230707-3-030 ทางเอกภาค3-ตอน030(หน้า257)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์197 KB
วันที่แก้ไข13 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 ที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะเรามาเรียนนางเอกกันต่อซึ่งก็เรียนมาถึงหน้า 257 เราได้ถึงตอนที่กำลังอ่าพิสูจน์หรือว่าเอาหลักฐานมายืนยันกันบ้างว่าอาชีพจริงนั่นแหละธรรมะของพระพุทธเจ้าท่าน สูงนั่นน่ะมันไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่จะเป็นจริงตามประสาที่พูดง่ายๆหยาบๆมันเป็นสิ่งที่เป็นธรรมะเป็นภาษาธรรมที่มันบอกถึงธรรมะเป็นสิ่งละเอียดสุขุมประณีตไม่ใช่พาซื่อง่ายๆเหมือนอย่างกับที่ภาษาโลกๆเขาบอกยังไงก็ตามประสาไปหยาบๆง่ายๆทื่อๆงั้นไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้พิสูจน์ถึงความจริงไล่มาตามคำยืนยันของพระพุทธเจ้าแม้แต่จะอ้างให้ฟังว่าความหมายของอิทธิพลอิทธิพลความหมายของวิชา สูงขึ้นไปยิ่งกว่านั้นพอมาถึงขั้นจุตูปปาตญาณนี้ก็ได้ยืนยันให้ฟังว่าจุดๆประปาแต่ยาหรือบุพเพนิวาสานุสติญาณจะระลึกชาติได้ก็ตามจะเห็นความเกิดความดับอะไรนี่บ้างก็ตามเสร็จแล้วครับผมว่าเอาความเข้าใจเอาความคิดนึกสามัญสำนึกถ้าบอกว่าผู้ที่เหาะเหินเดินอากาศได้เนี่ยกับผู้ที่ระลึกชาติได้อย่างเงี้ยถ้ามาเทียบกันเข้าแล้วให้วัดกันดูตามสามัญสำนึกคนโลกโลกก็จะรู้สึกว่าไอ้การ ขอเงินเดือนอากาศได้นะมันก็ต้องเก่งกว่าเยี่ยมกว่าการคนที่นั่งระลึกชาติได้หรือคนรู้ความเกิดความดับของสัตว์มนุษย์โลกอะไรต่างๆนานาเขาก็จะเห็นว่าคนที่โดนน้ำดำเต็มเลยอย่างนั้นมันยอดเยี่ยมน่าสนเทศวิเศษกว่าเยี่ยมกว่ายิ่งกว่านั่นแน่ๆแต่ในหลักฐานของพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณนี้ยิ่งเป็นข้อที่สูงขึ้นไล่มาตามลำดับแม้แต่โสดทิพย์ก็ยังสูงกว่าอีกที่วิธีแล้วมาเจโต อุทยานท่านก็บอกว่าจะเป็นข้อที่สูงขึ้นยิ่งกว่าข้อที่แล้วมาครั้งก่อนๆบุพเพนิวาสานุสติญาณก็แน่นอนยิ่งจะสูงกว่าข้อก่อนๆแล้วยิ่งมาจุดตัวอุปาทานก็ยิ่งสูงยิ

อ่านต่อ

่งขึ้นไปยิ่งกว่าข้อก่อนๆขึ้นไปอีกรายระดับขึ้นมาอย่างนี้มันก็บอกว่าเอาสามัญสำนึกมนุษย์ธรรมดามามาอธิบายมันก็ค้างก็แย้งกันกับพระพุทธพจน์ที่อ้างที่ยืนยันแต่เราก็ได้อธิบายกันแล้วว่าจุดสูงกว่าปลาพยานก็ดีบุพเพนิวาสานุสติญาณก็ดีมันเป็นเรื่องสุขุมประณีตเยี่ยมสูงละเอียดยิ่งยิ่งกว่าข้อก่อนๆมาเรื่อยๆตามลำดับ มีเหตุผลมีสิ่งที่เห็นได้อธิบายกันมาถ้าเข้าใจจับสภาวธรรมจับเนื้อความถ้ายิ่งมีสภาวะธรรมรองรับจริงเข้าไปก็ยิ่งจะเห็นว่ามันจริงข้อที่วิชาที่ขั้นสูงยิ่งกว่ามันยิ่งลึกซึ้งมันยิ่งใกล้ความบรรลุธรรมมันยิ่งละเอียดประณีตมันยิ่งมีเนื้อความที่บอกความชัดแจ้งแล้วก็ไม่ใช่ของหยาบๆตื้นๆอย่างที่พยายามอธิบายเทียบเคียงมาให้ฟังเสมอเพราะไม่ใช่ของเข้าใจง่ายๆตื้นๆอย่างที่เขาเข้าใจนั้นไม่ใช่มันเป็นความลึกซึ้งมันเป็นความประณีตจริงๆแม้แต่จุดธูปประปาแต่อย่างที่เรากำลังอธิบายผ่านมา ผลการเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างบุคลาธิษฐานซึ่งในส่วนที่ควรจะได้เข้าใจให้ถึงขั้นธรรมอธิษฐานหรือถึงธรรมในธรรมและเปิดเพราะมิใช่ธรรมะที่เป็นตัวเป็นตนซึ่งๆหยาบๆกันแล้ววงเล็บปิดแต่ก็ยังเข้าใจกันไม่ได้ยังไปมัวคิดว่าเป็นไปตามภาษาหยาบๆตื้นๆตามตัวอักษรกันอยู่ดังที่หลงเข้าใจกันเป็นส่วนมากนั้นเท่านั้นอยู่จึงเป็นการหลงผิดเป็นการเข้าใจพุทธบูชาหรืออภิญญาของพุทธผิดเป้าหมายผิดจุดจึงยังเป็นมิจฉาทิฐิอยู่คือยังเป็นความเห็นยังไม่ตรง ใจยังไม่ถูกความจริงเดี๋ยวเราเรียนรู้มาถึงขนาดนี้แล้วเราก็จะเข้าใจได้ว่าธรรมดาผู้ที่เขาเรียนกันพื้นๆเรียงกันวิชา 8 เรียนกันอภิญญา 6 อะไรเนี่ยแล้วเขาก็ไปว่ากันดุ่ยดุ่ยเป็นบุคลิกฐานดื่นๆตรงๆเช่นตรงไปงั้นมึงก็อย่างนั้นอย่างนั้นแหละแล้วมันไม่จริงแม้แต่จะมานั่งระลึกชาติเอาแบบตัวตนๆอะไรของเขาเป็นตัวเป็นตนเป็นแท่งเป็นก้อนอะไรนั้นก็ไม่จริงมันต้องเป็นปรมัตถ์เป็นจิตเจตสิกเป็นกิเลสตัณหาเป็นอุปกิเลสยิ่งจุดธูปประปาจักรยานยิ่งจะถึงขั้นจะถึงอาสวะขยะยานแล้วยิ่งเป็น รายละเอียดที่สูงกิเลสถึงขั้นอุปกิเลสทีเดียวซึ่งเป็นความเกิดความดับที่มีอยู่จริงเป็นอารมณ์ที่ลึกประณีตสุขุมแท้จริงเป็นความเกิดความดับของสิ่งที่ลึกซึ้งอย่างนั้นไม่จำเป็นพูดเอาตัวตนแท่งก่อนบุคคลตัวตนเราเขาเป็นสัตว์เป็นมนุษย์อะไรอยู่อย่างทนโท่งั้นไม่ใช่เลยถ้าอย่างนั้นเราเราจะเห็นได้ว่าคนระดับต้นๆพื้นๆหยาบๆเขาก็เข้าใจแค่นั้นแต่ความจริงแล้วธรรมะขั้นนี้แล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยแล้วพูดยังเข้าใจพุทธธรรมแท้ถูกทำยังมีความเข้าใจยึดอยู่อย่างตื้นๆง่ายๆว่าอภิญญาทั้งหลายนั้นจะง่ายๆตามภาษาตื้นๆ เธออธิบายว่าเหาะก็พาซื่อเป็นคนเหาะจริงๆทะลุภูเขาเกาะทะลุหายตัวผ่านภูเขาไปจริงๆพยายามใหญ่อย่างนี้แต่คนเข้าใจอย่างนี้นะพอไปอ่านสุสานสูตรสังยุตตนิกายนิทานนิทานพร้อมข้อความว่าทันใดนั้นเองท่านซุสก็เข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่อยู่ได้ปราศรัยกับภิกษุเหล่านั้นครั้นผ่านการปราศรัยให้พอให้ระลึกถึงกันแล้วจึงนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กล่าวกับภิกษุเหล่านั้นว่าได้ยินว่าท่านทั้งหลายอวดอ้างพระอรหัตผลในสำนักพระผู้มีพระภาคว่าข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ชัดว่าชาติสิ้น พรหมจรรย์อยู่จบแล้วกิจที่ควรทำทำเสร็จแล้วกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีดังนี้จริงหรือพระภิกษุทั้งหลายซึ่งเป็นพระอรหันต์พระอรหันต์เหล่านั้นก็กล่าวว่าจริงอย่างนั้นท่านผู้มีอายุคือสิมาเนี่ยก็เข้าไปถามพระอริยเจ้าทั้งหลายแหล่ที่ได้ยินได้ฟังมาว่าท่านท่านอวดอ้างพระอรหัตผลเลยไม่ใช่อวดอ้างขั้นต่ำๆอดทนเลยต่อพระพักตร์หรือต่อหน้าพระผู้มีต่อสำนักพระผู้มีพระภาคคือหมายความว่าสำนักอยู่ด้วยร่วมกันเพราะผู้มีพระภาคก็สำนักอยู่ที่นี่พระเหล่านี้ก็อยู่ที่นี่และตรัสต่อหน้าพระพุทธองค์บอกว่าข้าพระองค์ ขอดูชัดแล้วว่าชาติสิ้นแล้วพรหมจรรย์อยู่จบแล้วไม่ได้เหนียมได้อายไม่ได้เลยว่าประกาศตัวประกาศตนต่อหน้าพระผู้มีพระภาคเลยทีเดียวว่างั้นเถอะท่านได้ประกาศอย่างนี้จริงๆหรือสูตรสิมาไปถามภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นก็ตอบว่าจริงอย่างนั้นท่านผู้มีอายุจริงเรากล่าวอย่างนั้นจริงๆเราไม่ได้ปิดบังอะไรถ้าไม่ได้เนียนได้อายอะไรเอาวงเล็บเปิดอันนี้เป็นข้อสังเกตจะเห็นชัดว่าการอวดอุตริมนุษยธรรมของผู้บรรลุจริงนั้นบอกได้เสมอที่ไหนที่ไหนก็ได้แม้แต่ในสำนักต่อหน้าพระผู้มีพระภาคเจ้าก็กล่าวได้ดังนี้กับใครๆก็จึงได้ซึ่งจะเห็นได้ว่าขณะนี้พระอรหันต์ทั้งหลายก็กำลังบอกกับสุ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] แฟนมาจิตใจนึกตำหนิหรือว่านึกจะมาซักไซ้อยู่ว่าอย่างนี้เลยเหรออ้าวอย่างนี้ได้ด้วยหรือพูดอย่างนี้ได้ด้วยหรือมันก็ท่วมๆเอากับพระทั้งหลายที่ท่านอยู่เหมือนกันสมัยปัจจุบันนี้ก็เช่นกันเช่นนี้แหละที่จริงนั้นพระอรหันต์ท่านพูดความจริงในวงเล็บอโศกอ่ะมายาวีคือท่านไม่ได้พูดอวดไม่ได้เป็นมายาอะไรแปลว่าไม่ได้พูดไม่ใช่อวดไม่ใช่การโอ้อวดอ่ะมายาวีไม่ใช่มายาภาษาไทยอะไรหนังพูดอรหันต์จึงจะกล่าวความจริงในวงเล็บอย่าถามอัตราจะไม่ก็เก้อยากๆ หรือยิ่งโกหกชัดๆแม้พูดให้ผู้อื่นหลงทางหลงผิดเข้าใจความจริงเป๋ไปจากความจริงนั้นท่านจะไม่พูดเด็ดขาดแน่ๆผู้บรรลุถึงขั้นอรหันต์แล้วจะแกล้วกล้าไม่มีพยาธิคติและจะไม่พูดโกหกซึ่งๆหน้าเช่นเมื่อถูกถามว่าท่านเป็นพระอรหันต์หรือท่านก็จะไม่ตอบว่าไม่อาตมาไม่ใช่พระอรหันต์อันเป็นมู้สาวว่าแท้ๆตรงๆเป็นอันขาดเพราะพระอรหันต์นั้นจะรู้ตัวเองจริงๆว่าตนเป็นพระอรหันต์ท่านจะไม่สงสัยในตนจะรู้ความจริงกันเป็นความจริงที่สูงสุดอย่างมั่นคงเด็ดเดี่ยวเที่ยงแท้ พระอรหันต์จะโกหกไม่ได้จริงๆถ้าจะตอบความจริงจะไม่ด่างไม่พร้อยแม้ศีลแค่มุสาจริงๆหรือถ้าพระอรหันต์ท่านเห็นว่าผู้ถามนั้นเป็นอนุปสัมบันหรือในกาลใดที่ยังไม่ควรตอบตรงๆท่านก็จะตอบด้วยปฏิภาณปัญญาตามภูมิที่ท่านจะตอบได้ของแต่ละองค์ซึ่งก็จะไม่ให้เขาหลงผิดอยู่ดีวงเล็บเปิดซ้อนอยู่ข้างในอีกว่าคือไม่ให้หลงผิดไปว่าท่านไม่ใช่พระอรหันต์แต่มันอาจจะเพียงยังไม่บอกเปรี้ยงเปรี้ยงตรงๆก่อนเท่านั้นวงเล็บปิดไม่ใช่จะโกหกกันชัดๆตรงๆออกอย่างนั้นผู้ยังโกหกก็ได้อยู่เยี่ยงนี้ จะไม่ใช่พระอรหันต์เลยในโลกดังนั้นเมื่อพระรูปใดท่านตอบว่าอาตมาไม่ใช่พระอรหันต์หรืออาตมายังไม่ได้บรรลุอรหันต์หรือสำรวจอื่นๆที่เป็นคำปฏิเสธตรงๆแท้ๆเช่นนี้ก็ขอให้เชื่อท่านเถิดว่าท่านไม่ใช่พระอรหันต์จริงๆเพราะท่านเป็นพระท่านจะไม่โกหกคนเป็นอันขาดไม่ต้องถึงขั้นเป็นพระอรหันต์ดอกพระสมมติสงฆ์ท่านก็จะไม่โกหกจริงๆถ้าเป็นพระที่ดีแท้วงเล็บเปิดอีกนอกจากจะเป็นพระไม่ดีแท้ๆเป็นพระกเฬวรากเหมือนๆชาวบ้านชาวบ้านคือยังหล่อๆและๆนั่นก็ให้รู้ความจริงวงเล็บปิด แล้วก็ขอให้เชื่อท่านเถอะใครๆก็อยากอุตรดิตถ์ไปคิดให้เลยเถิดไปอีกเอาเองแหละว่าท่านพูดถ่อมตัวถ่อมตนเพราะการพูดถ่อมตัวนั้นไม่จำเป็นต้องโกหกการโกหกและมุสากับการพูดถ่อมตนในวงเล็บนี่วาตะนั้นมันคนละชนิดแท้ๆจึงอย่าได้เข้าใจให้เลยเถิดไปเลยไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นว่าผู้ที่นำความไปพูดนั่นแหละพูดเอาเองซึ่งเป็นการใส่ความพระท่านก็ถ้าปฏิเสธอยู่แท้ๆว่าท่านไม่ได้เป็นพระอรหันต์แต่ผู้ที่เที่ยวได้พูดโฆษณากลับไปพูดว่าท่านเป็นพระอรหันต์ทั้งๆที่ท่านปฏิเสธอยู่ มันก็เท่ากับไปด่าว่าหรือไปยัดเยียดว่าพระรูปนั้นท่านตอแหลท่านศัพท์ปรับท่านพูดอย่างท่านพูดนั้นอย่างนึงความจริงนั้นท่านเป็นอีกอย่างนึงฉะนั้นมันก็เท่ากับเท็จหรือโกหกชัดๆอยู่นั่นเองคนพูดเที่ยวได้พูดไปพล่อยพล่อยๆในวงเล็บแม้จะเจตนาดีต้องการโฆษณาอาจารย์ของตนก็ตามวงเล็บปิดนั่นแหละได้นรกได้บาปนะจะบอกให้เหมือนยัดเยียดพระราชินีในวงเล็บคืออวดอุตริที่ไม่มีจริงไม่เป็นจริงในตนและปิดให้แก่อาจารย์ตัวเองและอันหนึ่งถ้าพระที่ดีมีหิริโอตัปปะเมื่อตนไม่เป็นพระอริยะ ไม่เป็นพระอรหันต์หากมีใครๆไปเที่ยวพูดว่าท่านเป็นท่านก็จะหาทางปรามเขาผู้นั้นไม่ให้พูดแน่ๆนอกจากจะตามตัวผู้พูดนั้นมาห้ามปรามกันไม่ได้ก็จำใจจำยอมเพราะสุดวิสัยแต่ถ้าพระรูปนั้นมีจิตลามกแม้ตนไม่เป็นเพราะว่าอยากให้คนหลงคิดว่าตนเป็นก็เป็นความชั่วส่วนตัวความเร็วส่วนตัวก็แน่นอนพระรูปนั้นก็จะต้องปล่อยให้เขาโฆษณาหรือจะยิ่งยั่วยุยิ่งใช้เลขให้เขาโฆษณาหนักซ้ำซะอีกก็ได้จิตของใครก็จงรู้จิตจริงๆของตนเองเถิดอย่าให้จิตตนตกไปสู่ความต่ำเลย เอาในวงเล็บยาวๆอันนี้นี่ปลามาไว้เพราะได้มีเรื่องเกิดแล้วในหนังสือคนพ้นโลกหรือไงหรือว่าอะไรในหนังสืออะไรที่เขาเขียนลงหนังสือพิมพ์พรธนากันเปาเปาเขาบอกว่าฤาษีลิงดำเป็นพระอรหันต์เขาบอกว่าท่านเป็นพระอรหันต์เขาเขียนเลยตรงๆในนั้นน่ะตัวคนเขียนน่ะบอกเขาเป็นลูกศิษย์ของพระฤาษีลิงดำเขาศรัทธาเลื่อมใสมากและเขาก็เขียนเล่ามาหมดว่าเขาเองเขาก็ไปถามท่านก็ไม่บอกท่านก็บอกว่าท่านไม่ใช่พระอรหันต์แต่ความจริงเขารู้ว่าท่านถ่อมตนเขาว่างั้นนะแท้จริงแล้วท่านเป็นพระอรหันต์เขาเชื่อมั่นว่าท่านเป็นพระอรหันต์เขาพูด อย่างนี้จริงๆอันนี้จึงเขียนบอกไว้ว่าก็ท่านพูดว่าท่านไม่ใช่พระอรหันต์และดันพาไปบอกว่าท่านเป็นพระอรหันต์โฆษณาเข้าไปได้มันก็บ้าสิพวกโฆษณานั่นน่ะได้นรกถึงบอกไว้ตามวัยและก็เลยบอกต่อๆไปไว้ด้วยว่าก็เมื่อตัวเองถ้าเป็นพระดีแล้วเนี่ยลูกศิษย์ไปโฆษณาว่าตัวเป็นพระอรหันต์ทั้งๆที่ตัวไม่ใช่พระอรหันต์แล้วไปปล่อยให้เขาโฆษณาเข้าไปได้ยังไงมันหลอกลวงเขาแล้วมันพังมันไม่ใช่ของดิบของดีอะไรหรือแม้แต่ลักษณะที่ท่านฤาษีลิงดำทำเป็นเชิงเป็นนัยยะหลายๆอย่างซึ่งไม่ได้พูดอยู่ในนี้พาไปเที่ยวอรหันต์ธงอรหันต์ทัวร์แล้วท่านก็เคยพูดเอาไว้ว่าอรหันต์เท่านั้นถึงจะรู้อรหันต์ แล้วทำเองเป็นคนพาไปพบพระอรหันต์ทั้งๆที่พระองค์ต่างๆท่านไม่ได้บอกว่าท่านเป็นพระอรหันต์แต่ฤาษีลิงดำเป็นคนกล่าวเปลือยปลายพูดรอบพูดล้อมเอาไว้อย่างนั้นเองมันคืออะไรลักษณะเช่นนี้อาตมาไม่ปรารถนาจะให้เกิดในศาสนาในวงการศาสนายิ่งอยู่ในศาสนาพุทธด้วยการทำอย่างนี้อาตมาถือว่าเป็นเลิศเล่เป็นเป็นมายาวีเป็นความโอ้อวดที่ไม่เข้าท่าเป็นมายาไม่เข้าเรื่องเป็นการโอนไม่เข้าท่าและเป็นมายาไม่เข้าเรื่องเป็นเลิศเล่เลวทำอย่างนี้อาตมาบอกว่าเลวซึ่งไม่ควรทำเนี่ยอาตมากล่าวตรงพูดตรงอาตมาพูดอยู่ใน อยู่นี่เป็นสาธารณะแต่พูดณที่นี้กับพวกคุณนี้เป็นการพูดในกลุ่มในหมู่บอกกันให้เข้าใจว่าอย่าไปทำลักษณะนี้เป็นอันขาดนี่มันมีเรื่องจริงมีของจริงจะจริงเท่าไรอาตมาก็ได้ยินตามข่าวแต่ก็จริงแหละเพราะว่าหนังสือท่านเองท่านเขียนท่านเจ้าเล่าว่าคนไม่เคยไปถามว่าท่านเป็นพระอรหันต์หรือท่านก็บอกว่าท่านเองท่านบอกเขาอยู่ว่าท่านไม่ได้เป็นพระอรหันต์อะไรต่างๆนี้แล้วเรื่องราวที่มันออกไปอาตมาก็ได้อ่านหนังสือที่เขาเขียนในหนังสือพิมพ์ลงๆอะไรๆมาแล้วก็บอกว่าบอกคุยถึงคุณวิเศษของพระฤาษีลิงดำซึ่งเราเคยเอามาลงด้วยซ้ำในหนังสือเราเคยตัดมาลงหนังสือนั้นน่ะเขาก็บอกว่าเป็นพระ ที่ไปแจกพระเครื่องพระเครื่องมีรูปนี้เริ่มถ่ายกันมาดิบดีทั้งนั้นน่ะพรทนากันได้อย่างเรียกว่าสมรู้ร่วมคิดเลยทีเดียวอาตมาว่าว่างั้นนะว่าเป็นเรื่องสมรู้ร่วมคิดไม่ใช่ไปโพนทะนาโดยไม่มีสมรู้ร่วมคิดกันโดยการให้ปลากันได้ห้ามกันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเป็นลักษณะสมรู้ร่วมคิดยินยอมให้กระทำเมื่อกระทำออกมาอย่างนั้นมันเป็นการหลอกลวงชาวโลกเพราะทุกวันนี้คนก็หลงๆแล้วเลอะกันอยู่หลอกเราจะมีคนหลงกันเป็นต้องเป็นเท่าไหร่เท่าไหร่แล้วก็หาแต่เงินแต่ทองไปสร้างเวียงสร้างบางสร้างอะไรต่างๆนานาชาติอะไรต่ออะไรต่างๆพวกนี้อย่างนี้แหละเป็นความเสื่อมของศาสนาคนไม่รู้บาปก็ ก็ทำบาปแล้วก็ได้บาปอยู่จริงนี่เป็นจริงไม่ใช่บาปเรื่องเล่นๆนะบาปไม่ใช่น้อยเลยบาปไม่ใช่น้อยอาตมาไม่ใช่ว่าจะมาใส่ความบาปใครบาปมันเราจะมาพูดเอาเองไม่ได้หรอกว่าคนนั้นมีบาปหรือคนนั้นไม่มีบาปทั้งๆที่เขาไม่บาปเราไปว่าเขามีบาปมันก็ไม่ได้ไปเป็นดังที่ปากเราพูดเราจะไม่พูดเขามีบาปเขาได้บาปแล้วเราจะไปบอกว่าเขาไม่ได้บาปมันก็ไม่เป็นดังกล่าวเราพูดเขามีบาปแล้วเขาไม่มีบาปแล้วเราไปว่าเขามีบาปมันก็ไม่เป็นตามเราว่าแต่มันเป็นจริงนะอาตมาพูดนี่พูดในเหตุผลผู้ได้หลักฐานที่จริงพวกเราจะต้องจำเอาไว้อย่าไปคิดเองมีนิสัยอย่างนี้เป็นอันขาดที่มันทำลายศาสนาไปหลอกไปล่อไปลวง ไปทำให้คนเข้าใจผิดอะไรต่างๆนานาทำเป็นเลขเป็นเลขนี่แหละคือเลขๆแล้วพูดลอยๆแหล่ะสับปรับในคำบรรยายธรรมะตลกชอบคนพูดเล่าอะไรต่ออะไรไปแล้วพูดอะไรก็ไม่รู้เอาไม่พูดอย่างนี้แล้วจะเอาอะไรมาพูดกันน่ะมากๆใหม่ๆมันก็โกหกตอแหลกันบ้างสิก็ว่ากันด้วยพระอะไรพูดอย่างนี้ในคอมเขียนคำพิมพ์ออกมาแล้วก็ปล่อยให้พิมพ์ออกมาได้งั้นด้วยนะฟังแล้วก็ชอบกลเออแบบนี้มันจะไม่ไหวยังไงศาสนาแล้วก็ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะและผู้ไม่รู้ก็โง่งมงายเคารพนับถือกันอะไรต่ออะไรกันไป ไม่เข้าเรื่องไม่ใช่ว่าไปริษยาท่านแต่ไม่ต้องการให้ท่านแสดงอย่างนี้แล้วก็เอามาปรามพวกเราบอกพวกเราเขาทำอย่างนี้มันเป็นความไม่ดีเราอย่าไปทำตามนี่ก็พูดความจริงไม่ใช่ไม่ใช่ใส่ความอะไรมีหลักฐานยืนยันอ้างอิงเราก็ไม่ใช่ถ้าท่านเองท่านบาปก็บาปของท่านบอกแล้วไม่ใช่ว่าเราเองเราจะไปยัดเยียดบาปเหยียดกรรมอะไรให้ก็ไม่ใช่เพราะว่าขอให้รู้ในวงเล็บอันนี้ที่เขียนหมายเอาไว้นี้ก็หมายหมายเข้าใจในรูปเรื่องเหล่านี้ก็มาเข้าเรื่องของเราอาทิพูดถึงเนี่ยอธิบายถึงก็ถึงทั้งหลายซึ่งเป็นพระอรหันต์เหล่านั้นก็กล่าวว่าจริงอย่างนั้นท่านผู้มีอายุ เมื่อสู่สิมาถามเอาความแท้ได้รับคำยืนยันชัดเปรี้ยงออกมาแล้วว่าพระอริยเจ้าทั้งหลายนั้นท่านอวดอ้างพระอรหัตผลได้จริงๆส่วนสิมะจึงซักต่อไปว่าดูกระทะท่านผู้มีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมบรรลุอิทธิวิธีหลายประการคือคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ทำให้ปรากฏก็ได้ทำให้หายไปก็ได้ทะลุฝากำแพงภูเขาไปได้ไม่ติดขัดเหมือนไปในที่ว่างก็ได้ผุดขึ้นดำลงในแผ่นดินก็ได้เหาะไปในอากาศเหมือนนกก็ได้ลูกคล้ำพระจันทร์พระอาทิตย์ซึ่งมีฤทธิ์มีอานุภาพมากด้วยฝ่ามือก็ได้ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้บ้างหรือหนอ สูตรซีม่าก็เลยแหย่เข้าไปเลยถ้างั้นก็พันเองท่านเป็นผู้ที่รู้อยู่เห็นอยู่ออกปานเช่นนี้ก็หมายความว่าเข้าถึงรู้อยู่เห็นอยู่นี่หมายความว่าท่านเป็นพระอรหันต์เข้าถึงความเป็นพระอรหันต์อย่างนี้ถ้าเป็นเพราะอะไรก็ย่อมบรรลุอิทธิวิธีหลายประการสิถ้างั้นก็แล้วก็ว่าไปเป็นสูตรเลยบรรลุอิทธิวิธีหลายประการก็เช่นคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้อะไรก็ได้ที่ LINE ไปหมดจนจบกันสุดท้ายใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้เอ้าก็อย่างนี้ท่านก็ทำอย่างนี้ได้บ้างหรือหนอท่านก็ต้องนี้ได้บ้างหรือเปล่างั้นน่ะคือเป็นความเข้าใจเหมือนคนทั่วไปในทุกวันนี้ว่าพระอรหันต์จะต้องมีอิทธิพลแบบนี้ก็ต้องหอบหืดดำเนินการได้อย่างนี้ล่ะสิคือสิมาถาม ไม้เอาอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจเนี่ยอ๋อถ้างั้นท่านก็ได้อย่างนี้สิท่านต้องได้วิชา 8 ที่ท่านบรรลุอาสวักขยญาณนี่บรรลุอรหันต์พิสูจน์ทั้งหลายหรือพระอรหันต์ทั้งหลายก็ตอบว่าหาเป็นอย่างนั้นไม่ท่านผู้มีอายุพระเหล่านั้นท่านก็เข้าใจท่านก็อยากรู้จิตของพระเหมือนกันส่วนสิมาถามอย่างนั้นก็หมายความว่ายังไงโดยใจของสุมะหมายว่ายังไงก็หมายความว่าถามอย่างนี้ก็หมายความว่าจะต้องเหาะได้แบบที่เขาหมายถ้าเหล่านี้ก็บอกไอ้อย่างนั้นมันไม่ใช่จะไม่มาอย่างที่หมายหรือว่าคนทั่วไปก็หมายดื้อๆดื่นๆพาซื้ออย่างนั้นไม่ใช่ไม่ใช่นี่พระเหล่านั้นท่านก็เลยบอกว่าไม่ใช่ไม่เป็นอย่างนั้น อย่างนั้นไม่สนิมมะหรือท่านผู้มีอายุหรืออาวุโสพวกท่านผู้มีอายุนี้แปลมาจากคำว่าอาวุโสไม่ใช่อย่างนั้นหรอกอาวุโสว่างั้นนะเอาผู้ยังหลงยึดตามความเข้าใจง่ายๆตื้นๆโดยเฉพาะหลงยึดอยู่ว่าคุณนาวิเศษของพระอรหันต์นั้นต้องเหาะได้ดำดินได้ตัวใหญ่ต้องแสดงพิลึกกึกกือต่างๆนั้นได้หรือต้องมีอิทธิพลแปลกๆตามประสาคำพูดตรงๆทื่อๆข้างบนนั้นเมื่อได้ฟังคำปฏิเสธของพระอรหันต์เหล่านี้เข้าอย่างนี้ก็จะงงก็จะสงวนว่าอ้าวบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วทำไมตอบอย่างนั้นน่ะมันรูปเป็นพระแล้วทำไมตอบอย่างนั้นล่ะทำไมทำอภิญญาไม่ได้ล่ะวงเล็บเปิด ซึ่งยังมีผู้หลงเข้าใจผิดยึดอรหัตอรหัตและคุณผิดจริงๆถึงขนาดกล่าวว่าเออถ้าอยากให้ฉันเชื่อว่าท่านเป็นพระอรหันต์ท่านก็ต้องให้ดูให้ให้ดูมาสิดำดินให้ดูหายตัวให้ดูพยานใหญ่ทายใจให้ดูหรือไม่ก็พูดเป็นคนปากศักดิ์สิทธิ์ให้ดูบ้างสิแม้แต่รักษาไข้ต่อกระดูกนั่งทางในบอกนั่นบอกนี่ให้ดูบ้างพยานใหญ่เสียก่อนถึงจะเชื่อว่าท่านเป็นพระอรหันต์เชื่อกันอย่างนี้ก็มีถมเถจริงๆมีจริงๆมีของแท้จริงเขาเชื่อกันอย่างนี้อาจจะมีบางคนอ่านผ่านคำอธิบายและคำวิเคราะห์อภิญญา คอร์ดต้นนี้ไปแล้วก็อาจจะยังไม่งงยังไม่สงสัยก็ได้เพราะคนผู้นั้นยังเข้าใจผิดในวงเล็บเป็นถูกในใจตนแน่ๆอยู่ว่าอภิญญาข้อต้นนี้เป็นของดีวิเศษเป็นความเก่งชนิดที่เยี่ยมยิ่งกว่าอภิญญาข้อที่ 6 คืออาสวักขยญาณอันเป็นญาณของพระอรหันต์แท้ๆวงเล็บเปิดซึ่งการเข้าใจดังนี้ก็เป็นความเข้าใจที่ผิดผิดอยู่แล้วเพราะขัดแย้งกับคำตรัสยืนยันของพระพุทธองค์ที่ว่าอภิญญาข้อต้นๆนั้นไม่วิเศษไปกว่าอภิญญาข้อท้ายๆหรอกกล่าวคืออภิญญาข้อที่ 4 เอ้ยข้อที่ 5 ต้องเก่งดีพิเศษกว่าข้อที่ 4 3 2 1 ดังนี้เป็นต้นข้อที่ 4 ต้องเก่งดีวิเศษกว่าข้อที่ข้อ 3 2 1 ข้อที่ 3 ก็ต้องเก่งดีวิเศษกว่าข้อที่ 2 ข้อที่ 1 พยานใหญ่หรือข้อที่ 5432 ก็ต้องเก่งพิเศษกว่าข้อที่ 1 ตัวอย่างใหญ่หรือข้อที่ 2 ก็ต้องเก่งพิเศษกว่าข้อที่ 1 และอภิญญาข้อที่ 6 ก็ต้องเก่งดีวิเศษกว่าข้อที่ 5 ข้อที่ 4 ข้อที่ 3 ข้อที่ 2 ข้อที่ 1 ตัวอย่างใหญ่ดังนี้เสมอตามวิชาแบบพุทธแท้แน่ๆวงเล็บปิดเพราะอ่านต่อๆไปในสูตรนี้แม้ในอภิญญาลำดับข้อต่อไปพระอรหันต์ทั้งหลายนั้นต่างก็คงปฏิเสธอยู่เรื่อยไปว่าหาเป็นอย่างนั้นไม่หาเป็นอย่างนั้นไม่หาเป็นอย่างนั้นไม่ท่านก็ปฏิเสธอยู่ คือสิมาก็เอาแต่ไอ้อย่างที่เขาหมายนั่นน่ะมาถามเข้าใจง่ายๆทื่อๆอย่างที่สุดที่มากความหมายเอาเองอ่ะไม้ยังแบบลูกๆอย่างคนเข้าใจตื้นๆถามพระอริยะเหล่านั้นท่านก็ตอบว่าไม่ใช่เป็นอย่างนั้นหาเป็นอย่างนั้นไม่น่าผู้อ่านก็จะยังไม่งงเท่าไหร่อยู่นั่นเองแหละถึงอย่างนั้นก็ตามใครไปอ่านดูดีๆอ่านค่อยๆไล่ไปทีละวิชาวิชาข้อ 1 อิทธิพลของสาธิตถามท่านไปทีละข้อแล้วก็ว่ารายละเอียดไปเรื่อยเพราะร้านท่านก็บอกว่าใช่หาเป็นอย่างนั้นไม่สุสานข้อไหนไปข้อ 2 ก็แล้วก็ศาลก็ 4 ก็แล้วท่านก็บอกว่าหาเป็นอย่างนั้นไม่สูญเสียมาก็ 5 ก็แล้วพอไปถึงข้อ 5 แล้วนี่ก็คงจะยังไม่งงอยู่เท่าไหร่ล่ะสำหรับผู้ที่ยัง เข้าใจผิดอยู่ยังเข้าใจถูกไม่ได้ว่าอภิญญาข้อต้นๆนั้นจะยังจะไม่เก่งไม่พิเศษไม่ดีประณีตสุขุมไปกว่าอภิญญาข้อท้ายๆตามพระพุทธพจน์ที่ทรงยืนยันไว้แน่ๆแต่ผู้ที่งงมากมาแต่ต้นก็จะยิ่งงงยิ่งๆขึ้นเหมือนอย่างที่สุดที่มักเขางงเพราะมันพลิกล็อคที่เขาหมายไว้ในใจนั่นเองคือมานั้นกำหนดหมายในใจเอาว่าอภิญญาต้องอย่างบุคลิกฐานเป็นต้นว่าเทียนหอมอย่างนกบินจริงๆพยานใหญ่หรือจุดธูปประปาจะยานก็นั่งหลับตาไปเห็นรูปเห็นภาพคนผู้นั้นผู้นี้จริงๆก็เอาล่ะบางคนก็อาจจะคิดตีเอาว่าท่านพระอรหันต์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสุขาวิปัส คือไม่มีอภิญญาว่างั้นเถอะก็ต้องตอบอย่างนี้เองแหละเพราะตนไม่มีอภิญญานี่ก็อาจจะยังไม่งงไม่ฉงนเท่าไหร่ล่ะวงเล็บเปิดสำหรับคนที่ยังกำหนดยึดหมายอยู่แต่ว่าอภิญญาต้องแบบปลุกอธิษฐานทำได้จริงๆวงเล็บปิดอ่ะฟังดีๆนะอันนี้ต้องขอย้อนทวนให้ฟังอีกนิดนึงมันลึกซึ้งแล้วมันซับซ้อนกันมากเลยตอนนี้คือผู้ที่เข้าใจพื้นๆตื้นๆเนี่ยเข้าใจว่าเงินเดือนน้ำดำดินนี่ก็ต้องขอเงินเดือนน้ำดำดินเนี่ยก็ถามไปแต่ถ้าเจ๊โตปริญญาหรือว่าเสาร์อาทิตย์ก็ต้องไปอย่างใจรู้ใจของเขานี่เขากำลังคิดอย่างโน้นอย่างนี้ตามประสาที่อธิบายกันทั่วไปเป็นความรู้สามัญเนี่ยเมื่อไปถาม พระอริยเจ้าและท่านก็บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้นเพราะท่านรู้ว่าสูสีมากมายนะหมายอย่างสามัญที่เขาหมายกันแม้แต่บุพเพนิวาสานุสติญาณก็จะต้องระลึกชาติไปเห็นชาติแต่ก่อนเกิดมาเป็นมาเป็นตัวเป็นตนเป็นนายกนายขอหรือไปเป็นช้างเป็นมาอย่างนั้นอ่าในจุดๆๆก็จะต้องหลับตาก็ไปเห็นความเกิดความดับเป็นคนเกิดคนดับเป็นตัวช้างเกิดช้างดับม้าเกิดม้าดับอย่างนั้นม้าเกิดม้าตายอย่างนั้นจริงๆเลยเค้าคิดคิดอย่างนั้นจริงๆพอมาถามพระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้าท่านก็จะบอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดถามมาข้อ 1 ก็ไม่ใช่ข้อ 2 ก็ไม่ใช่ก็ศาลก็ไม่ใช่รายเบียร์มาข้อไหนก็ไม่ใช่มาถึงก็ 5 ก็ไม่ใช่เอาทีนี้มันก็มีแง่คิด เขาก็อาจจะคิดว่าพระอรหันต์เหล่านี้เป็นพระสุขวิปัสสโกคือบรรลุแบบสุขาวิปัสสนาไม่มีอภิญญาว่างั้นเถอะมันระลึกชาติก็ไม่ได้เพราะก็ไม่ได้ดำดินก็ไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นว่างั้นนะก็ตอบแบบนี้ล่ะสิก็บอกว่ามันรู้ได้บรรยายยิ่งอยู่เนี่ยมันไม่ใช่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เป็นอย่างที่หมายนั้นไม่อย่างที่เธอหมายเขาก็ยังไม่เข้าใจเขาก็ยังจะไม่งงเท่าไหร่ก็บอกเออพระองค์นี้เป็นพระอรหันต์โดยไม่มีอภิญญาเขาก็จะเข้าใจว่ามันก็ไม่ไม่ไม่มีไม่มีเรื่องอะไรเพราะว่าท่านเป็นสุขกับวิปัสสโกนี่ทีนี้ขั้นอ่านไปถึงอภิญญาลำดับที่ 6 เข้าอันย่อมหมายถึงการอันย่อมหมายถึงการถึงที่สุดซึ่งเป็นอภิญญาที่สำคัญและเป็นข้อสุดท้ายแล้ว แม่สุกขวิปัสสโกหรือจะเป็นชะระภิญโญหรือเป็นพระอรหันต์ชนิดไหนๆมันก็ต้องได้อภิญญาข้อที่ 6 นี้แน่ๆพอมาถึงข้อที่ 6 นี้แล้วก็ยังถามนี่เหมือนกันถามว่าข้อที่ 6 นี่ถ้างั้นท่านก็บรรลุอย่างที่ข้อที่ 6 นี่สิท่านก็จะต้องอะไรก็ถามในนี้ว่าไงเราอยู่เนี่ยมีแต่แล้วพออ่านไปพบว่าส่วนมากถามขั้นที่ 6 ขึ้นดูกระทะท่านผู้มีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมถูกต้องเอารูปพี่โมกอันสงบก้าวล่วงลูกพี่โมททั้งหลายด้วยกายบ้างหรือหนอทานอย่างนี้เลยภายในสำนวนของคนทั้งหลายว่าเป็นข้อ 6 และเป็นอาสาคดีอาญาหมายความว่าก็ต้องได้พี่โมกอันสงบ กล่าวรวมมิตรลูกพี่โมกอันสงบด้วยกายหมายความว่าด้วยการนี่หมายความว่ามีองค์ประชุมซึ่งภาษาบาลีเขาพูดเขาถามเขาก็รู้ความหมายของเขาแต่เราเองเราไม่เข้าใจเราก็พูดกันหมายความเป็นต่างๆนานาสุมาตรานี่ก็หมายความว่าถ้างั้นท่านก็แน่ๆน่ะสิจับขี้มูกอยู่ในมือเลยมีความประชุมของพี่โมกทำวิโมกขธรรมเป็นรูปที่ชัดเด่นสิแบบนี้หรือเปล่าได้ที่โมกอยู่ในมือแล้วแต่ทีนี้คำว่ารูปนี้เขาก็ยังเข้าใจไม่ถูกสุดหิมะเขาก็เข้าใจแบบฤาษีอีกแหละเพราะฉะนั้นคำถามภาษาจึงเป็นฤาษีฤาษีอยู่คำถามจะเป็นฤาษีฤาษีอยู่ท่านแบบนี้ท่านก็สบายเลยสิแบบนี้ท่านก็บรรลุข้อสุดท้ายสำหรับขยะและก็นั่ง พิมพ์ด้วยรูปวิโมกข์วิโมกข์อรูปนี่ก็เหมือนกันรูปวิโมกข์อันสงบหรือไม่งั้นก็รูปพี่โมกที่จับต้องได้กายอย่างเป็นตัวเป็นตนเลยท่านก็นั่งเสพหวานเลยสิถึงอาสวะขยะนะนี่นะภิกษุทั้งหลายหรือพระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นนั่นแหละก็ยังคงตอบเหมือนเดิมอีกว่าหาเป็นอย่างนั้นไม่ท่านผู้มีอายุพระอรหันต์ท่านก็ยังตอบกลับอีกอย่างเดิมไม่ได้เป็นอย่างนั้นน่ะพันธุ์นี้คุณก็บอกว่าพระเหล่านี้ท่านก็ประกาศตัวประกาศตนต่อหน้าพระผู้มีพระภาคด้วยนะว่าท่านเป็นพระอรหันต์พระผู้มีพระภาคก็ไ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน