230526-3-014 ทางเอกภาค3-ตอน014(หน้า078)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์206 KB
วันที่แก้ไข13 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายธรรมเอกภาค 3 บทที่ 22 ที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาตั้งใจฟังเพิ่มขึ้นอีกก็คงจะสนุกขึ้นหน่อยเพราะว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลเกี่ยวกับสิ่งที่จะได้เกิดจากพยายามอธิบายขึ้นไปหาสิ่งที่มันเคยได้ยินได้ฟังมาเปรียบเทียบกันให้ชัดเจนพอถึงหน้า 78 ก็จะไม่ สรุปละเรื่องชาญต่างๆนานาที่เราได้พูดกันมามากมายเมื่อเป็นฐานหรือในชาญนั่นเองโดยความหมายมันก็เป็นตัวที่ลดอยู่เรื่อยลดลงอยู่เรื่อยพยายามจะทำการหรือรถให้สะอาดขึ้นสะอาดขึ้นทางที่สุดก็คือวิมุตเป็นที่สุดของที่สุดก็คือวิมุตแต่ไม่ได้หมายความว่าตัวฌานที่เป็นอารมณ์ชาญอยู่เพื่อนๆเขินๆเท่านั้นท่านมีหมดถึงขั้นนิพพานแล้วเราต้องไม่เรียกว่าฌานเราก็เรียกเป็นสภาพอื่นไปเป็นวิมุตไปเป็นนิพพานเป็นนิโรธอะไรเราก็เรียกไปอย่างนั้นแต่ก็ยังมีสิ่งที่เป็นของชั้นต้นอยู่นั่นแหละในองค์ ภาพธรรมของธรรมชั้นอุตริมนุษยธรรมต่างๆอาก็ขึ้นข้อ 2 อย่างทัศนะหรือวิปัสสนาญาณเป็นมิจฉาในวงเล็บอภิญญาตระการที่ 2 จึงจะยิ่งเก่งยิ่งรู้แจ้งรู้ชัดในรูปในนามอันสลับซับซ้อนหมุนรอบเชิงซ้อนวิ่งในวงเล็บคำเทียมรู้แจ้งชัดยิ่งแม่นตรงยิ่งในภาค 4 ภาค 6 ในกายก็ดีในวิญญาณก็ดีถึงเนื้อถึงตัวถึงความเป็น ที่สลับซับซ้อนสิ่งใดอยู่อย่างไม่แยกกันก็อ่านออกบอกแยกได้หรือแม้สิ่งใดจะพูดกันอย่างแยกกันอย่างไรก็สามารถเข้าใจในความไม่แยกกันเด็ดขาดฟังดีๆในภาษามันซ่อนๆกันหรือเข้าใจในรอบในช่วงสำคัญได้ชัดเจนแจ้งจริงหรือแม้จะแยกกันเป็นขั้นสุดจะแยกอย่างไรก็จะรู้แจ้งไปจากสิ่งรู้ชัดเจนมันเป็นการรู้โดยตรงกับญาณทัศนะรู้ยิ่งรู้จริงๆวิปัสสนาก็เรืองปัญญาญาณเกิดลูกเป็นการรู้เป็นการเข้าใจ ก็ไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรวะเรียกได้ว่ามันเกิดปัญญาหยั่งรู้ขึ้นมาซึ่งไม่ใช่ร

อ่านต่อ

ู้เหมือนอย่างคนธรรมดาธรรมดารู้นะเป็นที่ที่ลึกซึ้งขึ้นมาในที่นี้ก็ยกตัวอย่างเล็กน้อยแม้แต่สิ่งที่เป็นความสลับซับซ้อนกันอยู่อย่างไรก็แยกออกบอกได้ไหมครับสนแม้จะบอกว่าสิ่งใดอยู่อย่างไม่แยกกันก็อ่านออกบอกแยกได้เพราะมันอยู่อย่างไม่แยกกันแต่มันก็เป็นอยู่อยู่บอกแยกได้ว่ามันอยู่อยู่ยังไม่แยกกันยังที่พูดเมื่อกี้นี้ว่าฌานเนี่ยมันก็เป็นสภาพที่จะมีวิชาอยู่ในฌานด้วยฌานมันก็เป็นวิชาวิชามันก็เป็นชาญ ทานเป็นวิชาข้อที่ 1 และฌานมันก็จะมีวิชาข้ออื่นๆทำให้วิชาข้ออื่นเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดจนสุดท้ายถึงอัศวินยานมันก็มีคำว่าฌานนั้นอยู่เมื่อชายมีความหมายว่าเราอธิบายว่ามันหมดขี้เหร่หรือว่าเราจะพยายามทำให้กิเลสหมดมึงหมดแล้วมันก็จะเรียกคำอื่นใดก็เรียกแต่ในคำว่าชามนึงอยู่เป็นต้นเราจะต้องเข้าใจว่ามันสิ่งที่อยู่อย่างไม่แยกกันแต่เราก็อ่านออกบอกแยกได้บอกกันแยกเป็นภาษาเป็นความรู้ให้เข้าใจอยู่ในตัวได้เหมือนพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เราแยกเป็นสัดส่วนแต่แท้จริงแล้วมันก็ แยกจากกันไม่ได้ 3430 อยู่ด้วยกันนั่นแหละมีด้วยกันเกี่ยวเนื่องกันหรือแม้สิ่งใดจะพูดกันอย่างแยกกันอย่างไรก็สามารถเข้าใจในความไม่แยกกันเด็ดขาดรู้ที่จริงมันไม่ได้แยกกันเด็กขาดแต่ธรรมะท่านละเอียดขั้นลึกซึ้งแล้วจะมีอย่างนี้ให้เรารู้เราเห็นเยอะหรือเข้าใจในรอบในช่วงสำคัญมันมีความสำคัญกันเกี่ยวเนื่องกันในรอบในช่วงต่างๆเป็นรอบก็ดีเป็นช่วงสำคัญกันอยู่ก็ดีเข้าใจได้ชัดเจนแจ้งหรือแม้จะแยกกันเป็นขั้นสุดก็จะแย่อย่างจะแยกอย่างไรก็รู้แจ้งทุกอย่างรู้จริงรู้จัก สรุปแล้วแยกเด็ดขาดก็เข้าใจได้อย่างแยกเด็ดขาดด้วยความเข้าใจของเราเองอันนี้มาเริ่มต้นดูพระไตรปิฎกฉบับหลวงแปลคำอธิบายวิชา 2 นี้เป็นไทยไว้ว่าอันนี้เอาตามคำอธิบายของพระไตรปิฎกเลยพิษสุนัขเมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้วอันนี้เขาเรียกว่าอาชีพอิสระไม่มีกิเลสปราศจากอุปกิเลสอ่อนควรแก่การงานตั้งมั่นไม่หวั่นไหวอย่างนี้ถ้าจิตที่กล่าวนี้ถ้าเผื่อว่าเรามองเผินๆบอกว่าไม่มีกิเลสปราศจากอุปกิเลสอ่อนควรแก่การงาน ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวอย่างนี้ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อญาณทัศนะเธอย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่าเราฟังในสิ่งที่ตั้งข้อสังเกตให้ฟังเมื่อกี้นี้คล้ายๆกับว่าเราเป็นพระอรหันต์แล้วเพราะว่าไม่มีกิเลสปราศจากอุปกิเลสแต่แท้จริงก็กำลังจะเริ่มต้นให้มีวิชาเพิ่มเริ่มต้นที่ทำงานทำงานตรวจจิตทำจิตให้มันจิตให้มันเห็นให้มันรู้ว่ามันเป็นไปตามที่เราต้องการอยู่เรื่อยๆเพราะฉะนั้นถ้าฟังแล้วก็อย่าไปเผลอไผเข้าใจอย่างภาษาตื้นๆเข้าไปทันทีว่าเมื่อจิตเป็นสมาธิผ่องแผ้วในขณะที่เราก็ทำได้ขนาดนี้ขนาดนี้แล้วก็เป็นระดับซึ่งเป็นสภาพที่ขนาด 1 แล้วเราก็ต้องทำต่อไปอีกน้องๆไม่เกิดญาณทัศนะก็คือให้เกิดความรู้ที่รู้ยิ่งหรือตรัสรู้ยิ่งขึ้นไปอีกว่ากายของเรานี้แลมีรูปประกอบด้วยมหาภูมิมหาภูตะ 4 เกิดแต่มารดาบิดาเติบโตขึ้นด้วยข้าวสุกและขนมสดไม่เที่ยงต้องอบต้องนวดฟันมีอันทำลายและกระจัดกระจายเป็นธรรมดาและวิญญาณของเรานี้ก็อาศัยอยู่ในกายนี้เนื่องอยู่ในกายนี้อันนี้จะต้องเข้าใจอย่างชัดแจ้งเลยว่าวิญญาณมันอยู่ในกายนี้กายนี้เนี่ยมันเกิดมาแต่มารดาบิดามีดินน้ำไฟลมไม่มีอะไรมากอันนี้ท่านบอก หยาบว่ากายนี้ไม่ได้เข้าสูตรขนมสดซะด้วยแล้วมันก็เป็นของที่รวมกันไม่เที่ยงไม่แท้มีอันกระจัดกระจายไปเป็นธรรมดาและอีกสิ่งหนึ่งคือวิญญาณของเราก็อาศัยอยู่ในนี้ไม่ต้องไปเพ้อพบหาที่ไหนดูกะลามหาบพิตรเปรียบเหมือนแก้วไพฑูรย์อันงามเกิดเองอย่างบริสุทธิ์แปดเหลี่ยมนายช่างเจียระไนดีแล้วทุกสายแวววาวสมส่วนทุกอย่างมีได้เขียวเหลืองแดงขาวหรือนวลร้อยอยู่ในนั้นบุรุษมีจักษุจะพึ่งหยิบแก้วไพฑูรย์นั้นวางไว้ในมือแล้วพิจารณาเห็นว่าแก้วไพฑูรย์นี้งามเกิดเองอย่างบริสุทธิ์แปดเหลี่ยม นายช่างเจียระไนดีแล้วสุขใสแวววาวสมส่วนทุกอย่างมีได้เขียวเหลืองแดงขาวหรือนวลร้อยอยู่ในแก้วไพฑูรย์นั้นฉันใดภิกษุก็ฉันนั้นแลเมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้วไม่มีกิเลสปราศจากอุปกิเลสอ่อนควรแก่การงานตั้งมั่นไม่หวั่นไหวอย่างนี้ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อญาณทัศนะเธอย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่ากายของเรานี้แหละมีรูปประกอบด้วยมหาภูติเธอแต่มารดาบิดาเติบโตได้เข้าสุขและสนมสดไม่เที่ยงต้องอบนวดฟันมีอันทำลายและกระจัดกระจายเป็นธรรมดาและวิญญาณของเรานี้ก็อาศัยอยู่ ป่านนี้เนื่องอยู่ในกายนี้ดูพระมหาบพิตรนี้แหละสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ทั้งดียิ่งกว่าทั้งประณีตกว่าสามัญญาผลที่เห็นประจักษ์พ่อคนก่อนอันนี้เส้นยำยืนยันเป็นระดับขั้นตอนขึ้นมาแต่เพียงว่าให้จับจิตจับวิญญาณให้ได้ว่าอยู่ในนี้และในนี้มีตัวอย่างที่ท่านยกเป็นอุทาหรณ์ไว้หน่อยนึงว่าวิญญาณมันเหมือนของที่อยู่ข้างในแก้วไพฑูรย์ใช้เรามองเห็นเลยเหมือนอย่างแก้วที่มันมีสีแดงก็รู้สีเขียวก็รู้สีขาวก็รู้สีนวลก็รู้มันรออยู่ในนั้นน่ะเยอะแยะเราจะจับรู้อารมณ์ของจิตวิญญาณนั่นเองมันต่างสีคล้ายๆอย่างนั้น มีต่างอารมณ์คล้ายๆอย่างนั้นไอ้นี่แหละเป็นยาทัศนะที่เพิ่มขึ้นมาแท้จริงเราพยายามที่จะทำจิตให้เป็นสมาธิเนี่ยแล้วเราก็ทำได้จนกระทั่งจิตเราถึงขั้นเราจะมองจิตเราได้หมายความว่าเราเองเราสามารถที่จะอ่านจิตเราออกจับผิดแล้วก็อ่านออกว่าอารมณ์อย่างนี้ต่างอารมณ์อย่างนี้ได้สีเหลืองนี่ได้สีเขียวนี่ได้สีแดงคล้ายๆอย่างนั้นน่ะเป็นสภาพที่เกิดอยู่เกิดอยู่แล้วมันก็เกิดอยู่ในตัวของมันอย่างนั้นแหละมันถึงเรียกว่าเกิดเอ็งยังบริสุทธิ์แล้วก็เราก็ทำได้เองทำได้จริงเราทำได้เองทำได้จริงเห็นชัดให้ชัดญาณทัศนะนี่ ให้ชัดยิ่งขึ้นแล้วเราก็จะต่อต่อไปอีกความรู้ก็จะต่อไปนี้เบื้องต้นก็ระหว่างช่วงแรกเป็นอย่างนี้จะเห็นได้ว่าญาณทัศนะนั้นก็คือความรู้แจ้งเห็นจริงที่จะรู้ยิ่งๆเป็นวิปัสสนาญาณไปและควบคู่ไปในความเป็นความมีความเจริญยิ่งๆของพระโยคาวจรไปจนถึงที่สุดในที่สุดขั้นสุดท้ายจบบริสุทธิ์บริบูรณ์ก็จะมีญาณทัศนะนั้นนั่นแหละรู้ยิ่งยิ่งขึ้นไปจนถึงที่สุดนั้นเพราะคำว่าญาณทัศนะก็อีกแหละก็คือความรู้ที่มันจะรู้ชัดขึ้นยิ่งขึ้นแน่ขึ้นลงขึ้นไปจนกระทั่งถึงที่สุดก็เป็นอย่างไรหากว่าขยะคืออาสวะขยะยานพัฒนา วิมุตติญาณทัสสนะมันไม่ใช่อื่นอีกฟังดีๆภาษาแล้วจะรู้แจ้งจับกายจับจิตจับเด็กส่วนใหญ่ถ้าเข้าใจกรรมวิธีปฏิบัติวิปัสสนาตามที่ได้อธิบายมาตลอดในหนังสือนี้ได้ก็นั่นแหละคือการสร้างยานทัศนะหรือเมื่อเกิดรู้แจ้งเห็นจริงขึ้นมาได้ด้วยวิปัสสนาก็เรียกเต็มๆว่าวิปัสสนาญาณพยายามจะตอบแปลว่าวิปัสสนาญาณทัศนะก็ไม่เป็นไรก็คือความรู้ที่มันเกิดจากทัศนะวิเศษจะให้ยาวไปอีกก็เป็นอัลบั้มระยะยาวถ้าชนะวิเศษเรามักจะระมัดระวังทัศนะวิเศษ Bigbike เป็นบาลีเขาเรียกว่าอะไรมารยาททัศนะวิเจโตเป็นญาณทัศนะที่มันได้จากการทำให้เกิดปัญญาขึ้นเรื่อยแจกแจงไปด้วยที่จริงวิปัสสนาแปลว่าการเข้าถึงอย่างยิ่งการเข้าถึงอย่างยิ่งในการเข้าถึงวิปัสสนานี่เราก็รู้ความหมายคือหมายความว่ามันเป็นการเข้าถึงอย่างเห็นแจ้งจึงเรียกว่าญาณฤดูปัญญาก็อธิบายไว้แค่นี้สำหรับในทางเอกก็ตามเพราะว่าสรุปแล้วรวมไปแล้วว่าญาณทัศนะนั้นถ้าเกิดว่าใครเข้าใจอย่างที่ว่าถ้าเข้าใจกรรมวิธีของบริษัทปฏิบัติวิปัสสนาตามมาตลอดสายนี้ก็คือการสร้างยาน นั่นแหละไม่ใช่อื่นอธิบายอะไรรายละเอียดละออมาทีนี้ก็ขึ้นถึง 3 มโนมยิทธิเป็นวิชาอันที่ 3 มันอธิบายกันว่าอธิบายในหนังสือพระไตรปิฎกนั้นเองว่านิรมิตรูปอันเกิดแต่ใจเด็กรูปเรียกในนิรมิตรูปเรียกคือเนรมิตกายอื่นจากกายนี้กายก็เรียกวิธีการนี้เราอยู่มีรูปเกิดแต่ใจมีเอาอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วนมีอินทรีย์ไม่บกพร่องในพระไตรปิฎกฉบับหลวงว่าอย่างนั้นถ้าพอคนไทยอ่านปุ๊บก็เข้าใจกันง่ายๆแบบหยาบ ได้ทันทีตามประสาจากทำจากความหมายธรรมดาที่ฝังหัวกันมาส่วนใหญ่ฟังหัวมากันส่วนใหญ่หรือเอากันง่ายๆเพราะว่าหรือเอากันง่ายก็ว่าก็คือจะเข้าใจว่ามโนมายึดที่นั้นหมายความถึงการบันดลบันดาลให้มีรูปมีตัวเกิดขึ้นมาด้วยพลังเก่งของพลังอันเก่งของใจคือมันโดนบรรดาให้มีกายอื่นตัวอื่นจากกายนี้มีรูปมีตัวเกิดขึ้นด้วยพลังฤทธิ์เดชอันเก่งของไก่มีหูหัวแขนขาตับไตไส้พุงผมขนพยานใหญ่ครบถ้วนทีเดียวมีร่างมีการมีเนื้อมีตัวไม่บกพร่องอันนี้เป็นตัวเองดูดีๆงามคล้ายๆอย่างนั้นทั่วไปก็เข้าใจได้ง่ายๆอย่าง มันจะเป็นอภิธรรมเป็นเรื่องลึกซึ้งอะไรมันเรื่องจริงๆแท้ๆฟังให้ดีวันพุธที่เรียนแล้วก็พอไปอธิบายอภิธรรมแล้วก็มาเอาเรื่องเนรมิตใจนี้เป็นตัวเก่งแต่ทำไมวิจัยได้เป็นใจอย่างนี้อย่างนี้อยู่มันไม่ใช่เรื่องของอภิธรรมมันเป็นความเข้าใจจริงๆง่ายๆใครก็เข้าใจพูดอย่างนี้เรานึกอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องลึกซึ้งอะไรก็เลยพาลพากันเข้าใจเป็นการเสกสร้างมันดลบันดาลพิลึกอัศจรรย์แบบเป็นแท่งเป็นก้อนเป็นเนื้อเป็นตัวเป็นวัตถุเป็นรูปประธรรมกันใหญ่ๆโตๆเอาทีเดียวอย่างนี้เรียกว่าภาษาแบบบุคลิกฐานคือแบบหยาบๆเป็นตัวเป็นตนแค่เรื่องลูกมาทำวัดสุธรรมคือธาตุแต่สร้างบันดาลได้ดัง ก็แน่ละมันก็ต้องเก่งจริงอย่ามาหามหัศจรรย์เลยทีเดียวล่ะถ้าทำได้อย่างนี้มันก็แน่มึงอย่ามาหาอัศจรรย์เลยแหละอยู่ไหนล่ะพูดสร้างผู้บันดาลได้และต้องเสกสร้างเป็นสามัญผลหรือเป็นผลงานธรรมดาปกติด้วยนะคือทำอยู่เป็นปกติธรรมดาของผู้เป็นได้เป็นแล้วอย่างนั้นมานั่งบันดาลใจสร้างคนอยู่ปกติเลยเนี่ยวันนึงก็บันดาลใจเสกไปหรือว่าทำของตัวเองมันด่าเขาเองไปวันๆนึงก็มานั่งเสกให้มีเนรมิตตายออกมาหลายๆกายกลับใจใช้พุงพร้อมฟังเลยนั่งเรียงกันเห็นไหมล่ะผมนั่งทำอยู่วันโมโหหลายตัวเลยเห็นไหม เห็นไม่เห็นเหรอผมก็ไม่มีอภิญญาก็ไม่เห็นนี่เออผมก็ไม่เก่งนะไม่แกล้งมหัศจรรย์อย่างนั้นมันเป็นมันเป็นสามัญแล้วคุณเคยเห็นสามัญน่ะมีไหมล่ะในไทยอาจารย์ในไหนไม่เคยมันก็อย่างนี้แหละมันเป็นความเข้าใจได้ง่ายแต่เป็นการทำที่ยากเหลือกำลังวังชาและก็ยังไม่ได้มีกล่าวเอาไว้ด้วยว่าเราก็ทำอย่างนี้อย่างนี้มันมีในภาษาในพระไตรปิฎกมีตัวอย่างอยู่มันมีอยู่ครั้งเดียวที่เอาไปอธิบายกัน พระอะไรนะเพราะอะไรที่เนรมิตเต็มห้องให้พระพุทธเจ้าถึงใช้ให้ใครมาดูอ่ะคิดเป็นน้องชายจุลบรรพตเยอรมันเยอรมันตกเนรมิตที่จริงมันก็เป็นเนรมิตแบบธรรมชาตินั่นแหละแต่ทีนี้ก็เข้าใจกันว่าเป็นสุขอะไรที่ฐานแล้วมันก็มีอยู่อันเดียวเรื่องเดียวที่กล่าวถึงก็ไม่ได้เนรมิตอะไรนักหนาทีเมื่อเราเข้าใจอย่างนั้นไม่ได้มันไม่เป็นสามัญในเรื่องอย่างนั้นมันเป็นเรื่องที่ 3 วันที่ฟังแล้วก็น่าทึ่งหน้าอะไรต่อไปมันสอนมันจะผลนี้ก็จะต้องเข้าใจทำถึงทำเมื่อถึงอภิธรรมและไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขาอย่างที่หมายอย่างนั้นทีเดียวมันเป็นสิ่งที่เรียกว่าครบส่วนในอวัยวะก็คือครบส่วนของ วิญญาณอภิชาหรืออภิญญาที่กำลังกล่าวถึงนี้พระอริยเจ้าที่มีวิชามีอภิญญาถึงขั้นนี้ขั้นนี้จริงแล้วท่านจะเสกสร้างจะบันดาลให้มีให้เป็นอย่างนี้อยู่เสมอเป็นปกติธรรมดาอยู่จริงทีเดียวพระพุทธองค์ทรงยืนยันว่าเป็นสามัญญาผลจริงๆและเมื่อถึงจริงมีจริงเป็นจริงมีของจริงที่ถูกตรงนั้นมันจะรู้จริงมีจริงเป็นจริงถูกตรงจริงจริงๆด้วยที่พูดอย่างนี้ก็พูดตามประสาที่ชัดๆเหมือนถ้าผู้ใดถึงจึงมีจริงแล้วมีของจริงที่ถูกตรงนั้นโดยเข้าใจแล้วผู้นั้นก็จะหมดความสงสัยหมดความกังขาและจะถึงซึ่งสามัญญาผล มวยไทยเป็นเรื่องวิสามัญคือเรื่องที่ยากยิ่งหรือเป็นเรื่องจริงหรือพิเศษพิสดารอะไรอย่างเงี้ยเอาดังนั้นก็สำคัญมันจึงอยู่ที่ว่าของจริงหรือความเป็นจริงที่ถูกจริงนั้นคืออย่างไรแล้วก็มาว่ากันตรงนี้ที่ถูกจริงนั้นคือการทำในใจให้เกิดเป็นอย่างเก่งการทำในใจนี่แหละให้เกิดไม่ใช่การกระทำที่ร่างกายให้เกิดทำในใจให้เกิดให้เป็นอย่างเก่งแต่ไม่ใช่เกิดนอกใจฟังดูคำนี้ในเครื่องหมายคำพูดจะไม่ใช่เกิดนอกใจออกมาเป็นตัวตนแพ่งนอกจิตนอกวิญญาณเป็นอันขาดโดยบาลีมีก็มีบาลีก็ ไปแล้วว่ะมโนมายังเครื่องหมายเอาเฉพาะในใจอันเป็นของเราเท่านั้นมโนมยิทธิคือวิญญาณไม่ยังหรือมะยะเนี่ยนั้นคือหมายความเข้ามาหาตนเข้ามาหากินเค้าแปลเป็นภาษาง่ายๆว่าอันเป็นเราอันเป็นเราอันหมายเอามาอย่างเข้ามาหาตนเข้ามาหากินและที่จริงนั้นเรื่องของท่านปรมัตถ์ออกป่านนี้มันก็เป็นเรื่องจิตเจตสิกรูปนิพพานกันแน่ๆแม้มีคำว่าลูกก็เป็นเรื่องของรูปประดิษฐ์มิใช่รูปกายนอกตนนอกตัวเป็นสำคัญก่อนเลยอดีตสำคัญที่สุดนั้นก็คือ ความเป็นไปได้นั้นความเป็นไปได้นั้นมันก็เรื่องของในจิตนั่นแหละมันจะเป็นเบื้องต้นหรือเป็นไปได้ก่อนเป็นเรื่องง่ายกว่าด้วยนะมันสลับกันนะฟังให้ดีทำจิตให้เป็นนี่มันง่ายกว่าบอกแล้วว่าถ้าจะมาเนรมิตกายเนี่ยมีตัวมีตัวมีตับไตไส้พุงมันยากมาหายากเลยต้องเป็นมหามหัศจรรย์ทีเดียวเพราะความเป็นไปได้ก็เอามาทำมาเริ่มทำจิตนี่แหละมันจะเป็นไปได้ก่อนเพราะว่าจะเป็นความเป็นไปได้เป็นเรื่องง่ายกว่าแล้วจะทำได้เป็นสามัญเป็นจริงๆด้วยที่จริงการจะทำให้ได้จนเกิดมโนมยิทธิมันก็ไม่ใช่ของเป็นได้ง่ายๆและพอบอกอีกทีพูดอีกทีก็ไม่ใช่ว่ามันจะง่ายๆหมูๆถ้าเป็นตัวการต้องพระอริยเจ้าผู้ Porn แท้ๆของคุณจะมีได้นี่เป็นมโนมยิทธิไม่บอกแล้วว่าฌานนั่นแหละมันจะมาเป็นสิ่งเหล่านี้และสิ่งเหล่านี้ก็ยังมีอยู่ในตัวฌานจะต้องมีเป็นพูดมีฌานแท้ๆของพุทธมีญาณทัศนะกันมาเป็นพื้นฐานเป็นสามัญญผลข้อก่อนๆแล้วจริงๆแล้วจะทำได้เพราะมันจะต้องเป็นได้มาเป็นขั้นๆพระพุทธเจ้าท่านตรัสเป็นสามัญเลยสามัญญาผลบอกว่าถ้านี่ได้มาข้อนี้ก็ดีเก่งและข้อนี้พอมาเป็นสัญญาณทัศนะก็บอกว่าข้อนี้น่ะยิ่งเป็นอภิญญาหรือเป็นความเก่งที่ดีหรือว่าเป็นวิชาที่สูงขึ้นมากกว่าอันที่ผ่านมาแล้วก็คนก่อนพอมาถึงมโนมายึดที่ก็ยิ่งจะสูงขึ้นไปอีกก็มีฐานคือฌาน ญาณทัศนะนี่เป็นฐานสูงขึ้นไปเรื่อยมันก็มีจริงเมื่อทำได้แน่แท้ท่านผู้นั้นก็ย่อมจะเป็นอยู่เสมอนะทำได้แล้วจะเป็นอยู่ทำได้อยู่ทำเป็นแล้วมันก็จะเป็นอยู่เสมอเพราะเมื่อพยายามผลิตหรือสร้างหรือกระทำอะไรได้พวกนั้นก็ย่อมทำเป็นเรื่องธรรมดาผู้ใดทำได้คนนั้นก็ยังทำและยิ่งเป็นเรื่องเก่งก็ต้องทำสิแล้วเรื่องดีด้วยก็ต้องทำและเมื่อเป็นไปได้เป็นของดีเป็นความประเสริฐความเจริญก็ใครเล่าจะไม่ทำความเจริญยิ่งๆนั้นให้ยิ่งๆอยู่เป็นอยู่ต่อๆไปแล้วเป็นอยู่ให้มันมีอยู่เป็นอยู่อย่างที่เป็นเนี่ยถ้าเราทำได้เราก็ทำไม่ติดกับเรามโนมายึดติดเช่นว่าเราจิตของเรากลางคลาย ยกตัวอย่างชัดๆมันลาดยางพาราจากกิเลสนั้นมิได้อยู่ติดกันเก่งของเรานี่มันทำได้และจิตของเราก็เต็มอยู่ติดตัวเราก็ยังรู้เต็มมีความรู้ไม่บกพร่องเหมือนมีอวัยวะมีทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 พร้อมเลยยืนเดินนั่งนอนอะไรมีพร้อมแล้วเราก็รู้อยู่ว่าจิตของเรานี่ยิ่งเก่งขึ้นเก่งขึ้นทำให้เป็นไปได้โดยว่าเนรมิตนี่มันดีขึ้นเนรมิตรูปอันนั้นขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆได้ก็ใครจะไม่ทำทำแล้วมันก็เจริญยิ่งๆอยู่แม้จะได้ทีละไม่มากกว่าจะเสกสร้างจะบันดาลได้ทีละคบกับครบส่วนครบองค์น้อยองค์ใหญ่ได้จะต้องนานต้องช้าก็ตามก็จะทำจะสร้างอยู่เสมอเป็นปกติจริงๆทีเดียว จึงเรียกว่าเป็นปกติเป็นสามัญในการเสริมสร้างบ้านดล หรือเนรมิตหน้านายานาให้เอาในจิตในใจนั่นแหละไม่ได้หมายให้ทำออกมานอกใจดอกนี่มันมีอยู่ที่นี่เท่านี้เนรมิตรูปเนรมิตให้อันเกิดแต่ใจภาษาไทยเข้าใจว่าชัดดีนะอันเกิดแต่ใจไม่ใช่เกิดที่เกิดจากใจนะไม่ได้จดตายเขาว่าไว้ชักนะแต่เราฟังแล้วก็ไม่ชัดนี่แหละเป็นรูปมันเกิดจากใจลูกก็เป็นลูกใหญ่ไม่ใช่รูปกายเนรมิตใจอันเกิดจากใจเพราะสถาบันเรียนก็แปลออกมาเขาก็แปลออกพยายามจะให้มันมีความหมาย มโนมโนไม่ยังคิดตังค์อภินิหาริย์มินะนายะจิตตังพันธ์หมายเอาในจิตในใจนั่นแหละไม่ได้หมายให้ทำออกมานอกใจดอกอาทิตย์นี้ทำให้เก่งกันอย่างไรล่ะเห็นเนรมิตให้เก่งที่ว่างนิรมิตอย่างไรก่อนอื่นเปราะแรกต้องรู้นะว่าไม่ใช่นิรมิตมาเป็นตับไตไส้พุงอย่างที่พูดตอนต้นๆบอกว่ามีอวัยวะน้อยใหญ่ก็เลยมีทั้งตับทั้งไตไส้พุงเลยไม่ใช่เป็นกายที่จิตเป็นโรคจิตทีนี้มาฟังกายชัดๆก็ทำให้เกิดกายที่หมายเอาว่าไม่ใช่กายอย่างซึ่งๆง่ายๆนั่นแหละแต่ว่าเป็นการอย่างประณีตลึกซึ้งขึ้นไปถึงขั้นน้ำตายกันทีเดียว ทำให้เกิดรูปที่หมายเอาว่าไม่ใช่รูปอย่างขึ้นๆง่ายๆนั่นแหละแต่ทว่าเป็นรูปอย่างประณีตสุขุมขึ้นไปถึงขั้นรูปกระจิตกันทีเดียวบ้างตามที่ผู้จัดทำในจิตทำกันในใจของตนให้เป็นให้ได้ให้มีอย่างถูกต้องเป็นสัมมาทิฐิจริงๆนั่นเองจึงต้องเรียกกันว่าผู้ที่ทำได้นั้นต้องเก่งจริงมันทำที่นี่แหละลูกศิษย์ลูกศิษย์ทำกันอย่างต่อเนื่องคือความรู้ซึ่งเขินแต่ทำแล้วแหมมันไม่ใช่เรื่องเล่นทีนี้ถ้าบอกว่าทำธุรกิจเนี่ยพอรู้แล้วจริงมันเป็นเรื่องทำได้ง่ายมันเป็นเรื่องเป็นไปได้เห็นทางเลยจะเป็นเนรมิต ตับไตไส้พุงขึ้นมาเป็นตัวนั่งก่อนๆแข็งๆเป็นเรื่องที่เหลือกำลังวังชาล่ะนะแต่ถ้าเข้าใจอย่างนี้แล้วจะเห็นทิศทางเลยอย่างนี้หวังได้อย่างนี้พอเป็นไปทีถ้าเข้าใจดีในคำว่ากายขั้นประณีตลึกซึ้งกันมาแล้วว่าหมายถึงความประชุมแห่งนามธรรมอันหมายเอาตัวความรู้สึกความนึกคิดหรือตัวอารมณ์กำหนดทีเดียวนุ้ยไม่ใช่หมายเอาเรื่องรูปหยาบหรือแท่งก่อนวัตถุนอกนอกเท่านั้นดอกก็คงจะระลึกได้ที่เคยกล่าวถึงกายของจิตและอธิบายผ่านมาแล้วเยอะแยะคำว่ากายของจิตผ่าน อธิบายมามากแล้วจึงขอให้ระวังแม้จะใช้คำว่าธรรมกายสื่อความหมายกันและจะใช้ว่าธรรมกายก็ต้องพยายามเข้าใจว่ากายนี้คำว่ากายะคำนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องของนอกนอกนี่เราพูดกันถึงขั้นอภิธรรมแล้วพูดถึงขั้นจิตใจจะติดรูปนิพพานแล้วพูดถึงขั้นอภิญญาพูดถึงขั้นวิชชาขั้นนี้กันแล้วไม่ใช่เรื่องตื้นๆต้นๆกันแล้วเพราะฉะนั้นคำว่าธรรมกายที่สื่อความหมายการนี้ก็ต้องทำให้เข้าใจให้ดีมันขายของจิตถ้าท่านปรมัตถธรรมกายแล้วต้องจับสภาพตัวอารมณ์น้ำมันกายกันจริงๆแล้วท่านธรรมกายเนี่ยเป็นธรรมะเป็นสภาพที่เป็นอยู่ขั้นธรรมะขั้นนามว่า ก็จับเอาที่ตรวจสภาพอารมณ์จึงจะเป็นธรรมกายกั้นพรมท่านทำมาดมหรือขั้นสูงขั้นละเอียดที่ถูกต้องของอริยะภูมิแพ้โดยธรรมขั้นอภิธรรมท่านทำมันยิ่งแล้วเพราะงั้นธรรมกายนี้ต้องเป็นอารมณ์เป็นธรรมารมณ์เป็นอารมณ์ที่ทรงอยู่ไม่ใช่กายทรงอยู่ไม่ใช่ดินน้ำไฟลมทรงอยู่ไม่ใช่หมายอารมณ์ที่ตรงขึ้นตรงอยู่แม้คำว่าลูกก็คือสิ่งที่ถูกรู้หมายความว่าลูกก็คือสิ่งที่ถูกรู้จริงๆนี้คำว่าสิ่งนี้แทนนามมาจ่ายแทนอารมณ์ก็จะต้องเป็นสิ่งที่ถูกรู้ขั้น ทำพันธุ์ไม้เอาตัวความรู้สึกความนึกคิดหรือตัวอารมณ์นั้นๆนั่นแหละเป็นกายวงเล็บเปิดความประชุมกลุ่มแห่งความรู้สึกคุณมีความรู้สึกอันนี้ก็ชัดแต่ความประชุมของอารมณ์เป็นความประชุมของจิตวิญญาณกายาเป็นกายของจิตเป็นกายะของจิตเป็นรูปในและสิ่งที่ถูกรู้อันเป็นอาการนามเป็นอาการนามคือไอ้ขั้นอู้ภาพที่อธิบายขึ้นไปเป็นอาการนามคือมีนามเป็นอาการอยู่เป็นอาการนามเป็นความเป็นการมันไม่ใช่เป็นเรื่องเป็นตัวเป็นตนมันเป็นสิ่งที่ละเอียดมาก อากาศนานรูปภาพสูงกันโน้นทีเดียวไม่ใช่หมายเอาเรื่องลูกหยาบแค่ภาพแค่โฉมหรือแท่งก้อนวัตถุนั้นๆอีกแหละเพราะฉะนั้นที่เข้าไปเพลงธรรมกายกันเอาเป็นตัวภาพแสงสีเป็นความสว่างความมืดถ้าอย่างนั้นมันยังไม่ใช่ยังไม่ใช่อารมณ์ยังไม่ใช่น้ำมันกายและยิ่งไปปั้นเป็นสีเป็นแสงเป็นความใสที่มีแสงมีสีมีสีแดงสีเหลืองสีเขียวหรือยังเป็นแสงใสแสงสว่างแสงอะไรต่ออะไรอยู่ไอ้นั่นยิ่งเป็นวัตถุธรรมหรือว่าเป็นสภาพที่เป็นรูปเป็นโฉมงาม อันนั้นยังไม่ใช่ไม่ใช่ปรมัตถ์ยังเป็นเรื่องนอกนอกอยู่อาจจะเห็นความเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนได้ชัดว่าแม้คำกล่าวคำพูดในที่นี้ขณะนี้แท้ๆก็ยังพูดคำซ้ำย้อนกันอยู่แต่จะชี้ชัดหรือหมายจำเพาะเอาสภาพจริงเท่านั้นที่ต่างกันอ่านละเอียดๆให้ดีๆเถอะเพราะเราจะเรียกว่าตายนี่เป็นคำซ้อนเลยพอพูดหยาบๆเพราะกายคนก็เข้าใจพื้นๆซึ่งๆเขินๆไม่ใช่อภิธรรมไม่ใช่ภาษาธรรมเขาก็รู้ว่ากายก็คือไอ้รูปร่างกายมันแข็งก่อนแต่ความประชุมอยากๆทีนี้มันแพงสิ่งที่ละเอียดขึ้นละเอียดขึ้น ไปลิบลับเลยบอกให้แม้แต่คำว่าธรรมกายมันก็นึกตอนขึ้นไปอีกเป็นภาษาที่ซ้ำแต่ไม่ใช่กลายเป็นรูปเป็นโฉมดังนั้นมโนมยิทธิได้กล่าวถึงนี้จึงคือการสร้างสภาพของตนให้มันละมันลดจากกิเลสให้ได้ตามที่รู้จริงรู้แจ้งรู้ชัดแจ้งนำมาก่อนนั่นเองเวลาเปิดคือเกิดญาณทัศนะมาก่อนแล้ววงเล็บปิดให้เป็นให้มีให้เกิดตรงตามทำ 700 ตรงตามที่เกิดญาณทัศนะนำมาก่อนให้ได้จริงๆขึ้นที่จิตของตนไม่ว่าจะเป็นอภิปประมาททะยานจิตตังอันคือจิตที่ปราโมทย์ร่าเริงเบิกบานยิ่งอยู่เสมอๆหรือจะเป็นสมาธิ ตั้งตันคือจิตที่แก้วกล้าแข็งแรงมั่นคงอาจหายพอดีรีโมทจะยังจิตตังอันคือจิตที่เปรื่องที่ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ก็ดีหรือแม้จะเป็นวิลาพระต่างๆวิมุตตินิโรธกันเป็นที่สุดก็ดีก็จะต้องทำให้เกิดจริงเป็นจริงให้สำเร็จซึ่งก็ด้วยความสามารถของจิตของเรานี่แหละแต่หมายเอาความเป็นทาสรู้เป็นสำคัญไม่ใช่ทาสลูกหรือรูปภาพเป็นคนทำเพราะเราทำให้เป็นจริงแล้วก็ต้องรู้อยู่ด้วยกันทำให้จิตมันเป็นได้ตามที่เรารู้ความหมายว่าอย่างนี้เป็นอารมณ์ที่มันเป็นราคะอยู่นะมีราคะถ้าไม่จางคลายจากราคาเราก็มีญาณทัศนะแล้วมี ถ้าเข้าใจแล้วอ่ะเป็นใครจะเป็นอารมณ์หรือเป็นธรรมารมณ์ที่ต่างกันอย่างไรเราก็พยายามทำจนได้ทำได้เมื่อใดเป็นมโนมยิทธิเมื่อนั้นได้น้อยก็เป็นมโนมยิทธิเรียกมันว่ามโนมยิทธิเก่งขึ้นเก่งขึ้นทำจิตของเราอันเป็นของเรามโนของเรามโนอันเป็นของเรานี่ทำได้เก่งขึ้นเก่งขึ้นถูกจิตปัญญารู้ก็คือญาณทัศนะวิปัสสนาญาณก็เป็นวิปัสสนาขึ้นมาแล้วเนี่ยเราก็มาทำให้มันจริงตามที่เรารู้กันไปเรื่อยๆอันนั้นลองมาดูตามคำแปลทั้งหมดของความอธิบายความหมายของมโนมยิทธิจากพระไตรปิฎกฉบับหลวงกันจริงแล้วค่อยชี้เน้นดูกันอีกทีวงเล็บเปิดมโน เท่ากับมโนบวกไวยะบวกอิทธิมะโนเท่ากับใจและจิตมะยะอันหมายเอาเราสิทธิในแก่งเจริญสำเร็จรวมความแล้วก็คือความเก่งความเจริญในเรื่องของจิตของใจจริงๆแต่หมายเอาในเรานี่เองไม่ต้องไปยุ่งจิตของคนอื่นผมก็ปิดนี่ไม่ได้ไปฝากใครต่อใครเขาอธิบายวันนี้ไม่ได้ไปเที่ยวเลยว่าผมมโนมยิทธิหล่อเละเลยเล่นแร่แปรรูปอะไรอยู่ต่างๆนานามันโดนมันด่าแน่ข้าวสารยังไม่ได้ใช้จิตบรรดานี่ข้าวสารเป็นกุ้งแกร่งอะไรเลยทำไอ้เสกไอ้อะไรให้มันเป็นทองคำอะไรต่างๆหรือมันด่าเล่นอะไรก็ได้ไปต่างๆนานา ดูฤทธิ์ทางใจเอาฤทธิ์ทางใจไปที่ทำไม่มีอะไรจะได้แก้ไขอะไรต่างๆนานาไอ้อย่างนั้นเป็นความเข้าใจตื้นๆเป็นๆน่ะมันไม่ได้อยู่ในสายของวิชาของพระพุทธเจ้าเอาฟังดูที่พระพุทธเจ้าธันวาภิกษุนั้นเมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้วไม่มีกิเลสปราศจากอุปกิเลสอ่อนควรแก่การงานตั้งมั่นไม่หวั่นไหวอย่างนี้อันนี้ก็ที่ได้แปลว่าจะต้นโพธิ์แต่ควรแก่การงานแต่ไม่หวั่นไหวก็คะแนนทีนี้ที่ผมแปลไว้น่ะผมแปลว่าไวไวเหมาะที่จะทำงาน ควรจัดการงานแต่ก็ไม่ๆๆเพี้ยนกันอะไรหรอกนะเหมาะที่จะทำงานคือมันเหมาะแล้วมันแวววายทีเดียวมันมีปัญญาอยู่ด้วยแล้วมันชาญฉลาดที่จะลึกซ้อนก็รู้แล้วก็สมควรที่จะทำงานเหมาะแก่การทำงานและตั้งมั่นอันนี้ก็แปลว่ามีฐานเป็นทุนมั่นคงตั้งแต่นิทานทัศนะเป็นฐานมาก่อนทีเดียวมั่นคงดีแข็งแรงพอสมควรเป็นอันนี้ชอบปัจจัยคือกล้าแข็งกล้าองอาจพอตัวแล้วจริงนะมันมีเรี่ยวมี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน