230603-3-018 ทางเอกภาค3-ตอน018(หน้า140)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 3 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 ที่พุทธสถานสันติอโศกเรียงกันต่อหน้า 140 อาทิตย์ลักษณะนี้เรากำลังอยู่ในวิชาอยู่ในวิชาข้อเจโตปริยญาณซึ่งเป็นวิชาข้อที่ 5 ข้อที่ 6 แล้ว j7 ข้อที่ 6 มิถุนายน อุทยาน 6 อัศวินยานกล้าตัดแล้วเรากำลังวิเคราะห์กันอยู่ขณะนี้กำลังวิเคราะห์คำว่าอื่นตัวนี้ตัวสำคัญเนี่ยบริษัทตะนังสัตว์ สัตว์อื่นไม่ได้หมายความว่าเป็นจิตของตัวตนบุคคลสัตว์คนโสดสัตว์ตัวอื่นบุคคลคนอื่นไม่ใช่อันนั้นไม่ใช่ปรมัตถ์ปรมัตถ์คือกายาวาหนาคืบกว้างศอกพร้อมสัญญาและใจแล้วเราก็รู้คำว่าสัตว์รู้คำว่าบุคคลหรืออัครของเรามันแตกต่างกันอย่างไรโสดาบันบุคคลแตกต่างจากธนาคารมีบุคคลอย่างไรเป็นต้นเราเป็นโสดาบันบุคคลแล้วเออแล้วบุคคลอื่นอีกล่ะที่เป็นสันติธรรมมีบุคคลธนาคารมีบุคคลเรารู้แล้วอย่างเราจะต้องมีเจโตปริยญาณเกิดญาณ ยังจิตต้องไปรู้เห็นเข้าใจด้วยปัญญาแล้วทำเจโตให้เป็นพร้อม 2 ส่วนเป็นอุปกรณ์ภาคของวิมุตให้แน่จริงจนเกิดสกิทาคามีบุคคลขึ้นอีกบุคคลใหม่เป็นบุคคลอื่นจากบุคคลที่เราเป็นแล้วเราเป็นโสดาบันบุคคลแล้วตอนนี้เราเป็นบุคคลใหม่แต่ก่อนเราเป็นกษัตริย์เป็นสัตว์เปรตเป็นสัตว์นรกเป็นสัตว์เดรัจฉานจนมาเป็นสัตว์ที่คนนรกพ้นเดรัจฉานมาเป็นสัตว์อื่นเหลือเกินไปเป็นกามมันสัตว์เป็นโลกียสัตว์อะไรขึ้นมาเราพ้นจากกามกษัตริย์ไปเป็นพรหมศักดิ์ซึ่งมันได้จากสัตว์อื่น ไล่จับสัตว์เดิมเป็นสัตว์อื่นไปอีกหรือต่างหากต่างหากจากปะระเนี่ยมันแปลว่าอื่นหรือต่างหากจากซึ่งมันนอกเหนือกว่านี้จากอันนี้ไม่ใช่อันนี้อื่นไปอีกแตกต่างไปอีกจากอันนี้เร็วกว่ารักเพราะฉะนั้นตื้นๆต้นๆง่ายๆก็คำว่ารู้สึกรู้จิตสัตว์อื่นรู้จิตบุคคลอื่นจึงไม่ได้หมายความซื่อๆดื้อๆแบบตื้นๆเผินๆนี่มันขั้นปรมัตถ์ยังจะมาเรียนกั
อ่านต่อ
นสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาสัตว์อื่นคือสัตว์ตัวนั้นไม่รู้ใจสัตว์ตัวตนสัตว์อื่นหรือบุคคลก็ตัวบุคคลอื่นๆเป็นตัวเป็นตนเป็นตัวไอ้อย่างนี้มันไม่ต้องเรียนหรอกมันง่ายๆอันนี้ ความรู้ชั้นต้นถ้าจะไปรู้อย่างนั้นก็อาจจะวิเคราะห์ให้ฟังมาก่อนแล้วว่าการไปรู้ใจของคนอื่นเป็นหลักรู้ใจอย่างนี้มันค้านแย้งอยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นอธิษฐานปาฏิหาริย์ที่พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญไปดักอีกอันนึงโดนว่าเรื่องมันหนักรู้ใจเพราะฉะนั้นเทศนาปาฏิหาริย์พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญไม่ยกย่องไม่สนับสนุนนิทานแย่งแล้วแต่อย่างที่กล่าวนี้จะไม่ค้านแย้งและลงตัวด้วยถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าหมายด้วยแล้วเราเห็นด้วยว่าอย่างนี้เข้าท่าไม่ใช่โมเมนะที่พูดเนี่ยไม่ใช่โมเมแต่เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งเป็นความรู้ที่มีจริงเป็นจริงเดายากนะเดายากนะ ยังไม่แน่ใจว่าคนจะเดานี่มันจะสามารถเดาได้หรือไอ้เราว่าเราเรารู้นี่ไม่ใช่เพราะไปนั่งคำนวณเรื่องราวคาดคะเนเอาไม่ใช่เรารู้ว่าอ๋อจิตมันมีต่างจิตใจตัวมันมีมากมายแล้วมันก็เป็นสิ่งที่มาตรวจตามพระบัญญัติพระพุทธเจ้าด้วยดีของพระเจ้าและโอ้ให้รู้จิตอย่างนี้มันชัดนี่รู้ตั้งแต่เวลาข้อมูลไปไล่ขึ้นไปจิตต่างๆต่างๆต่างๆจนกระทั่งไล่แม้แต่จิตที่ต่างกันขึ้นมาจิตที่มันลึกซึ้งขึ้นไปตามขั้นตอนตั้งแต่ไล่เป็น 15 17 18 อย่าง 16 อย่างอะไรเนี่ยมันเป็นของที่ลึกซึ้งขึ้นอันนี้ราคามูลรู้ว่าราคามูลนิธิ สมุดอันนี้ไม่ใช่ราคารวมไม่ใช่ราคาอันนี้ไม่ใช่โทรศัพท์มูลรู้ว่าไม่ใช่โทรศัพท์มูลอันนี้โมหะมูลรู้ว่าโมหะมูลอันนี้ไม่ใช่โมหะมูลหรือว่าไม่ใช่อันนี้เป็นภาษาอังกฤษตามรู้ภาษาอังกฤษเป็นวิกฤตเศรษฐกิจต้องรู้ความหมายกำหนดขึ้นไปอื่นไปเรื่อยๆลึกซึ้งขึ้นไปอย่างนี้มหากาอันนี้อ่านมหาการู้อย่างนี้สูงไปสระอุจจาระอันนี้เป็นอันตรายรู้ไล่ตามขึ้นไปต่างหากจากอันนั้นอันนั้นขึ้นไปเรื่อยๆมันก็ยิ่งชัดเพราะฉะนั้นจะกล่าวคำว่าสัตว์ก็ต้องรู้ความหมายคำว่าสัตว์กล่าวคำว่าบุคคลก็ต้องรู้ความหมายว่าบุคคลที่แท้ชัดอย่างนี้แล้วผู้ที่สามารถ รู้จุดอื่นอะไรอื่นๆออกมาเนี่ยต้องทวนนิดนึงด้วยเหตุดังกล่าวแล้วนี้ในหน้า 139 คำว่าปรสิตตานังกับรับบุคลานุกรม ของบุคคลอื่นคือต่างหากจากใจที่เป็นบุคคลเดิมอันเราเคยเป็นด้วยใจเรารู้ขึ้นด้วยใจของเรานี่ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผู้ยังไม่เข้าใจถูกเป้าหมายหลงพุ่งออกไปพุ่งออกไปในภาษาบาลีว่าคิดตังค์เนี่ยสังกิจพุ่งออกไปมองเอาผู้อื่นคนอื่นนอกตัวเองทันทีก็กลายเป็นการชี้ทางผิดให้แก่ผู้ยังหลงทางอยู่เพราะกรรมฐานที่ถูกที่จะต้องมองต้องอ่านให้มากของผู้ยังไม่บรรลุธรรมนั้นอยู่ที่กายยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมสัญญาและใจของตนเองเท่านั้นเป็นสำคัญเน้นไว้ให้เห็นชัดๆสำหรับพระอ หนังจีนไม่ต้องวงเล็บกำกับท่านก็รู้ได้พระอริยะพระอรหันต์ไม่ต้องวงเล็บกำกับแปลอย่างที่เรียกว่าเขาแปลตามธรรมดาแปลว่ารู้ใจสัตว์อื่นรู้ใจของบุกรู้จิตของสัตว์อื่นรู้ใจของสัตว์อื่นรู้ใจของบุคคลอื่นอะไรเงี้ยกล่าวว่าอย่างนี้พระอรหันต์หรือพระอริยเจ้าชั้นสูงท่านก็รู้แล้วไม่ต้องกำกับให้ท่านท่านก็เข้าใจแล้วที่เข้าใจก็หมายความว่าท่านมีฐานจิตท่านรู้ว่าความหมายที่ลึกซึ้งเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนกันไปคัมภีร์กล่าวว่าผ่าโซ่เป็นสภาพปรมัตถ์ขึ้นไปนั้นมันหมายเอาอย่างไรโดยเฉพาะอธิษฐานจิตถึงพระอรหันต์แล้วไม่มีปัญหามันจะเข้าใจได้จริงๆผู้ที่ยังไม่มีสมาธิก็ไม่เข้าใจล่ะผู้ที่มีสมาธิแล้วมันถึงจะลง ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วไม่ใช่สมมติมันก็รู้ได้มีความหมายเข้าใจแล้วคุณจะเข้าใจจึงมีสภาพที่แท้จริงมีสภาพธรรมลงตัวแล้วมันก็เป็นไปได้ไม่ต้องเดาผู้ที่ไม่เข้าใจเราเลยและความผิดที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็เพราะคนที่ไม่ถึงภูมิคนที่มีมีภูมิต่ำพอไปอ่านก็อ่านรู้ได้แต่ตื้นๆความหมายก็ใครมันจะไม่เข้าใจสัตว์อื่นสัตว์ตรงนู้นบุคคลอื่นก็บุคคลคนโน้นแล้วก็แปลเป็นอย่างนั้นก็ดาวกันอย่างนั้นว่ากันอย่างนั้นมันผิดกันไปตั้งเยอะตั้งแยะมากงานสำหรับพระอรหันต์นั้นไม่ต้องวงเล็บก็ได้ตรงคำว่าอื่นนั้นหมายถึงใครจุดใดแท้เพราะท่านจะต้องเข้าใจ ผื่นดีที่สุดโดยไม่ลืมตนท่านรู้ตัวของท่านอยู่เสมอท่านจึงเข้าใจอื่นได้แท้จริงอยู่เสมอๆและท่านนั่นแหละคือตัวอื่นที่หมดความเป็นอื่นแล้วเหตุละเอียดลงไปอีกตัวท่านเองนะท่านรู้ตัวท่านท่านตรวจตัวท่านท่านตรวจอัตราน้อยอาจตายใหญ่ตัวตนของท่านรู้ตัวรู้ตนจนกระทั่งท่านเข้าใจแล้วอย่างไรอย่างไรมันละเอียดแล้วท่านจึงเข้าใจผู้อื่นที่มันไม่เหมือนท่านและความไม่เหมือนนี่แหละมันต่างจากกันความไม่เหมือนนี่มันต่างจากกันเพราะฉะนั้นเพราะท่านเป็นอย่างนี้ท่านถึงรู้อันอื่นเหมือนกับผ้าขาวกับผ้าดำผ้าขาว เราเป็นฝ้าขาวเราจึงรู้พลาดดำเราจะรู้ภาพแล้วเพราะเทียบค่ากันได้ไม่ต้องเทียบมันก็รู้นะและท่านนั่นแหละคือตัวอื่นที่หมดความเป็นอื่นแล้วท่านเป็นตัวอื่นคือตัวที่ท่านเคยเป็นท่านก็เป็นมาจนกระทั่งเป็นตัวอื่นๆๆไปจนหมดอื่นเลยไม่รู้จะไปอื่นตรงไหนอีกแล้วมันไม่มีตัวจะเป็นอีกแล้วตอนนี้ที่หมดความเป็นอื่นแล้วโดยสัตว์จริงในวงเล็บตัดบุคคลขั้นสูงสุดตอนนี้เป็นนัยยะตามบุคคลแล้วเป็นบุคคลขั้นไม่เปลี่ยนแปลงแล้วเที่ยงแล้วนี่จะตัดแปลว่าเที่ยงมันเที่ยงจริงๆมันๆๆมันไม่แปลกปรวนที่สูญญตาเป็นบุคคลที่มีจิตอันไม่มีจิตสัตว์อะไร ผสมไปได้เป็นขั้นสูงสุดที่กำกับไว้นั้นก็จึงเพื่อเตือนสำหรับผู้ยังไม่รู้แท้ยังไม่รู้จริงหรือยังไม่บรรลุสูงสุดนั่นเองให้เห็นสัตว์อื่นบุคคลอื่นที่ไม่ตัวเองในตัวดำๆเน้นเอาไว้ให้เห็นสัตว์อื่นหรือบุคคลอื่นที่ในตัวเองหรือเห็นความแตกต่างของจิตที่เป็นสัตว์กับจิตที่เป็นบุคคลอันนี้ยกใหญ่ๆเลยเอาคำว่าสัจธรรมบุคคลมาเทียบเลยไม่เห็นมันต่างกันนะสัตว์ที่เป็นสัตว์จิตที่เป็นสัตว์คือจิตที่เป็นบุคคลบุคคลก็เลยแปลโดยสักให้ฟังแล้วโดยพยัญชนะกาแฟให้ฟังแล้วโดยให้เห็นให้มองดูที่จิตของตนเองสัมผัสให้จริงจึงเรียกว่ารูของจริง ดูความหมายของเหตุผลโดยความหมายของตรรกะเราก็พอจะเข้าใจพอจะรู้ด้วยความหมายทีนี้มันจะรู้จริงมึงจะต้องดูที่จิตของตนพิสูจน์ไปพวกเราปฏิบัติให้เราพิสูจน์ไปจิตที่มันดีขึ้นมันต่างจากขึ้นหรือว่าเป็นจิตที่เปลี่ยนจากจิตเดิมแล้วแต่ก่อนนี้เราเป็นปุถุชนหรือว่าเป็นผู้ถูกบุคคลตอนนี้เราก็มาเป็นอริยบุคคลแต่ก่อนเราเป็นสัตว์นรกสัตว์เปรตเดี๋ยวนี้เราฆ่าสัตว์เปรตสัตว์นรกได้มันรู้ที่ของเรารู้ของจริงเหตุผลดูแล้วปัญญาเข้าใจแล้วมาเทียบเคียงที่จิตต่างๆขึ้นไปเรื่อยๆแล้วก็อ่านตัวอื่นแทรกซ้อนซ้อนสูงขึ้นไปเรื่อยๆเข้าใจให้จริงว่าเรามีอื่นอีกหรือไม่จนกระทั่งเรามีอื่นจนไม่มีอื่น เป็นตัวอื่นขึ้นไปเรื่อยๆจนหมดตัวอื่นน่ะมดอื่นจะเป็นอีกแล้วไม่มีอื่นอีกแล้วหมดความเป็นอื่นอีกได้แล้วไม่มีจริงๆนะมันสุดแล้วมันไม่มีจริงๆมันจะรู้ที่สุดมิใช่ได้แต่ฟังรู้และได้แต่เข้าใจเพราะเพียงความคิดตามด้วยเหตุผลเป็นได้อยู่แค่บัดกรีหัวสีคือเป็นนักตรรกศาสตร์หรือนักทฤษฎีและก็ได้แค่คิดได้แต่คิดได้ด้นเดาเอาคาดคะเนเอาด้วยมันสมองอันนั้นเป็นมันเป็นมิจฉาทิฏฐิส่วนสำคัญที่มีกันมากที่สุดในทิฏฐิ 62 คือพวกคาดคะเนต้นดาวในที่ที่ 62 ของพระพุทธเจ้า ตัวนัดตัวบัดกรีหัวเตะบอลสีคือตัวพวกนักตรรกะพวกนักเหตุผลมีแทรกอยู่ในทฤษฎี 62 ของผู้ชายเกือบทุกหมวดถ้าอยู่เกือบทุกงวดเลยเป็นการคาดคะเนรุ่นเก่าเพราะเอาแต่คิดมันเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละแล้วก็พาผู้อื่นหลงผิดติดอยู่แต่เพียงชื่อเชื่อความคิดความคาดคะเนกันอยู่เท่านั้นเท่านั้นพากันตายนอกกันและแล้วเรามาไม่รู้กี่กลับกี่กันการกีดกันมีการกัลปังไม่รู้เกี่ยวกับกิจกรรมกันก็ไม่รู้ก็ไม่ได้ก็ได้แต่แค่ความคิดความคาดคะเนกันนี้ เท่านั้นอยู่นั่นเองมันก็อนิจจากินตัวผู้นั้นตลอดกลับกันอนิจจาเนี่ยภาษาไทยเราเอามาใช้จนกระทั่งเราติดมันบอกโอ้อันนี้จะคือเขาก็อันนี้จ่ายอยู่นั่นแหละคือไม่ได้เป็นคนเที่ยงไม่ได้เป็นคนที่ยึดตามไม่ได้เป็นคนจะใช้คำว่านี้จังมึงก็ซ้ำเพราะฉะนั้นถ้าถึงเรียกไปใช้คำว่านี้จำไม่เช่นนั้นอธิบายไม่ได้บอกว่าอันนี้จังอนิจจังอนิจจาเนี่ยมันเป็นตัวตายตัวจริงอยู่ในโลกเพราะฉะนั้นคนที่จะสำเร็จผลแล้วก็เป็นคนนี้จังนั่นแหละแต่ท่านไม่เรียกนี้จังคนนี้คนก็เมาหมดงงเขาเรียกนี้เป็นความเพียบเป็นความแน่นอนตายตัวทีนี้พวกนี้ก็ไม่ได้เรื่องมันก็หมุนวนอยู่นั่นแล้วก็เป็นอนิจจังอนิจจา เราเห็นคนอื่นที่ยังไม่ได้ยังไม่เที่ยงก็ได้แต่สงสารมึงถูกขังกูก็ไม่อยากถูกขังเหมือนอย่างกับที่มึงถูกขังนี่ละน้อทำไมเวลาแกไปเห็นสัตว์ที่มันถูกขังกรงแกก็ปลงอนิจจังอนิจจาโอ้เนี่ยมันเป็นสัตว์ที่อิสระเสรีนะมันไม่ได้ถูกจับขังคนก็มาจับขังมันให้มันเป็นผิดมันไม่เที่ยงอย่างนี้มันก็อยู่ตรงท้องฟ้าจะแคร์คนทั้งมาจับมันมาขังได้แล้วมันก็ไม่เสี่ยงอย่างนี้ละน้อปล่อยให้มันเสียเราก็ไม่อยากจะเป็นคน อยู่ในกรงนั้นอะไรเงี้ยอันนี้ก็หมุนเวียนหมุนวนอยู่ตามที่ตัวเองคาดคะเนตามปัญญาต้นดาวไปหมุนมันไม่เที่ยงกินตัวอยู่ตลอดกลับกันพระพุทธองค์จึงได้ทรงเรียกพวกฉลาดฉลาดคิดวงเล็บเปิดบางคนแหลมลึกจนหลงรับรองกันว่าปราชญ์ก็มีวงเล็บปิดงานพวกฉลากสลากคิดบางคนรับรองกันเลยในโลกพระพุทธองค์จึงได้ทรงเรียกพวกฉลาดฉลาดคิดนี้เป็นมิจฉาทิฐิประเภทตะกี้โหติมีมังสีซึ่งมีมากหลายจริงๆแล้วคนผู้ฉลาดได้แค่ความคิดนี้ก็หลอกโลกเอาเปรียบสังคมเอาเปรียบผู้อื่นอยู่ด้วยความฉลาดในวงเล็บมีโกงเกมแฝงเร้นอย่างผงาดอยู่กับ ทำตนให้เป็นหนี้กรรมแก่ตนเองหนักแล้วหนักเหล้ามากแล้วมากเล่าเป็นนรกให้ตนอย่างไม่รู้อยู่ต่อต่อไปไอ้พวกมิจฉาทิฏฐิหรือพูดไม่เข้าใจจริงๆแล้วตัวเองก็กลายเป็นคนที่เอาเปรียบเขารักเขาอยู่อย่างนี้ก็เป็นคนบาปมีหนี้บาปอยู่อย่างนี้จริงๆตลอดไปเป็นหนี้กรรมเป็นนรกและแฝงเร้นอยู่แต่ตัวเองก็นึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆมันเป็นเรื่องซับซ้อนมันเป็นเรื่องบาปหนานะบาปหนักนะแต่ก็น่าเห็นใจท่านผู้แปลตอนนี้ก็ไปถึงความไปถึงความเห็นใจของการแปลคือแปลแต่ก็น่าเห็นใจท่านผู้แปลเพราะมันยากจริงๆที่จริงก็นับว่าเป็นคุณยิ่งที่สุดแล้ว ได้พยายามแปลพยายามทำกันออกมาป่านนี้ในที่นี้จึงขอบอกไว้ด้วยว่าไม่ได้ดูถูกหรือไม่ได้เพ่งโทษผู้แปลแต่อย่างใดแต่ที่จะชี้จุดที่ควรจะได้ชี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆเพราะก็รู้อยู่เข้าใจอยู่และเห็นใจอยู่เนี่ยก็เราไม่ได้พูดอะไรกันมากที่พูดนี่ก็พูดได้ให้เขามาเดี๋ยวจะหาว่าเราพูดอย่างนี้เป็นเชิงตีอวดดีข่มที่จริงเราไม่ได้ตีอวดผีข่มที่พวกนี้พูดด้วยภาษากลางๆเพราะก็รู้อยู่เข้าใจอยู่และเห็นใจอยู่ที่เห็นใจเพราะรู้ว่ามันมากจริงๆท่านมันยากมันยากมากจริงๆก็รู้ที่เห็นใจผู้แปลก็เพราะว่าเข้าใจว่าผู้แปลนะมึงไม่มีภูมิถึง ถ้าภูมิถึงก็ไม่แปลอย่างนี้อย่างที่ว่ามันก็เห็นใจเห็นใจพวกพยายามแปลได้ขนาดนี้โดยไม่มีภูมิถึงก็ดีแล้วล่ะทีนี้ถ้าเกิดว่าเราผู้ที่มีสัจธรรมมีตัวปรมัตถ์เองไม่เทียบเคียงแล้วผู้นั้นก็จะรู้จะเห็นใจอย่างที่ว่าที่พูดนี่ไม่ใช่พูดโดยการเอาใจหรือพูดโดยเรื่องไม่เข้าเรื่องอะไรพูดโดยจริงใจพูดด้วยความเห็นใจแล้วก็เห็นในความพยายามอุตสาหกรรมวิริยะอาทิตย์ถึงจะได้แปลกันดั่งที่ได้ลองมีคำวงเล็บกำกับลงไปแล้วก็ดีมันก็ยังกินความไม่หมดอยู่นั่นแหละอยู่อีกนั่นแหละคือได้ลองแปลแล้วก็กลับแล้วก็ยังรู้สึกว่ามันก็ยังไม่ได้กินความที่จริงเท่าไหร่ดังนั้น ถ้าเราจะแปลประโยคนั้นว่าเธอย่อมกำหนดรู้จิตในจิตต่างๆด้วยจิตเพื่อรู้ยิ่งในความเป็นสภาวะของสัตว์ต่างๆกับความเป็นสภาวะของบุคคลต่างๆอยู่เท่าใดเท่าใดอันนี้แปลโดยสำรวจโพธิรัตน์เลยมาเรียนเสร็จเรียน 10 เลยแปลเองเลยถ้าแปลอย่างนี้จะฟังดูซิว่าจะพอเข้าใจง่ายขึ้นกว่าแล้วมันจะไม่พาเฉไฉขึ้นกว่าได้ไหมเธอย่อมกำหนดรู้จิตในจิตต่างๆด้วยจิตเพื่อรู้ยิ่งในความเป็นสภาวะของสัตว์ต่างๆกับความเป็นสภาวะของบุคคลต่างๆอยู่เท่าใดเท่าใดความเป็นสภาวะของสัตว์ ปราสาทตานางนั่นแหละกับความเป็นสภาวะของบุคคลต่างๆอยู่ก็รับปุราณะเพราะเธอย่อมกำหนดรู้จิตในจิตนี่มันก็เป็นสำนวนเดิมของกาแฟอยู่เธอย่อมกำหนดรู้จิตด้วยจิตก็เหมือนกันแต่เราเพิ่มซะว่าจิตในจิตต่างๆรู้จิตในจิตเน้นเข้าไปที่จิตในจิตต่างๆด้วยจิตหรือด้วยใจอันนี้ของเขาก็แปลงเหมือนกันเขาบอกเธอย่อมกำหนดธุรกิจด้วยจิตบำบัดรู้ใจด้วยใจเขาแปลไว้แล้วแต่ทีนี้เราก็มาขยายขึ้นให้เห็นเด่นชัดว่าจิตในจิตนั้นไม่ใช่เป็นเอาจิตคนอื่นเผื่อรู้ยิ่งในความเป็นสภาวะของสัตว์ต่างๆก็รู้ได้ว่าจิตนี่แหละมันเป็นสัตว์จิตนี่แหละมันเป็นบุคคลมันได้หาเอาคำว่าสัตว์และ คนที่ตัวตนร่างกายบุคคลตัวตนแท่งก้อนของคนอื่นคนไหนที่ไหนบ้างไม่ใช่อันนั้นมันไม่ใช่ปรมัตถ์บอกแล้วโดยปรมัตถ์แล้วมันไม่เป็นตัวตนบุคคลใครอื่นมันตัวเรามันเป็นเรื่องของปริมาณแท้จิตเจตสิกรูปนิพพานดังนั้นความเป็นสัตว์มันก็ไม่เอาสัตว์แม้แต่อาศัยแม้แต่ยิ่งอยู่ในพระไตรปิฎกเนี่ยเขาเรียกสัตว์หรือว่าเออถ้าผมปริสาบริษัทเรียกเป็น 13 อาจจะเรียกเทวดาก็ได้แต่ว่ามันก็ สัตว์ก็ยังเข้าใจได้ก็ลองทำความเข้าใจดูเถิดว่าจะช่วยให้เราเข้าใจขึ้นเป็นประโยชน์ขึ้นไหมก็ช่วยเอาประโยชน์ทั้งนั้นเทอญถ้าไม่ก็แล้วไปถ้ายิ่งพาให้แย่ลงไปกว่าเก่าก็ปลดโยนทิ้งเสียทันทีเพราะพระที่ทำนี้ทำเพื่อหวังประโยชน์แต่ประตูเดียวแม้แต่จะหวังให้ผู้แปลเองแท้ๆคุณใจไม่ชอบใจก็มิได้มีเจตจำนงเลยวงเล็บเปิดไม่มีริษยาเลยมีแต่อิจฉาผจญที่สู่จุดดีจริงๆมีคนตื้นๆมาอ่านก็จะบอกอ๋อแม่ที่สยามหรอกแต่มีไอ้อิจฉานะคุณแหมพูดเลี่ยงคำว่าเขาเข้าใจว่าริษยานี่มันช้าคำเดียวกันจริงๆไม่ใช่นะเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะอิจฉาว่าจรไม่ได้หมายความถึงตัวริษยา ณัฐกิจที่ปรารถนาเป็นปรารถนาดีที่สู่จุดดีปรารถนาที่สู่จุดดีจริงๆเป็นความเป็นไปเพราะจอห์นเอาไว้จรจิตเอาไว้จอนอยู่ไม่ใช่จิตตายไม่ใช่จิตดับไม่ใช่จิตอยู่ไม่รู้เรื่องจิตมันยังเอาไว้จอนธรรมดาและขออภัยด้วยถ้าหากมันจะทำให้ใครอุ่นใจไม่ชอบใจแล้วก็ดีนี่ก็ขออภัยกันไว้ถ้าอ่านดูอภิญญาหมวดเจโตปริยญาณนี้ทั้งหมดเท่าที่มีมาในบาลีสังเกตง่ายๆก็จะเห็นได้อยู่แล้วว่าเท่าที่ท่านบรรยายไว้ทั้งหมดนั้นท่านมีเจตจำนงจะให้รู้อะไรวงเล็บเปิดกลับไปอ่านทวนดูอภิญญาเจ พยายามบทแปลที่นำมาให้อ่านผ่านมาแล้วนั้นนั่นแหละอีกทีจะทำให้เข้าใจอีกแยะวงเล็บปิดอ่ะลองดูลองดูเปิดไปดูมันหน้าอะไรหน้าต้นๆนะยัยตัวปริญญา 13 เธอย่อมกำหนดรู้ใจสัตว์อื่นของบุคคลอื่นกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่นของบุคคลอื่นด้วยใจบอกแล้วเมื่อกี้แปลว่าจะคิดกำหนดรู้จิตต่างๆด้วยจิตหรือด้วยใจก็เหมือนกันคือ จิตมีราคะก็รู้ว่าจิตมีราคะถ้าเข้าใจตั้งแต่ต้นที่บอกว่าเธอย่อมกำหนดรู้ใจเธอย่อมกำหนดรู้จิตในจิตต่างๆด้วยจิตแปลอย่างนี้ซะเพื่อรู้ยิ่งในความเป็นสภาวะของสัตว์ต่างๆกับความเป็นสภาวะของบุคคลต่างๆอยู่เท่าใดเท่าใดเธอย่อมกำหนดรู้จิตอยู่อย่างนี้อยู่เท่าใดๆคือหมายความว่าอย่างไรอยู่แสดงหมายความว่าคือจิตมีราคะก็รู้ว่าจิตมีราคะท่านกำหนดให้รู้อะไรให้รู้จิตนะจิตในจิตนั่นแหละเพราะฉะนั้นจิตใจมันเป็นอะไรก็ไม่รู้จิตมีราคะก็รู้ว่าจิตมีราคะหรือจิตปราศจากราคะก็รู้ว่าจิตปราศจากราคะจิตมีโทสะก็รู้ว่าจิต ภาษาอังกฤษปราศจากโทสะก็รู้ว่าจิตปราศจากโทสะจิตมีโมหะก็รู้ว่าจิตมีโมหะหรือจิตปราศจากโมหะก็รู้ว่าจิตปราศจากโมหะนิทานนิทานก็รู้ว่าจิตหดหู่หรือว่าจิตฟุ้งซ่านก็รู้ว่าจิตฟุ้งซ่านจิตเป็นมหากษัตริย์ก็รู้ว่าจิตเป็นมหากษัตริย์หรือจิตไม่เป็นมหากษัตริย์ก็รู้ว่าจิตไม่เป็นมหาทักษาจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่าจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่าหรือจิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่าจิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าจิตเป็นสมาธิก็รู้ว่าจิตเป็นสมาธิหรือจิตไม่เป็นสมาธิก็รู้ว่าจิตไม่เป็นสมาธิจิตหลุดพ้นก็รู้ว่าจิตหลุดพ้นจิตไม่หลุดพ้นก็รู้ว่าจิตไม่หลุดพ้นถ้าไม่รู้อะไรจะตอบปฏิญญาถ้าไม่รู้ว่านี่จิตตรงนี้กำลังคิดจะกินหมาน้อยแล้วงี้หรอมีจิตคนนี้ก็ลำบาก นี่ที่ไหนล่ะมีกำลังคิดว่าจะพูดว่าอะไรไม่รู้ก็หมดเปล่าเลยท่านไม้ให้มารู้จิตเป็นลักษณะอย่างนี้ใหญ่โตปริญญาแต่เพราะคนผิวเผินเพราะอ่านบอกว่าให้รู้จิตสัตว์อื่นเท่านั้นเองเอาไปเลยรักไก่กินไปเลยไม่รู้จิตสัตว์บุคคลตัวตนเราเขาคนอื่นไปโน่นเป็นหลักรู้จักคนคนนี้สัตว์ตัวนี้ 10 คนนี้พระอาจารย์มั่นนี่รู้ใจลิงซะด้วยใจลิงเขียนเล่าไว้นะลูกภาษาลิงซะด้วยว่างั้นน่ะอย่างนั้นไม่ใช่ใจโตพอจะพยายามไม่ใช่มีจิตมีจิตคิดหรือมีความสามารถ อภิญญาอะไรไม่ใช่แล้วพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสต่อไปอีกเปรียบเหมือนหญิงสาวชายหนุ่มที่ชอบการแต่งตัวเมื่อส่องดูเงาหน้าของตนในกระจกอันบริสุทธิ์สะอาดหรือในภาชนะน้ำอันใสหน้ามีไฝก็จะพึงรู้ว่าน่ามีไฝหรือหน้าไม่มีไฟก็จะพึงรู้ว่าหน้าไม่มีไฝชั้นใดภิกษุก็ฉันนั้นแหละชัดอย่างไรดีตัวที่มันมีไฟมีฝ้าหนาใหญ่โอ้โหนี่กิเลสราคะมูลโอ้ยไฝเบ้อเร่อก็รู้เลยว่าหน้าด่านหน้าดำปื้อก็รู้ว่าหน้าดำซื่อราคาพอดีโทรศัพท์ก็ดีหรือว่าบางเบาลงไปมีไฟน้อยไฟเล็กมีจุดปลายมีอะไรต่ออะไรก็รู้เพราะงั้นพูดอีกตั้งใจทำอยู่กับ หญิงสาวลูกชายหนุ่มที่รักการแต่งตัวก็คือรักการสะอาดของจิตของเราล้างจิตให้สะอาดมันไม่เห็นลึกลับอะไรชักจะตายง่ายๆแล้วถ้าบอกว่าไม่เข้าใจจริงๆแล้วมันไม่ง่ายเลยมันง่ายมันก็ไปง่ายอย่างที่ออกนอกทางเข้าใจผิดทางเป็นมิจฉาทิฐิไปปฏิบัติแล้วจะไปถูกไงเริ่มต้นมันก็เข้าใจผิดหน่วยแล้วผิดจุดที่จะจับแล้วเลอะเลยมันผู้ใดเข้าใจแล้วก็จะเข้าใจเขาจับจุดได้แล้วเป็นสมาชิกแล้วไม่ยากก็รู้สภาพของจิตในจิตทั้งหมดนั่นเองน่ะไปเอากลับมาหน้า 141 ก็รู้สภาพของจิตในจิตทั้งหมดนั่นเองแม้จะไปหยั่งรู้จิตของคนอื่นที่ไม่ใช่ เราก็ดีก็จะตามอย่างลงให้แทงทะลุไปให้ถึงปรมัตถ์แทนนั่นแหละจึงจะเป็นทางตรงแห่งเป้าหมายของพุทธศาสนามิใช่ไปตามรู้แค่รูปที่ปั้นขึ้นเกิดขึ้นของจิตอยู่เท่านั้นไม่คือถ้าได้ตรวจรู้สมุนไพรอันเป็นเหตุหรือคือกิเลสทั้งสิ้นและดับกิเลสให้ได้แต่ถ้าพูดได้ยังไม่รู้แม้กิเลสไม่หัดดับกิเลสของตนดีๆรู้ตัวตนรู้รูปรู้นามของมันจนดีและใหญ่หรือแก่จัดก่อนบางอย่างไรและท่านคิดว่าจากกิเลสสนิทอย่างไรก็ยังไม่รู้แท้แล้วจะไปจับสัมผัส ที่ผู้อื่นนั้นก็ยากก็ยากนักหนาอาจจุดสำคัญแห่งผู้ฝึกในเบื้องต้นจึงต้องหัดจับจิตตนรู้ในเนื้อในตนให้ได้ก่อนนี่หมายความว่าแม้เราจะไปทะเลรู้คนอื่นไปตามอย่างรู้แทงทะลุใจคนอื่นก็ไม่รู้ปรมัตถ์เหมือนกันไม่ใช่ไปรู้แต่แค่รูปบอกแล้วว่าไม่รู้ว่าคนนี้คิดเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นสังขารเป็นวจีสังขารไหมว่าคนนี้เขากำลังจะพูดอย่างนี้คนนี้เขากำลังคิดเป็นกายสังขารไว้ว่าเขากำลังจะทำอย่างนี้แต่เขายังไม่ได้ออกมาทางกายนะมาทางวจีนะเขายังไม่ได้ออกมาข้างนอกนี่ก็ปรุงไว้ในใจของเขาว่าเออนี่เขาจะมาเป็นเขาจะทำท่าทางเขาจะพูดว่าอย่างนั้นคนนี้จะไปคนนั้นจะมาเป็นดาบ แค่รูปของความคิดผลของความคิดแค่นั้นอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้นิยมท่านไม่ได้ให้ไปนั่งรู้อย่างนี้ถ้าเราจะไปตามรู้จิตคนอื่นจริงๆก็จะไปรู้ไปเจโตปริยญาณไม่รู้ว่าจิตคนนี้มีราคะมูลมีโทสะหมุนหรือมีโมหะมูลหรือไม่หรือว่าจิตของเขาปราศจากราคะโทสะโมหะและจิตของเขาจะเป็นจิตละเอียดขึ้นไปดังกล่าวแล้วตลอดจนกระทั่งถึงวิมุติก็จะไปอ่านรู้จิตอย่างนี้ไม่ใช่ไปด่าคนรู้จิตสังขารฟังให้ดีนะไม่ใช่ไปดักรู้จิตสังขารแต่รู้จิตที่สะอาดจากสังขารที่มีกิเลสมาปรุงกิเลสมาปนร่วมให้ไปรู้มันคนละทิศกันแล้วนะฟังออกมามันไม่ยากมันเย็นอะไร เพลงบอกความหมายชัดๆอยู่แล้วไม่ใช่ไปรู้จิตสังขารที่ไปปรุงเอากิเลสอะไรมาเป็นตัวเป็นตนเหมือนตอนนี้กำลังจิตคนนี้กำลังจะปรารถนาจะอยากไอ้นู่นอยากไปนี่แม้ติดคนนี้กำลังในจิตเนี่ยไม่พูดออกมาแล้วแต่ใจอยากด่าคนนี้หรือว่ากำลังด่าคนนี้เป็นทุจริตอยู่ในใจเลยนะอย่างเงี้ยเราไม่รู้จิตเขาเราก็จะไปรู้ไม่ใช่ว่าเป็นดีใจว่าโอ๊ยได้รู้แล้วเขากำลังด่าคนนี้ว่าอย่างนี้คือความเก่งเท่านี้ไม่ใช่รู้ก็รู้เลยว่าที่ด่าเขานี่เป็นทุจริตนะเป็นราคะหรือโทรศัพท์บอกเขาถ้าจะไปรู้จักคนอื่นก็รู้อย่างนี้แล้วบอกเขาอ๋อนี่คุณนี่พูดอย่างนี้มันไม่ดีแล้วจุดเกิดมาจากจิตโทรศัพท์มานี่กำลัง ในใจก็อยากรู้นี่คุณกำลังคิดอยู่ในใจและเป็นราคะมูลติดอย่างนี้ยังไม่สะอาดจิตนี้สะอาดขนาดหนึ่งแล้วแต่ยังต้องสะอาดกว่านี้อีกบอกเขาเป็นฉันเป็นตอนได้เลยอ่ะถ้าจะบอกคุณจิตคนอื่นหยั่งรู้จิตคนอื่นก็เหมือนกันทีนี้คุณจะไปรู้จิตคนอื่นเป็นอย่างนี้โดยที่คุณไม่รู้ของตนเองซะก่อนเลยนอร์เวย์ No Business ทันสมัยซะด้วยนอร์เวย์ No bus Lane ทุกอย่างและ No ไม่มีทางอ่ะในเมื่อคุณไม่รู้มิเตอร์ไม่มีวัดความเป็นความจริงของคุณไม่รู้เรื่องแล้วคุณจะไปวัดอะไรเพราะฉะนั้นก็เอาจับไปแค่ อยากรู้ใจสัตว์อื่นรู้บุคคลอื่นแล้วก็ไปดักหนูแค่นั้นแหละแค่รู้ว่าทำสังขารของจิตเขาออกมาเล็กๆน้อยๆตุ๊บป่องนิดเดียวเจ็บนิดนึงเลยนะผลของจิตคิดมันได้นะจะเอาแต่แค่นั้นแล้วก็ไปอ่านสิหัดเทียบค่าเงินแล้วก็วัดแล้วก็เอาไปอย่างรู้ใจคนแบบนั้นพอรู้แล้วก็มากๆเก่งมากๆจะมีอะไรเสร็จแล้วคุณฝึกเก่งๆนะจะบอกให้ยุ่งชะมัดเลยไอ้คนนี้ไอ้คนนี้ด่าคนนู้นไอ้คนนู้นด่าคนนี้ยิ่งเข้าไปในกลุ่มเยอะเลยมันด่ากันยังไงมันมองหน้ากันมันด่าเป็น 100 คำแล้วก็ด่ากันก็แค่นั้นแล้วคุณจะไปทำอะไรคุณก็หัวหุ่นมันรู้จิตเขาหมดขนาดคุณธรรมดานี่ตาคุณทุกวันนี้เห็นสภาพต่างๆผมจะบอกโอ้โหวุ่นจังเลย ไปไอ้โน่นไอ้นี่อะไรเลยบางทีก็ดูแล้วโอ้ยบทบาทอะไรต่างๆนานาของเขายุ่งตาเห็นทนๆมันก็เหมือนกันแต่การกระทำของกายอย่างน้อยบทบาทนะคุณจิตนั่นแหละคิด 108 กายทำมาได้อันนึงนี่นะจิตมันคิดไปตั้ง 100 อย่างแล้วมันมากกว่ากันเยอะขนาดตาคุณไปคุณยังลายตาลานตาทีนี้ถ้าคุณอยากรู้จิตมันล่ะทีนี้ลานใจขนาดไหนอ่านเลยนะตายแหงๆเลยตายอย่างเขียดเลยตายอย่างเขียดเลยจริงๆคุณไปซ้อมเขาเลยเก่งๆดิกูจะกลุ้มเลยคุณจะยิ่งรู้ผลไม้ด้วยคุณยิ่งรู้ความจริงด้วยแต่ถ้ารู้ความจริงมันย้อนอีกอย่างนึงถ้าคุณมี ในใจแล้วนะมีการบรรลุธรรมแล้วคุณเห็นอย่างนั้นคุณก็จะไม่เป็นไรคุณทนได้คุณทนได้เพราะว่าคุณเองคุณมีปรมัตถ์แล้วมีสภาพที่ปล่อยวางได้แล้วเพราะว่าแม้จะเห็นก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกับเราเห็นเขายุ่งเขาทุกข์เขาปลงก็ปรุงเขาสังขารเขาเดือดร้อนเขาทำทุกข์ทำร้อนอะไรต่ออะไรเนี่ยเราก็เข้าใจแล้ววางได้ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเราไม่ทุกข์ร้อนเรารู้ทุกข์ของเขาแต่เราไม่จำเป็นตัวทุกข์เราไม่ได้ทุกข์ด้วยหรอกเห็นเขาทุกข์ร้อนโอ๋นี่ลูกตายเราก็เลยเห็นใจทุกข์ตามเขาร้องไห้ตามเขาไม่เอาอ่ะเราไม่เป็นหรอกเพราะฉะนั้นเขาจะเป็นอย่างไรเขาจะคิดหุ้นอย่างไรเขาจะมีอะไรต่ออะไรหุ้นอย่างไรเราก็ไม่เป็นข่าวนะอันนั้นก็หมายความว่าเป็นผู้ที่จะต้องบรรลุธรรมซะ แล้วไปทำมันจะถูกเรื่องถ้าเรายังไม่บรรลุธรรมแล้วไปทำวันนั้นซะก่อนทุกตายและทรมานและทำอะไรก็ไม่ได้อภิญญาในขณะนี้หรือความเก่งของเสหคนที่กำลังกล่าวถึงนี้ก็เป็นเพียงลำดับที่ 3 ในวงเล็บเจโตปริยญาณหรือวิชาลำดับที่ 6 มันเป็นหมวดหมวดอยู่นี่มันเป็นภาพเรียกว่าอภิญญามันก็เป็นอภิญญาลำดับที่ 3 เป็นเจโตปริยายโดยนักจิตวิทยาเป็นหนึ่งโสดที่เป็น 2 J ตัวปฏิญาณ 3 ถ้าวิชาก็นับเป็น 6 1 ฌาน 2 ยานทัศนะพิเศษ 3
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive