230612-3-024 ทางเอกภาค3-ตอน024(หน้า214)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 12 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 26 ที่พุทธสถานสันติอโศกอาดัมมาเรียนต่อ 214 หัวหน้า 214 นี่กำลังอธิบายถึงสภาพของศัตรูประปาจักรยานไล่มาเรื่อยๆเรื่อยๆสูงขึ้นมาตั้งแต่ใช้คำในภาษานักวิเคราะห์คำวิเคราะห์ความให้ฟังเรื่อยมาตั้งแต่ยอมน้อม ไปเพื่อรู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลายจะต่อมาเธอเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติกำลังอุบัติต่อมาเรื่อยๆหมู่จุติที่อุบัตินี่ก็เช่นเลวบ้างประณีตบ้างมีผิวพรรณดีบ้างมีผิวพรรณทรามบ้างได้ดีมั่งตกยากมั่งซึ่งก็ได้อธิบายความหมายของมันที่เป็นความหมายที่ชัดๆเด่นๆให้ฟังแล้วด้วยปัญญาอันยิ่งเพราะจิตบริสุทธิ์เห็นด้วยตาคิดแต่อันนี้ในภาษาของสำนวนของพระไตรปิฎกก็บอกว่าด้วยทิพประจักษ์สุขอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุมนุษย์ลงจากศพของมนุษย์แล้วทีนี้ก็มาถึงขั้นย่อมรู้ชัดซึ่ง หมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมว่าสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยทุจริตวจีทุจริตมาประกอบด้วยกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตติเตียนพระอริยเจ้าเป็นมิจฉาทิฐิยึดถือการกระทำด้วยอำนาจวิชาทิฐิเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเขาเข้าถึงเขาย่อมเข้าถึงอบายทุคติวินิบาตนรกไปที่บอกว่าย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมสัตว์เหล่านั้นมีประกอบด้วยกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตติเตียนพระอริยเจ้าเป็นมิจฉาทิฐิยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิทีนี้เบื้อง แต่ตายเพราะกายแตกอันนี้เราก็เอามาขยายความกันน่ะลองเริ่มกันตั้งแต่พรุ่งนี้ความที่ว่าเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกนั้นแปลมาจากบาลีได้ดีที่จริงแปลแปลมาได้ดีทีเดียวแปลคำนี้ชัดตรงสำหรับผู้รู้จริงรู้รอบแต่คนผู้ไม่รู้รอบก็ชอบไปเน้นเอาว่าเป็นความหมายที่หมายเอากันแต่เพียงการตายเน่าเข้าโรงของคนเท่านั้นเราฟังดีๆแล้วพอบอกว่าเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกนี่เป็นคำที่แ
อ่านต่อ
ปลมาจากบาลีเป๊ะงามทีนี้คนเราก็บอกว่านี่เบื้องหน้าแต่ตาย ตายแต่ก็แปลว่าตายเน่าเข้าโรงการตายจริงๆตายหมดลมหายใจของคนเท่านั้นเพราะยึดมั่นในคำว่ากายคำว่ากายกายะจำกัดอยู่แต่เพียงแค่ตัวตนร่างกายเนื้อเท่านั้นอาจารย์ความหมายไทยๆซึ่งบาลีเขาก็ว่ากายด้วยคำว่าคำบาลีมีคำว่ากายกายะนี่เขาก็ใช้บาลีเหมือนกันแต่ที่จริงคำว่ากายะหรือกายในที่นี้ประณีตประณีตมาถึงขั้นนี้แล้วนั้นมันไม่ได้หมายเอาเพียงแค่ตัวตนร่างกายเนื้อตัวของคนอันยึดจำกัดอยู่เพียงหยาบๆเป็นแค่ขั้นบุคลิกฐานตื้นๆเป็นวัตถุใหญ่ๆเป็นก้อนโตสัมผัสง่ายเพียงเท่านี้ไม่ ซึ่งเราเน้นมาแต่ต้นแล้วว่าขั้นจุตูปปาตญาณเนี่ยมันเลยเจโตปฏิญาณเลยอะไรต่ออะไรมาตั้งไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้วแม้แต่ครั้งนี้ที่วิธีเราก็มาทำความเข้าใจกันเป็นเท่าไหร่ว่ามันไม่ได้หมายความหมายถึงแท่งถึงท่อนอะไรนะปรมัตถ์เพราะยิ่งเลยก็มาถึงอภิญญาท่านที่ 5 จาก 6 สุดท้ายอยู่แล้วหรือวิชาขั้นที่ 8 จะเป็น 9 อยู่แล้วเนี่ยอยากจะมามัวงมงายงมงายอยู่ตัวตนบุคคลเราเขาอยู่แจ้งกันพอดีเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าเราไม่ได้หมายเพียงเท่านี้ซึ่งแท้จริงแล้วอันเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเขาย่อมเข้าถึงอบายทุคติมินิบัสนรก นี่นั่นมันหมายความว่าเมื่อถึงคราวครบรอบในโอกาสข้างหน้าที่สถานภาพเดิมของสิ่งนั้นๆหรือของความประชุมอันนั้นอันนั้นมันไปๆมันไม่ประชุมกันอยู่ในทรงเก่ารูปเก่าอาการเก่าแล้วมันแปลไปเป็นอื่นแล้วอยากแหลกแจกจ่ายไปทีเดียวฟังดีๆตัวดำที่เราขยายความเมื่อถึงคราวครบรอบมันเป็นรอบๆนี้มันแตกแล้วตอนนี้รอบนี้มันไอ้นี่มันแตกกระจายแล้วในโอกาสข้างหน้าหมายความว่าเบื้องหน้าเนี่ยถ้าครบรอบในโอกาสข้างหน้าเบื้องหน้าที่สถานภาพเดิมของ นั่นสิ่งนั้นหรือของความประชุมอันนั้นอันนั้นกายะเนี่ยสิ่งเดิมเนี่ยสิ่งที่มันทรงประชุมกันอยู่มันก็เรียกว่าเป็นสถานภาพเดิมหรือความประชุมเดิมอันนั้นอันนั้นมันไม่ประชุมกันอยู่ในทรงเก่ารูปเก่าหรืออาการเก่าแล้วมันแปลไปเป็นอื่นแล้วอย่างแหลกแจกจ่ายไปทีเดียวผู้มีอภิญญาแท้ๆนี้ยังจะสามารถสัมผัสได้แม้มันแหลกแตกออกไปอย่างนี้แล้วนะมันไม่รวมเป็นอย่างเก่านี่แต่ผู้มีอภิญญาจะสามารถสัมผัสอันนี้ได้ถ้าคนธรรมดาตาคนธรรมดาไอ้ความประชุมขั้นหยาบถึงจะสัมผัสได้เพราะความประชุมกันที่เป็นประชุมอยู่อย่างเก่าทรงเดิมสถานภาพเดิมเปลี่ยนจากสถานภาพเดิมไปแล้วอีกคนตามไม่คิดสักพักไม่ได้ คนตาทิพย์จึงจะสัมผัสสภาพนี้ได้ฟังดีๆจะเข้าใจสถานภาพเดิมมันเป็นความประชุมมันบรรยายบรรยายมันเป็นสภาพที่แน่นแล้วแต่จะใช้คำว่าแน่นจะใช้คำว่ายายจะใช้คำว่าโตหนาอะไรแล้วแต่ภาษามันบอกความหมายเพราะในขณะที่มันเป็นใหญ่ๆยาวๆอยู่อย่างนั้นคนตาตื้นก็สัมผัสได้แต่พอมันเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเพราะว่ามันพอมันถึงคราวถึงรอบที่มันไม่เกาะกลุ่มกันอยู่แล้วทีนี้มันสลายละลายตัวหรือว่าแต่จากสถานภาพเดิมแล้วแปรเปลี่ยนไปจากทรงเก่ารูปเก่าโฉมเก่าหรือว่า สถานภาพอย่างเก่าแตกออกไปแล้วแตกออกไปจนเป็นไม่ใช่เป็นรูปร่างเดิมแล้วเพราะฉะนั้นคนที่ไม่เข้าใจสภาพจริงๆอย่างสูงก็จะงงแล้วไม่เห็นได้หรือไม่ใช่แต่คนที่ตาที่จะตามอยากรู้ได้ว่าใช่อันนี้แหละคือมันมาจากอันนั้นหรือคืออันนั้นคนที่มีปัญญาสูงตาดีปัญญาดีเรียกว่าตาทิพย์เรียกว่ามีอภิญญาเนี่ยจะสามารถยังสามารถสัมผัสได้อย่างเห็นได้รู้ได้ชัดๆแม้แต่ส่วนเหลือแม้แต่ส่วนเหลือที่สำคัญของสถานภาพนั้นๆซึ่งจะเคลื่อนในเว็บจุติไปสู่สถานภาพอื่นฟังดีๆนะแม้แต่ส่วนเหลือ มันเหลือไอ้ส่วนที่มันแตกกระจายออกไปแล้วแม้แต่เศษส่วนที่มันเหลืออยู่นี่ที่สำคัญเศษส่วนที่เหลือที่สำคัญของสถานภาพเดิมนั้นซึ่งจะเคลื่อนไปสู่สถานภาพอื่นเช่นจะไปตกอยู่ในสถานภาพที่เลวลงไปสู่ความไม่ดีต่ำทรามลงลงทุกข์ร้อนวงเล็บเปิดตอนท้ายนี้คือความหมายของประโยคที่ว่าเขาย่อมเข้าถึงอบายทุคติวินิบาตนรกคือมันจะเปลี่ยนลงไปสู่ตกไปสู่สถานภาพเลวลงไปสู่ความไม่ดีไปสู่ความต่ำทรามลงไปสู่ความเป็นทุกข์ร้อนอย่างนี้เป็นต้นอันนั้นมันจะเดินทางไปสวนนั้นอย่างนี้ต่างหากดังนี้ต่างหากที่คือความหมายแท้ที่สุขุมลึกซึ้งมันมีความหมายกว้างไกลละเอียดลึกไปจนถึง การเปลี่ยนสถานภาพของการประชุมเป็นกลุ่มก้อนไม่ว่าจะประชุมกันจนถึงขนาดเป็นวัตถุธาตุใหญ่โตมโหฬารปานใดหรือเป็นธาตุดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมหรือแม้จะเป็นทาสเป็นอากาศสภาพและที่สุดแม้กระทั่งเป็นสถานภาพของวิญญาณธาตุไล่ลงมาเพราะงั้นไอ้อย่างไอ้ดินน้ำไฟลมแท่งก้อนสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาและเปลี่ยนแปลงไปมันไม่แปลกมันไม่แปลกถ้าเผื่อว่าคนจะสามารถตามรู้เรื่องคนคนอย่างนั้นพอจากเปลี่ยนไปจากธาตุดินน้ำไฟลมแปรไปจากร่างกายเอาไปเผาแล้วแล้วทีนี้ก็เหลือเขาว่าวิญญาณแล้วก็ตามวิญญาณนี้ไปได้อย่างนี้เข้าใจกันง่ายใครก็ง่ายอย่างนี้ความ อย่างนี้เราก็รู้ด้วยกายก็ตายเพราะกายแตกตายแล้วก็มีวิญญาณไปยังไงก็ได้ด้วยแต่อันนี้มันรวมใหญ่เหลือเกินมันไม่ใช่ตัวปรมัตถ์ที่มันจะเอาก่อนเพราะฉะนั้นในตัวคนเป็นๆนี่มีความประชุมจริงมีตั้งแต่สถานภาพของจิตวิญญาณที่มันหยาบใหญ่อยู่เป็นแท่งก้อนจะรู้ชัดเสร็จแล้วมันแปรเปลี่ยนไปจากสถานภาพเดิมไปวิญญาณแท้ๆวิญญาณธาตุแท้ๆที่สุดแม้กระทั่งเป็นสถานภาพของวิญญาณธาตุที่ประชุมกันอยู่อย่างใหญ่หรือเห็นได้รู้ชัดเห็นได้รู้ได้ชัดในวงเล็บกายเนี่ยคำว่ากายะมันคือที่ประชุมกันอยู่อย่างใหญ่หรือเห็นได้รู้ชัดรู้ได้ชัด ธรรมกายเป็นความประชุมที่รู้ได้ชัดคำว่ากายะยิ่งสักกายยิ่งใหญ่ใหญ่แล้วเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นวิญญาณที่เล็กละเอียดเห็นได้ยากขึ้นรู้ได้ไม่ชัดเรียกว่าอรูปอรูปประกายก็ตามจากกลายเป็นรูปร่างกายหรือวิญญาณธาตุที่ประชุมกันอยู่ในสถานภาพที่ดีในโรงแรมเรียกว่าเทวดาเห็นอยู่ชัดๆแล้วเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นต่ำทรามเรียกว่าอัปยศสัตตาสบายนั่นเองไอ้สัตว์สบายศรัทธาเห็นได้ชัดๆก็ได้อย่างนี้เห็นได้มันเปลี่ยนไปแล้วเช่นกันเห็นได้ก็ได้เช่นกันเช่นนี้เช่นนี้ก็เป็นสภาพ ที่อยู่ในความหมายของสำนวนที่ว่าเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเขาย่อมเข้าถึงอบายทุคติวินิบาตนรกจริงๆนี่สำนวนอย่างนี้ก็หมายความว่าอย่างงี้อยากเข้าใจเป็นสัตว์สัตว์ทิฐิเป็นอันขาดอย่าเข้าใจเป็นศาสดาคือเป็นตัวเป็นตนล่องลอยไปแล้วอย่างนู้นอย่างนี้จนเกินการนะเพราะถ้าอย่างนี้แล้วไม่เป็นสัตว์ต่างๆมันละลายไปนี้เราไม่เป็นศาสนาแล้วจากหยาบมาหาละเอียดไม่เป็นสัตว์แล้วไม่ใช่ตัวตนแท่งก้อนอย่างเก่าไม่ใช่ทรงอยู่อย่างเดิมล่ะเปลี่ยนสภาพไปเคลื่อนย้ายไปอย่างนี้แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นจากดีมาช่วยจากชั่วมาดีอะไรจากดีมาชั่วชั่วน้อยจนกระทั่งกลายเป็นชั่วหยาบใหญ่จากหยาบใหญ่นี่เป็นชั่วอยากใหญ่ ไปทางละลายออกมาเป็นดีๆอย่างละเอียดลึกซึ้งแน่นหนามั่นคงจะเรียกว่าใหญ่อีกก็ยังได้มันไม่เที่ยงอยู่อย่างนี้ไม่ใช่สัสไม่ใช่ศาสตราเพราะงั้นเราทุกวันนี้นี่เราไม่สั่งสมความชั่วแล้วก็สั่งสมความดีเสมอแหละถ้าว่าไฟทำมันก็สั่งสมความดีถ้าไม่ใฝ่ธรรมมันก็สะสมความชั่วสั่งสมความโง่อวิชชามากขึ้นมากขึ้นด้วยเราไม่รู้ตัวทีละน้อยทีละน้อยก็ได้แต่คนไหนที่มีอาการธรรมะหรือมีความรู้ทางธรรมะบ้างมันก็จะไม่ค่อยสะสมที่เรามากนักก็จริงทีนี้ถ้าไม่มีความรู้ทางธรรมะบ้างเลยนะแหมเพราะหากใส่หาบใส่เลยไม่รู้ตัวแต่มันก็เปลี่ยนแปลงอยู่เป็นอนิจจังอยู่อย่างนั้นแหละแต่เราไม่รู้ตัว อาเช่นยกตัวอย่างคนธรรมดาธรรมดานี่แหละเมื่อกี้นี้คุยจ้อหัวเราะร่วนอยู่ทีเดียวในปัจจุบันนั้นเขาเรียกว่าเขามีวิญญาณธาตุอยู่ในสถานภาพของเทวดาแต่ประเดี๋ยวต่อมาได้รับความไม่พอใจก็โกรธขึ้นมาแทนที่ในปัจจุบันนี้ก็เรียกว่าเขามีวิญญาณธาตุอยู่ในสถานภาพของสัตว์นรกดังนี้ก็เรียกว่าเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกแท้ๆชัดๆนะเนี่ยมันเปลี่ยนไปเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเห็นอยู่ชัดๆก็เป็นเทวดาอยู่ดีๆเปลี่ยนซะแล้วแตกไปเป็นสัตว์นรกซะแล้วนี่วิญญาณธาตุน่ะมันเกิดตายเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างนี้ตอนแรกเป็นคนดีๆ รถร่วมอยู่นี่เรียกว่าเป็นวิญญาณของเทวดาพอประเดี๋ยวเดียวโกรธผลักขึ้นมาอย่างนี้เป็นต้นง่ายๆอะไรคือเบื้องหน้าอะไรคือตายอะไรคือกายแต่ผู้ปฏิบัติธรรมแท้ๆจะเข้าใจทันทีในสภาพอย่างนี้ยกตัวอย่างว่าเนี่ยวิญญาณขณะนี้หัวเราะร่วนอยู่คนเป็นๆเนี่ยธรรมดานี่ประเดี๋ยวเดียวเราก็พูดนั่นพูดนี่คุยกันอ้าวโกรธมือขึ้นมาเลยก็วิญญาณเทวดาเปลี่ยนอยู่ประเดี๋ยวเดียวเขยิบเขยิบโอกาสกันไปข้างหน้าว่าเดี๋ยวๆเป็นสัตว์นรกแล้วอย่างนี้เราก็จะเข้าใจเบื้องหน้าเราจะเข้าใจคือตายตายจากความเป็นเทวดาไปเกิดเป็นสัตว์นรก คำว่าอะไรวะกายแตกคือความประชุมของวิญญาณน่ะสภาพที่ไปประชุมมันไม่ใช่ตัวตนแท่งก้อนนะไม่ใช่อัตรานะของวิญญาณไม่ใช่แต่งกลอนแต่มันประชุมเป็นอาการอารมณ์อย่างนั้นแล้วมันก็ไปเปลี่ยนเป็นอย่างนั้นอีกตายแตกผู้ปฏิบัติธรรมแท้ๆจะเข้าใจทันทีและจะต้องสำเนียกสังวรตนทันทีถ้าพูดเข้าใจธรรมะแล้วก็รู้อย่างนี้แล้วก็จะเอ๊ะไม่ได้แล้วเรามีวิญญาณผีแล้ววิญญาณอับอายและสัตว์ระบายแล้วเราก็จะต้องรู้ทันทีไม่ให้วิญญาณธาตุของตนต้องแปลสถานภาพไปสู่ที่ต่ำออกอย่างนี้จะระมัดระวังจิตหรือระวังวิญญาณธาตุมันจะตกต่ำไปเป็นสถานภาพอกุศลจิตขนาดใดขนาดใดก็จะฝึกหัด ให้ได้รู้ให้ทันแล้วจะไม่ให้มันเกิดอย่างตกต่ำเป็นอันขาดเมื่อผู้นั้นเป็นพระโยคาวจรขั้นจับจิตในจิตของตนได้เก่งจริงวงเล็บเปิดมีเจโตปริยญาณแคล่วคล่องจะอยู่กับจิตเสมอไม่ห่างจิตไม่เพ้อจิตผู้มีภูมิคุ้มกันนักสติปัฏฐานแท้ๆก็ย่อมทำได้แท้และจะสูงขึ้นดีขึ้นจริงๆผู้มีอภิญญาขั้นจุดธูปประปาตายยานนั้นจะเข้าใจคำว่าตายหรือตายแตกนี้ประณีตขั้นจิตใจจิตเจตสิกรูปประจักษ์เป็นตัวตายเป็นตัวตายแต่ขั้นสุขตัวกว่าจะยานไง ท่านมีอภิญญาขนาดนี้แล้วอย่าไปมัวกลมๆอยู่แต่ไอ้รูปวัตถุนี่ยังไปน้องแดงๆอยู่อะไรพวกนั้นมันไม่หรอกคันนี้แล้วมันคันโอปปาติกะสัตว์แล้วมันท่านเกิดตายขึ้นขั้นโอปปาติกะโยนิมันไม่มันเรียกว่าเขาบอกว่าโอปปาติกะเดี๋ยวนี้วิญญาณธาตุหรือว่าโอปปาติกะเกิดโดยไม่อะไรเขาว่าอะไรเกิดโดยไม่ต้องก็เกิดในการเกิดทันทีไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงดินน้ำไฟลมอะไรเป็นการฝึกเกิดทันทีของสภาพนั้นปุ๊บกดเป็นเทวดาหัวเราะร่วมอยู่คนเดียวมาเป็นสัตว์นรกมันไม่ต้องไป ดินเปลืองน้ำเปลืองนมเปลืองไฟอะไรเป็นๆเลยเรียกว่าผุดเกิดสัตว์ผุดเกิดเขาก็เรียกนะพวกอธิบายแบบลิเกละครโอปปาติกะเนี่ยเขาก็เรียกว่าเกิดเหมือนกันนะแต่ก็เป็นหมายังไงใบไม้ร่องรอยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ทั้งๆที่มันชัดๆนะเนี่ยความเห็นชัดๆให้เราเห็นชัดๆแต่เขาทำไมมันต้องไปเห็นอย่างที่ไม่น่าจะไปเขียนอย่างนั้นน่ะเพราะฉะนั้นจะต้องไม้เอาไปประณีตถึงขั้นจิตใจสิ่งปลูกจิตเอารูปไปจิตเป็นตัวตายเป็นตัวตายแต่เปลี่ยนสถานภาพไปจริงๆจะไม่โง่ไม่หลงงมงายอยู่กับการตายของเนื้อหนังมังสาเน่าเลยเพราะนั่นมันก็ต้องจริงยิ่งกว่าจริงอยู่แล้วการตายอย่างนั้น หยาบๆง่ายๆเรื่องอย่างนั้นเห็นอยู่รู้อยู่ชัดเห็นอยู่รู้ชัดส่วนจิตหรือวิญญาณธาตุนี่สิมันรู้ไม่ง่ายเห็นไม่ชัดเห็นไม่ชัดว่าจะตายจริงหรือเปล่ามันรู้ไม่ง่ายรู้ไม่ชัดว่าจะตายจริงหรือเปล่าจะหยุดเปลี่ยนสถานภาพได้เด็ดขาดเที่ยงแท้แล้วหรือยังถ้าจับได้มั่นคั้นได้แท้ตายได้แน่ๆก็จะสิ้นรอบปิดการเกิดได้สนิทจึงจะต้องพิสูจน์เองให้รู้ของจริงมีของจริงให้ได้ตัวนี้ไอ้ตัวตายตายเน่าแล้วก็ไปเกิดร่องรอยไปอะไรต่ออะไรโอ้ไอ้นั่นไม่ต้องไปพูดประจานอะไรกันมันมากมายหรอก เอาเป็นๆนี่เห็นละเอียดลอออยู่เดี๋ยวนี้ที่ตัวเองเดี๋ยวนี้แล้วจะรู้ว่ามันการเกิดการตายมันตายสนิทหรือเปล่าจับไม่ได้ไล่ให้ทันใครจับได้มั่นคั้นได้แท้จริงๆที่สภาพจิตของเราแท้แล้วก็จะรู้การเกิดการตายและเข้าใจความหมายการเกิดการตายตายแตกชัดกว่านั้นความไม่เปลี่ยนแปลงเลยของสถานภาพหรือของหรือความบริบูรณ์ความเที่ยงแล้วไม่เป็นอื่นอีกแล้วนั้นมีอยู่สถานภาพเดียวฟังความหมายอันนี้ให้ชัดความไม่เปลี่ยนแปลงเลยของสถานภาพหรือเรียกว่าความบริบูรณ์ก็ได้เรียกว่าความเที่ยงแล้วก็ได้ไม่เป็นอื่นอีก มีอยู่สถานภาพเดียวคือวิญญาณธาตุที่ได้ชื่อว่าเป็นนิพพานหรือสุภาพหรือสูญญากาศเป็นวิญญาณสะนังอนันตังสะโพกอื่นๆแม้แต่ดินน้ำไฟลมใดๆก็ไม่มีเที่ยงไม่มีเลยที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปความเที่ยงหรือความบริบูรณ์สุดสุดขีดก็คือความไม่เปลี่ยนแปลงอีกแล้วของปัญญากับวิมุตตินั่นเองเพราะเข้าใจแท้เพราะเห็นจิตรู้วิญญาณธาตุของตนจริงๆและจิตที่บริบูรณ์สุดขีดวิญญาณธาตุที่ไม่เปลี่ยนแปลงอีกก็รู้อยู่สัมผัส ตัววิญญาณธาตุที่ไม่เปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดแท้จริงก็พ้นสงสัยสนิทสนมตลอดกาลอย่างอื่นไม่มีอะไรเที่ยงเลยจริงๆเพราะจุดที่ว่ามันเที่ยงนี่มันเป็นจุดนี้เป็นจุดที่สูงสุดบริบูรณ์สูงสุดนี่มันมีจริงแล้วก็ใครถึงตรงนั้นแล้วมันไม่แปรปรวนสถานภาพนั้นคงถึงคงเดิมหรือแม้ทำอารมณ์ที่มีอาการอยู่มีสถานภาพอยู่เป็นสุขเวทนาอยู่หลักๆชัดๆเจนๆเป็นสภาพใหญ่หยาบรู้ง่ายๆแท้ๆเบื้องหน้าแต่เปลี่ยนอาการเปลี่ยนสถานภาพจากความชัดๆเป็นเกณฑ์ความใหญ่ๆหยาบๆนั้นไปเป็นทุกข์ของเวทนา ก็นั่นแหละคือลักษณะของจิตของวิญญาณธาตุที่ยังไม่พ้นทุกข์หรือยังไม่มีปัญญาแท้อันสามารถรู้เท่าทันทุกข์ในวงเล็บยังไม่เป็นปริญญายังมีความเปลี่ยนแปลงได้ยังเกิดใหม่อยู่อีกยังมีความยึดว่าอย่างนี้ชอบพอใจวงเล็บสุขอย่างนี้ไม่ชอบไม่พอใจทุกความเปลี่ยนของวิญญาณธาตุลักษณะดังนี้แลคือความยังไม่เป็นอธิปัญญายังเข้าใจถึงความไม่อยู่ในสถานภาพที่คงที่ของสรรพสิ่งในวงเล็บอนิจจังยังไม่ได้อย่างเข้าใจถึงความไม่อยู่ในสถานภาพที่คงที่ของสรรพสิ่งจำไม่ได้ยังมีความนึกคิดที่จะให้วิญญาณธาตุรับรสรับสัมผัส รับผลแต่ในสถานภาพที่ตนต้องการและหมายมั่นในเว็บอุปทานโดยไม่มีปัญญาเข้าใจในองค์ประกอบวงเล็บเหตุปัจจัยและการผสมหรือปฏิกิริยาในเว็บสังขารที่เกิดอยู่ดำเนินอยู่ทุกวินาทียิ่งกว่าทุกวรรณะวินาทีในโลกว่าไม่มีอะไรคงที่และสำคัญที่สุดก็คือองค์ประกอบในวงเล็บเหตุปัจจัยองค์ประกอบต่างๆที่มันกระจายตัวอยู่ในยอดปรมาณูเป็นยอดเอกภพในโลกนั้นมันก็ร่วมทำงานของมันเองเหมือนกันแต่อยู่กับที่เราทำอยู่ทุกขณะการด้วย เรารู้เห็นไม่ได้ยังมีอีกมากนักกว่านักมันมีทั้งเล็กสุดและใหญ่กว้างสุดจนเราไม่มีอำนาจญาณสัมผัสจะรับสัมผัสรู้ได้เราจึงป้องกันมันไม่ให้มันเป็นส่วนเพิ่มหรือเป็นส่วนลดในการงานในการผสมในการในปฏิกิริยาที่เกิดอยู่กับตัวเราตามที่เราต้องการได้สนิทสูงสุดจนเราไม่มีอำนาจนะไม่มีอำนาจสัมผัสได้สนิทสูงสุดในตัวความละเอียดที่บอกว่ามันเป็นอนูเหลืออันนึงมันมีอยู่ตลอดเวลามันมีอะไรต่ออะไรก็ตามอยู่ในส่วนผสมอยู่ในโลกในเอกภพในนี้มันมีอยู่มันทำงานโดยตัวของมันเองกระจายอยู่เป็นยอดปรมาณูเป็นยอดเอกภพในโลกอะไรก็ตามใจที่จะเรียกมันมีแทรกแซง ทุกขนาดการเราไม่รู้ไม่เห็นมันได้เราจึงไม่ควรจะไปยึดมั่นว่าจะต้องได้อย่างโน้นจะต้องเป็นอย่างนี้เป็นอันขาดแต่เราจะต้องรู้ว่าควรจะเป็นอย่างโน้นควรจะเป็นอย่างนี้ให้ได้มากกรรมมากกริยาของเราที่สุดแล้วเราก็จะเลือกละเว้นไม่ทำที่จะเป็นอย่างชั่วจะต้องทำหรือร่วมด้วยแต่จะเป็นอย่างดีจริงๆบริสุทธิ์ใจที่สุดจึงจะต้องรู้องค์ประกอบที่จะเข้ามาแทรกเข้ามาร่วมในการทำของเราให้ได้มากที่สุดถ้วนทั่วที่สุดเสมอๆเท่าที่เราจะสามารถทำได้เป็นที่สุด ไม่รู้อีกเยอะที่ละเอียดที่มันมาเห็นเป็นเหตุปัจจัยร่วมบอกแล้วว่าจะเป็นยอดปรมาณูยอดเอกภพในโลกยังไงก็ตามมันร่วงอยู่ในที่นี้เราไม่รู้หรอกเรารู้แต่ของหยาบของละเอียดที่มันมาร่วมปนร่วมปรุงอะไรอยู่เนี่ยเราไม่รู้มันหมดแต่เราก็จะพยายามสามารถที่สุดที่จะรู้ให้ได้มากที่สุดถ้วนๆเสมอเท่าที่เรารู้ได้แล้วจริงใจแล้วเห็นจริงเลยว่าเราจะทำจะส่วนดีเราจะไปยึดมั่นถือมั่นว่าเราจะเอาอย่างโน้นเอาอย่างนี้ตามใจไม่ควรจะทำอย่างนั้นเป็นอย่างยิ่งการเป็นไปได้อย่างที่อธิบายนี้จึงเรียกว่าภูมิเรียกว่าแกงหรือดีขึ้นสูงขึ้นเรียกว่าสุคติโลกสวรรค์หรือเป็นสัตว์ก็เรียกเรียกว่าเกิดญาณ และมโนมยิทธินั่นเองเพราะจิตผู้ใดที่ได้ตั้งไว้อย่างนี้แล้วก็พยายามสั่งสมจิตรของเราหรือว่าดำเนินการเข้าไปอย่างนี้เรื่อยไปเราจะเกิดปัญญาจะเกิดจิตที่แข็งกล้าเร็วแข็งแรงจิตเป็นมโนมยิทธิเก่งขึ้นเก่งขึ้นเป็นไปได้จริงสภาพการเช่นนี้ก็คือสภาพที่สำนวนในอภิญญาจุตูปปาตญาณนี้ว่าไว้ว่าส่วนสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายสุจริตวจีสุจริตมโนสุจริตไม่ติเตียนพระอริยเจ้าเป็นสัมมาทิฏฐิยึดถือการกระทำด้วยอำนาจสัมมาทิฏฐิเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเขาย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ดังนี้สำนวนนี้ทั้งหมดที่อธิบายมาข้างบน คำว่าอย่างนี้ถ้าจะขยายคำกระจายความให้กระจ่างขึ้นอีกก็จะได้ว่าสวนสัตว์เหล่านี้เหล่านี้ในวงเล็บคือผู้ที่เป็นฝักฝ่ายกุศลก็เช่นกันก็ย่อมเป็นไปตามเหตุตามผลที่ได้กระทำตามจริงว่าเมื่อสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายสุจริตวจีสุจริตมโนสุจริตก็ดีไม่ติเตียนหรือไม่เป็นผู้ว่าร้ายพระอริยเจ้าก็ดีเป็นสัมมาทิฏฐิโดยตรงก็ดีหรือเจตนากระทำให้ได้อยู่เสมอโดยตั้งใจเพราะรู้ว่าดีเป็นสมาธิที่ก็ตามเมื่อผ่านสภาพที่เรียกว่าตายไปในวงเล็บหรือเปลี่ยนสถานภาพไป อ่านสภาพที่เรียกว่าตายไปก็จะบังเกิดขึ้นใหม่เป็นไปอย่างที่เรียกว่าดำเนินไปด้วยดีมีความเจริญอันนี้เรียกว่าสุคติวงเล็บประกอบไปด้วยความยิ่งเลิศในวงเล็บสวรรค์ถ้ายังไม่หมดสิ้นปัจจัยจนเกลี้ยงสนิทในความเป็นโรคในวงการมันก็จะดำเนินไปดีด้วยถ้ามันยังไม่หมดสิ้นไปเรื่อยๆมีความเจริญประกอบไปด้วยความยิ่งเลิศไปด้วยวงเล็บเปิดโลกังหรือโลกครั้งสุดท้ายนี้จึงมีสภาพเหมือนจะมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนสูงสุดคือต้องรู้ทั้งสมมุติจะต้องรู้ทั้งปรมัตถสัจจะจนถึงขั้นเบื้องหน้าในเว็บแต่ตายเพราะกายแตกกล่าวคือ แม่ตายเพราะกายแตกแล้วต่อจากนั้นไปอีกเรียกว่าเบื้องหน้าเพราะฉะนั้นจะละเอียดหรือจะหยาบอย่างไรก็ตามภาพรู้นี่มันจะอยู่เรื่อยจะรู้ต่ออยู่เรื่อยเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเพราะๆจบจากคำว่าเบื้องหน้าสิ้นตรงนี้ต่อไปก็ต่อจากนั้นไปเรียกว่าเบื้องหน้าทั้งสิ้นเบื้องหน้าไปด้วยเบื้องหน้าไปเรื่อยต่อจากนั้นไปอีกเรียกว่าเบื้องหน้าจะยังมีสถานภาพอะไรก็ตามเป็นส่วนเหลือเป็นสมมุติอันจะยังวนเวียนอยู่ในสรรพสิ่งทั้งหลายยังจะเป็นส่วนที่เรียกว่าเกิดอยู่ก็ให้เป็นสุคติในวงเล็บดำเนินไปด้วยมี ด้วยดีมีความเจริญเพราะถ้ามันจะเกิดอยู่ต่อไปก็ขอให้มันเป็นสุคตินี่เป็นอันที่ 1 หรือเป็นสวรรค์ในวงเล็บประกอบไปด้วยความยิ่งเลิศนั่นเถิดส่วนปรมัตถสัจจะคือวิญญาณธาตุของเรานั้นไม่ต้องหลงติดหลงตามไปมีอารมณ์ชื่นชอบหรือเหี่ยวเฉาอะไรกับส่วนที่ยังดำเนินไปตามที่มันยังไม่สลายนั้นอีกซึ่งเมื่อเราได้กระทำโดยคำนวณว่าดีสุดโดยสุจริตโดยบริสุทธิ์ใจสุดด้วยเจตนาอันบริบูรณ์ในความเหมาะสมที่สุดแล้วก็เป็นอันเลิกเป็นอันเลิกกันสำหรับเราเป็นจบสนิทหรือแล้วรู้แล้วในวงเล็บ อริยทรัพย์โลกก็ถึงจะเป็นโรคและจะเป็นสมมติสัจจะที่ดีฟังดีๆนะตอนนี้แยกสมมติสัจจะกับปรมัตถสัจจะอย่างชัดเจนโลกก็จะถึงเป็นจะเป็นโรคและจะเป็นสมมติสัจจะที่ดีเราพูดจบพูดสิ้นผู้เลิกผู้ไม่มีเบื้องหน้าก็ถึงจะเป็นปรมัตถสัจจะที่จริงหมดเราลงไปได้ด้วยประการอย่างนี้แต่เขาหรือโลกหรือสังคมนั้นไม่หมดเพราะว่าดีแท้ดีจริงอยู่ต่อไปการต้องอ่านทวนให้ดีจริงๆแล้วตั้งหลักให้ดีจริงๆเลยนะนี่เราอธิบายวงเล็บอันหลังนี่อธิบายคำว่าเราต้องเข้าใจว่าโลกนี้มันเป็นอยู่ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ทุกอย่างจะดีสุดโดยสุจริตใจโดยบริสุทธิ์ใจสุดทีเดียวด้วยเจตนาอันบริบูรณ์ในความเหมาะสมที่สุดแล้วก็เป็นอันเลิกสำหรับเราไปจบสนิทสำหรับเราแล้วก็รู้แล้วเลยโลกก็ถึงจะเป็นโรคแล้วก็มันจะเป็นไปตามสมมติที่สัจจะที่ดีมันก็เป็นสุคติไปมันก็เป็นสวรรค์ไปส่วนเราพูดจบผู้สิ้นผู้เลิกนั้นไม่มีแล้วเบื้องหน้าเพราะว่าเป็นอันมันเลิกกันตอนที่เพราะว่าทำดีที่สุดแล้วก็ปล่อยไปเราพูดจบพูดสิ้นพูดเลิกไม่พูดไม่มีเบื้องหน้าก็จะเป็นปรมัตถสัจจะหมดเราลงไปได้ด้วยประการอย่างนี้นี่หมดเราแต่เขาและหรือโลกหรือสังคมนั้นไม่หมดเพราะว่าดีแท้ดี ต่อไปเราก็หมดระดับเกิดก็เกิดส่วนเกิดก็เกิดไปแต่ไม่ใช่เราเกิดสังคมยังเกิดโลกยังเกิดเขายังเกิดอย่างนี้เป็นต้นชัดๆนะชัดๆแหมทำไมคนอะไรพูดชัดจังเลยรู้ชัดมั้ยอ่ะคนฟังน่ะคนพูดว่าพูดชัดที่สุดแล้วนะแต่คนฟังเนี่ยชัดมั้ยแล้วก็ยังมีความอธิบายย้ำซ้ำอยู่อีกมึงได้เปิดในอภิญญาข้อจุดๆๆประปาจะยานนั่นแหละวงเล็บปิดต้นไม้เอาถึงวิญญาณธาตุนั้นก็ยังจะต้องมี การอยู่คือต้องมีรู้มันมีงานอยู่ก็คืออย่างน้อยมันต้องมีรู้ว่าจะต้องเห็นสัตว์นั้นๆอยู่ทีเดียวจะต้องเห็นสัตว์อันนั้นอยู่ที่เดียวอันนี้ในพระพุทธพระพุทธพจน์นี้ก็ตัดไม่ต่อนะมันจะต้องเห็นสัตว์นั้นอยู่ที่เดียวกำลังจุติกำลังอุบัติมีสภาวะหยาบในวงเล็บเลวละเอียดสุดคุ้มในประณีตก็แยกออกแบ่งออกได้ถูกต้องทำให้ปรากฏงามได้ขนาดได้คุณภาพตามระดับตามขั้นชัดเจนถ่องแท้อยู่เรียกว่ามีผิวพรรณดีทำให้ปรากฏยังไม่งามยังไม่ได้ขนาดยังไม่ได้คุณภาพตามระดับตามชั้นแต่ก็เห็นชัดถ่องแท้อยู่เรียกว่ามีผิวพรรณทรามหรือดำเนินไปด้วยดีมีความเจริญในหัวได้ดี ดำเนินไปไม่ดียังไม่เจริญเรียกว่าตกจากก็สามารถหยั่งรู้ละเอียดถึงจริงด้วยปัญญาอันยิ่งเพราะจิตบริสุทธิ์เห็นด้วยตาทิพย์วงเล็บเปิดด้วยอธิปัญญาเป็นที่สุดแม้จะเห็นด้วยอำนาจเจโตก็จะต้องรู้ซ้อนลงไปในรูปที่เห็นนั้นแยกออกว่าเป็นเลวประณีตผิวพรรณดีพยานใหญ่ต่างๆนั้นจริงๆด้วยจึงจะเป็นที่สุดวงเล็บปิดอันที่สามารถเหนือมนุษย์ธรรมดาจริงๆและย่อมรู้ชัดซึ่งสัตว์เหล่านั้นเหล่านั้นผู้เป็นไปตามเหตุตามผลที่ได้กระทำตามจริงด้วยประการฉะนี้อันนี้ก็ซ้ำอธิบายตามเข้ามาอีกทีนึงให้รู้ คำนี้ก็อธิบายมาแล้วอ่านก็ผ่านมาแล้วด้วยซ้ำไปในสำนวนนี้มันรู้แจ้งรู้จริงเห็นชัดเข้าใจละเอียดยิ่งราวกับผู้รู้นั้นเป็นคนตาดีที่ยืนอยู่บนปราสาทหรือหอสูงซึ่งตั้งอยู่ณทางสามแพร่งท่ามกลางพระนครนี่ก็ท่านว่าไว้ทั้งนั้นเป็นคนตาดีที่ยืนอยู่บนประสาทหรือหัวสูงเนี่ยหรือหอสูงนี่ขยายความขึ้นบนประสาทซึ่งตั้งอยู่ณทางสามแพร่งท่ามกลางพระนครอย่าเพิ่งเห็นหมู่ชนกำลังเข้าไปสู่เรือนบ้างกำลังออกจากเรือนบ้างกำลังสัญจรเป็นแถวอยู่ในถนนบ้างนั่งอยู่ที่ทางสามแพร่งท่ามกลางพระนครบ้างนี่นี่ก็ขยายความต่อมาอีกไม่ใช่ขยายหรอกของเก่านั่นแหละ เป็นลักษณะของศัตรูประปาแต่อย่างทั้งสิ้นที่ผูกไว้อยู่การรู้เห็นนั้นมีสภาพทั้งชนิดที่เปรียบประดุจคนกำลังเข้าไปสู่เรือนในวงเล็บสมาชิกเหลืออีกนายหนึ่งเรียกว่าดับสมาธิสักครั้งหนึ่งเรียกว่าดับกับสภาพคนกำลังออกจากเรือนในวงเล็บสมาธิสักโคจรรู้อีกได้อย่างหนึ่งเรียกว่าเกิดและทั้งรู้เห็นชัดในสภาพกำลังสัญจรอยู่เป็นแถวอยู่ในถนนในวงเล็บสุดท้ายนะหรืออายุอีกนัยหนึ่งเรียกว่าเกิดกับสภาพนั่งอยู่ในเว็บอยู่ที่ทางสามแพร่งท่ามกลางพระนครใน วุฒิฐานะหรือติดขัดหรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่าดับอันนี้ก็ไม่อธิบายอะไรมากเพราะว่าเป็นคำเทียบที่จะต้องทำความเข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่งของแต่ละคนและการรู้เห็นนั้นทั้งเห็นด้วยตาดีฟังดีๆนะนี่ในนี้ชดใช้คำโตๆเลยคำว่าด้วยตาดีตัวโตๆหร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive