200221-043 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน043-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 21 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 แต่เย็นนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้รับบุญพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาทำบัตรกันต่อถ้าเมื่อวานนี้เราได้อธิบายการทำสะพานของภาษาแทนที่จะมีความหมายรู้ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] แปลว่ามากกว้างละเอียดภาษาบาลีโบราณแปลว่ามากกว้างละเอียดใหญ่แล้วมันก็ลึกลับหน่อยมีเชิงลึกลับมีเชิงยากที่จะรู้ว่ามันใหญ่มันใหญ่เนี่ยมันก็ไม่เคยรู้มันเล็กละเอียดเยอะก็ไม่เคยรู้ได้ง่ายเพราะนี่ก็เป็นความใหญ่ที่ใหญ่ที่รู้ได้ยากแล้วมันก็มีความละเอียดอยู่ในตัวนั้นด้วยโบราณครับมันรู้ยากแต่ว่ามันใหญ่มันยิ่งใหญ่เล็กๆยิ่งใหญ่ๆยิ่งโบราณปัญหาประมาณมิได้ไม่รู้จะเอาอะไร แสงสว่างที่มีเนี่ยจะเทียบพระอาทิตย์เทียบพระจันทร์ยังไม่ส่องไปถึงหรือว่ายังไม่เป็นยังไม่เป็นแสงที่มีฤทธิ์มีเดชหรือว่ามีแสงที่มีคุณภาพเท่าและมีประมาณเท่ายังไม่เท่าแสงสว่างเหล่านั้นเพราะคำว่าแสงสว่างที่ท่านได้ตัดเป็นพุทธภาษิตที่เราเคยได้ยินไว้ณที่ปัญญาสมาอาภาไม่มีแสงสว่างใดที่เสมอด้วยปัญญาถ้าตัวแสงสว่างที่หาประมาณนี้ได้นี้จึงไม่ใช่แสงอยู่กว่าๆที่เราเคยได้เห็นในโลกมหาจักรวาลนี้หรอกมันเป็นแสงที่มันสว่างไสว แล้วก็อธิบายให้ฟังแล้วว่าคำว่าแสงสว่างเกินไปมันไม่เห็นหรอกมันไม่เห็นแสงของโลกเลยนะแสงสว่างที่เป็นแสงบางอย่างละเอียดเกินไปคนเรารับไม่เห็นหรือสัตว์บางชนิดรับไม่ได้ในแสงสว่างอย่างนั้นแสงสว่างบางอย่างมืดเกินไปต่ำเกินไปรับไม่ได้คนรับไม่เห็นหรือว่าสัตว์บางชนิดรับแสงสว่างที่มีคุณภาพอ่อนขนาดนั้นไม่เห็นเช่นวานนี้ก็ได้อธิบายเยอะทุกอย่างเช่นสัตว์บางชนิดนกหนูบางชนิดถ้าเวลากลางคืนแล้วแกสบายแสงสว่างประมาณเนี้ยถ้ากลาง จะมองอะไรไม่เห็นก็เห็นได้เฉพาะแสงสว่างอย่างขนาดกลาง
อ่านต่อ
คืนนี่สบายเลยทางกลับบ้านแล้วเดินชนแกะชนปากไม่ได้เรื่องแน่แสงสว่างอย่างขนาดนั้นของแกสบายพวกแกได้ชัดที่สุดชัดเจนที่สุดตามประสาของรูปนี้อธิบายยกตัวอย่างรูปตัวอย่างวัตถุตัวอย่างสัตว์โลกตัวอย่างแสงด้วยตาแสงกับตาตัวอย่างแสงสว่างกับตาเพราะแสงสว่างในคนเนี่ยแสงสว่างพระอาทิตย์เที่ยงถึงยกตัวอย่างสัตว์จับที่สุดถึงขนาดนั้นบางคนแสงสว่างอาทิตย์เที่ยงเขาก็ไม่ไหวเหมือนกันเพราะแสงสว่างขนาดหนึ่งของคนดีไม่เท่ากัน คำว่าหาประมาณมิได้นี่หมายความว่ามันสว่างหรือมันปัญญาชัดแล้วมันรู้แจ้งที่สูงสุดไม่รู้จะเอาอะไรกำหนดหาประมาณมิได้จะประมาณกำหนดให้แก่บุคคลก็ไม่ใช่ตายตัวให้แก่ใครก็ไม่ตายตัวแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของท่านสว่างก็ขนาดที่ท่านได้เกิดแสงสว่างและเกิดปัญญาอันยอดยิ่งปัญญาอันยอดยิ่งเปรียบประดุจเป็นแสงสว่างหรือแสงสว่างอันโอฬารประมาณมิได้ตัวท่านเกิดเกิดที่ตัวท่านท่านเป็นแสงสว่างหรือท่านเกิดปัญญาเองและท่านก็เป็นตัวพระอาทิตย์หรือตัวแสงเป็นตัวเจ้าของแสงที่จะส่งออกไปให้คนอื่น เพลงด้วยเพราะมีเองเห็นเองเกิดเองเข้าใจเองรู้เองสว่างเองและก็จะสว่างแก่ผู้อื่นอีกเป็นแสงสว่างแก่ผู้อื่นเป็นเป็นเรียกว่าเป็นดาวฤกษ์หรือเป็นตัวแม่แสงเป็นตัวแม่แสงอยากจริงๆมันเกิดมาเกิดแล้วชาวสัตว์นรกชาวเทวดาชาวบ้านชาวพรหมอะไรก็ได้รู้กันเพราะแสงนั้นท่านบอกเพราะแสงนั้นก็คือแสงที่พระองค์มีนี่แหละคือพระปัญญาที่พระองค์และท่านก็พึงประสาทแสงเมื่อพระพุทธเจ้าเกิดนั่นแหละใช่เพราะเมื่อผู้ใดที่เกิดคุณเกิด ตามมามันก็มีแสงเท่าของคุณเมื่อพุทธะเราไม่ถึงพระพุทธเจ้าเราเป็นอนุพุทธแต่เราก็เกิดแสงเท่าที่ตัวเรามีแล้วก็เป็นที่พึ่งเป็นสะระณังคัจฉามิเป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิพระพุทธเจ้าเราถือว่าพุทธังสะระณังคัจฉามิซะเราก็เป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิเป็นตัวหลักเป็นตัวแสงเป็นดาวฤกษ์ที่จะสะสมให้กับคนอื่นได้ด้วยและเราก็ได้เป็นดาวฤกษ์นั้นเราได้พึ่งตนเราได้พึ่งแสงนั้นเราได้มีแสงนั้นเมื่อการตรัสรู้เกิดขึ้นแสงสว่างจะเกิดขึ้นอย่างนี้คำว่าแสงสว่างมันฝาก 2 ให้คนอื่นได้แล้วมันก็สว่างที่ตัวเราเองสว่างมัน มืดมัวมันไม่มืดมนมันไม่มีอะไรที่ทึบดับไม่มีไม่มีทิปไม่มีดาบไม่มีสงสัยไม่มีอะไรข้องๆไม่มีอะไรพลางพลางๆเบลอๆมันสว่างสะอาดสะอาดไปหมดมันเห็นเกิดจากกระจ่างไปหมดในแต่ว่าถ้าเกิดเมื่อใดตถาคตได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณที่พระองค์เล่าตัวท่านเราก็รู้เหมือนกันในยะหากันเมื่อไม่ใช่ปัญหาคนเมื่อเราเนี่ยเมื่อตถาคตตรัสรู้อนิจลักษณะเมื่ออาตมาตรัสรู้ สมเด็จสัมโพธิญาณมันก็จะมากไปก็ไม่ต้องเรียกถึงสัมโพธิญาณเมื่ออาตมาหรือเมื่อเราตรัสรู้พุทธญาณก็แล้วกันพุทธะเมื่อเราได้รู้พุธอย่าบอกพุทธญาณต่ำกว่าโพธิญาณที่ยิ่งโพธิญาณสูงพระพุทธยานโพธิญาณเป็นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราเกิดโพธิและเราก็เกิดพุทธะเพราะเกิดพุทธะแล้วที่สุดนั่นแหละเราถือว่าสุดยอดภาษามันแทนเท่านั้นเองเราพูดพระแล้วก็เป็นพุทธอันหนึ่งส่วนเป็นเจ้าแห่งพุทธะนั้นคือมีผู้มีโพธิพอเป็นพุทธะพอเป็นอนุพุทธะและก็สั่งสมพุทธไปเรื่อยๆนั่นคือสั่งสมการตรัสรู้ ที่ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นไปอีกของตนเป็นผู้ที่ตรัสรู้ของตนแล้วแล้วเราก็ตรัสรู้อันอื่นที่จะเป็นความรู้ที่จะเพิ่มเติมขึ้นไปอีกแสงสว่างอันโอฬารหาประมาณมิได้ยิ่งใหญ่กว่าอานุภาพของเทวดาทั้งหลายจะบันดาลได้ไม่มีเทวดาไหนบันดาลได้หรอกไม่มีถ้าตัดอย่างนี้เกิดหมายความถึงแม้แต่เราเองนี่ก็ไม่มีใครมาบันดาลแสงสว่างอัดโอลานหาประมาณมิได้ที่เกิดที่เกิดเองเกิดที่เรานี่แหละเราก็ทำเพราะประพฤติเราได้เกิดปัญญานัตถิปัญญาสมาอาภาไม่มีแสงสว่างใดที่จะเสมอได้ด้วยปัญญาปัญญาที่เกิด รู้ยิ่งเป็นอธิปัญญาเป็นญาณทัศนะวิเศษเป็นอันละมะยะญาณทัศนะวิเศษในภาษาเรียกอย่างโน้นก็ได้หรือเป็นจักขุวิญญาณเป็นปัญญาเป็นวิชาเป็นแสงสว่างทรัพย์เป็นความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันอธิบายสืบเนื่องกันอยู่อย่างนี้ถ้าใครเข้าใจแล้วก็จะไม่สงสัยเพราะภาษาที่แทนคำที่พูดของอธิบายอธิบายสิ่งนั้นไม่มีภาษาในธรรมทำไมอธิษฐานหรือธรรมะนั้นมันไม่มีภาษาเรียกตัวตรงของมันเราใช้ภาษาของชาวโลกไปเรียกคำว่าแสงสว่างจะเรียกเป็นภาษาชาวโลกพอไปเรียกเขาว่าวิชาก็เลยเอาวิชาไปเรียกวิชชาความรู้อย่างโลกซะไม่ใช่วิชา ใช้วิชาความรู้อย่างโลกวอลเลย์บอลไม่ใช่เขาบอกว่าปัญญาก็ไปคิดว่าแค่ปัญญามันยังชาวโลกฉลาดโกงเขาก็ปัญญาไม่ใช่เหรอจักษุญาณเขาเรียกยานอีกด้วยภาษาบาลีก็อย่านึกปัญญาก็เอายาอันนี้เป็นเดรัจฉานวิชาบ้างอะไรบ้างไปเรียกของธรรมะไม่ใช่แต่มันเป็นลักษณะที่ได้รู้นั่นแหละถ้าว่าวิธีการจากสุขเห็นอย่างไรอันนี้ยิ่งกว่านั้นหรืออย่างนั้นก็ได้แต่ไปรับเอกสารทางโลกก็เป็นที่ดีรู้อะไรที่เก่งๆหรือปัญญาทางโลกไปด้วยอะไรเก่งๆอันนี้ก็เก่งอย่างนั้นแหละ ไม่ใช่อย่างรู้สิ่งที่เราได้รู้อย่างทั้งเดรัจฉานวิชาไม่เก่งทั้งวิชาอย่างไรอันนี้ก็อย่างนั้นแหละแต่ไม่ได้เก่งอย่างชาวโลกเขาเก่งเก่งอย่างที่เก่งมีความเก่งมีความสามารถเหมือนอย่างนั้นแต่ว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้เก่งที่ไม่ใช่ชาวโลกเป็นชาวโลกชาวธรรมะได้ชาวธรรมะที่เรียนรู้อันนี้เป็นอันนี้แล้วจะรู้กันเองพอบอกอย่างนี้จะเข้าใจจริงๆมันไม่เหมือนชาวโลกเขารู้หรอกสุขเอาภาษาโลกมันเรียกก็ได้สุขเออมันสุขเหมือนชาวโลกก็ต้องการนั่นแหละเราเองก็สุขแต่ไม่ใช่อย่างชาวโลกก็เป็นองค์ประกอบไม่เหมือนกันสภาพไม่เหมือนกัน นิรามิสสุขกับอามิสสุขหรือการภิกษุมันไม่เหมือนกันไม่มีองค์ประกอบต่างกันมีเป็นต้นเพราะยิ่งมาถึงคำว่าแสงสว่างแสงสว่างนั่นแหละมันสว่างมันชัดเจนแสงสว่างในมาแทนภาษาคำว่ามันชัดเจนมันก็จางไปหมดถ้าแสงสว่างแล้วมันกระจายไปทั่วหมดมันมีมีกี่ขั้นแสงสว่างไม่มีกี่ขั้นตอนมันทะลุทะลวงไปแต่มันก็มีขีดขั้นในตัวสำหรับแสงสว่างถ้ามีอะไรกันมันก็กลั้นด้วยวัตถุกำเนิดอะไรอื่นที่มาขี่รถขาดมาขวางแต่ในด้านแสงสว่างของปัญญาแล้วมันกั้นด้วยปัญญานั่นเองท่านด้วยฉายหรือกั้นด้วย ไม่รู้เรามีปัญญาเท่าใดเท่านั้นแหละสุดเองแล้วเราไม่อยากอุดตันถ้าเรามีกิเลสหรืออุปกิเลสก็อุปกิเลสกิเลสนั่นแหละครับแล้วมากั้นไว้แสงสว่างอันนี้ที่จริงมันไม่มีอะไรกั้นพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้จัดว่าแม้แต่โลกันตร์พิษณุโลกมันเป็นสภาพโล่งโถงไม่มีอะไรกันหรอกแต่คนไม่รู้กันเพราะความมืดเพราะไม่มีแสงสว่างเพราะฉะนั้นมืดที่ว่านี่คืออับปัญญาหรือว่าไม่มีความสามารถรู้คือไม่มีวิชาไม่มีปัญญาไม่มีจักษุไม่มีญาณไม่มีที่จะทะลุไปรู้ได้เฉยๆถ้ามีแล้วมันลงถมหมดในวันนรกมากมายมันกว้างใหญ่ ไม่มีอะไรกั้นแสงสว่างแห่งพระจันทร์พระอาทิตย์ไปไม่ถึงอันมีฤทธานุภาพส่องไปไม่ถึงโรคการจัดการในโลกนี้อันโล่งโถงไม่มีอะไรกั้นไม่มีอะไรกั้นไม่มีอะไรที่จะมาขี่ท่านถ้าแสงสว่างนั้นเกิดหรือปัญญาไม่เกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ทะลุรอบหมดเห็นทั่วๆถึงนรกขนาดสูงสุดเพราะสัตว์นรกเล็กสัตว์นรกใหญ่สัตว์นรกรูปร่างนั้นอย่างนี้เป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ทุกข์อยู่ด้วยสภาพอย่างนั้นทุกข์อยู่ด้วยสภาพอย่างนี้เพราะสมาสของพระพุทธเจ้ารู้มองเห็นออกด้วยปัญญาอันยิ่งหรือด้วยอำนาจของแสงสว่าง ที่หาประมาณมิได้รู้หมดเข้าใจหมดนี่เป็นสภาพจริงดังนั้นคำว่าแสงสว่างนี้ก็คือเกิดปัญญาโล่งโถงแสงปัญญาอันกว้างขวางสุดจะกว้างขวางถ้าเราเข้าใจว่าแสงสว่างอย่างลูกโลกเป็นธรรมมาเป็นบุคลาธิษฐานมันก็ไปปลุกเวลาที่ถามอย่างว่าแหละเพราะว่าพระพุทธเจ้าตรัสโอ้โหแสงสว่างวาบเหมือนฟ้าแลบฟ้าผ่าหรือไม่แสงอะไรเกิดปุ๊บมันจะเกิดก็เกิดไม่ว่าอะไรถ้ามันจะมีเราไม่เห็นสงสัยอะไรแต่มันจะมีพอพระพุทธเจ้านั่งตรัสรู้ที่ใต้ต้นโพธิ์ไหนไม่รู้นะสมมุติว่าขณะนี้เรานั่งพูดธรรมะหรือว่าเรานั่งคุยอย่างงี้มีแสงสว่างอันพิลึกพิลึก เหนื่อยแล้วพระพุทธเจ้าจึงเกิดที่ไหนที่มึงแน่แล้วไปฉายสว่างอันหาประมาณมิได้ที่ไม่เคยพบเคยเห็นมันมีอะไรพิลึกเราก็ว่าเราเคยเห็นแสงสว่างที่มันวับวับอะไรที่มันสว่างขนาดจ้าขนาดนั้นก็เคยเห็นเท่าที่เรามีปัญญาได้ผัสสะไอ้นี่ไม่เคยเห็นเลยแล้วก็บอกไอ้นี่แปลกมากเป็นแสงสว่างที่ 8 สว่างที่เราได้เห็นอะไรกว้างขวางมันจะบอกเลยนะว่าไม่ใช่แสงสว่างที่แสบตาแล้วฟ้าแลบนี่ไม่ใช่แสงสว่างที่หาประมาณมิได้ฟ้าแลบผ้าเห็นอะไรกันไม่เห็นเพราะฉะนั้นอันนี้ไม่ใช่แสงสว่างของโพธิหรือว่าของพุทธะเอาดีๆนะก็มาคำนวณแสงสว่างบางอย่างเลยถ้าเราไม่รับรู้ว่า ดูไม่ได้มันไม่เห็นชัดเจนเลยที่ตามันพลาดไปมันมากไปถ้าใช้สว่างน้อยไปก็ไม่เคยเห็นเนี่ยอธิบายแล้วนี่เป็นชั้นสูงสุดเป็นชั้นสูงที่อธิบายธรรมะมันมาหาที่วัดชิมาที่ชัดเจนที่สุดลบวันจันทร์กลางเพราะเหมาะสมด้วยเหตุปัจจัยก็ยังสัตว์กลางคืนนกเค้าแมวแกก็รับแสงสว่างเท่านั้นก็เพราะเหตุปัจจัยพอดีของแกสูงสุดเรียกว่าสมัครเสมอด้วยแสงสว่างและปัญญาของแกความรู้แก่รู้จักจะมีจักสุขอย่างขนาดนกเค้าแมวตัวนั้นจะเอาแสงสว่างที่เราบอกว่าเราเห็นชัดชัดที่ สว่างมากมายไปให้แก่ระวังจะมองไม่รู้เรื่องหัวแสงสว่างวาบถ้าจะมาอธิบายแบบแสงแบบฟ้าแลบฟ้าแลบมีที่จริงมันไม่ได้เห็นนะมันแสบตานะมันมากหวัดหรือแสงสว่างที่บางทีเราใช้ไฟฟ้าเราใช้อะไรที่เผาผลาญต้องหาสิ่งที่กรองแสงเวลาที่จะเห็นได้ดีถ้าไม่กรองไม่ได้ตาพร่ามองเห็นที่ไหนต้องมีเครื่องกรองและพวกไฟฟ้าสปาร์คอะไรเนี่ยความร้อนมากขนาดนั้นแล้วมีพลังปริมาณของแสงที่กระจายออกมากกว่านั้นมากกว่าธรรมดาที่เรามองอยู่ใช้แสงพระอาทิตย์เนี่ยเรามองไม่ได้แล้วมองมองไม่ได้ถ้ามองไม่เห็นต้องกรองแสงลงไปถึงจะผ่านนั้นลงไปเห็นวัตถุนั้นได้ มีอะไรลดค่าของแสงนี้ลงมีสิ่งหักเหตัดค่าของแสงที่โรงงานมันจึงจะมองทะลุไปเห็นอันนั้นได้ถ้าไม่เช่นนั้นมองไม่ได้ไม่เห็นน่ะผมไม่อยากเข้าใจว่าแสงอันประมาณมิได้นี้ที่มากไปแล้วก็เป็นแสงที่เป็นดีที่สุดแล้วไม่ใช่เพราะสายที่ว่านี้นั่นเป็นเรื่องของแสงทางอย่างลูกทีนี้ยังธรรมะอย่างทำมาที่ฐานแสงที่ว่านี้ไม่จำเป็นเลยที่จะมีแสงก็ได้พระพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่ที่ไหนก็ตามแต่ที่ว่าจะปลูกอะไรที่ถามนี่ไม่ต้องเกิดก็ไม่เห็นจะสงสัยอะไรหรือจะเกิดคุณสงสัยอะไรก็เกินไปสิพระพุทธเจ้าเกิดพระโพธิสัตว์เกิด ดินจะไหวเคลื่อนทุกคันคือคันก็ไม่เห็นจะประหลาดตรงไหนถ้าแผ่นดินไม่ไหวเลยพระพุทธเจ้าเกิดหรือว่าพระโพธิสัตว์เกิดแผ่นดินไม่ต้องแยกต้องแตกที่ไหนเลยก็ไม่เห็นจะประหลาดอะไรถ้าเราเข้าใจธรรมธิฐานะพุทธเจ้าแผ่นดินไหวซึ่งจะเป็นบทต่อไปนี้นะแผ่นดินไหวเนื่องด้วยการตรัสรู้ดูก่อนอานนท์เหตุปัจจัยที่ทำให้ปรากฏการไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวงมีอยู่ 8 ประการดูก่อนเมื่อใดจะหาคนได้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งอนุรักษ์สัมมาสัมโพธิญาณเมื่อนั้นแผ่นดินย่อมหวั่นไหวย่อมสั่ง ย่อมสั่นสะท้านอานนท์นี้เป็นเหตุปัจจัยที่เคารพ 5 แห่งการปรากฏการณ์ไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวงท่านยืนยันว่าเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ในแผ่นดินไหวแล้วถ้าฟังกันอย่างโลกๆง่ายๆก็แผ่นดินพระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ไหนก็คอยดูแผ่นดินไหวนะนี่แผ่นดินไหวทุกครั้งหลังสุดที่คิดตุรกีเขาเป็นโรคอ่ะมันก็อยู่ในโลกนี่แหละแผ่นดินไหวมันจะไหวที่โน่นหรือไปถวายพระพุทธเจ้านั่งอยู่ตรงนี้แล้วไว้ตรงนี้เองก็แล้วแต่แต่การบอกว่าแผ่นดินไหวพระพุทธเจ้าตรัสรู้นี่ก็ไม่ได้ปรากฏในพระสูตรนะว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ใต้ต้นโพธิ์ในข้างๆรอบข้างต้นโพธิ์ในแผ่นดินไหวกันใหญ่หมดเลยไม่ปรากฏว่าไม่มี ไม่มีไม่มีสิ่งที่เล่าแปลว่าคนนั้นคนนี้ตื่นเต้น Hello กันมาดูโอ้แผ่นดินไหวกันใหญ่แล้วมีอาการเงินในประวัติศาสตร์อันนั้นไม่มีบ้านเรือนพังบ้านเรือนคนที่อยู่ในยุคสมัยพระพุทธเจ้านั้นน่ะคนนั้นคนนี้ที่มีตัวชื่อตัวตนอะไรก็ตามเคลื่อนไหวหรือพังหรือมีคนตายคนอะไรไม่มีทำประวัติอีสานอันนี้ไม่มีแผ่นดินไหวอันนั้นแต่เขาว่าแผ่นดินไหวของพระพุทธเจ้าตรัสโดยภาษาบาลีว่ามันเป็นแผ่นดินไหวและการตรัสทุกอย่างมันเปลี่ยนตัวเราเองนี่ก็ไหว ทั่วตัวหมดเลยเคลื่อนสับเปลี่ยนแยกย้ายอะไรต่ออะไรเปลี่ยนที่เปลี่ยนทางขยับเขยื้อนสั่นสะเทือนหมดสั่นสะเทือนหมดทุกอย่างที่เคยไปเกาะไปยึดฟังดีๆนะทุกอย่างที่เคยเกาะเคยยึดอยู่กับพื้นกับแผ่นดินกับปฐพีสิ่งที่มันเกาะไว้ยึดไว้ตั้งอยู่เปลี่ยนสภาพเป็นอย่างยิ่งขยายถูกเขย่าถูกก็ทำให้ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นค้อนแค้นไม่ปักมั่นยึดมั่นแต่ไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรก็เทียบเคียงกันมันมีอำนาจมันมีแรง เรื่องแผ่นดินไหวอะไรจะกั้นอำนาจได้ยากถ้าเทียบอย่างนี้แผ่นดินไหวนี่จะอะไรจะไปกั้นมันยากยังไม่มีมาตรการแม้แต่เดี๋ยวนี้โลกก็ยังไม่มีมาตรการที่จะล้มแผ่นดินกำลังหวายคืนนี้ก็มีมาตรการระงับเอาอะไรไปเย็บไว้หรือเอาอะไรไฟไหม้ก็มีมาตรการดับไฟแต่แผ่นดินไหวนี่ยังไม่มีมาตรการไม่ให้ไม่ให้แผ่นดินไหวจะไม่มีทุกวันนี้ก็ยังไม่มีมาตรการใดที่จะไปห้ามไม่ให้แผ่นดินไหวฉันใดก็ฉันนั้นเพราะงั้นสิ่งที่เราจะไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งที่เราจะเปลี่ยนสภาพอะไรต่ออะไรที่เราเคยเกาะเคยติด อยากฟังฟังยึดอยู่มั่นคงภูเขาที่ว่าแข็งตั้งอยู่บนแผ่นดินอย่างนี้แน่นหนาแผ่นดินไหวภูเขาเอียงได้เคลื่อนได้ไม่ประยุทธ์ดังกล่าวแล้วไปฝากด้วยดังกล่าวแล้วฉันจะต้องเกาะอยู่ที่กองมหาสมบัตินี้ฉันจะต้องมีจิตผูกจิตอยู่กับญาติที่โกยโยธิการคนนี้ไม่ละลายแล้วสิ่งนี้เคยรักเคยยึดจะต้องเป็นต้องมีต้องได้เคลื่อนไหวอย่างไม่แน่นแล้วไม่แน่นนะเปลี่ยนสภาพฟังดีๆจะอธิบายสภาพขยายความให้ฟังก็แผ่นดินไหว ร่มไม้เอาอะไรแต่ถ้าจะอธิบายยาวๆอย่างนี้นะพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่อธิบายเพราะท่านแสดงธรรมแบบนี้ขยายแบบนี้ผู้ที่รู้เข้าใจกันแล้วพระพุทธเจ้าไม่ได้มานั่งอธิบายนี้ให้ผมนะพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วนะแล้วถ้ากลับไปทางนี้นะนี่คุณก็อ่านเท่ากับผมอ่านนะใครก็ฟังเท่ากับผมได้ยินได้รู้นี่แหละเออแม้จะรู้มาจากบาลีเขาก็แปลมากันอย่างนี้แต่มาเป็นภาษาไทยนี่เขาขยายความมาแล้วย้ายตามภูมิของเขาผมมาฟังภาษานี้หรือผมจะยังไปหาบาลีผมเป็นแน่ใจแล้วผมจะขยายเนื้อเขาดีชัดเด่นกว่านี้อีกครับผมออกมาดีมาอ่านตามที่ผมจะมีปัญญารู้พอดีนั้นไม่รู้ ผมก็จับเข้าเงื่อนจากภาษาไทยไม่ๆๆไม่ผิดเขาจะขยายออกมายังไงผมก็รู้จักหนูไปแล้วผมก็ขยายออกมาได้อีกนะถ้ารับแผ่นดินไหวก็ไหวอย่างนี้แหละมันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นของตัวนี่ฟังให้ดีนะจะอธิบายแผ่นดินไหวในแผ่นดินไหวทั้งตัวเองในของตัวเองก่อนเดี๋ยวจะอธิบายแผ่นดินไหวหวั่นไหวไปหมดเลยโลกไหวแล้วแผ่นดินในโลกไหวในการอธิบายตอนนี้อธิบายแผ่นดินไหวเกิดการแผ่นดินไหวจริงๆตัวเราเองนี่เป็นแผ่นดินและตัวเราเองนี่ไหวหวั่นไหวหวั่นไหวค่าใช้คำว่าวันไว้มันหมายความว่าณกรรมปกติหรือ admin admin ชาเอ้ยไม่ใช่อันนี้ หวั่นไหวตัวเราเองหวั่นไหวไอน้ำหมายมันเป็นความหมายทางไม่ดีไปเป็นความหมายทางไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่แข็งแรงไม่มั่นคงแต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นนะมั่นคงแข็งแรงเป็นผู้ที่อเมซอนมันไม่ยึดมั่นถือว่าปรับเปลี่ยนก็ได้เรียกว่าแยกย้ายเรียกว่าแยกย้ายสับเปลี่ยนไอ้ที่เคยเกาะเคยติดเคยเกาะเคยติดเคยยึดไม่แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ยึดโดยโง่โง่หยุดมั่นคงด้วย เป็นหลักนั่นให้เขาด้วยเนี่ยมันไม่มีภาษาจะเรียกแล้วมันไม่มีภาษาจะเรียกอะไรก็ห้ามไม่ได้ไม่มีอะไรมาห้ามความที่จะปล่อยวางอันนี้หรือว่าจะสับเปลี่ยนเดี๋ยวนี้พี่จะโยกย้ายอันนี้เป็นอำนาจที่สูงถึงเรียกว่าอำนาจจะหลุดเป็นแผ่นดินไหวภูเขาที่ตั้งแน่นเอียงได้แผ่นดินที่มันมั่นคงแยกออกไปเลยใครจะมาแยกให้แผ่นดินมันแตกแยกออกไปดึงออกไปบัญชีนี้ฉีกไม่ได้ฉีดแผ่นดินได้ที่ไหนได้อย่างดีก็แค่ลงไปขุดลงไปเจาะลงไปแค่นั้นเองดึงบัญชีออกมาที่แผ่นดินไหวไม่ได้แต่แผ่นดินไหวฉีกออกมาเนี่ยโอ้โหไม่รู้จะเอากำลังอะไร ไม่มีกำลังวัตถุกำลังเครื่องมือทุกวันนี้ในโลกก็มาแยกแผ่นดินให้มันเหมือนแผ่นดินไหวนี่แล้วมันแยกกันอย่างที่ว่าจะเป็นเนี่ยไม่ได้หรอกทำไม่ได้ยังไม่มีกำลังเพียงพอแต่กำลังพูดที่ว่าตรัสรู้นี่มันเหมือนแผ่นดินไหวมีอำนาจแรงมีอำนาจที่ซ้อนซ่อนอยู่ในกำลังของคนคนนั้นมันเป็นเองมันเอาเองมันแน่นอนมันกำลังมากอำนาจโลกไม่ไม่ถามอำนาจในโลกไม่เท่าอำนาจที่ตัวเราเองเคยมีอำนาจโลกก็เทียบกับตัวเราก็คืออำนาจในโลกอำนาจที่เราเคยมีในโลกนี้ไม่เท่าเราเคยมีอำนาจอย่างไรพอมามีอันนี้แล้วมันมีอำนาจมากมันมี ฟังเพลงบ่มีสิทธิ์มันมีกำลังมันมีความมั่นคงไม่มีความยึดก็ยึดยึดด้วยมันยึดยังไงไม่รู้แล้วมันหยุดยากมันไม่มีภาษาคนเรียกแล้วมันหยุดแยกคือมันสับอย่างที่ว่าทรัพย์เคลื่อนโดยที่แหมมันเปลี่ยนแปลงไปมันเปลี่ยนเป็นสภาพที่มีอำนาจแรงกำลังแรงพระพุทธเจ้าท่านกษัตริย์ของท่านเนี่ยมันสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวใหญ่ท่านใช้คำว่ายิ่งใหญ่หลายอย่างตัวท่านเองก็เปลี่ยนไปตั้งมากระบบเป็นความเข้าใจอย่างเก่าๆเปลี่ยนความเข้าใจอย่างเก่าๆไปจมเลยเปลี่ยนเออแต่ก่อนไปเห็นอย่าง ตอนนี้ไม่เห็นอย่างนี้เห็นแล้วเห็นอย่างมั่นคงด้วยนะเห็นยังมั่นคงเหมือนยึดเห็นยังเด็ดเดี่ยวเห็นยังจริงจังเห็นยังเห็นอย่างมากมันเห็นอย่างแม่เจ้ามันมั่นมันคงมันจะว่ามันไหวนี่แหละแต่มันหมั้นมันไม่มีภาษาที่อธิบายนี่กำลังจะอธิบายว่าคุณฟังนี่ไม่รู้คุณจะฟังได้แค่ไหนก็ฟังเอาก็แล้วกันเหมือนพูดภาษาตลบตะแลงไปไม่ใช่ตลกๆเหมือนผู้โดยสารวนไปวนมาถ้ามีสภาพเหมือนตัวเองไม่ได้ตัวเองก็เกิดเราเองเข้าใจแต่ก่อนทางโน้นอย่างนี้สับเปลี่ยนมาเป็นอย่างนี้เด็ดเดี่ยวและปรับเปลี่ยนโลกแล้วไม่ใช่โลกไม่ใช่ยางโลกเข้าใจ ทีนี้พอเกิดแผ่นดินไหวตัวเองไหวตอนนี้ก็เกิดแผ่นดินนี้แหละคือโลกทั้งโลกนี้ไหวหมดพอพุทธโสขึ้นหรือพระพุทธเจ้าโปรดขึ้นโลกถูกสับเปลี่ยนเพราะเลยอำนาจพระพุทธเจ้าเกิดหรืออำนาจพุทธะเกิดอำนาจความรู้ทางธรรมที่แน่ๆเกิดขึ้นโรคทันสะเทือนและถูกเขย่าแล้วโรคทรัพย์แน่นอนเขาก็มั่นคงโลกของเขากันอย่างโรคของเขาก็เขาก็กำลังไปอย่างโลกเลยพอธรรมะหรือพุทธเกิดปั๊บขึ้นมานี่เขย่าโลกให้สั้นสะเทือนและเปลี่ยนสับเปลี่ยนโลกและ เป็นปฏิปักษ์ต่อโลกและโลกถูกขยายรถยนต์อธิบายให้หยุดฟังดูนะเนี่ยอธิบายหยุดก็เป็นไปอย่างที่โล่งๆเป็นนี่มันก็นั่นแหละหวั่นไหวโลกหวั่นไหวแล้วใครมาทำอะไรฉันนี่พยายามใช้ภาษาอธิบายว่าคุณเข้าใจถึงสภาพว่าเกิดแผ่นดินไหวนะฟังให้ดีมาอธิบายกันได้ยังไงก็ไม่รู้นะแต่ฟังดูว่ามันจะเป็นไปยังไงโลกเนี่ยความเชื่อมั่นของโลกความยึดถืออย่างโลกความเป็นไปอย่างโรคที่ถูกจับขยะแล้วอย่างนี้ไม่เอาเปลี่ยนมีอำนาจจะให้เขาเปลี่ยนมีอำนาจจะให้โลกนี้กลับมีอำนาจจะให้โลกนี้หยุดอย่างนี้เห็นอย่างใหม่เปลี่ยนยางใหม่มา โรคชักถูกต่อต้านโรคชักถูกเอมีอะไรเนี่ยมามีอำนาจเหนือเราโลกจะมีอะไรมามีอำนาจเหนือและมีอะไรมาระงับมีอะไรมาเปล่าเกิดการดวลเพลงหวั่นไหวไม่แน่ใจซะแล้วชาวโลกก็ไม่แน่ใจเสียแล้วบอกเอ๊ะโลกนี้กำลังจะสั่งสมาบยศสรรเสริญสุขอย่างที่เรากำลังแสวงหาเต็มที่มีอะไรมันดีกว่านี้เหรอเปลี่ยนความคิดเห็นความคิดเห็นของชาวโลกในโลกนะไม่ใช่ว่าแผ่นดินนี้มันคือการถ้าเข้าใจอย่างนี้แล้วแผ่นดินมันจะแตกระเนระนาดขึ้นมาที่ประเทศไทยประเทศอินเดียประเทศอเมริกาทวีปออสเตรเลียก็ไม่ประหลาดไม่ประหลาดมันจะแตกก็ไม่ประหลาดหรือมันไม่แตก ฉากเดียวทุกทวีปในโลกขณะนี้โลกโลกนี้มันไม่เคลื่อนไหวเลยมันไม่แยกมันไม่หวั่นไหวแผ่นดินไม่ไหวสักทีไม่แตกสักทีไม่ประหลาดแต่อำนาจลูกชักหวั่นไหวแล้วชักไม่แน่ใจแล้วว่าเราแสวงหาสิ่งที่เราโลกเขาประกาศกันด่ากันมอบกันยังไงกันนี่มีใครมันแน่กว่านี้ซะอีกบางทีเราพระพุทธเจ้าเกิดแล้วเนี่ยผมเกิดมาปั๊บเนี่ยมีใครมาแน่กว่าโลกอื่นสิ่งนี้แน่ก็โรคมาทำให้ชาวโลกหันเหทิศทางใช่มั้ยนั่นหรือของดีที่ดีกว่าที่โลกก็มียอดมหาลัยสรรเสริญในโลกหรือสุขอย่างโลกโลกอะไรมีสุขยิ่งกว่าเลยมองว่าสุขกว่า สุกยิ่งกว่าเหรอหรือยิ่งกว่าสุขอยู่นี่อีกเหรอชักโลกหนังนี้หรือวันนี้โรงสุขแห่งความสุขให้ลงยอดแล้วมีลงมีเหนือกว่ามาอีกเหรอพี่ลงนี่เลี้ยวขวาอีกเหรอถ้าสมมุติว่าขณะนี้เจ้าของโรงหนังอยู่ทุกโรงเรียนก็ยิ่งใหญ่แล้วในประเทศไทยเกิดมีโรงหนังใหญ่ขึ้นมาอีกโรงนึงผัวขึ้นมานี่พวกนั้นก็นึกว่าเขาแน่นอนแล้วเขามั่นคงแล้วเขามีอำนาจในโลกที่จะกดชาวโลกให้ต้องอยู่ภายใต้อำนาจโลกนี้เขาจะต้องมาเอาความสุขอย่างนี้จากเขาทั้งนั้นใครจะมาเหนือกว่านี้ไม่ได้ก็มีอีกโรงนึงสร้างขึ้นมาปังลงมีอำนาจ เหนือกว่าทำให้คนอื่นชักโครกอะไรก็หวั่นไหวละเคลื่อนย้ายและเคลื่อนมีมีความเคลื่อนไหวที่แตกออกไปแล้วมีโรงใหญ่โรงใหม่ลงที่ให้สิ่งที่สุขยิ่งกว่าสิ่งที่ดียิ่งกว่าสิ่งที่ประเสริฐยิ่งกว่าโผล่ขึ้นมาแล้วพวกนี้ชัดเจนด้านหน้าและพวกเจ้าของโรงให้ความสุขผมมีเก่าๆชักสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหวแล้วเพราะพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาปั๊บโลกที่เคยหลงวัตถุอย่างโลกนี้ชักไม่แน่ใจและเอเชียจริงเหรอเรานี่เราปรารถนา นี่เป็นสุขที่สุดยอดจริงเหรอทุกคนจะไปให้สุดยอดทั้งนั้นจะไปให้สู่สุขที่เขาบอกว่าอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้จะไปพิสูจน์จริงเหรอรวนแล้วโรคชักรวนเลยผู้คนสักคนเลยอำนาจแห่งความคิดอำนาจแห่งความเห็นอำนาจปัญญาอำนาจความรู้ชักถูกถูกแทรกแซงแล้วถูกสับเปลี่ยนไปในจุดใหม่นี่คือการเกิดของแผ่นดินไหวพุทธะเกิดและมีแผ่นดินไหวอย่างนี้มีอธิบายออกว่าแผ่นดินไหวในโลกก็ไหวแล้วตอนนี้อธิบายที่ตัวพระพุทธเจ้าเองไหวบอกแล้วอธิบาย ตอนนี้โลกไหวจริงๆอย่างนี้โลกไหวแผ่นดินไหวอธิบายคำว่าแผ่นดินเหมือนความที่ตั้งมั่นเหมือนความที่เกาะอยู่เหมือนความที่ทรงไว้อย่างนั้นไม่มีอะไรนั่นนิ่งสนิทเหมือนแผ่นดินถ้าไม่มีอะไรประหลาดก็ไม่มีอะไรแปรปรวนเขาไม่มีอะไรมั่นคงเท่าแผ่นดินมันเป็นอย่างนี้แต่ตอนนี้ชักแผ่นดินเออบรรยายระนาบเอนเอียงบนแพแล้วก็มาหมดแล้วชักมีอะไรเข้ามาแทรกแซงอำนาจนี้เข้ามาเข้ามายุ่งยากมีอะไรใหม่อะไรแปลกขึ้นมาแล้วชักหมดความแน่ใจหรือปากมั่นที่เคยพุ่งอาทิตย์นี้อะไรแน่อะไรแน่คราวนี้ก็หลอกอยู่อีกโลกก็จะรอทางนี้ก็ไหนถูกแน่ ทักด่วนเดธทิศทางใครมีอารมณ์ใครมีความรู้สึกใครมีสิ่งนี้เกิดขึ้นที่ตนรู้ทั้งนั้นใครได้หวั่นไหวมั่งใครได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างนี้มั่งใครเกิดใครเป็นใครมีจนกระทั่งชักถูกดึงออกไปแล้วลูกค้าทางโลกถูกดึงแล้วตอนนี้เพราะพระพุทธเจ้าเริ่มเกิดแผ่นดินไหวต่อไปพระพุทธเจ้าก็เริ่มสร้างโรงใหญ่รวบรวมผู้คนที่จะเข้าไปหาหลงทางแล้วท่านก็ประกาศว่าท่านยิ่งใหญ่กว่าศพของท่านบรมศพว่าสุขของโลกที่หลอกหลอกสุขาที่กะตามวันสุดท้ายอย่างนั้นเลยรอ รู้จักกับประกาศจริงๆอย่างนี้แล้วท่านว่าของท่านนี่แน่กว่าจริงกว่าเป็นสัจธรรมกว่าเป็นสุขที่บริสุทธิ์เป็นสุขที่ไม่เบียดเบียนเป็นสุขที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ชาวโลกด้วยของท่านแน่กว่าดีกว่าผู้ที่เกิดการเกิดปัญญาด้วยเกิดจากผุเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดวิชาเกิดแสงสว่างด้วยเห็นเหมือนกันเข้าใจได้ก็คือออกแล้วจากโลงมหรสพโลกเปลี่ยนย้ายมาอยู่โรงของที่พระพุทธเจ้าสร้างขึ้นมาย้ายโรงและเปลี่ยนรวนเร็วไหว ไม่เคยปักแน่นเคยพุ่งทิพย์ไปอย่างมั่นคงไปอย่างนั้นเปลี่ยนทิศแล้วตอนแรกก็เกิดแผ่นดินพอเกิดพระพุทธเจ้าตรัสรู้ก็รวนเรพอโดนเนแล้วตอนนี้ใครเห็นชัดเจนก็ไม่เอาแล้วไม่ไปดูแล้วโรงหนังนี้ไปดูโรงหนังนี่ดีกว่าเพราะโรงหนังนี้ให้ความสุขดีกว่าให้ความสุขที่ยิ่งกว่ามันไม่ใช่มาขอเราศพอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive