230604-3-019 ทางเอกภาค3-ตอน019(หน้า149)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 4 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนเพิ่มเติมกันอีกฮัลโหลตั้งใจกันอีกนิดหน่อยก็วันนี้รู้สึกว่าจะออกแรงกันตัวเองก็รู้สึกเพลียหลายๆคนก็คงจะรู้สึกเพลียๆมันออกแรงกันทั้งวันขนาดยังไม่เสร็จเลยตั้งคิดว่ามันจะไม่มาไม่มาแล้ว ไม่เสร็จแล้วดูดูอีกทีนึงกว่าจะเสร็จบริบูรณ์ถ้าต้องใช้อีกอย่างวันนี้อีก 2 วันถามอีกสักอย่างวันนี้อีก 2 วันถึงจะเสร็จเรียบร้อยไม่ไม่น้อยไม่น้อยนักแต่การที่เราได้ทำอย่างนี้เราจะได้เห็นได้ว่าคนทุกๆคนเนี่ยแม้แต่ด้านแรงงานที่เขาออกแรงงานเราก็จะทราบว่าคนเขาออกแรงงานเขาทุกข์เท่าไรเพราะเด็กเหนื่อยขนาดไหนทั้งๆที่เราทำงานเนี่ยเราทำอย่างสนุกเราทำอย่างที่สุดปล่อยตรงวางแล้วทำกันอย่างสบายใจถึงแม้บางคนจะ โรคเกียจคร้านมีโรคไม่ค่อยเต็มใจนักอะไรที่มันขวางๆรีๆอยู่ทำให้เราเหนื่อยเร็วหรือว่าทำให้เรามีปฏิกิริยาภายในทำให้ร้อนเร็วเหนื่อยเร็วลำบากอะไรต่ออะไรต่างๆเป็นตัวทุกข์ใจแรงมากอะไรต่างๆก็ตามมันมีบ้างก็ตามแต่แม้ว่าไม่มีผู้ที่ปล่อยใจวางใจได้อย่างสนิทแล้วก็ทำงานกันอย่างสบายอารมณ์ไม่มีอะไรติดข้องติดขัดมันก็เหนื่อยจริงๆความเหนื่อยมันเหนื่อยมันออกกำลังกายมันมากกว่าสมองเพราะว่ามันแค่กล้ามเนื้อใช้เซลล์ต่างๆนานา จ่ายพลังงานออกมาแล้วเจอต่างๆมันมากกันแยะถึงขนาดต้องเก็บตรงโน้นเจ็บตรงนี้ด้วยซ้ำวันนี้ก็ผมก็ได้หลายแผลหลายแผลทีเดียวทั้งมือทั้งขาทั้งมือทั้งเท้าทุกคนน่ะก็คงจะมีกันคนละเล็กคนละน้อยเพราะว่าหินดินอะไรต่างๆนานามันอยู่ในหินในดินเยอะแยะมากมายเราไม่รู้อะไรมันได้ปุ๊บเอาแล้วเอาเข้าตรงนั้นตรงนี้ถ้าเราจะได้เห็นว่าคนเราที่เสียสละหรือว่าทำงานการงานไม่ใช่ว่าเราเห็นเฉยๆมันซาบซึ้งมันรู้สึกถึงจิตรู้สึกถึงจิตถ้าคนคิดผิดเป
อ่านต่อ
็นวิชาที่ผิดก็จะรังเกียจฉันและเราก็ไม่ปรารถนาที่จะทำ ซึ่งที่จริงบอกแล้วว่างานที่มันสุจริตนั้นคืองานที่มันไม่ได้เป็นที่ระลึกทุจริตไม่ได้เป็นจริตเป็นโรคโมโหสันอะไรหรือว่าทำเพราะโกรธเพราะแค้นประชดประชันอะไรไม่มีเราทำเพราะเห็นว่ามันดีมันเป็นไปไม่ได้ดีบางทีเราเองเราไม่ค่อยมีแรงจะทำด้วยซ้ำก็ยังเขียนว่าถ้าเผื่อว่ามันเอาน่ามันสมควรแก่การละมันสมควรแก่สถานการแล้วเราจะทำอะไรเนี่ยเราก็ทำได้ผู้ที่เข้าใจเป็นจิตสัมมาทิฏฐิแล้วนอกจากจิตของเรารังเกียจถือแบ่งแยกเป็นอะไรต่ออะไรอยู่เราก็ไม่ๆไม่เจตนาจะทำบางอย่าง มันไม่ใช่งานที่เราถนัดมันก็อาจจะไม่ค่อยเต็มใจจะทำเพราะว่าทำแล้วมันก็เราทำแล้วต้องลงแรงมากงานไม่ถนัดนี่ทำแล้วก็มันเด็กก็ด่ามันก็เก่งๆกลางๆมันดูขัดขัดขวางๆรีๆมันไม่คล่องแคล่วมันไม่สะดวกเหนื่อยเร็วลำบากใจลำบากกายเพราะฉะนั้นบางคนก็ตัดไปไม่เอาไม่ทำไม่สมัครใจจะทำก็มีเพราะถ้าเผื่อว่าเราเองเราจะสมัครหรือไม่สมัครก็ตามงานบางสิ่งบางอย่างเราลองทำเราลองฝึกเราจะได้สัมผัสที่แท้จริงเราจะได้อ่านจิตที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้นเราจะรู้สึกคนเรายิ่งเมื่อยิ่งเพลียแล้วเราไม่ได้เราเดาไม่ได้เราต้องรู้เลยมันเปรี้ยวมัน อารมณ์มันจะเหลือเท่าไหร่ของคนเรามันไม่เหมือนเดิมหรอกจิตใจมันไม่เหมือนเดิมสำหรับคนที่ไม่มั่นคงคนที่ไม่ควรวางได้สนิทแน่นอนมันอะไรนิดอะไรหน่อยก็ถ้าจะหวั่นไหวง่ายราคะง่ายโทรศัพท์ง่ายเป็นได้ที่แท้จริงเพราะเราจะต้องฝึกต้องเห็นต้องเป็นต้องจริงต้องเกิดสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นโดยไม่ใช่ดาวเราไปคำนวณเอาเข้าใจพูดด้วยเหตุผลนี่ปัญญาคนมันมีเขาจะได้ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรแต่ว่าจริงล่ะเมื่อประสบจริงหลังมาเป็นจริงล่ะไปเจอเขาจริงๆน่ะเป็นไงเราไม่ได้เราจะรู้ว่าเราแข็งแรงแค่ไหนเราจะแข็งแรงจริงหรือไม่จริงเราต้องทำใจของเรา เพราะฉะนั้นหลายๆอย่างบางทีบางอย่างที่เราควรจะเป็นควรจะมีคนทำบ้างคนสัมผัสบ้างแล้วมันก็ไม่ใช่ว่ามันเป็นมันเป็นสิ่งที่คาดคะเนหรือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เสริมผลมันเสริมอุปการะส่งเสริมและแท้จริงเมื่อเราได้ทำอะไรไปเนี่ยไม่ว่างานอะไรถ้ามันสุจริตอยู่มันไม่ได้เป็นทุจริตเลยแล้วก็ไปสมควรแก่การสมควรแก่กาลสมควรแก่สถานะการณ์ ทางด้านโน้นคิดอีกไม่ใช่กรุ๊ปอย่างเดียวแล้วก็คิดถูกใจกว่าใครทำก็รู้สึกร้อนๆดีเรามาถึงหน้า 149 เราได้พูดถึงลักษณะของเจโตปริยญาณรอบหนึ่งไปหมดแล้วในลักษณะทั้งหมด 16 13 16 ถ้าจะบอก 16 ก็หมายความว่าราคามูลเป็นอย่างนี้ปราศจากราคะปูนเป็นอย่างนี้มี 2 และโทรศัพท์มูลเป็นอย่างนี้นี่ปราศจากจิตปราศจากโทสะมูลเป็นอย่างนี้โมหะเป็นอย่างนี้มีปราศจากโมหะ เป็นอย่างนี้ 6 ละจาก 6 ไปก็สังกิจ 8 มหัศจรรย์ก็เป็นสิทธิ์อุจจาระอนุรักษ์ก็เป็น 12 12 หรือถ้า 13 ก็หมายความว่าเราต้นต่อ 3 อย่างแล้วเราปราศจากเราก็ไม่คิดปราศจากราคามณฑลโมหะมูลและไม่คิดก็เป็น 3 อย่าง 13 แง่เชิง 13 เงื่อนไขใหญ่ๆจำไม่ขึ้นใจเข้าใจให้ถูกความหมาย เราต้องใช้นะเราจะได้วิชาเราสั่งสมมติฐานเราจะต้องรู้รอบจริงๆในจิตของเรารู้รอบจริงๆเมื่อจิตมันมีชั้นตอนอย่างไรอย่างไรไปจนกระทั่งอย่างที่เป็นลำดับใครเห็นสำคัญแล้วมันจะรู้ว่าไอ้นี่มันไม่ใช่ของที่จะต้องผ่านผ่านนะของจะต้องใส่ใจเพราะผู้ปฏิบัติธรรมปฏิบัติธรรมแล้วจะต้องมีฌานเมื่อมีทานแล้วจิตดีและจิตมีแววไวหรือจิตอ่อนเรียกจิตอ่อนซึ่งเด็กอ่อนทีไรแล้วมันดูอ่อนแอแล้วมันไม่ผ่านมันไม่มีท่ามันจะต้องเป็นจิตที่จะไปทำงานหรือว่าจิตที่จะไป กล้าอะไรขึ้นมามันไม่เห็นมันบอกจุดอ่อนซึ่งก็แปลกันมานานแล้วนะจิตอ่อนจิตควรแก่การงานจิตตั้งมั่นจิตไม่หวั่นไหว 7 มุทุพูดแต่คำมณีแย้อันเณรชอบปัจจัย 14 เชิงนี้เมื่อจิตเป็นชาตินี้เรียกว่าจิตที่มันเบาไว้แปลอย่าง Post ที่รักเลยแววไวอาจจะแปลว่าเหมาะควรแก่การงานก็ถูกก็ดีอันนี้ก็กรรมมันดีเลย์อันนี้ก็ดีเหมาะสมแล้วที่จะกระทำงานงานนี้เป็นงานปฏิบัติจีนงานจะสะสมวิชา เหมาะแล้วอยู่ในองค์ผู้ที่เข้าใจผู้ที่ทำได้ผู้ที่สัมมาทิฏฐิแล้วในฌานผู้นั้นเหมาะแล้วจะสั่งสมวิชาแล้วถ้าไม่รู้จักทานถ้าไม่มีทานถ้าไม่เข้าใจฉันมันไม่เหมาะสมว่ามันจะไปทำงานเข้าไปได้ยังไงเพราะฉะนั้นมันจะต้องมีกำลังพอสมควรคิดแต่แข็งแรงเรียกว่ามั่นคงเด็ดเดี่ยวต้องไปพอสมควรได้ตั้งลงอย่างลงบ้างแล้วทีเดียวคิดแต่นี่มันต้องตั้งประเด็นชอบปัจจัยกล้าสมเหมาะสมพอตัวทีเดียวมันแข็งกล้าเหมาะสมพอ คือมันไม่หวั่นไม่ไหวมันมีสภาพของชีวิตของตัวไม่หวั่นไม่หวั่นเกรงมันแข็งกล้าในนั้นท่านแปลว่าไม่หวั่นไหวมันแข็งกล้ามันมันได้อะไรอันนึงในตัวเองอย่างพอตัวทีเดียวเพราะถ้าเป็นชายอย่างของพระพุทธเจ้าแท้ก็เป็นฌานลืมตามันสามารถมีจิตพอพอเพียงทีเดียวที่จะสามารถมีสัมผัสมีเหตุปัจจัยปฏิบัติสติปัฏฐานเดินอยู่ก็ดียืนอยู่ก็ดีนอนตื่นอยู่ก็ดีเอาวันนี้ถ้าใครอ่านคอลัมน์ของสหกรณ์มีจดหมายมาทักท้วงหรือว่านอนทำสมาธิพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนก็เลยบอกเออเอามาพูดมากขอยกของพระพุทธเจ้าขึ้นมาก็แล้วกันก็เลยยกกำลังพระพุทธเจ้าขึ้นมาว่าการปฏิบัติธรรมเนี่ยปฏิบัติอยู่นอน เดินกันอยู่ก็ดียืนอยู่ก็ดีนั่งอยู่ก็ดีนอนตื่นอยู่ก็ดีนอนนอนตื่นอยู่ก็ดีถ้าไม่ได้ใช้คำว่านอนหลับนะนอนหลับแล้วมันก็ไม่ต้องปฏิบัติทำอะไรกันนักนอนตื่นอยู่ก็ดีต้องปฏิบัติให้ได้ตลอดเวลาอย่างนี้แหละจะเป็นคนเป็นไปเพื่อวิทยานิพพานเนี่ยพูดลับๆจำสำนวนทั้งหมดไม่ได้เรียนทั้งหมดยังไม่ได้แต่อันนี้จำได้เพราะเป็นความหมายที่ชัดเจนเดินอยู่ก็ดียืนอยู่ก็ดีนั่งอยู่พอดีหรือนอนตื่นอยู่ก็ดีทุกอย่างดีหมดนะพูดกันง่ายๆทุกทีเดียวหมดต้องปฏิบัติธรรมไม่ได้หมายความว่าจะปฏิบัติธรรมแต่ฉันนั่งพวกหลับตาเอาแต่นั่งไม่ใช่เดินยืนนั่งนอนทุกอิริยาบทใหญ่ จะทำงานเราก็ทำงานอยู่ในบริบทเดินยืนนั่งนอนนี่แหละเราทำงานทำงานการอะไรก็ทำตามแต่เราจะยืนทำนั่นทำเดินทำในวันนี้เราต้องยืนทั้งเดินนั่งน้อยทำงานแล้วนั่งทำน้อยหรือแม้แต่นอนก็ปฏิบัติสมาธิปฏิบัติฌานปฏิบัติอะไรได้นะอาทิตย์นี้มาเข้ามาถึงการงานที่ทำนั้นถ้าเข้าใจแล้วว่าฌานมันเป็นเครื่องเป็นองค์ใหญ่ๆในความหมายกว้างๆเพลงรู้จักแล้วก็เผาลักษณะลีได้ลดได้จางได้คลายได้นั่นคือเกิดมิจฉาชีพเลยเราจะเกิดปัญญาซับซ้อนแล้วเราก็จะทำจิตของเราได้นี่เป็นความหมายใหญ่อย่างทัศนะกลับมาลงมา รำคาญญาณทัศนะมโนมยิทธิแค่นี้เองหรอที่จริงจบแค่นี้แหละปฏิบัติธรรมมันก็ต้องให้เกิดญาณทัศนะให้เกิดมโนมยิทธิเก่งที่สุดก็เป็นเจโตไปหมดมันไม่มีอะไรหรือมโนไปหมดก็ได้ถ้าจะเรียกกันจริงมโนไปหมดมโนแผ่นวิมุตจิตเป็นวิมุติก็อยู่ตรงนี้เองอ่ะทีนี้เมื่อเราทำแล้วสั่งสมญาทัศนะสั่งสมปัญญาที่จะเป็นปัญญาวิมุติสั่งสมจิตรที่เป็น 7 เจโตวิมุติสะสมแล้วเราจะเกิดวิชาเรื่อยไปจะเกิดอิทธิพลจะรู้วิธีที่เก่งๆขึ้นเยอะๆมีวิธีทำแกงขึ้นเรื่อยๆทำได้จริงขึ้นด้วยเหตุที่วิธีแล้วก็มีโสดทิพย์สดที่ต้องใช้นะเราจะรู้เสียง 1 เสียง น้องเราจะรู้รูป 1 รูป 2 เราจะรู้รส 1 - 2 เราจะรู้สัมผัส 1 สัมผัส 2 เราจะรู้กลิ่นหนึ่งกลิ่น 2 เราจะรู้จิตของเราจิต 1 จิต 2 แม้แต่จิตที่มันซ้อนกันอยู่ 10 1.2 จิตที่มันผสมส่วนมันไม่ใช่แท้มันมีตัวร้ายตัวอาคารตัว j ตัว John ไม่ใช่ของเรามันขาดผสมกระแสร่วมอยู่เราจะรู้มันสดที่ต้องใช้แม้เราจะพูดเราก็ตามรู้ของเราแม้กายกิริยากรรมของเราเราก็จะต้องตรวจตราของเราเราจะต้องรู้สึกสิ่งหนึ่งจากจิตของเราตรวจเช็คจิตของเราประกอบกับกิริยาทุกอันว่ามันชุดจริตหรือสุจริตปีแล้วหรือว่าเป็นจิตที่ดีแล้ว แล้วเราจะเข้าใจจิตเรายิ่งขึ้นเป็นเจโตปริยญาณก็อธิบายไปจนกระทั่งถึงวิมุติไล่ลงไปตั้งแต่จิตเรียบร้อยไปจนถึงจนกระทั่งมาถึงหมุนเป็นอธิบายกันมาแล้วแท้จริงและอิทธิวิธีอธิบายถึงวิมุติจริงๆในคำอธิบายของอิทธิวิธีจริงๆนะท่านไม่ได้อธิบายว่าถ้าไม่ถึงพรหมเป็นอัตราเป็นสภาพจิตที่สูงสุดจิตที่ดีที่สุดบริบูรณ์ที่สุดแต่ยังไม่ปล่อยวางหมดอีกทีวิธียังไม่ถึงอนัตตาทีเดียวซึ่งเราก็ได้อธิบายสู่ฟังแล้วอาทิตย์นี้มาสรุปอีกทีนึงเจโต พยานก็คือความเก่งยอดในการรู้ละเอียดถึงจิตต่างๆในวงเล็บปราศรัยสัตว์ป่าหนังและระบุคารานนั้นธุรกิจต่างๆอันที่มันมีลักษณะมีอาการต่างกันคำว่ารักแปลว่าต่างประเทศแปลว่าต่างแปลว่าอื่นมันต่างกันจิตที่มันต่างๆไปตามไปเท่าไรเราก็รู้ไปเท่านั้นจิตที่มีอันสิ่งหนึ่งสิ่งอื่นอีกด้วยต่างหากจากที่เราแลกได้แล้วรู้แล้วเป็นแล้วเนี่ยไปเรื่อยๆมันมีกิเลสก็รู้ว่ามีกิเลสมันไม่มีกิเลสก็รู้ว่ามันไม่มีกิเลสมีมากมีใหญ่มีจัดก็รู้ว่ามีมากมีใหญ่มีจัด มีปานกลางมีอ่อนบางระดับใดๆก็รู้เป็นชั้นเชิงละเอียดและแต่ละกิเลสเป็นไฉนไปในแง่มุมใดก็รู้ในความต่างกันนั้นๆวงเล็บเปิดปะระแปลว่าต่างอื่นหรือนอกไปจากวงเล็บปิดถ้าจิตแท้ๆมีอย่างไรก็รู้ชัดควรจะให้ตนมีจิตอย่างไรก็หัดทำเอาให้ได้เก่งให้มั่นคงเด็ดขาดรู้ชัดขนาดแจ้งในจิตที่นอกไปจากนอกไปจากตลาดนี่เองที่นอกไปจากจิตเช่นนั้นเช่นนั้นแล้วมีจิตอย่างอื่นอีกไหมก็รู้ในความ เป็นความไปในเว็บขั้นต่ำได้อย่างลึกซึ้งซับซ้อนละเอียดอ่อนประณีตยิ่งมากมายหลากหลายในวงเล็บมหากษัตริย์มหาลึกซึ้งซับซ้อนละเอียดอ่อนประณีตยิ่งมากมายหลากหลายเรียกว่ามหัทแปลเป็นไทยจากคำว่าหมาฆ่าได้ยาวอย่างงั้นน่ะสวัสดีความเป็นไทยว่าด้วยความเป็นความไปถ้าต่างๆยิ่งไปอย่างนั้นน่ะปฏิบัติแล้วจะมีหลักนี้ดังนั้นเมื่อมีการสัมผัสเหตุปัจจัยต่างๆมีโลกีย์อะไรผ่านมากระทบอย่างไรก็รู้แจ้งไปหมดและพึ่งหัดทำให้อยู่เหนือโลกีย์นั้นๆให้ได้แต่รับรู้กับโลกทำงานร่วม โรคขนาดเท่านั้นเท่านั้นก็พยายามให้อาจสามารถทำร่วมด้วยได้อย่างสบายจะไม่ทำร่วมด้วยตัดปล่อยไม่รับเข้ามาวุ่นด้วยเลยในจิตก็หัดสลัดหลุดก็หัดวางมือในวงวางให้ได้อย่างเด็ดขาดสะอาดเอี่ยมจะไม่ให้เรื่องใดเรื่องใดเข้ามาสู่จิตหรือไม่ให้มีฤทธิ์เหนือจิตก็หัดทำให้ได้อย่างอิสระและหรือจะให้เรื่องใดๆเข้ามาสู่จิตกระทบสัมผัสสัมพันธ์กับถึงจิตก็ได้ทั้งสิ้นแต่สิทธิ์สิทธิ์จะเป็นนายเหนือเรื่องเหล่านั้นไม่ให้เรื่องราวนั้นจึง หรือบังคับให้จิตเราเป็นทาสเป็นผู้หวั่นไหวเป็นอันขาดเรื่องเหล่าใดจะมาทำให้จิตเราอ่อนแอหรือเรื่องเหล่าใดจะเข้ามาเป็นเจ้าจิตเราไม่ได้จะต้องทำจิตให้พ้นอำนาจพ้นฤทธิ์ปรกโพธิ์ให้ได้อย่างเด็ดขาดอยู่เสมอรู้ความควรความไม่ควรให้ได้อย่างละเอียดทุกสถานะแล้วจึงจะให้จิตทำงานร่วมด้วยอย่างดีกับสถานะที่ดีที่สุดควรที่สุดเป็นประโยชน์สูงสุดประหยัดที่สุดตามสภาพนั้นๆสถานะการณ์สรุปของความหมายว่าจิตของเราจนกระทั่ง คุมได้แล้วมันจะเป็นลักษณะอย่างนี้เจโตปริยญาณจึงเป็นการรู้จนแจ้งรอบในสภาพจิตต่างๆเป็นผู้รู้อย่างรอบในและปริยายคำว่ารู้อย่างไรสั้นๆรู้อย่างรอบคือปริญญาญาณอันเกี่ยวกับจิตของตนอย่างแท้ๆจริงๆเป็นการรู้ใจด้วยใจของตนเองประกอบพร้อมขึ้นที่ใจของตนเองในเว็บเจษฎาเศรษฐศาสตร์ในเรื่องของใจโดยตรงไม่ใช่มีความคิดฆ่ารู้หรือนึกตามรู้อยู่เพียงเท่านั้นหรือตะกี้หรือมีบางเสร่ ไม่ใช่เรื่องของความคิดเท่านั้นดังนั้นสรุปความหมายสั้นๆตามคำแปลชัดๆของเจโตปริยญาณก็จะได้ความถูกต้องตรงแท้ว่าเธอย่อมกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่นของบุคคลอื่นด้วยใจนั้นก็คือผู้มีอภิญญาเจโตปริยญาณนั้นๆได้ทำการกำหนดรู้สภาพในจิตในใจของตนเองแท้ๆเป็นเรื่องถึงใจในใจยังรู้ถูกแม่นตรงลงไปรู้สภาพความเป็นใจแท้ๆเท็จจริงโดยเฉพาะเป็นนามกรรมการหรือนามธรรมแท้ๆของใจจริงๆวงเล็บเปิดไม่ใช่เพียง รูปนิมิตหรือรูปประธรรมของใจนี่ก็แยกให้ดีไม่ใช่หลงเพียงรูปนิมิตซึ่งมันก็เหมือนใจเหลือเกินนะอย่าเข้าไปหลับตาปี๋เข้าไปแล้วก็ไปเห็นนิมิตอะไรมันเหมือนใจเหลือเกินมันเหมือนเป็นเรื่องของใจที่จริงมันไม่ใช่นามธรรมนะมันเป็นรูปประธรรมอันนั้นน่ะมันเป็นรูปนิมิตหรือรูปประธรรมของใจอยู่เท่านั้นไม่ใช่เป็นหลงแค่นี้จะต้องรู้ส่วนรูปประธรรมหรือนามธรรมของใจในใจอย่างถูกแท้แม่นตรงเพราะฉะนั้นนามธรรมนี่ไม่ใช่ไปนั่งเพลงรูนั้นรูปนี้ก็ขณะที่เรารู้อารมณ์จิตของเรานี่จิตของเราอารมณ์จิตของเราที่มันเป็นสภาพที่เราถูกรู้อารมณ์จิตนั้นยังเป็นรูปคิดดูสิอารมณ์จิตที่เป็นรูปที่ถูกรู้นั่นแหละ กรุณาอารมณ์ของใจเขาและเขาแล้วรู้อารมณ์หัวใจเขาแล้วแล้วมันก็สอนถอดออกมาอีกเลยว่าไอ้ตัวที่รู้นั้นเป็นนามซะเองไอ้น้ำมาทำอารมณ์ของใจที่ถูกรู้นั้นตกไปเป็นรูปซะแล้วสภาพนี้เราเป็นสาวสำคัญเหลือเกินเขียนไว้ในคนคืออะไรฉันไม่รู้เขาจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจตัวนี้แหละไอ้ลูกอยู่แท้ๆแปลว่าเป็นนามสกุลฉันนามมาทำอยู่แท้ๆแปลว่าเป็นรูปซะแล้วเพราะมันเกิดปั๊บมันก็ดับจิตนี่เพราะเป็นอารมณ์แล้วมันก็ดับลงหรือว่าเป็นอารมณ์เพราะผ่านแล้วเราตามจับอารมณ์นั้นทันอ่านอารมณ์นั้นได้แล้วอารมณ์ไม่เที่ยงมันก็เปลี่ยนไปเพราะเปลี่ยนไปแล้วพอเปลี่ยนมามันก็มีอารมณ์ใหม่ขึ้นแทน อารมณ์ที่เรายึดอยู่อย่างเก่ามันมันเดินใหม่ขึ้นเรียงกันไปอยู่นะมันก็จะเกิดอารมณ์ใหม่อารมณ์ที่มันเหมือนเดิมนี่ตามกันอยู่อย่างเก่าก็ได้แต่มันไม่ใช่หมายความว่ามันเป็นจิตตัวนั้นต่อกันเป็นพืชแล้วเป็นกิจตัวแท่งเดียวกันไม่ใช่อารมณ์อันเหมือนกันเพราะอารมณ์มันเกิดแล้วมันก็ดับอารมณ์มันเกิดแล้วมันก็ดับจิตของเราจับรู้อารมณ์นั้นถ้ามันต่อกันยาวๆยืดๆก็พอจะรู้ได้ชัดถ้ามันเกิดแล้วมันดับไปเลยมันไม่มีอีกมันก็รู้มันยากหรือมันไปหารูปเข้าไปมากๆแล้วมันอ่อนบางจับยากเพราะเนี่ยมันจะมีรูปประธรรมและนามธรรมเนี่ยซ้อนกันอยู่เนี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้เข้าใจให้ดีนามหมายความว่าอารมณ์จิตรูปหมายคำว่าสิ่งที่ถูกรู้ เพราะฉะนั้นแม้แต่อารมณ์ของจิตได้ถูก 7 อีกตัวนึงของเราตามติดเข้าไปรู้ซะทันทีไอ้อารมณ์นั้นน่ะมันก็ยังเป็นรูปเป็นจิตเป็นรูปเป็นจิตมันจะไปปั่นรูปนิมิตไปสร้างขึ้นมาเองไม่มีเลยจริงๆเลยยิ่งไปปั้นรูปเล่นอะไรต่ออะไรเป็นแสงเป็นสีอะไรฟังดีๆถ้าเข้าใจชัดแล้วมันจะเห็นเลยว่ามันโอ้โหมันคนละเรื่องเลยมันไม่ใช่ไปจับจิตถูกมันไปปั้นจิตเล่นไม่ใช่ไปเรียนรู้จิตแต่พอแล้วผิดนอกผิดทางแล้วออกนอกเรื่องนอกรู้นะต้องจับให้มั่นพยายามเห็นให้ชัดเชียวถ้าไม่ชัดไม่รู้นามรูปไอ้ที่เรียนๆก็พูดเข้าไปดูนามรูปนามรูปนั่นเรียงหน้ามาเลยท้าให้ด้วยว่าจะไม่ เรื่องเหล่านี้ได้ชัดเจนถ้าชัดเจนก็ได้ประโยชน์น้อยนักน้อยหนาที่พอรู้ในหน้าที่เรียนกันอยู่น้อยนักน้อยหนาที่พอรู้เพราะเขาเองเขาจะเข้าใจไม่ได้เลยว่าจิตกับจิตที่มันเป็นรูปเป็นนามอยู่ในจิตปรมัตถ์นี่คือรูปจิตเจตสิกนะรูปน่ะเป็นรูปกระจิบเขาไม่ได้คิดอย่างนี้เขามายึดแต่ว่ารู้มันเป็นของอย่างเป็นมหาภูตรูปก็หาคิดถึงว่าขั้นปรมัตถ์นี้คืออุปาทานจะรู้คือสภาพในใจแล้วพอในใจแล้วแยกไม่ออกแล้วทีนี้ไปติดรูปประธรรมวัตถุธรรมไปติดลูกที่ปั้นนิมิตที่เกิดสร้างขึ้นมาเองซะด้วยอะไรต่างๆที่จริงมีบางนิมิตรนี่มันเกิดแต่ใจนี่นะเกิดโดยที่เราไม่ได้ปั่นไม่ได้สร้างไม่ได้แต่มันเป็น แทนที่เราสามารถที่จะอ่านได้ก็ได้ด้วยแต่ทีนี้ไม่อยากจะให้อ่านไม่อยากจะให้เดากันเพราะเราไปเล่นเอานิมิตมาแทนมันก็เป็นแต่เพียงตีความแต่เป็นมันเป็นคนเราเนี่ยมีนิมิตแทนกันมานานมากอย่างฝันนี่เป็นนิมิตแทนทั้งนั้นและแม้แต่ว่าจะปั้นสร้างเป็นสภาพนี้มีจิตขึ้นมามันเกิดน่ะเกิดเป็นอย่างนี้จริงๆมันมีเรื่องเช่นว่าเราจะไปนึกถึงหมู 2 หางนี้นะมันมีกิเลสแล้วมันมีจิตเรื่องไปปั่นแล้วมันไม่ไปเกิดหมู 2 หางขึ้นมามันมีความจริงอันนึงคือความจริงของกิเลสของเราอะไรแล้วเรามีเรื่องอะไรแล้วไอ้หมูโทรหามันแทนอะไรมันเป็นเรื่องสภาพของมงกุฎท้ายมังกรอะไรขึ้นมาเนี่ยมันมีแหละเพราะถ้าเรายังรู้ความหมายแทนของมันได้ก็เราก็อ่านนิมิตได้แต่มัน [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เป็นมันมีของเราเองคนเราเป็นอยู่แล้วมันก็มันก็รู้ทีนี้พอเรียนศาสนาพอเรียนธรรมะที่แท้ก็มันใช้ได้มันเป็นได้จึงรู้ว่าคนที่เขาใช้มียังก็จะมั่นนี้ใช้นิมิตแค่นี้มีแทนจริงๆเพราะฉะนั้นแม้แต่ท่านเองท่านบอกว่าท่านให้สมมุติพระอรหันต์มาสอนสมมุติเป็นพระพุทธเจ้ามาสอนเจ้าพวกนี้มันมีมันเป็นนิมิตมีมาสอนท่านแต่ถ้ามันไม่พ้นไงสัญญาเท่านั้นแต่ว่าท่านไม่รู้ตัวท่านก็ไม่เชิงบางทีท่านก็รู้ว่าเออทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งนี้เป็นนิมิตเป็นสมุดไม่ได้ติดหรอกแต่ท่านก็ยังหลงอยู่นั่นแหละก็ยังวนอยู่ในเรื่องของอัตราในเรื่องของสภาพที่มันจะต้องมีจิตเป็นตัวเป็นตนเป็นนั่นเป็นนี่เป็นศาสนาที่มัน ไกลท่านท่านก็ยังยังมีอารมณ์พรุ่งนี้อยู่ทีเดียวยังจะเข้าใจนิมิตไม่แตกนะอันนี้ก็เป็นความรู้ที่ต้องหยั่งรู้กันเองผมเองผมรู้นี่มันเป็นเรื่องที่กล่าวให้ฟังกันไม่ใช่ว่าไปข่มท่านให้รู้ความจริงในส่วนนี้เท่านั้นเองเพราะนิมิตนี่เป็นเรื่องยากเรื่องเย็นเราก็ฟังไว้ตกลงกันก็รู้ความเป็นรูปประธรรมหรือรูปกายของใจในใจด้วยถ้ารู้ทั้งนามธรรมหรือนามกายแท้ๆด้วยจึงจะชื่อว่ารู้แจ้งธรรมกายหรือเป็นธรรมในธรรมอันที่พูดถึงคำว่าธรรมกายก็เพราะว่าเป็นคนไปเอาบัญญัตินี้เอาภาษานี้ไปยึดติดแล้วก็หลงออกไปเป็นรูปนิมิตอีกแหละแล้ว ปิดลูกนิมิตเป็นธรรมกายเลอะเลยขอยืนยันว่าเลอะเลอะเลอะแน่ๆมันจะไปหลงอย่างนี้แล้วก็ผิดเพราะเรื่องจิตในจิตขึ้นมาแล้วก็ไปเป็นเลอะเทอะอย่างนี้เสียเพราะเราจะรู้ธรรมกายก็คือเรารู้แยกรูปแยกนามขององค์ประชุมกายะแปลว่าองค์ประชุมออกชัดจะรู้ด้วยว่าเราจะเอาอะไรแม้จะเป็นกายที่เป็นรูปในจิตเราก็ไม่มีปัญหาแล้วเราจะอยากรู้อารมณ์ของจิตนั้นอย่างไม่ไม่ประหลาดและเราจะรู้การการเปลี่ยนสถานภาพหรือการเลื่อนชั้นของจิตเป็นอารมณ์ไม่ใช่เป็นสีแสงไม่ใช่เป็นสีแสงอยู่ไม่ใช่เป็นอารมณ์เป็นตัวอารมณ์จริงๆ อารมณ์ที่ชัดขึ้นยิ่งเรียนรู้และยิ่งรู้ชัดขึ้นอารมณ์กิเลสกรุณามันชัดอารมณ์ความว่างกรุณามันชัดขึ้นมันยิ่งเห็นอารมณ์ของจิตใหญ่ขึ้นนะไม่ได้หมายความว่ายิ่งเห็นอารมณ์ของจิตหายไปเห็นอารมณ์ยิ่งเป็นอารมณ์นิพพานก็อารมณ์นิพพานใหญ่ขึ้นชัดขึ้นนะมีอารมณ์นิพพานเด่นชัดแก่เราและเราก็จะรู้หน้าตาของอารมณ์กิเลสได้ไวเห็นหน้ามันแม่นเห็นหน้ามันใหญ่เห็นหน้ามันชัดได้ง่ายแม้มันจะละเอียดเล็กนิดนึงก็เหมือนเรามีแว่นขยายตาเรานี่เป็นตาทิพย์นิดนึงเห็นหน้าชัดเลยไม่พลาดไม่ฟังแม้มันจะแว๊บนึงอารมณ์เล็กๆน้อยๆเป็นเท่าธุลี ยิ่งจะจับได้ไม่ได้หมายความว่าเรายิ่งไม่รู้ไม่ใช่เรายิ่งรู้ยิ่งจับได้ชัดเป็นอย่างนั้นและรู้สภาพความเป็นสัตว์รู้สภาพความเป็นบุคคลของใจเราเองมันเป็นสัตว์ความเป็นบุคคลนี่ของใจเราไม่ใช่เพราะความเป็นสัตว์ความเป็นบุคคลตัวตนนอกๆไอ้อย่างนั้นมันออกนอกปรมัตถ์แล้วซึ่งสายอภิธรรมเองเนี่ยเขายืนยันปรมัตถ์แล้วไม่มีตัวตนบุคคลเราเขาไม่แต่เสร็จแล้วก็ไปพูดออกไปหาเป็นตัวตนและวิชาก็ไปเป็นวิชาตัวตนเป็นนั่งจับตัวจับตนไปเล่นนิมิตเล่นตัวเล่นตนเล่นแร่แปรธาตุไปรู้ใจก็ไปรู้ใจตัวบุคคลอื่นตัวตนใหญ่ๆของคนอื่นซึ่งมันไม่ใช่ผลไม้ ฝันว่าจับความหมายอย่างนี้ไม่ได้ธนกิจท่องแทบตายแหมพูดอย่างนี้เปี๊ยกเลยไม่มีบุคคลตัวตนเราเขาคนนั้นคนนี้ไม่มีมีแต่ธรรมะล้วนๆบอกว่ามีแต่ธรรมะล้วนๆมีแต่จิตใจแต่ 10 รูปนิพพานเป็นองค์ธรรมล้วนๆน่ะพูดไปด้วยนะแต่เสร็จแล้วไปไหนไปหาคนมาสอนแล้วก็เป็นเรื่องของนิทานตัวตนของคนเป็นสุดยอดมันวนเอ้ารู้สภาพสัตว์รู้สภาพบุคคลชัดแท้ถูกต้องว่ามีศัพท์อย่างไรบ้างฉันใดบ้างมีบุคคลอย่างใดบ้างฉันใดบ้างอันตรายมันต่างกันมีอยู่มากมายคืออันนี้ก็ชวนไปอีกจิตมีราคะก็รู้ว่า หรือจิตปราศจากราคะก็รู้ว่าจิตปราศจากราคะจิตมีโทสะก็รู้ว่าจิตมีโทสะหรือจิตปราศจากโทสะก็รู้ว่าจิตปราศจากโทสะจิตมีโมหะก็รู้ว่าจิตมีโมหะหรือจิตปราศจากโมหะก็รู้ว่าจิตปราศจากโมหะนั้นก็คือผู้มีอภิญญาเจโตปริยญาณนั้นๆได้กำหนดรู้สภาพในจิตในใจของตนถูกแท้แม่นตรงจริงๆว่ากิริยาของจิตหรืออารมณ์ของตนอย่างนี้อย่างนี้ก็รู้ว่าจิตมีราคะเป็นดังนี้เองหนอในวงเล็บอันคือความเป็นสัตว์เปรตอ๋อมันมีราคะมันเป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้น้องรู้เองแหละโอ้เป็นอย่างนี้เองมันเข้าใจมันอ๋อที่เราเองอ๋อจริงๆ อย่างนี้นะมันราคะชัดหรือกิริยาของจิตหรืออารมณ์ของตนอย่างนี้อย่างนี้ก็รู้ว่าจิตปราศจากราคะเป็นดังนี้ๆเองน้อบ่ได้เปิดอันคือความเป็นอริยบุคคลซึ่งมีอีกหลายแบบหลายระดับวงเล็บปิดมันมีหลายลักษณะหลายแบบหลายระดับอ๋อนี่ปราศจากเป็นอย่างนี้น้อการพระอารยะบางองค์ปราศจากแล้วแต่แท้จริงยังไม่สูญสิ้นทีเดียวหรอกเป็นอารมณ์หยาบรอบต้นรอบยาวรอบง่ายก็ได้อย่างลึกไปยังมีอีกเป็นรูปประดิษฐ์ไว้ไว้มีๆขนาดนั้นขนาดนี้ตัวยังแทงเข้าไปไม่ถึงก็นึกว่าเราหมดแล้วก็มีอยู่เพราะตอนนี้ก็เอาละรู้ไปเป็นขั้นปราศจากราคะก็รู้ว่าเป็นอย่างนี้จริงๆกิริยาของจิตหรืออารมณ์ของ ต้นอย่างนี้อย่างนี้ก็รู้ว่าจิตมีโทสะเป็นดังนี้ดังนี้เองหนอวงเล็บเปิดอันคือความเป็นสัตว์นิรยะหรือสัตว์นรกโทรศัพท์สัตว์นรกสัตว์ทุกข์ร้อนถ้าราคะก็เป็นสัดเปรตสัตว์ไข้อยากหรือกิริยาของจิตหรืออารมณ์อย่างนี้อย่างนี้ของตนก็รู้ว่าเป็นจิตปราศจากโทสะเป็นดังนี้เองหนอวงเล็บเปิดอันคือความเป็นอริยบุคคลซึ่งมีกันหลายแบบหลายระดับในวงเล็บเช่นกันครับในระยะเดียวกันกับความเป็นราคะและกิริยาของจิตหรืออารมณ์ของจิตอย่างนี้อย่างนี้เองของตนก็รู้ว่าจิตมีโมหะเป็นดังนี้ดังนี้ในเว็บอันคือความเป็นสัตว์เดรัจฉานการเป็นโมหะนี่โง่ โง่มันร้องผิดเรียกว่าเป็นพวกสัตว์เดรัจฉานฟังดีๆนะนี่จับคู่ของอบายอบายภูมิธนาคารแล้วมันก็ไปเชิงสัตว์เปรตถ้าโทรศัพท์ไปเชิญสัตว์นรกทุกข์ร้อนมีระยะพุงถ้าเป็นเป็นโมโหอะไรกับมันเชิงเดรัจฉานมันโง่มันหลงผิดหลงผิดต้องถูกอะไรลดไปไม่รู้จริงหรือกิริยาของจิตหรืออารมณ์ของตนอย่างนี้อย่างนี้เองปราศจากโมหะก็รู้อย่างชัดแท้ว่าจิตปราศจากโมหะในวงเล็บอันคือความเป็นอริยบุคคลมันจะเป็นอริยบุคคลก็คือปราศจากขึ้นมาแต่ระดับแต่ระดับก็เริ่มเป็นอริยบุคคลขึ้นมาเรื่อยเป็นดังนี้ดังนี้เป็นต้น จิ๊บหดหู่ในเว็บภาษาอังกฤษก็รู้ว่าจิตหดหู่หรือจิตฟุ้งซ่านในวงเล็บปิดตาก็รู้ว่าจิตฟุ้งซ่านนั้นก็คืออาทิตย์นี้สรุปไปเป็นเปราะๆเลยผู้มีอภิญญาเจโตปริยญาณนั้นๆได้กำหนดรู้สภาพในจิตในใจของตนถูกแท้แม่นตรงจริงว่ะกิริยาและอารมณ์อย่างนี้อย่างนี้ที่เรากำลังสัมผัสอยู่นี่แหละคือจิตหดหู่ภาษาอังกฤษรู้แล้วรู้แล้วเห็นอยู่รู้อยู่ชัดเห็นอยู่รู้ชัดทีเดียวว่าอ๋ออย่างนี้อย่างนี้เองหรือกริยาหรืออารมณ์อย่างนี้อย่างนี้ที่เรากำลังมีอยู่สักพักอยู่นี่แหละคือจิตฟุ้งซ่านในโรงแรมลิขิตรักวิกฤตเศรษฐกิจรู้แล้วรู้แล้วเห็นอยู่รู้ชัดทีเดียวอย่างนี้เองน้องอย่างนี้เองอย่างนี้เอง ดังนี้แหละคือการรู้ที่ต่างดังนี้แหละคือการรู้ที่ต่างจากที่เคยรู้มาในวงเล็บพละต่างมันเป็นความรู้ที่ต่างจากแต่ก่อนเราไม่รู้อย่างนี้นี่เราเคยรู้นะที่จริงแต่เราไม่เคยไปอ่านเราไม่เคยไปกำหนดเราไม่เคยเป็นสัญญาหมั้นหมายเราไม่เคยไปกำชับกัมพูชาบอกมันว่าอย่างนี้ดีแล้วอย่างนี้ดีขึ้นจิตอย่างนี้ล่ะมันเหนือกว่าจิตอีกอย่างหนึ่งที่มันมีแต่กิเลสราคะเป็นธรรมดากลับไปบอกจิตราคะแล้วสมใจกับหาว่ามันดีซะอีกไปอย่างนั้นนะเพราะเราไม่เอาแล้วจิตอย่างนั้นเรามาทำจิตอย่างนี้มันต่างจากที่เคยรู้เคยเป็นเคยกร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive