ 2 ของปีจะเป็นวันเด็ก วันนี้ 14 มกราคม แรม 2 ค่ำ เดือน 2 ปีวอก ลงตัวพอดีเลยนะ ก็มาฟัง สิ่งที่หลวงปู่อยากจะพูดกับพวกเราบ้าง เด็กๆ แนะแนว ให้ความรู้ความเห็น มีพี่ๆคนที่เขาอยู่สงสัย ตอนเด็กก็ไม่คิดฟุ้งซ่านไปที่ไหน พอโตขึ้นก็ฟุ้งซ่านอยากจะไปนั่นไปนี่ ก็ลองฟังที่พี่เขาคิดดู เขาถามมาอย่างนี้

นมัสการหลวงปู่ที่เคารพค่ะ หนูสงสัยว่าพี่ๆเขาเรียนจบสัมมาฯแล้ว แล้วไปเรียนปริญญาต่อ เขาเอาปริญญาไปทำไมคะ หนูเห็นว่าพี่ๆส่วนใหญ่ก็ทำงานอิสระ ความรู้ความสามารถที่มี ไม่ต้องใช้อาชีพที่เรียนปริญญาเลยนี่ค่ะ สมัยนี้พี่ๆเขาเรียนรามฯ ทำงานไปด้วยส่งตัวเองเรียน เอาปริญญามาทำอะไรคะ ที่พูดอย่างนี้คือไม่อยากเข้าชั้นเรียนค่ะ ตอบ...การไม่ชอบชั้นเรียนนี้มันไม่ดีเลย เราเรียนแล้วถ้าเรามีเวลา จะเดินไปมากมายก็ไม่เป็นไร ถ้าสามารถเป็นได้จริงๆ เราต้องทำความเข้าใจ ถ้าชีวิตเราปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เสร็จแล้วเราก็เอาความรู้นั้นไปรับใช้นายทุน ไปเป็นขี้ข้าเขา ก็ต้องใช้เงินสร้างเรา ต้องให้เราทำตามนี้ เพราะพวกที่เป็นนายทุนส่วนมาก เขาจะต้องเป็นผู้ได้เปรียบ ได้มากได้ยินดี เขาก็จะกำหนดเอา ที่ชัดๆก็คือ ไปเป็นลูกน้อง พูดชัดกว่านี้ก็คือเป็นขี้ข้าเขา โดยที่เราไม่มีอิสระอะไร คิดดูซิว่ามันสนุกไหม มันจะสนุกไหม ก็ไม่ต้องคิดยากเย็น อะไร ไม่สนุกหรอก สู้เราอยู่กับหมู่กลุ่มนี้แหละ เราอยู่ที่นี่ ต่างคนต่างสบาย ขี้เกียจหน่อยก็ถูกว่า ถูกเคี่ยวเข็ญ แล้วขี้เกียจมันดีไหมล่ะ ก็ไม่ดี เรารู้แล้วก็อย่าขี้เกียจ ถ้าทำมาก ขยันมีมาก ได้มาก ก็เผื่อแผ่เขา จากแรงงานฝีมือเรา มันดีไหมล่ะ เราทำได้มากๆ แล้วคนอื่นจะได้รับของเร

อ่านต่อ

าไปใช้ ก็ปลูกผักให้คนอื่นเขากิน มันไม่ดีเหรอ ทำไมยิ้มแหยๆกันบางคน ฟังอย่างไรฟังไม่ขึ้น ก็ลองฟังอีกอันว่า _ใครๆก็บอกสอนเราตั้งแต่เด็กว่าให้ตั้งใจเรียน ให้ตั้งใจศึกษา มีใครเรียนเก่ง ขยัน ฉลาด สอบได้คะแนนดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ ใครๆก็จะรัก ชอบจะเอาใจ เพราะเป็นเด็กดี แต่หนูไม่เห็นพี่ๆเด็กดีที่จบสัมมาสิกขานี่ไปแล้ว อยู่วัดช่วยงานศาสนากับหลวงปู่เลย กลายเป็นว่า พี่ๆที่ไม่ชอบเข้าห้องเรียน นักเรียนที่ผู้ใหญ่ลงโทษ หรือว่าถูกว่าไม่ดี ผมยาวบ้าง จุดประทัดบ้าง เถียงครูบ้าง โดดเรียน หรือว่าถูกให้ไปศึกษาที่ภูผาฯบ้าง กลับอยู่ช่วยทำงานศาสนากับหลวงปู่มากกว่า ตกลงว่าพวกหนูควรจะเดินตามแม่แบบ แบบไหน หรือว่าเด็กที่ได้รับการลงโทษ จะได้รับการดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ได้ธรรมะเข้มข้น

พวกเอาแต่เรียนเอาแต่เรียบร้อย จบ 3 ปี 6 ปี แล้วก็ลาจาก ไปจากหลวงปู่ ไปอยู่กับสังคมร้อนแรง ดึงหน้า เสริมดั้ง แปลงเพศ หรือออกไปล่าฝันสุดฟ้าไกล หลวงปู่ช่วยอธิบายหน่อยว่า ที่จริงพวกหนูมาเรียน มาอยู่กับหลวงปู่ เข้ามาตั้งแต่สมุนพระราม จบป.6 ต่อสัมมาสิกขาอีก 6 ปี รวม 12 ปี ใจจริงหลวงปู่ต้องการให้พวกเราเป็นอย่างไรคะ หนูก็รู้ว่าอยู่ที่นี่มันปลอดภัยดี อยากได้อะไรก็มีให้ทั้งนั้น แต่บางครั้งบางทีก็มีกิเลสขึ้น จะออกไปอยู่ข้างนอกกับเขาบ้าง ที่จริงผู้ปกครองที่เขาอยากให้ลูกจบจาก สสธ.ไปช่วยทำมาหากิน ถ้าเราคิดใหม่ทำใหม่ มาถือศีล 5 ละอบายมุข และอยู่กับพ่อครูที่นี่ เราจะปลอดภัยกันทั้งครอบครัวไหม หนูเห็นพี่ชาย พี่สะใภ้พี่ป๋อ มารับจ้างในบ้านราชฯ ก็ดูสุขภาพดี เป็นอยู่อย่างดี เป็นตัวอย่างที่ดี อย่างนี้น่าส่งเสริมไหมคะ เป็นนักเรียนสัมมาฯ ทำให้หนูปลูกผักเป็น ขายของเป็น ทำงานออกแรงเป็น มีอิสระ ไม่ต้องดมควันพิษ ไม่ต้องมีเพื่อนติดยา ติดเกม อบายมุข หรืออื่นๆ หนูว่าชีวิตของพวกหนูโชคดีมหาศาล แม้ว่าพ่อแม่จะมีสมบัติมหาศาลรอยกให้ แต่ว่าหนูรู้ว่าพวกหนูไม่อดตายแน่นอนค่ะ ไม่ต้องรอนายกตู่มาบอกให้ทำ ให้ฝึกหรอก หนูว่าศีลและธรรมะนี่แหละคือคำตอบ ถูกต้องที่สุด มันจะข้ามชาติไปถึงไหนๆเลย ช่วยเราเจริญพัฒนา ไปทุกชาติ ตอบ...ไม่ต้องหรอกมาเป็นเด็กเกเร แล้วจะได้รับการดูแลมากกว่า ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ใจหลวงปู่ต้องการให้พวกเราอยู่ที่นี่ หรือว่าออกไปข้างนอก ...ก็อยู่ที่นี่ ทุกคน หลวงปู่เคยอยู่ข้างนอกมาแล้ว สู้มาแล้ว แล้วเป็นคนขยันนะ อยู่ข้างนอก ยังไม่เอาเลย หลวงปู่ไม่ได้แพ้ข้างนอกนะ หาเงินแข่งกับข้างนอก หลวงปู่ชนะ หลวงปู่นำหน้าหมดนะ ตั้งแต่เป็นชีวิตจริงมา เพราะฉะนั้นเราอย่าไปเสียท่าอย่างนั้นเลย สมบัติที่นี่ใช้จนตายก็ไม่หมด หลวงปู่ก็อยากจะตอบพวกเรานี่ หลวงปู่ว่า มีปัญญา เข้าใจในแต่ละคน แต่มีกิเลส กิเลสมันอยากจะออกไปลอง ไม่ต้องลองหรอก หลวงปู่ลองมาหมดแล้ว สมณะ สิกขมาตุ ใครต่อใคร เอาอายุมาไว้ที่นี่แล้ว รู้แล้วที่โน่น เราก็รู้ จะไปลองทำไม เจ็บเนื้อ เจ็บตัว เจ็บใจ เสียเวลาด้วย ก็ว่าอยู่ที่นี่ หลวงปู่เอาพระไตรปิฎก เอาหลักฐานมายืนยัน พวกเราเชื่อพระพุทธเจ้าไหม ว่าท่านเป็นคนฉลาดที่สุด หลวงปู่เอาแนวคิดเอาอย่างพระพุทธเจ้ามาสอน แม้แต่พระเจ้าอยู่หัวในหลวงเรา ก็สอนแนวทางพระพุทธเจ้า มาเป็นคนจน มาเป็นผู้เสียสละ มาเป็นผู้ขาดทุนคือกำไร อย่างนี้มันสุดยอดแล้ว ขณะนี้เรายังไม่เชื่อ หลวงปู่ว่ามันโง่มากเลยนะ

_ก็มีพวกเราอยู่ที่นี่เขียนถามมาว่า.... ลูกอยากทราบว่าทำไมต้องมีวันเด็กด้วยคะ แล้วทำไมไม่มีวันผู้ใหญ่ บ้างคะ ตอบ...เพราะว่าเด็กนี่ เราต้องพยายามให้ความรู้ เขาก็เด็ก ยังอ่อนต่อสังคม ยิ่งเด็กตัวเล็กๆ จะเห็นได้ว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลยใช่ไหม ผู้ใหญ่จะต้องช่วยอย่างโน้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นธรรมชาติของเด็กก็จะอ่อนต่อสังคม ก็ต้องช่วยแนะนำ เพราะฉะนั้นจึงได้จัดวันสำคัญ จัดเวลาที่จะให้แนวคิด ให้สติเตือนใจ ให้เขามาได้ประโยชน์ เป็นวิธีการในวันเด็ก แต่ละคนก็พยายามใช้สิ่งแวดล้อม ใช้อะไรดีๆ ให้เด็กเข้าใจสิ่งดีๆ ทั้งนั้นเลย ผู้ใหญ่นั้น ถ้ามีวันผู้ใหญ่อีกก็จะมากไป จะมี วันวัยรุ่น วันผู้เฒ่า อะไรเยอะแยะ จะมากไป

_วันนี้ ทำไมที่บ้านราชฯไม่มีการจับฉลากของขวัญวันเด็กคะ ตอบ...หลวงปู่ก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน แต่บอกไม่ต้องไปปิดบัง และไม่ต้องอายด้วย เรารู้สึกว่ายอบแยบ งวดนี้เรายอบแยบ หมายความว่ากระเป๋าแห้ง เข้าใจไหมว่าหมายความว่าอย่างไร เรากำลังสร้างบ้านแปลงเมือง เฮือนสวนก็ไม่เสร็จ อะไรต่างๆนานา สารพัด ก็ไม่พอ ไม่เหลือเฟือเท่าไหร่ เราเลยไม่ได้เอามาทำ แล้วการจะมาจับสลาก ได้ของเสี่ยงโชค มันไม่ดีอะไรหรอก เราใช้น้ำพักน้ำแรงสร้างสรรค์ขึ้นมา ดีกว่าไปเสี่ยงโชคได้ไหม การได้ของเขามาฟรีๆ ได้จากการเสี่ยงโชค กับการทำด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา ด้วยเรี่ยวแรง ความสามารถของเรา เราก็จะภูมิใจกว่าเยอะแยะเลย ดีกว่าที่เราจะต้องไปทำอย่างนั้น พระพุทธเจ้าให้เป็นผู้ที่พึ่งตัวเอง สร้างเอง ทำเอง ทำให้เหลือ ทำให้มากเกิน แล้วเอาไปเผื่อแผ่ผู้อื่น คนที่ขาดแคลน คนที่เขาไม่มีแรง คนที่เจ็บป่วย คนที่เขาควรจะได้เกื้อกูล ช่วยเหลือภาคใต้ที่น้ำท่วม ดีกว่าเป็นไหนๆเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว ที่นี่หรือทุกแห่งของชุมชนชาวอโศก เรามีความเคร่งครัด ปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคนที่ได้พิสูจน์ความเป็นคน ฟังดีๆตรงนี้ พระพุทธเจ้าได้พิสูจน์ความเป็นคนมาแต่ละชาติ แต่ละชาติ นับเป็นล้านๆชาติ เกิดแล้ว เกิดอีกมาพิสูจน์ อย่างเช่นหลวงปู่ก็เกิดมาเป็นล้านชาติแล้ว มาเป็นโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าพิสูจน์หลายล้านชาติ พิสูจน์ แล้วศึกษา ไม่ได้ศึกษาแค่มัธยม 6 ปี ปริญญาเอก 4 ปี โท เอก อีก 8 ปี ไม่ใช่แค่นี้ แต่เป็นล้านๆชาติ พิสูจน์ว่า จริงๆแล้วคนเรานี่ ดีที่สุดคืออะไร มาทำดีที่สุดคืออะไร พระพุทธเจ้าตรัสรู้จบเลย หลวงปู่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 รู้ชัดแล้ว ไม่ผิดเพี้ยน แบบนี้แหละให้มาจน ตั้งเป็นทฤษฎีเลย อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ มีศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะ เป็นหลักสูตรที่ไม่ต้องแก้ไขแล้ว เป็นความจริงที่ยิ่งใหญ่ เอามาสอนไว้ให้คนรุ่นหลัง จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อผี ไปเสียเวลาในชีวิต ถ้าเราสามารถบรรลุพระอรหันต์แล้ว เราอยากจะเลิก ไม่ต้องเกิดเป็นคน ไปเกิดเป็นอะไรอีกเลยก็ได้ ฝึกความรู้สูงสุดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ไม่มีศาสนา หรือศาสตร์ไหนในโลก ที่สามารถบรรลุอย่างนี้ได้ ที่ว่า ทุกคนเกิดมาแล้ว ไม่มีวันจบง่ายๆ ถ้าไม่ได้ปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ถ้าไม่ได้ความรู้อันนี้ ของพระพุทธเจ้า ไม่มีทางจบ จะหมุนเวียนอยู่ตลอดไป แม้แต่ศาสนาพระเจ้า ก็บอกว่าจะไปอยู่กับพระเจ้านิรันดร ไม่มีวันจบ แต่จริงๆแล้วความนิรันดรมันไม่มี มันมีแต่การกดข่ม ไม่ใช้ปัญญา พระพุทธเจ้าเป็นสายปัญญาอย่างแท้ สายนิรันดร เป็นสายเจโต ศรัทธา จึงไม่รอบ ของพระพุทธเจ้าถ้าบรรลุพระอรหันต์แล้ว อยากจะเกิดต่ออีก ก็เกิดได้ในชาติต่อไป แล้วไม่มีความทุกข์ทางใจอีก ไม่ตกต่ำ มีแต่จะเจริญขึ้นอีกกี่ชาติ อีกกี่ล้านชาติก็เจริญขึ้น จนเป็นพระพุทธเจ้า ดูถ้าอยากจะทำลายพลังงานที่เป็นอัตภาพ ก็ทำได้ ศาสนาพุทธเท่านั้นที่ค้นพบอันนี้ได้ นิยามชีวิตมี อุตุ คือดิน น้ำ ไฟ ลม พีชะ เริ่มมีชีวะ เป็นพืช มันเกิดอย่างไรมีกรอบขอบเขตอย่างไร หลวงปู่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 จะรู้ อันไหนเป็นจิตนิยาม เป็นพีชนิยาม อันไหนจะเป็นภัย ไม่เป็นภัย จัดสรรอย่างไรให้พอดี หลวงปู่ก็รู้และทำได้ ที่หลวงปู่พูดนี้ พูดความจริงไม่ได้คุยโม้โอ้อวด เป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาคิดไม่ถึง และทำไม่ได้ เขาทำได้แต่ทางวัตถุ ทางด้านจิตวิญญาณจะได้แต่จากศาสนาพุทธเท่านั้น ไม่มีความรู้อันอื่นที่สามารถทำได้ หลวงปู่บอกความจริงอันนี้ให้ ฟังแล้วเหมือนคุยโม้ ยกตัวเอง แต่ไม่ใช่ หลวงปู่ไม่ได้มีจิตใจแบบอยากอวดโอ่ แต่พูดความจริงให้พวกเราเข้าใจเท่านั้น ผู้ใดที่เห็นจริงก็มาศึกษาเอา ศึกษาเอาแล้วเราก็จะได้ เราได้และเป็นของเราก็จะเป็นประโยชน์ ศาสนาพุทธนั้นผู้ที่บรรลุความรู้แบบพุทธแล้ว ตนเองก็เป็นสุข ตนเองก็เจริญ แล้วตนเองก็เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่เป็นพิษกับใครเลย ผู้ที่สูงสุดในศาสนาพุทธ เจริญแล้วไม่มีทางตกต่ำ มีหลักฐานยืนยันรับรอง เป็นพระอรหันต์แล้ว จะเกิดอีกกี่ชาติก็ไม่มีวันตกต่ำ มันมีความซับซ้อน แค่พระโสดาบันก็ไม่มีวันตกต่ำ แต่จะต้องตกไปรับวิบากบ้าง ความยืดหยุ่นอยู่บ้าง แต่ไม่ตกต่ำกลายไปเป็นการวนเวียนแบบเดิม ตกนรก ขึ้นสวรรค์แบบเดิม จะไม่เสร็จแล้วจะเลิกเลย มาเป็นผู้ที่ไม่ทุกข์ร้อน เดือดร้อน ไม่ทำชั่วทำเลว ถ้าเป็นพระอรหันต์ พระอรหันต์ไม่มีการทำชั่วทำเลวอีกเลย มีแต่ทำสิ่งที่ก้าวหน้าเจริญไปตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง เป็นพลังงานที่เราสามารถจัดสรร ให้ทำอย่างนี้ได้ เมื่อได้ถึงขีดสุดก็เป็นอัตโนมัติ เมื่อได้แล้วอยู่ในตัวเรา พลังงานที่มีนี้จะดีโดยอัตโนมัติเลย ทำชั่วไม่เป็นด้วย จะมาทำชั่ว ทำไม่เป็น ทำอย่างไรคิดไม่ออก ในความรู้ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเกิดมากี่พระองค์ มีจำนวนมากนับมากกว่าจำนวนเมล็ดทราย พระพุทธเจ้าที่ได้อุบัติขึ้นมาในมหาจักรวาลมีมากกว่า เม็ดกรวดเม็ดทราย ในจักรวาล นับไม่ถ้วน ล้วนแล้วแต่ค้นพบความจริงอันนี้ จนเป็นหลักฐานยืนยันมาตราบเท่าทุกวันนี้ พวกเราก็ลองพิสูจน์ดู ถ้าพิสูจน์จนถึงที่สุด จนกระทั่งเราสามารถเป็นพระอรหันต์ได้ จะรู้เลย แม้แต่แค่พระโสดาบัน ก็จะรู้เลย จะไม่ถอย ไม่เอาแบบเดิม ยิ่งเป็นพระอรหันต์แล้ว ไม่มีทางจะกลับไปเป็นแบบเดิม จะรู้เลย

_ถามว่าถ้านกมันขี้ใส่เราจะมีวิบากอะไรครับ ตอบ...นกมันขี้ใส่เรามันไม่มีวิบากเลย เพราะว่านกมันไม่มีจิตใจชั่ว ที่จะขี้รดเรา มันไม่เจตนาหรอกว่าจะขี้ใส่หัวคนนี้ มันไม่ฉลาดถึงขนาดนั้น มันไม่รู้หรอกว่าขี้นี้สกปรก จะไปรดหัวคน เราก็ระมัดระวังก็แล้วกัน เขาบอกว่าถ้านกขี้ถูกหัว คนนั้นเฮ็งนะ ไม่ใช่ซวย เพราะว่ามันจะมั่นอะไรอย่างนั้น มันมีที่ว่างตั้งมากมาย เหมือนถูกรางวัลที่ 1 แต่ไม่ต้องไปซื้อหวยแล้วถูกรางวัล อย่างนั้นมันซวย ต้องไปใช้หนี้เขา

สรุปแล้ว ก็พิสูจน์ไป ผู้ใดมีปัญญาก็จะรู้ว่าที่ใดควรอยู่ ที่ใดไม่ควรอยู่ ในระบบที่หลวงปู่พาทำ เป็นถึงขั้นสาธารณโภคี มีของส่วนกลาง ที่ชาวโลกเขาอยากได้ คอมมิวนิสต์เขาก็อยากได้ ประชาธิปไตยเขาก็อยากได้ ให้มีส่วนกลางมากๆ แล้วเอามากินใช้ร่วมกันอย่างไม่เดือดร้อน ไม่กระเบียดกระเสียน เขาอยากได้ แต่เขาไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่เข้าใจ ของพระพุทธเจ้าสอนให้คนรู้จักมักน้อย สันโดษ มีคนใจพอ มีน้อยก็สบาย ไม่แย่งชิงใคร จิตใจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ มีความพอ ไม่เอามาพิสูจน์ดูจะรู้ นอกจากเราใช้น้อย กินน้อย เราก็มีความขยันมาก มีความสามารถมาก สร้างสรรค์ก็ได้มาก จึงทำให้มีเหลือกินเหลือใช้ นี่คือจุดจบของเศรษฐศาสตร์ในโลก คนที่สร้างได้มาก แล้วไม่ห่วงแหนเอาไว้กับตัวเอง ใช้ก็น้อย จึงมีเหลือส่วนเกิน มีส่วนเกินเยอะ จะเป็นคนรวย รวยไม่เสร็จ รวยไม่มีจบ ไม่มีหยุด ถ้ามีหลายคนเป็นอย่างนี้หมดเลย ก็ยิ่งมีความรวยเสริมซ้อนกัน ไม่มีวันเดือดร้อน จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน