230523-3-013 ทางเอกภาค3-ตอน013(หน้า071)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
นัดวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นที่พุทธสถานสันติอโศกพระเราได้เรียนเรื่องของธรรมะชั้นสูงสูงซึ่งเป็นเรื่องของอิตาลีมนุษย์ธรรมเป็นเรื่องธรรมะเนื้อมนุษย์ทานก็ดีสมาธิก็ดีจะบาปก็ดีมักก็ดีผลก็ดีแล้วก็ดีถึงจะตายก็ดีต่างกันนะพรุ่งนี้มันเป็น ธรรมะชั้นสูงตามความเป็นจริงเป็นอุตริมนุษยธรรมหมายความว่าสิ่งที่เหนือมนุษย์ความเก่งเหนือมนุษย์ที่จะรู้ที่จะถึงได้ที่จะเป็นได้ซึ่งมีได้ทั้งในเรื่องของเดรัจฉานวิชาที่มันต้องเกร็งเนื้อมนุษย์ประหลาดเป็นได้ยากในส่วนที่เป็นอิทธิพลที่ 5 เทศนาปาฏิหาริย์ต่างๆก็มีได้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ทางอนุสาสนีปาฏิหาริย์ซึ่งเป็นปาฏิหาริย์ตามคำสอนอย่างนี้ควรทำอย่างนี้อย่าทำแล้วเราก็ ตามคำสอนของพระศาสดาถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิเมื่อปฏิบัติได้เป็นปาฏิหาริย์อย่างยิ่งเป็นไปอย่างยากเหมือนกันเป็นอย่างยากเหมือนกันเนื้อมนุษย์ทำจนบริสุทธิ์บริบูรณ์ถึงขั้นฌานขั้นสมาธิขั้นสมาบัติปฏิบัติศีลข้อ 1 ได้ขั้นฌานขั้นสมาธิขั้นสมาบัติขั้นมีดตัดสินชะตาจริงๆอย่างนี้มันเป็นเรื่องอุตสาหกรรมมันเรื่องของอุทยานในเรื่องของแบบสิทธิปาฏิหาริย์เทศนาปาฏิหาริย์เราละเว้นเราไม่กล่าวถึงแต่ก็หมายความเช่นเดียวกันเป็นธรรมคือเป็นธรรมะที่เนื้อเขาว่าพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า เหนือเหนือมนุษย์มนุษย์ทำได้ยากจริงแต่พระพุทธเจ้าท่านไม่กล่าวว่าเป็นของศาสนาไม่มีข้อแม้พระพุทธเจ้าไม่ได้กล่าวว่าเป็นของศาสนาเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องบทอุตรดิตถ์ทำอย่างนั้นอย่างนั้นแม้ไม่เป็นจริงมันก็เป็นการโกหกชาวโลกเขาเหมือนกันแต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นจริงพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่สรรเสริญตามคำสอนของพระพุทธเจ้าอาจจะมีเมื่อเราได้เรียนถึงอุตริทำกันมามากมายก่ายกองอย่างนี้และก็ยังจะมากต่อไปอีกเราจะเรียนถึงขั้นวิชาวิชานี้ยิ่งเป็นอุ
อ่านต่อ
ตรดิตถ์ทำจริงๆอย่างยิ่งวิชา เนื้อประชานขึ้นไปอีกสูงกว่าชาญขึ้นไปอีกเรื่องของวิชาเนี่ยไปอุตรดิตถ์มันทำอย่างยิ่งเดี๋ยวเราจะได้เรียนต่อแต่ตอนนี้ก็จึงจำเป็นที่จะต้องเรื่องของสิ่งที่เราควรจะต้องปรามกันเราจะต้องรู้กันต้องตามกันจริงๆในเรื่องของอุตรดิตถ์ทำงานก็จะว่าในบทความเอาบทความที่เขียนไว้แล้วและกำลังแก้ไขเพิ่มเติมทำให้ละเอียดละออเพื่อที่จะเผยแพร่กันอยู่นี้มาอ่านสู่ฟังแล้วจะได้อธิบายต่อร้อยไปด้วยซ้ำอันนี้เป็นบทความเรื่องความรู้ทางสัจธรรม ของพุทธศาสนิกชนยุคนี้ความว่าเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2522 คณะสงฆ์ชาวอโศกได้ประกาศออกไปว่าพระรูปหนึ่งของพระชาวอโศกได้พ้นความเป็นพระแล้วเพราะต้องอาบัติปาราชิกข้อที่ 4 คืออวดอุตริมนุษยธรรมที่ไม่เป็นจริงไม่มีเหตุผลผลบอลที่เกิดขึ้นตามมาทันทีนั้นก็คือสหธรรมิกญาติโยมผู้คุ้นเคยทั้งหลาย ส่วนมากต่างก็รู้สึกกันว่าหมู่สงฆ์ไม่น่าโหดร้ายรุนแรงเลยความผิดแค่อวดอุตริมุสธรรมที่ไม่เป็นจริงที่ไม่มีในตนเท่านั้นไม่น่าจะต้องถึงกับให้ศึกษาลาเทศน่าจะอนุโลมกันได้แต่บางคนก็เปรียบเปรยเลยเกิดอย่างผิวเผินไปด้วยอำนาจแห่งความเห็นส่วนตนเลยว่าอวดอุตริก็ทำที่ไม่เป็นจริงที่ไม่มีในตนมันก็แค่โกหกเท่านั้นไม่น่าจะหนักหนาอะไรถึงอย่างนี้เลยเชียวแหละ ลักษณะดังนี้แหละคือความจริงตามความเป็นจริงที่มันเป็นดัชนีชี้ค่าว่าความรู้ทางสัจธรรมของพุทธศาสนิกชนในยุคในสมัยนี้นั้นตื้นเขินมากถ้าผู้ใดได้รู้สึกในจิตแต่ในใจตนเองจริงๆว่าไม่น่าเลยหรือมีความคิดว่าเรื่องแค่นี้หมู่ 2 ไม่น่าโหดร้ายอย่างที่ได้กล่าวถึงนี้จริงเท่าใดเท่าใดก็คือพูดตื้นเขินในสัจธรรมจริงๆเท่านั้นเท่านั้นเพราะเขา ผู้นั้นไม่รู้จริงๆว่าโทษประหารชีวิตของพระในวงเล็บปาราชิกทั้ง 4 ข้อนั้นข้อที่ร้ายแรงสำคัญที่สุดยิ่งกว่าข้อใดๆทั้งหมดก็คือข้อที่ 4 อันคือโทษอวดอุตริมนุษย์ธรรมที่ไม่เป็นจริงไม่มีในหรือไม่มีในตนนี่เองถ้าเขาผู้นั้นไม่รู้จริงๆว่าโทษประหารชีวิตข้อที่ 4 นี้เป็นความผิดระดับโลกุตระโดยตรงแท้ๆซึ่งต่างจากโทษปาราชิกอีก 3 ข้อต้นอันเป็นเพียงความผิดระดับโลกิยะเท่านั้น แต่ก็นับว่าเป็นโลกิยะท่านร้ายแรงที่สุดขั้นตอนหนึ่งล่ะเพราะว่าแม้จะร้ายแรงอย่างไรมันก็ยังเป็นโทษประดับขั้นตอนแค่โลกียะอันไม่ใช่โทษขั้นโลกุตระซึ่งมีระดับเชิงชั้นสูงกว่ากันแท้อยู่ดีเพราะถ้าจะเทียบกับโทษผิดที่รู้กันดีทางลูกโลกก็เห็นจะพอเทียบได้ว่าคล้ายๆกับโทษประหารชีวิตทั้ง 3 ข้อต้นนั้นมันก็เพียงเป็นโทษระดับการทำความผิดกับคนธรรมดาหรือความผิดทางแพ่งส่วนโทษสมาชิกข้อที่ 4 นี้มันเป็นโทษระดับการทำความผิด กบฏต่อประเทศชาติหรือประทุษร้ายต่อพระมหากษัตริย์และพระบรมมหาราชพระบรมราชวงศ์ที่นั่นเทียวฉะนั้นอย่าได้เผลอแม่เป็นเพียงวางแผนหรืออย่าพึ่งแม้พูดพล่อยออกมาเป็นคำหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่ได้ฉันใดการละเมิดเรื่องอุตริมนุษยธรรมมีก็ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องจะไปตีความว่าเป็นแค่การโกหกธรรมดาธรรมดาฉันนั้นโทษผิดในการอวดอุตริมึงทำที่ไม่เป็นจริงหรือไม่มีในตน เกษตรเช่นนั้นเช่นนั้นและที่จริงยิ่งกว่านั้นไปซะอีกถ้าผู้ใดเข้าใจได้อีกว่าฐานะแห่งศาสนธรรมในวงเล็บโดยเฉพาะขั้นอุตลุดธรรมเสียด้วยนั้นมันสูงกว่าฐานะแห่งปุถุชนคนโลกีโลกีย์จริงๆแท้ๆด้วยแต่ความรู้ทางสัจธรรมโดยทั่วไปของพุทธศาสนิกชนในยุคในสมัยนี้หาได้มีความเข้าใจหรือมีความรู้สึกในสัญชาตญาณเป็นสามัญสำนึกดังกล่าวนี้ไม่เลยเพราะอะไรเล่าก็ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] หนานั้นมันมีคุณมันมีค่ามันสำคัญสูงส่งกว่าชีวิตของแค่มนุษย์หรือของสมบัติแค่โลกียะเท่าไหร่เท่าไหร่คิดกันดูดีๆเถอะว่าการผลาญพลาดชีวิตมนุษย์สัก 1 คนจะมีค่าเทียบกับการผลาญถ้าชีวิตศาสนาแม้แค่เท่าเส้นขนกันได้แค่เราแม้แค่ทำให้ขนหน้าแข้งของศาสนาชีพโดยเฉพาะศาสนาชีพขั้นลงอุจจาระหรือศาสนาท่านอุตรดิตถ์ต่ำในวงเล็บอันเป็นขั้นคุณวิเศษงาน ถูกทำลายทำร้ายลงด้วยมันจะมีค่ามหาศาลกว่าชีวิตเพียงคนหนึ่งคนกันหรือไม่ก็ลองคิดดูก็ลองคิดคิดดูขอโทษประหารชีวิตนั้น 5 คนคนหนึ่งก็ยังกลับโทษปาราชิกกันแล้วนี่ถึงขั้นฆ่าคุณนรวิเศษหรือขั้นทำลายอุตรดิตถ์ธรรมย่ำยีหัวใจแห่งศาสนาหรือค่าสิ่งสูงส่งของศาสดาชีพให้ตายลงตายลงให้พิการไปมันควรจะมีโทษหนักกว่ากันเพียงไรแต่ถ้าใครเข้าใจได้ก็จะเห็นแจ้งได้ชัดว่าการทำผิดในเรื่อง มนุษย์ธรรมที่ไม่เป็นจริงไม่มีในตนนั้นมันเลวร้ายกว่าการทำผิดในเรื่องปาราชิกข้อ 3 อันเป็นเพียงโทษฐานฆ่าคนจริงๆและแน่นอนว่ามันก็ต้องเลวร้ายกว่าข้อ 2 คือโทษฐานทุจริตในเรื่องทรัพย์สินที่มีค่าเกินกว่า 5 มาส่งขึ้นไปแน่ๆหรือยิ่งเป็นโทษข้อ 1 เรื่องกามเรื่องเมถุนนั้นก็ยิ่งแน่นอนที่สุดว่าขั้นทำร้ายต่อคุณอภิเษกหรือทำร้ายหัวใจของศาสนามันต้องเป็นการกระทำที่เลวร้ายแรงยิ่งกว่าทำร้ายต่อเรื่องละเมิดราคะเกิดเมถุนกับแค่เนื้อหนังบุคคลตัวตนเราเผานี้ แน่ๆแต่จะอย่างไรอย่างไรก็ตามมันก็เลวร้ายจริงๆทั้งหมดทั้งสิ้นสำหรับความเป็นสมาชิกทั้ง 4 ข้อนี้นั่นแหละพอก็จะกระจายค่าให้เห็นค่าที่ต่ำสูงต่างกันของโทษปาราชิกเองทั้ง 4 ข้อนี้อย่างนี้แล้วก็ไม่ใช่หมายความว่าสมาชิกข้อ 1 จะไม่ใช่โทษร้ายแรงก็หาเป็นเช่นนั้นไม่อันตรายที่ตั้ง 4 นี้คือโทษร้ายแรงขั้นหัวขาดสิ้นชาติแห่งความเป็นพระจากศาสนาพุทธทั้ง 4 ข้อนั้นแต่ในความเลวร้ายแห่งความเลวร้ายนั้นมันก็ยังมีขั้นตอนมีระดับหนักเบา อยากล้างละเอียดเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนอยู่ในนั้นอีกเป็นขั้นเป็นพ่อจริงๆเท่านั้นเองดังนั้นถ้าพระปราชิกรูปใดมีความผิดแค่โทษอวดอุตริมฤตธรรมที่ไม่เป็นจริงไม่มีในตนก็ถือได้ว่าเป็นผู้ปราชญ์ขั้นร้ายแรงและเร็วที่สุดแล้วบาปหนักที่สุดกว่ามีความผิดเป็นโทษอย่างอื่นในประดาปราชิกทั้ง 4 ข้อหรือในสัจธรรมทางศาสนาอันเป็นเรื่องของโทษท่านหนักจริงๆจงอย่าหลงเข้าใจผิดผิดจงอย่าหลงเข้าใจผิดๆเป็นอย่างอื่นเป็นอันขาดแต่ถ้าเป็นการตายเหม็นเน่า โทษแค่ทำผิดขนาดอวดอุตริมึงทำที่ไม่เป็นจริงไม่มีในตนนี้ก็เป็นการตายเหม็นเน่าที่กลิ่นแรงร้ายกาจแล้วแค่นี้ก็สุดแสนจะทนทานแล้วที่คณะสงฆ์จะเอาไว้ในหมู่ได้ไม่ต้องมีกลิ่นเหม็นเน่าอย่างอื่นใดอีกก็เหลือทนแล้วจริงๆหรือถ้ายิ่งพูดก็คิดนั้นๆมีความผิดละเมิดโทษในข้อที่ 4 นี้แล้ว 1 แล้วยังจะมีความผิดละเมิดโทษข้ออื่นๆแถมบวกเข้าไปอีกด้วยแม้จะเป็นแพทย์แผนโบราณคิดข้อที่ 1 เรื่องการเรื่องในถุงบวกเข้าไปอีกด้วย มันก็แน่นอนที่สุดว่าคนพูดปาราชิกนั้นก็ยิ่งเน่าโชว์มากยิ่งลงไปอีกและถ้ายิ่งพูดปราชิกนั้นๆมีกรรมที่ทำผิดยิ่งกว่านั้นคือละเมิดโทษปาราชิกทั้ง 2 ข้อนั้นก็มีแล้วและยังแถมบวกมีความผิดปาราชิกข้อที่ 2 เรื่องทุจริตทรัพย์สินเงินทองเข้าไปอีกด้วยเล่าซึ่งมันเกือบจะไม่น่าเชื่อจะมีคนผิดเลวร้ายกันถึงขนาดนี้แต่มันก็เป็นไปได้ในคนที่เลวร้ายมันจะคือความเน่าที่รุนแรงร้ายกาจอีกเท่าใดเท่าใดก็ลำดับไล่เรียงดูกันให้ดีๆเถอะและหรือถ้ายิ่งพูด คิดนานๆมีความผิดยิ่งกว่านั้นคือมีครบทั้งหมดตั้งแต่ละเมิดโทษปาราชิกข้อที่ 4 และยังมีข้อที่ 1 ข้อที่ 2 แล้วที่สุดแม้แต่ข้อที่ 3 นี้ก็แถมเข้าไปอีกด้วยก็ต้องคืนสุดชั่วสุดเลวอันยับเยินเกินจะกล่าวใดอีกได้แล้วเอาเพราะความรู้ทางสัจธรรมของพุทธศาสนิกชนในยุคนี้มันได้โมหะได้กลับตาลปัตรกันจริงๆมันเองสัญชาติสยามท่านสามัญสำนึกของพุทธศาสนิกชนในทุกวันนี้จึงเข้าใจและเห็นกันเพียงเผินๆว่าปาราชิกข้อที่ 1 อันคือเรื่องการเรื่องเมถุน เป็นความชั่วหยาบเลวยิ่งกว่าปาราชิกข้อใดๆทั้งหมดเห็นไหมว่ามันได้กลับหัวเป็นหางกลับหางเป็นหัวกันแล้วอย่างสนิทเพียงเราแม้ความผิดเรื่องทุจริตในทรัพย์สินเงินทองก็เห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยกันไปไม่เอาจริงเอาจังทั้งๆที่ปาราชิกข้อที่ 2 นี้นั้นมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายแรงกว่าข้อที่ 1 จริงๆในสัจธรรมยิ่งข้อที่ 3 ก็ยิ่งเลวร้ายยิ่งยิ่งขึ้นไปตามลำดับจนที่สุดข้อที่ 4 ก็ยิ่งเลวร้ายแรงหนักยิ่งดังที่ได้อธิบายกระจายความมาแล้วซึ่งจะเห็นอยู่ชัดๆว่าทุกวันนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องความผิดขั้นปาราชิกกันแล้วที่พอจะเอาเรื่องหรือที่เหลือเพ่งเอาผิดเอาโพยกันอยู่ก็แต่ในคดีตามเมถุนในวงเล็บปาราชิกข้อ 1 เท่านั้นแต่เท่านั้นแหละในวงการพระสงฆ์วงการพระพุทธศาสนาในปัจจุบันนี้ทั้งๆที่เรื่องทุจริตเงินทองข้าวของมีค่าตั้งแต่ 5 มาตกขึ้นไปนั้นก็เอาเรื่องกันได้นับไม่ถ้วนแต่คนละเลยกันจริงๆศาสนาในทุกวันนี้จึงหัวหกก้นขวิดทำผิดใหญ่เป็นผิดเล็กทำผิดเล็กเป็นผิดใหญ่จนไม่เป็นธรรมกันอยู่ส่วนกลางและเกิดการ กล้องผิดพลาดอยู่อย่างทำลายศาสนากันอยู่ทุกวินาทีความผิดพลาดที่ทำลายพุทธศาสนาหนักที่สุดอยู่ในขณะนี้ก็คือความไม่รู้จริงในความเป็นจริงแห่งเชิงชั้นขั้นตอนของความผิดหรือของบาปและบุญแม้แค่ได้แต่แม้แค่ดังได้กล่าวมาในเรื่องของปาราชิก 4 นี้ก็จะเห็นได้แล้วอย่างอื่นๆอีกก็มีความไม่รู้จริงอื่นๆอีกมากกว่ามากนักดังนั้นการอวดอุตริมนุษยธรรมที่ไม่เป็นจริงที่ไม่มีในตนของนักบวชดีที่ต่างก็กระทำกันอยู่อย่างเห็นเป็น หรือกระทำกันอยู่อย่างไม่รู้สึกสำนึกในทุกวันนี้จึงเป็นการฆ่าพุทธศาสนสอาชีพอยู่อย่างร้ายกาจทั้งแรงและเร็วอยู่จริงๆเพราะการกล่าวการอ้างธรรมะชั้นสูงการอวดบอกตรวจสอนปวดชี้แจงอธิบายอุตริมนุษยธรรมกันโคลงโคลงราวกับของเล่นอย่างไม่สำเนียงไม่สังวรไม่รู้ฌานจึงถูกแท้ไม่มีในตนจริงก็พูดฌานฉอดๆราวกับตนเป็นตนมีตนได้เสวยผลแห่งทานทั้งนั้นแล้วไม่รู้สมาชิกจริงแท้ถูกแท้ก็พูดสมาธิ สอนสมาธิราวกับคนมีจริงเป็นจริงยิ่งเรื่องปฏิจจสมุปบาทเรื่องสุญญตาเรื่องมรรคองค์ 8 เรื่องอริยสัจ 4 เรื่องผลวิมุตนิโรธนิพพานพยานใหญ่ล้วนเป็นอุตรดิตถ์ธรรมที่พุทธศาสนิกชนผู้ไม่มีในตนแม้เป็นจริงหรือไม่เป็นจริงแท้ก็ยังไม่รู้จริงอะไรเลยก็ตามอวดต่างอ้างแข่งกันเถียงกันแข่งกันอวดกันต่างประเทศกันเหลือเกินว่าของฉันถูกต้องอย่างที่ฉันว่าการออกผมผมเห็นบางคนมีแค่ภาษาแต่ก็อวดกล่าวราวกับตนได้ตนเป็น ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าตนนั้นยังไม่ได้ไม่มีไม่เป็นเช่นนั้นแต่กิเลสมันก็พาโม้พาอวดเคืองอย่างไม่เกรงผิดเกรงชั่วซึ่งผู้ไม่มีจริงไม่เป็นจริงในตนแล้วจะพยายามคิดค้นต้นเหล่านั้นก็ไม่ใช่จะถูกจะตรงได้ง่ายๆเลยและจะผิดจะเพี้ยนเอาจริงๆนั่นแหละง่ายง่ายที่สุดจริงๆมันก็เป็นกันอยู่จริงเป็นมาแล้วนานมาแล้วด้วยเหตุนี้แหละพุทธศาสนาจึงถูกทำลายเพราะการอวดอุตริมนุษยธรรมที่ไม่เป็นจริงไม่มีในตนตามที่กล่าวนี้แรง มากมายเหลือเกินในกลุ่มนักอวดดีโดยไม่รู้ในวงเล็บโมหะว่าตนได้อวดดีอยู่และอวดอุตริมฤตธรรมอยู่เช่นอวดเรื่องฌานเรื่องถึงจะตาแม้ปฏิจจสมุปบาทหรือนิพพานพยานใหญ่เป็นต้นราวกับว่าตนได้ตนเป็นคนมีทั้งๆที่ฉันยืนยันกันจริงๆเข้าก็ไม่กล้ารับรองว่าตนได้ตนเป็นคนมีอุตริมึงทำนั้นๆอย่างอาจหาญแล้วกล้าภาคภูมิคุ้มมีแต่กลบเกลื่อนอำพรางและก็ยากเป็นพัลวันกันนั่นแหละคือส่วนตัว การอวดอุตริเมื่อธรรมที่ไม่มีในตนจริงจึงเป็นการอวดที่ไม่เป็นจริงนั่นเองส่วนมากมันมักจะเพี้ยนๆอยู่ไม่อย่างน้อยก็อย่างมากๆเอาเลยทีเดียวการผิดพลาดในสัจธรรมจริงมากขึ้นมากขึ้นด้วยประการฉะนี้แลนด์เนื่องมาแต่ความผิดพลาดและความมีปัญญาแกมโกงทั้งหลายจึงก่อให้เกิดมีการอธิบายหาทางกลบเกลื่อนไม่ให้เปิดเผยความจริงกันขึ้นมาซึ่งเป็นผลค่าศาสนกิจอย่างสำคัญจนที่สุดก็อ้างกันผิดๆบัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติออกมาอ้างกันจนได้ คือข้อที่ว่าอุตริมนุษยธรรมนั้นแม้ใครจะมีในตนจริงก็บอกใครๆไม่ได้เลยดังนี้เป็นต้นซึ่งเป็นบัญญัติอันพระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติแต่ปัจจุบันนี้ในกลุ่มนักบวชชาวพุทธหรือนักธรรมะนักรู้เผินๆนำมายึดถือกันอยู่และปฏิบัติกันจริงเป็นจริงเป็นจังตามบัญญัติใหม่มีอย่างเคร่งครัดด้วยข้อที่น่าสังเกตก็คือบรรดาอาจารย์นักอธิบายอุตตรทำกันแต่ภาษาอธิบายฌานอธิบายสมาธิอธิบายถึงชะตากรรมแต่เพียงวาทะส่วนใหญ่ต่างก็ชอบบัญญัติใหม่นี้กันเป็นอันดี เพราะอะไรเล่าก็เพราะแต่ละคนต่างก็ล้วนยังไม่แน่ใจยังไม่พ้นวิกฤตอิจฉาสังโยชน์อยู่ทั้งสิ้นล้วนรู้อยู่แก่ใจตนทั้งนั้นนั่นเองว่าตนยังไม่มีจริงยังไม่เป็นจริงในตนอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์แม้จะเป็นอาจารย์ใหญ่อาจารย์โตกันขนาดไหนอธิบายอุตรดิตถ์มนุษย์จะทำระดับใดๆก็เถอะเพราะเหตุนี้เองจึงรีบยินดีรับบัญญัติใหม่ในวงเล็บอันพระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติที่ว่าอุตรดิตถ์ทำนั้นแม้ใครจะมีในตนจริงเป็นจริงก็ ใครๆไม่ได้เลยเป็นอันขาดนี้ทันทีจะได้ไม่ต้องรู้กันว่าใครมีในวงเล็บเพราะส่วนใหญ่ต่างคนก็ต่างไม่มีกันนี่จึงรีบฐานรับข้อห้ามอำพรางที่แสนจะได้เปรียบนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังและเชื่อถือกันมาตราบเท่าทุกวันนี้แต่แท้จริงมันก็หาได้พ้นการอวดอุตริไปได้ไม่ตามเหตุผลที่ได้อธิบายถึงผ่านมาแล้วนั่นเองมันจะใหม่ที่เป็นข้อห้ามดังกล่าวนี้มีผลประโยชน์ต่อนักอวดอุตริที่ไม่มีจริงไม่เป็นจริงมากมายหลายเหลี่ยมแง่เดียว รักกลายเป็นอาวุธประหารสำคัญที่ทำให้พุทธศาสนากลายเป็นศาสนาโลกียะแย่งลาภยศสรรเสริญและเป็นบัลลังก์เสวยโลกียสุขอย่างแสนอำพรางงอกงามถาวรเรื่อยมาจนทุกวันนี้ก็ยังงามยังงอกอยู่อำเภอสร้างข้อห้ามอำพรางได้แล้วก็เลยได้อวดอุตริกันจนได้คำมาเป็นภาษาไทยเป็นคำหนึ่งคือคำว่าอุตรดิตถ์ที่มีความหมายเป็นที่รู้กันดีว่าคือวิหารแปลออกไปนอกแบบนอกทางผิดเพี้ยนจากสัจธรรมนั่นเอง เพราะนักอวดอุตริมุสธรรมที่ไม่มีในตนจริงไม่เป็นจริงนั้นๆจะอธิบายตามความเห็นของตนวงเล็บเปิดที่ยังไม่ใช่อุตริมุตธรรมหรือยังไม่ใช่คุณวิเศษจริงวงเล็บปิดแสดงตามความเข้าใจตามความคิดค้นต้นดาวเอาเองของตนเองนั่นเองแล้วก็วิหารแปลกออกไปนอกแบบนอกทางผิดเพี้ยนจากสัจธรรมไปเรื่อยๆจริงๆคำว่าอุตรดิตถ์นี้จึงมิใช่อะไรอื่นเลยคือการพูดการทำออกนอกลู่นอกทางผิดเพี้ยนจากสัจธรรมแท้ๆหรืออวดอุตริมนุษยธรรม สวดธรรมะอธิบายธรรมะชนิดสูงๆแต่ผิดเพี้ยนไปแปลออกไปจนสุดท้ายก็ออกนอกฐานในวงเล็บแห่งสัจธรรมออกนอกขอบเขตออกนอกภูมิในวงเล็บแห่งพุทธธรรมไปเป็นอื่นไปเลยจนถึงขั้นพื้นฐานในวงเล็บวิตถารเลียนแบบบาลีการเปลี่ยนกรนหลากหลายอันนี้คือความเป็นจริงที่ทำให้ความรู้ทางสัจธรรมของพุทธศาสนิกชนยุคนี้เสื่อมศูนย์จนมีแต่คำว่าอธิบายมนุษย์ธรรมวงเล็บเปิดฌานสมาธิถึงชะตาเพราะจิตจะสงบ ตัวยานใหญ่เป็นต้นที่ผิดๆเพี้ยนๆหรืออุตรดิตกันทั้งนั้นเพราะเหตุแห่งการอำพรางและติดตั้งโดยไม่ให้ผู้รู้จริงมีจริงเป็นจริงได้แสดงตัวการแตกกล่าวสิ่งที่เป็นจริงออกมาอย่างเป็นโดยไม่ให้ผู้รู้จริงมีจริงเป็นจริงได้แสดงตัวกล่าวสิ่งที่เป็นจริงออกมาอย่างเต็มตัวกระจัดกระจายเป็นการยืนยันจริงเป็นเอง 80 Go วงเล็บเปิดคือเป็นการท้าทายให้มาพิสูจน์ดูหรือมันเรียกร้องชี้ชวนให้มาดูของจริงกันทีเดียววงเล็บปิดดังนั้น คนมีจริงหรือไม่มีจริงเลยเท่ากันไม่มีใครรู้ไม่มีใครยืนยันวงเล็บเปิดและมันก็แสนที่จะรู้ความจริงนั้นได้ยากไอ้โจรจึงได้โอกาสได้เห็นว่าการอธิบายเรื่องอุตริมนุษยธรรมวงเล็บเปิดคืออธิบายเรื่องสมาธิเรื่องปฏิสัมพันธ์พยานใหญ่ดังกล่าวแล้วเป็นต้นวงเล็บปิดใครๆจะอธิบายก็อธิบายออกมาได้ต่างๆอวดได้แสดงได้นานๆไม่กินเกรงใดๆเลยใครอธิบายคนต่างรับรองของตนว่าของตัวเองนี่แหละถูกแต่ฉันถูกถามว่าผู้ที่อธิบายอยู่นี้นั้นได้อุตรดิตถ์ทำสมาธิปฏิบัติ นั้นๆนั้นๆจริงแล้วมีจริงแล้วหรือก็จะมีบัญญัติอำพรางในวงเล็บมันไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าบัญญัติที่ได้ถูกบัญญัติขึ้นไว้ใช้แก้ตัวกันแล้วว่าใครมีก็บอกกันว่ามีไม่ได้แม้มีจริงเป็นจริงในตนก็บอกว่ามีไม่ได้เป็นอันขาดดังนี้เป็นต้นเอาบทความผิดทางเทคนิคความผิดพลาดเมื่อความผิดพลาดทางเทคนิคแห่งบัญญัติจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ได้เกิดเพี้ยนขึ้นเช่นนี้ก็จึงเป็นทางให้ไอ้โจรหรือมารแห่งศาสนาพราหมณ์ได้ อวดอุตริมนุษย์ธรรมอวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตนเป็นอย่างออกหน้าออกตาโครมๆเป็นของเล่นกันเลยราวกับตนมีตนเป็นนั่นเทียวในทุกวันนี้ทั้งๆที่บางคนเพิ่งรู้แค่เพียงภาษาวาทะนิดๆหน่อยๆเท่านั้นแท้ๆใครๆจึงอวดชานอธิบายสมาธิกันเป็นว่าเล่นทั้งพระทั้งคฤหัสถ์ต่างอวดถึงจะตายอธิบายสาธยายสมาธินิโรธวิมุติอธิบายอภิญญาวิชาปฏิบัติพยานใหญ่เป็นว่าเล่นกันจริงๆเคยเห็นกันบ้างไหมล่ะต่างพูดตามกล่าวกันราวกับเป็นของต่ำของไร้ พันกันจริงๆรู้นิดรู้หน่อยก็อวดก็อ้างก็อธิบายกันราวกับผู้พูดนั้นรู้ยิ่งรู้แจ้งแทงทะลุทีเดียวพุทธศาสนาทั้งหลายพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงเห็นการอวดอุตริมืดทำเป็นเรื่องธรรมดาและเลยพลอยเข้าใจไปว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรใครๆก็ลูกหัวลูกหางได้ใครๆก็พูดถึงได้ใครๆก็อธิบายได้อวดได้อ้างได้รู้ได้ของพื้นๆง่ายๆกล้วยๆตื้นๆกันไปหมดไม่ได้ระมัดระวังอะไรกันเลยเหมือนตามคนต่างก็มีกิเลสต่างคนต่างก็มีสิทธิ์เห็นมีสิทธิ์เข้าใจอย่างนั้นอย่างนี้นานาตามภูมิปัญญาแล้วก็ต่างอธิบาย เห็นของตนของตนและและพระอาจารย์ปาจารย์อุปัชฌาย์ก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้กวดขันตักเตือนหักห้ามลูกศิษย์หรือแม้ให้ลูกศิษย์สังวรระวังในการอวดอุตริมือทำก็ไม่ได้สอนไม่ได้แนะกันเลยแต่กลับสั่งสอนไปตามบัญญัติอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่บัญญัติของพระพุทธเจ้าดังกล่าวมาแล้วนั้นกันซะอีกและที่สุดก็เบี้ยวบาลีไปจนเป็นบัญญัติใหม่ขึ้นมาอีกเกิดเป็นคำสอนที่เหลือทำห้ามกันไว้ก็จะเถียงว่าการอวดอุตริทำนั้นมีลักษณะดังนี้คือถ้าใครกล่าวคำกล่าวความว่าเราเป็นพระอริยะเราบรรลุธรรม สมเด็จพระโสดาบันเพชรสังฆามีอนาคามีอรหันต์หรือเรามีมรรคเรามีผลพยานใหญ่อย่างนี้เป็นข้อต้องห้ามแล้วกล่าวไม่ได้แค่นี้เองคือการโอนอุตสาหกรรมที่เขาหมายถ้าขืนใครกล่าวคำพูดความอย่างนี้อย่างนี้เท่านี้แหละนับเอาเป็นปาราชิกเลยแม้ผู้กล่าวนั้นจะมีอุตสาหกรรมนั้นๆในตนจริงก็ตามก็กล่าวไม่ได้ทั้งสิ้นหวังกันเลยนี่คือผลแห่งความผิวเผินที่เด็กเกิดตามมาหลังจากเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคแห่งบัญญัติในพุทธศาสนาไม่รู้ว่า อุปัชฌาย์อาจารย์คนใดสอนไว้อย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ทั้งๆที่การกล่าวคำกล่าวความแค่ว่าเราเป็นพระอรหันต์หรือเราบรรลุธรรมตัวอย่างใหญ่แค่นี้แค่นี้นั้นมันก็แค่ผิวๆด้วยซ้ำวงเล็บเปิดซึ่งก็อาจจะเป็นความผิดหรืออาจจะไม่ผิดมากมายอะไรหากผู้นั้นมีอุตริมีธรรมในตนจริงหรืออาจจะไม่ผิดเลยก็ได้วงเล็บปิดเพราะมันยังไม่ทันได้พูดได้กล่าวได้อธิบายความหมายยังไม่ได้สาธยายความเป็นเนื้อหาความเป็นความมีที่ถึงเนื้อถึงแก่นวงเล็บเปิดอันอาจจะเป็นเนื้อแท้หรือแก่นแท้ก็ยังได้วงเล็บปิดอะไรเลยด้วยซ้ำยังไม่เหมือนคนพูดซึ่งอธิบายสาธิต ยายชาญสมาธิมรรคผลสุญญตาปฏิจจสมุปบาทโสดาบันอรหันต์ตัวอย่างใหญ่อยู่เจ้าเจ้าลาวกับตนมีในตนแล้วฉะนั้นโดยไม่ได้กล่าวคำว่าเราบรรลุธรรมเรามีมรรคผลหรือเราเป็นพระอรหันต์กันตรงๆซื่อๆดอกแต่คำอธิบายความที่เขากล่าวนั้นสิมันมากมันยืนยันมันรับรองมันแสดงตนแสดงตัวราวกับผู้พูดอยู่นั้นเป็นจริงมีจริงจะยิ่งกว่าผู้กล่าวสั้นๆแต่เพียงว่าฉันบูชาฉันบรรลุธรรมชั้นเป็นพระอรหันต์เสียด้วยซ้ำแล้วจะไม่ให้คนก็เข้าใจว่าผู้พูดอยู่นั้นเป็นจริงมีจริงได้อย่างไร อธิบายสาธยายเนื้อหาความเป็นความมีกันราวกับรู้แท้รู้จริงเสียเหลือเกินนี่แหละคือผู้อวดอุตริมุตธรรมนั้นๆยิ่งกว่าผู้กล่าวเพียงคำว่าฉันเป็นพระอรหันต์ฉันบรรลุธรรมฉันรู้ฌานนั้นมีฌานฉันถึงจะตายแล้วก็อย่าอยากได้ซ้อนลงไปเป็นอีกประเด็นหนึ่งคือแต่ความชั่วอธิบายสาธยายราวกับรู้แท้รู้จริงเสียเหลือเกินนั้นอธิบายไปแล้วหากมีผู้ถามว่าแล้วผู้พูดอยู่นี้จะกล้ายืนยันว่าผลของตนนั้นกล้ายืนยันความเป็นความมีนั้นๆในตนจริงหรือ พูดๆก็จะกลับตอบว่ายืนยันไม่ได้หรือกลับจะตอบว่าท่านสอนไว้ว่าแม้มีจริงเป็นจริงแม้รู้แจ้งแล้วในตนเองมีเองก็บอกไม่ได้ห้ามเด็ดขาดว่างั้นเลยแล้วมันจะมีความเชื่อมั่นหรือศรัทธาสัจธรรมอย่างมั่นใจได้อย่างไรเมื่อไหร่กันมิหนำซ้ำผู้อวดอุตริมนุษยธรรมเช่นนั้นแต่ทว่าไม่มีคุณธรรมในตนจริงแม้จะกลับตอบไปดังกล่าวนั้นแล้วก็ยังอาจจะทำให้คนฟังแล้วเดาเอาว่าท่านผู้พูดนี้ต้องมีตามที่พูดนี้จริงเป็นจริงแน่ๆถ้าพูดเก่งโวหารดีหรือแม้พูดไม่เก่งแต่ถ้าดีวงเล็บเปิดเพราะหลงเชื่อแล้วว่า แม้มีจริงก็ยืนยันรับคำรับคำพูดความว่ามีไม่ได้นี่วงเล็บปิดก็ยิ่งจะเป็นการหลอกให้หลงคนผิดไปใหญ่เลยแถมคนฟังจะยิ่งชื่นชมว่าท่านถ่อมตนท่านไม่โอ้อวดเอาเสียด้วยซ้ำอย่างนี้แหละเป็นช่องทางให้เกิดการอวดอุตริมันทำที่ไม่มีในตนชนิดทำร้ายเข้าไปอีกและนักบวชอุตริมนุษยธรรมขี้โกงหรือมีเจตนาบางคนที่มีปัญญารู้ช่องทางอย่างนี้ก็จะใช้ท่าทีแบบนี้แหละเป็นเล่ห์หลอกให้ผู้คนหลงเข้าใจว่าตนเป็นพระอริยะตนเป็นผู้บรรลุธรรม ได้อย่างง่ายดายทีเดียวทุกวันนี้ยังมีผู้อวดอุตริมนุษย์ธรรมที่ไม่เป็นจริงไม่มีในตนกันมากกว่ามากโดยไม่มีความผิดเลยทั้งๆที่เป็นความผิดอย่างร้ายแรงที่สุดดังอธิบายมาแล้วเป็นต้นเพราะฉะนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วไปในทุกวันนี้จึงเห็นว่าการอวดอุตริมนุษยธรรมไม่เป็นเรื่องยิ่งเรื่องใหญ่อะไรไม่สำคัญมากที่จะต้องระมัดระวังให้ยิ่งที่จะต้องไม่กล่าวกันเล่นง่ายๆหากคนไม่อยู่ในฐานะแม้ใครจะกล่าวก็จะต้องเหมาะสมแก่ฐานะกาละเทศะจริงๆซึ่งทุกวันนี้พุทธศาสนิกชนทั่วไปไม่รู้สึกสำเหนียกในความสำคัญประเด็นนี้กันอย่าง ทำแต่อย่างใดแล้วเพราะมันเฟ้อมันผิดเพี้ยนมันเบี้ยวบาลีกันเสียจนกลับดำเป็นขาวปรับหน้าเป็นหลังเหมือนอย่างกับที่ได้พากันเข้าใจผิดเป็นถูกกันอยู่ทั่วไปว่าปาราชิกข้อที่ 1 ยิ่งใหญ่สำคัญเหลือหลายกว่าปาราชิกข้อที่ 4 หรือเข้าใจผิดเป็นถูกว่าการอธิบายสาธยายฌานสมาธิมักองค์ 8 พยานใหญ่หรือสาธยายธรรมขั้นคนอื่นราวกับตนมีจริงเป็นจริงทั้งๆที่ตนยังไม่มีไม่เป็นนั้นไม่สำคัญอะไรเลยใครอยากพูดอย่าอธิบายอย่างไรเมื่อไหร่ก็เชิญเลยทั้งๆที่แท้จริงแล้วสำคัญที่สุดต้องระ ระวังที่สุดมันสำคัญกว่าเพียงกล่าวสั้นๆว่าฉันบรรลุธรรมชั้นเป็นพระอริยะฉันมีฌานตัวอย่างใหญ่ซะอีกนั่นเองแหละความรู้ทางสัจธรรมของพุทธศาสนิกชนยุคนี้จึงเป็นอย่างที่กล่าวมีและสำคัญผิดในความไม่สำคัญเป็นสำคัญแต่ไปสำคัญเอาความไม่สำคัญเป็นสำคัญด้วยประการฉะนี้แลพระธรรมจึงกลายเป็นธรรมและธรรมแท้ๆจึงทำให้พุทธจึงทำให้พระพุทธเจ้าชนเข้าใจว่าเป็นอธรรมก็ได้จบบทความ ถ้าบทความนี้จะอ่านทบทวนอีกก็ได้เพราะมันก็ค่อนข้างยากจนบางตอนบางอันเพราะว่ามันมีต้องอ่านในตัวหนังสือมีทั้งตัวเน้นมีทั้งตัวในความเครื่องหมายเครื่องหมายคำพูดแต่ก็ได้พยายามที่จะอ่านเน้นส่วนสำคัญต่างๆว่าตอนอะไรต่ออะไรเพื่อที่จะให้เข้าใจอธิบายมาพูดนี้ก็เพราะเหตุว่าเรากำลังเรียนเรื่องทำกันมากและในพวกเรานี่แหละจะกล่าวอุตรดิตถ์ทำกันจริงหรือไม่จริงทุกวันนี้นั้นอุตสาหกรรมมันเกลื่อนคนไม่ค่อยพูดหรอก ศีลเครื่องศีลนี่ไม่ใช่ไม่ใช่อุตรดิตมนุษย์ธรรมเขาถือว่าเป็นของต่ำเรากล่าวศีลกันแต่เรื่องสมาธิเรื่องญาณทัศนะวิเศษเรื่องปัญญาอธิปัญญาความรู้ขั้นสูงสูงบูชารู้สมาธิรู้สมาบัติรู้ปฏิจจสมุปบาทดูสูญญตารู้มรรคองค์ 8 รู้อริยสัจ 4 หมายรู้แจ้งเลยทุกสมุทัยนิโรธมรรคพร้อมอะไรเขาสาธยายกันเกลื่อนมันไปอุตรดิตถ์ทำงานปกติจะสงบบาทอะไรอย่างเงี้ยมันเป็นเรื่องของสภาวะธรรมขั้นสูงแต่เขาก็กล่าวก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive