230527-3-015 ทางเอกภาค3-ตอน015(หน้า101)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์224 KB
วันที่แก้ไข13 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 23 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนต่อหน้าร้อยเอ็ดถ้าเราได้ขึ้นถึงอิทธิวิธีอธิบายถึงอิทธิฤทธิ์วิธีซึ่งผู้ที่ยังไม่เคยได้ยินได้ฟังมาเลยก็จะออกแปลกเห็นว่าเป็นเรื่องพูดเอาง่ายๆบางคนคิดว่าเป็นเรื่องคาดคะเนเป็นเรื่องพยายามขบคิดจริงๆไม่ใช่ ที่จริงนี่แหละคือความจริงไม่ใช่คาดคิดแต่สิ่งที่ยังเข้าหาปรมัตถ์เป็นสิ่งที่เป็นได้จริงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้เป็นได้อกาลิโกด้วยเป็นสิ่งที่เป็นอาการที่โกนด้วยเป็นจริงมีจริงไม่ง่ายเอาเข้าจริงๆไม่ง่ายในการที่จะมาเนรมิตตัวมันเนรมิตจากคนคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้หรือหลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ในความหมายคำว่าหลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ในความหมายนี้ต้องเข้าใจให้ชัดแล้วก็น่าสังเกตอยู่ว่าคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้นี่ก่อนและหลายคนเป็นคนเดียวนี่หลังร้าย คนเดียวเป็นหลายคนก่อนน่ะมันง่ายรู้จักเราคนเดียวทำให้เป็นหลายๆคนแต่ทีนี้พอบอกว่าหลายคนเป็นคนเดียวมันซ้อนลงไปหานามธรรมถ้าบอกว่าคนเดียวอย่างพระพุทธเจ้าท่านมีคนเดียวท่านมีท่านคงเดียวก่อนแล้วท่านก็เนรมิตให้เป็นพระอริยะในหลายองค์หลายคนเยอะแยะมากขึ้นเป็นหลายคนเป็นเอกาโหติได้จริงทีนี้หลายคนเป็นคนเดียวถ้าคุณทำตัวเองโกหกนี่หลายคนมันเป็นนามธรรมขึ้นมาว่าคนมากมายหลายคนเนี่ย ให้มาเป็นคนเดียวกันเปื้อน 1 จนคนคนเดียวกันมันไม่ใช่เป็นตัวแล้วตอนนี้ไม่ใช่นับเป็นแท่งเป็นก้อนง่ายๆเหมือนกับคนเดียวอย่างพระพุทธเจ้าองค์นึงแล้วท่านจะทำให้องค์นี้องค์นี้องค์นี้องค์นี้มีคุณธรรมฉันเอาคุณธรรมไปซ่อนไว้ในนั้นทีนี้พอเวลามันเป็นรอบ 2 ขึ้นมาก็หลายคนคนหลายคนน่ะคุณน่ะทำมาเป็นคุณธรรมอันเดียวกันคุณธรรมมาเป็นคุณธรรมเหมือนคนคนเดียวกันมารวมกันอยู่แล้วก็มีความนึกคิดมีความเข้าใจม

อ่านต่อ

ีความเป็นไปมีความเห็นแจ้งเป็นไปได้เหมือนเหมือนกันมีความเป็นอยู่เหมือนกันมีแนวคิดใกล้เคียงกันเป็นหนึ่งจะดูดคนเดียวกันมีอุดมการณ์ร่วมกันอะไรเนี่ยใช้ภาษาสมัยใหม่ เป็นคนเหมือนคนคนเดียวไม่ทะเลาะเบาะแว้งไม่แยกส่วนแยกสัตว์เป็นเอกภาพอยู่พร้อมพร้อมพรั่งในนี้มันเป็นนามธรรมขึ้นมาเพราะงั้นตัวบุคคลหลายๆบุคคลและมาเป็นคนเดียวก็เป็นนามธรรมที่มันประวัติมาแล้วมันก็รู้สึกว่าจะยากเห็นยากกว่าว่าคนคนเดียวบุคคลคนเดียวอย่างพระพุทธเจ้าแล้วก็ทำให้บุคคลเป็นพระอารยธรรมต่างๆหลายๆคนขึ้นมาได้เกิดพระอริยเจ้าขึ้นมาหลายๆคนได้ก็ง่ายกว่าที่นี่ได้เน้นให้ฟังแล้วตั้งแต่คราวที่แล้วเมื่อวานนี้ว่าไอ้ที่จริงนั่นแหละก็ปิดหมดเลยอย่าไปแปลว่าคน เกินไปนักแต่ถ้าจะแปลว่าคนก็จะต้องเข้าใจเป็นตัวกะลาที่ฐานแล้วให้มันลงตัวลงตนและเป็นเรื่องจริงเป็นตัวจริงเป็นสิ่งที่สุดได้ไม่ใช่ง่ายเลยที่จริงให้เป็นพระอริยะคนนึงตัวเราเป็นพระอริยะแล้วเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นอริยบุคคลหรือเป็นคนอัจฉริยะแล้วให้คนอื่นมาเป็นคนในระยะขึ้นมาอีกเนรมิตขึ้นมาสร้างขึ้นมามันนานขึ้นมามันเป็นของตัวตนทีนี้ไอ้เรื่องของจิตนั่นแหละเป็นสำคัญ ago คนนึงจิตของเรานี่ทำจิตของเราเนี่ยให้มันเป็นขึ้นมาให้เรียนรู้จิตที่เป็นจิตวิทยาจิตที่จะเป็นสภาพที่ประเสริฐจิตที่บริสุทธิ์ จิตที่ไม่มีกิเลสทำขึ้นมาให้มันเป็นหลายๆจิตหลายๆดวงจิตที่มันมีกิเลสแล้วก็ทำให้มันบริสุทธิ์ลงไปเป็นเอกเป็นหนึ่งได้แล้วก็ทำจิตดวงอื่นกับเหตุปัจจัยอื่นเรื่องอื่นให้มันเกิดอย่างนี้เป็นอย่างนี้ขึ้นมาหลายหลายถ้าไม่ได้กำหนดว่าเอโกะคือคนเอกก็คือเอกคือหนึ่งหนึ่งเดียวไม่ได้หมายว่าคนไม่มีคำว่าคนเราจะแปลเอามาให้อะไรเราจะเอามานับจำนวนอะไรเท่านั้นเราก็ไปแปลเอาเพราะท่านไปแปลกันว่าคนก็คนก็คนแล้วเราก็เข้าใจเพราะในลักษณะที่การประพฤติเราจะต้องเข้าใจให้เราอิทธิวิธี เอโกปิบุษบาพุทราโหติคือเราทำจิตของเราให้เกิดให้เป็นเลยให้เป็นจิตเดียวจิตที่มีจิตสะอาดจิตบริสุทธิ์จิตผ่องใสจิตประภัสสรอย่างเดียวกันนี้หมดเหตุปัจจัยอะไรในโลกที่มันไปสัมผัสเราไปติดไปยึดเป็นกิเลสอยู่ปรับมันมาเป็นจิตบริสุทธิ์หนึ่งเดียวเนี่ยให้มันได้มากๆดวงคนเรามันติดกิเลสอยู่ไม่รู้กี่ดวงจิตดวงจิตดวงมันทำไม่ได้สักดวงนึงขึ้นมาก่อนพอได้แล้วก็ทำขยายเข้าไปขยายก็ไปขยายก็ไปขยายก็ไปเรียนรู้ให้ได้อย่างนี้เป็นอิทธิพลที่แท้ๆเป็นเรื่องที่เป็นไปได้เป็นเรื่องที่ตรงเป้าหมายของศาสนาที่ต้องการ ไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งเนรมิตรูปร่างกายอะไรใดๆออกไปเป็นดวงเป็นตัวเป็นคนคนแต่ละคนแต่ละคนไปหรอกนะแม้แต่ที่สุดว่าพ่อโหหลายหลายและทำให้เกิดมาเป็นหนึ่งเดียวเราก็ต้องเข้าใจให้ได้ก็มาเอาจิตเหมือนกันได้จิตของเรานี่มันเยอะแยะมากมายต่างๆนานาก็ทำให้มันมารวมมาให้มันมาสะอาดลงมาอย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นการทำถูกเนื้อหาสาระของวิชาหรืออภิญญาของพระพุทธเจ้า จะไปนั่งเข้าใจผิดจะต้องไปทำตัวตนบุคคลเราเขาแท่งท่อนอะไรอยู่เนรมิตกายเนรมิตตัวเป็นตัวเป็นตนเป็นแท่งเป็นก้อนแม้แต่รายละเอียดในภาษาก็ได้อธิบายแทรกซ้อนลงไปเอาเหตุค่อยเอาหลักฐานพระบาลีมายืนยันให้ฟังแล้วว่าท่านหมายเอาแต่ใจเป็นเรื่องของใจเป็นเรื่องที่สำคัญที่ใจไม่ใช่ไปทำอื่นมันโยงใยกันมาตั้งแต่ญาณทัศนะมโนมยิทธิมันไม้เอาใจถอดออกมาทำออกมาให้มันสะอาดออกมาให้มันเจริญยิ่งขึ้นมาเหมือนถอดงูออกจากคราบเหมือนถอดฝักดาบออกจากฝักมันถอดไส้ออกจากยากต้องถอดออกมาเอาพริกเข้าไปหาจิตเป็นตัวจิตพุ่งเข้าไปเป็นอย่างนั้น อาทิตย์นี้เราก็มาต่ออิทธิวิธีในความหมายต่อไปอิทธิวิธีในประการอื่นอีกหน้าร้อยเอ็ดอันมีทำให้ปรากฏก็ได้ทำให้หายไปก็ได้นั้นตามเชิงแห่งปลุกเวลาที่ฐานขั้นต้นตื้นๆเขินๆก็คือเนรมิตหรือบรรดาลขึ้นมาก็ได้ล่องหนหายตัวไปก็ได้อันซึ่งก็ถูกถ้าใครทำได้ก็ป่านนี้ก็เก่งจริงๆเช่นเศษข้าวสารขึ้นมาเป็นตัวสัตว์เสกไอ้นั่นให้เป็นไอ้นี่พยานใหญ่หรืออยู่ๆก็เนรมิตสิ่งนั้นให้มีขึ้นมาหรือสิ่งนี้มีอยู่ต่อหน้าต่อตาก็เส ให้หายไปได้ไม่เหลืออยู่อย่างนี้เป็นต้นมันก็มีในระยะเดียวกันนั่นแหละกับประการที่ว่าหลายๆเป็นหนึ่งเดียวก็ได้และหนึ่งเดียวทำให้เป็นหลายๆก็ได้เป็นแต่ว่าสภาพนี้ทำให้เก่งให้จัดให้ชัดให้เลยยิ่งขึ้นไปให้เลยยิ่งขึ้นให้เป็นที่สุดขึ้นไปอีกจนถึงขนาดไม่มีเลยและทำให้มีวงเล็บเปิดซึ่งไม่ใช่จากมีอยู่ 1 แล้วทำให้มีมากขึ้นด้วยซ้ำมันยิ่งกว่านั้นวงเล็บปิดหรือมีอยู่มากหลายและทำให้หายไปเป็นศูนย์ความหมายของมันมันสูงกว่ากันมันมีจุดที่มันสูงกว่ากันอยู่วงเล็บเปิดซึ่ง ใช่จากมากๆหลายๆแล้วทำให้เหลืออยู่ 1 แต่นี่เลยไปเลย 1 ไปซะอีกวงเล็บปิดเช่นไม่มีคนเลยเนรมิตคนขึ้นมาให้มากมายหลากหลายคนไม่ได้เปิดซึ่งไม่ใช่คนเดียวเป็นหลายดอกนะยิ่งไปกว่ายิ่งไปกว่าอีกวงเล็บปิดเอาคนมีอยู่มากมายหลากหลายก็บรรดาให้หายตัวล่องหนหนีไปหมดสิ้นมันเลยเปิดซึ่งไม่ใช่แค่หลายคนเป็นคนเดียวดอกนะยิ่งไปกว่ายิ่งกว่าไปอีกเช่นกันวงเล็บปิดทางนี้เป็นต้นเอานอกจากจะหมายเอาตัวคนแล้วเข้าของสิ่งอื่นหรือแม้กิริยาและอาการก็มีนัยยะลักษณะนี้ทั้งสิ้น เมื่อผู้ใดทำได้ก็เรียกว่าเก่งมีอิทธิวิธีในประการที่ว่าทำให้ปรากฏก็ได้ทำให้หายไปก็ได้สรุปได้ว่าทำให้เป็นความเกิดก็ได้ทำให้เป็นความดับสูญก็ได้นั่นเองฟังดูดีๆมีวิเคราะห์ภาษาวิเคราะห์ความหมายให้ฟังว่าทำให้ปรากฏก็ได้ถ้าไม่หายไปก็ได้มันก็คือทำให้เกิดก็ได้ถ้าไม่ดับสูญก็ได้นั่นเองความหมายง่ายๆดังนั้นกลุ่มกะลาที่ฐานเจ้าไม้เอาอะไรเกิดหรือปรากฏมีขึ้นก็ตามจะหมายอะไรดับ 0 หรือหายไปก็ตามก็เพิ่งรู้ในสิ่งที่หมายเอานานๆขยับๆก็รู้ง่ายละเอียดขึ้นก็รู้ยาก ไอ้อย่างนี้ก็ไม่ต้องอธิบายเป็นตัวเป็นตนอะไรนักก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าบอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดขึ้นมาจากไม่มีให้เกิดเกิดขึ้นมาจากมีก็ทำให้หายไปเลยไม่มีเลยอาทิตย์นี้พอมาถึงขั้นทำอธิษฐานจึงหมายเอากิเลสในจิตเกิดหรือกิเลสในจิตปรากฏและกิเลสในจิตดับสูญหรือกิเลสในจิตหายไปด้วยเหตุนี้สำหรับผู้มีอิทธิพลแบบทดแทนถูกตรงแล้วถ้าจะทำให้ปรากฏคำว่าทำให้ปรากฏหรือทำให้เกิดแล้วจะเก่งในวงเล็บปิดที่กันละก็เขาจะหมายเอาทำความเป็นจิต ปราศจากกิเลสให้ปรากฏให้เกิดขึ้นทีเดียวให้เกิดทีเดียวทำจิตที่ปราศจากกิเลสนี้ให้เกิดขึ้นหรือถ้าจะเก่งใหญ่ไปถึงขั้นทำให้คนปรากฏหรือทำให้คนเกิดก็จะทำคนที่ฆ่ากิเลสได้นั่นทีเดียวให้ปรากฏให้เกิดให้เกิดให้เกิดเป็นผลสำเร็จเพิ่มขึ้นมาเพิ่มขึ้นมามากๆคนจึงจะนับว่าเก่งเล่มเล็กอิทธินับว่าเป็นผู้มีอิทธิพลแท้เป็นพุทธบูชาเรียกผู้ที่มีอิทธิวิธีถึงขนาดนี้ว่าอุปัชฌาย์หรืออาจารย์แท้เมื่อมาถึงขั้นเนรมิตหรือว่ากระทำให้ปรากฏขึ้นมาเป็นตัวเป็นตนเป็นคนขึ้นมาอย่างนี้ มันซ่อนลงไปอีกในขณะที่เราพูดตอนแรกว่าคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้หรือหลายคนเป็นคนเดียวก็ได้นอนขั้นนี้เราก็เป็นผู้ที่มีเนรมิตกันให้เกิดให้ดับไม่มีสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆเลยผู้สามารถทำได้ตอนนี้ก็ขอขยายขึ้นมาว่าพูดทำได้กันให้เกิดเป็นคนอย่างนั้นเป็นถึงอุปัชฌาย์เป็นถึงอาจารย์พูดสามารถทำพุทธาภิเษกได้ถูกพุทธพิชิตร้อยเปอร์เซ็นต์คือสอนผู้อื่นก็ได้แท้บอกถูกเขาทำได้จริงบรรลุมีพุทธบูชาต่างๆกันขึ้นมาดังนี้แหละคืออนุสาสนีปาฏิหาริย์ที่มีอิทธิวิธีกินจงทำสมาธิกับคำว่าพุทธาภิเษกอันหมายความว่าทำให้เกิดเป็นพุทธ บอกว่าทำให้ปรากฏนี่แหละทำให้เกิดเป็นพุทธถูกตรงโดยเฉพาะให้ดีๆเทอญเอาผู้รู้กิเลสถูกตัวทำให้สิ่งดีปรากฏก็ได้ทำให้สิ่งเลวหายไปก็ได้คือทำให้กิเลสหายไปได้จริงทั้งทำให้กุศลจิตปรากฏได้จริงทำความเพียรเป็นประโยชน์แก่โลกให้ปรากฏอยู่และทำความไม่ติดกุศลทำความไม่หลงยึดในผลดีที่เราก่อให้หายไปอยู่นะสูงขึ้นไปเรื่อยๆอธิบายสูงขึ้นไปเรื่อยๆเราก็เปิดคือดับจิตติดนิสัยให้แก่ตนซับซ้อนยิ่งเข้าไปอยู่วงเล็บปิดจึงเป็นผู้มีอิทธิพลในประการที่ว่าทำให้ปรากฏก็ได้ทำให้หาย ที่เป็นปรมัตถ์แท้ๆตรงๆเปล่าสำหรับตัวผู้ปฏิบัติธรรมเองนั้นๆก็คิดว่าในการที่อธิบายให้ทำให้ปรากฏและหายไปมาขนาดนี้ก็คิดว่าคงจะพอคลำพอตามกันทันตั้งแต่ฟังให้ได้ฟังแต่ต้นมาว่าเราเนรมิตเราไม่ใช่เป็นเนรมิตตัวตนบุคคลเราเขาหรือจะเนียนเนรมิตขึ้นมาเป็นตัวบุคคลเราเขาก็ไม่ใช่เนรมิตมานั่งเป่าเสกแล้วก็เกิดเป็นตัวพุทโธขึ้นมาพุทโธขึ้นมาไม่ใช่อย่างนั้นเนี่ยการเสกของเรานี่เสกอย่างนี้แล้วเราก็เสกกันเหมือนเราไปทำพุทธาภิเษกในงานพุทธาภิเษกเนี่ยเราพยายามเสกคนให้คนนั้นมีคุณธรรมพยายามปรับ ศีลในธรรมเกิดจนเกิดสมาธิเกิดปัญญามีความรู้มีญาณทัศนะมีมโนมยิทธิมีจริงๆเกิดมโนมยิทธิเกิดเป็นวิธีที่หลายๆวิธีน่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่เราปลุกเสกหรือเสกเป่าหรือพุทธาภิเษกทำให้ปรากฏขึ้นมีมาเรื่อยๆแล้วจะมีขลังยิ่งขึ้นมากยิ่งขึ้นถ้าเราได้ทำกันอย่างเอาใจใส่ทำให้ถูกหลักการทำให้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างดีจึงช่วยเหลือเฟือฝ่ายกันจริงๆทำอย่าให้มันหล่อๆหลายๆอย่าให้มันเล่นหัวๆไม่ใช่สักแต่ว่าทำกันเฉยๆเราพยายามพูดทางพิเศษกันขึ้นมามันจะปรากฏทำให้เกิดปรากฏทำให้หายไปเราก็ทำให้คนที่ไม่ดีนี่หายไปทั้งคนเลยหรือ จิตไม่ดีนี่หายไปจากซากมันขึ้นมาอย่างนี้ฟังแล้วมันก็ซ้อนๆมันคล้ายๆกันทีเดียวแต่ทีนี้สูงยิ่งขึ้นให้หาย 0 ไปเลยไม่ใช่มีหนึ่งเดียวเท่านั้นเพราะฉะนั้นอิทธิพลในประการอื่นๆอีกที่กล่าวกันไว้เป็นเชิงบุคลาธิษฐานชัดๆนั้นโดยธรรมชาติหรือโดยปรมัตถ์ก็จึงเหมือนๆกันมีนัยยะดังที่อธิบายมาแล้ว 2-3 ประการนั้นนั่นแหละไม่ผิดหรอกเป็นแต่ว่าใครจะสามารถรู้ลึกล้วงอย่างลงไปเข้าใจถึงได้หรือไม่และแม่รู้แล้วเข้าใจแล้วจะทำได้ตามนั้นหรือไม่เท่านั้นเองอ๋อแล้วตามจริงแล้วที่แปลกันว่า ไม่ปรากฏก็ได้และทำให้หายไปก็ได้นั้นบาลีมีว่าอาววิภาวะกับกิโลภาวะลีมีสองคำเดียวว่าทำให้ปรากฏหรือทำให้หายไปซึ่งจะหมายความว่าทำที่กำบังให้เป็นที่แจ้งกลับทำที่แจ้งให้เป็นที่กำบังตามที่บางท่านได้พยายามขายฐานแปลว่าคือภาษาบาลีนี้จะแปลว่างี้ก็ได้แปลว่าธรรมที่กำบังให้เป็นที่แจ้งหรือกลับทำที่แจ้งให้เป็นที่กำบังเอาวิภาวะกับกิโลภาวะจะแปลว่าอย่างนี้ก็ได้ก็มีปุ๊บแปลนะบางท่านก็แปลไว้เพื่อไปสู่ความเข้าใจถึงที่ถึงที่ถึงจุดแท้นั้นก็ถูกไม่ผิดหรอกแปลอย่างนี้ก็ถูก แล้วจะหมายความว่าทำให้เป็นสภาพเปิดเผยสว่างออกก็ได้กับทำให้เป็นสภาพปิดกั้นสนิทก็ได้อย่างนี้ก็ไม่ผิดอีกยิ่งช่วยให้เห็นชัดขึ้นในสภาพแจ้งมืดมีศูนย์เกิดดับมีเป็นคู่ๆแจ้งกับมืดหรือมีกระสุนเกิดก็ดับทำไอ้ที่กำบังให้เป็นที่แจ้งมันเปิดแล้วทำไม่ได้แจ้งไปที่กำบังเงี้ยก็ปิดลงไปคือทำให้เป็นสภาพเปิดเผยสว่างออกจึงทำให้เป็นที่เป็นสภาพที่ปิดกั้นสนิทเลยมันก็ชัดขึ้นอันนั้นได้กล่าวมาแล้วว่าเราต้องรู้เหตุปัจจัยรู้องค์ประกอบให้ครบว่าเรา จะไม้เอาอะไรเป็นสำคัญแล้วจะไม้เอาอะไรเป็นสำคัญที่จะให้เปลี่ยนไปทำลายไปในวงเล็บประหารประธานเราจะหมายอะไรให้มันเปลี่ยนไปให้มันทำลายไปหรือให้มันสูญหรือให้มันปรากฏเนี่ยหรือจะให้อยู่ในสภาพนั้นๆในวงเล็บอนุรักษ์อนุรักษ์ธนาประธานหรือจะทำให้เกิดขึ้นในวงเล็บภาวนาประธานผู้มีอิทธิวิธีคือผู้มีความเก่งผู้มีความสามารถที่จะทำให้เกิดก็ได้จะทำให้ตั้งอยู่อย่างนั้นได้อย่างนั้นก็ได้จะทำให้ดับสูญไปก็ได้นั่นเองเป็นความหมายสูงสุดคือเป็นผู้แจ้งชัดในความเกิดความดับของสรรพสิ่งให้ได้โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่สุดก่อนอื่นก็ต้องแจ้งชัดในกุ กรรมแท้อกุศลกรรมแท้จริงที่เกี่ยวกับตนกับผู้อื่นและจิตที่มีกิเลสแท้จิตที่ดับสนิทกิเลสแม้สิ้นอาสวะจริงของตนและนอกนั้นก็เป็นสรรพสิ่งตามลำดับก่อนหลังอันพึงได้พึงถึงต่อๆไปและทำให้เกิดทำให้ดับสนิทให้ได้จริงๆด้วยทำได้จริงเท่าใดและทำได้กับสิ่งที่ละเอียดสุดคุ้มที่สุดเท่าใดในเว็บนำมาทำหรือจะทำได้กับสิ่งหยาบใหญ่มโหฬารพันลึกเท่าใดในวงเล็บวัตถุธรรมหรือรูปประธรรมก็เก่งทั้งสิ้นยิ่งละเอียดสุขุมมากก็ยิ่งเก่งมากชั้นเดียวกันกับยิ่งมโหฬารพันลึกมากก็ยิ่งเก่งมาก นาฬิกาอธิบายความซ้อนทับซ้อนขึ้นมาอธิบายชัดแจ้งขยายความโดยเอาพระบาลีมายืนยันให้ฟังอีกให้เข้าใจเพิ่มเติมขึ้นว่ามันมันมีความหมายอยู่อย่างนั้นแหละทำให้มีอยู่หรือทำให้สูญไปมันแปลกันสูงสุดแล้วก็ทำให้เกิดหรือทำให้ดับว่าเราจะต้องพยายามเล่นกับจิตและก่อนจะได้จริงๆแล้วเราก็จะต้องเรียนรู้ความปรุงอารมณ์หรือว่าความทำให้สิ่งที่มันมาปรุงอารมณ์นั้นหายไปโดยย่อเข้าไปหาเหตุปัจจัยเป็นส่วนส่วนหรือเป็นเรื่องๆถ้าเป็นคนเลยเหตุปัจจัยทุกอย่างแล้วเราจะทำให้จิตสะอาดพรั่วเป็นเพราะอาหารสะอาดไปเลยนั่นน่ะมันไม่มีความเป็นไปได้ใน พระพุทธเจ้าก็ไม่พาเรียนอย่างนั้นไม่พาสอนอย่างนั้นเพราะมันมันทำไม่ได้ไปทำทีเดียวเป็นพระอรหันต์สะอาดไปเลยจิตดวงสะอาดเป็นดวงเดียวเลยทีเดียวเพราะๆๆมันไม่ได้มันต้องหาเหตุปัจจัยที่สำคัญเป็นตัวอย่างอย่างที่เคยยกตัวอย่างมาทำโมเดลขึ้นมาเราทำเป็นตัวอย่างอันเล็กๆหรือว่าอันน้อยๆพอทำได้แล้วด้วยเหตุปัจจัยอย่างนี้แล้วก็อ่านจิตที่มันสะอาดหมดจดกับเหตุปัจจัยนี้มันไม่มีเวรกลับมันบริบูรณ์มันดับศูนย์ได้สนิทจิตอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วเราก็ดูถ้าเผื่อว่าเราไม่มีอารมณ์หรือว่าในช่วงระยะใดระยะหนึ่งที่เราว่างจากสภาพของปัจจัยอื่นไม่มีแล้วและขณะนี้เราก็ดูจิตโอ้มันมีจิตใสๆจิตต้องวางจากสิ่งอื่นแล้วก็มัน ปัจจัยอันนี้ที่อยู่ใกล้กับเรานี่มันก็ไม่มีไม่มีอะไรการหวั่นไหวไม่มีการปรุงแต่งไม่มีการทำให้เราเกิดอีกอะไรอย่างนี้เราก็จะต้องรู้แล้วจิตแบบนี้เป็นต้นเราต้องการจิตแบบที่เกิดจากเราทีนี้เมื่อคลอดได้ค่อยๆเข้าใจถูกเป้าตรงตรงป้ายถูกเป้าตรงป้ายยิ่งๆขึ้นกันได้แล้วก็มาดูอิทธิพลที่แปลกันต่อไปว่าทะลุกำแพงภูเขาไปได้ไม่ติดขัดเหมือนไปในที่ว่างก็ได้เอาดีๆนะตอนนี้มันชักสูงขึ้นเหมือนฉันจะต้องเป็นนามธรรมที่ซับซ้อนขึ้นจะต้องเข้าใจในความหมายที่ซ้อนไปอีกในความหมายนี้แหละเราทะลุไม่ได้ รูปทะลุความหมายแล้วมันจะมาเหมือนกันหมดมันจะมาเอ๊มันคล้ายกันเหลือเกินมันมาทำความสะอาดของจิตทั้งนั้นเสร็จแล้วมันมาลงมันลงเป็นเนื้อมันทำความสะอาดของจิตทั้งนั้นมีแต่จิตเกิดจิตดับหรือจิตเต้นปราศจากกิเลสไปเหมือนกันไปหมดความหมายอะไรเสร็จแล้วมันลงตัวจบมาลงตรงปลายมันจะมีสะอาดจิตตัวสำคัญตัวนี้ทั้งนั้นแต่ความหมายในตัวของพวกนี้มันมีแนวมีเงื่อนไขอยู่มันมีสภาวะอยู่ว่ามันต่างกันนิดๆๆๆๆๆมันมีแง่มีเงื่อนอะไรอยู่ในความมีแต่ในความไม่มีแล้วมันเหมือนกันหมดในความหมายเป้าสุดท้ายแล้วมันไม่ตรงกันหมดอย่าสงสัยต้องพยายามตั้งเป้าให้ดีสร้างความเข้าใจให้ดีถ้าไม่เช่นนั้นแล้ววงกลม พูดยังไงเนี่ยเหมือนเหมือนมันเดาๆไม่ใช่นะไม่ใช่เดาๆนะมันเป็นเรื่องลึกซึ้งมันเป็นเรื่องที่จะต้องรู้ความจริงแล้วคุณทำได้จริงคุณจะเห็นว่ามันมีอะไรที่ท่านอธิบายไปมีความเข้าใจเป็นภูมิปัญญามันทะลุกำแพงภูเขาไปได้ไม่ติดขัดเหมือนไปในที่ว่างก็ได้นั้นตื้นๆง่ายๆหยาบๆแบบบุคลิกฐานที่ไม่ใช่เป้าหมายของพุทธบูชาก็ไม้เอาตามประสานนั้นนั่นแหละคือคนสามารถแทรกทะลุผ่านฟ้าผ่านกำแพงทะลวงทะลุผ่านภูเขาไปได้ราวกับผ่านไปในที่ว่างๆเนี่ยเป็นบุคลิกฐานก็ไปไปทำเอาใครจะไปนั่งบอกว่าไปนั่งหลับหูหลับตาแล้วก็พลังภูเขาไปเลย ฝั่งโน้นเลยทลายกำแพงทะลุพระกำแพงออกไปได้เลยก็ไปทำเอาก็เป็นตรงๆงั้นแหละแต่เมื่อเป็นธรรมาธิษฐานก็คือแมะตัณหาอุปทานหรือนิวรณ์ธรรมใดจะหนาเท่าฝาจะแข็งแรงเท่ากำแพงจะเป็นเครื่องปิดกั้นขนาดภูเขาผู้มีอิทธิพลแท้ก็จะต้องรู้แจ้งแทงทะลุและไม่ติดไม่ยึดได้โดยไม่ยากได้โดยง่ายไม่คล่องอยู่ไม่ขัดอยู่เหมือนไปในที่ว่างก็ได้จริงๆไม่ว่ากิเลสจะแน่นหนาเท่าฝาตัณหาจะแน่นหนาต้องกำแพงอุปทานก็ดีนิวรณ์ทำใดๆก็ดีจะ หนาแข็งแรงเท่าภูเขาผู้ได้ชื่อว่ามีอิทธิวิธีจะต้องทั้งรู้ทะลุและทำได้อย่างเก่งคือทำให้กิเลสตัณหาอุปาทานนิวรณ์ต่างๆหายไปน่ะทำให้ความเป็นพระอริยะปรากฏขึ้นมาได้อย่างง่ายดายอย่างไม่ติดขัดแสนสบายโล่งโปร่งสะดวกราวกับทะลุไปในที่ว่างๆประหนึ่งไม่ใช่ทะลุภูเขาทะลุกำแพงหรือทะลุฝาน้ำมันง่ายๆอย่างนั้นเลยนะ 1 จะไม่ใช่ทะลุไม่ใช่ภูเขาไม่ใช่ของที่จะมากินอะไรยากเลยที่จริงมันกี่เหมือนกันจังเลยนะกิเลสเนี่ยมันแข็งยิ่งกว่าภูเขานะก็อาจจะงานใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาหนายิ่งกว่ากำแพง แต่เราก็ทำให้มันผ่านหายไปได้เหมือนจะไปในที่ว่างๆทะลุไปได้ง่ายๆอันกูจะทะลุภูเขาหรือว่าจะทะลุฟ้าทะลุกำแพงเนี่ยได้นั้นจะต้องใช้อุตสาหะใช้พละกำลังพังทลายกันอย่างหนักฉะนั้นแต่นี่ผ่านทะลุไปมาได้อย่างเบาไม่ต้องใช้อุตสาหะอะไรเฉกเช่นคนล่องหนหายตัวได้นั่นทีเดียวน่าอัศจรรย์ไหมคุณว่าไหมว่ามันมีแรงเนี่ยมันมามันแข็งเหลือเกินเหนียวจังมันน้ำมันภูเขาเหมือนกำแพงเหมือนกับฝาอย่าว่าแต่ฝาเลย กวาดกำแพงเข้าภูเขากิเลสนี่มันหนาอย่างนั้นแต่เราก็ทะลุทะลวงมันทำให้มันหายไปหรือว่าเราหายผ่านกันไปกันมาได้มันก็ยังที่ว่างๆทำได้เก่งขึ้นนะว่างขึ้นจะมีเหลี่ยมนี่หมายถึงรายละเอียดขึ้นไปแล้วเป็นเงื่อนไขมันจะมายังไงมาไงก็ทำได้จริงๆมีอิทธิวิธีที่จะทำไม่ใช่ว่าจำนนไม่ใช่ว่ายอมแพ้ไม่ใช่ทีนี้ใครทำได้อย่างกับมาเช็คเช่นคนหายตัวได้คนล่องหนได้แบบนี้มันก็น่าอัศจรรย์ทำได้อย่างนี้หนาวทำให้หายไปได้เลยคือทำให้เกิดเป็นพระอริยะขึ้นมาได้เลยแม้มันจะใหญ่จะหนาอย่างไร ลักษณะฉะนี้แลเรียกว่าถึงขั้นมีอิทธิวิธีถึงที่สุดกล่าวคือมีวิธีทำได้อย่างเก่งจริงๆสิทธิวิธีนี้แปลว่าทำมีวิธีทำได้อย่างเก่งมิใช่หมายเอาว่าเพิ่งทำได้ยังไม่คล่องฟังดูดีมีความหมายที่ชัดเด่นกว่านี้อีกด้วยอิทธิวิธีนี่หมายความว่ามีวิธีทำได้อย่างเก่งไม่ใช่หมายความว่าเพิ่งทำได้ยังไม่คล่องมันเป็นการพึ่งทำได้ไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเราจะทำได้อย่างเก่งขึ้นไปแล้วจึงจะหมายความถูกตรงถ้าพึ่งหัดได้ก็ยังไม่เก่งทีเดียวยังไม่เป็นยังไม่มีอิทธิพลหรือเพียงทำได้บ้างแต่ยังไม่มั่นคงยังไม่เห็นเป็นอัศจรรย์ยังไม่เก่งเกินคนธรรมดาธรรมดาหรือยังไม่เชี่ยวชาญชั้นเยี่ยม ถ้าเพียงทำได้ก็ยังไม่นับว่ามีอิทธิวิธีต้องทำได้เก่งกว่าคนธรรมดาธรรมดาขึ้นบ้างเห็นได้ชัดแล้วบ้างจึงจะนับว่ามีอิทธิวิธีขนาดเก่งแล้วบ้างถ้าเก่งมากเห็นชัดไกลเกินที่คนธรรมดาจะได้พบได้เจอกันง่ายๆท่านเรียกอัศจรรย์ได้ก็นั่นคืออิทธิวิธีเต็มที่แท้ในความหมายของอิทธิวิธีถ้าทำได้เล็กๆน้อยๆทำได้บ้างก็ยังไม่ใช่อิทธิพลแท้ๆถ้าทำผิดวิธีก็ทำได้เก่งขึ้นบ้างแล้วมีอิทธิพลบ้างแต่มีอิทธิพลแท้ๆก็คือเต็มที่เลยทำได้เก่งอย่างง่ายดายความหมายจะจัดของอิทธิฤทธิ์วิธีก็คือเมื่อเริ่มรู้แน่ทำได้แล้วก็ให้เพิ่มฝึกเพิ่ม ทำมากๆครับอิทธิวิธีนี้มันจะมีวิธีที่เก่งขึ้นเก่งขึ้นแต่ทำมากๆเข้าจะรู้เหลี่ยมรู้แง่รู้วิธีและทำได้จนเก่งจนเชี่ยวชาญมากๆขึ้นจนเก่งเกินคนธรรมดาธรรมดาจะทำได้อันเห็นรู้อันเห็นอยู่รู้อยู่อย่างชัดๆไม่รู้อยู่ชัดๆนั่นเองพูดได้เก่งจนเห็นเป็นหน้าทึ่งเป็นอัศจรรย์จึงจะเรียกว่ามีอิทธิวิธีเต็มที่ต้องมีความเก่งนะเก่งอย่างมหัศจรรย์จริงๆเพราะฉะนั้นการบอกว่าเรามีทุกข์อย่างกับภูเขากำแพงอะไรเนี่ยแล้วเราก็ทำไปได้น้อยนึงมันก็ชัดบ้างไม่ชัดบ้างอะไรงี้เราก็บางทีก็ทำได้บางทีก็ทำไม่ได้อะไรอย่างนี้ยังไม่เรียกว่าอิฐที่วิธีที่เป็นอภิญญา ความน่าทึ่งมหัศจรรย์ต้องทำได้อย่างมีปาฏิหาริย์อย่างพวกเราเนี่ยไม่ต้องเอาอะไรมากเราพยายามจะทำให้เนี่ยทำให้โอ้โหแต่ก่อนนี้มีดาราแต่งตัวงามๆเยอะที่นี่เนี่ยหายไปหมดละดาราแต่งตัวงามๆหายไปหมดแล้วกลายมาเป็นพระเป็นนักพรตเป็นพระโสดาสกิทาขึ้นมานี่เป็นจริงๆนะเนี่ยแต่ก่อนเมียนั้นจริงๆหายไปแล้วหายไปแล้วแล้วก็เกิดมาใหม่ได้อย่างนี้นี่แต่ละคนแต่ละคนหลายคนจะได้รับการทักท้วงโอ้โหไม่น่าไม่น่าเป็นไปได้เลยนะเนี่ยไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ คนนี้ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้อย่างนี้นะเนี่ยแล้วทำไมมันเป็นไปได้อย่างนี้หรอถ้าเขาไม่คิดมากเกินไปจะบอกว่านี่บ้าไปแล้วเหรอเนี่ยนั่นก็เชิงนึงเหมือนกันคล้ายๆกันแต่ทีนี้ก็ทึ่งด้วยความที่เห็นดีเห็นงามน่าเห็นชอบโอ้โหเปลี่ยนไปได้อย่างงี้จากที่มันไม่เข้าเรื่องจากความเป็นอย่างหนึ่งกลับมาเป็นอีกอย่างหนึ่งอย่างที่เป็นอย่างนั้นน่ะสัญลักษณ์แบบที่เรียกว่ามันประกอบไปด้วยกิเลสออกไปประกอบไปด้วยความเฟ้อความเป็นชาวโลกๆเปลี่ยนไปแล้วหายไปเลยเป็นสภาพที่กลับมาอีกอย่างหนึ่งเรามีกันนะเรามีกันเป็นเห็นเป็นของ มาถึงมหัศจรรย์ทีเดียวทีนี้การทำได้เนี่ยคนทำได้เองเป็นคนมีอิทธิวิธีสอนลงไปบอกว่าเป็นนักเนรมิตอย่างอาตมาเป็นนักเนรมิตอาตมาเนรมิตอีกคนเป็นอย่างนี้ซ้อมลงมาเองได้อาตมามีอิทธิฤทธิ์ทีมีอิทธิวิธีมีวิธีทำให้คุณอธิบายว่าอาตมาเป็นคนเนรมิตก็ได้คุณเนรมิตตัวคุณเองคุณทำของคุณเองคุณมีอิทธิวิธีทำให้ปรากฏขึ้นทำให้ไม่ติดขัดไปได้ในที่ว่าเป็นของคุณคุณจะว่างขนาดไหนโปร่งขนาดไหนเป็นของคุณและตอนนี้แต่เนรมิตตัวอาตมาเนรมิตคุณขึ้นมาเป็นอย่างนี้อาจจะวันเนรมิตได้แต่รูปนอกรูปในยังไม่ว่างทีเดียวคุณยังจะติดๆขัดๆอยู่อะไรของคุณก็ของคุณแต่ถ้าคุณได้วาง อันนี้เป็นความสามารถในอิทธิวิธีของคุณทะลุกำแพงไปได้ไม่ติดขัดเหมือนไปในที่ว่างก็ได้เอาทนายชั้นต้นนี้ก็เป็นความเก่งที่สามารถทำกับธาตุแบบหยาบรูปใหญ่ๆน้ำหยาบๆท่านปฐวีธาตุและเปิดถาดดินอันเป็นมหาพระพุทธรูปใหญ่หยาบกว่าอื่นทีเดียวอันนี้วงเล็บปิดถ้าทำก็มีธาตุได้ก่อนเห็นหรือจับต้องรู้สภาพมันได้ชัดๆว่ามันเป็นปัจจัยกั้นมันเป็นเรื่องปิดมันกำลังเราอยู่ทนโท่โตๆชัดๆราวกับภูเขาราวกับกำแพงราวกับฝาซึ่งจะใหญ่จะแน่นจะหนาแค่ใดเราก็ทำลายหรือ ทะลุร่วงพ้นมันให้ได้เราจะไม่ให้มันปิดกั้นเราอยู่ได้จะต้องโล่งต้องว่างเหมือนเราอยู่ในที่ว่างไปในที่ว่างทีเดียวแม้ใครๆจะเห็นอยู่ทนโท่ชัดๆและใหญ่หรือหยาบจัดอยู่ราวกับภูเขาปิดกันราวกับกำแพงปิดกั้นราวกับฝาปิดกั้นอยู่แท้ๆแต่เราก็ผ่านตลอดไม่ติดขัดดังผ่านที่ว่างๆไปเป็นอัศจรรย์ยิ่งต้องเป็นไปได้ออกป่านี้ดังนี้แหละจึงจะนับว่ามีฤทธิ์เป็นอัศจรรย์เราเพราะฉะนั้นถ้าพระอริยเจ้ารูปใดสามารถสัมผัสคลุกคลีฟังดีๆนะที่มีความหมายของมันและพระอริยเจ้ารูปใดสามารถสัมผัส ปนเปอยู่กับปัจจัยต่างๆหรือองค์ประกอบต่างๆที่เป็นกิเลสนิวรณ์ซึ่งผู้อื่นเขาปรุงกันอยู่ออกขมมันจะมีมากมายเหมือนกองภูเขาเหมือนเต็มไปด้วยแน่นทึบหนาทึบเหมือนกับกำแพงเหมือนกับฝากันเลยทีเดียวแน่นหนาประมาณกองดั่งภูเขาสัมผัสห้อมล้อมอยู่ดังกำแพงบดบังปิดกั้นอยู่ดังฟ้าท่านก็ยังอาจสามารถมีชีวิตเป็นอยู่ร่วมอยู่กับเขาเหล่านั้นอย่างไม่มีหวั่นไหวไม่มีผลสะเทินอะไรเลยราวกับท่านอยู่ท่ามกลางที่ว่างๆโปร่งๆไม่มีติดไม่มีข้องไม่มีกระเทือนเลยสักน้อยก็นับว่าเป็นอิทธิพลมีฤทธิ์เป็นอัศจรรย์ในทาง อธิษฐานหรือปรมัตถ์ยิ่งแก่ปรมัตถ์จริงๆและเป็นบุคลิกฐานให้เห็นจริงมีตัวบุคคลผู้เก่งกล้าอาจหาญอยู่ท่ามกลางกองกิเลสของผู้อื่นอันมากมายดั่งกองภูเขาโดยท่านไม่ถูกกระทบทำร้ายเลยได้ด้วยเหมือนไปในที่ว่างฉันนั้นแท้ๆมันซ่อนโรงเรียนแล้วเห็นคนอยู่มันจะหนาจะแน่นจะมากกว่ากรุงเทพฯกองกิเลสกองเท่าภูเขาเลากายิ่งกับภูเขาแต่เราก็เดินผ่านไปผ่านมาแล้วก็ไปไปมามาได้เหมือนกับเราว่างเราว่างก็ไม่มีอะไรจะไปข้องไปติดแล

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน